ผมหลุดมิติ จากการเดินทางไปจักรวาลคู่ขนาน

ในห้อง 'การทดลองทางจิต' ตั้งกระทู้โดย WebSnow, 8 ตุลาคม 2004.

  1. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    คือมิติแห่งพระผู้สร้างมีมิติเดียว

    มนุษย์ไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้ด้วยพลังจิตอย่างเดียว

    การถอดจิตทำให้จิตล่องลอยไม่ได้เข้าไปในมิติคู่ขนาน

    แต่เป็นมิติของโลกปัจจุบัน

    โลกคู่ขนานไม่มีพระวัดการสวดมนต์

    โลกคู่ขนานไม่มีสิ่งใดๆเหมือนโลกมิติปัจจุบันของเรา

    เด็กคนแก่ไม่มี

    มีแต่วัยหนุ่มสาวล้วนๆ

    ทุกคนไม่ได้อยู่เสวยสุข

    แต่ทุกคนเท่าเทียมกัน

    ทำงานเพื่อมนุษย์ชาติเท่านั้น

    ไม่มีเงินทองเป็นของตอบแทน
     
  2. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    เพราะฉะนั้นมนุษย์ไม่สามารถใช้อภิญญาหรือพลังจิตเจาะทะลุมิติได้หรอก

    การทำงานเป็นความลับและละเอียดทุกขั้นตอน

    จิตวิทยาดิบๆสดๆใช้เป็นพื้นฐานในการทำงานทุกขั้นตอนทุกรูปแบบ

    เพราะฉะนั้นศาสนาทุกศาสนา

    หนังสือธรรมมะ พระไตรปิฎก คัมภีร์ไบเบิล คัมภีร์อัลกุรอ่านทั้งหลาย

    จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้ในการสร้างสรรค์งานทุกขั้นตอน

    อุปสรรคที่เกิดจากศาสนามีมากมายนับไม่ถ้วน

    มิติที่อยู่เหนือจะมองเห็นความผิดพลาดมากมาย

    มนุษย์ตัวเล็กตัวน้อยมองภาพรวมมุมมองรวมไม่ออก

    ภาพกว้างจะชัดเจนกว่า
     
  3. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    มีคนโพสต์ให้stefaตกนรกหลายคน

    เหมือนกับว่าstefaเป็นคนไม่มีศาสนาลบหลู่ครูบาอาจารย์

    จริงๆแล้วstefaตั้งใจจะเสนอความจริงให้มนุษย์รู้

    ใครเข้าใจstefaจริงๆ

    แสดงให้เห็นว่าคนผู้นั้นเข้าใจและรู้สถานะของstefaดี

    สถานะของstefaจริงๆแล้ว

    ไม่มีมนุษย์คนใดเข้าถึงตัวได้
     
  4. ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5

    ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2004
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +64
    หึหึหึ

    ความรู้ที่ควรค่าแก่การได้รู้ คือควรจะถ่ายทอดออกมาเป็นสายให้จบๆไปเลยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นี่คุณพี่เล่นกั๊กไว้ แล้วก็หว่านนิดหว่านหน่อย ขาดช่วงไม่ต่อเนื่องกันเลย แล้วที่คุณพี่ถูกคนอื่นเค้าหมั่นไส้สาเหตุก็น่าจะมาจากการ พูดทีละส่วนไม่ต่อเนื่องนี่แหละ คิดดูสิคับ คนที่รับเอาเพียงส่วนๆหนึ่ง และไม่ได้รับรู้ส่วนที่อยู่ก่อนหน้านั้น จึงไม่รู้ว่าคุณพี่จะสื่ออะไร เค้าก็ตัดสินคุณพี่ทั้งหมดจากส่วนที่เค้ารับมาเพียงส่วนเดียว
    เห่ะๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ถึงการแสดงออกของความรู้สึกชอบหรือชังของคน ให้สังเกตุการกดรีโมทย์เปลี่ยนช่องดูทีวี สมมติว่าคาบของการกดรีโมทย์ในการเปลี่ยนช่อง 1 ช่อง เท่ากับ 30 วินาที ซึ่งช่วงเวลา 30 วินาทีนี้ จะเป็นช่วงเวลาการตัดสินใจว่าชอบหรือไม่ (ชอบก็ดูต่อ ไม่ชอบก็เปลี่ยน) ซึ่งจริงๆแล้วการกระทำเยี่ยงนี้จะทำให้พลาดในสิ่งที่ตนเองอยากรู้ไปมากโขเอาการ สาเหตุเพราะไม่ได้ดูมาตั้งแต่ต้น ผ่านตาแวบเดียว ก็ตัดสินรายการนั้นว่าไม่ถูกใจเอาซะแล้ว(อย่างเช่นหนังสนุกๆ แต่มีช่วงที่น่าเบื่อแต่เราดันไปเปิดเจอช่วงนั้นพอดี)
    เอาล่ะ ! ท่านอยากเสนอสิ่งใหม่ให้ ก็เสนอมาเป็นฉากๆเลยดีกว่าละกัน เอาแบบทิดอุทัย สามจ้อย ยิ่งดีมาก โพสต์ทีนึงอ่านกันตาลายเลย
     
  5. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    stefa จะถ่ายทอดความรู้ให้เรื่อยๆแต่ว่าต้องค่อยๆปล่อย

    คลื่นแห่งความคิดต้องค่อยๆรู้ทีละเรื่องทีละเรื่องไป

    จะทับถมลงไปทีเดียวมนุษย์จะไม่เข้าใจ

    ต้องมีเหตุผลที่ทยอยไหลเข้ามาแบบธรรมชาติตามกระทู้ในแต่ละวัน

    เหมือนข่าวหรือโฆษณาในทีวีวิทยุหนังสือพิมพ์ที่ไหลเข้ามาตามเหตุการณ์

    คลื่นแห่งจิตจักรวาลจะส่งคลื่นตามเหตุผล

    stefaก็จะอธิบายตามสมควรแห่งเวลาด้วย
     
  6. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    มนุษย์ต้องศึกษาให้ละเอียดพิจารณาให้ดีก่อนที่จะว่ากล่าวใคร

    stefaไม่โกรธและโทษใครหรอก

    stefaเคยบอกแล้วว่าศึกษาstefaให้ดี

    คุณผู้พ่ายแพ้ขันธ์5นี่ก็ดีรู้จักถาม อธิบาย

    จากการที่คุณโพสต์มาข้างบนนี่

    เรื่องกดรีโมททีวีแสดงให้เห็นชัดเจนมากขึ้นว่า

    คุณรู้จักวิธีอธิบายเรื่องราวได้ง่ายและละเอียดดีขึ้น

    รู้จักเปรียบเทียบการกระทำเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อความเข้าใจ

    โดยใช้วิธีการกระทำของมนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวันของทุกคนอธิบาย

    stefaชอบมาก

    อยากให้ทุกคนใช้วิธีการนี้ในการโพสต์

    แสดงความคิดเห็นที่ดีบ้างเพื่อสื่อให้เห็นถึงตัวตนของตนเอง
     
  7. ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5

    ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2004
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +64
    คุณคือ อ.ปริญญา ตันสกุล รึ

    หรือว่าเป็นลูกศิษย์ของท่าน ข้าพเจ้าเคยผ่านตามานิดหนึ่ง ในเรื่องจิตจักรวาล ไม่ค่อยเข้าใจอะไรลึกซื้งเท่าไหร่นัก เพราะไม่ได้ใช้ความคิดเพ่งพิจารณาเท่าที่ควรจะทำ อ่านผ่านๆเท่านั้น ตอนนั้นข้าพเจ้าชื่นชมแนวคิดของท่านอยู่เหมือนกัน ข้าพเจ้าเข้าใจเอาเองว่าท่านผู้นี้ต้องการที่จะสื่อว่า
    ทุกสรรพสิ่งมีความเป็นเอกภาพ และอาศัยซึ่งกันและกัน
    เป็นแนวคิดเชิงบูรณาการที่มองทุกสิ่งทุกอย่างไม่ต่างกัน โดยใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์เข้าไปจับ นอกจากนี้ยังมีเหตุผลบางอย่างที่วิทยาศาสตร์ยังล้วงไปถึงก็มีซึ่งอันนี้ขอยกไว้ไม่กล่าวถึง แต่เมื่อข้าพเจ้ากลับมาพิจารณาด้วยกำลังสติปัญญาตัวเองที่มีเท่าหางอึ่งนั้น ข้าพเจ้ามองเช่นนี้...
    แม้ว่าแนวคิดนี้จะเป็นจริง นั่นหมายถึงภาวะจิตทุกภาวะ จะต้องพัฒนาตัวเองให้สูงขึ้น เพื่อเข้าไปรวมกับจิตจักรวาลนั้น อันนี้ข้าพเจ้าว่าเป็นไปได้เพียงในความคิดเท่านั้น การกระทำจริงๆของในการพัฒนาภาวะจิตให้สูงขึ้น แล้วไปรวมกับจิตจักรวาลนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะการจิตจักรวาล คือ ภาวะในอุดมคติ ถือว่าเป็นมายาอย่างหนึ่งที่จะหลอกให้ภาวะจิตระดับใดๆ พัฒนาสูงที่สูงขึ้น คือเมื่อพัฒนาขึ้นสูงภาวะที่สูงขึ้น หรือเลื่อนขึ้นสู่เซตใหม่(ที่เข้าใจว่าเป็นสุขกว่าเซตเดิม) ก็จะไปเจอภาวะกดดันอีกแบบหนี่ง ซึ่งเป็นความกดดันประจำภาวะ หรือ ภาษาคณิตศาสตร์เรียกว่า ปัญหาประจำเซต
    และการที่ภาวะจิตในระดับเดียวกันจะอยู่ร่วมกันได้นั้น สิ่งที่สำคัญก็คือ การรอมชอม ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหามัดตัวจนขยับลำบาก แนวคิดเรื่องจิตจักรวาลเลยเสนอเรื่องความรักไป ซึ่งเป็นให้ผลดีไงล่ะคับ
    เอาล่ะ นี่คือส่วนหนึ่งที่ข้าพเจ้าเคี่ยวออกมาจากขี้เลื่อยในสมอง ไม่มีผิดไม่มีถูก มันเป็นเพียงความคิดของคนๆหนึ่ง
     
  8. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    การพัฒนาภาวะจิตให้สูงขึ้นพูดภาษาง่ายๆนะก็คือ

    การพัฒนาจิตให้เป็นคนดีงาม มีความรักให้กับทุกสิ่งทุกอย่างนะ

    โดยการนำจิตมาซอยให้ละเอียดถี่ยิบ

    มีความละเอียดในการคิดเป็นขั้นเป็นตอน เป็นรูปแบบที่ดี

    คนที่ซอยจิตได้มากก็เป็นคนดีมาก

    คนที่ซอยจิตได้น้อยคือจิตจะหยาบกว่า

    จิตจะมีความละเอียดแต่ละบุคคลแตกต่างกัน ความดีน้อยมากแค่ไหนก็ต่างกัน

    แต่จิตไม่จำเป็นต้องนำมาพัฒนาแบบขึ้นเซตใหม่อยู่เรื่อยๆ

    ไม่ต้องนำจิตมาแข่งขันกับตนเองหรือกับผู้อื่น

    ถ้าทำเช่นนั้น ความดีก็จะไม่ดี ความทุกข์ก็จะเข้ามาเยือนแทน
     
  9. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    การแบ่งเซทที่ว่าไว้นั้นก็เพื่อให้รู้เพียงว่ามีจิตละเอียดหลายขั้นตอนเท่านั้น

    พลังงานแห่งความรักนี่สิเป็นสิ่งสำคัญ

    ความรักมีมวลสารสามารถที่จะแทรกซึมเข้าไปในจิตใจที่ถูกซอยละเอียด

    มวลของความรักจะเพาะบ่มให้จิตที่ถูกซอยสุกงอมขึ้นมาเรื่อยๆ

    ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์สุขหรือทุกข์ ความขัดแย้ง ปัญหาต่างๆ

    จิตที่ถูกบ่มจนสุกงอมจะสร้างอารมณ์แห่งความรักออกมาได้อย่างเหมาะเจาะ

    เหมาะสมกับเหตุการณ์ตามความละเอียดของจิตที่ซอยได้ถี่ยิบอย่างอัศจรรย์

    ความรักทำให้ไม่ขาดสติ รักษาสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม
     
  10. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    ทีนี่เรามาดูซิว่าพลังงานแห่งความรักที่มีมวลสารนี้มาจากไหนเล่า

    คุณลองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตอนที่ฟ้าสวยใสนะ

    เมฆสีขาวที่ก่อตัวอยู่เบื้องบน ฟูฟ่อง

    อาการของเมฆที่ฟูขึ้น ฟูขึ้นเรื่อยๆ สีขาวมากๆนี่นะ

    เหมือนกับที่เราเอาไข่ขาวตีกับน้ำตาลในเครื่องตีทำขนมเค็ก

    ฟูนุ่มนวลละเอียดนวลๆ

    นี่แหละคือ มวลสารของพลังงานแห่งความรักที่เราสามารถมองเห็นได้

    มวลสารนี้เป็นอาการที่แสดงออกมาจากความรักที่แท้จริงจากเบื้องบน

    พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าบวกมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าลบเมื่อเสียดสีกัน

    ความรักก็ไหลหลั่งลงมาปลดปล่อยให้มนุษย์ชาติได้รับความรักที่บริสุทธิ์
     
  11. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    เพราะฉะนั้นจิตมนุษย์ไม่ต้องเร่งตัวเองขึ้นไปหาจิตจักรวาลหรอก

    พระเจ้าทรงเมตตามนุษย์มาตลอดเวลา

    แต่มนุษย์ชอบที่จะห้ำหั่นกันฆ่าล้างเผ่าพันธ์กัน

    มนุษย์มักชอบเอาประวัติศาสตร์มาเป็นตัวอย่าง

    มนุษย์น่าจะคิดใหม่ทำใหม่ในสิ่งที่ดีกว่าเก่า
     
  12. ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5

    ผู้พ่ายแพ้ขันธ์ 5 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2004
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +64
    อย่างนั้นต้องทำอะไรซักอย่างกับสมองมนุษย์ล่ะ

    จะให้เป็นอย่างที่ท่านว่า คือ ให้มนุษย์คิดใหม่ทำใหม่พระเจ้าที่ท่านอ้างมา ของต้องริดรอนความคิดและกระทำที่เป็นเสรีของมนุษย์ไปส่วนหนึ่ง หรือจำกัดเสรีทางความคิดก่อน เพราะมนุษย์ไม่มีแบบอย่างให้เลียนแบบ ฉะนั้นการตัดสินใจในเรื่องใดๆ ก็ต้องย้อนกลับมาดูสิ่งที่ตนเคยเดินผ่านมาแล้ว นั่นคือประวัติศาสตร์ แม้ว่าบางครั้งเรื่องที่ทำจะเลวร้าย แต่มนุษย์ก็ยังทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่างเช่น สงคราม ถ้าพระเจ้ามีจริง พระเจ้าที่ท่านพูดถึงต้องปรับโครงสร้างอะไรซักอย่างในสมองมนุษย์แล้วล่ะ ไม่งั้นก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
    มนุษย์เราต่างกับสัตว์ตรงที่รู้จักใช้เหตุผลมากกว่าใช้สัญชาติญาณเท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าจะดูว่าเหนือกว่าสัตว์ปานใดข้าพเจ้าว่ามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอยู่คือ การลองผิดลองถูก ข้าพเจ้าว่ามันเป็นวิธีการโดยธรรมชาติเลยด้วยซ้ำสำหรับสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ไม่ว่าจะอย่างไรทุกอารยธรรมในเอกภพไม่ว่าจะก้าวหน้าเพียงใดก็เคยนับ 1 มาทั้งนั้น ดังนั้นตอนนี้ข้าพเจ้าว่า ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันใดเลยที่จะรู้ว่ามีพระเจ้าหรือจิตจักรวาลหรือไม่ เพราะอย่างไรเสียมนุษย์ก็ทำอย่างด้วยตัวเองอยู่แล้ว
     
  13. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    พระเจ้าของโลกจักรวาลเรานี่นะมีแค่ 1 เดียวเท่านั้น

    ท่านก็ดำรงอยู่ของท่านมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

    การพัฒนาการของท่านมีมาตลอด เมื่อท่านพัฒนา โลกก็พัฒนา

    คุณลองดูโลกของเราซิ เครื่องแต่งกาย บ้านเรือน เครื่องใช้ ทีวี วิทยุ

    คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ท่านเอื้อประโยชน์ให้กับมนุษย์มาตลอด

    ต้นไม้ ดอกไม้ ธรรมชาติ ท่านก็ช่วยดัดแปลงพันธ์ไม้ให้

    สำหรับจิตใจของมนุษย์นั้น คุณลองคิดดูซิว่า

    "จิตใจในปัจจุบันดีกว่าในยุคประวัติศาสตร์มากแค่ไหน"

    สงครามในประวัติศาสตร์รุนแรงและฆ่าล้างเผ่าพันธ์กันอย่างเลือดเย็น

    เป็นอย่างนี้กันมาตลอด จิตใจมนุษย์หยาบยิ่งกว่าสัตว์ซะอีก

    ไม่ว่าจะสมัยไหนยุคไหนก็ตาม ถ้าจะให้ดูง่ายๆนะ

    เริ่มจากสมัยพระเจ้าสิทธัตถะเป็นต้นมา หรือว่าสมัยพระเยซูล่ะ

    ก็สู้รบกันมาตลอด จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 1 ของเรา

    การสู้รบก็ค่อยๆผ่อนปรนลง ค่อยๆน้อยลงเรื่อยๆ สาเหตุล่ะทำไมถึงน้อยลง

    พระเจ้าท่านทรงเล็งเห็นว่า ถ้าท่านไม่เบรคจิตมนุษย์ให้หยุดลง

    ถ้าท่านยังปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปตลอด ก็คงจะไม่ดีแน่

    มนุษย์เองไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงและช่วยตัวเองได้ด้วยตัวเอง
     
  14. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    พระเจ้าท่านไม่ได้ริดรอนความคิดหรือจำกัดเสรีทางความคิดของมนุษย์

    อย่าลืมว่า
     
  15. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    ความทรงจำหรือประวัติศาสตร์แห่งศาสนาทุกศาสนาที่มีอยู่เป็นสิ่งที่ดี

    ศาสนาแต่ละศาสนาก็เพื่อง่ายแก่การศึกษาสำหรับแต่ละเผ่าพันธ์

    ศาสนาแต่ละศาสนาเหมาะสมกับมนุษย์แต่ละทวีป

    สาเหตุที่มีหลายศาสนาก็เป็นเช่นนี้

    ยิ่งเมื่อสมัยก่อนการสื่อสารถือว่าไม่มีนะ

    ต้องใช้วิธีการเดินทางสื่อสารกันยากลำบากมาก

    เพราะฉะนั้นแต่ละชนเผ่าต่างก็มีศาสนาแยกย่อยกันลงไปอีกเป็นลัทธิเป็นต้น

    นับถือผีเทพวิญญาณต่างๆนานากันไป

    เพราะอะไร
     
  16. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    ภูมิปํญญาการศึกษาความรู้เขามีน้อย

    เขาก็เคารพนับถือบนบานศาลกล่าวเจ้าป่าเจ้าเขาของเขาไป

    พระเจ้าก็ยังเคารพในภูมิปัญญาดั้งเดิมของมนุษย์อยู่

    แต่ในเมื่อทิ้งเวลามาจนเนิ่นนานมากเกินพอแล้ว

    มนุษย์ก็ยังไม่สามารถพัฒนาได้ด้วยตัวเอง

    จิตใจยังหยาบรบรากันไม่หยุดหย่อน

    ถึงแม้ว่าจะบัญญัติศาสนามาให้แล้วก็ตามนานนมเนมา

    ท่านจึงต้องเปลี่ยนแปลงจิตใจมนุษย์ใหม่ให้ดีขึ้น

    โดยการเพิ่มโครงข่ายความถี่พลังงานใหม่ให้กับโลก

    แต่ท่านทยอยถักทอโครงข่ายและเพิ่มความถี่ขึ้นทีละนิดๆ

    เพื่อให้มนุษย์สามารถปรับเปลี่ยนจิตให้ละเอียดๆๆๆๆๆๆๆๆ

    คุณสังเกตุเห็นไม๊ล่ะว่าจิตมนุษย์ปัจจุบันนี่นะ

    ดีๆๆๆๆๆๆๆขึ้นกว่าเดิมไม๊ล่ะ

    stefaอธิบายให้เข้าใจง่ายๆคิดง่ายๆ
     
  17. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    การศึกษาทางด้านวิชาการต่างๆเป็นสังคมศาสตร์มั่ง

    วิทยาศาสตร์สาขาต่างๆในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

    ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าท่านทรงป้อนให้มนุษย์มาโดยตลอด

    เป็นขั้นเป็นตอนเป็นชั้นเรียนเป็นปริญญาด้านต่างๆ

    เป็นภูมิปัญญาใหม่ที่ถ่ายทอดให้มาเรื่อยๆในช่วงหลังนี้มากๆ

    วิทยาการใหม่ๆป้อนมาให้จนมนุษย์รับแทบไม่ไหว

    ลึกซึ้งละเอียดเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจและทำได้

    เช่นนาโนเทคโนโลยี่เป็นต้น
     
  18. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    มนุษยยุคปัจจุบันนี้โชคดีเหลือหลาย

    คุณลองสังเกตุดูให้ดีซี

    ระยะเวลาไม่กี่สิบปีมานี้เราสนุกกับเทคโนโลยี่มากแค่ไหน

    เราไม่กินอยู่อยากสะดวกสบายเดินทางโดยรถยนต์เครื่องบิน

    สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์

    มนุษย์ลองคิดดูแล้วลองให้อารมณ์กับสิ่งเหล่านี้ซิว่า

    "น่าตื่นเต้นและอัศจรรย์ใจ"มากน้อยแค่ไหน

    นี่แหละคือความรักที่พระเจ้าทรงประทานความรักที่บริสุทธิ์จริงๆให้แก่มนุษย์

    รักโดยที่ท่านทรงไม่คิดที่จะให้มนุษย์รู้ด้วยซ้ำไปว่า

    สิ่งเหล่านี้มาจากไหน

    ใครเป็นผู้คิดค้นที่แท้จริง

    ใครเป็นผู้ให้ที่แท้จริง
     
  19. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    ท่านอยากจะให้มนุษย์ภูมิใจในความสามารถของมนุษย์ด้วยตัวเอง

    ให้มนุษย์รู้จักคำว่าคิดค้น

    สร้างสรรค์

    ริเริ่ม

    คิดค้น

    ซึ่งสิ่งเหล่านี้มนุษย์ในสมัยก่อนไม่รู้จัก

    ไม่รู้ว่าคิดค้นเป็นอย่างไร

    อะไรคือการสร้างการทำการออกแบบ

    มนุษย์รู้จักแต่การเลียนแบบ

    บางครั้งยังเลียนแบบสัตว์ป่า

    นี่แหละคือสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
     
  20. stefa

    stefa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,241
    ค่าพลัง:
    +1,786
    ชื่อเสียงทั้งหลาย

    ท่านยกให้เป็นผลงานของมนุษย์ทั้งหมด

    ยกประโยชน์ให้กับพระพุทธเจ้าพระเยซูพระฯลฯ

    ทั้งๆที่พระไตรปิฎกพระคัมภีร์ไบเบิลคัมภีร์อัลกุรอ่านทั้งหลาย

    ท่านเป็นผู้บัญญํติและถ่ายทอดผ่านมาให้มนุษย์ทั้งนั้น

    หวังว่าจะให้มนุษย์มีจิตใจที่ดีรู้จักคิดรู้จักทำความดี

    แต่แล้วมนุษย์ก็ยังทำร้ายจิตใจและร่างกายกันมาตลอดไม่หยุดหย่อน

    เพราะฉะนั้นสำหรับสงครามยุคปัจจุบันนี้นะ

    stefaถือว่าน้อยมาก

    ที่มนุษย์ชอบเรียกว่า

    จิ๊บจ๊อยจริงๆ

    วันนี้ขอหยุดแค่นี้ก่อนนะ

    จะไปดุหนังโทรทัศน์เกาหลีเรื่องแดจังกึม
     

แชร์หน้านี้

Loading...