มาแชร์ประสบการณ์แบบ เดอะ ซีเคร็ต กันดีกว่า

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย NCK2046, 25 กันยายน 2008.

  1. NCK2046

    NCK2046 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    628
    ค่าพลัง:
    +3,788
    เย่ เย่ เย่ เย่ มาแล้วจ้า หลังจากมาอยู่ชุมแพได้พักใหญ่ๆก็ไม่ได้เข้ามาคุยเท่าไรเลย คิดถึงทุกคนในเว็บพลังจิตนะ ไม่ว่าจะเป็นคนที่รักกัน อวยกัน เชียร์กัน เถียงกัน ทะเลาะกัน ก็คิดถึงหมดเลยนะ

    เข้าเรื่องดีก่า ตอนนี้เพิ่งอ่านหนังสือ เดอะ ซีเคร็ต จบ แต่ก่อนหน้านี้เคยอ่าน The Top Secret ของ นพ.สม สุจีรา มาแล้วด้วย และอ่านหนังสือ มโนมยิทธิ ของหลวงวิจิตร วาทการ เห็นว่าตรงกันอยู่หลายประการ และข้าพเจ้าก็เคยได้นำวิธีเหล่านั้นมาใช้ในชีวิตประจำวัน และก็ได้ผลจริงมาหลายครั้ง จึงอยากแชร์ประสบการณ์ให้อ่านกัน และท่านใดที่มีประสบการณ์แบบในหนังสือก็ช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ

    เรื่องนี้เริ่มต้นจาก เมื่อหลายปีที่แล้วข้าพเจ้าเคยได้อ่านหนังสือ มโนมยิทธิ ของหลวงวิจิตร วาทการ ท่านนิยามความหมายว่า มโนมยิทธิ คือ ฤทธิ์ทางใจ ท่านได้กล่าวเรื่องการฝึกฝน มโนมยิทธิ ว่าสามารถฝึกกันได้ทุกคน แล้วแต่ว่ามุ่งมั่นมากแค่ไหน มีตั้งแต่ระดับอ่อน กลาง ไปจนถึงเข้มข้น ข้าพเจ้าก็ลองฝึกดูเล่นๆเอาสนุก โดยลองทำตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ไปจนยากขึ้น ตอนนั้นมีโอกาสไปเที่ยวบ่อนคาสิโน ที่ปอยเปต และไปนั่งดูเขาเล่นไพ่โป๊คเกอร์ ข้าพเจ้าลองรวบรวมจิตเป็นกระแสรุนแรง พยายามสั่งไพ่ที่เจ้ามือแจก ให้ออกประมาณว่า เรียง 10 แจ๊ค แหม่ม คิง เอด โดยให้ทั้งหมดเป็นดอกจิก ระบุแบบเฉพาะมาก ปรากฏว่า 2-3 ตาแรก ยังไม่ออก พอลองครั้งที่ 4 ปรากฏว่าสำเร็จ หน้าไพ่ที่ออกของเพื่อนที่ไปด้วยกันเป็น ดอกจิก 10 แจ๊ค แหม่ม คิง เอด เป๊ะ ทีนี้ข้าพเจ้าดีใจเลยเอาใหญ่ สั่งตองอีก ก็ได้อยู่อีกสัก 2 ครั้ง เจ้ามือคงเห็นท่าไม่ดีเลยเปลี่ยนตัวคนแจกไพ่ คราวนี้สั่งไม่ออก เพราะคนใหม่ที่มารู้สึกได้เลยว่าพลังจิตเขาต้านกระแสเราได้ ก็เลยเลิก และก็ไม่ได้ทำแบบนั้นอีก เพราะยอมรับว่าเหนื่อยมาก เหนื่อยสุดๆเหมือนจะตายเอา

    แต่ก็ได้ใช้ฤทธิ์ทางใจแบบกลางๆในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น วันนี้จะทำธุระอะไรบ้าง ก็จะใช้มโนภาพก่อนออกจากบ้านว่า เราทำนี่เสร็จแล้ว ทำนั่นต่อ ไปโน่น ไปนั่น ไปนี่ จบหนึ่งวันเรียบร้อยไม่มีปัญหาอุปสรรคอะไร แต่ถ้าวันไหนไม่ได้กำหนดมโนภาพล่วงหน้า วันนั้นจะควบคุมอะไรไม่ค่อยได้ ผิดแผนไปหมด แถมไปช้า มีเรื่องตลอด งุงิ งุงิ

    จากนั้นก็ทำแบบนี้มาเป็นประจำ คือสร้างภาพในแต่ละวันในใจว่าเป็นวันที่ดียอดเยี่ยมแค่ไหน รวมไปถึงความสัมพันธ์กับคนรัก เพื่อน คนข้างบ้าน เราจะคิดจินตนาการไว้ว่า กับพี่คนนี้เรากับเขาจะดีกันมาก มีขนมจะเอาไปฝากเขา ความสัมพันธ์ยอดเยี่ยม กับน้องคนนี้เราจะเป็นคนที่เขานับถือ ฯลฯ มันก็จะเป็นไปตามนั้นจริงๆ แต่ถ้ากะคนไหนไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าจะให้เป็นยังไง ก็เสี่ยงออกหัวออกก้อยได้ทุกเมื่อ

    กับคนที่เราอยากพบ อยากรู้จัก อยากเจอ เราก็คิดภาพไว้ล่วงหน้า คิดย้ำๆอยู่เสมอ ที่ได้เจอแล้วก็อย่าง ดร.อาจอง เนี่ย ฝันเป็นจริงมาแล้ว และมีอีกหลายคนที่ได้เจอ หลายสิ่งที่ได้ทำ ตอนขึ้นไปดูที่ดินจำนวน 8 ไร่ ที่ภูโจโก้ อบต.ธาตุทอง จ.ชัยภูมิ รู้สึกชอบที่นั่นมากๆ จินตนาการเห็นบ้านหลังเล็กๆสไตล์รีสอร์ทของตัวเองตั้งอยู่ที่นั่น และตอนนี้ฝันก็เป็นจริงเกือบ 100% แล้ว เราได้เป็นเจ้าของที่แปลงนั้นและกำลังจะขนไม้ขึ้นไปสร้างบ้านหลังน้อยตามที่เห็นภาพในใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้จริง เพียงแค่เห็นภาพในจินตนาการอย่างชัดเจนเท่านั้น

    พอมาอ่าน เดอะ ซีเคร็ต ที่โด่งดังนักหนา ก็เลยยิ่งแน่ใจว่าวิธีที่ทำอยู่เนี่ยมาถูกทางแน่แล้ว เพราะ จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นประธาน สำเร็จได้ด้วยจิต สามารถพิสูจน์ได้จริง และยิ่งใช้บ่อยยิ่งเชี่ยวชาญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ 2-3 วันมานี้ โทรไปหาแม่หลายครั้ง มือถือก็ไม่มีสัญญาณ โทรไปหาเพื่อนหลายครั้ง เพื่อนก็ปิดมือถือ ก็เลยรวมจิตส่งกระแสไปว่า รับโทรศัพท์กันด้วยทั้งสองคนน่ะ อีกชั่วโมงต่อมาลองโทรไป ปรากฏว่าโทรติดทั้งสองคนเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้โทรหาตั้งนานกลับติดต่อไม่ได้เลย น่าทึ่งมั้ยล่ะ และล่าสุด กำลังคิดถึงน้องที่ทำงานเก่าคนหนึ่ง เขาเคยช่วยเรี่ยไรในที่ทำงานรวมเงินไปสร้างเจดีย์นิล ใส่พระบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่อถาวร วัดปทุมวนารามฯแถวๆสยาม เป็นเจ้าภาพ จะบอกน้องว่าเจดีย์เสร็จแล้ว ใครอยากเห็นให้ไปดูที่วัดได้ ตอนนี้หลวงพ่อยังเปิดให้คนเข้าไปชมอยู่ แค่คิดในใจนะคะ เมื่อเช้าน้องคนนี้โทรมาเองเลย ทั้งๆที่ปีชาติไม่เคยโทรมา ก็เลยได้บอกน้องเขาไป นี่ก็น่าทึ่งอีกเรื่อง

    เอาละ โม้เรื่องตัวเองเยอะแยะแล้ว อยากฟังเรื่องคนอื่นที่เคยมีประสบการณ์แบบเดียวกันบ้าง เพื่อเป็นวิทยาทานให้แก่คนที่สนใจศึกษาได้เป็นกำลังใจกันค่ะ
     
  2. ปุณฑ์

    ปุณฑ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2008
    โพสต์:
    2,769
    ค่าพลัง:
    +4,678
    ไม่มี ถ้ามี นักการเมืองคงตายหลายคนแล้ว

    แต่ฝันน่ะพอมี ที่เห็นว่าใครจะเป็นอะไร แบบนั้นค่ะ
     
  3. NCK2046

    NCK2046 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    628
    ค่าพลัง:
    +3,788
    หุหุ อันนี้ นู๊ไม่เกี่ยวนะเคอะ
     
  4. chanthawat_k

    chanthawat_k เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2008
    โพสต์:
    956
    ค่าพลัง:
    +424
    แปลกแต่จริง...
     
  5. เอกณัฐยศ

    เอกณัฐยศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    3,631
    ค่าพลัง:
    +9,643
  6. Soulmaki

    Soulmaki เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    112
    ค่าพลัง:
    +357
    ของผมก็มีเหมือนกันครับ แต่ไม่เคยได้นำมาฝึกใช้จริงๆจังๆ หนังสือที่พี่บอกผมก็อ่านมาแล้วทั้งสองเล่ม ของ นพ.สม สุจีรา ผมติดตามอ่านทุกเล่มเลย ผมเคยคิดทฤษฎีอธิบายได้หลายทฤษฎีเลยแต่ไม่ได้จดไว้นานๆก็ลืม เลยต้องใช้เวลานึกนานไว้ค่อยนำมาโพส

    ผมเคยทดลองนึกถึงสิ่งสิ่งนึงเป็นภาพประกอบด้วยอารมณ์แฝงเข้าไปด้วย แล้วพอนึกถึงภาพนั้นอารมณ์ก็ติดมา และพอนึกถึงอารมณ์นั้นภาพก็มาด้วย ซักพักนานเข้ามันก็เริ่มชินพอว่างๆมันก็ผุดขึ้นมาซะงั้น สังเกตุได้เลยว่าวันๆเจอแต่ภาพกับอารมณ์นั้น ทั้งในทีวี รูปข้างถนน ในคอมฯ เจอสิ่งที่คิดไว้นั้นบ่อยมาก พอเจอทีก็ขำทีขำอยู่คนเดียวว่าอะไรวะ มันมาอีกแล้วๆ เพื่อนถามว่าขำไรก็บอกเค้าไม่ได้ กลัวเด๋วหาว่าเพ้อเจ้อ

    ซักพักเลยเกิดกิเลส ทีนี้คิดถึงเรื่องเงินๆทองๆ อย่างงี้ถ้าคิดถึงรางวัลที่หนึ่งหละ!!!
    แต่กลับยากส์ซะงั้น คงเป็นเพราะกำลังความมั่นใจไม่พอผสมกับมีคนคิดอีกเป็นล้าน คงสู้ไม่ไหว ซักพักก็ลืมแล้วเลิกคิดไป

    ผมคิดว่าถ้าจะทำให้เกิดผลแบบใหญ่ๆชัดๆต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างมาปรุงแต่งจิตให้เกิดพลังเกิดความมั่นใจ และที่สำคัญความเพียรต้องมาเป็นอันดับแรก
     
  7. เมทิกา

    เมทิกา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    946
    ค่าพลัง:
    +2,384
    มีแต่ลางสังหรณ์ขณะกำลังตื่นๆอยู่เลยอ่ะค่ะ


    เช่น ตื่นเช้ามาวันนี้ต้องไปหาลูกค้า เอาเครื่องมือไปสาธิตให้ดู ซึ่งจะต้องเหนื่อยมาก และนั่งเฝ้าอยู่ทั้งวัน (แต่วันนี้รู้สึกเหมือนจะไม่ต้องสาธิตแฮะ)


    ปรากฏ ไปถึง ทำไปได้หน่อยนึง เครื่องเสีย แป่วววววว เลยไม่ต้องทำ อิอิ


    หรือไม่ก็ทางบริษัทเอาเครื่องมือตัวใหม่เข้ามา พนักงานทดลองเทรนนิ่งกันเอง ได้ผลดีน่าพอใจ เราก็นั่งอยู่กับพวกเพื่อนๆพนักงานนนี่แหละ แต่ในใจเราเกิดอาการค้านขึ้นมา แล้วรู้สึกว่า เครื่องตัวนี้จะต้องมีปัญหา
    สัปดาห์ต่อมา ก็มีปัญหาจริงๆ แล้วเช้าวันนั้น ก็จะรู้สึกว่า วันนี้จะได้เลิกเร็ว เพราะเครื่องจะเสีย ^^"


    ลางสังหรณ์แบบนี้จะดีมั้ยเนี่ย!!!!!


    คิดไปก็ตลกดี แต่ไม่เคยเล่าให้เจ้านายฟัง เพราะมันไม่มีหลักฐาน แต่เชื่อเซ้นส์เรานะ แม่นทุกที (มีข้อแม้ว่าห้ามบอกใครก่อน ไม่งั้นจะไม่แม่น)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กันยายน 2008
  8. โบ๊ต

    โบ๊ต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    388
    ค่าพลัง:
    +847
    ผมเลยอ่าน เดอะท๊อบซีเครต แล้วก็จินตาการภาพโดยปราศจากตัญหาอยากได้

    คือจินตนาการว่ามีโทรทัศน์เเอซีดี 40นิ้ว(แน๊คิดด้วยว่าต้อง40นิ้ว)

    วางอยู่ในบ้านเพราะผมมีเพลย์สามถ้าเล่ยกับจอใหญ่ๆจะดีมิใช่น้อย

    ก็คิดภาพนั้นอยู่ระยะหนึ่งไม่ได้อยากแต่คิดเหมือนกับว่าได้มันมาแล้ว

    และเห็นมันอยู่ ประมาณสองเดือนผมก็ลืมๆไปบ้างนะ

    วันนึงกลับมาบ้านเชื่อมะ พี่ผมซื้อโซนี่บราเวีย40นิ้ว!!!!

    วงอยู่ตรงที่ผมจินตาการเลยล่ะผมอิ้งมาก ถามพี่ซื้อมาทำไม

    เขาบอกเห็นมันถูกดีเลยรีบซื้อ

    ผมยังอะเมซิ่งไม่หายเลยอ่ะ
     
  9. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,915
    ค่าพลัง:
    +7,318
    1. อยากแล้วสมอยาก ก็เกิดเป็นสุข เพราะกิเลสตัณหาให้รางวัล ในการเดินทางตัณหา

    2. อยากแล้วไม่สมอยาก ก็เกิดเป็นทุกข์ เพราะกิเลสตัณหาให้โทษ เพื่อจะกลับไปทำ ข้อ 1.

    จุดเทียนวนเวียนไปทุกวัน จนกว่าจะตาสว่างรู้ความจริง
     
  10. zipper

    zipper เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กันยายน 2004
    โพสต์:
    5,228
    ค่าพลัง:
    +10,591
    เอาข้อความของคุณสันโดษมาโพสมั่ง เห็นว่าเนื้อหาใจความสาระคล้ายๆ กัน

    สันโดษ

    เอาอย่างนี้ สันโดษสอนกำหนดจิต 1 อาทิตย์ ตามนี้นะคะ ไม่อยากสอนเยอะ เดี๋ยวฟุ้ง

    1. ตอนเช้า พรุ่งนี้กำหนดจิต หรือ ออกคำสั่งกับจิต!!! ว่า ....ทั้งวัน เราอยากได้อะไร



    ตื่นมาแล้วส่องกระจกเลยคะ.......มองไปที่ตาและเพ่งจนรู้สึก ปวดขมับ...แล้วค่อยๆผ่อน ให้จิตนำไปก่อนเลยนะคะ

    พูดว่า ....(ชื่อตัวเอง)......วันนี้จะเป็นวันที่โชคดีที่สุด จะเจอแต่คนดีๆ และ ทำงานใดก็ตามจะต้องสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีแน่นอน!!!

    เอาตามที่เราอยากได้เเค่ ในวันพอคะ อยากกินอะไรก็กิน ให้ได้ อยากซื้ออะไรก็ซื้อให้ได้

    ***แต่ถ้าเราไม่ได้ ต้อง สอนจิตตัวเอง ให้เหตุผลกับเขาว่าทำไมถึงไม่ได้ เพื่อให้ จิตเราสงบ และมีความสุขที่เราใส่ใจเขาคะ

    เพื่อจิตจะได้ดับ หรือ เรียกว่า ปล่อยวางคะ ภายในวันให้ได้คะ

    ก่อนนอน ก็ ขอบคุณ ตัวเอง ที่ทำให้เรามีความสุขนะคะ คุยกับจิตเป็น เพื่อนเลย นับถือ จิตใจตัวเองให้มากที่สุดคะ


    จิต เขามีหน้าที่ทำตามคำสั่งของเจ้าของนะคะ

    ดังนั้น เราต้องเชื่อว่าเราได้เเน่นอน เเล้วเราจะได้เเน่นอน

    สำหรับอาทิตย์หน้า สันโดษรู้อนาคตอยู่เเล้ว..........


    1. สันโดษจะสอนนักเรียนด้วยความสนุกและทำให้พวกเขาฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ให้พวกเขาไปช่วยโลกที่สันโดษรักแน่นอน

    2. สันโดษจะได้เจอแต่คนที่ดีกับสันโดษด้วยความจริงใจและทำให้สันโดษมีความสุขตลอดเวลาแน่นอน

    3. สันโดษจะได้เงินมากเพิ่มขึ้นทุกวันและสันโดษต้องได้ในสิ่งที่สันโดษอยากได้ทุกอย่างแน่นอน

    4. ทุกอย่างที่สันโดษคิดและทำจะต้องประสบความสำเร็จด้วยดีแน่นอน


    แล้ว คุณละคะ? อาทิตย์หน้าของคุณ เขียนหรือ ยัง?

    จะเขียนใส่กระดาษเเล้วพกใส่กระเป๋า หรือ พูดก็ได้คะ

    เพราะ คำพูดของคุณศักดิ์สิทธิ์เเน่นอน แล้วอีกอาทิตย์นึง ดูผลงานของพลังจิต

    ที่สันโดษสอนคุณนะเอย นะเอย (สันโดษเขียนใส่มือข้างซ้าย)

    จริงๆเเล้วแต่สะดวก บางคนก็เลยไปสัก แต่วิธีสำหรับสันโดษ จะเขียนด้วยอะไรก็ได้ตามใจ เจ้าของร่าง

    ง่ายๆ ลองดูเเล้ว จะรู้ว่า อนาคตกำหนดได้เพียงแค่ เปลี่ยนกระบวนความคิด ใครๆก็เป็นอัจฉริยะได้


    ไม่หวงวิชานะคะ เเต่ข้อเตือนห้ามเขียนคำว่า ไม่ เช่น ไม่ได้ ไม่มี ไม่เป็น

    เพราะ ไม่คือ ความคิดลบ ให้เขียนในสิ่งที่ อยากได้

    ให้เขียน จะได้อะไรบ้างไปเลยคะ

    จะได้เงินทอง, หล่อ, สวย, รวย , เพอร์เฟค ฯลฯ

    จะเขียนภาษาไหนก็ได้ หรือ ติดรูปภาพก็ได้ เเล้วแต่ สิ่งที่เรา สื่อสารเเล้วเข้าถึงใจคะ

    สุดท้ายอยู่ที่ความศรัทธา ได้แน่ ได้เเน่ ได้เเน่




    จากกระทู้นี้ http://palungjit.org/showthread.php?t=150170&page=2
     
  11. ปุณฑ์

    ปุณฑ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2008
    โพสต์:
    2,769
    ค่าพลัง:
    +4,678
    การจะให้สำเร็จคิด ต้องมีองค์ประกอบ
    พลังที่จะให้สำเร็จเพียงคิดนั้น ถ้าไม่ลงมือกระทำ หรือมีเหตุปัจจัยเก่าหนุนเนื่อง ก็คงยาก
    ส่วนคนที่ฝึกอานุภาพพลังจิตจนสามารถบังคับเคลื่อนสภาพรอบตัวให้บังเกิดผล
    ถ้าเป็นจิตที่ดี ทำดี ย่อมมีผลดี
    ถ้าคิดไม่ดี ทำไม่ดี ย่อมไม่พ้นบาปอกุศล
    สุดท้าย ย่อมต้องมารับภาระกรรมที่ทำลงไปแล้ว อยู่ดี หนีไม่พ้นเลย

    ;aa23
     
  12. lolz

    lolz Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    52
    ค่าพลัง:
    +54
    ตั้งแต่อ่าน the secret แล้วก็เรื่องของคุณAvatar Boy (แนวความคิดเค้าคล้ายๆกัน)
    แล้วลองเอาไปทำดูมันทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากขึ้นเยอะเลยนะ เพราะเหมือนว่าเราสามารถกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการได้

    เอาเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเลยแล้วกัน อย่างเมื่อวานนี้ตอนเช้า เราอาบน้ำแต่งตัวเซ็ทผม (ทุกทีไม่ค่อยจะสระผม อิอิ) ก็เลยคิดว่าวันนี้จะต้องออกไปไหนให้ได้เลย(ไปเที่ยว/กินข้าว/เจอเพื่อน etc.) อยากออกไปเพราะแต่งตัวแล้ว หลังจากนั้นก็ไปทำงาน ทำนู่นทำนี่ก็ลืมเรื่องอยากออกไปเที่ยว อยู่ๆประมานเกือบ2ทุ่มเพื่อนก็โทรมาชวนไปเที่ยว (ส่วนมากถ้าไม่ได้นัดร่วงหน้ามันก็ไม่ได้มาชวน) ก็เลยนึกได้ว่าเมื่อเช้าเราคิดว่าวันนี้เราจะต้องออกไปเที่ยวให้ได้เลยนิน่า..
    อะไรประมาณนี้ หุหุ แล้วก็มีอีกหลายเรื่อง ถ้ายิ่งทำบ่อยๆ จะเห็นผลไวมาก ไม่ต้องจดจ่อมาก ถ้าวันไหนเผลอๆลืมนึกล่วงหน้าของวันนั้น อาการก็จะเป็นเหมือนคุณ NCK2046 แบบว่าไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็จะพยายามคิดว่า มันดี มันจะดี ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ... แล้วมันก็ดี :)
     
  13. หล่อลากดิน

    หล่อลากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    1,206
    ค่าพลัง:
    +234
    โธ่ ... นึกว่าจะเหาะได้ สะเดอะกุญแจได้ หรือ ว่าล่องหนหายตัวได้

    ตำราของท่านหลวงดีนะครับไม่ธรรมดา แต่ขึ้นอยู่กับบุญกรรมนำส่ง
     
  14. NCK2046

    NCK2046 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    628
    ค่าพลัง:
    +3,788
    เรื่องเหาะได้ หายตัวได้ ก็คงมีคนทำได้เยอะน่ะค่ะ เพียงแต่ท่านเหล่านั้นจะไม่มาพูดให้ใครฟัง (อย่างพระเก่งๆหลายท่าน)เพราะติดตรงไปอวดอุตริเอาได้

    สำหรับตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นเพียงฤทธิ์ทางใจแบบกลางๆ ที่คนทั่วๆไปก็สามารถฝึกฝนได้ ถ้าตั้งใจจริงซะแล้ว เรียกว่าใครๆก็ทำกันได้ค่ะ แต่จะยกเอาเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น การกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดโทษข้าพเจ้าก็ไม่สนับสนุนอยู่แล้ว

    และเห็นด้วยที่ว่า กฏแห่งแรงดึงดูด แพ้กฏแห่งกรรม เพราะหากใครที่สามารถฝึกจิตได้อย่างเข้มข้นจนสามารถเหนี่ยวนำ หรือบังคับสถานการณ์และจิตใจคน ให้สนองกิเลสตัณหาของตนโดยไม่ชอบธรรม สุดท้ายแล้วตัวคนทำนั่นแหละที่ต้องรับผลเอง แต่ในหนังสือ เดอะ ซีเคร็ต นั้น ผู้เขียนเน้นย้ำอยู่เสมอๆว่า เราคิดและทำอะไรก็จะไปดึงดูดสิ่งนั้นกลับมาหาตัวเช่นกันไม่ว่าสิ่งนั้นดีหรือเลวก็ตาม ความคิดและการกระทำทุกอย่างเหมือนบูมเมอแรง ขว้างไปยิ่งแรงยิ่งกลับมาเร็ว(ยืมเพลงพี่เบิร์ดหน่อยนะ)

    ส่วนการคิดถึงเรื่องใหญ่ๆเช่นเงินหลายๆล้านนั้น ก็เป็นเรื่องยากแน่ เพราะหากคนๆนั้นไม่เคยได้ทำเหตุปัจจัยที่ควรได้ไว้ในอดีต กำลังใจที่จะคิดว่ามันเป็นไปได้ก็ไม่พอ จึงเป็นเรื่องที่อธิบายได้ ดูอย่างมหาเศรษฐีหลายๆคนที่เริ่มต้นชีวิตมาจากจับกังแบกหาม ใครจะไปจินตนาการได้ว่าวันนี้เขาจะมีเงินเป็นแสนล้าน ทั้งๆที่ปัจจุบันจับกังที่เคยทำงานที่เดียวกับเขา บางคนก็ยังเป็นจับกังจนแก่ แต่เมื่อสมัยหนุ่มๆสองคนนี้อาจมีความคิดที่ต่างกัน จับกังคนหนึ่งมองเห็นอนาคตการค้าที่น่าสนใจ มองเห็นเงินทองมากมายและชีวิตที่กินดีอยู่ดีรออยู่ข้างหน้า ส่วนอีกคนอาจหัวเราะเยาะเย้ยเพื่อนว่าเพ้อฝัน จับกังหาเช้ากินค่ำจะมีเงินเป็นล้านๆได้ยังไง แต่ในที่สุดแล้วทั้งคู่ก็ต่างคิดถูก เพราะคนหนึ่งกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีเหมือนที่ตนคิด ส่วนอีกคนก็ยังเป็นจับกังจนๆเหมือนเดิมอย่างที่ตนคิดเช่นกัน


    แต่หากย้อนไปไกลเกินกว่าตาธรรมดาเห็นแบบย้อนไปชาติที่แล้ว เราอาจจะพบว่าจับกังผู้กลายเศรษฐีคนนั้น ได้เคยก่อเหตุดีไว้อย่างเอกอุ นั่นคือเคยได้ทำบุญทานการกุศลอย่างมีศรัทธาจริงๆ และโชคดีได้ทำกับพระอริยะสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญทรงคุณวิเศษ จึงทำให้ความปีตินั้นประทับอยู่ในจิตกลายเป็นความมั่นใจลึกๆว่า อย่างไรเสียวันข้างหน้าชีวิตเราจะพบความสุขแน่ ต่อเมื่อตายแล้วมาเกิดใหม่ อกุศลกรรมที่เคยตระหนี่ชิงให้ผลก่อนทำให้เกิดมาในครอบครัวยากจนข้นแค้น ต้องไปทำงานจับกังแบกหามแลกกับเงิน แต่เพราะเหตุดีที่เคยทำไว้เมื่อชาติที่แล้วหนุนเป็นกำลังใจอยู่ลึกๆว่า วันหนึ่งเขาจะต้องรวยแน่ และไม่ใช่รวยแบบธรรมดา เขาจะต้องรวยแบบมหาเศรษฐีเสียด้วย ทั้งๆที่ตัวเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเคยทำบุญอะไรไว้ แต่มันรู้แค่ว่าความมั่นใจมันมีอยู่ลึกๆจนในที่สุดถึงวาระบุญนั้นส่งผลตัดรอนกรรมตระหนี่ กิจการค้าของเขาก็ดีวันดีคืนชนิดคนอื่นๆต้องอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว

    ส่วนจับกังอีกคนหากย้อนไปดูชาติก่อนๆหน้า เราอาจได้เห็นว่าเขามีความตระหนี่อยู่ตลอดเวลา เรียกว่าเป็นอุปนิสัยประจำตัว ไม่ค่อยศรัทธาอยากจะให้อะไรใครแม้แต่กับพระกับเจ้าผู้น่าศรัทธาเลื่อมใส ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ความสามารถในการจินตนาการว่าตัวเองมีกินมีใช้เหลือเฟือจะเป็นไปได้ เพราะสะสมนิสัยความขาดแคลนไว้ในจิตเป็นอันมากนั่นเอง

    นี่จึงพอจะอธิบายตามความเข้าใจของข้าพเจ้าได้ว่า ทำไมเมื่ออ่าน เดอะ ซีเคร็ตแล้ว บางคนคิดว่าทำได้ บางคนคิดว่าทำไม่ได้ ก็เนื่องด้วยบุญกรรมส่วนตัวของแต่ละคนทำมาไม่เหมือนกัน กำลังใจจึงแตกต่างกันนั่นเอง ดังนั้น ทุกท่านจึงพึงสั่งสมคุณความดี บุญทานบารมีต่างๆไว้ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเถิด จะเป็นที่พึ่งพิงใหญ่หลวงแก่ตัวท่านเอง

    เมื่อประมวลความรู้ต่างๆจากหนังสือทั้งสามเล่ม แล้วนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์จึงเป็นสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งนัก อย่างน้อยที่สุดก็จะทำให้ชีวิตค่อนข้างง่ายและจัดระเบียบได้ ดีกว่าดุ่มเดาเดินไปมืดๆแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้อะไรเลย

    อีกประการหนึ่ง สำหรับผู้ที่ท่านบรรลุธรรมแล้ว จึงพ้นไปจากกฏแห่งกรรมได้ ความสามารถในการใช้จิตนั้นจึงอยู่เหนือความเข้าใจของคนทั่วไปอย่างเราๆท่านๆ ลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีฯหลายคนคงได้เคยเห็นอานุภาพของคาถาเงินล้านมาแล้ว หลวงพ่อเคยบอกว่า คนได้ฌาน รวยสิบล้านน่ะง่ายนิดเดียว บางคนอาจจะเถียงว่า จะเป็นเช่นนั้นจริงแล้วทำไมท่านเหล่านั้นไม่เรียกเงินมาใช้ซะเองล่ะ คำตอบก็คือ เมื่อได้ลิ้มรสในความสุขจากฌาณแล้ว เงินสิบล้านก็กลายเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับท่านไปเลย อุปมาเหมือนคนเราพอได้ลิ้มรสข้าวหอมมะลิหอมๆนุ่มๆสักจานแล้ว ปลายข้าวแข็งๆหักๆสักสิบเกวียนก็เอามาแทนกันไม่ได้เลย

    ยุคอภิญญาใหญ่กำลังเริ่มต้นแล้วค่ะ ขอให้สมปรารถนาในทุกสิ่งที่ดีงามนะคะ....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 กันยายน 2008
  15. Soulmaki

    Soulmaki เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    112
    ค่าพลัง:
    +357
    ตัดตอนมาจากหนังสือ "เดอะท็อปซีเคร็ต"


    คนเรามักจะเชื่อว่า ภาพในอดีตที่ฝังอยู่ในสมองคือความจริง แต่ภาพที่จินตนาการเป็นเพียงภาพมายา หารู้ไม่ว่าทั้งสองภาพนั้นคือสิ่งเดียวกัน ในทางประสาทวิทยา ภาพเสมือนที่สร้างขึ้นในใจจากจินตนาการโดยไม่รับรู้ผ่านทางทวารทั้งห้า ( ตา หู จมูก ลิ้น กาย ) เป็นภาพชนิดเดียวกันกับภาพแห่งความทรงจำ ที่เคยสัมผัสหรือรับผัสสะ ผ่านทางทวารห้ามาก่อน เพียงแต่ความชัดเจนต่างกัน เมื่อใดก็ตามที่สามารถทำให้ภาพในจินตนาการชัดเจนได้ เมื่อนั้น จะเกิดการย้อนกลับ ไปทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง ffice:eek:ffice" /><O:p></O:p>


    ภาพที่เราเห็นจริงๆ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ผ่านทางทวารห้า เข้าสู่สมอง เป็นส่วนของจิตสำนึก ซึ่งจะไปกระตุ้นให้สมองสร้างโครงข่ายใยประสาทไปตามประสบการณ์นั้น มีการทดลองยืนยันว่า ภาพในจินตนาการ ก็สามารถกระตุ้นสมองให้สร้างโครงข่ายใยประสาทไปตามประสบการณ์ที่จินตนาการขึ้นในใจได้ ไม่แตกต่างจากประสบการณ์จริงเลย


    เคยมีการทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสาร Reserch Quartery เปรียบเทียบผลของการสร้างภาพในใจ โดยให้นักเรียนกลุ่มแรกซ้อมชู๊ทลูกบาสในโรงยิม วันละยี่สิบนาทีติดต่อกันยี่สิบวัน กลุ่มที่สองให้จินตนาการสร้างภาพในใจว่ากำลังชู๊ทลูกบาสวันละยี่สิบนาที ยี่สิบวันเช่นกันโดยไม่ต้องลงซ้อมจริง หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ ให้นักเรียนทั้งสองกลุ่ม มาชู๊ทลูกบาสแข่งกัน ปรากฏว่า คะแนนที่ออกมาต่างกันน้อยมาก จนเรียกได้ว่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงว่านักเรียนกลุ่มที่จินตนาการอย่างเดียว มีพัฒนาการไม่ต่างไปจากคนที่ซ้อมจริง


    ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลก ล่วงรู้ความลับนี้มาแล้ว ทันทีที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเห็นเหล่าทหารสร้างภาพแห่งความพ่ายแพ้ พระองค์ทรงมีพระบัญชาให้ทหารทุกคน ทุบหม้อข้าว เครื่องหุงหาอาหารทั้งหมดทิ้งจนสิ้น และรับสั่งว่า มื้อต่อไปพวกเราจะไปฉลองกันในเมืองจันทบุรี หลังจากนั้นทหารทุกคน ก็นึกถึงแต่ภาพของตัวเองกำลังอิ่มหนำสำราญอยู่ในตัวเมืองจันทบุรี และเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงกำแพงเมืองจันทน์ก็แตก <O:p></O:p>


    สมัยที่บุเรงนอง ยังเป็นแม่ทัพใหญ่ของพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ ขณะบุกเมืองมอญซึ่งมีแม่น้ำขวางกั้นอยู่ ได้มีการสร้างแพขึ้น เพื่อลำเลียงทหารไปยังฝั่งมอญ หลังจากนั้นได้บัญชาให้เผาแพทั้งหมดทิ้งทันที เหล่าทหารตกใจแล้วถามว่า เกิดเรารบแพ้มอญ แล้วจะถ่อแพหนีกลับฝั่งพม่าได้อย่างไร แม่ทัพบุเรงนองตอบว่า “ลืมภาพนั้นไปซะ"


    ทุกครั้งที่จูเลียส ซีซ่าร์ ยกทัพเรือ ไปรบกับเมืองอื่น แล้วคิดว่ามีโอกาสแพ้ เขาจะสั่งให้ทหารเผาเรือทั้งหมดทิ้งก่อนเข้าตี เมื่อไม่มีเรือกลับ ภาพทั้งหมดที่อยู่ในใจทหาร คือภาพแห่งชัยชนะเท่านั้น


    อัจฉริยบุคคล จะคิดภาพแห่งความสำเร็จออกมาก่อนทำอะไรเสมอ ช่างตัดเสื้อ จะมองเห็นภาพเสื้อของเขาก่อนที่จะตัด ช่างทำผมที่เก่งๆจะเห็นภาพทรงผมที่เข้ากับใบหน้าของลูกค้าในสมองอย่างชัดเจน และตัดไปตามนั้น เคยมีคนถามไมเคิล แองเจลโลว่า ทำไมแกะสลักรูปเดวิด ได้มหัศจรรย์ปานนั้น เขาตอบว่า ขณะที่หินก้อนใหญ่ส่งมาถึง เขาเห็นรูปของเดวิดอยู่ในหินก้อนนั้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ สกัดส่วนที่ไม่ใช่เดวิดออกไป <O:p></O:p>


    มีนักข่าวถาม ไทเกอร์ วู๊ดส์ว่า ทำไมลูกยากๆบางลูกที่ไม่น่าตีลงหลุมได้ คุณกลับทำได้ ไทเกอร์ วู๊ดส์ตอบว่า ผมจินตนาการว่ามันลงหลุมตั้งแต่ก่อนตีแล้ว [​IMG]


    ดารานักแสดงระดับแนวหน้า ก็รู้ความลับนี้ เขาหรือเธอจะหลับตานึกถึงตัวตนจริงๆของคนที่ต้องสวมบทบาท เช่นถ้าเล่นเป็นนโปเลียน ก็ต้องเป็นนโปเลียน และจินตนาการจนลงไปในจิตใต้สำนึกว่า ขณะนั้นเป็นนโปเลียนจริงๆ บทบาท บุคลิกภาพการแสดงหลังจากนั้น จะดำเนินไปเช่นเดียวกับภาพในใจ <O:p></O:p>


    ไม่เฉพาะนักแสดง อัจฉริยบุคคล ทุกสาขา ทุกอาชีพ ที่เคยมีมาบนโลก ล้วนล่วงรู้ความลับนี้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเองจากพรสวรรค์ ทำให้ไม่สามารถอธิบายการค้นพบนี้ ให้คนอื่นๆรับรู้ได้


    นักวางแผน ที่วางกลยุทธ์อย่างลึกล้ำ ก็เช่นกัน เขาจะคิดย้อนกลับจากหลังมาหน้า แผนไหนที่วางโดยคิดจากหน้าไปหลัง จะเป็นเพียงแผน ที่ตื้นๆ แม้แต่การพัฒนาอาวุธสงครามในปัจจุบัน ก็จะล็อคภาพไว้ก่อน แล้วค่อยยิงจรวดออกไป ภาพการระเบิดของเป้าหมายสามารถทำนายได้อย่างแน่นอน ต่างจากอาวุธสมัยก่อน ที่ยิงสะเปะสะปะ คาดหมายอะไรไม่ค่อยได้


    การเรียนการสอนในปัจจุบัน ก็เริ่มเปลี่ยนไป จะเป็นการสอนแบบให้คิดย้อนกลับ คือให้เห็นผลลัพธ์ หรือเป้าหมายเสียก่อน แล้วค่อยมาคิด วิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น ซึ่งในต่างประเทศได้ใช้มาก่อนตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตรมหาบัณฑิต ที่นักศึกษาพอมีพื้นความรู้มาบ้างแล้วจากปริญญาตรี จึงสามารถออกแบบการสอนให้เป็นแบบคิดย้อนกลับได้


    คนที่คิดเลขในใจเก่งๆ ก็เป็นการคิดจากผลมาที่โจทย์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าถามเขาว่า 45 คูณ 98 ได้เท่าไร เขาจะมองหาผลก่อน โดยเอา 100 คูณกับ 45 แล้วค่อยสกัดส่วนที่ไม่ใช่ออกไป โดยเอา 90 มาลบออก คำตอบคือ 4,410

    ถ้านักเรียนไทย ได้เรียน คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ฯลฯ โดยเทคนิคการสร้างภาพในใจ และ การคิดย้อนกลับ เชื่อแน่ว่าจะเกิดพัฒนาการ การเรียนรู้อย่างก้าวกระโดดทีเดียว นักเรียนที่เรียนเก่ง ไม่ใช่เพราะเขามีเซลล์สมองมากกว่าคนอื่น เพียงแต่พวกเขาค้นพบความลับเหล่านี้โดยบังเอิญ


    ศูนย์การเรียนรู้อมรินทร์ ( Amarin Training Center ) มีโครงการที่จะจัดทำหลักสูตร การเรียนรู้ด้วยภาพแห่งความรู้สึกขึ้นมา โดยจะเริ่มต้นที่วิชาฟิสิกส์เป็นอันดับแรก ทุกคนสามารถคิดแบบอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ได้ ถ้าล่วงรู้ความลับสุดยอดนี้


    อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพยายามจะอธิบายความลับสุดยอดนี้ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนนัก เขาย้ำว่า การค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่างของเขา มาจากจินตนาการ และถ้าจะเทียบระหว่างความรู้ กับ จินตนาการ เขาบอกว่า จินตนาการสำคัญกว่า จินตนาการเป็นเชาว์ปัญญาขั้นสูงสุด และมันจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ๆได้อย่างไม่สิ้นสุด ขณะที่มีชีวิตอยู่ เขาย้ำนักย้ำหนาหลายต่อหลายครั้งกับนักศึกษาที่เขาสอน และต่อที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์อยู่บ่อยๆว่า “จินตนาการ สำคัญมากกว่าความรู้” แต่เขาก็ไม่อธิบายต่อว่า เพราะอะไร จินตนาการจึงสำคัญกว่าความรู้


    ประสบการณ์จากชีวิตจริง จะประทับลงในจิตใต้สำนึกได้ ต้องมีจินตนาการ เราอาจจะเคยตีแบดมินตัน แต่ผ่านแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่เคยจินตนาการต่ออีก ประสบการณ์ในครั้งนั้นก็สูญเปล่า การตีในครั้งต่อไปเราจะไม่เก่งขึ้น เพราะจิตใต้สำนึกจะเข้าใจภาพแห่งจินตนาการเท่านั้น มันไม่มีส่วนเชื่อมต่อโดยตรงกับทวารทางกายทั้งห้า เหมือนอย่างจิตสำนึก ที่สำคัญ พลังของจิตใต้สำนึก สูงกว่าจิตสำนึก นับพันนับหมื่นเท่า และจินตนาการเท่านั้นที่สามารถดึงพลังของจิตใต้สำนึกออกมาได้


    ประสบการณ์ที่เหมือนกันเปี๊ยบระหว่างคนสองคน จึงส่งอิทธิพลต่อวิถีชีวิตได้ไม่เท่ากัน เพราะความสามารถในการจินตนาการต่างกัน แน่นอนว่า อุปนิสัย ความชอบ ความสนใจ ความถนัด ฯลฯ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีพลังแห่งจินตนาการสูงขึ้นหลังจากได้พบกับประสบการณ์จริง พวกเขาจะเห็นภาพแห่งความสำเร็จในเรื่องที่ตนเองชอบหรือถนัด ชัดเจนกว่าคนอื่น จึงมีโอกาสบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 29 กันยายน 2008
  16. manny_tong

    manny_tong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    514
    ค่าพลัง:
    +542
    ยังไม่ได้ซื้อมาอ่านเลย

    อยากอ่านเหมือนกัน
     
  17. artty

    artty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    662
    ค่าพลัง:
    +2,385
    I like this book too ka....It's a great book ever ^^
     
  18. artty

    artty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    662
    ค่าพลัง:
    +2,385
    I like this book too ka....It's a great book ever ^^
     
  19. tenis

    tenis เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    344
    ค่าพลัง:
    +1,224
    <TABLE class=tborder id=post2304394 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt1 id=td_post_2304394 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid">สวัสดีคะ

    1. ขออุบายในการคิดดี คะ
    ข้อนี้ต้องขยายให้ชัดเจน คือ อ้างเรื่องเดอะซีเคร็ด ที่ว่าทุกอย่างมาจากความคิด ให้เราคิดให้ดี (รายละเอียดคงทราบกันอยู่) เช่น เราต้องการเงินทอง ร่ำรวย
    จิตก็ถูกครอบงำด้วย โลภะ
    ทางธรรม บอกให้สละเสีย

    เวลาที่เราตั้งจิตคิด ความกลัวก็เข้ามาครอบงำทันที ทำให้ไม่แน่ใจ จิตก็ครอบงำด้วยโทสะ

    และเวลาที่เราเสียหาย ทางธรรมก็บอกว่า เป็นธรรมดาโลก ให้ยอมรับ
    ปลงเสียเถิด ซึ่งค้านกับทางโลก ซึ่งเรายังต้องดิ้นรนสู้ต่อ

    จึงขออุบายให้จิตคิดดี เพื่อหลุดจากโลภะและโทสะ เพียงชั่วขณะ
    เพื่อให้จิตใต้สำนึกทำงานได้เต็มที่

    ขอบคุณคะ<!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end -->
    </TD></TR><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid"> <SCRIPT type=text/javascript> vbrep_register("2304394")</SCRIPT> </TD><TD class=alt1 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  20. tenis

    tenis เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    344
    ค่าพลัง:
    +1,224
    ตอนนี้มีหนังสือเรื่อง big secret (BS) ออกมา
    อ่านดูแล้วน่าสนใจมากคะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...