ธรรมศาสตร์สวดมหาสันติงหลวง-ระงับเหตุร้ายทั้งปวง

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 19 ตุลาคม 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    [​IMG]


    ธรรมศาสตร์ สวดมหาสันติงหลวง ระงับเหตุร้ายทั้งปวง



    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ มูลนิธิสุทธรรมวินิต และกองทุนสร้างพระ 60 ปี นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 60 รูป ทำพิธีสวดมนต์มหาสันติงหลวง ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2549 ที่ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

    *ดร.สุรพล นิติไกรพจน์* อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า พิธีสวดมนต์มหาสันติงหลวง ตาม "คัมภีร์อุปปาตะสันติ" ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆทั้งในกรุงเทพฯ จังหวัดลำปาง และจังหวัดสงขลา รวมจำนวน 60 รูป มาทำพิธีสวดมนต์มหาสันติงหลวง เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสฉลองการครองสิริราชสมบัติ 60 ปี ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม เวลา 12.30-16.00 น. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

    สำหรับปี พ.ศ.2549 เป็นปีมหามงคลเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และได้มีพิธีเฉลิมฉลองเป็นทางการไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นโอกาสให้พสกนิกรสามารถดำเนินการเฉลิมฉลองและถวายพระราชกุศลได้จนถึงสิ้นปีนั้น

    ปรากฏว่ามีคัมภีร์โบราณในพระพุทธศาสนาที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นมนต์ หรือบทสวดสำหรับระงับเหตุร้ายทั้งปวง เป็นธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ก่อให้เกิดความสงบ เป็นธรรมที่ขจัดสิ่งอันไม่พึงปรารถนาให้สิ้นไป


    และประการสำคัญเป็นธรรมที่เจริญชัยชนะแด่พระราชา โดยมีชื่อพระคัมภีร์ว่า "อุปปาตะสันติ" อันเป็นคัมภีร์สำหรับการสวดมนต์ที่เรียกว่า "มหาสันติงหลวง" ซึ่งแพร่หลายในนครเชียงใหม่ สมัยพระเจ้าติโลกราช เมื่อ 600 ปี มาแล้ว

    เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิตประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมพิธีสวดนี้ได้ตามวันเวลาที่กล่าวไว้ข้างต้น





    ที่มา: มติชน
    http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pra04191049&day=2006/10/19
     
  2. QuaOs

    QuaOs เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    139
    ค่าพลัง:
    +480
    วันนี้ไปร่วมสวดมาแล้วครับ
     
  3. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    สวดมหาสันติงหลวง พิธีโบราณปัดเป่าเหตุร้าย

    สกุณา ประยูรศุข



    [​IMG]

    เหตุบ้านการเมืองช่วงเวลานี้ยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด แม้ว่าจะได้คณะรัฐมนตรีบริหารบ้านเมืองแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไว้วางใจอะไรมากนักไม่ได้ เพราะยังคงมีอีกหลายส่วนที่รอการจัดการให้เข้ารูปเข้ารอย

    ประกอบกับปีนี้เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้จัดพิธีสวดมนต์ "มหาสันติงหลวง" ขึ้น เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา

    ดูจากชื่อ "มหาสันติงหลวง" แล้ว อาจแปลกหู ไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยนัก เพราะการสวดชนิดนี้เป็นการสวดมนต์ตามคัมภีร์โบราณ ใช้สวดเพื่อขับไล่เหตุร้ายทั้งปวง และช่วยให้เกิดความสงบสุข อีกทั้งเป็นมงคลกับพระราชา

    เหตุที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดพิธีนี้ขึ้น เนื่องจากเป็นการทำพิธีเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดังที่กล่าว อีกทั้งเพื่อให้ความยุ่งยากลำบากในบ้านเมืองมลายหายไป

    พิธีที่หอประชุมใหญ่ ธรรมศาสตร์ เริ่มโดยพระสงฆ์จากวัดทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดลำปาง นครสวรรค์ และจังหวัดสงขลา จำนวน 60 รูป เดินทางมาพร้อมเพรียงกัน จากนั้นพระสงฆ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ มีการบูชาพระรัตนตรัย บูชานพเคราะห์ เสร็จแล้วจึงเริ่มบทสวดมนต์มหาสันติงหลวง

    สำเนียงภาษาที่สวดฟังคล้ายสำเนียงพม่า เสียงกระหึ่มดังทั่วหอประชุมนั้นฟังดูขลัง และนิ่งสงบ จิตใจความรู้สึกของผู้ได้รับฟังนิ่งสงบ เยือกเย็น

    *ดร.สุรพล นิติไกรพจน์* อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกเล่าถึงบทสวดนี้ว่า พิธีสวดมนต์มหาสันติงหลวง ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องจากปี 2549 เป็นปีมหามงคลเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และได้มีพิธีเฉลิมฉลองเป็นทางการไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นโอกาสให้พสกนิกรสามารถดำเนินการเฉลิมฉลองและถวายพระราชกุศลได้จนถึงสิ้นปี ดังนั้น ธรรมศาสตร์จึงเห็นสมควรจัดพิธีนี้ขึ้น
    <TABLE style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px dotted; BORDER-TOP: #ffffff 1px dotted; BORDER-LEFT: #ffffff 1px dotted; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px dotted" cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=1><TBODY><TR bgColor=#ffe9ff><TD>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>


    "เพราะบทสวดนี้ปรากฏอยู่ในคัมภีร์โบราณในพระพุทธศาสนา น่าสนใจมาก เนื่องจากเป็นมนต์หรือบทสวดสำหรับระงับเหตุร้ายทั้งปวง เป็นธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ก่อให้เกิดความสงบ เป็นธรรมที่ขจัดสิ่งอันไม่พึงปรารถนาให้สิ้นไป และประการสำคัญเป็นธรรมที่เจริญชัยชนะแด่พระราชา โดยมีชื่อพระคัมภีร์ว่า *อุปปาตะสันติ* อันเป็นคัมภีร์สำหรับการสวดมนต์ที่เรียกว่า *มหาสันติงหลวง* ซึ่งแพร่หลายในนครเชียงใหม่ สมัยพระเจ้าติโลกราช เมื่อ 600 ปี มาแล้ว"

    อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายต่อว่า พิธีสวดที่จัดขึ้น ได้นิมนต์พระอาจารย์ *สมลักษณ์ คันธสาราภิวงศ์* และ พระสงฆ์ สามเณร ของวัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง *พระอาจารย์มหาสมปอง* วัดมหาธาตุ รวมทั้งพระสงฆ์จากวัดราชผาติการาม วัดพิชัยญาติ และวัดหาดใหญ่สิตาราม จำนวนรวม 60 รูป เพื่อสวดพระพุทธมนต์มหาสันติงหลวง เพื่อเสริมพระบารมี และเป็นพลังของแผ่นดิน รวมทั้งสงบเคราะห์ร้ายและสงบเคราะห์กรรมทั้งหลาย

    ซึ่งเนื้อความในอุปปาตะสันติคาถานั้นสรุปได้ว่า เป็นธรรมเครื่องจำเริญชัยชนะแด่พระราชา เป็นธรรมที่กระทำความสงบอันยิ่งใหญ่ เป็นธรรมเครื่องสงบเหตุร้ายทั้งปวง เป็นเครื่องป้องกันอมนุษย์ และยักษ์

    เป็นธรรมให้พ้นจากความตายก่อนกำหนดเวลา เป็นธรรมย่ำยีกำลังของข้าศึก และเป็นธรรมนำสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทั้งปวงออกไป

    ด้าน *อาจารย์กมล ฉายาวัฒนะ* อาจารย์คณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าถึงคัมภีร์อุปปาตะสันติว่า เป็นวรรณกรรมภาษาบาลีของล้านนาไทย แต่งโดย พระมหามังคละสีละวังสะ พระเถระนักปราชญ์ชาวเชียงใหม่รูปหนึ่ง ในสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ.1985-2030) เป็นคาถาล้วน จำนวน 271 คาถา และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่ชนชาวล้านนามาแต่โบราณ

    พระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านพากันสวดและฟังอุปปาตะสันติ เพื่อกลับสิ่งที่ร้ายให้กลายเป็นดี ด้วยในสมัยโบราณครั้งนั้น ในเมืองเชียงใหม่มีโจรผู้ร้ายและคนอันธพาลชุกชุมผิดปกติ มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกระทบกระเทือนกับความเป็นอยู่อย่างมาก

    พระมหาเถระสีละวังสะจึงให้พระสงฆ์ สามเณร และประชาชนพากันสวด และฟังการสวดอุปปาตะสันติ เพื่อสงบเหตุร้ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง

    ต่อมาคัมภีร์อุปปาตะสันติแพร่หลายเข้าไปในพม่า และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ขณะที่ในล้านนาไทยบ้านเมืองสงบสุขดีแล้วก็เพลาการสวดลงและเลือนหายไปจากความทรงจำในที่สุด

    จนกระทั่ง *ท่านเจ้าคุณพระธรรมคุณาภรณ์* (เช้า ฐิตะปัญโญ ปธ.9) วัดมหาโพธาราม จังหวัดนครสวรรค์ ได้ชำระคัมภีร์นี้เป็นภาษาบาลีอักษรไทย โดยได้ต้นฉบับภาษาบาลีอักษรพม่า จากพระอาจารย์ภัททันตะ ธัมมานันทมหาเถระ อัครมหาบัณฑิตแห่งวัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง

    *การสวดมนต์มหาสันติงหลวงจึงได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง*

    คัมภีร์อุปปาตะสันติ เป็นบทสวดอย่างพิสดาร สรรเสริญพระนามและพระคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และที่จะมีต่อไปในอนาคต รวมตลอดไปถึงผู้ทรงคุณ ทรงอำนาจ ทรงฤทธิ์ เช่น เทวดา อินทร์ พรหม ยักษ์ นาค คนธรรพ์ ครุฑ อสูร เป็นต้น เพื่อขอความเป็นมงคล ความสงบ ความสวัสดี ความไม่มีโรค ชัยชนะ และอายุ รวมทั้งการคุ้มครองให้พ้นจากเหตุเภทภัยนานัปการ อันอาจบังเกิดขึ้นในกาลทุกเมื่อ

    อาจารย์กมลบอกด้วยว่า เนื้อหาของคัมภีร์ เนื้อความที่แปลออกมาแล้วนั้น จะคล้ายๆ พระคาถาชินบัญชร แต่จะละเอียดลึกซึ้งกว่า เพราะเป็นการสวดสรรเสริญหมดทั้ง 3 โลก

    "เพราะฉะนั้นเขาจึงบอกว่าเมื่อสวดมหาสันติงหลวงแล้วจะขับไล่ความชั่วร้ายทั้งหลาย ความลำบากยุ่งยากทั้งปวงให้มันหมดไป ประสงค์สิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้น คนฟังก็ได้ คนสวดก็ได้ สวดเฉยๆ เพื่อเป็นสิริมงคลก็ได้ หรือมีปัญหาแก้ไม่ตก สวดมนต์นี้ก็จะช่วยได้
    ก่อนจะสวดมีการบูชานพเคราะห์และเทพทั้งหลายในจักรวาลให้รู้ว่าจะมีการสวดมนต์นี้ แล้วจึงสวด สวดจบแล้วก็จบ ไม่มีปลุกเสก ไม่มีอะไรทั้งสิ้นมีแต่ความสงบร่มเย็นเป็นสุขเป็นสิริมงคล"

    คัมภีร์นี้มีอานิสงส์ดังกล่าว ทั้งต่อผู้สวดและผู้ที่ได้ฟังอย่างมากมายมหาศาล นับเป็นบทสวดอย่างพิสดารที่หาฟังได้ยากยิ่งในปัจจุบัน สมควรหาฟังหรือสวดเพื่อเป็นมงคลแห่งชีวิต



    ที่มา:มติชน
    http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pra01201049&day=2006/10/20
     
  4. Fourthman

    Fourthman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,445
    ค่าพลัง:
    +4,879

แชร์หน้านี้

Loading...