นั่งสมาธิแล้วได้กลิ่นธูป

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย wari632, 14 เมษายน 2017.

  1. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4
    เพิ่งเริ่มปฎิบัติธรรมค่ะ เป็นนศ อยู่ อยากทราบว่าอาการเหล่านี้คืออะไรคะ ตอนนั่งสมาธิไม่กล้าหลับตา เด๋วนี้ก็ไม่กล้าสวดมนต์เลยค่ะ เป็นคนขี้กลัวด้วยค่ะ แต่ปกติชอบเจริญเมตตามันจะเย็นจนลุกที่หัว พอออกจากการเจริญเมตตา(เมตตาในที่นี้คือ แผ่ให้ไม่จำกัดค่ะ )ก็จะเย็นชั่วครู่พอซักพักก็หายไป ช่วยแนะนำวิธีปฎิบัติพร้อมทั้งตอบข้อสงสัยจขกทด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
     
  2. รโชหรณัง

    รโชหรณัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    547
    ค่าพลัง:
    +732
    อาจจะเป็นสัญญาเก่าครับ สัญญานั้นหมายถึงความจำ ความหมายมั่น
    จะปรากฎขึ้นเมื่อเราได้ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ หากเราเคยทำสิ่งนั้นมาก่อน เราก็จะรู้สึกถึงสิ่งอื่นๆที่ตามมา เช่น คนฟังเพลงเก่าแล้ว รู้สึกถึงความหลัง
    บางคน เคยสวดมนต์ แผ่เมตตา ก็จุดธูปเทียนไปด้วย แต่อดีตชาติ หรือ อดีตในชาตินี้ เคยทำเป็นประจำ เมื่อตนได้มาทำอีก ก็ปรากฎสัญญาเก่ากลับมาให้สัมผัสได้ครับ

    หรืออีกกรณีหนึ่ง ก็อาจจะเกิดจากจิตที่ชุ่มเย็นทำให้ เรารู้สึกเย็น และเทพเทวดาอาจจะมาอวยพร ให้เราได้กลิ่นประหลาด ครับ

    เป็นอย่างใดนั้น จขกท ปฏิบัติไปเรื่อยๆก็จะสังเกตุความแตกต่างได้เองครับ
     
  3. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4
    ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้
     
  4. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4


    แต่ที่บ้านไม่ได้จุดธูปเลยค่ะ ปิดประตูสนิท ยังไงก็ขอบคุณมากค่ะ
     
  5. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,092
    ค่าพลัง:
    +3,459
    เราปฏิบัติธรรม เพื้อตามเหนความไม่เที่ยง

    ดังนั้น

    ตรงที่ปรารภว่า

    "เย็นชั่วครู่ ก้หายไป"

    ตรงนี้คือการ เหนธรรม

    เหนแล้วได้อะไร

    ได้การ รู้เหตของการเปนอย่างนั้น ซึ่งก้คือ
    จิตมี บริกรรม จิตระลึกถึง กรรมฐาน

    ระลึกแล้วได้อะไร

    ได้เหนมันดับไป เพราะ เหตุของการประกอบ ดับไป

    ถ้าเข้าใจธรรมะผิด จะ พยายามบริกรรม เพื่อ
    ให้เย็นเที่ยง

    ไม่ใข่เลย

    เราจะตามเหรอีกทีว่า เหตในการประกอบ
    นั่นแหละไม่เที่ยง ไม่สามารถรักษาไว้ได้

    แต่เจริญให้เปน วินัย ประจำจิตได้

    เปนวินัยแล้วได้อะไร

    ได้กำหนดรู้ อริยสัจจ สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นดับ
    เปนธรรมดา แม้น ธรรมมาปฏิบัตินี้ด้วย

    ธรรมปฏิบัติดับ เหนแล้วได้อะไร

    ได้ความไม่สั่นไหว พ้นความกลัว
    เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งไรๆ

    แต่ทว่า ก้แผ่เมตตาเปน วินัย มีจิตไม่ห่าง
    จากฌาณ มึการยกสิกขาอริยสัจจสี่
    อันปราศจากผู้แสดง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 เมษายน 2017
  6. เร่งธรรม

    เร่งธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    49
    ค่าพลัง:
    +59
    เรื่องกลัวนั้นกลัวได้ แต่อีกสักพัก คุณจะเห็นว่าที่กลัวนั้นไม่มีอะไรเลย ถ้าหลับตาได้ สมาธิก็จะเกิดได้ง่ายกว่าครับ เพราะเมื่อเรามองไม่เห็น เราก็ไม่มีสิ่ง หรือภาพต่างๆมาให้เราปรุงแต่ง ก็จะทำให้ใจเราสงบได้ง่ายขึ้นครับ กลิ่นธูปเป็นอะไรที่ เบสิคมากครับ สำหรับคนที่ปฏิบัติธรรม เพราะบุญที่คุณบำเพ็ญอยู่ มันชุ่มเย็น จนโอปาติกะ ต่างๆ ตั้งแต่ ผีบ้านผีเรือน จนกระทั่ง พระภูมิ หรือไกล้ที่สุดก็ เทวดาประจำตัวคุณเค้าพลอยชุ่มเย็นไปด้วยเพราะคุณชอบเจริญเมตตา แต่กลิ่นธูปนั้นเป็นสัญลักษ์ของโอปาติกะฝ่ายที่มีบุญ พูดง่ายๆคือ เทวดาหรือพรห์ม ตรงนี้ไม่ต้องกลัวครับ ถ้าเป็นผี เป็นเปรต ส่วนใหญ่จะเหม็น ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
     
  7. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4
    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ กระจ่างเลย
     
  8. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4
    ขอบคุณค่ะ
     
  9. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +32,723
    ถ้ากลัวจำเป็นต้องฝืน ครั้งที่ ๓ ถึง ๔ เราจะหายกลัว
    ประกันได้ว่ามันจะหายไปเองครับ คือไม่กลัว
    ในกิริยานั้นๆได้เองครับ เพราะจิตจะมีกำลังตรงนี้
    ส่วนกิริยาทางกายที่เกิด เป็นการรับรู้ได้ในเบื้องต้น
    ของตัวจิตเนื่องจากความสงบในระดับหนึ่ง
    และการรู้จักแผ่เมตตาโดยไม่มีประมาณอย่างนี้
    ถือว่าดีมากแล้วครับเพียงแต่ว่า
    ตัวจิตยังตัดร่างกายไม่ขาดเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นเรื่องดี
    และเป็นเรื่องปกติครับ สำหรับระดับเริ่มต้นถ้ามาได้อย่างนี้ครับ...

    ดังนั้นหากจะปฏิบัติต่อและอยากจะพัฒนาขึ้นไปอีกนะครับ
    ไม่จำเป็นต้องสวดมนต์ยาว เอาที่เราท่องจำได้ก็พอครับ
    และให้เราท่องไปเรื่อยๆ ไม่ต้องสนใจวรรคตอน
    เพียงแต่ให้มาปรับระบบหายใจใหม่
    เข้าใจว่า คงหายใจได้ลึกอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า
    ให้หยุดลมหายใจเข้าและออกที่ปลายจมูกอย่างเดียวครับ
    จะลืมตาสวดหรือหลับตาสวดก็ได้
    แต่อยากให้ลืมตามากกว่า
    เพราะว่า เป็นอุบายในการตัดการปรุ่งแต่งได้ดี
    นึกภาพนะครับ ขนาดเห็นด้วยตาเรายังไม่ได้ปรุง
    พอเราหลับตาแล้วมันก็จะง่ายสำหรับการไม่ปรุงครับ

    และให้จำเอาไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดกิริยาอะไรก็ตาม
    ถ้าเราหลับตาอยู่ อย่าลืมตาครับเป็นอันขาดครับ
    ให้เราฝืนๆไปครับ ไม่ว่าจะมาแบบ เสียงโน้นนี่นั้น
    เนื่องจากหูได้ยิน หรือมาแบบเห็นแว๊บๆแว๊มๆหรือแม้
    กระทั่งตาเปล่าๆ ย้ำว่าตาเปล่าๆ ก็อย่าสนใจ
    ให้นึกแผ่เมตตาไว้ก่อนอย่างเดียว หรือไม่ว่ากายจะรู้สึกอย่างไร
    ก็ไม่ต้องสนใจครับ
    และถ้าลืมตา ไม่ว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรรอบๆกาย
    ไม่ว่าจะเห็นอย่างไร ย้ำว่าไม่ว่าจะเห็นอย่างไรก็ไม่ต้องสนใจ
    จนกระทั่งรู้สึกว่า กายเบา รอบๆกายก็เบา
    ถึงจุดนี้ได้ ถือว่าเริ่มได้ผลแล้วในระดับหนึ่งครับ


    ย้ำอีกทีว่า ห้ามสนใจทุกๆกิริยา ก่อนที่จะถึงขั้นที่ กายเบา
    รอบๆตัวเบานะครับ ทำตามนี้แล้วจะพัฒนาได้เร็วครับ
    ข้อดีคุณนะครับ คือเป็นคนปล่อยวางอะไรได้ง่ายดี
    เป็นข้อได้เปรียบกว่าคนทั่วๆไปในทางปฏิบัติก็ตรงนี้หละครับ..
    ( ^_^) โชคดีครับ...
     
  10. มาจากดิน

    มาจากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2008
    โพสต์:
    5,920
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +2,488
    คือสภาวธรรม

    จขกท. เริ่มฝึกจิตก็ยังงี้เอง เบื้องต้น จขกท. ต้องยอมรับทุกๆสภาวะที่ปรากทางตา หู จมูก เป็นต้น เพราะนี่คือประสบการณ์ทางจิตของผู้เริ่มฝึกซึ่งต้องเรียนรู้มันไปเรื่อยๆ กำหนดรู้ไปๆจนเห็นต้นตอของปัญหาต่างๆเหล่านั้นด้วยตัวคุณเอง เมื่อเห็นแล้วคุณจะมีความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งมันบอกผ่านสภาวธรรมนั่นๆแต่ละขณะๆ ฯลฯ

    ข้อสำคัญตอนนี้ จขกท. ขาดที่มั่นคือหลัก (วิธีปฏิบัติ) สำหรับเรียนรู้สภาวะต่างๆ จิตจึงหวั่นไหวไปตามธรรมารมณ์เช่นความกลัวเป็นต้น
     
  11. ปฐมรังสี

    ปฐมรังสี Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2016
    โพสต์:
    124
    ค่าพลัง:
    +142
    กลิ่นธูป คือระดับพรหม
    กลิ่นดอกไม้ คือระดับเทวดา
    ..ท่านมาอนุโมทนา
     
  12. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4
    ขอบคุณมากๆเลยค้ะ
     
  13. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4
    ขอบคุณค่ะ
     
  14. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4
    จริงหรอคะ ขอบคุณค่ะ
     
  15. มาจากดิน

    มาจากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2008
    โพสต์:
    5,920
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +2,488
    ขอถามนิดนะครับ คุณปฏิบัติแบบไหนยังไงครับ ชัดๆ

    แนะนำกว้างๆให้ คือการปฏิบัติทางจิตเนี้ย เราเองต้องกล้าพิสูจน์สภาวธรรม (ความจริง) คือ ค้นหาต้นเหตุของปัญหาด้วยตัวเอง ตย. เช่น ทำไมนะตอนนี้ เราหลับตาไม่ได้ ก่อนหน้าโน้น คือก่อนที่เราจะปฏิบัติธรรม จะมาเจริญสมาธิ ทำไมเราหลับตาได้ ขั้นหยาบๆลองหลับตาปฏิบัติบ้าง ลืมตาบ้าง รู้สึกกลัวก็ลืมตาดู หายกลัวก็หลับตาดู ให้สังเกตความรู้สึกนึกคิด ณ ขณะนั้น คิดยังไง รู้สึกยัง ดูรู้ทันมัน แม้แต่ความรู้สึกเย็นๆจนขนหัวลุกก็เช่นเดียวกัน

    ว่างๆ จขกท. คลิกๆลิงค์ข้างล่างดูหัวข้อต่างๆ ซึ่งมีตัวอย่างสภาวะภาคปฏิบัติหลากหลาย พร้อมคำแนะนำกำหนดรู้สภาวธรรมของนามรูปไว้

    http://group.wunjun.com/meditation/26682
     
  16. wari632

    wari632 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2017
    โพสต์:
    17
    ค่าพลัง:
    +4

    เพิ่งจะลองเริ่มสมาธิ สวดมนต์เองค่ะตอนวันเกิดที่ผ่านมา ชอบแผ่เมตตาเป็นหลักเจริญสมาธิแบบเมตตาไม่มีประมาณทำแล้วรู้สึกเย็นดีค่ะ แต่จะกลัวแต่สวดมนต์เพราะได้กลิ่นธูปชัดเจน
    ขอบคุณสำหรับลิ้งค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...