รวมหลวงพ่อตอบปัญหา/จากคำบอกเล่า

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย Wannachai001, 21 กรกฎาคม 2012.

  1. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128
    37085192_1033715846804954_1243269547587272704_o.jpg

    สัมปจิตฉามิ

    ผู้ถาม : เวลาท่องคาถา "สัมปจิตฉามิ" ท่องไปไม่เกิน 10 ครั้งมีความรู้สึกว่าเงียบไปทุกที เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ทำใหม่ ก็ปรากฏว่าเป็นอย่างนี้อีก ก็ไม่ทราบว่าเป็นอะไรและจะแก้ไขอย่างไรดีเจ้าคะ ?

    หลวงพ่อ : เป็นเพราะมันเป็นอย่างนี้ ไม่ต้องแก้ไขอย่างไร ก็ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะจิตเข้าถึงฌานที่ 2 ขึ้นไป

    ตอนที่ภาวนาอยู่จิตอยู่ที่ฌานที่ 1 พอจิตเข้าถึงฌานที่ 2 ก็ตัดภาวนา อันนี้ดีมากนะ ไม่ใช่เลว เก่ง คนนี้ต้องถือว่าเก่งมาก เข้าถึงฌานที่ 2 ตัวไม่ภาวนาคือ ฌาน 2,3,4 นี่ไม่ภาวนา มันตัดเองนะเราอย่าไปช่วยตัดเข้า อย่างนี้ดีมากปล่อยตามนั้นนะ ทำจิตเป็นฌานไม่ช้าจะเป็นผลในที่สุด ยังไงจะไปวัดท่าซุงไม่ต้องใช้รถก็ได้ถ้าถึงที่สุด

    ผู้ถาม : ไปได้หรือครับ ?


    หลวงพ่อ : ได้แน่ อันนี้ตรงเป๋ง

    ผู้ถาม : แหม....ได้ตอนนี้ก็ดีน้ำมันก็แพง แป๊ปเดียวถึง

    หลวงพ่อ : ถ้าถึงขั้นนั้นอภิญญาเข้าทัั้งหมด ถือว่าเป็นอภิญญาของท่าน ถ้าทำถึงจุดปลายทางนะคืออภิญญาห้า

    ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปเป็นอภิญญาหก นี่ท่านมาแนะนำให้ อย่างพวกเราเคยผ่านมาแล้วเป็นของสำหรับคนที่ได้มาแล้วจึงจะมีผล คนที่ทำไปเรื่อยๆตามนั้นนะ แล้วอย่านึกว่าอยากได้อภิญญานะ ตัวฟุ้งซ่านนะ นึกว่าเอ๊ะกูจะเหาะละว๊ะๆ เลยอดเหาะเลย

    ผู้ถาม : เกิดเหาะไปวัดท่าซุงได้แต่กลับไม่ได้ละครับ ?

    หลวงพ่อ : ถ้าเหาะนี่ต้องไปได้มาได้ไม่ใช่ปิติ ถ้าอุพเพงคาปิติ ลอยไปที่ใดที่หนึ่งปิติเคลื่อนมาไม่ได้ แต่อันนี้มันบังคับได้เลยตามใจชอบ ดีไม่ดีไปโลกอัังคาร
    พระศุกร์ พระเสาร์ แข่งกับฝรั่ง ฝรั่งลงทุนมากเราไม่ต้องลงทุนเลย บางครั้งเผลอไม่ทันจุดธูป แป๊ปเดียวถึง

    ผู้ถาม : ข้างในไปหรือข้างนอกไป หรือไปทั้งข้างในข้างนอกครับ

    หลวงพ่อ : อันนี้ไปได้หมด ขี้เข้อไปหมด ตัวนี้เป็นอภิญญาใหญ่ นี่คาถาอภิญญาใหญ่นะ สำหรับคนที่ได้มาในชาติก่อน

    อภิญญาใหญ่ถ้าหากคนที่ไม่ได้มาในชาติก่อน ต้องเริ่มด้วยกสิณ 10 อันนี้สำหรับคนที่เคยได้มาแล้วนะ

    ***** ใครอยากเหาะได้ก็หมั่นท่องเข้าไว้นะ นอกจากผลทางด้านอภิญญาแล้วในด้านการป้องกันไสยศาสตร์ก็มีผลมาก มิหนำซ้ำยังย้อนกลับสู่ผู้กระทำเสียอีก

    (จากธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 147 พฤษภาคม 2536 หน้า 79-80)
     
  2. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128
    spec34.jpg

    ภาวนาสัมปจิตฉามิเห็นโครงกระดูก

    ผู้ถาม : ลูกสวดมนต์แล้วนั่งสมาธิแล้วก็เข้านอน

    หลวงพ่อ : เดี๋ยว ลูกโตหรือลูกเล็ก ?


    ผู้ถาม : ลายมืออย่างนี้ตามลักษณะโหงวเฮ้งอย่างน้อยๆ ก็ 60 กว่า ผมก็กะๆเอานะครับ

    หลวงพ่อ : (หัวเราะ)

    ผู้ถาม : แล้วก็ภาวนาว่าสัมปจิตฉามิ เอ๊ะ จะว่า "สัมปจิตฉามิ" หรือ "สัมปติจฉามิ" ครับ ?

    หลวงพ่อ : "สัมปจิตฉามิ" นี่ขับเหตุร้าย ภูติผีปีศาจและอันตรายต่างๆ

    "สัมปติจฉามิ" ตัวกัน กันแล้วเร่งรัดความดีด้วย เร่งลาภสักการะด้วย

    เอ้าว่าต่อไป

    ผู้ถาม : ลูกนอนตะแคงข้างขวา อ้าวตอนนี้เป็นลูกแล้ว

    หลวงพ่อ : แสดงว่าลูกหนู ไม่ใช่แม่หนู (หัวเราะ)

    ผู้ถาม : มีความรู้สึกว่ามีใครมานอนข้างหลัง ลักษณะเป็นโครงกระดูกทั้งร่าง หนูจะหันกลับมาก็ไม่กล้า

    ขอเรียนถามหลวงพ่อว่าสัมปจิตฉามิ ทำไมจึงกลายเป็นกระดูกเจ้าคะ ?

    หลวงพ่อ : ดีนะน่ะ เขาเอากระดูกมาช่วยให้ ถ้ากระดูกส่วนไหนหักเอากระดูกส่วนนั้นมาเติม

    ผู้ถาม : โชคดีนะไม่ได้หันไป ถ้าหันไปละไข้หัวโกร๋นเลย

    หลวงพ่อ : คือว่า "สัมปจิตฉามิ" เป็นคาถาของอภิญญา นี่เป็นอภิญญาตรงนะ

    คือว่าคนไทยที่เคยได้อภิญญาเมื่อชาติก่อน ถ้าใช้คาถาบทนี้สมาธิเต็มกำลังอภิญญาจะเข้าเต็มที่

    ฉะนั้นเมื่อคาถาเป็นอภิญญา เวลาภาวนาไปความเป็นทิพจักขุญาณก็แจ่มใส ในเมื่อความเป็นทิพย์แจ่มใส กรรมฐานในชาติก่อนโดยเฉพาะอสุภกรรมฐานกองสุดท้าย คือ กองที่ 10 คือ "อติกังปฏิกุลัง" แปลว่ากระดูกนี้เป็นปฏิกูลน่าเกลียดโสโครก

    คือเขาเคยเจริญอสุภกรรมฐานมาแล้วตั้งแต่ข้อต้นยันข้อปลาย ในข้อปลายเป็นฌาณสมาบัติ เคยได้มาแล้วในชาติก่อน ฉะนั้นควรจะจำภาพนี้ไว้นะ เวลาเริ่มเจริญกรรมฐานก่อนภาวนาใดๆนึกถึงตัวนี้ก่อนว่าร่างกายในที่สุดก็มีสภาพเหลือแต่กระดูกแบบนี้ ร่างกายคนอื่นก็เช่นเดียวกัน เราหวังนิพพานจุดเดียว อันนี้ดีมาก

    ผู้ถาม : แสดงว่าคนที่นั่งสมาธิิแล้วเห็นอะไรต่อมิอะไร เห็นซ้ำเห็นซาก เห็นมากเห็นน้อยอยู่บ่อยๆเสมอแสดงว่าของเก่าเคยทำอย่างนั้นมาหรือครับ ?

    หลวงพ่อ : ของเก่าเป็นปรกติ บางคนก็เห็นเป็นเลขหวยบ้างอะไรบ้าง กินเสียหมด (หัวเราะ)

    เดี๊ยวก่อนถ้าเห็นชัดนะแล้วไปเข้ารูปกรรมฐานตรง ถ้าเขาเคยได้กองไหนมาถ้าสมาธิเข้าถึงอุปจารสมาธิ เวลานั้นจิตเป็นทิพย์สามารถได้ยินสิ่งที่เป็นทิพย์ได้ เห็นภาพที่เป็นทิพย์ได้ กรรมฐานกองเดิมจะปรากฏ ถ้ากรรมฐานกองเดิมปรากฏให้จับเลย และกองนั้นจะเป็นฌานถึงที่สุดไม่เกิน 7 วัน

    เวลาฉันฝึก หลวงพ่อปานแนะนำแบบนี้นะ ฉันก็ว่าไปทำไปๆ พอจิตเข้าถึงอุปจารสมาธิแล้วมันก็เลยถึงฌาน จิตพลัดลงมาเข้าสู่อุปจารสมาธิิแล้วกรรมฐานเก่าก็ขึ้น

    อันดับแรกหลวงพ่อปานท่านสอนให้จำกรรมฐานทั้ง 40 กองได้ให้หมด ว่าอะไรเกิดขึ้นจะได้รู้ว่าเป็นกรรมฐานกองไหน

    ประการที่ 2 จำคำภาวนาได้หมดทั้ง 40 กอง เมื่อใช้ถูกต้อง ถ้าใช้ถูกต้องแล้วไม่เกิน 7 วันกรรมฐานกองนั้นถึงที่สุด แต่จริงๆแล้ว 3 วัน 3 วันนี่ทรงตัวแน่นอนแล้วก็ย่ำต๊อกไปอีก 4 วันเพื่อความมั่นคง เมื่อทรงตัวแล้วเราก็ใช้กรรมฐานกลางใช้อานาปาอย่างเดียว พอจิตเข้าถึงที่สุดพอลดตัวลงมาก็ขึ้นใหม่อีกต่อเป็นขั้นๆไป ผลที่สุดไล่ไปไล่มาหมด 40 กอง 40 กองได้ทั้งหมดเดือนเศษๆ ถ้าทำถูกหลักถูกเกณฑ์มันเร็ว ทีี่ทำกันมาก็ว่ากันเฉื่อยไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์ ใช่ไหม

    คือหลวงพ่อปานท่านมีลีลาหลายอย่าง ท่านมาแนะนำก่อนบวชท่านให้ดูวิสุทธิมรรคก่อนทั้ง 3 บรรพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาธิในด้านสมาธิ 40 กอง ท่านบอกว่าก่อนที่จะอ่านหนังสือฉบับนี้ให้จุดธูปบูชาพระพุทธเจ้าก่อนแล้วอธิษฐานว่าถ้าข้าพระพุทธเจ้าได้กรรมฐานกองไหนมาในชาติก่อน ขอให้ชอบกองนั้น ดูไปแล้วมันชอบทุกกอง พอชอบทุกกองท่านก็แนะนำว่ากองไหนทำได้เร็วกว่าเพื่อน ขอให้ชอบกองนั้น เมื่อดูกองที่ชอบที่สุดเราก็ทำ ทำไม่กี่วันแค่ 2 วันก็ถึงฌาน 4 และต่อมาก็ขึ้นเรื่อยๆก็จับได้หมด

    ทีนี้จะทำกองต่อๆไป ถ้าเราได้กองที่ 1 แล้วเวลาขึ้นต้นกองใหม่ให้ทำกองที่ 1 ให้ได้ถึงที่สุดก่อนแล้วทำกองที่ 2, 3 ไป ต้องย้อนต้นเสมอ ไล่ไปไล่มาแบบนี้นะ

    (จากธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 147 พฤษภาคม 2536 หน้า 81-82)
     
  3. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128
    lWn-HE_LuEP1rL7J4zk8UPUHjXhznzNOwxlqx5wNCi6DbNXCEnjeW-7AyZvKp4j6 (1).jpg

    ภาวนาสัมปจิตฉามิแล้วฝันเหาะได้

    ผู้ถาม : ภาวนาสัมปจิตฉามิแล้วหลับไป ปรากฏว่ามันเหาะได้เสมอๆอย่างนี้แสดงว่าในอนาคตจะได้อภิญญาหรือเปล่าคะ

    หลวงพ่อ : ปัจจุบันก็ได้แล้วนะ อภิญญาต้องใช้เวลาหลับ แต่ความจริงถ้าฝันว่าเหาะได้ ถ้าเอาความฝันนะเขาถือว่างานที่ต้องการนั้นสำเร็จผล แต่ถ้าฝันว่าเหาะได้จริงกำลังใจเริ่มดีแล้ว ทำไปเรื่อยๆนะ

    ผู้ถาม : ที่ในหนังสือธัมมวิโมกข์เขียนไว้บอกว่าถ้าภาวนาไปเรื่อยๆวันละ 1 ชั่วโมง จะมีผลคล้ายอภิญญา

    หลวงพ่อ : คือท่านเจ้าของท่านบอกอย่างนั้น คาถาบทนี้ไปได้ที่นิวซีแลนด์ นอนอยู่ที่เมืองควีนทาวน์

    ท่านบอกให้ท่านบอกว่าเป็นคาถาของอภิญญา ใครเขากลั่นแกล้งเราด้วยกรณีใดๆก็ตาม เขาได้รับผลนั้นโดยฉับพลัน ถ้ากำลังใจดีนะ แล้วท่านบอกว่าใช้กำลังใจเรื่อยๆไปวันหนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งก็ได้นอนก็ได้ ทำเรื่อยๆไปพอถึงที่สุดก็จะเหาะได้ ไม่ใช่ลอยเฉยๆนะ เหาะนี่ต้องการจะไปไหนมันไปได้ ถ้าลอยดีไม่ดีหล่นตุบข้างทาง ลอยก็เหมือนเขาจับโยน จะลงที่ไหนบังคับไม่ได้ ถ้าเหาะนี่เราบังคับได้ ถ้าเหาะได้เมื่อไรอภิญญาทั้ง 10 ครบถ้วนเมื่อนั้น ไม่ใช่ได้แต่เหาะอย่างเดียว


    "สัมปจิตฉามิ" เป็นคาถาอภิญญารวม นั่นหมายความว่าคนนั้นต้องได้อภิญญาในชาติก่อน เอามารวมใช้นั่นเองแบบ "นะมะ พะธะ"

    "นะมะ พะธะ" นี่ก็เป็นมโนมยิทธิรวมเหมือนกัน เป็นอภิญญาเล็กรวม คือว่ามโนมยิทธิถ้าฝึกจริงๆต้องใช้กสิณ 10 รวม ถ้าไม่เคยได้มาก่อนนั้น ต้องฝึกกสิณ 10 ให้คล่องตัวแล้วมาฝึกอภิญญาใหม่

    ทีนี้เราไม่ต้องใช้เพราะเคยฝึกมาได้ในชาติก่อนก็เอามารวมใช้ทีเดียว ค่อยๆเรียกมา อย่างอภิญญาใหญ่ก็เหมือนกัน แสดงว่าคนเริ่มมีกำลังใจเข้มแข็งขึ้น ท่านจึงให้คาถาบทนี้

    (จากธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 147 พฤษภาคม 2536 หน้า 80)
     
  4. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128

    อยากตัดกามารมณ์


    ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ลูกอยู่ตลิ่งชันลูกเป็นวัยสะรุ่นอายุ 17 ปี ที่เดือดร้อนอยู่ก็คืิอว่าไอ้เรื่องอารมณ์ทางเพศ ลูกพยายามเอาอสุภกรรมฐานกับกายคตานุสสติของหลวงพ่อไปตัดเพื่อให้มันเด็ดขาด แต่มันก็ได้ชั่วครั้งชั่วคราว พอไปเจอหนุ่มเจอพวกเข้ามันก็คึกอีก ก็ไม่ทราบว่าจะทำยังไง ลูกกลุ้มใจเหลือเกิน ขอบารมีหลวงพ่อช่วยตัดกามารมณ์ของลูกสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ

    หลวงพ่อ : (หัวเราะ) โอ้...นี่ยุ่งแล้ว จะลุกไม่ค่อยจะไหวเลย เอางี๊ซิเพื่อความสะดวก แต่งงานเสียเลยนะ

    ผู้ถาม : อย่างนี้คลายเคลียดแน่นะ

    หลวงพ่อ : (หัวเราะ) ใช่ๆๆ ก็คลายเคลียดก็เจริญกรรมฐานต่อไป อย่างนางวิสาขาไงเล่า

    นางวิสาขาท่านเป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ 7 ปี อายุ 16 ปีก็มาแต่งงาน ไอ้หนูนี่เกินไปปีหนึ่งแล้ว

    ผู้ถาม : แล้วยังมีลูกมีเต้าเป็นระนาว....

    หลวงพ่อ : แค่ 20 คน

    ผู้ถาม : โอ้โฮ นี่พระโสดาบันเขายังคลายเคลียดได้

    หลวงพ่อ : (หัวเราะ) ใช่ๆๆ เรื่องอย่างนี้มันตัดกันไม่ออก ต้องเป็นพระอนาคามี ถ้ายังไม่ถึงอนาคามีคือพระโสดาบันกับสกิทาคามีนี่ยังต้องแต่งงานอยู่เวลามันเคลียดขึ้นมา (หัวเราะ) จิตเป็นฌานง่ายใช่ไหม

    ผู้ถาม : ถ้าอย่างนั้นก็ ถ้าจะตัดจริงๆถ้าจะไม่แต่งงานก็ต้องเป็นพระอะไร พระอนาคามี

    หลวงพ่อ : ใช่ๆๆ ค่อยๆเป็นนะ

    (จากธัมมวิโมกข์ ฉบับที่่ 111 พฤษภาคม 2533 หน้า 15-16)
     
  5. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128
    6738_167106960133431_367782278_n.jpg

    พระท่านสอนการทำกำลังใจก่อนหลับและตื่น
    (หลังจากสอนกรรมฐานคืนวันที่ 8 ก.พ. 31 แล้ว หลวงพ่อบอกว่า)

    หลวงพ่อ : พระท่านสั่งถึงญาติโยมทุกคน มีคนยืนข้างนอกไหม

    (มีเยอะครับ)

    ท่านบอกว่าทุกคนมีจิตเข้มข้นมาก ข้างในก็ดีข้างนอกก็ดี โดยเฉพาะข้างนอกหนักไม่งั้นยืนไม่ไหว

    ท่านก็เลยบอกว่า "ทุกคนก่อนจะหลับหรือตื่นใหม่ๆ ตั้งใจจำภาพพระพุทธรูปหรือคนที่เคยเห็นพระพุทธเจ้าด้วยทิพจักขุญาณนะ จับภาพพระพุทธเจ้าไว้ก่อนหลับหน่อยหนึ่ง

    หรือตื่นใหม่ๆไม่ต้องนั่งก็ได้นอนก็ได้ นอนลืมตาดูท่านหรือหลับตานึกถึงท่าน จะภาวนาก็ได้ แต่ห้ามภาวนาด่า นี่ท่านไม่ได้ห้ามนะฉันห้ามเอง ก็ถามท่านว่ามีผลอย่างไร ท่านบอกจะรู้ผลเองเมื่อตาย นี่ท่านพูดเองนะ

    ทีนี้ท่านย่าท่านยืนกับแม่ศรี ท่านก็หัวเราะ ย่าบอก "คุณ 100 เปอร์เซ็นต์"

    แต่ความจริงจับภาพพระพุทธเจ้านี่ดีนะ ฉันเคยไปหลับที่บ้านบนหลายหนก่อนป่วยหนัก ฉันก็หลับอยู่บนบ้านนั้นแหละ บ้านสูงเดินเที่ยวไปเที่ยวมาอยู่บนนี้ดีกว่า เดี๋ยวไอ้ตัวล่างหลับแหงแก๋ไปแล้ว มันตัดกันนี่นะ มันหลับไปเราก็สบาย ลงโน่นนั่นแหละตี 5 หรือไม่ก็ 6 โมงเช้าสบายโก๋ ความจริงจิตเป็นสุขถ้าทำอย่างนี้ทุกวันนะ

    ผู้ได้มโนมยิทธิน่ะขึ้นไปเลย ถ้าก่อนนอนขึ้นไม่ไหว เช้ามืดตื่นปั๊ปขึ้นไป ให้มันชินต่ออารมณ์ ถ้าชินต่ออารมณ์ก็มีความรักในสถานที่นั้น ถ้าเวลาจะตาย ใจมันไปที่มันรัก

    (จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ มีนาคม 2531)
     
  6. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128
    คำว่า "พุทโธ"

    คำว่าเทศน์นี่แปลว่าแสดงนะ พูดให้ฟัง

    ไม่ได้หมายความว่าขึ้นธรรมาสน์ ถือใบลานหรือครับ ?

    ไม่จำเป็นๆฉันนั่งบนธรรมาสน์ ธรรมาสน์คือพระอาสน์เป็นที่แสดงธรรมก็คือพระเก้าอี้ ไอ้ธรรมาสน์แบบนี้มันนิ่มดี

    เรื่องที่ยกทรง (ทายก) พูดเมื่อกี้นี้มันไปเกี่ยวกับเรื่องหลวงพ่อปานจะเทศน์เรื่องนี้โดยเฉพาะ หลวงพ่อปานเวลาท่านอบรมกรรมฐานไอ้ตอนสอนฉัน โดยเฉพาะอีกเรื่องต่างหากนะ มาถึงวันพระกลางเดือนท่านมักจะเรียพระมาอบรม ใครจะทำก็ทำ ไม่ทำก็แล้วไปไม่ว่าอะไรไม่ขัดใจใครนะ แล้วท่านก็ลงท้ายว่า "นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ เอตัง กาสาวัง คเหตวา" แปลว่า เรารับผ้ากาสาวพัสตร์เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน

    ถ้าใครไม่ทำก็ลงนรกไป คือหลวงพ่อปานท่านเล่าให้ฟังยังงี้....เมื่อสมัยท่านเป็นเด็กๆยังเล็กอยู่นะ ก็ไปเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านย่า บ้านย่ากับบ้านท่านน่ะติดกัน ทีนี้คุณย่าของท่านกำลังจะตายก็เสียงข้างบนเขาบอก "พุทโธ พุทโธ พุทโธ ไว้นะ"

    พุทโธ ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวคนนั้นมาก็พุทโธ คนนี้มาก็พุทโธ ใช่ไหม ท่านเป็นเด็ก ก็จำได้ก็วิ่งไปวิ่งมาก็พุทโธๆ นะ อีตอนนั้นไม่เท่าไหร่ อีตอนกินข้าวเย็นซิกำลังกินข้าวเย็นอยู่ในวงใช่ไหม ท่านกินข้าวก็นึกขึ้นมาได้ก็ว่า "พุทโธๆ ๆ ๆ"

    แม่จับโยนปังไปกลางนอกชานบอก "มึงจะตายโหงตายห่าอย่ามาตายที่นี่เลย" (หัวเราะ) แบบเดียวกับเรื่องเมื่อกี้นี้ท่านบอกว่าคำว่า "พุทโธ" นี่ฝอยท่วมหลังช้าง สมัยก่อนคำอธิบายนี่เขาเรียกว่าฝอยใช่ไหม เขียนๆคำอธิบายใส่เศษกระดาษวางเลย

    หลังช้างยังไม่พอเลย คุณสมบัติเฉพาะคำว่า "พุทโธ" คำเดียว ทั้งนี้เพราะอะไรพุทโธ

    ถ้าเราอยากจะเป็นคนมีเมตตามหานิยม ก็นึกถึงพระพุทธเจ้า ภาวนา "พุทโธ" ไว้ ไปที่ไหนก็มีคนเมตตา


    ทีนี้อยากจะเป็นคนแคล้วคลาดหนังเหนียวก็ใช้ศัพท์คำว่า "พุทโธ" คำเดียวก็ใช้ได้

    อันนี้เมตตา อันนี้แคล้วคลาด ก็ใช้ได้ทุกอย่าง ฝอยท่วมหลังช้างนะ

    เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่ามีนักเลงคณะหนึ่งที่บางระมาด และ ตลิ่งชัน

    อยู่ ธนบุรี นี่อีกแล้ว

    ใช่ๆ ๆ บ้านยายอยู่ ธนบุรี ก็มี อาจารย์เทศน์ อาจารย์เทศน์ ท่านมีชื่อเสียงมาก แล้วก็สอนลูกศิษย์ให้หนังเหนียวแคล้วคลาด โดยใช้ศัพท์คำว่า "พุทโธ" คำเดียวหนังเหนียว

    คือว่า "พุทโธ" หนังเหนียว ใช่ไหม มันมีอยู่ครั้งหนึ่งนักเลงซึ่งเป็นรุ่นน้องของน้าท่านนะ ชื่อ "ปาน" เหมือนกัน ไม่ใช่หลวงพ่อปานนะ ชื่อ "ปาน" เหมือนกัน เป็นนักเลงที่ตลิ่งชัน นักเลงใหญ่คนกลัวมากแต่ว่าคนนี้ไม่เกเรใครนะ เป็นนักเลง นักเลงสมัยก่อนเขาไม่ใช่อันธพาลนี่เป็นบุคคลที่คนรัก ถ้าใครมีทุกข์ที่ไหนไปช่วยที่นั่น ของหายช่วยตามอะไรๆ พวกนี้นะ ใครถูกข่มเหงก็ไปช่วยแก้ไขให้ นี่เป็นบุคคลที่คนรัก แต่ก็เป็นคนหนังเหนียว แต่ว่าถ้าใครมารวนกับคนตำบลนั้น นักเลงก็ออกหน้าตี ต้องออกหน้าเขาทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของตัว แต่คนตำบลนั้นไม่ได้ ใครมาโกงไม่ได้ ฉะนั้นนักเลงตลิ่งชันกับนักเลงบางระมาด ก็เป็นนักเลงประสานกัน นักเลงบางระมาดเป็นลูกพี่ นักเลงตลิ่งชันเป็นลูกน้อง ร่วมกันสองตำบลใช่ไหม

    มีวันหนึ่งนักเลงคือพี่ปานนี่ ฉันเรียก "พี่ปาน" นะ ฉันทันแกก็มาหาน้าที่บางระมาดมาคุยกัน กลับไปก็ดึกไปหน่อย เมื่อเดินไประหว่างทางก็อยากนํ้าเห็นไร่อ้อยของเจ๊ก เจ๊กเขาทำไร่อ้อยใช่ไหม แกก็อยากจะกินนํ้า เอามีดเข้าไปตัดอ้อยลำเดียว เจ๊กกรูมาเป็นฝูงเลยจับมัด แกสู้ไม่ได้
    เอ้า ! มัดก็ยอมมัดกัน มันก็มัดแข้งมัดขาฟันบ้างแทงบ้างไม่เข้า จนกระทั่งเอาภรรยาเอาผู้หญิงเอาเมียเจ๊กน่ะ เอานั่งคร่อมหัวแล้วทั้งแทงทั้งฟันก็ไม่เข้า

    ทีนี้เจ๊กคนหนึ่งบอกเอาไฟเผา ก็จุดไต้ขึ้นมา พอจุดไต้จะมาจิ้มหน้า ที่ไหนพอเห็นหน้าพี่ปานเข้าไต้ร่วงเลย (หัวเราะ) ไต้หล่น เจอนักเลงใหญ่เข้า เจ๊กก็แก้แล้ว พี่ปานเลยถามว่า "นี่เถ้าแก่ ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ ไอ้ฉันน่ะกินอ้อยลำเดียวมันอยากนํ้า นี่ฉันไม่โกรธแกหรอกนะ มันของของแก มันทรัพย์สินของแก ฉันไม่พบแก มันดึกแล้ว"

    เจ๊กบอก "ไม่ใช่ยังงั้น ขโมยมันลักตัดหลายคืนแล้วลักตัดทีหลายๆลำ เอาไปมากๆ ใช่ไหม ทีนี้ก็นั่งดักขโมยก็บังเอิญพี่ปานไปพอดี" (หัวเราะ)

    ก็เป็นอันว่า พุทโธ นี่ถ้านับถือจริงๆ หนังเหนียว

    แม้แต่นุ่งผ้าถุงของอะไรก็....

    โอ๊ย ! ไม่มี พุทธคุณไม่มีคำว่าเสื่อม ไม่ใช่ไสยศาสตร์ นี่พุทธศาสตร์นะ เหลือเวลาอีก 3 นาที

    สมัยเป็นฆราวาสตอนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องพุทโธอีกหน่อยหนึ่งนะ วันนี้ไงๆแค่ พุทโธ พุทโธ สูงสุดใช่ไหม ในสมัยกบฏบวรเดชเวลานั้นนะเขากำลังยิงกันที่บางเขน ตูมตามๆ ๆฉันก็กลับจากที่ทำงาน 3 คนในตอนเย็นจะลงเรือที่ท่าพระจันทร์กลับบ้าน ก็มีพระองค์หนึ่งคือท่านอาจารย์เทศน์ท่านนั่งอยู่ ความจริงไม่รู้จักท่านเลยไม่เคยไปหาท่านเลยนะ ท่านเห็นเข้าบอก "3 คนนี่มานี่ซิ"
    เลยไปหาท่าน

    ท่านถามว่า "พรุ่งนี้จะออกแนวรบใช่ไหม"

    บอก "ใช่ครับ"

    ท่านฉีกจีวรขอดผ้าให้ 3 ขอด ให้คนละอันบอก "อย่าให้พ้นตัวนะ พ้นตัวตาย ต้องติดตัวไว้" ก็เป็นความจริงเวลานั้นเขายิงกัน นํ้าแค่เอวใช่ไหม หมอบก็หมอบไม่ได้ หมอบมาก็จมูกจม จะนอนหงาย ก็ไม่รู้จะยิงใคร ไอ้ต้นข้าวก็สูงสังเกตกันไม่ได้ ทีนี้เขายิงกันด้านนี้ ไอ้ด้านอื่นเงียบ เราก็ย่องไปอีด้านโน้น เห็นมันเงียบดี คิดว่าไม่มีอะไรปลอดภัย จะหลบกระสุนไปเจอะเอารังปืนกลหนักเข้าให้ มันยิงซะไม่มี โอ้โฮ ! เปรี้ยงๆ ๆ ยิงตัดเลียดนํ้าเลย

    เราทำไงวิ่งเอาปืนทำหางขึ้นทางรถไฟ ก็อาศัยพุทโธนี่ แหม..กระสุนมันวิ่งฉุยๆ ๆ ไอ้ปืนกลมันไม่ยากยิงกวาดใช่ไหม กวาดเฉพาะจุดไอ้จุดแค่คน 3 คน ถ้าเอาจริงๆ แล้วก็ขาดกลางตัวที่เขายิงมาน่ะ แต่บังเอิญไม่ถูก

    (หลังจากที่ลูกศิษย์ได้สวดอิติปิโสถวายหลวงพ่อจบแล้ว หลวงพ่อได้สนทนาต่อไปว่า)

    ขณะที่เขาสวดอิติปิโส ฉันก็นึกถึงพระท่าน พระท่านมาก็มาลอยอยู่ข้างหน้า ท่านบอกพุทโธของคุณยังไม่จบ แล้วคุณทำไมไม่บอกเขาว่า

    การภาวนาว่าพุทโธเป็นปรกติเกิดชาติหน้าจะเป็นคนสวยและมีอำนาจ หนึ่งนะ

    สอง ภาวนาพุทโธไปสวรรค์ก็ได้

    สาม ภาวนาพุทโธไปพรหมโลกก็ได้

    สี่ ภาวนาพุทโธไปนิพพานก็ได้

    (จากสนทนาที่สายลม ธัมมวิโมกข์ มีนาคม 2535 หน้า 14-16)
     
  7. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128


    หลวงพี่นันต์สวดให้พรที่บ้าน พล.อ.อ.อาทร โรจนวิภาต เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2556 มาฟังหลวงพี่่เจ้าอาวาสท่านสวดให้พรกันครับ
     
  8. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128


    หลวงพ่อเล่าเรื่องเกี่ยวกับเหรียญท้าวเวสสุวรรณไว้ครับ

    ฟังท้ายคลิปเสียงหลวงพ่อนาทีที่ 13.20 ไป บางท่านอาจอยากได้เหรียญกูผู้ชนะมากกว่าก็ได้นะครับ
     
  9. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    7,873
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +217,128
    525145_106649769530573_770502091_n.jpg
    การทรงอารมณ์พระโสดาบัน

    ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ดิฉันอยากทราบว่าการทรงอารมณ์พระโสดาบันได้นานๆ จะทรงได้อย่างไรเจ้าคะ ?

    หลวงพ่อ : ก็ไม่มีอะไร อารมณ์พระโสดาบันความจริงไม่หนัก คำว่า "ทรง" ระมัดระวังศีลให้ทรงตัว อย่าละเมิดศีล ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดมุสาวาท ห้ามดื่มสุราเมรัย สำคัญจริงๆคือศีล การเคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เรามีอยู่แล้ว

    ตอนเช้าอาจจะนึกหน่อยว่าวันนี้เราอาจจะตายก็ได้ ตายเมื่อไหร่เราขอไปนิพพานเมื่อนั้น

    (จากธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 79 เดือนกันยายน 2530 หน้า 91)
     

แชร์หน้านี้

Loading...