เรื่องเด่น บุคคลผู้ประพฤติถูกแต่อมกิเลส

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย Wannachai001, 9 เมษายน 2020.

  1. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    8,325
    กระทู้เรื่องเด่น:
    27
    ค่าพลัง:
    +221,674
    0001 (19).jpg

    บุคคลผู้ประพฤติถูกแต่อมกิเลส

    นิโครธะปริพาชกทูลถามพระพุทธเจ้าว่า พระองค์ตรัสถึงบุคคลผู้ประพฤติเพื่อ
    การละกิเลสไว้มากมาย อยากจะทราบว่า จะทำอย่างไรให้การปฏิบัตินั้นเข้าถึงความ
    บริสุทธิ์ผ่องใส ครบถ้วนบริบูรณ์


    1. พระพุทธเจ้าตรัสว่า "นิโครธะ ผู้มีการประพฤติปฏิบัติ เพื่อการตัดกิเลสทำถูก ทำตรงตามวิถีทางการละการตัดกิเลส แต่จิตใจยึดมั่น ถือมั่น ดีใจ คิดว่าการปฏิบัติเพียงเท่านี้ดีแล้ว จบแล้ว ไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ก็เป็นอุปกิเลส คือจิตเข้าไปกอดความชั่วของผู้นั้น"

    2. คนที่ปฏิบัติถูก ปฏิบัติตรงนั้นยึดมั่น ถือมั่น ในปฏิปทานั้น ยกตนข่มผู้อื่นว่า "ฉันดีกว่าเธอนะ" อย่างนี้ก็มีกิเลสท่วมหัว

    3. ผู้ปฏิบัติถูก ผลเกิดจากการปฏิบัติพอสมควร เมื่อมีคนสรรเสริญ ก็ติดในคำสรรเสริญ เขาให้ลาภก็ติดในลาภ อย่างนี้ก็เป็นผู้เข้าไปกอดความสกปรกของกิเลสไว้

    4. ผู้ปฏิบัติถูก ผลของการปฏิบัติมีพอควร เมาในผลของการปฏิบัตินั้น คิดว่า
    เท่านี้พอแล้ว ก็เป็นอันว่าตกอยู่ในหลุมอุจจาระ คืออุปกิเลส


    5. ผู้ปฏิบัติถูก ได้ลาภ ได้รับคำสรรเสริญ ติดในลาภและสรรเสริญ เลยเอาความมีลาภและมีคนสรรเสริญข่มขู่ ยกตนข่มผู้อื่น โดยคิดว่าพวกเธอมีลาภไม่เท่าฉัน
    ฉันรวยกว่า ฉันมีคนเคารพมากกว่านะ อย่างนี้ท่านก็ถือว่า มีความสกปรก คือกิเลส
    เลยหัว เช่นเดียวกันเหมือน กปิลภิกขุ และสุนัขปากเปราะ


    6. ผู้ปฏิบัติถูก มีผลปฏิบัติพอสมควร มีคนเคารพนับถือมาก เขานำลาภสักการะ
    มาถวายมากมาย ลืมสติลืมตัว เลือกรับของอะไรที่ตนชอบ ก็บอกว่าอย่างนี้ใช้ได้ ที่
    ไม่ชอบก็บอกว่า อย่างนี้ผิดวินัย พระพุทธเจ้าห้ามรับ ไม่หวังเจริญศรัทธาตามปกติ
    ท่านก็ตรัสว่า มีอุปกิเลสมาก คือความเลวเหลือล้น


    7. ผู้ปฏิบัติถูก แต่เมาในโภชนะ คือ อาหาร ติดว่าอาหารประเทนี้ควร อาหาร
    ประเภทนี้ไม่ควร เลือกเฉพาะที่ชอบใจ เพราะติดในรสอาหาร ท่านกล่าวว่า ยังสะสม
    ความชั่ว ถืออุปกิเลสไว้มาก


    8. ผู้ปฏิบัติถูก เมื่อได้รับความเคารพนับถือจากพระมหากษัตริย์ หรือข้าราชการ
    ชั้นผู้ใหญ่ เป็นตัน ลืมตัวหลงคิดว่าตนมีศักดิ์รีสูงส่งกว่าคนที่มีพระมหากษัตริย์ เป็นตัน
    ไม่ได้เข้าไปแสดงความเคารพสักการะ ท่านก็ว่าผู้นั้นเป็นผู้สะสมอารมณ์ชั่ว ถืออุปกิเลส


    9. ผู้ปฏิบัติถูก ริษยาผู้อื่นว่า กินไม่เลือก รับไม่เลือก เพราะท่านเหล่านั้นมีคนเคารพ และได้ลาภสักการะ ก็เกิดอารมณ์ริษยา ท่านว่า เขาเป็นผู้สะสมความชั่ว คืออุปกิเลสไว้มาก

    10. ผู้ปฏิบัติถูก มีผลบ้างเบื้องต้นเห็นท่านอื่นที่ปฏิบัติมีผลดีกว่า มีคนเคารพ
    มาก ก็หาทางโพนทนาด่าว่าเปรียบเปรย (นินทา) ให้เกิดความเสื่อมเสีย หรือเสียหาย
    ท่านว่า คนเช่นนี้เป็นผู้จอมสะสมความชั่ว คือมีอุปกิเลสมาก


    11. พระองค์ตรัสว่า ผู้ปฏิบัติพื่อละกิเลส นั่งสมาธิ จริยาแสดงว่า ท่านี้ฉันทำสมาธินะ หรือแต่งกายเป็นการแสดงออกให้เข้าใจชัดว่า ฉันเป็นนักปฏิบัติเพื่อตัดกิเลสนะ (ข้อนี้ผู้เขียนคิดว่า ท่านที่นิยมสวมลูกประคำจะเข้าข่ายนี้หรือไม่..) ท่านว่า การแสดงตนอย่างนี้เป็นการโชว์เพื่ออวด ท่านว่ามีอุปกิเลสมาก

    12. และบางพวกชอบอวดว่า "ฉันนิยมปฏิบัติอย่างนี้นะ...." บ้าง บางพวกปกปิดจริยาชั่ว ทำตัวเรียบร้อย ด้วยมรรยาท และบางพวกมักโกรธ ผูกโกรธ คือ อาฆาต บางพวกชอบลบหลู่ ตีเสมอ ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด ขับไล่ มีจริยากระด้าง ถือตัวจัด มีความปรารถนาลามก มีอารมณ์เห็นผิด คัดค้านคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อย่างนี้เป็นตัน ท่านกล่าวว่า เป็นผู้สะสมกิเลส คือความชั่วไว้สูงเลยหัว

    (จากธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 74 เดือนเมษายน 2530 หน้า 143-144)

    https://palungjit.org/threads/นานาเรื่องราวหลวงพ่อพระราชพรหมยาน.538477/page-591
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 12 เมษายน 2020

แชร์หน้านี้

Loading...