ผจญ "พระยามาร"

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย Apinya Smabut, 5 กันยายน 2019.

  1. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    1,044
    กระทู้เรื่องเด่น:
    27
    ค่าพลัง:
    +1,624
    พระอาจารย์กล่าวว่า "สุนัขมีจมูกที่ไวกว่าเรา ๔๐ เท่า แต่สมัยนี้เสื่อมสภาพหมดแล้ว สมัยอาตมาเด็ก ๆ อยู่บ้านต่างจังหวัด เอากระดูกขาไก่ยกขึ้นให้สุนัขดู แล้วขว้างเข้าไปในดงหญ้า สุนัขวิ่งตามเข้าไปไม่ถึงนาทีก็เอากระดูกออกมากิน ส่วนสุนัขสมัยนี้โยนขนมเลยหัวไปหน่อยเดียวก็หาไม่เจอแล้ว"

    ถาม : เป็นเพราะอะไรคะ ?
    ตอบ : เพราะว่าอยู่สบายกินสบายจึงเสื่อมสมรรถภาพ ถ้าปล่อยให้เข้าป่าอด ๆ อยาก ๆ บ้างแล้วจะเก่ง เพราะว่าการอยู่ในป่า ถ้าไม่กินเขาก็จะโดนเขากิน การฝึกที่โหดระดับนั้น ผู้ที่อยู่รอดได้จึงต้องเป็นเป็นที่ผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง

    ลักษณะเดียวกับการปฏิบัติธรรมของเรา เปอร์เซ็นต์ที่รอดไปพระนิพพานได้มีนิดเดียว แต่ก็มี..! มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อาตมาต้องรบกับพระยามาร ฟาดกันชนิดฟ้าถล่มดินทลาย เขายกพหลพลโยธามามากจนนับไม่ได้ เขาบอกว่าที่ปล่อยให้พระพุทธเจ้ารอดไปได้นั้นเพราะว่าเคยเป็นเพื่อนกัน ถ้าเขาไม่ปล่อยไม่มีทางรอดมือเขาไปได้แน่นอน แล้วอาตมาเป็นใครถึงจะไปคิดสู้กับเขา ?

    ตอนที่พระยามารมาอยู่ต่อหน้า พลังของเขาที่แผ่ออกมา ความรู้สึกของอาตมาเหมือนกับว่าใจจะขาดรอน ๆ เหมือนกับลูกไก่อยู่ต่อหน้าพญางู มีอนุสติสุดท้ายอยู่นิดเดียวเท่านั้นว่า พระพุทธเจ้าก็ดี พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ดี พระอรหันตเจ้าก็ดี ท่านไปพระนิพพานกันจนนับไม่ถ้วนแล้ว ถ้ามารเก่งจริงทำไมขวางท่านไม่อยู่ เพราะฉะนั้น..มารไม่เก่งจริงหรอก ดีแต่เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กเท่านั้น แล้วก็มาเจอเด็กที่สู้อีกด้วย..!

    อาตมาบอกกับมารไปว่า "ถ้าโลกนี้ไม่มีพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตเจ้า กูจะยอมไหว้มึง แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ตอนนี้เอ็งมาข้าสู้..!" แต่สู้กับเขา..ขอโทษเถอะ ประตูชนะแทบจะไม่มีเลย จะแผ่เมตตาให้ กำลังของเราก็ไม่เท่าพระพุทธเจ้า ระดับพระพุทธเจ้าเขายังไม่รับเลย แล้วจะไปใช้กำลังอภิญญาสมาบัติอะไรก็ไม่ไหว เพราะว่าเขาถนัดกว่าเราเยอะเลย

    เขาอยู่ในเขตของความเป็นทิพย์ เรื่องพวกนี้เขาชำนาญคล่องตัวกว่าจนนับไม่ได้ เลยอยู่ในลักษณะที่สู้ก็ไม่ได้ หนีก็ไม่ได้ ตื๊อกันจนวินาทีสุดท้าย มีปัญญาตีก็ตีไป เราอึดให้ได้ก็แล้วกัน ท้ายที่สุดหลังจากฟาดกันอยู่เป็นอาทิตย์ เขาก็รามือถอยไปเอง เพราะว่าหมดวาระแล้ว และอาตมาไม่ยอมแพ้สักที

    เรื่องพวกนี้ปกติไม่น่าเล่าให้คนอื่นฟัง แต่ว่าใครสักคนหนึ่งที่ถ้ามีวาสนาบารมีทางด้านนี้ ก็คือสามารถรู้เห็นเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ถ้าเขามาข่มขู่ในลักษณะนี้ให้รู้ไว้ว่า เขาทำเราให้ตายไม่ได้..ในเมื่อเขาทำเราให้ตายไม่ได้ก็ไม่ต้องไปกลัว เขาจะกลั่นแกล้ง จะทุบตี จะฆ่าฟัน หวดเราจมดินลงไปเป็นกิโลเมตรก็ช่างเถอะ ตื๊อสู้ไปอย่างเดียว เพราะถ้าเขาทำเราตายเท่ากับผิดกฎธรรมชาติ เขาได้แต่ข่มขู่ให้เราเลิกปฏิบัติความดีเท่านั้น

    นี่อาตมาเปิดเผยความลับมากไปเดี๋ยวก็โดนอีก ในเมื่อเขาทำเราให้ตายไม่ได้ ไม่ตายซะอย่าง ก็ไม่ต้องไปกลัวหรอก เจ็บแค่ไหนก็ทนได้ สมัยก่อนเขาบอกว่า "ศรีทนได้" ถ้าใครมีวาสนามาทางนี้ ตื๊อไปเลย ยื้อเข้าไว้ เดี๋ยวเขาเบื่อหน่ายหรือหมดวาระเขาก็เลิกไปเอง


    ที่มา วัดท่าขนุน
     

แชร์หน้านี้

Loading...