ธรรมะ จากเพจ พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย สายหลวงปู่มั่น, 4 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
    เรื่อง “พุทธภูมิ กว่าจะได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้านั้น เป็นของยากเป็นของลำบากที่สุด”

    (คติธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)

    พูดเรื่องปรารถนาพุทธภูมินี้ อย่างพระพุทธเจ้าเสด็จจากโปรดพระมารดาชั้นดาวดึงส์ลงมานี้ ทรงบันดาลฤทธิ์เดชต่างๆ ของพุทธานุภาพนั่นแหละ ให้ประชาชนตลอดเทวบุตรเทวดาอะไรๆ ให้เห็นกันในขณะนั้น ใครก็พออกพอใจ ใครก็ปรารถนาเป็นพุทธภูมิๆ หมด ไม่ใช่เล่นๆ นะ ตอนที่เสด็จลงมาพระพุทธเจ้าทรงแสดงฤทธานุภาพให้สัตว์ทั้งหลายได้เห็นตามความจริงที่ถูกสิ่งกำบังมันปิดเอาไว้ๆ ไม่ให้เห็น ทรงแสดงฤทธิ์ออกมาให้เห็นด้วย ให้เห็นความอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้า พลานุภาพทุกอย่างเต็มอยู่นั้นหมด ใครก็ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าๆ โอ๊ย มากมายก่ายกอง พระองค์ก็ทรงยิ้มพระโอษฐ์ แน่ะ ภาษาเราว่ายิ้ม ใครก็อยากเป็นพระพุทธเจ้า แต่เหล่านี้จะเป็นได้สักรายหนึ่งก็ยากนะ นั่น

    คือความเป็นพระพุทธเจ้าเป็นของยากของลำบากที่สุด ต้องอดต้องทนทุกอย่างรวมอยู่นั้นหมดเลย อยู่ในพุทธภูมิ ผู้จะนำโลกต้องเป็นผู้มีความสามารถ ความอดความทนความอุตส่าห์พยายามทุกสิ่งทุกอย่างต้องทนรับทั้งนั้น เป็นเหมือนกันกับพื้นดิน ใครจะขี้รดเยี่ยวรดอะไรๆ ก็เท่านั้น หนาแน่นไปด้วยการบำเพ็ญ เหมือนแผ่นดินความหมายว่างั้น ถึงอย่างนั้นยังนานต่างกัน พระพุทธเจ้าประเภทที่หนึ่งทรงบำเพ็ญพระบารมี กว่าจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา ๑๖ อสงไขย อสงไขยๆ นี้แปลว่านับไม่ได้ มันก็ไม่เข้าใจ ก็เหมือนอย่างว่าหนึ่งล้านๆ นับไปเท่าไรๆ เอาล้านรับไว้เลย ยี่สิบ สามสิบ สี่สิบล้านอย่างนี้ เหมือนว่าอสงไขยๆ หนึ่ง ให้เป็นเหมือนหนึ่งล้าน ลักษณะอย่างนั้นละนะ อสงไขยแสนมหากัป นู่นน่ะ ติดอีกแสนมหากัป ๑๖ อสงไขยแสนมหากัป สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา มีความสามารถทุกสิ่งทุกอย่างในการที่จะนำสัตว์โลก แบกภาระได้หนักมากทีเดียว นำสัตว์โลกให้พ้นจากทุกข์ได้มากมาย

    ประเภทที่สองรองกันลงมา ประเภทที่สามก็เหมือนพระพุทธเจ้าของเรา พระองค์ก็รับสั่งแล้วว่า กำลังเราน้อยไม่เหมือนพระพุทธเจ้าสองประเภทนั้น แต่เรื่องความรู้ความฉลาดสามารถเต็มภูมิของศาสดาด้วยกัน เป็นแต่เพียงว่าการนำสัตว์โลกนี้มีกำลังมากน้อยต่างกัน ความรู้ความเฉลียวฉลาด โลกวิทู นี้เหมือนกัน รู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่าง ท่านแสดงไว้เรื่องพุทธภูมิ

    -พุทธภูมิ-กว่าจะไ.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  2. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  3. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
    ู่บารมีหลวงปู่ชอบ_เป็นคู่กันมานับล้านชาติ

    เรื่อง “หลวงปู่ชอบโปรดคู่บารมี จนบรรลุโสดาบัน”

    (ธรรมะประวัติองค์หลวงปู่จาม มหาปุญโญ)
    วัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

    ท่านอาจารย์ชอบ ฐานสโม เพิ่นเล่าให้ฟังว่า “บวชได้ ๒๐ พรรษา ปีนั้นอยู่จำพรรษาบ้านลิเตอะ ข้างดอยเชียงตอง เมืองพม่า มีลูกสาวคนร่ำรวยมีหน้ามีตาในหมู่บ้านตำบลแถบนั้นยกย่องให้เป็นหัวหน้าผู้นำ กำลังเป็นสาวอายุ ๑๙ ย่าง ๒๐ ปี รูปร่างสวยงาม มาขอให้ลาสิกขาออกไปอยู่ด้วยกัน เป็นสามีภรรยากัน ก็ว่า “ อายุมากแล้ว ๔๐ กว่าปี แล้วออกไปจะทำอะไรได้

    เขาว่า “ไม่ต้องทำอะไรมากหรอกดูแลการค้าขายกับพวกอังกฤษ”
    “ค้าขายไม่เป็น” หลวงปู่ชอบ (ฐานสโม) กล่าว
    “ฝึกหัดเอานิดหน่อยก็เป็นแล้ว”
    “พูดจาฝรั่งไม่เป็น” หลวงปู่ชอบ (ฐานสโม) กล่าว
    “ไม่เป็นไร เขามีล่ามชาวพม่าอยู่ เงินกำไรทุนรอนไม่ต้องกังวลมีอยู่มากแล้วค้าขายสะสมอีกนิดหน่อยก็อยู่ได้แล้ว อย่างว่าไม่ได้ก็ขอให้มีลูกหญิงก็ได้มีลูกชายก็ได้สักคน แล้วจึงจะกลับเข้าบวชก็ตามใจ”

    ตกลงกันอยู่นานหลายวันหลายครั้ง มีญาติผู้ใหญ่ของเขามาพูดจาช่วยสุดท้ายเขามาถามว่า “ลืมกันแล้วหรือ เคยทำบุญให้ทานบำเพ็ญมาด้วยกันลืมกันแล้วหรือ มาเสาะหาเห็นแล้วจะจากหนีไปอีกอย่างนั้นหรือ”

    “ไม่ลืมหรอก ถ้าลืมก็ไม่มา ที่มานี่ก็เพื่อจะมาบอกมาสอนให้รู้จักทานรู้จักศีล รู้จักภาวนา หาทางพ้นทุกข์ไปเสีย” หลวงปู่ชอบ (ฐานสโม) กล่าว อยู่จำพรรษาโปรดอีสาวน้อยคนนั้น ๒ ปี จึงได้หนีมาเมืองไทย”

    ผู้ข้าฯ (หลวงปู่จาม) ก็ถามว่า “ท่านอาจารย์ครับ อีนางน้อยนั้นเป็นเมียท่านอาจารย์มาได้กี่ชาติแล้วครับ”
    (หลวงปู่ชอบ) “นับแสนก็ยังไม่พอนับ”
    (หลวงปู่จาม) “เป็นล้าน”
    (หลวงปู่ชอบ) “อื่อ”
    (หลวงปู่จาม) “เป็นคู่บำเพ็ญหรือครับ”
    (หลวงปู่ชอบ) “อื่อ”
    (หลวงปู่จาม) “เขาได้ธรรมะไหมครับ”
    (หลวงปู่ชอบ) “สำเร็จเป็นพระโสดาบัน”
    (หลวงปู่จาม) “ท่านอาจารย์แก้ไขปลดให้”
    (หลวงปู่ชอบ) “อื่อ”
    (หลวงปู่จาม) “สบายไหมครับผม”
    (หลวงปู่ชอบ) “ปลดห่วงปลดอาลัยได้ ”
    (หลวงปู่จาม) “ท่านอาจารย์คิดฮอดไม่ครับ”
    (หลวงปู่ชอบ) “หายแล้ว”

    1528696747_557_คู่บารมีหลวงปู่ชอบ_เป็.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  4. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
    วันอาทิตย์ที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระสัมโมทนียกถา ความตอนหนึ่งว่า

    1f340.png “สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสรรเสริญ ‘ธรรมทาน’ ว่าชนะการให้ทั้งปวง เหตุที่การให้ธรรมะเป็นการให้ที่สูงส่งกว่าสิ่งอื่น ด้วยเหตุที่ว่าอามิสทาน คือการให้วัตถุสิ่งของ อาจช่วยเพียงให้มีชีวิตอยู่รอดได้ ทำให้อยู่ดีมีสุขขึ้นได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดความดับทุกข์ได้

    1f340.png การรอดชีวิตอยู่แล้ว แต่กลับยังคงมีความทุกข์ด้วยตลอดเวลา ย่อมไม่อาจเทียบได้กับคุณค่าของการมีชีวิตอยู่แล้วได้เรียนรู้ธรรมะ จนทำให้เกิดความคิดชอบ การพูดชอบ และการกระทำชอบ อันจักทำให้ไม่มีความทุกข์ รู้จักป้องกันไม่ให้เกิดความทุกข์อีก และรู้จักหยุดความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ให้ดับไป ธรรมทานนี้จึงมีอานิสงส์สูงยิ่งกว่าทานอื่นๆ “

    -๑๐-มิถุนาย.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  5. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  6. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  7. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  8. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
    “…อย่าภาวนาเอาเวลาหรือเอาความเห็น…”

    “…นักภาวนาในสมัยปัจจุบันนี้ เท่าที่ฟังๆดูแล้ว ภาวนาเอาเวลา บางท่านบอกว่าเดี๋ยวนี้นั่งได้ ๑ ชั้วโมง บางท่านก็บอกว่าได้ ๒ ชั่วโมง บางท่านก็บอกว่าได้ ๓๐ นาที ๒๐ นาที ลงผลสุดท้ายก็เลยเป็นการภาวนาเอาเวลา

    นอกจากภาวนาเอาเวลาแล้ว ภาวนาเอาความเห็น ในเมื่อนั่งหลับตาภาวนา พอลืมตาขึ้นปั๊บ อาจารย์ผู้สอนกรรมฐานก็มักจะถามว่า เห็นอะไรไหม เห็นอะไรไหม ทีนี้ถ้าใครไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีคำตอบ ก็แสดงว่าภาวนาไม่ได้ผล

    จึงอยากจะขอทำความเข้าใจกับท่านทั้งหลายว่า การภาวนานี่มันเป็นกิริยาของจิต สมาธิเป็นเรื่องของจิตโดยตรง การยืน เดิน นั่ง นอน แม้เราจะยืน เดิน นั่ง นอน ได้เวลาแค่ไหนเพียงใด เป็นแต่เพียงการเปลี่ยนอิริยาบถ แต่การทำสมาธิสำคัญอยู่ที่การทำจิตการกำหนดจิต การทำจิตให้รู้ ให้มีสิ่งรู้ ทำสติให้มีสิ่งระลึก จนกระทั่งจิตของเราสงบนิ่งลงเป็นสมาธิ แล้วก็ประกอบด้วยองค์ มีปีติ สุข เอกัคคตา มีสติปัญญารู้จริงเห็นจริงในสภาวธรรม ส่วนเวล่ำเวลาไม่สำคัญ…”

    หลวงปู่พุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา

    กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  9. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  10. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  11. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  12. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  13. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  14. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  15. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
    เรื่อง “นิพพิทาญาณ มองเห็นว่าโลกนี้น่าเบื่อหน่าย”

    (โอวาทธรรม ท่านพ่อลี ธมฺมธโร)
    (วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ)

    เหตุใดพระพุทธเจ้าจึงทรงเบื่อหน่ายโลก ?

    ก็เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า คนเราที่เกิดมาในโลกนี้
    มีอะไรบ้างที่เป็นสิ่งสมใจของเรา ? พ่อแม่หรือ ?
    ญาติพี่น้องหรือ ? ข้าทาสบริวารหรือ? เพื่อนฝูงมิตรสหายหรือ ? เงินทองทรัพย์สมบัติหรือ ? สิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรที่จะสมใจเราสักอย่างเดียว

    เมื่อเป็นอยู่อย่างนี้แล้ว เราจะมาทนนั่งอยู่ นอนอยู่ในโลกนี้ทำไม ? ทรงคิดได้เช่นนี้ พระองค์จึงเสด็จออกบรรพชา เพื่อค้นหาหนทางที่จะไม่ต้องกลับมาเกิดอีก

    จงคิดดูให้ดีว่า

    ๑.) โลกนี้มิใช่ของเรา แล้วเราจะมานั่งเฝ้าโลกกันอยู่อย่างนี้ละหรือ ? ไม่ช้าเราก็จะต้องจากมันไปอย่างแน่ๆ ดังนั้นเราจึงไม่น่าหลงติดอะไรอยู่

    ๒.) จิตของเราก็ไม่ต่างอะไรกับลูกฟุตบอล ที่ถูกเขาย่ำยีบีฑา ประหัตประหารให้ได้รับความคับแค้นใจอยู่ทุกขณะ

    ๓.) เราต้องการความสุขหรือความทุกข์ ? ทุกคนคงจะต้องการแต่ความสุขไม่ต้องการความทุกข์
    แต่อะไรเล่าเป็นความสุขอันแท้จริงของตัวเรา ?

    เราคิดว่า “กิน” นี่แหละคงจะเป็นความสุขแน่ละ เราก็พยายามไปหามาให้มันกิน ครั้นกินๆ เข้าไปมากก็เกิดอึดอัดไม่สบายอีก คิดว่า “นอน” นี่แหละต้องเป็นความสุขแน่ละ เราก็นอน…นอน วันยังค่ำจนหลังมันแข็ง ก็เกิดความไม่สบายอีก คราวนี้คิดว่า “เงินทองทรัพย์สมบัติ” นี่แหละคงเป็นความสุขแน่นอน เราก็พยายามไปหาเงินทองมาใช้จนเต็มที่ แต่มันก็ไม่สุขอีก แล้วอะไรเล่า…ที่เป็นความสุขอันแท้จริง ?

    ความสุขที่แท้จริง ย่อมเกิดจาก บุญกุศล คือ ความสงบที่เกิดขึ้นในจิตใจ ใจที่พ้นจากทุกข์โทษความดิ้นรน ไม่มีกระสับกระส่ายเดือดร้อนกระวนกระวาย
    ถ้าใครมานั่งหลงโลกติดโลก ว่ามันเป็นของดีวิเศษวิโสอยู่นั่น มิใช่นิสัยของบัณฑิตผู้ใฝ่ใจในธรรมของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นเราจงพากันตั้งอกตั้งใจประกอบบุญกุศล เพื่อจะให้เป็นทางที่พ้นไปจากโลกนี้ นั่นแหละ่จะเป็นหนทางที่ถูกต้องบ้างที่เป็นสิ่งสมใจของเรา ? พ่อแม่หรือ ?
    ญาติพี่น้องหรือ ? ข้าทาสบริวารหรือ? เพื่อนฝูงมิตรสหายหรือ ? เงินทองทรัพย์สมบัติหรือ ? สิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรที่จะสมใจเราสักอย่างเดียว

    เมื่อเป็นอยู่อย่างนี้แล้ว เราจะมาทนนั่งอยู่ นอนอยู่ในโลกนี้ทำไม ? ทรงคิดได้เช่นนี้ พระองค์จึงเสด็จออกบรรพชา เพื่อค้นหาหนทางที่จะไม่ต้องกลับมาเกิดอีก

    จงคิดดูให้ดีว่า

    ๑.) โลกนี้มิใช่ของเรา แล้วเราจะมานั่งเฝ้าโลกกันอยู่อย่างนี้ละหรือ ? ไม่ช้าเราก็จะต้องจากมันไปอย่างแน่ๆ ดังนั้นเราจึงไม่น่าหลงติดอะไรอยู่

    ๒.) จิตของเราก็ไม่ต่างอะไรกับลูกฟุตบอล ที่ถูกเขาย่ำยีบีฑา ประหัตประหารให้ได้รับความคับแค้นใจอยู่ทุกขณะ

    ๓.) เราต้องการความสุขหรือความทุกข์ ? ทุกคนคงจะต้องการแต่ความสุขไม่ต้องการความทุกข์
    แต่อะไรเล่าเป็นความสุขอันแท้จริงของตัวเรา ?

    เราคิดว่า “กิน” นี่แหละคงจะเป็นความสุขแน่ละ เราก็พยายามไปหามาให้มันกิน ครั้นกินๆ เข้าไปมากก็เกิดอึดอัดไม่สบายอีก คิดว่า “นอน” นี่แหละต้องเป็นความสุขแน่ละ เราก็นอน…นอน วันยังค่ำจนหลังมันแข็ง ก็เกิดความไม่สบายอีก คราวนี้คิดว่า “เงินทองทรัพย์สมบัติ” นี่แหละคงเป็นความสุขแน่นอน เราก็พยายามไปหาเงินทองมาใช้จนเต็มที่ แต่มันก็ไม่สุขอีก แล้วอะไรเล่า…ที่เป็นความสุขอันแท้จริง ?

    ความสุขที่แท้จริง ย่อมเกิดจาก บุญกุศล คือ ความสงบที่เกิดขึ้นในจิตใจ ใจที่พ้นจากทุกข์โทษความดิ้นรน ไม่มีกระสับกระส่ายเดือดร้อนกระวนกระวาย
    ถ้าใครมานั่งหลงโลกติดโลก ว่ามันเป็นของดีวิเศษวิโสอยู่นั่น มิใช่นิสัยของบัณฑิตผู้ใฝ่ใจในธรรมของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นเราจงพากันตั้งอกตั้งใจประกอบบุญกุศล เพื่อจะให้เป็นทางที่พ้นไปจากโลกนี้ นั่นแหละ่จะเป็นหนทางที่ถูกต้อง

    -นิพพิทาญาณ-มองเห.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  16. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
  17. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
    เรื่อง “พระอชิตะ อดีตชาติพระอาริยศรีเมตไตรย”

    ประวัติ พระอชิตะ อดีตชาติของพระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ในสมัยพุทธกาล เพื่อรับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านได้มาบวชในสำนักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน เพื่อรับพุทธพยากรณ์

    “พระอชิตะ” คือ พระราชโอรสของพระเจ้าอชาตศัตรู ประสูติแต่พระนางกาญจนาเทวี ซึ่งเป็นพระมารดา เป็นผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้พาบริวาร ๑,๐๐๐ คน ออกบวชเป็นภิกษุ คราวที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จสู่กรุงกบิลพัสดุ์ครั้งที่สอง

    พระอชิตะเมื่อบวชใหม่ ๆ ได้เป็นผู้รับยุคลพัสตร์ (ผ้า ๒ ผืน)ของ พระนางมหาปชาบดีโคตมี ซึ่งมีความพิสดารอย่างย่อว่าพระนางมหาปชาบดีโคตมีทรงเสียพระทัย ที่ตั้งใจจะถวายให้แด่พระพุทธองค์ แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงรับเพราะเพื่ออนุเคราะห์แก่สงฆ์ในอนาคต เพื่อให้ชนทั้งหลายซึ่งเกิดภายหลังให้เกิดจิตคิดการกระทำเคารพสงฆ์ให้จงมาก และทรงอนุเคราะห์แก่พระนางเองเพราะทานที่ให้แด่สงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขย่อมมีพลานิสงส์มากกว่า

    พระนางมหาปชาบดีโคตมีไม่ทรงทราบดำริของพระพุทธองค์จึงเข้าไปหาพระอานนท์ ให้พระอานนท์ทูลถามว่า สาเหตุใดจึงไม่ทรงรับยุคลพัสตร์(ผ้า ๒ ผืน) นั้น กาลต่อมา พระอานนท์ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า มีสาเหตุใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่รับทรงรับยุคลพัสตร์(ผ้า ๒ ผืน) นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงปาฏิบุคลิกทักษิณาทานโดยพิสดาร แล้วตรัสเทศนาทักษิณาวิภังคสูตร จำแนกประเภทแห่งปาฏิบุคลิกทาน แลสังฆทาน โดยพิสดาร แก่พระอานนท์.เมื่อพระนางมหาปชาบดีโคตมีได้ทรงทราบในเทศนาทักษิณาวิภังคสูตรในภายหลังแล้ว จึงทรงถือซึ่งภูษาทั้งคู่เข้าไปหาพระสารีบุตรท่านก็ไม่ได้รับ เข้าไปหาพระมหาโมคคัลลานะท่านก็ไม่ได้รับ แม้ในที่สุดแห่งพระอสีติมหาสาวกก็ไม่พระรูปใดรับไว้เลย จนกระทั่งองค์สุดท้ายซึ่งเป็นพระนวกะชื่อพระอชิตะท่านจึงรับไว้. ในเวลานั้นพระนางปชาบดีโคตมีก็ทรงน้อยพระทัยว่า พระนางตั้งใจในการทำผ้าทั้งคู่นี้ด้วยว่า จะถวายแด่พระผู้มีพระภาคแต่ก็ไม่ทรงรับ แม้นพระอสีติมหาสาวกรูปใดรูปหนึ่งก็ไม่ทรงรับแต่มาบัดนี้ พระภิกษุหนุ่มซึ่งเป็นพระนวกะมารับซึ่งผ้าของพระนางพระศาสดาทอดพระเนตรเห็นพระนางเสียพระทัย จึงทรงพระดำริว่า จะทำให้พระนางบังเกิดโสมนัสในวัตถุทานนี้ จึงมีพระพุทธดำรัสเรียกพระอานนท์ว่า ท่านจงไปนำบาตรของตถาคตมา แล้วทรงพุทธาธิษฐานว่าพระอัครสาวกและสาวกทั้งปวงอย่าได้ถือบาตรนี้ได้เลย ให้พระอชิตภิกษุหนุ่มนี้จงถือซึ่งบาตรของตถาคตได้ แล้วทรงโยนบาตรนั้นขึ้นไปบนอากาศ แลบาตรนั้นก็ลอยขึ้นไปในกลีบเมฆอันตธานไปมิได้ปรากฏ ในลำดับ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ และพระอสีติสาวกทั้งหลาย ก็อาสานำบาตรนั้นกลับคืนมา แต่ก็หาไม่พบ พระผู้มีพระภาคจึงตรัสสั่งพระอชิตภิกษุว่า ท่านจงไปนำบาตรของตถาคตมา

    ในลำดับนั้น พระอชิตะได้มีดำริว่า ควรจะเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก พระอสีติมหาสาวกนี้ ล้วนเป็นพระอรหันต์มีฤทธาอานุภาพมาก แต่มิอาจนำบาตรมาถวายแด่พระพุทธองค์ได้ แลอาตมะนี้ไซร้มีจิตอันกิเลสครอบงำอยู่ แลเหตุไฉนพระบรมครูจึงตรัสสั่งอาตมาให้แสวงหาซึ่งบาตรนั้น จะต้องมีเหตุอันใดอันหนึ่งเป็นมั่นคง จึงรับอาสาที่จะนำบาตรนั้นคืนมาพระอชิตะได้ไปยืนในที่สุดบริษัท มองขึ้นไปบนอากาศแล้วกระทำสัตยาธิษฐานว่า

    “อาตมาบรรพชาในพระพุทธศาสนา ไม่ได้หวังซึ่งลาภยศทั้งหลาย แต่อาตมาบวชประพฤติพรหมจรรย์เพื่อประโยชน์ที่จะตรัสรู้ซึ่งธรรมทั้งปวง อันอาจสามารถรื้อสัตวโลกให้พ้นจากสงสารทั้งสิ้น หากว่าศีลของอาตมามิขาดทำลายและด่างพร้อยบริสุทธิ์อยู่เป็นอันดี ขอให้บาตรของพระผู้มีพระภาคเจ้าจงมาสถิตในมือของอาตมาด้วยเทอญ”

    พระอชิตะทรงตั้งสัตยาธิษฐานแล้ว จึงเหยียดมือออกไปขณะนั้น บาตรก็ปรากฏตกลงจากอากาศ ประดิษฐานอยู่ที่มือของพระอชิตะ พระอัครมหาสาวกและพระอสีติมหาสาวก ได้มีดำริว่า

    บาตรนี้ควรแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ควรแก่มหาสาวกทั้งหลายแลภิกษุรูปนี้จะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลเป็นแน่. พระนางประชาบดีโคตมีได้ทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ก็มีความปิติโสมนัสเป็นกำลังด้วยวัตถุทานที่ถวายให้แก่พระอชิตะแล้วกราบทูลลาพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จคืนพระราชนิเวศน์สถานเมื่อพระอชิตะได้รับผ้าคู่นั้นมาแล้ว เห็นว่า ไม่ควรแก่ท่านจึงนำผ้าผืนหนึ่งไปปูบนเพดานบนพระคันธกุฎี แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า อีกผืนหนึ่งแบ่งเป็น ๔ ท่อน ผูกเป็นม่านห้อยลงในที่สี่มุมแห่งเพดานนั้น แล้วอธิษฐานว่า ขอให้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต.พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า ท่านอชิตภิกษุรูปนี้เป็นพระโพธิสัตว์ จะได้ตรัสรู้เป็นพระเมตไตรยพุทธเจ้าในอนาคต(๑) ในอนาคตวงศ์(๒) เล่าว่า ในภัททกัลปนี้ ชาติสุดท้ายคือชาติที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั้น พระเมตไตรยพุทธเจ้าเมื่อยังมิได้ทรงผนวชก็ทรงพระนามว่า “อชิตะ”

    ๑. ปฐม. แปล. -/๓๑๕-๓๒๘
    ๒. อนาคตวํส. -/๔๓-๕๖

    -พระอชิตะ-อดีตชาต.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  18. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
    เมื่อจะทำความดีก็ต้องต่อสู้ กับอุปสรรคจึงจะมีความสำเร็จ เราจะต้องทำดวงจิตของเรา ให้กล้าแข็งเหมือนกับเพชรหรือหิน ซึ่งใครจะนำไปเผาไฟก็ไม่ไหม้ แม้จะทุบแตกมันก็ยังคงแข็งแกร่ง เป็นเพชรหรือหินอยู่นั่นเอง

    พระพุทธเจ้าทรงกระทำดวงจิต ของพระองค์ให้แข็งแกร่ง จนแม้พระสรีรธาตุบางส่วนของพระองค์ ก็ยังเผาไม่ไหม้ ยังคงเป็น “พระบรมสารีริกธาตุ” ปรากฏให้เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ นี่ก็ด้วยอำนาจแห่งความบริสุทธิ์ และสัจจะความจริงของพระองค์นั่นเอง

    …ท่านพ่อลี ธัมมธโร…

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  19. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
    (ครูบาเจ้าเกษม เขมโก )
    สำนักสุสานไตรลักษณ์ (ป่าช้าศาลาดำ)
    บ้านท่าคร่าวน้อย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง

    ….ความหลุดพ้น ที่มนุษย์ทุกคนพึงหานั้น อยู่ที่ตนเอง หากตนเองมุ่งปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

    ก็จะได้พบไม่ยาก ขอให้มุ่งปฏิบัติเถิด อาตมามุ่ง
    ปฏิบัติ จึงได้ค้นพบทางที่จะเดินไปสู่ทางดับ
    อาตมามาสู่ชั้นพรหมโลกนี้ ได้พบกับโยมชายผู้นี้

    ได้ขอให้อาตมาแสดงธรรมโปรดให้กับมนุษย์ได้รู้
    ธรรมะที่อาตมาจะสอนนั้น เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้า
    แสดงไว้ อาตมาเป็นศิษย์ มีความรู้เพียงน้อย ได้แต่

    (ฟังและนำมาบอกเล่าต่อให้ได้รู้)

    ” การหลุดพ้นนั้น จะต้องทำจิตของตนให้หมด
    กิเลส หมดสิ้นจากทุกข์ทุกอย่าง หมดสิ้นจากราคะ
    หมดสิ้นจากสิ่งที่อยากจะได้ สิ่งที่เรียกว่า โลภ

    โกรธ หลง (โลภะ โทสะ โมหะ) ตัดสิ่งนี้ให้หมดสิ้น
    และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จึงได้พบทางหลุดพ้น

    อาตมาทำตามวิธีนี้ จึงได้พบกับสิ่งที่พระพุทธเจ้า
    ทรงค้นพบว่า เป็นทางดับที่แท้จริง ”
    อาตมาขอแสดงธรรมเพียงเท่านี้….
    เจริญพร

    -เขมโก.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  20. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    19,633
    กระทู้เรื่องเด่น:
    4
    ค่าพลัง:
    +381
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...