เรื่องเด่น ทำอะไร...อย่าทำให้ใครต้องลำบาก

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 25 พฤษภาคม 2018.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,588
    กระทู้เรื่องเด่น:
    252
    ค่าพลัง:
    +56,981
    ?temp_hash=da99d437a313b28d5db3c80cd565306d.jpg



    สิ่งนี้คือสิ่งที่หลวงตาท่านยึดถือและสอนสั่ง ท่านย้ำเสมอว่า ใช้ชีวิตอย่าไปเบียดเบียนใคร ทำอะไรอย่าทำให้ใครต้องเดือดร้อน เพราะมันจะเป็นความเคยชิน เป็นกรรม ทำให้เราไม่เกิดความคล่องตัว หลวงตาท่านละเอียดมากในการใช้ชีวิต ทุกลมหายใจ ทุกกริยา แต่น้อยคนที่จะรู้และเข้าใจเพราะท่านถ่ายทอดมาจากการกระทำจริงในชีวิตประจำวัน สิบกว่าปีก่อน หลวงตามาบ้านโยมในกทม พอเสร็จกิจนิมนต์ โยมจะมาส่งท่าน พอรถแล่นออกมาท่านบอกให้รถจอดตรงห้างใกล้ๆ ท่านว่าหลวงตามีธุระส่งตรงนี้พอ ท่านลงจากรถพวกเราลงเดินไปสักพัก อดไม่ได้ถามท่านว่า หลวงตามีธุระอะไรแถวนี้ค่ะ หลวงตาท่านยิ้มหันมาบอกว่า นี่ไงมีธุระไปเรียกแท้กชี่ไปต่อไงล่ะ พวกเราพิศวงงงงวย ว่าทำไมหลวงตาจะมาต่อรถเองให้ลำบาก คนมาส่งสบายๆไม่ชอบหรือไง พอขึ้นแท้กชี่หลวงตาบอกว่า ที่ๆเราจะไปมันไกลจากที่นี่ กรุงเทพ รถมันติด เค้าไปส่งเราต้องขับกลับมาอีก ตะกี้ไม่เห็นหรอ เค้าบอกลูกน้องว่ามีนัดตอนบ่าย เราให้เขาไปส่ง ลำบากเค้า จำไว้ทำอะไรอย่าให้ใครต้องมาลำบากเพราะเรา อะไรทำได้จงทำเอง ฝึกเอาไว้จะได้ไม่หวังพึ่งคนอื่น มันจะติดเป็นความเคยชิน พวกเรานั่งเงียบคิดในใจ พวกเราช่างห่างไกลความดีที่หลวงตามีเหลือเกิน ท่านมีน้ำใจส่วนพวกเรารักความสบาย หลวงตาหันมายิ้มพูดว่า อย่าคิดมาก ค่อยๆปรับไป คนเรามันติดความเคยชินมาหลายภพชาติ แก้ยาก ต้องค่อยๆปรับไป หลวงตาท่านรู้วาระจิตคน ท่านมักจะพูดและสอนสั่ง ตามสิ่งที่แต่ล่ะคนติดอยู่ในใจ เรานั่งหลับตานึกถึงหลวงปู่ ภาพท่านยิ้มเราก้มกราบในใจ บอกท่านว่า ขอบพระคุณนะค่ะหลวงปู่ ที่เมตตาให้หนูได้มาพบหลวงตา ผู้เป็นแสงสว่างนำทางชีวิต ขอบคุณ นะค่ะ ภาพหลวงปู่ยิ้ม หลวงตาหัวเราะ จึง เป็นภาพที่บันทึกในจิตนี้ไหลลงสู่ใจ หล่อเลี้ยงไปในกาย ผ่านทุกหยดเลือดและลมหายใจ ทำ ให้เราเป็นคนดีมีชีวิตที่ดี สมดั่งชื่อ ลูกหลานพรหมปัญโญ


    ***************************************************************

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. Kanittha12

    Kanittha12 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +21
    กราบหลวงตาคะ ตั้งแต่โตมาจนถึงทุกวันนี้ลูกก็ปฎิบัติแบบนี้มาตลอด
     
  3. สติมั่น

    สติมั่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    592
    ค่าพลัง:
    +482
    กราบนมัสการหลวงตาครับ ขออนุโมทนาบุญในการเผยแพร่คำสอนครั้งนี้ครับ สาธุ
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,588
    กระทู้เรื่องเด่น:
    252
    ค่าพลัง:
    +56,981
    ไม่ลำบาก


    34985236_846930785485244_841556171151114240_n.jpg





    อีกเรื่องราวที่ประทับใจ ของคำว่าน้ำใจ เห็นใจกัน หลายปีก่อน หลวงตามีเหตุไปเยี่ยมลูกศิษย์แถวรังสิต เค้าไม่สบายมีปัญหาหนัก หลวงตาทราบข่าว จำได้ว่าไปกันสามคน แต่ไม่ได้เอารถไป พอไปถึงบ้านโยม หลวงตาพูดคุยให้กำลังใจ สวดให้


    หลวงตาเป็นพระที่ความจำดีท่านจำได้หมดทุกเรื่องราว
    บอกคนนี้เป็นคนดี ชอบทำทานแต่ไม่ค่อยสวดมนต์ ตอนนี้บุญหมด เจอโกงลำบาก หมดตัว

    หลวงตาบอก อย่าประมาทในกรรม บุญหมดกรรมเข้า ให้หมั่นสวดมนต์ต่อบุญตลอดเวลา อย่าหลงไปกับสังคม

    ที่บ้านโยมค่อนข้างลำบาก เค้าอยากจะถวายเพล แต่หลวงตาบอกไม่เป็นไรฉันมื้อเดียว แล้วเดินออกมากันสามคน แดดร้อนลำบากมาก หลวงตายิ้ม พวกเราถามว่าหลวงตาเหนื่อยไหม ท่านตอบพร้อมเหงื่อที่ไหลว่า ไม่ลำบากเท่าไรหรอก เล็กน้อย เรามาต่อชีวิตให้กำลังใจเค้า เค้าเคยช่วยเรา เราก็มาช่วยเค้า กำลังใจสำคัญ น้ำใจที่มีให้กันมันหล่อเลี้ยงชีวิตได้


    เดินไปถึงถนน ท่านให้เรียกแทกชี่ หลวงตาบอกวันนี้จะพาไปย้อนอดีต หลวงตาเลี้ยงเองเพราะท่านพาเรามา ขึ้นรถเสร็จ หลวงตาให้รถพาไปร้านก๋วยเตี้ยวเรือ แถวนั้น ท่านเมตตาให้คนขับลงมากินด้วย คนขับแทกชี่ดีใจมากแต่ งงๆ ท่านเล่าเรื่องสมัยก่อนเกี่ยวกับก้วยเตี้ยวเรือให้ฟังอย่างมีความสุข ย้อนอดีตจริงๆ หลวงตาฉันเยอะเพราะวันนี้ไม่ได้ฉันอะไรมาเลย ท่านบอกเราเป็นพระติดดินดีแล้ว มีอิสระไปไหนได้ไม่ลำบากใคร จะฉันอะไรก็ง่ายๆไม่ลำบากใคร ตะกี้คนเค้าลำบากเราไม่เบียดเบียนเค้า ออกมาฉันเองสะดวกกว่า

    จำไว้นะทำอะไรให้พิจารณา อย่าทำให้ใครต้องลำบาก ใช้ชีวิตให้ง่าย แต่ไม่มักง่าย ทำชีวิตให้มีค่า มีน้ำใจต่อสิ่งต่างๆ สร้างคุณค่าจากภายใน แล้วแผ่ขยายให้สิ่งต่างๆภายนอก พวกเรานั่งกินก๋วยเตี๋ยววันนั้นอย่างมีสุขเห็นสีหน้าแห่งความสุข ของหลวงตา ทุกรอยยิ้มที่ท่านมี มันคือความเมตตาปราณีอย่างแท้จริง

    ท่านเป็นพระที่ปราณีตแต่เรียบง่ายในการใช้ชีวิต สมดั่งที่ท่านบอกเสมอว่าให้ทุกลมหายใจเข้าออกที่มี ให้มีค่าของแสงสว่างบุญ เริ่มต้นที่ใจเรา ใจเราเปลี่ยนโลกก็จะเปลี่ยน นี่แหล่ะค่ะ หลวงตาม้า หลวงตาผู้เป็นแสงสว่างของชีวิต
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มิถุนายน 2018
  5. สติมั่น

    สติมั่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    592
    ค่าพลัง:
    +482
    กราบนมัสการหลวงตาครับ หลวงตาเมตตาต่อลูกศิษย์ลูกหาจริงๆๆ เป็นบุญของหลายๆคน คำสอนของหลวงตามีคุณค่าอย่างมหาศาลเลยครับ สาธุ
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,588
    กระทู้เรื่องเด่น:
    252
    ค่าพลัง:
    +56,981
    35077468_183152752524211_4364038981529108480_n.jpg






    อ่อนหรือแข็ง


    สังคมคนหมู่มาก สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเสมอคือ การกระทบของคน บางคนกระทบทางใจ ออกมาทางวาจากลายเป็นกรรมทางกาย ทุกสังคมล้วนแล้วมีสิ่งนี้ หลวงตาบอกเสมอว่าที่ไหนมีผลประโยชน์ ย่อมมีปัญหาเกิด บ่ายวันหนึ่งในถ่ำมีคนมาปรึกษา กับ หลวงตา เกี่ยวกับเรื่องการกระทบกันของคน หลวงตาว่ามันเป็นปกติโลก ถ้าเค้าสวดมน เรื่องพวกนี้จะเบาบางไปเอง คนสวดมนไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องพวกนี้ ถ้าจิตสวด จิตก็จะเลือกทางที่ถูก ทางที่สุข ท่านหัวเราะ พูดว่าถ้าสวดเป็นนะ คนสวดมนเค้าจะเป็นเหมือนของอ่อน อ่อนน้อมถ่อมตนไม่ไปปะทะกับใครเพราะรู้ในโทษที่เกิด คนที่ไม่ได้สวดก็เหมือนไม้แข็งๆเอามาปะทะกัน ไม่อันไหนก็ต้องแตกหัก แต่ถ้าเอ็งสวดมนก็เหมือนท่อนยาง ลองเอาของแข็งมาปะทะกับท่อนยางสิ มันเด้งกลับไปเลย ถ้ามีการกระทบกันจำไว้ต้องมีคนใดคนหนึ่งยอม เรื่องก็จบ ต้องมีคนที่จะอ่อน เพราะบางอย่างมันแค่ทิฐิการเอาชนะ เราสวดมนมาทำไมล่ะ สวดมาเพื่อชนะหรือไง เราสวดมาเพื่อชนะใจตัวเองไม่ใช่ไปเอาชนะคนอื่น ยอมให้เป็น แพ้ให้เป็น มันคือชนะอัตตาตัวตนในใจ คนที่อ่อน รู้จักยอมตามเหตุการณ์อย่างมีเหตุผล ยอมอ่อนถอยออกมาสักก้าวจะเห็นอะไรชัดเจนขึ้น ชีวิตจะมีทางออก เหมือนภูเขาเราอยู่บนเขามองไม่เห็นอะไรหรอก ลองลงมายืนที่ข้างล่างจะเห็นความงามของภูเขานั้น หลวงตาพูดว่า เกิดมาแล้วใช้ชีวิตให้เป็น เดินไปข้างหน้าพัฒนาทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่ยิ่งสวดยิ่งภาวนายิ่งแข็งยิ่งมากด้วยอัตตาและอวิชา จิตที่ผ่านการสวดมนต์ ภาวนาคือจืตที่เบา เบาจากตัวตนและความอยาก เอ็งเลือกเอาจะอ่อนหรือแข็ง จะเบาหรือจะหนัก สวดมนต์ไปเพื่ออะไรล่ะถ้าไม่พัฒนาตน จริงไหม หลวงตาถาม และทุกท่านล่ะค่ะ คิดว่าอย่างไร?....


    ************************************************

     
  7. สติมั่น

    สติมั่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    592
    ค่าพลัง:
    +482
    กราบนมัสการหลวงตาครับ ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาบุญกุศลในการเผยแพร่ธรรมทุกครั้งด้วยครับ สาธุ
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    14,588
    กระทู้เรื่องเด่น:
    252
    ค่าพลัง:
    +56,981
    เหมือนบนความต่าง


    หลายครั้งที่เรามักเห็นช่วงมีงาน คนมาที่ถ่ำเยอะ หลวงตาจะชอบเดินมานั่งตรงลานหน้าถ่ำ ท่านมักจะมองไปข้างในถ่ำ ดูคนที่นั่งสวดมนต์

    หลวงตาท่านมีภูมิธรรมสูง ปัญญาญาณไกล มักมองเห็นเรื่องราวต่างๆเล่ามาเป็นข้อธรรม

    หลวงตามองอะไรที่พื้นค่ะ หลวงตาชี้ไปที่มดดำกับมดส้มที่เดินเป็นแถว ท่านบอก มดต่างกันแต่ก็เป็นมดเหมือนกัน ท่านชี้ไปที่ต้นไม้บอกว่า ต้นไม้ต่างกันแต่ก็เป็นต้นไม้เหมือนกัน ท่านชี้เข้าไปในถ่ำบอกคนต่างกันแต่ก็เป็นคนเหมือนกัน ท่านถามว่า งง ไหม เราพยักหน้าพูดว่า หลวงตาเมตตาอธิบายค่ะ หลวงตายิ้มพูดว่าสิ่งต่างๆไม่ต่างกันหรอกสิ่งมีชีวิตก็คือสิ่งมีชีวิต เราแค่สมมุติและตั้งชื่อต่างกันไปเอง เป็น ชื่อของสิ่งต่างๆ แค่นั้นไม่พอยังแบ่งออกมาเป็นประเภทต่างๆอีก เช่นใบไม้ก็คือใบไม้มีหน้าที่สังเคราะห์แสงให้ ต้นเจริญเติบโต จะกี่ร้อยกี่พันประเภทใบไม้หน้าที่ก็เหมือนเดิม หน้าที่ของสิ่งต่างๆจึงมีความสำคัญ สิ่งต่างๆล้วนเกิดขึ้นมาพร้อมหน้าที่ ลองคิดดูซิ ว่าจริงไหม ? ทุกสิ่งเหมือนกันต่างกันแค่หน้าที่ ที่ทำให้เกิดประโยชน์และดำรงอยู่อย่างสมดุลย์ของสิ่งต่างๆ วงจรเดียวกันคือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปหรือเปลี่ยนไป เป็นการเปลี่ยนแปลงไม่เที่ยง ในวงจรสมดุลย์ของจักรวาล ที่สำคัญคือ เราเกิดมา เข้าใจ ในบทบาทและหน้าที่ เมื่อเราเข้าใจและดำเนินชีวิตไปในบทบาทและหน้าที่ที่ถูกต้องอย่างแแท้จริง สมดุลย์แห่งชีวิตย่อมเกิด สันติจะบังเกิด ปัญหาต่างๆและความทุกข์ จะหมดไป มันไม่มีอะไรมากมาย คนเรามีปัญหาวุ่นวาย เพราะเรื่องราวต่างๆที่คนสร้างก่อเกิดขึ้นเอง สร้างเป็นเรื่องราวทั้งหมดทั้งนั้น ถ้าเรายิ่งปฎิบัติยิ่งภาวนาชีวิตจะยิ่งเรียบง่าย ผ่อนคลายจากเรื่องราวและสมมุติต่างๆ ง่ายที่สุดและเห็นได้ชัดคือ ถ้าเราสวดมนต์ถูกทาง จิตเราจะไม่ไปยุ่งกับเรื่องราวของคนอื่น สมมุติต่างๆจะคลายไปเอง คนสวดมนต์จะเห็นค่าในตัวเองและหน้าที่ที่เกิดมา ปัญหาจะน้อย ชีวิตจะง่าย เพราะเข้าถึงหนทางแห่งสมดุลย์ธรรมชาติอย่างแท้จริง หลวงตายิ้มและพูดว่าเอ็งก็เร่งสร้างค่าให้สมกับที่เกิดมา อย่าให้ใครมาว่าเสียชาติเกิด จำไว้อย่าเสียชื่อลูกหลานพรหมปัญโญ นะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...