ธรรมะจากพระนิพพาน

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย Me, myself, 12 มีนาคม 2010.

  1. Nok Nok

    Nok Nok เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    412
    ค่าพลัง:
    +3,291
    [​IMG]สาธุค่ะ ^_^ [​IMG]
     
  2. yupanatuk

    yupanatuk เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +419
    อนุโมทนา สาธุค่ะ ขอบคุณที่ช่วยชี้แนะทางหลุดพ้น คือพระนิพพาน สาธุ.
     
  3. namotussa

    namotussa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    341
    ค่าพลัง:
    +1,469
    ขออนุโมทนา สาธุ ครับ
    ได้ตามอ่านจาก ไม่เคยฝึกมโมยิทธิฯ แล้ว จนมาถึง ธรรมะจากพระนิพพาน ได้ความรู้ ความเข้าจากเพิ่มมากขึ้นเลย จะตามอ่านต่อไปครับ ขอให้ จขกท. มีแต่ความสุข ความเจริญ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และอุบัติเหตุใด ๆ คิดสิ่งใดหวังสิ่งใดขอให้สมดังที่ปราถนาทุกทุกประการ
     
  4. namotussa

    namotussa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    341
    ค่าพลัง:
    +1,469
    จากหนังสือ เทสรังสี รำลึก
    ถ้ายังยึดอยู่ตราบใดแล้ว จำเป็นจะต้องได้แบบนั้นอันนั้นเรียกว่าเข้าไปยึด ถ้าหากรู้เข้าใจตามเป็นจริงเสียแล้ว เห็นโทษอยู่ตลอดเวลา ไม่หลงเข้าไปยึด ต้องหาอุบายวิธีแก้ไข ด้วยการไม่เข้าไปยึด มีก็สักแต่ว่ามี เป็นก็สักแต่ว่าเป็น คือไม่เข้าไปยึด จะเห็นได้ขณะที่พระพุทธองค์จะเสด็จปรินิพพาน ตามเรื่องราวที่ได้ยินอยู่แล้วว่า พระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพพานนั่น ยถาทีโป จนิพ.พุโต ท่านอุปมาเปรียบเหมือนกับประทีปน้ำมัน เมื่อสิ้นไส้และน้ำมัน ไฟนั้นก็ดับ
    ไปเท่านั้น คือว่า รูปแตกท่านก็ไม่ถือว่ารูปแตก ขันธ์ดับ ท่านก็ไม่ถือว่าขันธ์ดับ เพราะเชื้อ คือ อุปาทาน ไม่มี
    ถ้า เชื้อ คือ อุปาทาน มีแล้ว เปรียบเหมือนกับว่า ไฟดับ แต่น้ำมันและไส้ยังมีอยู่ อาจจะไปจุดได้อีก หรือมิฉะนั้นก็เหมือนกับว่า ไฟดับหมดไปสามารถหาน้ำมันมาใส่ หรือจุดไม้ขีดต่อไป อันนี้มันหมดพร้อมกันเลย คือ อุปาทาน ตัวนี้ไม่มี เมื่อรูปแตกขันธ์ดับแล้ว ก็หา เชื้อ ไม่ได้ มิใช่ดับทั้งหมด เป็นแต่ เชื้อ ดับเท่านั้น อย่าเข้าใจอย่างบางคนเข้าใจ เดี๋ยว นิพพาน จะไม่มี
     
  5. Me, myself

    Me, myself บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    ธรรมะในวันอาสาฬหบูชา

    ได้มีโอกาสขึ้นไปกราบพระศาสดาในวันอาสาฬหบูชา

    ดิฉัน - นมัสการพระศาสดาค่ะ

    พระศาสดา - เจริญพร

    ดิฉัน - วันนี้พระศาสดามีธรรมะอะไรจะสอนบ้างไหมเจ้าคะ

    พระศาสดา - เอาเรื่อง "เมตตา" แล้วกัน

    ดิฉัน - เจ้าค่ะ

    พระศาสดา - รู้ไหมทำไมที่เวลาเธอเจอเรื่องราวอะไร พระศาสดาถึงบอกว่าให้แผ่เมตตา

    ดิฉัน - ก็คงเพราะจะทำให้เราไม่ทุกข์ แล้วก็ไม่ต้องก่อเวรก่อกรรมกันไปอีกน่ะเจ้าค่ะ ใช่ไหมเจ้าคะ

    พระศาสดา - ก็ถูกส่วนหนึ่ง จริงๆมีอะไรมากกว่านั้น เมตตาค้ำจุนโลก ถ้าหากทุกคนในโลกนี้มีเมตตาต่อกัน โลกนี้ก็จะไม่วุ่นวายอย่างทุกวันนี้หรอก เมื่อเรามีเมตตา เราก็ไม่ฆ่าสัตว์ เมื่อเรามีเมตตาเราก็ไม่อยากขโมยของใคร เมื่อเรามีเมตตาเราก็ไม่ไปทำลายครอบครัวของใคร เมื่อเรามีเมตตาเราก็ไม่อยากโกหกกล่าวร้ายใคร เมื่อเรามีเมตตาเราก็ไม่ทำผิดศีล และเมื่อเรามีเมตตาเราก็จะมีจิตใจที่ร่มเย็นไม่เร่าร้อน ไม่ก่อเวรกับใคร ย่อมเป็นที่รักของคน สัตว์ เทวดาแหละพรหม คนที่ไม่มีเมตตาเพราะมีแต่ โลภะ โทสะ โมหะ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ จิตใจก็รุ่มร้อนไปด้วยอารมณ์แห่งโลภะ โทสะ โมหะ ไม่สามารถหลุดพ้นได้ คนที่ไม่มีเมตตาย่อมไม่เป็นที่น่าคบหา ไปที่ไหนก็มีแต่คนรังเกียจ และเมื่อมนุษย์ไม่มีเมตตาต่อกัน ก็จะทำให้มีเรื่องต่างๆตามมา เพราะทุกคนก็จะทำผิดศีลได้ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ลักขโมย ผิดลูกเมียเขา โกหก เสพสุรายาเมา ความสงบก็จะไม่มี ตถาคตจึงสอนเธอให้มีแต่เมตตาต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ใครเขาจะว่าอะไร จะทำอะไร กล่าวหาเธอว่าอย่างไร เราก็เฉยเสีย เพราะว่าเราไม่มีทางจะดีหรือเลวไปกับคำของบุคคลอื่น แต่เป็นที่การกระทำของเราเอง แล้วเราก็สมควรที่จะแผ่เมตตาให้แก่เขาไป ไม่ต้องไปก่อกรรมต่อเนื่องกันไปอีก ให้อภัยและอโหสิต่อกัน อย่าได้อาฆาตจองเวรแก่กันและกัน แล้วจิตใจเราก็จะเป็นสุขไม่ต้องเป็นทุกข์ ความเมตตาเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ค้ำจุนโลก ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ชนะได้ด้วยการเมตตา ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าความเมตตาอีกแล้ว จงแผ่ความเมตตาออกไปให้กว้างไกลต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งมิตรและศัตรู ถ้าเธอเป็นคนมีเมตตาเป็นนิจไปที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่ คนเคารพ เป็นที่รักของทั้งคน สัตว์ และเทวดาพรหม เมตตาเป็นสิ่งแรกในพรหมวิหารสี่ สิ่งที่ทุกคนสมควรต้องมีประจำตัวแล้วก็ฝึกให้ทำให้ได้ ชีวิตจึงจะเป็นสุข ผู้ใดเจริญเมตตาเป็นนิจ ตถาคตถือว่าผู้นั้นคืออริยบุคคล

    ดิฉัน - สาธุ กราบอนุโมทนาแทบพระบาทของพระศาสดาในธรรมะเรื่องเมตตาเจ้าค่ะ คิดว่าคนอื่นๆคงจะได้นำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองได้ สำหรับลูกค่อนข้างจะเข้าถึงเมตตาอยู่เป็นนิจเพราะพระศาสดาคอยพร่ำสอนอยู่เป็นปกติเนืองๆ ทำให้ลดอารมณ์ต่างๆไปได้เยอะแล้วเจ้าค่ะ

    พระศาสดา - ดีแล้ว จงอย่าเป็นคนที่ตั้งอยู่ในความประมาท จงเจริญเมตตาเป็นนิจ แล้วเธอจะเป็นคนที่มีความสุขในชีวิต

    ดิฉัน - เจ้าค่ะ สาธุเจ้าค่ะ นมัสการลาเจ้าค่ะ

    พระศาสดา - เจริญพร

    ---------------------------------------------------------------------------------

    มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน โปรดอย่าเชื่อในทันทีตามกฏกาลามสูตร โปรดใช้ปัญญาพิจารณา
     
  6. ลูกเรือ

    ลูกเรือ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    87
    ค่าพลัง:
    +797
    ขออนุโมทนาด้วยครับ เมื่อวัน อาสาฬหบูชา ผมและแฟนได้ไปทำบุญที่วัดหลวงพ่อโตบางพลีครับ คนเยอะมากพี่[วันธรรมดาคนเยอะอย่างนี้หรือป่าวครับ] ไปหยอดตู้ทำบุญต่างๆ หล่อเทียนพรรษา ถวายสังฆทาน ปิดทองที่องค์หลวงพ่อโตด้วยครับ ขากลับไปข้ามเรือข้ามฝาก เรือจริงๆครับ ฮา ฮา ทำไมไม่มีคนคิดทำสะพานละครับ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงข้ามฝากแบบเสี่ยงๆ [ขากลับบ้านนี้หลงไปรอรถเมลฝั่งตรงข้ามบิ๊กซีตั้งนาน ไม่มีรถเมลเลยซักสาย ] ขอให้ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าและเพื่อนๆพี่น้องทุกท่านได้เข้าสู่พระนิพพานในชาตินี้ด้วยเทอญ
     
  7. Me, myself

    Me, myself บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    สะพานเขาทำไว้ตรงหน้าวัดไงคะ น้องไปข้ามตรงบิ๊กซีก็ต้องไปข้ามเรือเอาละค่ะ ค่าข้ามคนละหนึ่งบาท อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
     
  8. Me, myself

    Me, myself บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    ทำไมบุญจากการทำกรรมฐานถึงได้บุญมากกว่าสิ่งอื่นๆ

    บันทึกการทำสมาธิวันที่ 4 สิงหาคม 2553

    ได้ขึ้นไปกราบพระศาสดาที่พระนิพพานและได้ถามข้อปัญหาที่สงสัย

    ดิฉัน - นมัสการพระศาสดาค่ะ

    พระศาสดา - เจริญพร

    ดิฉัน - วันนี้ลูกมีปัญหามาถามอีกแล้วเจ้าค่ะ

    พระศาสดา - ปัญหาว่าอย่างไรละ

    ดิฉัน - ทำไมบุญจากการทำกรรมฐานถึงได้มีบุญมากกว่าการให้ทานและการถือศีลเจ้าคะ

    พระศาสดา - การทำกรรมฐานแม้เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียวก็มีบุญมหาศาล มากกว่าการให้ทานและถือศีลมากมายนัก เพราะว่าการให้ทานและการถือศีลนั้นมันทำง่าย แต่กรรมฐานนั้นทำยาก เพราะอะไร เพราะว่าจิตของคนมันไม่นิ่ง มันไม่มักอยู่เฉย คอยแต่จะสอดส่ายหาทางไปอยู่ร่ำไป ฟุ้งซ่านตลอดเวลา คิดแต่จะเอาจิตส่งออกนอก วุ่นวายไม่รู้จบ จิตไม่มีวันนิ่ง ตราบที่บุคคลนั้นไม่รู้จักบังคับจิตใจของตนเอง ดังนั้นบุคคลใดสามารถทำจิตให้นิ่งได้แม้เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียวก็ถือว่าเป็นบุญมาก และถ้าทำได้ยาวนาน บุญกุศลก็จะยิ่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ การที่บุคคลใดจะทำจิตให้นิ่งให้อยู่ในความสงบได้นั้น จะต้องมีความเพียรพยายามอย่างมาก เพราะต้องบังคับจิตใจที่ปกติคอยแต่จะแล่นไปตลอดเวลา เหมือนโคถึกที่พร้อมจะหลุดจากคอกไม่ยอมอยู่เฉย หากบุคคลผู้นั้นไม่มีความเพียร ไม่มีความตั้งใจ ไม่มีความมุ่งมั่น การทำกรรมฐานก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย เพราะว่าจะท้อซะก่อน ไม่เหมือนกับการให้ทานหรือถือศีลซึ่งไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายนักก็ทำได้ ถ้ามีพรหมวิหารสี่อยู่กับตัว ทานและศีลก็อยู่ในบุคคลผู้นั้น ส่วนกรรมฐานนั้นเป็นสิ่งที่ต้องฝืน ต้องต่อสู้กับความไม่นิ่งของจิต เพราะคอยแต่จะคิด จะฟุ้งซ่านตลอดเวลา ถึงทำได้ยากกว่าการให้ทานและศีล ดังนั้นบุญจากการทำกรรมฐานจึงได้มากกว่าการให้ทานและถือศีลดังนี้แล

    ดิฉัน - สาธุ ขอกราบแทบเท้าพระศาสดาในธรรมะที่สั่งสอนค่ะ นมัสการลาเจ้าค่ะ

    พระศาสดา - เจริญพร

    ---------------------------------------------------------------------------------

    มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน โปรดอย่าเชื่อในทันทีตามกฏกาลามสูตร โปรดใช้ปัญญาพิจารณาในการอ่าน
     
  9. kruoya

    kruoya Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    33
    ค่าพลัง:
    +51
    ชอบจังเลยค่ะ ได้มาเจอธรรมที่อ่านแล้วสนุก น่าติดตามทุกตอนเลยค่ะ

    จะติดตามตอนต่อไปนะคะ (n_n)
     
  10. ao.angsila

    ao.angsila เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    2,332
    ค่าพลัง:
    +26,664
    ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่างทั้งที่เห็นและไม่เห็นทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ตราบเข้าสู่พระนิพพานเลยนะครับ
     
  11. Thammaros

    Thammaros เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มกราคม 2007
    โพสต์:
    133
    ค่าพลัง:
    +1,328
    ขอกราบอนุโมทนากับพี่สาวเป็นอย่างสูงค่ะ ที่นำเอาพระธรรมอันสูงส่งมาเผยแพร่ให้ได้อ่านและเข้าใจมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 15 กันยายน 2010
  12. huayhik

    huayhik เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2010
    โพสต์:
    181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127
    ขอกราบแทบเท้าองค์พระศาสดาทุกพระองค์ครับ
    และผมขออนุโมทนากับพี่สาวด้วยครับ
    อ่านแล้วมีกำลังใจดีมากครับ...
     
  13. ariyabut

    ariyabut เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    88
    ค่าพลัง:
    +2,415
    อภิวาทวัน อนุโมทนา สา..ธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
     
  14. kencito

    kencito เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2010
    โพสต์:
    241
    ค่าพลัง:
    +954
    สุดยอดมากครับเกินจะบรรยายในพระคุณอันใหญ่หลวงที่กรุณาแบ่งปันครับ ผมอยากทำแบบนี้บ้าง ต้องรวบรวมบ้างแล้ว
     
  15. ธรรมทัศ

    ธรรมทัศ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2009
    โพสต์:
    109
    ค่าพลัง:
    +62
    โมทนา ครับ สาธุ สาธุ สาธุ ดีมากครับ ได้กำลังใจในการปฎิบัติมากเลยครับ
     
  16. wawa99

    wawa99 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    153
    ค่าพลัง:
    +645
    เรียนรู้เรื่องนรกสวรรค์ บาปบุญคุณโทษ
    สวดมนต์ นั่งสมาธิมาตั้งแต่เข้าพรรษา
    ตอนนี้ยังมืดตื้ออยู่เลยค่ะ แต่จะตั้งทำต่อไปและตั้งใจถือศีล5ไม่ให้ขาด
    เพราะได้เรียนรู้จากคุณMe,myselfและศึกษาในคำสอนของหลวงปู่ หลวงพ่อหลายท่าน
    ว่านรกสวรรค์มีจริง ขอบคุณมากค่ะ
     
  17. naron

    naron เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2009
    โพสต์:
    2,522
    ค่าพลัง:
    +3,588
    กราบสมเด็จองปฐมและพุทธเจ้าพระสาวกและเจ้าของกระทู้และญาติธรรมทุกๆท่าน อนุโมทนาบุญด้วยนะครับ
     
  18. dram

    dram สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2010
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +7
    ขอร่วมอนุโมทนา กับท่าน me. ครับ ธรรมะทุกข้อเป็นอย่างยิ่ง
    สำหรับผู้ที่ปฎิบัติ และศึกษาปฎิบัติครับ.......
     
  19. แสงศร

    แสงศร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    77
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +616
    อนุโมทนาค่ะ ขอให้พี่Me มีความสุขและสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
    คิดสิ่งใดสมความปรารถนาทุกประการ
     
  20. Sudjai99

    Sudjai99 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    138
    ค่าพลัง:
    +399
    สาธุขอโมทนากับ ท่านเจ้าของกระทู้และทุกทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ดีใจมากมากที่ได้อ่าน ปลื้มใจด้วยกับทุกทุกท่านจริงจริงคะ
    ฉันเองยังโง่เขลามากเลยมีอะไรต้องเรียนเยอะเลยคะ แต่ก็จะมุ่งไปให้ได้คะ ฝาก กราบแทบพระบาท พระศาสดา สมเด็จองค์ปฐม และทุกทุกพระองค์ หลวงปู่ หลวงพ่อ พระอรหันต์ ทุกองค์ที่คุณพี่ไปกราบด้วยนะคะ
    สาธุ เด้อ
     

แชร์หน้านี้

Loading...