ธรรมะ จากเพจ พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย สายหลวงปู่มั่น, 4 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    UNESCO ประกาศยกย่องให้หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ในวาระที่มีชาตกาลครบ ๑๕๐ ปีในปีหน้า เป็นบุคคลสำคัญของโลกประจำวาระปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ นับเป็นพระอริยสงฆ์รูปที่ ๓ ของประเทศไทย นับแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส และท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ได้รับการยกย่องก่อนหน้า..

    น้อมกราบบูชาคุณ บูชาธรรม
    หลวงปูมั่น ภูริทัตโต
    เทิดไว้เหนือเศียรเกล้า..เจ้าค่ะ

    unesco-ประกาศยกย่องให้หลวงปู.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  2. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    วันพฤหัสบดี ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช เสด็จไปวัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ในพิธีประทานโล่ประกาศเกียรติคุณและทุนสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ดีเด่น ปีการศึกษา ๒๕๖๑ โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า

    1f340.png ”เจ้าพระคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ประทานกำเนิดการเรียนการสอน และการสอบนักธรรมซึ่งเป็นการศึกษาธรรมะสำหรับบรรพชิต และต่อมา เจ้าพระคุณ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้ประทานกำเนิดการเรียนการสอน และการสอบธรรมศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาธรรมะสำหรับฆราวาสไว้ ด้วยมีพระประสงค์ให้พุทธบริษัททุกหมู่เหล่า เล่าเรียนธรรมะตามหลักสูตรที่ถูกต้อง จะได้ไม่ไขว้เขวไปเรียนรู้อย่างผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากพระไตรปิฎก อันเป็นองค์ธรรมซึ่งเปรียบประดุจองค์แทนสมเด็จพระบรมศาสดา นับเป็นพระเดชพระคุณอันยิ่งใหญ่ของทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์ของเราทั้งหลาย สมควรที่ทุกท่านจะช่วยกันสืบสานพระปณิธานให้มั่นคงสถาพร ด้วยความวิริยอุตสาหะ และกตัญญูกตเวที

    1f340.png สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัทบำเพ็ญกุศลอยู่เสมอเป็นเนืองนิตย์ กุศลในทางพระพุทธศาสนาจำแนกสังเขปได้เป็น ๓ ขั้น กล่าวคือ ขั้นการให้ทาน ขั้นการรักษาศีล และขั้นการเจริญภาวนา พุทธศาสนิกชนส่วนมากจะรู้จักการให้ทาน และการรักษาศีลกันพอสมควรแล้ว แต่อาจยังสงสัยว่าการเจริญภาวนา คืออะไร โอกาสนี้ จึงขอเน้นย้ำเรื่องการภาวนา

    1f340.png ‘ภาวนา’ หมายถึงการเจริญ การอบรม การทำให้มีให้เป็นขึ้น ภาวนาไม่ได้แปลว่าบริกรรมหรือท่องมนต์คาถาโดยไม่รู้ความหมาย อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด หากแต่ในทางพระพุทธศาสนา ย่อมหมายถึง การทำจิตใจให้สงบและทำให้เกิดปัญญาขึ้น เพราะถ้าไม่มีปัญญาเสียแล้ว ทานก็ให้ผิด ศีลก็รักษาไม่ถูก เพราะไม่มีปัญญาพิจารณาด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง

    1f340.png ด้วยเหตุนี้ วิธีการเจริญภาวนา จึงได้แก่การศึกษาอบรมให้รู้แจ้งในพระสัทธรรม หรืออีกนัยหนึ่ง การศึกษานักธรรมและธรรมศึกษาให้มีปัญญาแจ่มแจ้งในทางพระพุทธศาสนา ย่อมเป็นวิธีบำเพ็ญกุศลขั้นภาวนานั่นเอง”

    -ที่-๒๒-สิงหา.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  3. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  4. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    จงพยายามรักษา ” ธุดงค์ ”
    ไว้ให้มั่นคงต่อไป อย่าเสื่อมล่วงโรยไปเสีย ” ธุดงควัตรเสื่อม ” ก็เท่ากับ “ศาสนาเสื่อม ” แม้คัมภีย์ธรรมทั้งหลาย
    ยังมีอยู่ ก็ไม่สามารถทรงคุณค่าแก่ผู้ที่สนใจได้เท่าที่ควร
    ” ธุดงควัตร”เป็นธรรมขั้นที่สูงมาก

    ผู้ที่รักษา “ธุดงค์ “ได้ ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจที่สูงเช่นกัน

    โอวาทธรรม:หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

    -ธุดงค์.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  5. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    พรุ่งนี้คือวันพระ แรม 14 ค่ำ เดือน 9

    ีตสิบสอง ครองสิบสี่ มูลมังมรดกอีสาน

    1f33c.png บุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า ประเพณีภาคอีสาน ที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และสัตว์นรกหรือเปรต

    1f33c.png ประเพณีบุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมาในภาคอีสาน โดยบุญข้าวประดับดิน เป็นงานประเพณีที่ถูกจัดขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือนเก้า ของทุก ๆ ปี ประเพณีบุญข้าวประดับดิน

    1f33c.png ทั้งนี้ในการทำบุญข้าวประดับดินนั้น ชาวบ้านจะนำข้าวปลา อาหาร คาวหวาน ผลไม้ หมาก พลู บุหรี่ มาห่อด้วยใบตอง และทำเป็นห่อเล็ก ๆ ก่อนจะนำไปวางตามโคนต้นไม้ใหญ่หรือตามพื้นดินบริเวณรอบ ๆ เจดีย์ หรือโบสถ์ โดยการทำบุญข้าวประดับดินนี้ ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์นรก หรือเปรต

    นอกจากนี้ บุญข้าวประดับดิน ยังถือว่าเป็นการให้ทานแก่ผู้ยากไร้รวมทั้งสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ที่ต้องหิว อดมื้อกินมื้อมาตลอดทั้งปีอีกด้วย เพราะการที่ตั้งอาหารไว้ที่พื้นทำให้สัตว์เหล่านั้นสามารถเข้ามากินอาหารได้อย่างเต็มที่

    ความเป็นมาบุญข้าวประดับดิน

    การทำบุญข้าวประดับดินนี้ เกิดจากความเชื่อตามนิทานธรรมบทว่า ญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ได้ยักยอกเงินวัดไปเป็นของตนเอง ครั้นตายไปแล้วได้ไปเกิดเป็นเปรตในนรก และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารถวายทานแด่พระพุทธเจ้าแล้วมิได้อุทิศให้ญาติที่ตาย กลางคืนพวกญาติที่ตายมาแสดงตัวเปล่งเสียงน่ากลัวให้ปรากฏใกล้พระราชนิเวศน์ รุ่งเช้าได้เสด็จไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทูลเหตุุให้ทราบ พระเจ้าพิมพิสารจึงถวายทานอีก แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ ญาติที่ตายไปจึงได้รับส่วนกุศล ดังนั้น การทำบุญข้าวประดับดิน คือการทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ตายแล้ว ถือเป็นประเพณีที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี

    ประวัติบุญข้าวประดับดิน ประเพณีบุญเดือนเก้าของชาวอีสาน

    พิธีกรรมบุญข้าวประดับดิน มีดังนี้

    1f33c.png 1. วันแรม 13 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจะเตรียมข้าวต้ม ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และบุหรี่ไว้ 4 ส่วน ส่วนหนึ่งเลี้ยงดูกันภายในครอบครัว ส่วนที่สองแจกให้ญาติพี่น้อง ส่วนที่สามอุทิศให้ญาติที่ตายไปแล้ว และส่วนที่สี่นำไปถวายพระสงฆ์

    ในส่วนที่สาม ญาติโยมจะห่อข้าวน้อย ซึ่งมีวิธีการห่อคือ ใช้ใบตองห่อขนาดเท่าฝ่ามือ ส่วนความยาวนั้นให้ยาวสุดซีกของใบตอง

    1f33c.png 2. วันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจะไปวัดตั้งแต่เวลาตี 4 เพื่อนำสิ่งของที่เตรียมไว้จัดใส่กระทง หรือเย็บเป็นห่อเหมือนข้าวสากไปวางอุทิศส่วนกุศลตามที่ต่าง ๆ ซึ่งการวางแบบนี้ เรียกว่า การวางห่อข้าวน้อย แต่หากเป็นการนำไปวางในวัด จะเรียกว่า การยาย (วางเป็นระยะ ๆ ) ห่อข้าวน้อย ซึ่งเวลานำไปวางจะพากันไปทำอย่างเงียบ ๆ ไม่มีการตีฆ้อง ตีกลองแต่อย่างใด

    1f33c.png 3. หลังจากวางเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะกลับบ้านเพื่อเตรียมอาหารทำบุญที่วัดอีกทีหนึ่งในตอนเช้า เมื่อพระสงฆ์ฉันเช้าเสร็จก็จะเทศน์ฉลองบุญข้าวประดับดิน ต่อจากนั้น ชาวบ้านจะนำปัจจัยไทยทานถวายแด่พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ให้พรเสร็จ ชาวบ้านที่มาทำบุญก็จะกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้วทุก ๆ คน

    -แรม-14-ค.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  6. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  7. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  8. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  9. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  10. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  11. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    ันนี้วันพระ 1f64f.png บุญเดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน

    ฮีตสิบสอง ครองสิบสี่ มูลมังมรดกอีสาน

    บุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า ประเพณีภาคอีสาน ที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และสัตว์นรกหรือเปรต

    ประเพณีบุญข้าวประดับดิน บุญเดือนเก้า เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมาในภาคอีสาน โดยบุญข้าวประดับดิน เป็นงานประเพณีที่ถูกจัดขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือนเก้า ของทุก ๆ ปี ประเพณีบุญข้าวประดับดิน

    ทั้งนี้ในการทำบุญข้าวประดับดินนั้น ชาวบ้านจะนำข้าวปลา อาหาร คาวหวาน ผลไม้ หมาก พลู บุหรี่ มาห่อด้วยใบตอง และทำเป็นห่อเล็ก ๆ ก่อนจะนำไปวางตามโคนต้นไม้ใหญ่หรือตามพื้นดินบริเวณรอบ ๆ เจดีย์ หรือโบสถ์ โดยการทำบุญข้าวประดับดินนี้ ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์นรก หรือเปรต

    นอกจากนี้ บุญข้าวประดับดิน ยังถือว่าเป็นการให้ทานแก่ผู้ยากไร้รวมทั้งสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ที่ต้องหิว อดมื้อกินมื้อมาตลอดทั้งปีอีกด้วย เพราะการที่ตั้งอาหารไว้ที่พื้นทำให้สัตว์เหล่านั้นสามารถเข้ามากินอาหารได้อย่างเต็มที่

    ความเป็นมาบุญข้าวประดับดิน

    การทำบุญข้าวประดับดินนี้ เกิดจากความเชื่อตามนิทานธรรมบทว่า ญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ได้ยักยอกเงินวัดไปเป็นของตนเอง ครั้นตายไปแล้วได้ไปเกิดเป็นเปรตในนรก และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารถวายทานแด่พระพุทธเจ้าแล้วมิได้อุทิศให้ญาติที่ตาย กลางคืนพวกญาติที่ตายมาแสดงตัวเปล่งเสียงน่ากลัวให้ปรากฏใกล้พระราชนิเวศน์ รุ่งเช้าได้เสด็จไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทูลเหตุุให้ทราบ พระเจ้าพิมพิสารจึงถวายทานอีก แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ ญาติที่ตายไปจึงได้รับส่วนกุศล ดังนั้น การทำบุญข้าวประดับดิน คือการทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ตายแล้ว ถือเป็นประเพณีที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี

    ประวัติบุญข้าวประดับดิน ประเพณีบุญเดือนเก้าของชาวอีสาน

    พิธีกรรมบุญข้าวประดับดิน มีดังนี้

    1. วันแรม 13 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจะเตรียมข้าวต้ม ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และบุหรี่ไว้ 4 ส่วน ส่วนหนึ่งเลี้ยงดูกันภายในครอบครัว ส่วนที่สองแจกให้ญาติพี่น้อง ส่วนที่สามอุทิศให้ญาติที่ตายไปแล้ว และส่วนที่สี่นำไปถวายพระสงฆ์

    ในส่วนที่สาม ญาติโยมจะห่อข้าวน้อย ซึ่งมีวิธีการห่อคือ ใช้ใบตองห่อขนาดเท่าฝ่ามือ ส่วนความยาวนั้นให้ยาวสุดซีกของใบตอง

    2. วันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ชาวบ้านจะไปวัดตั้งแต่เวลาตี 4 เพื่อนำสิ่งของที่เตรียมไว้จัดใส่กระทง หรือเย็บเป็นห่อเหมือนข้าวสากไปวางอุทิศส่วนกุศลตามที่ต่าง ๆ ซึ่งการวางแบบนี้ เรียกว่า การวางห่อข้าวน้อย แต่หากเป็นการนำไปวางในวัด จะเรียกว่า การยาย (วางเป็นระยะ ๆ ) ห่อข้าวน้อย ซึ่งเวลานำไปวางจะพากันไปทำอย่างเงียบ ๆ ไม่มีการตีฆ้อง ตีกลองแต่อย่างใด

    3. หลังจากวางเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะกลับบ้านเพื่อเตรียมอาหารทำบุญที่วัดอีกทีหนึ่งในตอนเช้า เมื่อพระสงฆ์ฉันเช้าเสร็จก็จะเทศน์ฉลองบุญข้าวประดับดิน ต่อจากนั้น ชาวบ้านจะนำปัจจัยไทยทานถวายแด่พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ให้พรเสร็จ ชาวบ้านที่มาทำบุญก็จะกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้วทุก ๆ คน

    .

    -บุญเดือนเ.jpg
    -บุญเดือนเ.jpg
    -บุญเดือนเ.jpg
    -บุญเดือนเ.jpg
    -บุญเดือนเ.jpg
    -บุญเดือนเ.jpg
    -บุญเดือนเ.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  12. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  13. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  14. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  15. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    เรื่อง “พุทธันดร ความหมายที่ถูกต้องตามธรรม”

    (วิสัชนาธรรมโดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
    (จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม)
    (ฉบับพิเศษ เล่ม ๒)

    เมื่อสิ้น ๕,๐๐๐ ปี จะมี “พุทธันดร” ขึ้นมาแทรก มีผู้ตั้งคำถามหลวงพ่อว่า

    “ได้ยินมาว่าเมื่อครบ ๕,๐๐๐ ปีแล้ว ก็จะมีศาสนาของ พระศรีอาริยเมตไตรย สืบต่อจากศาสนานี้ใช่หรือไม่ ?”

    หลวงพ่อถามกลับว่า “หมายความว่า เมื่อสิ้นศาสนา ๕,๐๐๐ ปีแล้วใช่ไหม แล้วพระศรีอาริยเมตไตรยจึงมาตรัสรู้
    ผู้ถามตอบว่า “ใช่ครับ”

    หลวงพ่อจึงบอกว่า “ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นนะคุณ ถ้าศาสนานี้ครบ ๕,๐๐๐ ปีแล้ว พระศรีอาริยเมตไตรยยังไม่มาตรัส จะต้องว่างจากพระพุทธศาสนาไปหนึ่งพุทธันดรก่อน แต่ว่าในช่วงที่ว่างพระพุทธเจ้านี่ก็จะมี พระปัจเจกพุทธเจ้า ขึ้นมาแทน สำหรับพระปัจเจกพุทธเจ้านี่ ต่ำกว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือว่าพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาแล้วก็ทรงสอนคนตั้งแต่อันดับต้นให้รู้จักการให้ทาน ให้รู้จักการรักศีล ให้รู้จักการเจริญภาวนาให้รู้จักการครองเรือนให้อยู่เป็นสุข และให้รู้จักการปฏิบัติตนให้เข้าถึงกามาวจรสวรรค์ ให้เข้าพรหมโลก ให้เข้าถึงพระนิพพาน

    สำหรับพระปัจเจกพุทธเจ้าไม่เช่นนั้น ท่านตรัสแล้วท่านก็เฉยๆ หากว่าจะสงเคราะห์กันก็สงเคราะห์ในขั้นต้น คือ ทานกับศีล ไม่เหมือนพระพุทธเจ้า ทีนี้เมื่อเวลากาลล่วงไปหนึ่งพุทธันดร อาตมาตอบไม่ได้นะว่ากี่ปี ถ้าจะให้รู้กันจริงๆ คุณก็จงอย่าตายนะ อยู่ไปจนกว่าพระศรีอาริย์จะมา อยู่ไหวไหมล่ะ ?

    ผู้ถามจึงได้ถามต่อว่า : “ผมอยากจะถามว่า พระพุทธเจ้าองค์แรกทรงพระนามว่าอะไรครับ ? ”

    หลวงพ่อตอบว่า “พระกกุสันโธ เป็นพระพุทธเจ้าองค์แรกสำหรับกัปนี้ แต่องค์แรกจริงๆ ไม่ใช่องค์นี้ ที่เราเรียกว่า องค์ปฐม องค์ปฐมน่ะท่านเป็นพระพุทธเจ้าองค์แรก เคยถามท่านว่าใช้เวลาถอยหลังไปเท่าไร ท่านบอกว่า ให้ตั้งเลข ๕ ขึ้นมา แล้วเอาศูนย์ใส่ไป ๕๐ ตัว ได้เท่าไรบอกฉันด้วย นับเป็นอสงไขยกัปนะ ไม่ใช่นับเป็นกัปเฉยๆ อสงไขยของกัป

    ถ้าจะถามว่ามากเกินไปไหม ก็ต้องตอบว่าไม่มากหรอก เราต้องดูซิว่าพระพุทธเจ้าขั้นปัญญาธิกะ ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมีถึง ๔ อสงไขยกับแสนกัป

    ถ้าศรัทธาธิกะ ต้องใช้เวลา บำเพ็ญบารมีถึง ๘ อสงไขยแสนกัป ถ้าวิริยาธิกะ ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมี ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป ไม่เท่ากัน ทีนี้กัปหนึ่งมีพระพุทธเจ้ากี่องค์

    สำหรับสูญญากัป อันตรายกัปนี่ไม่มีพระพุทธเจ้า มีแต่พระปัจเจกพุทธเจ้า อันตรายกัปนี่เป็นกัปที่มีอันตรายมาก รบราฆ่าฟันกันเป็นประจำ มันมีแต่พวกมาจากอบายภูมิมาเกิด อันนี้เป็นเรื่องจริง บางกัปก็มีพระพุทธเจ้าองค์เดียว บางกัปมี ๒ องค์ ๕ องค์ ยังไม่เคยเจอ แต่กัปนี้มีถึง ๑๐ องค์นะ ฉะนั้นคนที่เกิดในกัปนี้เฮงที่สุด แล้วก็ซวยที่สุด”

    ผู้ถามจึงถามด้วยความสงสัยว่า
    “เป็นยังไงหรือครับ ?”

    หลวงพ่อกล่าวต่อว่า

    “เฮงที่สุดก็คือ เกิดมาแล้วตั้งใจทำความดี ตายไปเป็นเทวดาหรือพรหม เมื่อเป็นเทวดาหรือพรหมแล้วพระพุทธเจ้าไปเทศน์ครั้งเดียวก็เป็นพระโสดาบัน ไอ้ซวยที่สุดก็คือ เกิดมาชาตินี้ไม่ทำความดี ตายไปก็ลงนรกลงนรกแล้วพระพุทธเจ้าอีก ๖ องค์มาตรัส นึกว่าจะเกิดมาได้พบ ไม่มีทาง อีก ๓๐ องค์ก็ยังไม่ได้พบ”

    ผู้ถาม (หัวเราะ) แล้วตอบว่า
    “ไม่ไหวหรอกครับ”

    หลวงพ่อจึงกล่าวเสริมว่า “เป็นอันว่าเมื่อครบหนึ่งพุทธันดรแล้ว พระศรีอาริยเมตตรัยมาตรัสเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ในกัปนี้ แต่ว่าสำหรับกัปนี้ไม่ได้มีพระพุทธเจ้าเพียง ๕ พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ว่า หลังจากพระศรีอริยเมตไตรยมาตรัสแล้ว ยังมีพระพุทธเจ้าต่อไปอีก ๕ พระองค์ คือ ในกัปนี้ทรงพระพุทธเจ้าได้ ๑๐ พระองค์

    ศาสนาพระศรีอาริย์ ท่านว่าศาสนาของท่านนั้นมีผลดังนี้

    ๑. คนสวยทุกคน มีผิวเหลือง เนื้อละเอียด คนแก่ที่สุดมีทรวดทรงเท่ากับคนอายุประมาณ ๒๐ ปีเศษ ของสมัยนี้เท่านั้นเอง อายุคนสมัยนั้นท่านว่า มีอายุถึง ๔ หมื่นปีเป็นอายุขัย

    ๒. สมัยของท่าน ไม่มีคนจน มีแต่คนรวย มีต้นไม้สารพัดนึกอยู่ในที่ทุกสถาน สัตว์นรก เปรต อสุรกาย ที่มีจิตใจชั่วร้ายยังไม่มีโอกาสเกิดในสมัยของพระองค์ ท่านที่จะไปเกิดนั้น ต้องเป็นเทวดาหรือพรหมเท่านั้น โลกจึงมีแต่ความสุข ไม่มีตำรวจทหารมีแต่พ่อบ้านแม่เรือน

    ๓. การสัญจรไปมาก็สะดวกสบาย ไปทางไหนก็พายตามน้ำ

    ๔. คนเข้าถึงธรรมทุกคน ท่านว่าคนที่เจริญสมถะพอมีญาณ หรือมีวิปัสสนาญาณบ้าง พอสมควร จะเข้าถึงธรรมาพิสมัยได้โดยฉับพลัน คือเป็นพระอริยะเจ้า คนที่ได้อริยะต้นแล้ว จะเข้าถึงอรหัตผลได้โดยฉับพลัน คนที่ทำบุญไว้น้อย คือฟังคาถาพัน และปฏิบัติตามแต่ไม่สมบูรณ์ อย่างต่ำก็เข้าถึงไตรสรณคมน์ อย่างสูงก็ได้อริยะ ที่เป็นอย่างนี้ เป็นเพราะว่าท่านบำเพ็ญบารมีถึง ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป ท่านบำเพ็ญบารมีมาก คนเลวจึงเข้าแทรกแซงในศาสนาของพระองค์ไม่ได้ น่าเกิดจริงนะ

    ผู้ถามจึงถามต่อด้วยความตื่นเต้นว่า “โอโฮ้ ทีนี้ผลต่างกันไหมครับ ที่ใช้เวลาบำเพ็ญบารมีไม่เท่ากัน ?”

    หลวงพ่อกล่าวต่อว่า “ผลมันต่างกันแน่ อย่างพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้บำเพ็ญบารมีขั้น “ปัญญาธิกะ” จะเห็นว่าโลกมันเป็นอย่างนี้ละ มีการรบราฆ่าฟันกัน มีคนจน มีคนรวย ถ้า “ศรัทธาธิกะ” ละก็คนจนไม่มี มีแต่คนรวย เพราะพระพุทธเจ้าท่านมีบารมีมาก ส่วน “วิริยาธิกะ” ละก็เพียบพร้อมไปทุกอย่าง สมัยโน้นจะหาคำว่าลำบากสักนิดไม่มี ความป่วยไข้ไม่สบายเกือบหาไม่ได้ ที่ท่านต้องบำเพ็ญบารมีมาก ก็เพื่อสั่งสมความดีให้มาก แล้วก็คนที่ไปเกิดในสมัยนั้นก็ต้องเป็นคนที่ต้องบำเพ็ญบารมีตามกันไป

    พระพุทธเจ้าแต่ละองค์มิใช่จะโปรดคนได้หมด ต้องโปรดคนได้เฉพาะคนที่บำเพ็ญบารมีร่วมกันมาแต่ละชาติที่เกิดร่วมกันมา เป็นพวกเป็นพ้อง ทำอะไรก็ทำด้วยกัน เวลาทำบาปก็ทำด้วยกัน ไปสวรรค์ก็ไปด้วยกัน ไปนรกก็ไปด้วยกัน หลวงพ่อลาพุทธภูมิแล้วจะไปนิพพาน ลูกหลานจะอยู่หรือจะไปด้วยล่ะ ?

    (เครดิตจากคุณ Phithak Saraphat)

    -พุทธันดร-ความหมา.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  16. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  17. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    เรื่อง “ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี แต่หนึ่งเดียวที่สอนให้บรรลุถึงที่สุดแห่งความดี คือพุทธศาสนา”

    (โดย วัดดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน)

    มีหลายคนที่ชอบพูดว่า “ศาสนาทุกศาสนาล้วนสอนคนให้เป็นคนดีได้ทั้งนั้น” ซึ่งมันก็จริงอย่างนั้น แต่ว่า มันจริงยังไม่หมด หากพูดเพียงเท่านั้น ก็อาจทำคนให้เข้าใจคลาดเคลื่อนไปได้ว่า ถ้าเช่นนั้น นับถือศาสนาไหนๆในโลกก็ไม่ต่างกันนักสิ เพราะก็เป็นคนดีได้เหมือนกัน

    ฉะนั้น ตรรกะอันนี้มันจึงยังใช้ไม่ได้ เพราะนิยามของคำว่า “คนดี” ในแต่ละศาสนานั้น ย่อมมีนัยที่แตกต่างกัน เพราะชื่อว่า “คนดี” มันเป็นเพียงตัวหนังสือ หรือคำพูด แต่สิ่งที่ถูกเรียกว่า “คนดี” นั้น มันมีมากมายและหลากหลาย คนดีแต่ละคนถ้าอยู่ตามลำพัง ก็อาจมองไม่เห็นความแตกต่าง แต่ถ้าเอาคนดีหลายๆคนมาเปรียบเทียบกันแล้ว ย่อมมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

    คนดีระดับพื้นๆธรรมดาทั่วไปตามความรู้สึกของชาวบ้าน คนดีที่มีศีลธรรมอันมั่นคงที่เป็นกัลยาณปุถุชน คนดีที่มีศีลธรรมอันบริสุทธิ์สามารถสละชีพบูชาธรรม เข้าถึงอริยธรรมชั้นต้น นับแต่พระโสดาบันขึ้นไป คนดีที่เพรียบพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา อันบริสุทธิ์บริบูรณ์หมดจดจากกิเลสอย่างสิ้นเชิง อยู่จบพรหมจรรย์เสร็จกิจในพระพุทธศาสนา

    ดังนั้น คำว่า “คนดี” นี้จึงมีนัยที่หลากหลาย โดยเฉพาะ คนดีในระดับที่ทรงคุณธรรมชั้นสูงๆนี้ ย่อมไม่มีในศาสนาอื่นๆเลย

    เพราะฉะนั้น หากจะพูดว่า “ศาสนาใดๆล้วนสอนทุกคนให้เป็นคนดี” ก็ต้องพูดต่อให้จบว่า “แต่ศาสนาที่สั่งสอนให้คนบรรลุถึงที่สุดแห่งความดีได้ มีเพียงศาสนาพุทธศาสนาเดียวในโลก”

    -ทุกศาสนาสอนให้เป.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  18. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  19. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
  20. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    20,940
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +483
    “ขอให้อ่อนน้อมถ่อมตน
    พร้อมที่จะแก้ไขตัวเองอยู่เสมอ

    ไม่ว่าใครเป็นผู้เสนอความเห็น
    ก็ขอให้เราพร้อมที่จะรับฟัง

    เพราะอะไร? เพราะต้องเป็นธัมมกาโม
    เป็นคนรักธรรม มากกว่ารักหน้าของตัวเอง”

    -:-พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ-:-

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...