มงคลวัตถุ สิริแห่งชีวิต ที่สุดแห่งศรัทธา : รูปถ่ายนิโรธสมาบัติ มหาจักร มหาสังข์ โคนนทสูร

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย studio214, 19 กรกฎาคม 2015.

  1. Natchaboon

    Natchaboon สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2018
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +2
    รายการที่ 037 พระพิฆเณศ 2 แผ่นดิน (ปางอุ้มชายา) ผลงานอาจารย์อำพล เจน

    ขอจองรายการนี้ครับ
     
  2. Natchaboon

    Natchaboon สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2018
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +2
    ณัชพล อนุสรณ์สกุล
    15/286 หมู่บ้านภาสกร หมู่9 ถนนสุขาภิบาล1 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพ 10150
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    สรุปรายการคงเหลือ

    รายการที่ 002 รูปหล่อมหาเทพกวนอู เนื้อโลหะผสม ผลงานปั้นโดย อ.อำพล เจน

    บูชา 650 บาท พร้อมจัดส่ง

    รายการที่ 007 เหรียญเม็ดแตง เนื้อทองแดงรมดำ หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร วัดสันติวนาราม
    บูชา 200 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 014 ตระกรุดลูกอมพลังเหนือโลก หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง
    บูชา 750 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 016 เหรียญยันต์เฑาะว์เพชร หลวงพ่อเสริฐ เขมะโก วัดโอภาสี เนื้ออัลปาก้า
    บูชา 350 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 023 ขุนศึกพรหมมหาราชปราบมาร หลวงพ่อหนุน พุทธโมกพลาราม
    บูชา 790 บาทรวมจัดส่ง

    รายการที่ 025 ไม้ชองระอา หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร วัดสันติวนาราม
    บูชา 590 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 026 สมเด็จองค์ปฐมยอดบายศรี (พระยอดบายศรี) วัดเขาวงถ้ำนารายณ์
    บูชา 450 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 027 เหรียญตานใช้ ตานแทน ปี ๒๕๓๕ ครูบาชัยวงศา วัดพระบาทห้วยต้ม
    บูชา 590 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 028 พระผงรุ่นแรก หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต
    บูชา 550 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 029 แหวนพิรอดกันงู หลวงพ่ออาด พุทธญาโณ วัดตะพุนทอง
    บูชา รวมจัดส่ง

    รายการที่ 030 แหวนปลอกมีดฉลองอายุ 90 ปี หลวงปู่หลอด ปโมทิโต
    บูชา 390 บาท รวมจัดส่ง

    รายการที่ 032 ผ้ายันต์ชายจีวร หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม
    บูชา 200 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 033 รูปหล่อหลวงปู่พิศดู หน้าตัก 1 นิ้ว เนื้อทองชนวน (วัตถุมงคลชุดโลกุตรธรรม)
    บูชา 1,000 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 034 รูปถ่ายนิโรธสมาบัติ หลวงพ่อกัสสปมุนี หลังยันต์พุทธเกษตร
    บูชา 600 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 036 ตะโพน เนื้อไม้ตะเคียนทอง ขนาดเล็ก หลวงปู่เล็ก จนฺทสโร
    บูชา 1250 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 038 พระขรรค์ศาสตราเทพตรึงไตรภพ เล่มเล็ก หลวงพ่อพิเชฐ วัดโคกหม้อ
    บูชา 650 บาท รวมส่ง


    รายการที่ 039 พระบารมีสิบทัศน์ หลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม
    บูชา 290 บาท รวมส่ง


    รายการที่ 041 เหรียญพระอุปคุต ปราบมารรวยล้นฟ้า พระอาจารย์นะดี อินทปัญโญ
    บูชา 950 บาท รวมจัดส่ง


    รายการที่ 042 มหาจักร มหาสังข์ เนื้อชนวนล้วน หลวงพ่อขันติ ขนฺติธโร วัดพระเจ้าศรีสัมฤทธิ์
    บูชา 1000 บาท รวมจัดส่ง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 กรกฎาคม 2019
  4. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 045 เหรียญทำน้ำมนต์รุ่น 4 หลวงปู่ศรี มหาวีโร ครบชุด 9 พิมพ์
    ปิดรายการ

    Screen Shot 2562-07-20 at 9.30.57 PM.png
    Screen Shot 2562-07-20 at 9.30.57 PM.png 20190718_215744 copy.jpg 20190718_215754.jpg 20190718_215757.jpg 20190718_215824.jpg 20190718_215904.jpg

    เหรียญทำน้ำมนต์รุ่น 4 หลวงปู่ศรี มหาวีโร ครบชุด 9 พิมพ์

    1.สมเด็จองค์ปฐม
    2.พระโคดมพุทธเจ้า
    3.หลวงปู่เทพโลกอุดร
    4.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
    5.หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
    6.หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
    7.หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
    8.สมเด็จพระพุฒาจารย์โต
    9.ครูบาศรีวิชัย

    เหรียญทำน้ำมนต์รุ่น 4 หลวงปู่ศรี มหาวีโร เมตตาอธิษฐานจิต ในวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เป็นกรณีพิเศษ มีทั้งหมด 9 พิมพ์ เพื่อใช้ในงานส่วนรวมและแจกบุคคลทั่วไปเพื่อทำน้ำมนต์และป้องกันภัยพิบัติต่างๆ

    การอธิษฐานจิต โดยหลวงปู่ศรีมหาวีโรในครั้งนี้ ผู้สร้างมีการทำด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ อย่างมากวัตถุประสงค์เพื่อช่วยส่วนรวมในวงกว้างจริงๆ และได้มีการนิมนต์ท่านเป็นพิเศษโดยบอกกล่าวกับท่านขอให้ วัตถุมงคลทุกอย่างที่อธิษฐานครั้งนี้

    -ทุกที่ๆมีวัตถุมงคลในชุดเหรียญทำน้ำมนต์รุ่น4นี้ประดิษฐานอยู่
    ไม่ว่าจะเป็นที่เป็น (ที่ๆมีผู้อาศัยอยู่) หรือที่ตาย (ที่ๆไม่มีผู้อาศัยอยู่ ไม่มีผู้นำวัตถุมงคลในชุดเหรียญทำน้ำมนต์รุ่น4เคลื่อนไหวไปมา)จะเป็นที่ๆ เจริญในธรรรม มีรัศมีของเหรียญซึ่งครอบคลุมภัยพิบัติทุกอย่าง ป้องกันอันตรายทุกทาง คลุมอยู่จะเป็นพื้นที่ๆมีรัศมีของความเป็นศิริมงคลคลุมอย่างกว้างไกล สว่าง ไสวที่สุด

    -ทั้ง กระแสน้ำ กระแสลม กระแสพลังงานทุกอย่างที่มองเห็นและมองไม่เห็น ถ้าได้พาดผ่านบริเวณที่มีผู้ถือครองเหรียญทำน้ำมนต์รุ่น4 ก็จะได้รับการแผ่รัศมีคลุมทั้งหมด กระแสลมกระแสน้ำทั้งหมดนั้นจะมีความเป็นทิพย์ ล้างรังสีนิวเคลียร์ อาวุธเคมี สารเคมี อาวุธเชื้อโรคทุกชนิดจะถูกล้างออกไป

    - กระแสน้ำทิพย์ กระแสลมทิพย์เหล่านั้นจะช่วยให้ ธัญญพืชทั้งหลายที่อยู่ในบริเวณนั้นเจริญงอกงามอย่างดี มีความบริสุทธิ์ ปลอดจากรังสีนิวเคลียร์และอาวุธเคมีต่างๆ

    -ทุกที่ๆมีวัตถุมงคลในชุดเหรียญทำน้ำมนต์รุ่น4นี้ประดิษฐานอยู่สรรพชีวิต ทุกดวงจิต ทุกภพภูมิจะสามารถได้รับอานิสงค์ผลบุญของการสร้างเหรียญและวัตถุมงคลชุดนี้ ยิ่งผู้ที่ได้รับตถุมงคลในชุดเหรียญทำน้ำมนต์รุ่น4นำไปใช้สวดมนต์ ภาวนาด้วยก็จะยิ่งดี เพราะทางทีมผู้สร้างได้อธิษฐานจิตไว้แล้วและนิมนต์หลวงปู่ศรี มหาวีโร ตรงจุดนี้ไว้แล้วด้วยทุกที่ๆมีวัตถุมงคลในชุดเหรียญทำน้ำมนต์รุ่น4นี้ประดิษฐานอยู่สรรพชีวิต ทุกดวงจิต ทุกภพภูมิ จะได้รับกระแสบุญจะสามารถโมทนา บุญกุศลตรงนี้ได้ จนถึง สวรรค์ นิพพาน ในทีที่สุด

    -แม้แค่ ติดตัวไปไหนมาไหนด้วย ก็ยังมีผลดีครับเพราะทางผู้สร้างอธิษฐานแล้วว่าให้มีรัศมีคลุม สรรพสิ่งทุกอย่างทั้ง สถานที่ บุคคล สัตว์ วัตถุ สิ่งของ คนในพระศาสนา คนนอกพระศาสนา ไม่ว่าเป็นที่ใดก็ตาม อาณาเขตบริเวณที่มีผู้นำเหรียญทำน้ำมนต์รุ่น4 ผ่านไปจะโดนปรกคลุมด้วยพุทธานุภาพอันไม่มีประมาณ

    - จะเกิดความปลอดภัยต่อ สรรพชีวิตและทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง ป้องกันภัยพิบัติทุกด้าน ป้องกันภัยทุกอย่างทั้งที่รู้และไม่รู้ ทั้งที่เห็นและมองไม่เห็น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 กรกฎาคม 2019
  5. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. shaj

    shaj ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    3,890
    ค่าพลัง:
    +2,548
    ขอจอง018ครับ
     
  7. สักการะ

    สักการะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    1,874
    ค่าพลัง:
    +3,066
  8. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 047 สีผึ้งมหานิยมหลวงปู่เปรี่ยม วัดโพธิ์เรียง หลวงปู่พิศดูเสก
    บูชา 1150 บาท รวมจัดส่ง


    Screen Shot 2562-07-28 at 1.34.37 PM.png
    Screen Shot 2562-07-28 at 1.34.37 PM.png 20190728_131046.jpg 20190728_131112.jpg 20190728_131121.jpg




    ใครไม่มีสีผึ้งของหลวงปู่พิศดู แต่ถ้าเจอสีผึ้งสีชมพูของหลวงปู่เปรี่ยม ก็ใช้แทนกันได้ เพราะจริงๆแล้วสีผึ้งนี้ก็คือสีผึ้งของหลวงปู่พิศดูล้วนๆนั่นเอง แต่ได้แบ่งเอาไปถวายหลวงปู่เปรี่ยม เพื่อร่วมสร้างโบสถ์วัดคลองทรายเหนือกับท่าน ที่ จ.สระแก้ว

    สีผึ้งนี้หลวงปู่พิศดูให้ทำแจกเมื่อประมาณปี 2552 หุงกันที่ลานพระมหาเจดีย์ ที่วัดเทพธารทอง
    ทำพิธีหุงโดยพระอาจารย์หนึ่ง สำนักสงฆ์เขาน้ำซับ เมื่อเพ็ญเดือน 12 ตรงกับวันจันทร์

    หลวงปู่พิศดูตั้งใจอธิษฐานจิตไว้อย่างดี ท่านเรียกว่า " ขี้ผึ้งมหานิยม "

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 สิงหาคม 2019
  9. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 048 ผ้ารอยมือปั๊มสด หลวงปู่แก้ว ธัมมาราโม วัดสะพานไม้แก่น
    ปิดรายการ รวมจัดส่ง


    Screen Shot 2562-07-28 at 1.37.36 PM.png
    20190728_124309.jpg 20190728_124415.jpg 20190728_124438.jpg 20190728_124451.jpg Screen Shot 2562-07-28 at 2.07.58 PM.png 10426909_807947946079999_454311850293959025_n.jpg 14690961_569403929929074_125479885428816135_n.jpg

    ผ้ารอยมือปั๊มสด หลวงปู่แก้ว ธัมมาราโม วัดสะพานไม้แก่น (ป่าช้าควนข้าวแห้ง)
    พุทธคุณ กันภัย เมตตา เป็นมงคลคุ้มครองบ้านเรือน หลวงปู่ปั๊มเอง จารเอง เสกเอง คุ้มครองป้องกันภัย แนะนำติดบ้าน โดยเฉพาะพกติดรถจะดีมากๆ ประสบการณ์คุ้มครองอุบัติเหตุ และป้องกันภัยจากสิ่งที่มองไม่เห็นระหว่างทางที่เราขับรถ

    “ของที่นี่ทำเอง เสกเอง ไม่เคยให้ใครเสก เราต้องทดลองแล้วว่าใช้ได้ ถึงจะมอบให้คนเอาไปใช้”

    หลวงปู่แก้ว (พระอินแก้ว ธัมมาราโม) อุปสมบท ณ อุโบสถมหาอุด แห่งวัดทรายขาว ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พระอุปัชฌาย์ พระครูวิรัชโสภณ (พ่อท่านแดง) วัดศรีมหาโพธิ์
    พระกรรมวาจาจารย์ พระครูสุนทรธรรมวิธาน (พ่อท่านเพียร) วัดสุนทรวารี พระอนุสาวนาจารย์ พระครูธรรมกิจโกศล (อาจารย์นอง) วัดทรายขาว

    พระเดชพระครูหลวงปู่แก้ว เมื่อบวชแล้วได้ร่ำเรียนเวทมนต์คาถา จากพระอุปัชฌาย์และพระเถระอาจารย์รูปต่างๆ ของท่านจนหมดแล้ว ก็ได้ออกจาริธุดงควัตรไปตามสถานที่ต่างๆ จนมาถึงสถานที่สงบร่มเย็น ควรแก่การปฏิบัติพระกรรมฐานเพื่อพิจารณาอสุพะ นั่นก็คือ ป่าช้าควนข้าวแห้ง ดินแดนผีดุ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ถึง ปี พ.ศ. 2534 เป็นเวลาถึง 16 ปีๆ ปัจจุบันอายุ กว่า 100 ปี จนเวลาล่วงเลยมาหลายปีร่างท่านไม่แข็งแรงเหมือนก่อนท่านจึงตัดสินใจจำพรรษาที่วัดสะพานไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นการถาวร หลังจากที่ท่านมาจำพรรษาที่วัดสะพานไม้แก่น ได้พัฒนาอารามแห่งนี้จากสำนักสงฆ์เล็ก ๆ ให้กลายเป็นวัดในเวลาเพียงไม่กี่ปี

    พระเครื่องของท่านเกิดประสบการณ์มากมาย สามารถหยุดปืน หยุดระเบิด สะกดพลัง สยบภูต ผีปิศาจจอมมารร้ายกระทั่งสัตว์ป่าอสรพิษ พระเครื่องของท่านมีประสบการณ์ จากเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนใต้มาแล้ว และสามารถสยบระเบิดที่เกาะบาหลีเมื่อไม่นานมานี้ และล่าสุดชาวมาเลเซียโดนกุญไสย (เวทมนต์สายดำ) หาผู้ที่มีวิชาทั่วทั้งมาเลเซียหมดแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขได้ คณะลูกศิษย์ท่านจึงนำตัวมาที่วัดสะพานไม้แก่น ทันทีที่ลงจากรถปิกอัพที่หน้ากุฏิ มองไปที่หน้าของท่านก็เป็นลมหมดสติ (กลับหายเป็นปกติ) โดยที่ท่านยังไม่ทันทำอะไรเลย นับเป็นปาฎิหาริย์ที่เห็นกันจะๆในเรื่องของบารีของท่านชาวไทยและชาวมาเลเซียจึงเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านมาก

    หลวงปู่แก้ว (ตาหลวงแก้ว) ได้ละสังขาร เมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน 62 เวลา 02.00 น. สิริอายุ 112 ปี
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 สิงหาคม 2019
  10. shaj

    shaj ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    3,890
    ค่าพลัง:
    +2,548
    ขอจองครับ
     
  11. pang2562

    pang2562 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    16
    ค่าพลัง:
    +14
    จอง042ครับ
     
  12. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 049 ตะกรุดผ้ารองร่างหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
    ปิดรายการ รวมจัดส่ง

    Screen Shot 2562-08-04 at 8.51.50 PM.png
    Screen Shot 2562-08-04 at 8.54.01 PM.png
    20190728_125559.jpg 20190728_125636.jpg 20190728_125708.jpg 20190728_125739.jpg 20190728_125301.jpg 62259092_1159131410937487_670725814047735808_n.jpg 64412571_1166250600225568_3742742133614837760_n.jpg 65636504_1173893729461255_779816394228236288_n.jpg

    มวลสารหลวงปู่ดู่เสกล้วนๆ อัฐิ เกศา ผงจักรพรรดิ ถ้าจะแขวนต้องแขวนคอเท่านั้น หรือจะบูชาไว้ที่ห้องพระก็ได้ ครูบาอาจารย์บอกว่าของที่หลวงปู่ดู่เสกจะสว่างไสวมาก เทพพรหมเทวาจะแวะเวียนมากราบไหว้ เป็นมงคลกับบ้าน

    จัดสร้างโดยคณะอาจารย์ ศุภรัตน์ แสงจันทร์ ตระกรุดนี้เริ่มจาก นำแผ่นตะกั่วมาตัดเข้ารูป
    ทาผงมหาจักรพรรดิล้วนหลวงปู่ดู่ ติดผ้ารองร่างหลวงปู่ ข้าวสาร ข้าวเปลือก เน้นความอุดมสมบูรณ์ ใส่เกสาหลวงปู่ อัฐิหลวงปู่ดู่ โลงแก้ว ดินที่เกิด ที่ตายหลวงปู่ทวดหลวงปู่ดู่อธิษฐานจิต
    เป็นมวลสารส่วนหนึ่งที่สร้างเปิดโลกผงน้ำมัน สายสิญจน์หลวงปู่ดู่ ติดจีวรที่หลวงปู่อธิษฐานจิตไว้ ดอกไม้บูชาพระหลวงปู่ดู่ สมัยท่านดำรงค์ขันธ์ และดอกไม้พิธีสืบชะตาครูบาบุญชุ่ม

    ข้าวก้นบาตรหลวงปู่ดู่
    อาจารย์เล่าให้ฟังว่า ก่อนหลวงปู่ท่านจะฉันท่านจะทำการถวายข้าวพระพุทธเจ้าก่อนทุกครั้ง
    หลังจากนั้นท่านจะนำมาเสกเป็นพระทีละเม็ด เม็ดละองค์ ท่านทำตลอดชีวิตของท่าน

    มวลสารสำคัญ หัวใจพระธาตุ ที่หลวงปู่สังข์ หลวงปู่คำพันธุ์ หลวงปู่ขันธ์ รับรอง
    ว่ามาจากวิมานแก้ว


    จากนั้นรอให้แห้งแล้วทำการม้วน นำถวายหลวงตาม้า อาจารย์ศุภรัตน์ อธิษฐาน
    ครอบวิมานแก้ว คุ้มครองป้องกันอันตราย

    จำนวนสร้างสุทธิ 232 ดอก
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 สิงหาคม 2019
  13. shaj

    shaj ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    3,890
    ค่าพลัง:
    +2,548
    ขอจองรายการนี้ครับ
     
  14. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 050 ล็อคเก็ตงานมุฑิตาจิต 101 ปี หลวงปู่บุญฤทธิ์ บัณฑิโต หลังจีวร เกศา พระธาตุ มวลสารมหามงคล
    บูชา 1200 บาท รวมจัดส่ง

    Screen Shot 2562-08-11 at 8.45.37 PM.png
    20190808_205231.jpg 20190808_205243.jpg Resizeoflpb02.jpg


    หลวงปู่บุญฤทธิ์ บัณฑิโต อริยสงฆ์ผู้มีจิตตั้งมั่น หัวใจไม่ไหม้ไฟ

    หลวงปู่ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. เวลา 22.22 น. สิริอายุ 104 ปี 73 พรรษา
    พิธีสวดพระอภิธรรม ตลอด 7 วันแรกได้รับพระบรมราชานุเคราะห์ จากพระเจ้าอยู่หัว
    รัชกาลที่ 10

    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระคุณเจ้า
    หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโตวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 15.00 น. ณ เมรุชั่วคราว
    วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

    Screen Shot 2562-08-11 at 9.07.43 PM.png

    หลังการถวายเพลิงปรากฎว่าหัวใจหลวงปู่ไม่ไหม้ไฟ เหลือไว้ให้กราบไหว้บูชา

    ในการอธิษฐานจิตวัตถุมงคลแต่ละครั้ง ครูบาอาจารย์ท่านว่า เห็นองค์ท่านเรียบๆเย็นๆ แต่พลังเวลาท่านอธิษฐานนั้นประมาณมิได้เลย เทวดามากันนับไม่ถ้วน เทวดาคอยรักษา เมื่อเราอธิษฐาน
    เทวดาจะคอยช่วยตามที่ท่านชอบกล่าวว่า

    เทวดาช่วยที! เรียบร้อย

    “ตอนเป็นเด็กน่ะ เริ่มต้นครั้งแรก อาตมาไหว้เทวดา โยมแม่ท่านสอนต่อมาก็สวดมนต์ อิติปิโส ภควาฯ สวดเก่ง แถมยังแถมบทกรรมฐานอีกนะโยม หลับเลยนะโยมมันมากไป เดี๋ยวนี้อาตมา
    ไม่ค่อยชอบสวด เอาทางด้านกรรมฐานอย่างเดียวอาตมาเกิดบ้านนอกนี่นะ เรื่องไหว้เทวดานี้ทำมาตั้งแต่เด็กๆ เลยทีเดียว...การไหว้เทวดานั้นทำก่อนนอนทุกคืนๆ แต่ก็มีผล มีความศักดิ์สิทธิ์มากเหมือนกัน ที่มาเห็นผลนี้ก็ตอนมาอยู่กรุงเทพฯ นะ ตอนนั้นโตแล้ววิธีปฏิบัติก็กราบสามหน แล้วก็ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ปู่ย่าตายาย ผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์ ก็น้อมนึกเอาเฉยๆ นะ พอเติบโตก็ได้พบความอัศจรรย์ คือ ดีแน่ เชื่อได้ เป็นที่พึ่งยามคับขันได้ ตั้งใจให้แน่วแน่ - เทวดาช่วยที...ก็เป็นผล เป็นจริงๆ

    หลวงปู่บุญฤทธิ์ ท่านเกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๑ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๗ ปีขาล องค์ท่านเป็นศิษย์สำคัญองค์หนึ่งของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ในอดีตท่านเป็นนักศึกษาปริญญาจากต่างประเทศ เป็นข้าราชการหนุ่มที่มีอนาคตสดใส แต่ด้วยความเลื่อมใสปฏิปทาพระป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ท่านจึงลาออกจากราชการแล้วออกบวชและปฏิบัติธรรมแบบถวายชีวิตต่อพระศาสนา ออกธุดงค์อยู่ตามป่าตามเขาโดยตลอด ท่านเป็นศิษย์กรรมฐานของ พระอาจารย์กู่ ธมฺมทินฺโน ท่านพ่อลี ธมฺมธโร และออกป่าติดตาม หลวงปู่ชอบ ฐานสโม นานถึง ๙ ปี ในช่วงหลัง ท่านได้รับบัญชาจากคณะสงฆ์ธรรมยุตให้ท่านไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ จนเมื่อท่านชราภาพมากแล้วจึงกลับมาอยู่เมืองไทย ปัจจุบันท่านจำพรรษาอยู่ณ ที่พักสงฆ์สวนทิพย์ ปากเกร็ด ปีนี้ท่านอายุ ๑๐๑ ปี

    หลวงปู่บุญฤทธิ์ ถือเป็นเสาหลักสำคัญองค์หนึ่งของพ่อแม่ครูอาจารย์พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น งานมุฑิตาจิตแต่ละปี จะมีครูบาอาจารย์พระกรรมฐานสำคัญมากราบท่านอย่างเนืองแน่น ครูบาอาจารย์หลายองค์ได้กรุณาบอกถึงมหาบารมีขององค์หลวงปู่ ว่ามีบารมีมากเหลือเกิน ในสวนทิพย์นั้นมีเทพเทวดาสถิตรักษาองค์ท่านอยู่นับประมาณไม่ได้ หลวงปู่พิศดูเคยกล่าวไว้ว่าท่านนั้นมีบุญฤทธิ์สมดั่งชื่อท่าน
     
  15. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 051 เบี้ยแก้เกศาหลวงพ่อโอภาสี ศาลเจ้าหลวงพ่อโอภาสี
    บูชา 1250 บาท รวมจัดส่ง

    Screen Shot 2562-08-18 at 1.33.08 PM.png

    20190813_221136.jpg 20190813_221145.jpg 20190813_221207.jpg 20190813_221254.jpg

    เบี้ยนี้สิ่งมงคลสูงสุดคือเกศาหลวงพ่อโอภาสีซึ่งเป็นสมบัติของศาลเจ้า รวมถึงของมงคลที่หลวงพ่อเสกไว้

    เบี้ยนี้เกิดขึ้นจากเบื้องบนสั่งการผ่านเทพลงมาให้จัดสร้าง "เบี้ยแก้" นี้ขึ้น เพื่อมอบให้ศิษย์ที่มีบุญสัมพันธ์มาร่วมงานไหว้ครู มิได้เกิดจากดำริของมนุษย์แล้วไปขออนุญาตเบื้องบน

    เบี้ยมีชีพ "กลับคว่ำเป็นหงาย"
    เป็นเรื่องที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ วันบรรจุเบี้ยนี้บรรจุแบบวางคว่ำเพราะสะดวกในการใส่ซองเป็นส่วนใหญ่ ๙๕% แล้ววางพานไว้หน้าองค์หลวงพ่อ มาถึงวันก่อนเข้าพิธีไหว้ครูมาพบว่าทุกเบี้ยหงายขึ้นทั้งหมด สามารถ "กลับคว่ำเป็นหงายได้เอง" ทุกคนจึงได้รู้ว่าการบรรจุเบี้ยที่ถูกต้อง ต้องใช้ด้านหงาย


    หลายท่านที่เป็นครูบาอาจารย์ได้รับไป นำเบี้ยไปสวดมนต์ภาวนาบทพระคาถาหลวงพ่อและมีความสามารถในการสื่อสัมผัสได้ ต่างได้รับประสบการณ์ต่างๆ นานา ที่สะท้อนในแนวทางเดียวกันว่าเบี้ยนี้มีชีพ

    เบี้ยนี้ไม่บรรจุปรอท เพราะเบื้องบนได้รับอนุญาตจากองค์หลวงพ่อโอภาสีให้เชิญผงอิทธิเจ เกศา ทรายเสก ปูนแดง ผงธูปเหล่าเทพเจ้าทุกพระองค์บรรจุเป็นมวลสารหลัก แล้วเสริมบารมีด้วยยันต์แปดทิศ เบี้ยแก้ แส้สวรรค์ แก้วสารพัดนึก และของมงคลอื่นที่หลวงพ่อประทานไว้ให้ อัญเชิญบารมีศักดิ์สิทธิ์ลงในมวลสารซึ่งเป็นสิ่งมงคลสูงค่า และดำเนินการอัญเชิญบารมีแห่งองค์หลวงพ่อโดยเทพที่ลงมาประทับร่าง

    คำแนะนำในการบูชา ทุกครั้งที่มีโอกาสสวดมนต์ ทำสมาธิ ให้ถือเบี้ยไว้ในมืออาราธนาบารมีระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยและหลวงพ่อโอภาสี ตั้งนะโม ๓ จบว่าพระคาถาอิติสุคะโตซึ่งแนบไปในใบชมพู แล้วน้อมจิตเป็นสมาธิจะยิ่งเสริมกำลังสมาธิและเสริมให้เบี้ยมีพลังยิ่งขึ้นโดยพร้อมกัน เบี้ยจะมีพลังเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้บูชาปฏิบัติตนอย่างไรด้วย ในการบูชาไม่ควรไว้ต่ำกว่าระดับเอวให้นึกถึงว่ามวลสารสำคัญคือ ผงอิทธิเจและเกศาองค์หลวงพ่อ และไม่ควรตั้งไว้ในที่อากาศร้อนมาก

    60540933_1898250903614532_8923226837308407808_n.jpg
    เกศาหลวงพ่อโอภาสี

    ประวัติศาลเจ้าหลวงพ่อโอภาสี
    ก่อนที่หลวงพ่อโอภาสีจะออกจากวัดบวรนิเวศ ท่านได้ไปพบองค์พจนสุนทรบ๋าวเอิง เจ้าอาวาสวัดญวณสะพานขาว เพื่อปรึกษาเรื่องสถานที่ในการบำเพ็ญเพียรได้รับคำแนะนำว่าที่บางมดมีศาลเจ้าจีนแห่งหนึ่งอยู่ไกลความเจริญ เงียบสงบเหมาะกับการบำเพ็ญธรรม จากนั้นท่านจึงตัดสินใจมุ่งสู่สวนบางมด บริเวณใกล้กับศาลเจ้าเดิมและปักกลดบำเพ็ญธรรม ความเกี่ยวข้องกับศาลเจ้าในระยะแรกหลวงพ่อจะนั่งเรือพายมาที่คุ้งน้ำคลองบางช้าง ซึ่งเป็นศาลของ ตั่วก๋ง ยี่ก๋ง ซาก๋งเดิมและเห็นควรให้เทพลงมาสงเคราะห์มนุษย์จึงทำพิธีอัญเชิญเทพลงประทับร่างก่อนจะมีศาลเจ้า ซึ่งในเวลาต่อมาท่านเห็นสมควรให้ย้ายศาลเจ้าหลังเก่ามาสร้างขึ้นใหม่ในสถานที่ปัจจุบันเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2495 - 2496 และท่านจะมาที่ศาลเจ้าทุกวันพระจีนเวลาน้ำมากมาทางเรือพายเวลาน้ำน้อยเดินตามคันสวน เวลามีงานที่อาศรมหลวงพ่อจะโปรดให้เทพลงประทับร่างร่วมพิธีเสมอก๋งทั้งสามจึงถือเป็นเทพคู่บารมีของหลวงพ่อ โดยเฉพาะยี่ก๋งซึ่งหลวงพ่อโอภาสีบวชให้มากว่า 65 ปี เช่นกันกับตั่วก๋งที่ท่านถือศีลบวชในชุดขาว

    ครูขององค์เทพในศาลคือองค์หลวงพ่อโอภาสี บรมครูของหลวงพ่อโอภาสีคือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบบูชาพระรัตนตรัย กราบสักการะครูบาอาจารย์
    Screen Shot 2562-08-18 at 1.29.47 PM.png

    ปัจจุบันยังมีการประทับทรง ได้รับความเคารพบูชาจากศิษย์หลวงพ่อโอภาสีทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ศาลเจ้าได้รับมอบของวิเศษจากหลวงพ่อไว้สงเคราะห์ศิษย์ เช่นลูกแก้วสารพัดนึก กระบองแก้ว แส้สวรรค์ ศาสตราวุธมงคลที่หลวงพ่อโอภาสีประทานให้องค์เทพที่ประทับทรงใช้แผ่บารมีและสื่อสารกับท่านซึ่งยังใช้อยู่ถึงปัจจุบันนี้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 สิงหาคม 2019
  16. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 052 ยันต์ซุ้มเรือนแก้ว คุ้มครองบ้านเรือน
    บูชา 1850 บาท รวมจัดส่ง

    Screen Shot 2562-08-18 at 9.18.54 PM.png Screen Shot 2562-08-18 at 9.21.20 PM.png

    Screen Shot 2562-08-18 at 9.18.54 PM.png Screen Shot 2562-08-18 at 9.21.20 PM.png 20190818_130813.jpg 20190818_131136.jpg 20190818_131200.jpg 20190818_131510.jpg 61535440_1243577779152820_9044717146986250240_n.jpg


    ***กรอบไม่มีกระจกนะครับ ต้องไปเข้ากรอบใหม่***

    แผ่นยันต์พระครูปืนจารมือทั้งแผ่น ขนาดรวมกรอบ 9 x 13 นิ้ว ยันต์นี้เป็นยันต์โบราณที่หลวงปู่คอนท่านเรียนมาจากวัดสะแก อยุธยา ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนสืบทอดมาถึงพระครูปืน ยันต์นี้พุทธคุณคุ้มครองบ้านเรือน เสมือนมีหลักบ้าน มีเทวดารักษาคุ้มครอง (คล้ายกับการมีศาลพระภูมิ หรือ มีเสาหลักบ้าน) มีเรื่องเล่าว่ามีคนฝันคล้ายได้ยินเสียงคนสองจะมาเอาชีวิตคนในบ้าน คนนั้นพูดว่าไม่สามารถเอาไปได้เพราะมีเรือนแก้วคุ้มอยู่

    ยันต์ซุ้มเรือนแก้ว

    อาจารย์พระครูปืนได้เล่าให้ฟังว่า สมัยเป็นเณรอุปัฎฐากดูแลหลวงปู่คอน (พระราชมงคลมุนี) ที่วัดชัยพฤกษ์มาลา พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มักจะเห็นคนมากราบหลวงปู่เสมอ มากันทั่วสารทิศ มาให้หลวงปู่ช่วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ เมื่อหลวงปู่ท่านทราบถึงปัญหาต่างๆแล้ว ท่านก็จะให้แผ่นยันต์แผ่นหนึ่งไว้ให้คนที่เดือดร้อนกลับไปบูชา สามเณรปืนในขณะนั้นที่คอยสังเกตหลวงปู่อยู่ เมื่อคนกลับไปแล้วจึงได้ถามว่า หลวงปู่ให้ยันต์อะไรเขาไป ทำไมใครมาหาหลวงปู่ ก็อยากได้ยันต์นี้กลับไปบูชา หลวงปู่คอนได้บอกสามเณรปืนว่า ยันต์นี้ชื่อว่า “ซุ้มเรือนแก้ว” เด่นไปในทางด้านโภคทรัพย์ และ คุ้มกันบ้านเรือน สามเณรปืนจึงกราบขอเรียนยันต์นี้กับหลวงปู่คอน ไว้เผื่อว่าในอนาคตถ้ามีคนมานิมนต์ไปทำการขึ้นบ้านไหม่ หรือเปิดกิจการใดๆ จะได้มอบเป็นที่ระลึกให้กับผู้ที่ทำบุญให้ได้ไว้บูชาประดับบ้านเรือน แต่กว่าจะได้วิชานี้มาต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกับหลวงปู่ คือ เมื่อสามเณรปืนเรียนยันต์นี้แล้ว จะต้องมาเป็นลูกมือคอยช่วยหลวงปู่ลงยันต์ซุ้มเรือนแก้วมหาเศรษฐีนี้เพื่อบูชาครู ไว้นำออกให้คนที่มาทำบุญกับหลวงปู่ได้บูชาไว้เป็นที่ระลึก (ดูเพิ่มเติมจากหนังสือ อายุวัฒนมงคล 79 ปี พระราชมงคลมุนี)

    การที่หลวงปู่ให้ทำแบบนี้ นับเป็นกุศโลบายที่ชาญฉลาดในการสอนศิษย์ เพราะให้ลงมือจริง ทั้งยังคอยตรวจสอบกำกับด้วยตัวท่านเอง เมื่อศิษย์ได้เขียนจนเกิดความชำนาญจากการเรียกสูตรยันต์ เสก ซ้ำๆ จะทำให้จำได้แม่นยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นความชำนาญ ศิษย์จะมีความมั่นใจ และสามารถที่จะกระทำได้ด้วยตัวเองเมื่ออาจารย์ไม่อยู่

    เมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีอยู่วันหนึ่งเมื่อลูกศิษย์มาพูดคุยสอบถามถึงเรื่องราวของหลวงปู่คอน ย้อนไปสมัยเมื่อครั้งเป็นสามเณรปืนคอยดูแลรับใช้หลวงปู่คอน อาจารย์พระครูปืนก็นึกขึ้นได้ว่าหลวงปู่ได้มอบยันต์อย่างหนึ่งไว้ให้เป็นยันต์ที่สำคัญ เพราะหลวงปู่คอนเล่าว่าไปเรียนมาจากวัดสะแก อยุธยา ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ อีกทั้งจำได้ว่าหลวงปู่ให้เป็นลูกมือช่วยลงยันต์นี้ไว้ให้คนที่มากราบหลวงปู่ ลูกศิษย์ที่มานั่งคุยกันในวันนั้นหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของหลวงปู่คอนเสร็จ ต่างรบเร้าให้อาจารย์เขียนให้หน่อย อยากได้ไว้บูชา เพราะชื่อดี เป็นมงคล ทั้งเด่นในด้านโภคทรัพย์ และคุ้มครองบ้านเรือน แต่อาจารย์ก็ไม่ได้เขียนให้ใครคนใดคนหนึ่ง แต่เท่าที่เห็นคือท่านเขียนแล้วเก็บเสกมานานแล้ว ถ้าจำไม่ผิดประมาณปี พ.ศ. 2559

    พระมหาอิสระ ญาณิสฺสโร
    วัดดาวดึงษาราม กรุงเทพมหานคร
    วันศุกร์ ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

    พระอาจารย์ปืนท่านเป็นพระหนุ่มที่คงแก่เรียนมากๆ เป็นลูกหลานชาวบ้านลาดชะโด เป็นศิษย์พุทธาคมสายตรงวัดพระญาติโดยแท้ เป็นศิษย์เอกหลวงพ่อเฉลิม โดยท่านได้ขึ้นกรรมฐานกับหลวงปู่คอน วัดชัยพฤกษ์มาลา ซึ่งหลวงปู่คอนท่านก็เป็น ศิษย์ของหลวงพ่อเภา ซึ่งหลวงพ่อเภา ท่านเป็นศิษย์คนสำคัญองค์หนึ่งของหลวงพ่อกลั่น แห่งสำนักวัดพระญาติ รุ่นไล่ๆกันกับหลวงพ่ออั้น หลวงปู่คอนท่านไม่เน้นเรื่องวัตถุมงคลเท่าไร เพราะว่าท่านเป็นถึงพระราชาคณะ หลวงปู่คอนท่านรักพระครูปืนมาก ถึงกับฝากพ่อแก่องค์นี้เอาไว้กับพระผู้ใหญ่ในวัด เพื่อมอบให้กับท่านพระครูปืน หลังจากที่หลวงปู่ท่านมรณะภาพไปแล้ว พ่อแก่องค์นี้สำคัญมาก หลวงปู่คอนท่านบูชาไว้ที่กุฏิของท่าน ใครมาขอ หลวงปู่บอกว่าให้เอาไปเลย ไปได้ไม่เกินสามวันต้องเอามาคืนทุกราย ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าโดนพ่อแก่ท่านมาดึงแขนบ้าง ดึงขาบ้าง มาเข้าฝันบ้าง เฮี้ยนสุดๆ ปัจจุบันท่านพระครูปืน บูชาพ่อแก่ไว้ในกุฏิของท่าน ใครจะกราบไหว้บูชามาขอท่านได้ ให้จุดธูป เก้าดอก จะบนบานอะไรก็แล้วแต่มักจะสำเร็จผลทุกรายไปด้านวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่ท่านได้จัดสร้างไว้อย่างเข้มขลังและมีประสบการณ์เป็นที่กล่าวขานในหมู่ลูกศิษย์และเป็นที่เสาะแสวงหาของผู้ที่นิยมพระเครื่องก็คือ พระผงทรงดอกบัว หุ่นพยนต์ พ่อแก่ ตะกรุด เครื่องราง ชนิดต่างๆ เป็นต้น...
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 053 เหรียญเจ้าพ่อโต๊ะกง หลังเจ้าแม่กวนอิม หลวงปู่พิศดูเสก
    บูชา 850 บาท รวมจัดส่ง

    Screen Shot 2562-08-18 at 10.08.21 PM.png Screen Shot 2562-08-18 at 10.08.31 PM.png
    20190623_203146.jpg 56208371_284647979100290_4700451748211326976_n.jpg


    เหรียญเจ้าพ่อโต๊ะกง หลังเจ้าแม่กวนอิม ศาลเจ้าพ่อโต๊ะกง จ.ระยอง

    เหรียญนี้สร้างปี 2550 หลวงปู่พิศดูเมตตาเดินทางไปเป็นประธานจุดเทียนชัยและพุทธาภิเษกตามคำอาราธนาของ เจ้าพ่อโต๊ะกงที่เข้าประทับทรง โดยเจ้าพ่อโต๊ะกงได้บอกว่า

    "หลวงปู่พิศดูท่านเป็นพระแท้บริสุทธิ์มากและแก่กล้าในกสิณ ต้องอาราธนาให้ท่านมาเป็นประธานพิธี จะเป็นองค์อื่นไปไม่ได้..."

    หลวงปู่พิศดู ได้เมตตานั่งปรกอธิษฐานจิตให้นานนับเป็นชั่วโมง ร่วมกับ พระเกจิอาจารย์ต่างๆของเมืองระยองและเป็นผู้จุดและดับเทียนชัย วัตถุมงคลชุดนี้ได้เข้าพิธีพุทธาเทวาภิเษกจากแดนทักษิณและเข้าพิธีของสำนักเขาอ้อมาหลายพิธีด้วย

    เหรียญนี้มีพลังเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มากๆ เพราะได้บารมีทั้งองค์หลวงปู่พิศดู พระโพธิสัตว์กวนอิม เทพเซียนต่างๆ และบารมีของเจ้าพ่อโต๊ะกงซึ่งเป็นเทพเซียนชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งตลอด 10 ที่ผ่านมาวัตถุมงคลชุดนี้ได้สร้างอภินิหารให้ได้ประจักกับสายตาผู้บูชามานักต่อนักแล้ว
     
  18. shaj

    shaj ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    3,890
    ค่าพลัง:
    +2,548
    ขอจองรายการนี้ครับ
     
  19. studio214

    studio214 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +694
    รายการที่ 054 ลูกแป้งรัญจวนจิต คุณยายชีนวล แสงทอง วัดภูฆ้องคำ อุบลราชธานี
    บูชา 650 บาท รวมจัดส่ง

    Screen Shot 2562-08-19 at 8.37.03 PM.png Screen Shot 2562-08-19 at 8.38.27 PM.png
    20190818_230540.jpg 20190818_230556.jpg 20190818_230522.jpg



    ลูกแป้งนี้ถ้าไม่เลี่ยมแขวนทั้งลูกก็สามารถบดใส่หลอดตระกรุดแขวนคอหรือข้อมือก็ได้

    ลูกแป้งรัญจวนจิต

    คุณยายชีนวล แสงทอง...เก่งเรื่องแป้ง

    ครั้งแรก...ที่รู้จักเรื่องแป้ง ก็เมื่อคราวนำเอาพระกามเทพ ไปขอรับการเสกจากคุณยายท่านเอาพระกามเทพทั้งหมด หมกลงในพานแป้ง
    เมื่อพระกามเทพ ถูกเผยแพร่ออกไป ได้ก่อเกิดประสบการณ์ ทางด้านเมตตามหาเสน่ห์ จนเป็นที่เลื่องลืออยู่พอสมควรทุกวันนี้ พระกามเทพเป็นของ
    หายาก เนื่องจากสร้างน้อย และมีราคาแพง


    จะว่าไปแล้ว ในบรรดาของขลัง ทางเมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ รัญจวนจิต ซึ่งคุณยายได้ทำขึ้น ไม่มีอะไรเกินแป้ง

    ก่อนจะละสังขารไม่นาน ท่านสั่งให้ คุณพยุงศักดิ์ เศรษฐมาตย์ ไปหาลูกแป้งมาเยอะๆคุณยาย เรียกการเสกลูกแป้งว่า ทรมานกรรม(เข้ากรรม)
    เพราะจะต้องปิดกุฏิ ๗ วัน ๗ คืน ไม่ออกมา ไม่รับแขก ไม่ว่าใคร จะเป็นลูกหลานว่านเครือ ไม่รับทั้งนั้นทั้งยังไม่ฉันอาหารตลอดทั้ง ๗ วัน ฉันเพียง
    น้ำเปล่าที่จัดเตรียมไว้ ๑ กระติกเท่านั้นหลังจากเสร็จประกอบพิธีการเสกแป้งครบ ๗ วันแล้ว จะฉันแค่ข้าวเปล่ากับผักและเกลือ ไม่ฉันเนื้อสัตว์ทุกชนิด ต่อเนื่องไปอีกหลายวันคุณยาย เก็บลูกแป้งไว้ต่อไปอีก ๓ เดือน จึงมอบลูกแป้งทั้งหมดให้ คุณพยุงศักดิ์ แล้วบอกว่า


    "ลูกแป้งนี้ ให้เก็บเอาไว้ผสมสร้างพระ เมื่อถึงเวลาอันสมควร ในอนาคตข้างหน้า"

    แต่ถ้าต้องการจะใช้ลูกแป้ง เพื่อหวังกิจ หวังผล อันใด ให้เอานิ้ว แตะลูกแป้ง เจิมหน้าผากตนเอง เป็นอันใช้ได้

    คุณยาย ยังบอกอีกว่า

    "เลี่ยมแขวนหรือพกติดตัว ก็พอแล้ว" จะได้ไม่เปลืองแป้ง

    ลูกแป้งนี้ มีอานุภาพทางเมตตาเสน่หารัญจวนจิต ดีทั้ง ติดต่อพบปะผู้คน ดีทั้งประกอบธุรกิจการ ค้าขาย ท่านเคยเตือน ผู้ที่มาขอลูกแป้ง บางรายว่า

    "ระมัดระวัง รักษาศีล ข้อ 3 ให้ดี"



    กรณีเลี่ยมแขวนหรือพกติดตัว ควรเคลือบผิวลูกแป้งด้วยแลคเกอร์สเปรย์ หรือ ลงรักปิดทอง


    บทความ อาจารย์ อำพล เจน

    คุณยายชีนวล แสงทอง พระอริยะสาวิกาแห่ง บ้านนาทมใต้ อ.ตาลสุม จ. อุบลราชธานี

    ชาติกำเนิดเกิดวันศุกร์ ไม่ทราบวันที่และเดือน คงอาศัยเค้าจากปีเกิดหลวงปู่สวน วัดนาอุดม(8 ก.ย. 2453) ด้วยว่าทั้งหลวงปู่สวนและยายชีเกิดปีเดียวกัน ยายชีเป็นน้องแค่เดือน

    เรื่องนี้ทราบจากยายคำ แสงทองผู้เป็นน้องหญิงคนที่4ของยายชีว่า สมัยยายชียังเยาว์วัย ป่วยเป็นฝีที่คอ รักษาอย่างไรไม่หาย วันหนึ่งมีหมอธรรมมาชี้แนะว่า มีผู้เดียวที่จะรักษาได้ เป็นพระชื่อว่าครูบาลุน อยู่ภูมะโรง เมืองจำปาศักดิ์ อยากจะหายจงเร่งไปหา ด้วยว่าเวลานั้นท่านชราภาพมากแล้ว อย่านิ่งนอนใจ ช้าไปจะไม่ทันการ จากตรงนี้นั่นเองจึงเป็นจุดหักเหของชีวิตเด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากที่ได้ดั้นด้นไปจนถึงภูมะโรง

    ในขณะที่เดินทางไปภูมะโรงนั้น บิดาของยายชีกำลังอยู่ในเพศสมณมาแล้ว6พรรษา น่าเชื่อได้ว่าพระภิกษุส่วน(บิดายายชี)ควรเป็นผู้นำพายายชีไปด้วยตนเอง หรือไม่ก็อาศัยผู้รู้จักหนทางที่ไว้วางใจได้ฝากฝังยายชีให้เขาคนนั้นนำพาไป ในการเดินทางไปภูมะโรงคราวโน้นเป็นไปได้ว่าน่าจะมีหลวงปู่สวน ฉนฺทโร วัดนาอุดมร่วมเดินทางไปพร้อมกันด้วย เนื่องจากว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน (บ้านนาทม ต.คำหว้า อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี)

    เมื่อไปถึงภูมะโรงแล้ว ครูบาลุนได้บอกว่าโรคของยายชีจะหายได้ด้วยมโหสถขนานเดียว คือบวชชีรักษาศีลแปดถือพรหมจรรย์ ซึ่งครูบาลุนได้เป็นผู้บวชให้

    น่าแปลกใจอย่างยิ่ง หลวงปู่สวนออกจะให้ความเกรงใจยายชีนวลเป็นพิเศษอาจด้วยเหตุว่ายายชีนวลนั้นสนิทสนมคบหาสำเร็จตันถึงขั้นเรียกหากันว่า”เสี่ยว”สำเร็จตันผู้คงด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิอันบรรดาศิษย์อาจารย์เดียวกันยกย่องนับถือ

    เมื่อครูบาลุนมรณภาพและหมดภาระที่สำนักครูบาลุนแล้ว ยายชีในวัยรุ่นสาวกลับมีความองอาจกล้าหาญออกธุดงค์โดดเดี่ยวปานพระหนุ่มๆสักรูป เดินออกจากจำปาศักดิ์ขึ้นเหนือทะลุเวียงจันทน์ข้ามโขงมาฝั่งไทยที่เมืองหนองคาย เข้าอุดรธานี ย้อนมาสกลนคร ผ่านธาตุพนม สู่อำเภอเขมราฐจนกระทั่งถึงบ้านเกิดบ้านนาทม

    พำนักอยู่บ้านเกิดไม่นาน ได้เพื่อนชีสาวอีก2คือแม่ชีเที่ยง(ไม่ทราบนามสกุล)กับแม่ชีอีกองค์หนึ่งไม่ทราบชื่อ ชวนกันออกธุดงค์ไปจนถึงภูสามส่วม เขตอำเภอเขมราฐ(ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอโพธิ์ไทร) ชีทั้ง3ปักกลดบำเพ็ญเพียรอยู่บนเขานั้นนานนับ10วัน คืนวันที่10นั่นเอง เสือโคร่ง5-6ตัวเข้ามาหาชีทั้ง3 เสือตัวหนึ่งท่าทางเหมือนจ่าฝูง เข้าใกล้ยายชีนวลที่สุด มันลงนั่งจ้องหน้า ยกฝ่าเท้าข้างหนึ่งด้วอาการเหมือนจะตะปรบเหยื่อ ยายชีนวลก็เอื้อมฝ่ามืออกไปตบเบาๆที่หัวเสือจ่าฝูง เสือก็หยุดกึก แล้วหันหลังกลับออกไปจากบริเวณนั้นทั้งหมดวันรุงขึ้นเพื่อนชีองค์หนึ่งเข้าใจว่าเป็นแม่ชีเที่ยง กลัวเสือที่ปรากฏตัวเมื่อคืนจนถึงกับล้มป่วย ต่อมาไม่นานก็เสียชีวิต บิดาของยายชีนวลทราบข่าว ได้ติดตามเอาตัวยายชีกลับบ้านขอร้องให้สึก อ้างเหตุผลไม่มีใครช่วยทำนา ยายชีนวลจึงยอมสึก

    หลังจากที่ได้สึกชีออกมาช่วยงานครอบครัวไม่นาน นายอาจ ผลทวี ได้มาติดพันชอบพอยายชี ออกปากขอแต่งงาน ยายชีไม่ขัดข้องแต่มีข้อแม้ที่ถือเป็นข้อตกลงว่า หากยายชีอยากจะไปวัด หรือไปปฏิบัติธรรมที่ไหน เมื่อไหร่ จะไปทันที ไม่ขออนุญาต ไม่บอกล่วงหน้า และอย่าได้ห้ามเสียให้ยาก นายอาจรับปากตกลง ชีวิตหลังแต่งงานยายชีนวลยังประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรม คือรักษาศีล5บริสุทธิ์ตลอด มีลูกทั้งหมด4คน ชาย2หญิง2 ลูกๆต่างรับรองว่าแม่(ยายชี)ไม่เคยฆ่าสัตว์ แม้มดหรือยุงก็ละเว้นไม่ล่วงเกินชีวิตสัตว์เหล่านั้น ระหว่างมีครอบครัวมีลูกมีเต้า ยายชีไปธุดงค์กับสำเร็จตันบ่อยๆ ออกปฏิบัติธรรมร่วมกัน ในป่าเขาและสถานที่กันดารน่ากลัวแทบทุกแห่ง เรียกว่าไม่เคยลืมความเป็นนักบวช ความองอาจกล้าหาญของยายชีไม่ได้เป็นรองสำเร็จตัน

    ปี2522 ขณะมีอายุได้ 69ปี ยายชีบอกกับนายอาจผู้เป็นสามี รวมทั้งลูกๆว่า“จะออกบวชเป็นชีอีก อยากพ้นทุกข์ พ้นวัฏสงสาร”แล้วออกจากบ้านหายสาบสูญไปอีกลูกหลานเล่าว่ายายชีเมื่ออกธุดงค์ ไม่เคยพกพาสมบัติเงินทองติดตัว มีแค่ย่ามใบเดียว กับผ้าขาวหุ้มตัวชุดเดียว ไม่มีแม้เอกสารหลักประจำตัว เรียกว่าไปตัวเปล่าจริงๆ ราวๆปี2526จึงได้ข่าวว่ามีสถานที่2แห่งที่ยายชีปรากฏตัวไปมาบ่อยๆคือระหว่างถ้ำค้อในเขต อ.โขงเจียมกับวัดดอนม่วง บ.ดอนรังกา อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานีพอดีกับนายอาจผู้เป็นสามีป่วยหนัก ลูกๆตามไปหาแล้วแจ้งอาการป่วยของนายอาจที่ถ้ำค้อ แต่ยายชีบอกว่า“แม่ไม่ใช่หมอ ถึงไปดูก็ช่วยให้หายป่วยไม่ได้”ต่อมาไม่นานนายอาจ ผลทวีผู้สามีก็ถึงแก่กรรม

    หลังจากนั้นยายชีก็หายสูญข่าวคราวไปอีก ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน อยู่ที่ใด นานๆก็โผล่มาเยี่ยมลูก นานๆก็หายตัวไป เป็นปกติการติดตามหาตัวยายชีเป็นไปได้ยาก เนื่องจากความไม่อยู่ติดที่ ไม่อยู่ที่ใดนานๆเรื่องนี้มีผู้รับฟังคำอธิบายจากยายชีและสังเกตเห็นข้อเท็จจริงอันนี้ที่ใดมีคนเกลียดมากๆยายชีจะอยู่นานเป็นพิเศษ ที่ใดคนรักนับถือมากๆยายชีจะออกจากที่นั่นไปโดยเร็วสถานที่ซึ่งมีคนเกลียดจะอยู่จนกระทั่งคลายทิฏฐิมานะของผู้คนได้สำเร็จ เกลียดกลายเป็นรักและนับถือเมื่อไหร่ จะจากไปเมื่อนั้นหลายแห่งที่ผู้คนร้องไห้อาลัย อ้อนวอนให้อยู่ต่อไป ยายชีก็จะบอกธรรม1ข้อ

    “อนิจจังไม่เที่ยง มีพบก็มีพราก”

    ปี2534ยายชีนวลปรากฏตัวที่วัดภูน้อย (บ.น้ำวุ้น ต.แก่งเค็ง อ.กุดข้าวปุ้นจ.อุบลราชธานี) ซึ่งยายชีเคยมาร่วมสร้างเอาไว้กับพระอาจารย์หมุนพร้อมด้วยชาวบ้านญาติโยม การย้อนกลับมาครั้งนี้ทำความสลดใจให้ยายชีเป็นอันมาก ด้วยวัดอยู่สภาพรกร้างเสื่อมโทรม เป็นเหตุให้เกิดสังเวชสงสารญาติโยมที่เขามีศรัทธาร่วมสร้างถวาย แต่กลับไม่มีพระเณรอยู่อาศัย ทั้งไม่มีใครดูแลรักษา จึงตัดสินใจพำนักอยู่ที่นั่นตามลำพังคนเดียว ชาวบ้านเล่าว่ายายชีมาอยู่วัดภูน้อยสมัยแรกนั้น ไม่ค่อยมีใครได้เห็นตัว นานๆจะเห็นลงจากเขามาบิณฑบาตที เรื่องนี้ยายชีได้กรุณาอธิบายให้ฟังในภายหลังว่า “สงสารชาวบ้าน ลำพังการหาอยู่หากินก็ลำบากพอ ไม่อยากรบกวนเขามากเกินไป ได้อาหารเขาแล้วก็เว้นเสียบ้าง หาเก็บใบไม้มาหั่นกินเอาพอบรรเทาหิว ก็พออยู่ได้หรอก” (หั่นใบไม้กิน-ในความหมายของอีสาน บางคนว่าเสกใบไม้กิน)

    หลังจากนั้นข้าวปลาอาหารก็อุดมสมบูรณ์ด้วยว่าผู้คนพากันหลั่งไหลเข้าไป วัดร้างก็กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่งเพียงเวลาไม่นานปีทั้งพระทั้งโยมจากทางใกล้ทางไกล เดินทางมาร่วมบุญบูรณวัด ทั้งปฏิบัติและสนทนาธรรมกับยายชีจนเป็นที่เลื่องลือ ต่างอัศจรรย์ใจในตัวยายชีที่เป็นหญิงชราปานนี้ยังมีวัตรปฏิบัติเคร่งครัดน่าเลื่อมใส ถึงกับว่ามีพระหลายรูปมาฝากตัวเป็นศิษย์

    ถึงปี2539 วัดภูน้อยมีไฟฟ้าและน้ำใช้สะดวกดีแล้ว มีพระเณรอยู่ประจำ มีชาวบ้านศรัทธาค้ำจุนแน่นหนาแล้ว ยายชีนวลก็อำลาท่ามกลางความอาลัยของทุกคนยายชีนวลมุ่งหน้าสู่ภูฆ้องคำ บ.ดงตาหวาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดภูน้อย เพียงเป็นเขาคนละลูก หมู่บ้านคนละหมู่ภูฆ้องคำเวลานั้นเป็นที่พักสงฆ์รกร้างเช่นเดียวกับภูน้อย มีกุฏิถูกไฟไหม้อยู่หลังเดียว ยังไม่มีศาลา ไม่มีห้องสุขา กันดาร แห้งแล้ง ไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้ ไม่มีแม้กระทั่งทางเข้าถึงโดยสะดวก อาศัยชาวบ้านช่วยกันเบิกทางให้ พอได้สัญจรไปมา ในเบื้องแรกยายชีต้องปักกลดอาศัยอยู่ไปก่อน โดยมีชาวบ้านช่วยกันส่งข้าวน้ำให้พอประทังชีวิตไม่นานภูฆ้องคำก็ฟื้นคืนสภาพ ชาวบ้านดงตาหวานและจากทุกสารทิศ ทั้งทางใกล้ทางไกลต่างร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างศาลา1หลัง กุฏิ6หลัง ห้องน้ำห้องสุขา5ห้อง ทั้งยังสร้างเจดีย์เล็กๆบนยอดเขา รวมทั้งพระประธานองค์ใหญ่ไว้ด้วยยายชีนวลพำนักอยู่ภูฆ้องตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ตามลำพังคนเดียว ไม่มีพระเณรอยู่ประจำ ถ้ามีก็แค่อาศัยอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว สุดท้ายยังเป็นยายชีอยู่อย่างถาวร ค่อนข้างแน่ใจว่าที่นี่คือสถานที่พักพิงสุดท้ายของยายชี

    ยายชีผู้ทรงค่าควรแก่การเลื่อมใส

    งูกัดก็ต้องภาวนาตาย
    ยายชีถูกงูเห่ากัด ก่อนถูกงูเห่ากัด ฝันว่าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ลอยมา พอรุ่งขึ้นก็ทำกิจวัตรตามปกติ หุงหาอาหารกินเอง ถ้าแข็งแรงดีอยู่จะไม่ยอมให้ใครทำอาหาร จะต้องทำเองกินเอง ยายชีกินเนื้อสัตว์เพียงแต่น้อย ถ้าใส่หมูก็เรียกว่าใส่วิญญาณหมู เน้นผักเป็นส่วนใหญ่
    หลังกินอาหารแล้วนั่งผักผ่อนอยู่ รู้สึกเจ็บแปลบที่เท้า เห็นงูเห่าอยู่ใกล้ๆแล้วก็ค่อยๆหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาก็เข้ากุฏิปิดประตูเงียบไม่ออกมาตลอดวันและคืน ไม่ยอมให้ใครพาไปหาหมอ คงตั้งใจภาวนาตายอย่างนักปฏิบัติเช้าวันรุ่งขึ้นยายชีก็ไม่ตาย หนำซ้ำแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า เดินเหินคล่องแคล่วเป็นพิเศษภายหลังยายชีได้บอกว่า งูที่กัดนั้นไม่ใช่งู แต่เป็นพญากรรม

    เท้าไม่ติดพื้น
    แม้นว่าภูฆ้องคำจะอยู่ไกล กันดาร แต่สานุศิษย์ ผู้เลื่อมใสศรัทธา ก็หลั่งไหลมาไม่ได้ขาด ทั้งทหาร ตำรวจ ชาวบ้านหรือแม้แต่พระเณร ต่างก็มาด้วยเชื่อมั่นในวัตรปฏิบัติของยายชีว่าควรค่าแก่การมาสักการะและปรึกษาข้อธรรม พระอาจารย์หน่อย(ไม่ทราบชื่อ ฉายา)เจ้าอาวาสวัดบ้านยาง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลฯ เล่าว่า เคยเห็นยายชีเดินจงกรมโดยที่เท้าไม่ติดพื้น เกิดความอัศจรรย์ใจอย่างบอกไม่ถูก

    ตั้งแต่ปี2552เป็นต้นมา ยายชีนวลสุขภาพไม่ดี ด้วยเหตุว่าชราภาพมากแล้วลูกหลานจึงขอให้ย้ายออกจากวัดภูฆ้องคำ อ.กุดข้าวปุ้น มาอยู่วัดบ้านนาทม อ.ตาลสุม ซึ่งเป็นบ้านเกิด
    ต่อมาลูกหลานเห็นว่าการดูแลปรนนิบัติยายชีที่พำนักอยู่วัดนั้น เป็นความยากลำบาก จึงขอให้ยายชีกลับมาพักที่บ้านลูกสาว ยายชีก็อยู่ที่นั่นตลอดมา ระหว่างต้นปี2553มาจนถึงเดือนกรกฎาคมปี2554 ยายชีป่วยหนักเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นสุดท้ายก็พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นการถาวร

    ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ยายชีกลับเข้าโรงพยาบาลอีกเป็นครั้งสุดท้ายอาการหนัก ต้องมีเครื่องมือช่วยพยุงสังขาร เคยหมดลมไปครั้งหนึ่ง หมอสามารถปั๊มพ์หัวใจเอาชีวิตยายชีกลับคืนมาได้ประมาณ 1 เดือนในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ยายชีก็สิ้นลม เมื่อเวลาประมาณตีสาม ของคืนวันที่ 21 กค.2554

    สาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากสังขารที่ชราภาพแล้ว อวัยวะภายในเสื่อมสภาพตามอายุใช้งานตับ ไต หัวใจและปอด รวมทั้งระบบเลือดทั้งระบบเสียหาย ประมาณอายุยายชี นับถึงวันสิ้นลมราวๆ 106 ปี

    ศพถูกนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านนาทม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี เป็นเวลา3วัน จึงทำการฌาปนกิจในเวลาบ่าย4โมงเย็นของวันที่ 24 กค.2554

    พิธีเผาศพยายชีนวล ทำง่ายๆแบบโบราณ คือเผากันกลางแจ้ง โดยมีผู้มาร่วมพิธีเผาศพเป็นจำนวนมาก ในการฌาปนกิจครั้งนี้ ยายชีสั่งการไว้ก่อนตายหลายประการ แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามทุกอย่าง จึงเกิดปัญหามากมายกว่าจะเผาได้สำเร็จ (ยายอนุญาตแค่ 3คนเท่านั้น ที่จะเป็นผู้จุดไฟเผาศพยายชี คือ คุณนก(หลานสาว),คุณแก๋(หลานชาย)และคุณกบ(หลานชาย)หากไม่ใช่3คนนี้ เป็นคนอื่นจุดไฟ จะเผาศพยายชีไม่ไหม้)

    เห็นจะมีเพียงประการเดียวเท่านั้นที่ทางวัดดำเนินตามสั่ง นั่นคือระงับการวางดอกไม้จันทน์
    ยายชีสั่งการเรื่องนี้ไว้ว่า "ศพข้อยไม่ให้วางดอกไม้จันทน์ ให้วางไม้มุจลินท์(ไม้จิก)แทน"
    แต่เรื่องที่ยายชีสั่งไม่ให้มีการประดับแต่งเมรุนั้น ห้ามศรัทธาของเหล่าศิษย์ไม่ได้ทางวัดจึงอนุโลมให้มีการประดับดอกไม้และคลุมผ้าขาวพอสมควร

    หลังจากศพไหม้ไฟแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการเก็บอัฐิ เกิดจราจล ไม่สามารถควบคุมสถานะการณ์ได้ทั้งพระทั้งเณรและญาติโยมกรูกันเข้าแย่งกันเก็บอัฐิยายชีจนหมดลูกหลานเก็บไว้ได้เพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เก็บไว้นี้ตั้งใจจะสร้างธาตุอัฐิทับบริเวณที่เผา แล้วเอาอัฐิส่วนนี้บรรจุไว้

    "บทความคุณอำพล เจน"
     
  20. พื้นทราย

    พื้นทราย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 มกราคม 2015
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +476
    ขอจองครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...