ปฏิปทาพระโพธิสัตว์

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย lotte, 13 มีนาคม 2005.

  1. lotte

    lotte เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    726
    ค่าพลัง:
    +4,545
    ปฏิปทาพระโพธิสัตว์

    พระโพธิสัตว์ สามารถรักษาศีลได้อย่างหมดจดงดงามทั้งที่ท่านเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ เป็นมานพผู้อ่อนเยาว์อยู่ในวัยเล่าเรียน ทั้งยังต้องตกอยู่ในภาวะบีบคั้น อันเนื่องมาจากคำสั่งของผู้เป็นอาจารย์ แต่ท่านกลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่สวนทางกับสังคมคนรอบข้าง อย่างไม่หวั่นไหว ทั้งนี้เพราะท่านมี หิริ โอตตัปปะ อยู่ในใจ จึงไม่ยอมให้สิ่งใดมาเป็นข้ออ้าง หรือ เงื่อนไข ให้กระทำผิดศีลได้เลย
    ผู้รักษาศีลด้วย หิริ โอตตัปปะ จึงรักษาได้อย่างมั่นคง และรักษาด้วยความจริงใจโดยไม่ต้องให้ใครมาดูแลกำกับ
    ตรงข้ามกับผู้ที่ปราศจากหิริ โอตตัปปะ นอกจากจะเป็นผู้ไม่ขวนขวายในการสมาทานศีลแล้ว ยังเป็นผู้ที่ล่วงละเมิดศีลได้ง่าย ไม่ว่าเวลาใด หรือในที่แห่งใด ไม่ล่วงในที่แจ้ง ก็ล่วงในที่ลับ เพราะไม่มี หิริ โอตตัปปะ คอยดูแลกำกับนั่นเอง
    ดังคำกล่าวที่ว่า


    ....."เมื่อมีหิริและโอตตัปปะอยู่ ศีลก็เกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้


    .....เมื่อไม่มีหิริและโอตตัปปะ ศีลก็ไม่เกิดขึ้นและตั้งอยู่ไม่ได้"


    .....หิริ โอตตัปปะ จึงเป็นธรรมะที่สร้างสรรค์สังคมให้ร่มเย็นเป็นสุข ให้ทุกชีวิตปลอดภัย ได้พบแต่สิ่งที่ดีงาม มีความก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป

    ....ทั้งในชาติปัจจุบันและสัมปรายภพ
    แม้ว่า หิริ โอตตัปปะ จะเป็นธรรมะที่สูงส่งถึงเพียงนี้ แต่กลับเป็นธรรมะที่สร้างสมขึ้นได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ กล่าวคือ
    หิริ ความละอายต่อบาป เกิดขึ้นด้วยการพิจารณาถึงฐานะของตนเอง ๔ ประการ คือ


    .....๑. พิจารณาถึงชาติกำเนิดของตนเองว่า ตัวเราเกิดในตระกูลที่ประกอบอาชีพสุจริต เราจึงไม่ควรผิดศีล เลี้ยงชีพในทางที่ผิด ให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล


    .....๒. พิจารณาถึงอายุของตนเองว่า คนมีอายุเช่นเรา ได้รับการสั่งสอนอบรมมาแล้ว ทั้งยังได้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตว่า อะไรดีอะไรชั่ว ถ้าเรายังผิดศีล ก็เสียทีที่มีอายุมากเสียเปล่า แต่ไม่มีสติปัญญาตักเตือนตนเองเสียเลย


    .....๓. พิจารณาถึงความกล้าหาญของตนเองว่า ตัวเราต้องมีความกล้าหาญ ตั้งใจมั่นอยู่ในคุณความดี บำเพ็ญประโยชน์เพื่อตนเองและผู้อื่น ต่างจากผู้ที่ทำผิดศีล เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นให้เดือดร้อน เพราะมีจิตใจอ่อนแอ ตกอยู่ในอำนาจของกิเลส


    .....๔. พิจารณาถึงความเป็นพหูสูตของตนเองว่า ตัวเรานั้นเป็นผู้ศึกษาธรรมะมามาก มีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เราจึงควรเป็นผู้มีศีล มีการกระทำอันงาม ต่างจากคนพาลซึ่งทำบาปอกุศล เพราะไม่มีหลักธรรมใด ๆ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
    โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป เกิดขึ้นได้เพราะกลัวว่าตนเองจะเดือดร้อนในภายหลัง จากภัย ๔ ประการคือ


    .....๑. ภัยเพราะติเตียนตนเอง
    เมื่อทำผิดศีล เราย่อมรู้สึกเดือดร้อน กระวนกระวายใจในภายหลัง เพราะนึกติเตียนตนเองที่ทำในสิ่งไม่สมควร


    .....๒. ภัยจากการที่ผู้อื่นติเตียน
    เมื่อบัณฑิต ได้รู้ถึงการกระทำที่ผิดศีลของเรา เขาย่อมติเตียนว่า เราเป็นคนพาล เป็นผู้กระทำบาปกรรม เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นให้เดือดร้อน


    .....๓. ภัยจากอาชญา
    เมื่อเราผิดศีล จนเป็นผลให้ผู้อื่นเดือดร้อน ย่อมต้องถูกลงโทษจากกฎหมายบ้านเมือง ได้รับความเดือดร้อนตอบแทนกลับมา


    .....๔. ภัยในทุคติ


    .....การผิดศีล ย่อมจะนำเราไปสู่อบายภูมิ มีนรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย ทำให้ต้องประสบทุกข์ภัยเป็นอันมากในภพชาติเบื้องหน้า เมื่อละจากโลกไปแล้ว
    ด้วยวิธีการหมั่นฝึกคิดพิจารณาเช่นนี้ ในที่สุด หิริ โอตตัปปะ จะเกิดขึ้นในใจของเราอย่างแน่นอน และเมื่อนั้นการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ย่อมไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


    .....ศีล จัดเป็นบารมี


    .....แม้เราจะเป็นเพียงชีวิตเล็ก ๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยข้อบกพร่องนานับประการ แต่เราก็โชคดีที่สุด ที่ได้เป็นศิษย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นยอดคน เพราะไม่อาจหาใครที่จะมีคุณสมบัติล้ำเลิศยิ่งไปกว่าพระองค์ได้เลย
    การเข้าถึงฐานะอันเลิศของพระองค์ ย่อมมิใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน หากแต่เป็นสิ่งที่มีเหตุและผลอย่างครบถ้วนทุกประการ ฐานะอันเลิศของพระองค์ได้มาจากการสั่งสมบุญบารมีอย่างยิ่งยวดและยาวนาน จนบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ และการสร้างบารมีด้วยการรักษาศีล ก็เป็นพื้นฐานอันสำคัญยิ่ง สู่ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


    .....การรักษาศีล เกิดเป็นบารมีได้ เนื่องจากทุกครั้งที่รักษาศีล จะเกิดกระแสแห่งความดีขึ้นในใจ ที่เราเรียกว่า กระแสบุญ รู้สึกได้จากใจที่สบาย และปลอดโปร่ง เมื่อรักษาศีลได้ดีขึ้นบุญที่เกิดขึ้นนี้ จะฟอกใจให้ใสสะอาดจนกระทั่งปรากฏเป็นดวงกลมใส ที่เรียกว่า ดวงศีล เมื่อสั่งสมความบริสุทธิ์แห่งศีลให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ในที่สุด ดวงศีลจะกลั่นเป็นบารมี ซึ่งบารมีนี้ก็คือวิถีทางเข้าถึงความเป็นเลิศนั่นเอง
     
  2. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    อนุโมทนาสาธุกับท่าน lotte

    พระโพธิสัตว์
    เวียนว่ายตายเกิด ในสังสารวัฏ เป็นเวลานาน
    มากด้วยเครือญาติ และเพื่อนฝูง ทุกภพ ทุกภูมิ
    ท่ามกลางอบายภูมิ พระโพธิสัตว์ ก็ยังเป็น พระโพธิสัตว์
    ด้วย ศีล ที่ตน มีอยู่ หรือ รักษาไว้
    ผ่านการ แสดงออก ของ โพธิจิต

    พื้นฐาน ของ โพธิจิต หรือ จิต ที่เป็นโพธิ
    คือ การ เปิด ใจ

    เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
    สติ ปัญญา สัจจะ อธิษฐาน ทาน ฯลฯ
    เกิด และ ดำรงอยู่ ได้ ด้วย ใจ ที่ เปิดกว้าง

    ใจ ที่ เปิดกว้าง
    ไม่ปิด ต่อ ความบกพร่อง ของตนเอง
    จึง ไม่ปิด ต่อ การติเตียน จากผู้อื่น

    ใจ ที่ เปิดกว้าง
    เปิด ต่อ บุญกุศล ของตนเอง
    แม้ท่ามกลาง ความผิดพลาด หรือ ภาวะบีบคั้น ทั้งปวง
    จึง เปิด ต่อ บุญกุศล ของผู้อื่น
    แม้ท่ามกลาง ความเลวร้าย นานัปการ

    ใจ ที่เปิดกว้าง มีอยู่แล้ว ทุกคน
    เพียงแต่ มันมักจะปิด เมื่อเกิด ความคลางแคลงใจ

    ครู แห่งพระโพธิสัตว์
    จึงต้องมี วิธี ปลดปล่อย ความคลางแคลงใจ ให้แก่ศิษย์ อย่างพอเหมาะพอควร

    พุทธานุสติ มีสติ ระลึกถึงพระพุทธองค์ หรือ พระพุทธคุณ
    ธัมมานุสติ มีสติ ระลึกถึงพระธรรม หรือ พระธรรมคุณ
    สังฆานุสติ มีสติ ระลึกถึงพระสงฆ์ หรือ พระสังฆคุณ
    ช่วยได้ เมื่อศิษย์ ตระหนัก ใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว

    มีสติ ระลึกถึงอาจารย์ หรือพระคุณของอาจารย์
    ช่วยได้ เมื่อศิษย์ เคารพ และเปิดใจ ให้อาจารย์ แล้ว

    มีสติ ระลึกถึงความทุกข์ยาก ของสรรพสัตว์
    ช่วยได้ เมื่อศิษย์ มีเมตตากรุณา ต่อสรรพสัตว์แล้ว

    พระโพธิสัตว์ ที่รู้ ว่าตน เปิดใจ ให้กับสิ่งใด บ้าง
    ย่อม สามารถ ใช้สิ่งนั้น เป็นเหตุ แห่งการเจริญ โพธิจิต ได้
    ย่อม ไม่หวาดหวั่น ท่ามกลาง ภยันตราย ทั้งปวง
    ปราศจาก การเปิดใจ แล้ว
    โพธิจิต ไม่อาจ เจริญอยู่ได้
    มรรค ผล เพื่อตนเอง และสรรพสัตว์ จึงไม่อาจแสดงตัว

    ครู แห่งพระโพธิสัตว์
    สามารถถ่ายทอด ใจที่เปิดแล้ว ให้แก่ศิษย์ได้ โดยปราศจากคำพูด
    ขอเพียงศิษย์ เปิดใจให้ครู
    สิ่งใด ที่ครู เคารพและเปิดใจ
    ศิษย์ จะเคารพและเปิดใจ ให้สิ่งนั้นไปด้วย โดยไม่ต้องสอน
    พรอันประเสริฐจากครู จะถูกส่งต่อไปให้ศิษย์ โดยอัตโนมัติ

    สิ่งนี้ อาจเรียกว่า
    การอภิเษก
    การบวชเรียน
    การเริ่มปฎิบัติธรรม

    เมื่อใด ที่พระโพธิสัตว์
    อภิเษก บวชเรียน หรือ เริ่มปฎิบัติธรรม
    โดยไม่มีสิ่งใด ที่ตนเปิดใจให้ได้ อย่างเต็มที่
    ก็เรียกว่า ไม่มีครู ในการเจริญโพธิจิต

    เมื่อใด ที่พระโพธิสัตว์
    สามารถเปิดใจ ให้กับสิ่งใด อย่างเต็มที่
    ถึงแม้ไม่ได้อภิเษก หรือบวชเรียน
    ก็เรียกว่า มีครู ในการเจริญโพธิจิต

    ครู อาจเป็นใคร หรือสิ่งใดก็ได้
    แม้แต่ความทุกข์
     
  3. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    เมื่อพระโพธิสัตว์ เปิดใจ ให้ครู
    สัญญาต่างๆ และประสบการณ์มากมาย จากครู
    จะค่อยๆ หลั่งไหล เข้าสู่ ใจ พระโพธิสัตว์
    ซึ่ง จะตระหนักได้เอง เมื่อถึงเวลาอันสมควร

    ทั้งนี้ หาก ครู ปิดใจ ให้กับสิ่งใด
    ศิษย์ ย่อม ปิดใจ ให้กับสิ่งนั้นด้วย โดยไม่ต้องสอน

    อาณาเขต การแสดงออก ของโพธิจิต
    คือ อาณาเขต การเปิดใจ
    เมื่อพระโพธิสัตว์ ปิดใจ ให้กับสิ่งใด
    ท่าน ย่อมไม่อาจ แสดงโพธิจิต อันเกี่ยวข้อง กับสิ่งนั้นได้
    ขอบเขต การทำงาน ของท่าน ถูกจำกัดไว้ ด้วยอาณาเขตแห่งใจ เช่นนี้

    การมีครู ผู้เปิดใจ ให้ทุกสิ่ง จึงสำคัญ
    การมี พระพุทธองค์ เป็นครู หรือ พุทธานุสติ จึงให้คุณยิ่ง
     
  4. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    เมื่อพระโพธิสัตว์ มี พระพุทธองค์ เป็นครู
    พระพุทธองค์ ทรง เคารพ ในสิ่งใด
    พระโพธิสัตว์ ย่อมเคารพ ในสิ่งนั้น
    เป็นไปเอง โดยไม่ต้องสอน

    พระพุทธองค์ ทรงประทับยืน
    เพื่อฟังพระธรรม ที่พระอนุรุทเทศนา
    จนจบ ด้วยความเคารพ ในพระธรรม ฉันใด
    พระโพธิสัตว์ ย่อมสดับฟัง
    พระธรรม ที่ผู้อื่นกล่าว
    จนจบ ด้วยความเคารพ ในพระธรรม ฉันนั้น

    การลบหลู่ ในธรรมะ ของกันและกัน
    ไม่ว่า จะเป็นฝ่ายใด
    ย่อมไม่เกิด
    ในหมู่พระโพธิสัตว์
    ผู้มี พระพุทธองค์ เป็นครู
     
  5. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    สำรวจใจตน
    สิ่งใด เมื่อระลึกถึงแล้ว กายใจ เกิดปีติ ปัสสัทธิ
    สิ่งนั้น คือ ที่พึ่ง ที่ตนใช้ได้

    เมื่อ เกิด ราคะ โทสะ โมหะ
    ระลึก ถึง พระพุทธ แล้ว ปีติ ปัสสัทธิ ได้
    ถือว่าเรา เปิดใจ ให้ พระพุทธ แล้ว
    เรา มี พระพุทธ เป็นที่พึ่ง แล้ว
    เรา สวด นัตถิเม สรณัง อัญญัง พทโธ เม สรณัง วะรัง
    ด้วย กาย วาจา ใจ อยู่ตลอดเวลา แล้ว

    การ มี พระธรรม พระสงฆ์ ตลอดจน ครูบาอาจารย์ เป็นที่พึ่ง
    ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน

    เมื่อ เกิด ราคะ โทสะ โมหะ
    ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์
    แล้วไม่เกิด ปีติ ปัสสัทธิ
    แสดงว่า เรา ยัง ไม่เปิดใจ ให้
    พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์

    ระลึกถึง ปณิธาน ที่ตนตั้งไว้
    แล้วไม่เกิด ปีติ ปัสสัทธิ
    แสดงว่า เรา ยัง ไม่เปิดใจ ให้ ปณิธาน
    เรา ยังไม่มี ปณิธาน เป็น ที่พึ่ง

    ระลึกถึง ตนเอง
    แล้วไม่เกิด ปีติ ปัสสัทธิ
    แสดงว่า เรา ยัง ไม่เปิดใจ ให้ ตนเอง
    ยังไม่มี ตนเอง เป็น ที่พึ่ง
    นะจ๊ะ
     
  6. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    ด้วยการเปิดใจ แก่สรรพสัตว์ และสรรพสิ่ง ในวงกว้าง
    ขอบข่าย การปฏิบัติงาน ของพระโพธิสัตว์ จึงกว้างขวาง
    การเปิดใจ ให้ได้กว้างเช่นนี้ จำเป็นต้องมีฐาน

    จะจับของร้อนได้ เราต้องมีฐานแห่งความเย็น
    เสมอกัน ฉันใด
    จะเปิดใจให้อบายภูมิได้
    เราต้องมีฐานแห่งพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ
    เสมอกัน ฉันนั้น

    เมื่อพระโพธิสัตว์ จำต้องปะปน กับอบายภูมิ เพื่อปฏิบัติหน้าที่
    ท่านก็จำเป็น ต้องมีฐาน ก่อนเข้ารับงาน
    ปะปนกับอบาย แต่ไม่ใช่อบาย
    ฉุดอบาย ไม่ใช่ให้อบายฉุด
    ให้อบายพึ่ง ไม่ใช่พึ่งอบาย
    ยอมตายเพื่อพ้นอบาย ไม่ใช่ให้อบายช่วยเพื่อรอดตาย

    ครู แห่งพระโพธิสัตว์ จึงมีวิธีสอน ให้ศิษย์
    เคารพ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นครู จากก้นบึ้งของหัวใจ
    เกิดปีติ ปัสสัทธิ เมื่อ เอ่ยถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
    เข้าถึง หัวใจ พุทธะ ธรรมะ สังฆะ ที่มีอยู่แล้ว ในตัวท่านเอง

    สิ่งนี้ เป็นฐาน เป็นที่พึ่ง ให้แก่ศิษย์ได้ ไม่ว่า จะไป ในภพภูมิใด
    ไม่ได้สิ่งนี้ ครูไม่ส่งไปรับงาน
    หากยังส่งไปรับงาน นั่นไม่ใช่ครู
     
  7. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,816
    ค่าพลัง:
    +15,098
    ปฎิปทาพระโพธิ์สัตว์!
    "เมตตาไมตรี กรุณา มุฑิตา อุเบกขา ปารมีสัมปัญโณ อิติปิโสภควา"

    มีในจิตของโพธิ์สัตว์เจ้าทุกๆพระองค์แล....
    จะมากหรือน้อยตามวาสนาบารมีที่ได้สั่งสมอบรมมา!

    เจริญในรสธรรม
     
  8. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    [​IMG]

    ลูกรัก
    การเปิดใจ ที่สำคัญ ในขณะนี้
    คือเปิดใจ ต่อความอ่อนด้อย ของตนเอง ในด้านต่างๆ
    ยอมรับ ความผิดพลาด ความระคายเคือง ทั้งมวล อันเกิดกับตน

    การบำเพ็ญ คือ การเจาะช่องว่าง
    ผ่านความแข็งกระด้าง แห่งอุปกิเลสความทะยานอยากทั้งมวล
    เข้าไปสัมผัส กับพุทธะ ภายในใจ
    เหมือนดังการยื่นมือ เข้าไปสัมผัส องค์พุทธะ ภายในสถูปที่มีช่องว่างเหล่านี้

    การทาสี ตกแต่งสถูป ช่วยได้เพียงดึงดูดใจ ให้เราเดินเข้าใกล้
    เมื่อเรา ยืนอยู่ตรงหน้าสถูปแล้ว
    พึงหารอยร้าว แล้วเจาะมันเข้าไป
    สัมผัสพุทธะในใจ

    หากการเป็น โพธิสัตว์ หรือ พุทธะ
    ทำให้เรา รังเกียจ รอยร้าวของสถูป
    เราจะเข้าถึง พุทธะภายในใจ ได้อย่างไร ?

    หากการเป็น โพธิสัตว์ หรือ พุทธะ
    ทำให้เรา ไม่พอใจ ในสิ่งที่ตนเองมี
    เราจะ มี อะไร ให้ใช้งาน ?

    หากการเป็น โพธิสัตว์ หรือ พุทธะ
    ทำให้เรา ไม่สามารถเป็น ในสิ่งที่ตนเองเป็น
    เราจะ เป็น อะไรได้ ?
     
  9. มินาโก๊จัง

    มินาโก๊จัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2012
    โพสต์:
    1,008
    ค่าพลัง:
    +138
    แสงจันทร์ส่องนำทาง............
     
  10. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    [​IMG]

    พระโพธิสัตว์ ทุกพระองค์
    ดำรงอยู่ ด้วย โพธิจิต
    ปฏิบัติหน้าที่ ด้วย โพธิจิต
    เมตตา จาก โพธิจิต
    ปัญญา จาก โพธิจิต
    ขันติ จาก โพธิจิต
    อุเบกขา จาก โพธิจิต

    ความมีอยู่ เป็นอยู่
    ความเจริญ ก้าวหน้า
    ความดับ สิ้นสูญ
    ล้วนเป็นผล มาจาก โพธิจิต

    โพธิจิต คือ จิต ที่เป็น โพธิ

    โพธิ คือ ร่มเงา ให้ผู้อื่น พึ่งพิง
    โพธิ คือ ความตื่น และงอกงาม จากพื้นดิน
    โพธิ คือ ความตรง ไม่เอนเอียง ไม่บิดเบี้ยว
    โพธิ คือ การผสานความต่าง ของดินและฟ้า ไว้ด้วยกัน

    ใบโพธิ ที่ร่วงหล่น
    คือ ทะนงตน และ ริษยา
    ให้ร่มเงาไม่ได้ แต่เป็นปุ๋ยได้เมื่อสลายตัว

    ใบโพธิ ที่อยู่บนต้น
    คือ นอบน้อม และ เมตตา
    ให้ร่มเงาผู้อื่นได้ สังเคราะห์อาหารแก่ตนได้

    sun dog ขอถวายพระพร
    ด้วยความนอบน้อม และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
    ของพระโพธิสัตว์ ทุกพระองค์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 29 พฤษภาคม 2012
  11. Unlimited Indy

    Unlimited Indy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    1,228
    ค่าพลัง:
    +799
    เป็นหลักธรรมที่เข้าใจได้ดีมากครับ ปฏิปทาแห่งพระโพธิสัตว์ ทำได้ยากยิ่ง แต่มีผู้ทำได้

    ขอบคุณครับ
     
  12. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    โพธิจิต เป็นพาหนะแห่งความมหัศจรรย์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
    ขอนอบน้อมต่อท่านทั้งหลายที่ใช้โพธิจิตนำทาง
     
  13. barking dog

    barking dog เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2012
    โพสต์:
    765
    ค่าพลัง:
    +151
    [​IMG]

    หยุดให้เป็น เมื่อควรหยุด
    เคลื่อนไหวให้เป็น เมื่อควรเคลื่อนไหว
    ทุกเหตุ บังเกิด ผล เสมอ
     

แชร์หน้านี้

Loading...