ทำอย่างไร ถึงจะให้ใจจดจ่อ หรือเริ่มธรรมะ ได้ครับ

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย Xiaobao, 1 ธันวาคม 2011.

  1. Xiaobao

    Xiaobao เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    112
    ค่าพลัง:
    +471
    คือแบบว่าเราเปิดอ่านธรรมะ นั่นนี่
    แล้วพอมาในชีวิตจริง บางอย่างรู้ว่ามันผิด มันไม่ถูก รู้ แต่ก็ทำไปแล้ว
    เหมือนจิตใจมันเผลอทำ เผลอคิดแบบนั้น ไปแล้ว
    แล้วพอมาเปิดอ่านเว็บธรรมะได้ข้อคิดทีก็แบบ รู้สึกตัวได้ทีนึงว่าเราไม่ควรทำอย่างนี้
    หรือเราควรทำอย่างนั้น เช่นเราควรปล่อยวาง ควรถือศีลภาวนา
    แต่พอปิดเว็บธรรมะเจอกระแสสังคมเข้ามายั่วยุแหย่
    จิตใจมันก็ปล่อยเผลอไปตามกระแสสังคมนั้นๆ

    และบางทีที่บอกว่าการภาวนา ปฏิบัติ ไม่รู้จะเริ่มอะไรยังไง ก่อนดีอ่ะคับ

    ต้องทำอย่างไรดีคับ รบกวน ช่วยแนะนำหน่อยนะครับบ
     
  2. อีกาวิดน้ำ

    อีกาวิดน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    85
    ค่าพลัง:
    +626
    อีกา ก็เป็นแบบนี้ประจำครับ เหตุผลเพราะเราขาด "สติ" ที่คอยเตือนใจเราได้ตลอด (ผู้ที่มีสติสมบูรณ์ตลอดเวลาไม่เผลอไปทำผิดอีก คือ พระอรหันต์ เท่านั้น) อีกาเห็นว่าสิ่งที่ต้องทำ คือ การฝึกให้มีสติอยู่กับตัวเองอยู่เสมอ โดยการหมั่นระลึกรู้อาการต่าง ๆ เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เป็นต้น พอเรารู้ตัวแบบนี้บ่อย ๆ เวลาโดนอะไรมายั่วยุ เราก็จะนึกได้ว่า ไม่ควรหลงตามไปทำผิดอย่างที่กิเลสบอกนะ มันไม่ดี ไม่ถูกต้อง (ซึ่งอะไรดีไม่ดี เราก็รู้อยู่แล้ว จากที่ศึกษาธรรมะมา) อีกาก็ด่าตัวเองบ่อย ๆ ว่า "ความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอดสักที" โดนมารหลอกให้หลงผิดซะเรื่อยเชียว :cool:
     
  3. Boonsawan

    Boonsawan สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +1
    เคยเป็นมาก่อนค่ะเลยใช้วิธีอธิษฐานบารมีขอต่อพระพุทธเจ้าโดยตรงทุกเรื่องเช่นขอให้พบครูบาอาจารย์ที่ช่วยสอนธรรมะให้ขอให้การปฎิบัติก้าวหน้าขอให้จิตใจฝักใฝ่พระธรรมตั้งมั่นไม่สัดส่ายหรือแม้แต่ขอให้พระพุทธองค์ทรงสอนธรรมะให้เป็นการจูนจิตใจของเราให้ตั้งมั่นไม่สัดส่ายและที่ทูลขอไปทุกอย่างได้ทั้งหมดค่ะ
     
  4. สุปราณี(ปู)

    สุปราณี(ปู) เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    53
    ค่าพลัง:
    +284
    ตรงนี้เป็นจากสติที่ไม่มีการฝึก เราต้องฝึกโดยการถือหลักปฏิบัติก่อน หากเรายังไม่มีหลักดีพอ ก็มักต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ประจำ จนเป็นการเคยชิน ลองหาโอกาสไปฝึกปฏิบัติที่สถานปฏิบัตินะค้ะ เมื่อมีหลักแบบแผนการปฏิบัติแล้วคุณจะรู้ได้เองว่า ต่อไปเราจะทำอย่างไร และสิ่งที่จะแก้ไขก็มีหนทางอยู่เสมอ เมื่อมีความรู้จากการฝึกฝนปฏิบัติต่อไปก็จะค่อยๆเข้าใจหลักการแก้ปัญหาค่ะ และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ คือ อธิฐานขอให้มีดวงตาเห็นธรรม ให้มีสติในการแก้ปัญหาชีวิตทั้งมวล สาธุ ธรรมค่ะ

    _______________________________________
    โครงการถวายพระไตรปิฏก 9 วัด เพื่อบุญกุศลบารมีในการสร้างสถานปฏิบัติ
    โครงการสร้างสถานปฏิบัติธรรมใน มาเก๊า ประเทศจีน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2011
  5. ธัมมนัตา

    ธัมมนัตา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    1,518
    ค่าพลัง:
    +9,765
    ข้อปฏิบัติง่าย ๆ คือเมื่อเจอสถานการณ์ที่เราไม่ชอบ หรือคับขัน หรือยั่งอารมณ์ใดๆก็ตาม (หรือแม้แต่เรื่องที่เราสมหวังก็ตาม) สูดลมหายใจลึกๆ แล้วปล่อยลมหายใจออก ดูอยู่ จะนำเรียกสติกลับมาที่ลมทันที ทั้งนี้เพื่อรักษาระดับของภาวะจิตให้อยู่เป็นปกติ และรู้ตนเองว่าทำอะไร และจะทำอะไร แล้วนำจิตไปจดจ่อกับสิ่งอื่นที่เป็นกุศล
    ไม่ควรเข้าไปไกล้สิ่งที่เป็นอกุศล ที่อโคจร ไม่ควรไป ไม่สัปปายะทั้งหลาย เช่น สถานบันเทิง ชุมชนที่ถกเถียงกัน ฯลฯ เพราะสถานที่ และผู้คนอยู่ก็มีผลต่อสภาวะจิตของเราด้วย
    เป็นอุปนิสยะปัจจัย แต่ถ้าจิตเราฝึกมาดี มั่นคง หนักแน่นแล้วสิ่งที่ว่าจะเหล่านั้นจะไม่มีผลต่อเราเลย
     
  6. จิตินันท์

    จิตินันท์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2011
    โพสต์:
    77
    ค่าพลัง:
    +130
    จิตที่ยังไม่ได้รับการฝึก มักซัดส่ายไปตามอายตนะทั้ง 6 คุณต้องเริ่มต้นฝึกจิต หรือปฏิบัติธรรมวิธีใดก็ได้ตามจริตของคุณ แล้วคุณจะรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นมาจากจิต

    การฝึกล้วนเป็นปัจจัตตัง รู้ได้เฉพาะบุคคล

    บุญกุศลใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับลูก ลูกขอให้บิดามารดามีส่วนได้รับเสมอ
     
  7. Mon Treal

    Mon Treal เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    182
    ค่าพลัง:
    +536
    ลองเพิ่มพละ 5 โดยเฉพาะพลังศรัทธา ศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าแล้วคุณจะพบว่ามหศจรรย์จริง

    หรือไม่ก็ศึกษา พระพุทธพจน์ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
    มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโนมยา
    ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจถึงก่อน สำเร็จแล้วด้วยใจ<O:p</O:p

    ทูรงฺคมํ เอกจรํ อสรีรํ คุสยํ
    เย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา

    จิตนี้เป็นธรรมชาติไปสู่ที่ไกลได้ ไปแต่ผู้เดียว(เกิดทีละขณะ หรือทีละดวง) ไม่มีสรีระ อาศัยอยู่ในคูหาคือร่างกาย คนเหล่าใดสำรวมจิตได้ คนเหล่านั้นย้อมพ้นจากบ่วงของมาร
     
  8. huayhik

    huayhik เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2010
    โพสต์:
    181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127

    ก็.เอาธรรมไว้หน้ามือเอาชีวิตจริงไว้หลังมือ..พอพลิกหน้ามือก็ไม่เห็นหลังมือ....หลวงปู่ชาท่านว่า..ต้องเอาทั้งสุข...เอาทั้งทุกข์...ทุกข์ก็รู้..สุขก็รู้..ผิดชั่งมัน...มีสติ..ภาวนาถี่ๆ...เริ่มที่ลมหายใจก็ดี...พระพุทธเจ้าบอกเป็นกรรมฐานใหญ่...ลืม...นึกได้ก็ตั้งใหม่...อย่าเครียด..อย่าเอาแต่ของดี...ของไม่ดีก็เอา...เอาหมดเลย...ถ้าว่างแล้ว..สงบดี..วิปัสนาต่อเลย..ให้เห็นความจริง...ทำให้มาก.ไม่ต้องกลัว..ฟรี..ไม่เสียตังด้วย...//พระท่านสอนผมมาแบบนี้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ธันวาคม 2011

แชร์หน้านี้

Loading...