พระสิวลี หลวงปู่นาค พิมพ์ใหญ่ หน้าจีน ปี 2499

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Muang99, 10 ตุลาคม 2019.

  1. Muang99

    Muang99 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    3,942
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +6,161
    พระสิวลี หลวงปู่นาค พิมพ์ใหญ่ หน้าจีน องค์ 2.jpg

    1.พระสิวลี หลวงปู่นาค พิมพ์ใหญ่ หน้าจีน ปี 2499 บูชา 1,799 บาท

    พระสิวลีของหลวงปู่นาคนี้ สร้างขึ้นในปี 2499

    พระที่ทำเป็นรูปปั้น กับ พระที่ ประทับรูปลงในบล็อกติดด้านหลัง หรือ ด้านหน้า
    ท่านว่าไว้ว่า มีอุปเทห์ที่แตกต่างกัน
    หากทำเป็นรูปปั้น คือ เสมือนมีชีวิต และ พร้อมที่จะก้าวเดินอยู่ทุกเมื่อ แต่ผู้ใช้ ผู้ครอบครอง ต้องมีชีวิตที่ขวนขวาย หมั่นปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ก้าวย่าง อยู่ เหนื่อยก็ได้แค่พัก แล้วก็ต้องเดินหน้าต่อ
    ส่วน รุปเหมือนที่ประทับไว้ในองค์พระด้านหลัง หรือ ด้านหน้า
    ท่านว่า เอาไว้เสริม
    นี่เป็นหลักกว้าง ๆ

    พระสิวลีของหลวงปู่นาคนี้ สร้างขึ้นในปี 2499
    ชนวนเหตุ คือ สงครามหาเอเซียบูรพา สงบลงแล้ว
    ประเทศชำรุดทรุดโทรมมาก
    สภาสวรรค์ มีประชุมกัน แล้วมีมติ ขอให้อัญเชิญดวงแก้วแห่งพระสิวลี เพื่อลงมาเชื่อมสานรอยต่อของสภาวะในโลก ให้เข้าสู่สมดุล ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
    คือ การเปลี่ยนศตวรรษ
    ดวงแก้วสิวลีนี้ ถูกอัญเชิญมาไว้ที่ฐานกุฎิของสมเด็จฯ โต ที่ยังเหลือตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น
    หลวงปู่นาค ผู้รับถ่ายทอดวิชาสายตรง และ เป็นวิชาที่ไม่มีเปิดเผยถึงรายละเอียด
    ช่วงแรก ท่านก็ทำพระสมเด็จ โดยอาศัยเศษเนื้อมวลสารที่แตกหักของสมเด็จวัดระฆังเดิม มาอัด มาผสม มาเข้ากรอบ เข้ารูป ใหม่
    โดยยังคงใช้วิชาที่ได้รับการถ่ายทอดมาทั้งหมด

    พอถึงเวลาหนึี่ง โองการสวรรค์ ได้สื่อกับท่านถึง วาระที่จะต้องทำและ มีแต่ท่านเท่านั้นที่ทำสิ่งนี้ได้

    ขณะนั้น การเตรียมการในการรับศตวรรษใหม่เริ่มต้นขึ้นทีละน้อย ๆ ทุกภาคส่วนมีดำริกันว่า จะต้องรวมทุกสิ่งทุกอย่างทีดี และ มีพุทธคุณ จากทั่วประเทศ นั่นคือที่มาของ สมเด็จปรกเกศ และ ระฆังหลังฆ้อนในปี 05
    แต่ในช่วงเตรียมการนั้น หลายคนได้นำสิ่งของที่มีค่า และหนึ่งในนั้น คือ ชนวนที่สมเด็จโตมอบไว้กับคนหนึ่ง และ ตกทอดมาถึงรุ่นหลาน
    หลานคนนี้ฝันว่า หลวงปู่โตมาหา แล้วบอกว่า ถึงเวลาอีกแล้ว ให้นำชนวนนี้ไปให้หลวงปู่นาค ท่านจะทำพระ

    หลวงปู่นาค จึงได้นำเอาชนวนที่ว่านี้ รวมกับสิ่งของต่าง ๆ ที่ผู้มามอบให้
    และที่สำคัญ ท่านได้อัญเชิญดวงแก้วสิวลี ซึ่งฝังอยู่ขึ้นมา

    คืนนั้น หลวงปู่นาค ได้เข้าญาณและองค์พระสิวลี ได้อวตารลงมา ประกอบพิธีรวมมวลสารให้เป็นสายเชื่อมโยง พลังแห่งโลกกับพลังแห่งจักรวาฬ
    พลานุภาพที่เกิดขึ้นนี้ จะเชื่อมโยงอดีตและอนาคตเข้าด้วยกัน
    โดยเฉพาะอนาคตที่เกี่ยวโยงกับพระที่จะสร้างในวาระต่อไป คือ ระฆังหลังฆ้อน และ พระปรกเกศ

    หลวงปู่นาค เล่าให้ฟังว่า ทุกครั้งที่นำพระสิวลีองค์นี้ขึ้นมาอาราธนา จะเสมือน การชัดนำเอาพลังญาณแห่งสมเด็จวัดระฆังทั้งหมด และ ระฆังหลังฆ้อน รวมทั้งพระปรกเกศมารวมกัน แล้วเกิดเป็นกำแพงแก้ว 7 ชั้น ดึงดูดสิ่งที่ดี บุญที่ดี เข้ามา เพื่อพยุงชีวิตให้กลับคือนสู่สิ่งที่ควรเป็น นอกจากนั้น กำแพงชั้น ที่ 8 และ 9 จะเป็นตัวป้องกันภยันอันตราย มีรัศมีมากกว่า 1 กิโลเมตร ไม่ว่าอันตรายอะไรกำลังเกิดขึ้นอยู่ข้างหน้า สภาวะการป้องกันจะหันเหหรือเบี่ยงเบนให้เราเปลี่ยนเส้นทาง ไม่ไปประสบ ไม่แม้แต่จะได้เห็น

    ดังนั้น หากใครที่มีพระระฆังหลังฆ้อนอยู่ในขณะนี้ หรือมีพระปรกเกศอยู่ ก็ขอให้ท่านได้นำสิ่งนี้ไปประกอบกัน เสมือน ชนวนตัวสุดท้าย ที่จะทำให้เหตุปัจจัยทั้งหมด ลงตัวและสมบูรณ์

    จบเรื่องเล่าจากการสื่อกับหลวงปู่นาคที่ท่านมาให้เห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตเพียงเท่านี้ครับ

    เครดิตข้อมูล : คุณธรรมลิขิต
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 ตุลาคม 2019 at 11:21
  2. Muang99

    Muang99 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    3,942
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +6,161
    สำหรับหลวงปู่นาค วัดระฆังฯนั้น หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านเคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า หลวงปู่นาคท่านเป็นพระทองคำ ตามความหมายที่ว่าลูกศิษย์จะทราบกันดีครับ ว่าท่านเป็นพระอรหันต์ เพราะเรื่องนี้จะพูดบอกกันตรงๆไม่ได้ครับ เดี๋ยวจะอาบัติกัน พระเกจิอาจารย์หลายท่านยืนยันเหมือนกันครับ ในคราวปลุกเสกวัตถุมงคลครั้งหนึ่งที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้ไปปลุกเสกร่วมกับ หลวงปู่นาค ท่านเล่าให้ฟังว่าตอนหลวงปู่นาคปลุกเสกมีลำแสงสว่างจ้าเป็นลำใหญ่เลยครับ ท่านปลุกเสกองค์เดียวก็เกินพอครับ สำหรับพระรูปอื่นๆที่มาร่วมปลุกเสก มีกันคนละนิดละหน่อย เทียบกันไม่ได้เลยครับ...
     
  3. Muang99

    Muang99 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    3,942
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +6,161
    หลวงพ่อฤาษีกับหลวงปู่นาค.jpg
    หลวงพ่อฤาษีลิงดำเล่าเรื่องหลวงปู่นาค...วัดระฆัง ปลุกเสกพระ

    เรื่องของหลวงพ่อนาค เขียนไว้อีกข้อเดียว คือเรื่องดูใจเวลาปลุกพระ นี่เรื่องมันเกี่ยวกันกับอาตมา ต้องขอประทานโทษบรรดาท่านผู้อ่านหรือท่านผู้ฟัง เมื่อฟังแล้วอ่านแล้วก็อย่าคิดว่าอาตมาเป็นผู้วิเศษ อย่าคิดยังงั้นนะ จงคิดเสียว่าอาตมาก็เป็นเถรหัวล้านธรรมดาๆ ไม่มีอะไรดีกว่าท่านผู้ฟัง เกิดแล้วก็แก่ แก่แล้วก็เจ็บ เจ็บแล้วก็ตาย กินแล้วก็ขี้

    ตื่นแล้วก็หลับ ธรรมดา ปวดเมื่อยไม่สบาย ปวดฟันตาฟ้าหูฟางเหมือนกัน พูดจาเอะอะโวยวายหยาบคายก็ได้ พูดนิ่มนวลก็ได้ ทำท่าเป็นผู้ดีก็ได้ ทำท่าเป็นสิงห์หน้าพลับพลาก็ได้ ทำเป็นหมาเห่าชาวบ้านก็ได้ เป็นทุกอย่าง ไอ้ที่ทำอย่างนั้น เพราะใจมันเป็นอย่างนั้น ไม่เหมือนหลวงพ่อนาค ท่านดีจริงๆ เลยยอมรับนับถือท่าน

    มาครั้งหนึ่ง ที่วัดชิโนรสาราม ธนบุรี ตอนนั้น สมัยนั้น เจ้าคุณสุวรรณเวที(ทองดี) อดีตเป็นพระของวัดระฆังมาเป็นเจ้าอาวาส ท่านก็ทำพิธีพุทธาภิเศก ปลุกพระเรียกว่าบวชพระพุทธเจ้า พระเครื่องนี่เขาทำรูปเปรียบพระพุทธเจ้าบ้าง บางทีก็ทำรูปเปรียบของพระสงฆ์

    แต่วันนั้นทำรูปเปรียบเฉพาะพระพุทธเจ้า ก็เลยเรียกว่าไปบวชพระพุทธเจ้ากัน ปลุก ไม่ใช่บวชกระมัง ท่านกำลังหลับ ไปปลุกให้ตื่น ท่านมีหน้าที่ปลุกเขานิมนต์มา 9 องค์ พระอะไรบ้างก็ไม่ทราบ แต่เท่าที่รู้จักมีอยู่หลายองค์ แต่พูดถึงอยู่ 2 องค์ คือ หลวงพ่อนาค กับพระครูธรรมาภิราม พระแขนสั้นแขนยาวนครปฐม นอกนั้นที่รู้จักก็มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนกัน ในสมัยนี้ก็โด่งดัง สมัยนั้นก็โด่งดังอีก 7 องค์

    แต่ไม่พูดถึงหรอก คือพูดถึงไม่ได้ เดี๋ยวจะถูกด่า เวลาท่านปลุกพระ สำหรับพระครูธรรมาภิราม รู้จักอาตมาดี อาตมาเรียกหลวงน้า พอเจอะท่านเข้าก็คุยตามแบบฉบับ ทีแรกก็ทำท่าเป็นพระติ๋มๆ เพราะไม่เคยรู้จักใคร พออาตมาเข้าไปก็เลยออกท่าตามแบบฉบับ ออกท่าอะไรทราบไหม ท่าลิง ก็ไปยั่วท่านด้วยอาการต่างๆ ท่านก็ทำโน่นทำนี่
    ชาวบ้านเขาก็เลยรู้สึกว่าท่านจะล่อกแล่กไปหน่อย ก็เลยบอกว่าหลวงน้า ไอ้แก้วน้ำน่ะ มันอยู่ไกลผม หลวงน้าช่วยหยิบมาให้ทีเถอะ

    ท่านบอก เฮ้ย แขนกูหยิบไม่ถึงนี่หว่า ก็เลยบอก เอ๊อะ พระจะปลุกพระนี่ เอาพระที่ไม่มีฤทธิ์มามันก็เสีย เสียของเปลืองที่ ไม่เอา ถ้าหยิบแก้วน้ำไม่ได้ก็นิมนต์กลับวัด ไม่มีประโยชน์ พระแบบนี้ ความจริงตอนนั้นพระคณาจารย์หลายองค์ก็นั่งอยู่ด้วย แต่เราไม่เกี่ยว เราคุยกับน้าชาย ท่านบอกไอ้นี่มันดูผิดคนนี่หว่า

    หนอยแน่มันดูถูกนี่หว่า หาว่ากูหยิบไม่ได้เรอะ ก็ตอบว่าไม่ได้ดูถูก แต่ว่าหยิบไม่ถึง นิมนต์กลับวัดเลย เอามารกที่ พระประเภทนี้ เสียศักดิ์ศรีครูบาอาจารย์ นี่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปานนะ แล้วก็เป็นหลานชายหลวงพ่อปานด้วยนะ ไม่ใช่ลูกศิษย์อย่างเดียว มองหน้าเป๋ง
    เออ มึงดูถูกกู กูก็เอาได้วะ เรื่องอะไร ท่านก็ยื่นแขนซ้ายออกไปมันก็ไม่ถึง เลยเอาแขนขวาตบตรงข้อศอก บอกแขนยาวออกไปซิหว่า ไอ้แขนมันค่อยๆ ยาวออกไปๆ ความจริง ไอ้แก้วน้ำตั้งอยู่ห่างสุดแขนท่านสักเมตรหนึ่งเห็นจะได้หรือเมตรเศษๆ ในที่สุดท่านก็หยิบแก้วน้ำมาส่งให้

    คนพวกนั้นมองกันตาตั้งหมดแปลกใจว่าพระทำได้ ท่านก็บอก ไอ้นี่มันเป็นยังงี้ละ ถ้าไปเจอะมันเข้าทีไรมันทำเสียผู้ใหญ่ทุกทีแหละ มันให้เล่นอย่างโน้นเล่นอย่างนี้ ไม่เล่นมันก็ว่า

    เราจะให้มันทำมั่งมันก็บอกว่ามันลูกศิษย์รุ่นหลัง มันเล็กกว่า มันไม่ทำ นี่ให้มันทำอะไรซี มันไม่ทำหรอก แล้วมันก็ไม่ทำจริงๆ เพราะอะไร เพราะว่า หลวงน้า คือหลวงพ่อปานนะ ท่านเรียกหลวงน้า หลวงน้าท่านสั่งมันไว้ ห้ามไม่ให้ทำ

    มันก็เลยเลิกทำ ไอ้นี่เคารพคำสั่งครูบาอาจารย์จริงๆ ไอ้เราไม่ถูกจำกัดนี่ มันก็เลยใช้ให้เราทำอะไรต่ออะไรเรื่อยไป ชาวบ้านเขาถามว่าไม่โกรธมันรึ ลูกหลาน บอก โกรธมันยังไงไปด่ามันเข้าซี ดีไม่ดีมันล้วงย่ามเอาสตางค์หมด ไม่ได้หรอก ไปด่งไปด่ามันไม่ได้หรอก

    ถ้ามันจะว่าอะไร จะใช้อะไรก็ต้องตามใจมัน เดี๋ยวมันไม่ชอบในมันก็หยิบก็ล้วงเอาตามพอใจ เขาก็ถามว่าไม่บาปเรอะ มันจะบาปยังไง มันลูกมันหลาน มันเอาไปแล้วก็เลยนึกให้มันไปเลย ไม่เอาโทษเอาโพยกับมัน นี่เล่าเรื่องตอนต้นนะ สำหรับครูธรรมาภิราม

    ทีนี้ถึงเวลาปลุกพระจริงๆ เก้าองค์เข้าไปนั่ง อาตมาเองคิดในใจ ว่าเราก็ไม่มีความรู้อะไร ความดีด้านสมาธิก็ไม่มีอะไร เพราะเป็นคนธรรมดาๆ เป็นพระเดินผ่านหน้านรกไปผ่านหน้านรกมา เดินห่างนรกอยู่ครึ่งนิ้วเท่านั้นเอง ถ้าเผลอเมื่อไรหัวก็ทิ่มนรกเมื่อนั้น ก็เลยนึกในใจว่าเอาพระ 9 องค์นี้องค์ไหนมีอานุภาพมากบ้าง อยากรู้ก็เลยเข้าไปในโบสถ์ เขาปลุกในโบสถ์ ไปนั่งอยู่ท้ายอาสนสงฆ์ สำหรับพระที่ปลุกพระเขาทำเก้าอี้ให้นั่ง เอาไม้ไผ่มาทำเก้าอี้ เขาบอกว่าถ้าปลุกด้วยเก้าอี้ไม้ไผ่มันขลังดี ไอ้นั่นเรื่องของอุปาทาน
    ไม่เกี่ยว เรื่องของคนคิด
    เมื่อไปนั่งอยู่ท้ายอาสนสงฆ์ตั้งจิตอธิษฐาน อาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า คือมองดูพระประธานเป็นกำลัง ขอบารมีพระพุทธเจ้าได้โปรดสงเคราะห์ ข้าพระพุทธเจ้าอยากจะดูอานุภาพจิตของพระแต่ละองค์ที่มานั่งปลุกพระในวันนี้ ถ้ากระแสจิตของบุคคลใด มีขนาดเท่าใด มีอานุภาพอย่างไรก็ขอให้ปรากฏแก่อารมณ์ของข้าพระพุทธเจ้า นึกเท่านี้นะ อธิษฐานเอาตามเรื่อง ตามเรื่องของคนที่ไม่มีฌานสมาบัติชั้นดีอย่างเขาหรืออาจจะไม่มีเลย พออธิษฐานเท่านั้นก็จับลมหายใจเข้าออก ทำจิตสงบนิดหนึ่ง ก็เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ นี่เป็นอำนาจของพุทธานุภาพจริงๆ นะ

    ไม่ใช่ความดีของอาตมา เห็นกระแสจิตของพระทุกองค์ใสแจ๋ว เหมือนกับเห็นของในเวลากลางวัน สำหรับกระแสจิตหลวงพ่อนาคนี่พุ่งออกมาใหญ่เหลือเกิน คลุมเครื่องรางของขลังทั้งหมด เรียกว่าแสงสว่างของจิตแทรกลงไปในเครื่องของขลังอยู่ที่ผิดด้านหน้า ยันข้างล่างสุด เรียกว่าคลุมหมด อาบลงไปหมดเลย โพลงสว่างชัด ของพระครูธรรมาภิราม พุ่งออกมาเหมือนหอก เป็นกระแสเล็กแต่พุ่งแรงมาก แสดงว่าพระครูธรรมาภิราม เป็นพระนักเลง ชอบคงกระพันชาตรี ของหลวงพ่อนาคนี่เต็มไปด้วยอำนาจพระพุทธบารมีจริงๆ มีความเยือกเย็นสบายๆ ยังไงชอบกล แต่พระอีก 9 องค์ มองดูไปแล้วกระแสจิตไม่ได้ออกมา เหมือนกับจุดเทียนจุดริบหรี่ ปักอยู่ในอกนั่นเองอยู่เฉยๆ เป็นดวงนิดหนึ่ง แล้วก็อยู่ในอกเฉยๆ ก็นั่งดูอยู่ยังงั้นจนกว่าเขาจะเลิกปลุกกัน

    เมื่อถึงเวลา 23 น. เศษๆ ก็หมดสัญญาณการปลุก ความจริงการปลุกพระนี่ ไม่ต้องใช้เวลามาก ถ้าใช้เวลามากแล้วไม่มีผล ควรจะให้พระกำหนดกันเอง ปลุกพร้อมกัน ใครเต็มเมื่อไรก็พัดผ่อนได้เมื่อนั้น แต่ยังไม่ลุกออกมา ยังงี้จะดีมาก แล้วเวลาปลุกพระ ต้องใช้กำลังสมาธิสูงมาก

    ถ้าพระได้สมาบัติยังต่ำหรือโยเยอยู่ ยังไม่มั่นคงนัก จิตจะส่ายไปตามกระแสสวด ผลจะไม่ดี แต่ว่าที่ทำกันเวลานี้ ก็มีพระสวดพุทธาภิเศกควบไปด้วย เขาเอาแบบมาจากไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าเอาแบบมาจากไหน แต่ว่ามันจะดีหรือไม่ดีแค่ไหนก็ตามเรื่อง หากมีพระกำลังจิตดีก็ใช้ได้ ถ้าพระกำลังจิตไม่ดีก็เลยนั่งหลับตา อีตอนนั่งหลับตาใครจะรู้ว่าทำอะไรบ้าง บางวัดก็เกณฑ์กันตลอดรุ่งไม่เห็นมีประโยชน์ เคยไปร่วมกับเขาเหมือนกัน ถ้าเกณฑ์ตลอดรุ่งดีไม่ดีก็นั่งหลับเลย

    ตานี้ พอเขาเลิกทำพิธี พระอาจารย์ทุกองค์ก็ลงมา พอลงมาเสร็จท่านก็ไปนั่งกันตามหน้าอาสนสงฆ์แต่ไม่ถึงท้าย อาตมานั่งอยู่ทางท้ายกับพระสมุห์สมบูรณ์ พอลงมานั่งกันเรียบร้อย หลวงพ่อนาคก็บอกว่านี่ท่านพวกนี้รู้ไหม ไอ้ขโมยมันมานั่งขโมยอยู่ พระพวกนั้นก็ทำหน้าล่อกแล่กๆ มีพระครูธรรมาภิรามองค์เดียวยิ้ม หันมายิ้มด้วยแสดงว่าท่านรู้ก็เลยยิ้มกับท่าน แต่หลวงพ่อนาคท่านก็ทำเฉย ทำไม่รู้ไม่ชี้ บอกท่านทั้งหลายรู้หรือเปล่า ไอ้ขโมยมันมานั่งขโมยอยู่ ท้ายอาสนสงฆ์ แล้วก็มีญาติโยมคนหนึ่งถามว่าขโมยอะไร ถามขโมยอะไรเจ้าค่ะหลวงพ่อ ท่านก็บอก มันไม่ได้ขโมยอะไรหรอก มันมานั่งขโมยดูใจพระปลุกพระ ไอ้ขโมย มันนั่งอยู่ท้ายอาสนสงฆ์

    ตานี้เวลาที่ท่านลงมาแล้วเขาขอพระท่าน ท่านก็แจก เวลาท่านแจกไปขอท่านมั่ง ท่านไม่ให้ บอกไอ้นี่ขโมย ไม่ให้ละ ทำได้อย่างที่เขาทำนี่ ทำได้ไปทำเอาเองซี ท่านไม่ให้ ก็มีพระหลายองค์ท่านมองหน้า

    ท่านก็เลยบอกว่าไอ้นี่แหละขโมย ขโมยดูใจพระทุกองค์ มันรู้ ว่าใจพระองค์ไหนเป็นยังไง นี่มันทำได้นะพระนี่ มันทำได้ ทำได้คล้ายๆ ข้าแหละ

    แต่ไอ้ข้ากับมันใครดีกว่ากันข้าไม่รู้หรอก แต่วันนี้ท่านผู้ฟังจำไว้นะ ว่าอาตมาไม่ดีเท่าหลวงพ่อนาค แล้วก็ดียังไม่ใกล้หลวงพ่อนาค ยังไกลอยู่นะ เพราะยังเป็นปุถุชนคนธรรมดา ยังเป็นคนปวดอุจจาระ
    ปวดปัสสาวะ มีหนาว มีร้อน มีเมื่อย มีหิว มีกระหาย รู้เปรี้ยว รู้เค็ม รู้เผ็ด แล้วมีอารมณ์ เสียงดังบ้าง ดุบ้าง ด่าบ้าง ว่าบ้าง คำสุภาพบ้าง ยิ้มแย้มแจ่มใสบ้าง หน้าบึ้งขึงจอบ้าง

    อย่างนี้อย่าชมกันว่าดีนะ เป็นอาการของคนเลว แต่มันยังอยากจะเลวอยู่ก็ปล่อยมันไป ตายเมื่อไร เลิกเมื่อนั้น

    เป็นอันว่าเรื่องของหลวงพ่อนาค ยุติกันเพียงเท่านี้ แต่ก็ยังไม่เลิกพูด เวลามันยังไม่หมด วันนี้เห็นจะสรุปงานกันได้แล้วนะ เพราะว่าเทปเหลือนิดเดียว
     
  4. Muang99

    Muang99 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    3,942
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +6,161
    เรียนเชิญครับ มีแค่องค์เดียว หมดแล้วหมดเลย หาไม่มีอีกแล้ว
     
  5. Muang99

    Muang99 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    3,942
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +6,161
    เรียนเชิญครับ
     
  6. นะปารมีติ

    นะปารมีติ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มิถุนายน 2019
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +6
    สูงขนาดเท่าไรครับ ห้อยคอ หรือตั้งบูชาครับ
     
  7. Muang99

    Muang99 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    3,942
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +6,161
    สูงประมาณ 1 องคุลีนิ้วก้อยครับ ถ้านำไปเลี่ยม ห้อยคอได้ครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...