ผลที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ล้วนมาจาก “กรรม” ทั้งสิ้น

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 26 สิงหาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    อมตะนิทาน เรื่อง วิธีการแก้กรรม เจ้าหญิงโรหิณี โกธวรรค อรรถกถาธรรมบท

    เนื้อคู่ของเราเป็นใครและจะรู้ได้อย่างไรฟังให้จบพบคู่แท้

    vihan taweesak
    Oct 28, 2019

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 มกราคม 2020
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    สำรวจตน ใครมี 19 ข้อนี้เป็นผู้มีบุญสูงส่ง เป็นเทวดามาเกิด คุณธรรมพื้นฐาน3ข้อ ของนักสร้างบารมี คำเตือ

    วิบากกรรมอะไร ทำไมการงาน การเงิน ชีวิตรักประสบแต่อุปสรรคปัญหา ทำยังไงจะหนีกรรมได้ ตัวถ่วงที่ควรทิ้ง

    อานนท์ เล่าเรื่อง

    Dec 6, 2019
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    อาจารย์ยอด : อานิสงส์กรรมฐาน [กรรม]

    อาจารย์ยอด : หัวปลา [กรรม] new

    อาจารย์ยอด
    Jan 30, 2020
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 มกราคม 2020
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    จะดิ้นรนเเค่ไหนก็ตาม..หากไม่มีบุญกรรมสนับสนุน..โชคลาภก็เกิดขึ้นไม่ได้

    BUA CHANNEL
    Jan 25, 2020
     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    สร้างพระพุทธรูปโบสถ์วิหาร อานิสงส์ยังไม่เท่านั่งสมาธิ ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น นั่งสมาธิให้ได้บุญสูงสุด

    อานนท์ เล่าเรื่อง
    Mar 17, 2020
     
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    ลัпษณะของผู้มีบุญมาก จะมี 7 ข้อ
    สำหรับจิตของผู้ที่มีบุญมากจะต้องประกอบไปด้วย 7 ข้อ ซึ่งคุณสมบัติของนักบวช นักบุญ ผู้มีปัญญา บุญบารมีสูง มักจะมี ดังต่อไปนี้
    1 เป็นคนไม่คิดมาก เมื่อคุณเป็นคนที่มีบุญแล้วผลแห่งบุญปรับเปลี่ยนให้เป็นความสะอาด ความสว่างในใจเรา ความสงบภายใต้เบื้องลึกหลายๆสิ่งหลายอย่าง กำลังบุญจะแผ่กว้างให้เกิดความสงบได้ ไม่ให้เกิดความฟุ้งซ่าน คิดเรื่องบวกและเป็นทุกข์
    2 เป็นคนที่ไม่บ่น เมื่อมีบุญแล้วผลแห่งบุญนั้นจะแป รสภาพให้เป็นปัญญาทันที ทำให้ยอมรับความเป็นจริง รู้แจ้งเห็นจริง เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ตามระดับบุญวาสนาของตัวเอง
    3 ไม่กลัวและไม่ท้าทาย เมื่อเป็นคนที่มีบุญแล้ว ผลบุญจะแปลให้เป็นความเข้มแข็งกล้าหาญ ตามกำลังของผู้ที่มีบุญ เป็นคนที่ไม่ได้หวั่นต่ออุปสรรค และไม่ท้าทายต่ออุปสรรคข้างหน้า
    4 ไม่ทำ เมื่อมีบุญแล้ว ผลบุญจะบอ กให้เรานั้นควรทำอะไรได้ไม่ควรทำอะไรได้ เป็นตัวแปร ค วบคุม ช่วยในเรื่องของการจัดการบริหารต่างๆ ช่วยให้เรานั้นละอๅยต่อบๅป ต่อความผิดน้อยใหญ่
    5 รอคอยได้ เมื่อคุณเป็นคนที่มีบุญ ผลแห่งบุญจะส่งผลให้คุณนั้นเป็นคนใจเย็น มีความยืดหยุ่นตามกำลังของบุญ จะทำให้คุณเป็นคนที่ใจเร็ว เล็ งเห็นถึงจังหวะและโอกาสอันดี
    6 อดทน เมื่อคุณเป็นคนที่มีบุญ ผลแห่งบุญจะส่งผลให้คุณนั้นเป็นคนที่เข้มแข็ง สามารถอดทน มีความคิดที่ไม่หวๅดหวั่น และจะเห็นทุกความสำเร็จมาจากความอดทน
    7 สงบได้ เย็นได้ เมื่อคุณเป็นคนที่มีบุญ ผลแห่งบุญจะส่งผลให้คนนั้นเป็นคนที่เย็น เป็นคนสงบ ไม่пระวนпระวาย ไม่เป็นคนพูดจาโผงผาง มีสติยั้งคิดตลอด แม้ว่าจะตпอยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่ดี ก็สามารถแก้ไขสถานการณ์นั้นได้
    Pinned by อานนท์ เล่าเรื่อง
     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    กฏแห่งกรรม เรื่อง คู่กรรมข้ามชาติ
    คู่บุญ คู่เวร คู่แท้ กว่าที่คนเราจะมาพบเจอกันทดลองคบกัน เกิดเป็นความรักกัน จนกระทั่งสร้างครอบครัวร่วมกันได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่หลายๆ คนเชื่อเกี่ยวกับเรื่อง “เนื้อคู่” หรือ “บุพเพสันนิวาส” นั่นแหละ (ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อในหนัง หรือบทละครเท่านั้นนะ) โดยที่มาที่ไปของคำว่าเนื้อคู่ หรือบุพเพสันนิวาส นั้น หมายถึง “คนที่เคยสร้างบุญหรือเวรกรรมร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน” หรือเคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นคู่รัก เป็นสามีภรรยากัน โดยในทางพุทธศาสนามีความเชื่อที่ว่า บุญ หรือการกระทำกรรม ในอดีตชาตินั้นจะส่งผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันชาติได้ ทำให้คู่รักนั้น ได้วนกลับมาพบเจอกันและรักกันได้อีกในชาตินี้ เนื้อคู่นั้นมีอยู่ 2 ลักษณะ โดยมีทั้ง “คู่บุญ” และ “คู่เวรกรรม” จะรักกันและสนับสนุนส่งเสริมกัน หรือทำร้ายจิตใจกัน ทำลายอีกฝ่าย ให้อีกฝ่ายเสียใจนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าในอดีตชาติ ทั้งสองนั้นได้สร้างบุญหรือสร้างกรรมร่วมกันมา หรือพูดง่ายๆ ก็คือสิ่งที่จะเป็นตัวชี้วัด และกำหนดว่า ทั้งสองเป็นคู่บุญหรือคู่เวรกรรมกันนั้นก็คือ “กรรม” นั่นเอง หากคนที่สร้างกรรมดีร่วมกันมา ก็ต้องยินดีด้วย เพราะทั้งสองก็จะได้เจอคู่บุญ แต่หากคนทั้งสองที่ร่วมกันสร้างกรรมชั่ว หรือทำในสิ่งไม่ดีต่างๆ ร่วมกันมา นั่นหมายความว่า ทั้งสองเป็นคู่เวรกรรมกัน จึงทำให้ในชาตินี้ต้องมาชดใช้กรรมต่อกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคู่ที่รักกันดีหวานแหววชื่นมื่น หรือแม้แต่คู่ที่เป็นคู่เรียกว่ากัดหรือทะเลาะกัน จิกกัดกันตลอดเวลา โดยสามารถสังเกตกันได้ง่ายๆ ดังนี้… คู่บุญ หากพูดถึง “คู่บุญ” ทุกคนคงจะเข้าใจว่าหมายถึงคนทั้งสองที่เคยได้ทำบุญร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน จึงทำให้ในชาตินี้ได้กลับมาพบเจอกัน แต่จริงๆ แล้ว คนที่เป็นคู่บุญกันนั้น อาจจะเคยเป็นเพื่อน เป็นญาติ เป็นคนรักกันมาก่อน หรืออาจจะเคยมีโอกาสได้รู้จักกันในระยะเวลาช่วงหนึ่งก็เป็นได้ คู่บุญจะไม่ทำร้ายกันรุนแรง ไม่สร้างปัญหาหรือไม่ทำให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกเสียใจหรือเจ็บปวดอะไรมากนัก แต่จะมาในรูปแบบลักษณะที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน หรือมีความรู้สึกดีๆ ให้กันเสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนมากคนเราเกิดมามีคู่บุญกันมากมาย และไม่จำเป็นที่จะต้องมาคบกันหรือเป็นคู่รักกันเสมอไปนะ บางคนอาจจะแค่ผ่านเข้ามาพบเจอกัน มารักกัน มาให้การสนับสนุนช่วยเหลือกัน หรือมาทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดี หรืออาจจะแค่เดินผ่านเดินสวนกัน แล้วรู้สึกถูกชะตาก็ได้ และเมื่อบุญที่เคยได้สั่งสมมานั้นหมดลง ก็จะมีเหตุให้คนทั้งสองนั้นต้องแยกจากกันไปนั่นเอง

    คู่เวรกรรม คู่เวรกรรม จะแตกต่างจากคู่บุญอย่างสิ้นเชิง มักอยู่ด้วยกันแบบกินข้าวคลุกน้ำตาเสียมากกว่า และสังเกตได้ว่าอยู่ด้วยกันแล้วมักจะมีอาการทรงๆ ทรุดๆ หรือไม่ค่อยเจริญรุ่งเรือง ฝ่ายหนึ่งทำให้อีกฝ่ายต้องสูญเสีย ไม่ว่าจะในรูปแบบของเงินทอง ข้าวของ หรือทำร้ายจิตใจกัน ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจ เสียใจ และอื่นๆ (หรือต่างคนก็ต่างทำสิ่งแย่ๆ ใส่กันไปมา โดยที่ก็เลิกรากันยากเสียด้วย) โดยคู่เวรกรรมนี้ มักจะเกิดมาพบเจอกันเพื่อหักล้าง และทำลายล้างซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นการชดใช้เวรกรรมเก่าในอดีตชาติที่แต่ละคนเคยได้สร้างเอาไว้
     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    7 วิธีสังเกตลักษณะเนื้อคู่แต่ชาติปางก่อน

    TAKREANG CHANAL
    Jan 21, 2019
     
  12. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
  13. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    97545.jpg
    กฎแห่งกรรม : เบ็ดเกี่ยวปาก

    แม้จะเป็นคนไทย นับถือพุทธศาสนา แต่ฉันก็ไม่ค่อยเข้าถึงหลักธรรมคำสอนสักเท่าไหร่ ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ทำบุญทำทานตามวาระโอกาส เช่น ปีใหม่ วันเกิด หรือในวันสำคัญทางศาสนา

    แต่เมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตก็เริ่มวุ่นวายและไม่สนุกเหมือนเดิม ทำให้ฉันหันมาสนใจศึกษาพระธรรม ด้วยการอ่านหนังสือ ฟังพระเทศน์ ฟังธรรมบรรยายจากครูอาจารย์ที่เชี่ยวชาญทางธรรม
    ผลที่ได้รับนั้น ทำให้ฉันเข้าใจตัวเองมากขึ้น ชีวิตเริ่มสงบลง ขณะเดียวกันก็ได้ความรู้อะไรอีกหลายอย่างที่ไม่เคยรู้ เช่น เรื่องกฎแห่งกรรม ที่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากๆสำหรับคนที่ทำแต่กรรมไม่ดี ทั้งโดยเจตนาก็ตาม หรือไม่เจตนาก็ตาม
    แรกๆฉันคิดว่าการกระทำกรรมไม่ดี ต้องทำตอนโตจึงจะมีผล แต่ถ้าทำตอนเล็กๆคงไม่เป็นไร เพราะยังไม่รู้เรื่องบาปบุญคุณโทษ แต่สิ่งที่ฉันคิดนั้นผิด เพราะขึ้นชื่อว่าทำกรรมแล้ว ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม ย่อมได้รับผลของกรรมนั้นอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง
    เหมือนกับเรื่องของเพื่อนคนหนึ่งที่ฉันได้รู้จักตอนไปปฏิบัติธรรมที่เดียวกัน เธอชื่อว่า “ป้อม” ซึ่งได้ทำกรรมไว้เมื่อตอนเด็กๆ และได้รับผลของกรรมเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีทีเดียว

    ป้อมเล่าว่าเธอมักจะเกิดแผลในปากบ่อยๆ ตอนแรกก็เข้าใจว่า ดื่มน้ำน้อยทำให้ร้อนในจึงเกิดแผลในปาก เธอก็พยายามดื่มน้ำให้มากขึ้น แต่มันก็จะเกิดแผลในปากอยู่เรื่อยๆ
    พอได้มาปฏิบัติธรรมฝึกสติรับรู้การกระทำในปัจจุบัน จึงพบว่า ปกติแล้วการที่ลิ้นจะโดนฟันขบเวลาเคี้ยวอาหารก็เป็นเรื่องธรรมดาของลิ้นกับฟัน ที่อาจมีการกระทบกันได้บ้าง
    แต่ที่ผิดปกติและไม่ธรรมดาก็คือ มีหลายครั้งที่ไม่ได้เคี้ยวอาหาร แค่พูดคุยกันธรรมดา จู่ๆฟันก็ไปกระทบกับลิ้น หรือฟันไปกัดโดนกระพุ้งแก้มในปาก หลังจากนั้นก็จะเกิดเป็นแผลเจ็บปวดเกือบ 10 วัน ไม่ใช่แผลร้อนในอย่างที่เคยเข้าใจ

    เมื่อลิ้นเป็นแผลเธอก็ใส่ยารักษาให้หายเร็วๆ แต่ไม่นานก็เป็นซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็รักษากันไป วนเวียนอยู่อย่างนี้เป็นปีๆ ทำให้เธอเกิดความลำบากมากในการรับประทานอาหารทุกครั้ง
    แต่หลังจากที่เธอได้ฟังธรรมบรรยายของ ดร.สนอง วรอุไร ว่าถ้าเราทำกรรมอะไรไว้ ก็ชดใช้ให้หมดไปในชาตินี้
    เธอจึงได้หันกลับมาทบทวนการกระทำที่ผ่านๆมาของตัวเอง แล้วก็พบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอนั้น มันไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บธรรมดา แต่มันเป็นโรคที่เกิดจากกรรม เธอจึงเลิกรักษา และพร้อมชดใช้กรรมทั้งหมด ด้วยความอดทนอดกลั้นต่อความเจ็บปวด

    กรรมที่ป้อมได้ก่อไว้ เธอเล่าว่า ได้ทำมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ เพราะวัยนั้นเธอเป็นเด็กหญิงที่ซุกซนมาก ชอบเล่นกับเด็กผู้ชาย ไม่ว่าจะปีนต้นไม้ กระโดดน้ำในคลอง เธอทำได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เรื่องตกปลา เธอไม่เคยทำ
    เนื่องจากบ้านที่เธออยู่นั้น หน้าบ้านมีคูน้ำ ช่วงฤดูฝนที่น้ำหลาก น้ำจะล้นมาถึงคูหน้าบ้าน และมีปลาตัวเล็กๆตามมาด้วย
    ป้อมชอบไปเล่นที่คูน้ำ เธอเห็นปลาว่ายน้ำไปมา จึงนึกสนุกเอามือไปช้อนเล่น ได้บ้างไม่ได้บ้าง จับได้มาแค่พอปลาดิ้นกระดุกกระดิกบนฝ่ามือ เธอก็ปล่อยลงน้ำไปเหมือนเดิม เล่นอย่างนี้หลายวันเข้าก็เบื่อ เธอจึงคิดว่า ตกปลาดีกว่า น่าจะสนุกดี เพราะเธอเคยเห็นพวกเด็กผู้ชายเล่นตกปลาแข่งกันอย่างสนุกสนาน คิดแล้วเธอก็ไปหาอุปกรณ์ตกปลา โดยไปซื้อเบ็ดและเอ็นที่ตลาด แล้วหาไม้ไผ่มาทำคันเบ็ด ซึ่งเธอก็ทำได้ เพราะเคยช่วยเพื่อนๆทำ จากนั้นก็ไปขุดหาไส้เดือนมาเป็นเหยื่อ เมื่อได้ของครบแล้ว ป้อมก็เตรียมตัวไปตกปลา เมื่อแม่เห็นก็ห้าม และไล่ให้ไปเล่นอย่างอื่น ป้อมจึงหลบไปสักพัก พอเห็นว่าแม่ไม่อยู่ ก็หอบอุปกรณ์มาตกปลาอีก แต่เพราะเป็นมือใหม่หัดตก ตอนแรกจึงตกไม่ได้เลยสักตัว ทำให้ป้อมรู้สึกเบื่อ และอยากจะเลิก
    แต่พอนานเข้า ก็เริ่มมีปลามากินเบ็ด เมื่อตกได้ปลาตัวแรกซึ่งเป็นปลาตัวเล็กๆ เธอก็จะปลดเบ็ดที่เกี่ยวปากปลาออก แต่ความที่ไม่ชำนาญ กว่าเธอจะปลดเบ็ดออกได้ ก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน ทำให้ปากปลาครูดกับเบ็ดจนเป็นแผลถลอก!! แล้วเธอก็ปล่อยมันลงน้ำไป
    ตอนนั้นป้อมไม่รู้หรอกว่า การกระทำของเธอ ทำให้ปลามันเจ็บปวดแค่ไหน เพราะเธอยังคงตกปลาอย่างสนุกสนานต่อมาอีกหลายอาทิตย์ และก็ทำเหมือนเดิม คือ พอตกได้ ก็ปล่อยไป เรียกว่า มีปลานับสิบๆตัวที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นนี้

    แต่เหตุที่น้ำไม่ได้หลากมามากทุกปี ทำให้กิจกรรมตกปลาของป้อมค่อยๆห่างไป และเมื่อโตขึ้นเธอก็ไม่ได้สนใจที่จะตกปลาอีกเลย จนกระทั่งเรียนจบและแต่งงานไปจนกระทั่งผลกรรมที่ทำไว้ ได้ย้อนกลับมาหา เธอต้องตกอยู่ในสภาพที่เป็นแผลในปากบ่อยครั้ง และช่วงเวลานี้เองที่เธอได้รู้ถึงรสชาติของความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ซึ่งไม่ต่างไปจากปลาทั้งหลายที่เธอได้ทำกับพวกมันไว้
    หลังจากได้ชดใช้หนี้กรรมให้พวกปลา โดยยอมเจ็บปวดทุกข์ทรมานมานาน ทุกวันนี้แม้ฟันจะขบถูกลิ้นแรงๆเวลาเคี้ยวอาหาร ก็ไม่เป็นแผลเจ็บปวดหลายวันเหมือนแต่ก่อน เจ็บแค่ไม่นานก็หายไป
    เธอคิดเอาเองว่า ตอนนี้เธอน่าจะชดใช้กรรมจากการตกปลาหมดสิ้นแล้ว และเธอได้ขออโหสิกรรมกับพวกมันด้วย ขอให้เลิกแล้วต่อกันในชาตินี้
    ตั้งแต่นั้นมา เธอก็หมั่นทำบุญใส่บาตร และไม่ลืมที่จะอุทิศผลบุญให้กับผู้เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเธอ

    ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านที่มีประสบการณ์จริงเกี่ยวกับเรื่องกฎแห่งกรรม เขียนเล่ามาเป็นธรรมทานในการเตือนสติแก่เพื่อนร่วมโลกให้ตระหนักถึงบาปบุญคุณโทษ และตั้งอยู่ในความดีงามตลอดไป


    (จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 141 กันยายน 2555 โดย นิรนาม)
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    การทำกรรมทางใดมีโทษมากที่สุด

    ...ทีฆตปัสสีนิครนถ์ได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ท่านพระโคดม ! พระองค์เล่าย่อมบัญญัติทัณฑะ ในการทำบาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรมไว้เท่าไร ?ทีฆตปัสสี ! ตถาคตจะบัญญัติว่ากรรม ๆ ดังนี้ เป็นอาจิณ.ท่านพระโคดม ! ก็พระองค์ย่อมบัญญัติกรรม ในการทำบาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรมไว้เท่าไร ?ทีฆตปัสสี ! เราย่อมบัญญัติกรรม ในการทำบาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรมไว้ ๓ ประการ คือ กายกรรม ๑ วจีกรรม ๑ มโนกรรม ๑.ท่านพระโคดม ! ก็กายกรรมอย่างหนึ่ง วจีกรรมอย่างหนึ่ง มโนกรรมอย่างหนึ่ง มิใช่หรือ ?ทีฆตปัสสี ! กายกรรมอย่างหนึ่ง วจีกรรมอย่างหนึ่ง มโนกรรมอย่างหนึ่ง ท่านพระโคดม ! ก็บรรดากรรมทั้ง ๓ ประการ ที่จำแนกออกแล้วเป็นส่วนละอย่างต่างกัน เหล่านี้ กรรมไหน คือ กายกรรม วจีกรรม หรือมโนกรรมที่พระองค์บัญญัติว่ามีโทษมากกว่าในการทำบาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรม ?ทีฆตปัสสี ! บรรดากรรมทั้ง ๓ ประการ ที่จำแนกออกแล้วเป็นส่วนละอย่างต่างกันเหล่านี้เราบัญญัติมโนกรรมว่ามีโทษมากกว่า ในการทำบาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรม เราจะบัญญัติกายกรรม วจีกรรมว่ามีโทษมาก เหมือนมโนกรรม หามิได้.ท่านพระโคดม ! พระองค์ตรัสว่ามโนกรรมหรือ ?ทีฆตปัสสี ! เรากล่าวว่ามโนกรรม.ท่านพระโคดม ! พระองค์ตรัสว่ามโนกรรมหรือ ?ทีฆตปัสสี ! เรากล่าวว่ามโนกรรม.ท่านพระโคดม ! พระองค์ตรัสว่ามโนกรรมหรือ ?ทีฆตปัสสี ! เรากล่าวว่ามโนกรรม.ทีฆตปัสสีนิครนถ์ให้พระผู้มีพระภาคทรงยืนยันในเรื่องที่ตรัสนี้ถึง ๓ ครั้ง ด้วยประการฉะนี้ แล้วลุกจากอาสนะเข้าไปหานิครนถ์นาฏบุตรถึงที่อยู่.
    -ม. ม. ๑๓/๕๔/๖๒.
    ...อกุศลกรรมบท ๑๐
    ...ดูกรจุนทะ ความไม่สะอาดทางกายมี ๓ อย่าง ความไม่สะอาดทางวาจามี ๔ อย่าง ความไม่สะอาดทางใจมี ๓ อย่าง ฯ
    ...ดูกรจุนทะ ก็ความไม่สะอาดทางกายมี ๓ อย่าง อย่างไรเล่าดูกรจุนทะ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีปรกติฆ่าสัตว์ หยาบช้า มีมือชุ่มด้วยโลหิต ตั้งอยู่ในการฆ่าและการทุบตี ไม่มีความเอ็นดูในสัตว์มีชีวิต ๑เป็นผู้ถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้ คือ ถือเอาวัตถุอันเป็นอุปกรณ์แก่ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่น ซึ่งอยู่ในบ้านหรืออยู่ในป่า ที่เจ้าของมิได้ให้ ด้วยจิตเป็นขโมย ๑เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม คือ เป็นผู้ถึงความประพฤติล่วงในสตรีที่มารดารักษา บิดารักษา พี่ชายน้องชายรักษา พี่สาวน้องสาวรักษา ญาติรักษา ธรรมรักษา สตรีมีสามี ผู้มีอาชญาโดยรอบ โดยที่สุดแม้สตรีผู้ที่บุรุษคล้องแล้วด้วยพวงมาลัย ๑ดูกรจุนทะ ความไม่สะอาดทางกายมี ๓ อย่าง อย่างนี้แล ฯ
    ...ดูกรจุนทะ ความไม่สะอาดทางวาจามี ๔ อย่าง อย่างไรเล่าดูกรจุนทะ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีปรกติพูดเท็จ คือ เขาอยู่ในสภา ในบริษัท ในท่ามกลางญาติ ในท่ามกลางเสนา หรือในท่ามกลางราชสกุล ถูกผู้อื่นนำไปเป็นพยานซักถามว่า มาเถิดบุรุษผู้เจริญ ท่านรู้สิ่งใดจงพูดสิ่งนั้น ดังนี้บุคคลนั้นเมื่อไม่รู้กล่าวว่ารู้ หรือเมื่อรู้กล่าวว่าไม่รู้ เมื่อไม่เห็นกล่าวว่าเห็น หรือเมื่อเห็นกล่าวว่าไม่เห็น ดังนี้เป็นผู้กล่าวเท็จทั้งรู้ เพราะเหตุแห่งตน เพราะเหตุแห่งผู้อื่น หรือเพราะเหตุเห็นแก่อามิสเล็กน้อย ด้วยประการดังนี้ ๑เป็นผู้พูดส่อเสียด คือ ฟังข้างนี้แล้วไปบอกข้างโน้นเพื่อทำลายคนหมู่นี้ หรือฟังข้างโน้นแล้วมาบอกข้างนี้เพื่อทำลายคนหมู่โน้น ยุยงคนทั้งหลายผู้สามัคคีกันให้แตกกัน หรือส่งเสริมชนทั้งหลายผู้แตกกันแล้ว ชอบความแยกกัน ยินดีความแยกกัน เพลิดเพลินในความแยกกัน กล่าวแต่คำที่ทำให้แยกกัน ๑เป็นผู้พูดคำหยาบ คือกล่าววาจาที่หยาบคายกล้าแข็ง ทำให้ผู้อื่นข้องใจ เดือดร้อนแก่ผู้อื่น ใกล้ต่อความโกรธ ไม่เป็นไปเพื่อสมาธิ ๑เป็นผู้พูดเพ้อเจ้อ คือ กล่าวไม่ถูกกาล กล่าวไม่จริง กล่าวไม่อิงอรรถ ไม่อิงธรรม ไม่อิงวินัย กล่าววาจาไม่มีหลักฐาน ไม่มีที่อ้าง ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลไม่ควร ๑ดูกรจุนทะ ความไม่สะอาดทางวาจามี ๔ อย่าง อย่างนี้แล ฯ
    ...ดูกรจุนทะ ความไม่สะอาดทางใจมี ๓ อย่าง อย่างไรเล่าดูกรจุนทะ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้อยากได้ของผู้อื่น คือ อยากได้วัตถุเป็นอุปกรณ์แก่ทรัพย์เป็นเครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่นว่า ไฉนหนอ วัตถุเป็นอุปกรณ์แก่ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นพึงเป็นของเรา ดังนี้ ๑เป็นผู้มีจิตปองร้าย คือ มีความดำริในใจอันชั่วร้ายว่า สัตว์เหล่านี้จงถูกฆ่า จงถูกทำลาย จงขาดสูญ จงพินาศ หรืออย่าได้เป็นแล้ว ดังนี้ ๑เป็นผู้มีความเห็นผิด คือ มีความเห็นวิปริตว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล การเซ่นสรวงไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่บุคคลทำดีทำชั่วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี มารดาไม่มี บิดาไม่มี สัตว์ผู้เป็นอุปปาติกะไม่มี สมณพราหมณ์ผู้ดำเนินไปโดยชอบ ผู้ปฏิบัติชอบผู้ทำโลกนี้และโลกหน้า ให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้ตาม ย่อมไม่มีในโลก ดังนี้ ๑ดูกรจุนทะ ความไม่สะอาดทางใจมี ๓ อย่าง อย่างนี้แล ฯ
    ...ดูกรจุนทะ อกุศลกรรมบถมี ๑๐ ประการนี้แล ดูกรจุนทะ บุคคลผู้ประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ เมื่อลุกขึ้นจากที่นอนแต่เช้าตรู่ ถึงแม้จับต้องแผ่นดิน ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้ไม่จับต้องแผ่นดิน ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จับต้องโคมัยสด ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้ไม่จับต้องโคมัยสด ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จับต้องหญ้าอันเขียวสด ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้ไม่จับต้องหญ้าอันเขียวสด กเป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะบำเรอไฟ ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะบำเรอไฟ ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้เป็นผู้ประนมอัญชลีนอบน้อมพระอาทิตย์ ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะเป็นผู้ไม่ประนมอัญชลีนอบน้อมพระอาทิตย์ ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะลงน้ำ ๓ ครั้งทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้จะไม่ลงน้ำ ๓ ครั้งทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ก็เป็นผู้ไม่สะอาดอยู่นั่นเอง ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ เป็นความไม่สะอาดด้วย เป็นตัวกระทำไม่สะอาดด้วยดูกรจุนทะ ก็เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ นรกจึงปรากฏกำเนิดดิรัจฉานจึงปรากฏ เปรตวิสัยจึงปรากฏ หรือว่าทุคติอย่างใดอย่างหนึ่งแม้อื่นจึงมี ฯ
    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต
    :- https://sites.google.com/site/buddhatalkbudda/ce-to-priy-yan-1

     
  15. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    ผู้ให้ย่อมได้สิ่งที่เลิศกว่า..

    thamnu onprasert
    Apr 23, 2019
     
  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”
    มนุษย์เราหากินบนความทุกข์ของสัตว์นานาชนิดมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ทั้งถลกหนังนำมาทำเครื่องนุ่งห่ม แล่เนื้อมากินเพื่อประทังชีวิต ทั้งสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ ไม่มีสัตว์ชนิดใดจะรอดเงื้อมมือมนุษย์ไปได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติของการดำรงชีวิต ในอดีตเราฆ่าเพราะจำเป็นต้องฆ่า เมื่อมาถึงยุคปัจจุบัน มนุษย์เราเห็นแก่ตัวมากขึ้น เริ่มสรรหาวิธีการฆ่าสัตว์แบบทรมานเพื่อเพิ่มอรรถรสในการกินมากยิ่งขึ้น การพรากชีวิตผู้อื่นเพื่อนำมาต่อชีวิตให้กับตนเองนั้นก็บาปมากพออยู่แล้ว แต่การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อความบันเทิงส่วนตัวนั้น ถือเป็นบาปมหันต์อย่างหาที่สุดมิได้
    แต่เดิมนั้นฉันเกิดในครอบครัวคนจีนที่มีอันจะกินย่านสาทร ด้วยความเป็นลูกสาวคนเล็ก จึงได้รับการเลี้ยงดูเอาอกเอาใจมาตลอด นิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เล็กอย่างหนึ่งที่แก้ไม่หายคือ ชอบเอาแต่ใจและโมโหง่ายมาก พร้อมจะหาเรื่องผู้ใหญ่ได้ทุกเมื่อ ในขณะเดียวกัน กิจการของคุณพ่อก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ทำให้วันๆ คุณพ่อเอาแต่ทำงานวิ่งวุ่นติดต่อลูกค้าจนไม่มีเวลาสนใจว่าฉันจะทำอะไร จะเล่น จะเรียนอย่างไร

    จวบจนอายุครบ 5 ขวบเต็ม ตอนนั้นคุณแม่ไปอยู่ฮ่องกงราวหนึ่งอาทิตย์ ทำให้ฉันรู้สึกเหงา แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกโกรธทั้งๆ ที่ไม่มีเรื่องให้ต้องโกรธ ขี้งอน ขี้น้อยใจมากเกินธรรมดา แต่ฉันไม่เคยแสดงอาการเหล่านี้ให้พ่อแม่เห็น ได้แต่แอบกระทืบตุ๊กตาหมีอยู่บนห้องนอน ปาหมอนบ้าง ตะโกนโหวกเหวกบ้าง จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว รู้สึกว่าการระบายออกแบบนี้เริ่มไม่ได้ผล ฉันยังคงไม่หายโกรธ พลันสายตาก็มองออกไปนอกระเบียงบ้าน ฝนกำลังจะตก ท้องฟ้ามืดครึ้ม ตรงพื้นระเบียงสีขาวหม่น ฉันสังเกตเห็นมดดำจำนวนมหาศาลกำลังเดินขบวนเร่งอพยพรังไปหาที่หลบภัย พวกมันกำลังมุ่งหน้าเข้ามาในห้องนอนของฉัน !

    เมื่อเห็นดังนั้น มีหรือจะรอช้า อารมณ์กราดเกรี้ยวที่กำลังพลุ่งพล่านครอบงำจิตใจโดยสมบูรณ์ ฉันตรงไปกระทืบเท้าฆ่าพวกมดตัวเล็กๆ เหล่านั้นอย่างเมามัน รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม ยิ่งฆ่ายิ่งสนุก โดยปราศจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใดๆ ทั้งสิ้น แต้มที่ฉันทำได้วันนั้นคือ ชีวิตของมดดำราว 2,000 กว่าตัว หลังจากวันนั้นเมื่อไรก็ตามที่ฉันเห็นมดเดินมา เป็นต้องลุกขึ้นกระทืบทุกครั้งไป

    จนกระทั่งอายุ 11 ปี จู่ๆ คืนหนึ่งฉันก็ฝันแปลกๆ ในฝัน ฉันเห็นมดพวกนั้นที่ฉันฆ่าไปเกือบหมื่นชีวิตนั่งรถไฟรูปหัวกะโหลกสีดำมาตามทางรถไฟ รถไฟขบวนนั้นแล่นผ่านหน้าบ้านฉันไป พลันสายตาที่จับจ้องของมดดำเหล่านั้นก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงคล้ายไฟอาฆาต

    ฉันสะดุ้งตื่นกลางดึก เหงื่อไหลชุ่มหลังและรู้สึกเวียนศีรษะ อาเจียนไปหลายรอบจนกระทั่งรุ่งเช้า แม่เห็นท่าไม่ดี จึงบอกให้พ่อพาฉันไปโรงพยาบาล ทันทีที่ไปถึง ฉันถูกกักตัวไว้ที่ห้องไอซียู หมอบอกอาการหนักมากเหมือนจะช็อกได้ตลอดเวลา แต่น่าแปลก หมอกลับยังหาสาเหตุของโรคไม่เจอ แม้เวลาจะผ่านไป 12 ชั่วโมงแล้วก็ตาม ทำให้ไม่สามารถทำการรักษาใดๆ ได้ ในขณะนั้น ทำได้แค่ให้ออกซิเจนและน้ำเกลือไปก่อน ฉันต้องทนทรมานอยู่แบบนั้นนานถึง 12 ชั่วโมง จนเวลาผ่านไปถึงหนึ่งทุ่มสามสิบห้านาที ฉันก็ไม่รู้สึกตัวอีกต่อไป เกิดสภาวะเลือดเป็นกรด ชักดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงคนไข้ท่ามกลางหมอและพยาบาลที่พยายามช่วยกันยื้อชีวิต ผลการตรวจเลือดของคนปกติ
    อยู่ที่ 100 มก./ดล. แต่ฉันในขณะนั้นมีผลน้ำตาลในเลือดสูงถึง 760 มก./ดล.! นั่นทำให้หมอหาสาเหตุของโรคที่แน่ชัดได้ในทันทีว่า ฉันโคม่าเพราะโรคเบาหวานนั่นเอง

    ช่วงคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นกับความตาย เหมือนได้ยินเสียงร้องไห้ของพ่อกับแม่อยู่รางๆ ในตอนนั้นฉันแทบไม่เหลือลมหายใจ อีกทั้งรู้สึกง่วงนอนมาก อยากหลับเหลือเกิน แต่พอคิดจะหลับ หมอก็เขย่าแรงๆ ให้ฉันตื่น พร้อมกับตะโกนว่า “ห้ามหลับนะ ห้ามหลับเด็ดขาด!” ราวกับรู้ว่าหากฉันหลับไปเมื่อไร จะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกตลอดกาล…

    โชคยังดี ฉันรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ในสภาพทุลักทุเลเหลือทน มีไม่กี่คนบนโลกที่โคม่าขนาดนี้แล้วยังรอดชีวิตมาได้ บทสรุปที่ว่าฉันเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุ 11 นั้น ช่างทำใจยอมรับลำบากเหลือเกิน ฉันต้องปักเข็มฉีดยาลงบนเนื้อตัวเองไปตลอดชีวิตที่เหลือ ยังไม่นับโรคแทรกซ้อนทางตาและทางไตที่ฉันได้รับมาเป็นของแถม

    คืนหนึ่งในโรงพยาบาล ฉันกึ่งหลับกึ่งตื่น เห็นภาพรถไฟขบวนเดิมแล่นผ่านหน้าบ้านเหมือนกับที่เคยฝันก่อนหน้านี้ แต่คราวนี้มดพวกนั้นยิ้มให้ฉัน ยิ้มแสยะอย่างน่ากลัว…

    ฉันสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจสุดขีด ร้องไห้โวยวาย เล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟัง แม่ปลอบใจฉันทั้งน้ำตา ทันทีที่ออกจาก

    โรงพยาบาลได้ ท่านก็พาฉันไปทำบุญทำทานอุทิศบุญกุศลให้มดพวกนั้น ซึ่งเป็นเจ้ากรรมนายเวร

    ตอนนี้ฉันรับรู้และสำนึกผิดแล้ว บาปที่เคยได้กระทำไว้มันช่างเลวร้ายเกินให้อภัย ฉันเกือบตายมาแล้ว การที่ฉันยังรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ เป็นไปได้ว่าบุญเก่ายังหนุนนำให้โอกาสฉันกลับมาแก้ตัว “ทำบุญชดใช้เจ้ากรรมนายเวร” และฉันต้องชดใช้สิ่งที่ตนได้กระทำไว้ไปตลอดชีวิต

    จากนี้ไปฉันตั้งใจจะสร้างกุศลอุทิศให้มดเหล่านั้น และเลิกการฆ่าสัตว์ทุกชนิด ชีวิตใครใครก็รัก ทุกชีวิตล้วนมีค่า หยุดหาความสุขบนความทุกข์ของสิ่งมีชีวิตร่วมโลก ไม่ว่าเขาจะเป็นสัตว์เล็กแค่ไหนก็ตาม

    เหตุการณ์ในครั้งนั้น กลายเป็น เรื่องลี้ลับ ที่ช่วยตอกย้ำ เป็นบทเรียนที่ฉันต้องจดจำไปแสนนานว่า “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”
    :- https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/29699.html



     
  17. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    บทสวดมนต์ขอขมากรรมที่ดีมาก ถอนคำสาปแช่ง ถอนการบนบาน คล่องตัว ร่ำรวย

    Berthongsuk
    Oct 6, 2016
     
  18. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,269
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,236
    อาจารย์ยอด : เชิดเงินวัด [กรรม] new

    อาจารย์ยอด : ปล้นรถผ้าป่า [กรรม] new

    อาจารย์ยอด : คนเฝ้าไข้ [กรรม] new

    อาจารย์ยอด
    Apr 23, 2020
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 พฤษภาคม 2020

แชร์หน้านี้

Loading...