ระลึก 100 ปี ‘จุลจักรพงษ์’

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย omio, 24 ธันวาคม 2008.

  1. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    [​IMG]


    หากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสเพียงพระองค์เดียวในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ยังมีพระชนม์ชีพอยู่
    พระองค์ จะมีพระชันษาครบ 100 ปีพอดิบพอดี ด้วยเหตุนี้ ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ พระธิดา จึงร่วมกับลูกชาย จุลจักร จักรพงษ์ และภูวสวัสดิ์ จักรพงษ์ จัดนิทรรศการ “100 ปี จุลจักรพงษ์” เปิดวังจักรพงษ์ที่มีอายุกว่า 100 ปี ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าไปเยี่ยมชมเป็นครั้งแรก


    ม.ร.ว.นริศรา ยังทำหนังสือที่ระลึกและดีวีดีภาพยนตร์เรื่อง “ภาพแห่งชีวิต จุลจักรพงษ์” ที่ตัดต่อและจัดทำขึ้นใหม่โดย ภูวสวัสดิ์ จักรพงษ์ จากฟิล์มต้นฉบับภาพยนตร์เก่า ที่ถ่ายทำโดยพระองค์จุลฯ ตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 7 ถือเป็นบันทึกเหตุการณ์สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศของพระองค์จุลฯ ที่แสดงให้เห็นสภาพบ้านเมืองไทยเมื่อกว่า 70 ปีล่วงมาแล้ว รายได้จากการจัดงานจะนำไปสมทบทุนมูลนิธิจุลจักรพงษ์ บุญนิธิ ที่ก่อตั้งนานกว่า 40 ปี เพื่อเป็นทุนการศึกษานิสิตมหาวิทยาลัยที่ขาดแคลน


    100 ปี จุลจักรพงษ์ ปีนี้เป็นปีครบรอบ 100 ปี การประสูติของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ หรือพระองค์จุลฯ พระโอรสองค์เดียวในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ และหม่อมคัทริน ชายาสามัญชนชาวรัสเซีย
    พระองค์จุลฯ ทรงเติบโตในปลายรัชกาลที่ 5 และเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในรัชกาลที่ 5 กับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระองค์จุลฯ เสด็จไปทรงศึกษาที่อังกฤษภายหลังการทิวงคตอย่างกะทันหันของพระบิดา โดยทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแฮร์โรว์ และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ต่อมาได้ทรงอุปถัมภ์และสนับสนุนพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช นักแข่งรถให้ได้รับชัยชนะนำธงไตรรงค์ไปโบกสะบัดในยุโรป



    พระองค์จุลฯ ทรงเป็นนักประพันธ์เลื่องชื่อที่มีงานประพันธ์ชิ้นเอก อย่าง “เจ้าชีวิต” และ “เกิดวังปารุสก์” ได้อภิเษกสมรสกับหญิงสาวชาวอังกฤษชื่อ เอลิซาเบธ และมีพระธิดาชื่อ ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์



    พระองค์จุลฯ สิ้นพระชนม์ในปี 2506 ตามประวัติ “วังท่าเตียน” สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระบิดาโปรดให้สร้างเมื่อปี 2452 เพื่อประทานให้เป็นวังที่ประทับของพระองค์จุลฯ ปี 2481 เมื่อพระองค์เสด็จกลับจากการศึกษาที่อังกฤษ พร้อมหม่อมเอลิซาเบธ พระชายา จึงเปลี่ยนชื่อวังนี้เป็น “วังจักรพงษ์” และปรับปรุงเป็นที่ประทับสืบมา ปัจจุบันตกทอดสู่ทายาทเพียงคนเดียว คือ ม.ร.ว.นริศรา และเป็นที่ตั้งสำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊ค จักรพงษ์วิลล่า และมูลนิธิโลกสีเขียว

    [​IMG]
    รูป www.pantip.com
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มกราคม 2009
  2. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    นิยายรักหวานชีวิตที่พลัดพราก
    ม.ร.ว.นริศรา เล่าว่า ขณะที่พระองค์จุลฯ สิ้นพระชนม์นั้น เธออายุเพียง 7 ขวบครึ่ง จึงไม่มีส่วนร่วมอะไรเพื่อถวายท่านพ่อ ถือว่าครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ครบ 100 ปี ของพระองค์จุลฯ และ 100 ปีของบ้านจักรพงษ์ ม.ร.ว.นริศราจึงอยากจัดงานขึ้นพร้อมกัน คือ นิทรรศการเล็กๆ ให้พระองค์ รวมทั้งจัดทำหนังสือที่ระลึก และแหล่งรวบรวมข้อมูลที่ดีที่สุดเกี่ยวกับพระองค์จุลฯ คือ หนังสืออัตชีวประวัติของพระองค์ “เกิดวังปารุสก์” รวมทั้งภาพข่าว ภาพวาดโบราณต่างๆ
    “ในหนังสือที่ระลึกดิฉันพยายามหารูปของท่านพ่อที่ไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหน รวมถึงถ่ายภาพปัจจุบันของบ้านหลังนี้เปรียบเทียบกับสมัยก่อน เพื่อคนที่มีหนังสือเก่าของท่านพ่อ จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ”



    หลังค้นคว้ารวบรวมข้อมูลอยู่นาน ในที่สุดก็กลั่นออกมาเป็นหนังสือที่ระลึก “100 ปีจุลจักรพงษ์” ที่น่าอ่าน ใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย รวบรวมเนื้อหา เขียนบทนำและบทส่งท้ายโดย ม.ร.ว.นริศรา ความยาวจำนวน 120 หน้า ประกอบด้วย 10 บท ได้แก่ “ค่ำคืนสุดท้ายที่เทรเดซี” “รักข้ามขอบฟ้า” “วัยเยาว์อันแสนสุข” “หลานรักของสมเด็จย่า” “โลกใหม่ของนักเรียนนายร้อยประถม” “ชีวิตที่ต้องพลัดพราก” “โลดแล่นไปไกลสุดฟ้า” “ผู้จัดการคอกหนูขาวเจ้าดาราทอง” “เจ้าชายนักประพันธ์” และ “กุหลาบอังกฤษเจ้าชายไทย”
    “ท่านพ่อสิ้นตอนดิฉันเด็กมาก จึงไม่สนิทกัน จากทีแรกคิดว่าท่านพ่อไม่รัก พอได้ค้นคว้าข้อมูลก็รู้ว่าท่านรักเรามาก ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ ได้อ่านจดหมายถึงหม่อมแม่เขียนถึงท่านพ่อ รู้ว่าความรักของคนทั้งสองต้องฝ่าฟัน จนกระทั่งได้แต่งงานกัน ดิฉันจึงอยากทำให้เรื่องราวต่างๆ ของท่านพ่ออยู่ในความทรงจำของผู้ที่มาดูนิทรรศการ”


    นิทรรศการภาพชีวิตจริง
    ม.ร.ว.นริศรา บอกถึงแนวคิดในการจัดนิทรรศการว่า “นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นพิเศษ เหมือนผู้ชมได้เข้ามาเป็นแขกของบ้านจักรพงษ์ แล้วมีผู้นำชม เหมือนให้ประชาชนได้ชมบ้านเพื่อให้ได้บรรยากาศของบ้านจริงๆ” เธอยังเสริมว่า อยากให้ผู้ชมได้ใกล้ชิดกับพระองค์จุลฯ เท่าที่จะมากได้ จึงคิดรูปแบบเปิดบ้านจัดนิทรรศการในแบบแกลเลอรี คือ ให้ผู้ชมได้เดินชมห้องต่างๆ เฉพาะชั้นล่างของบ้าน เพื่อให้ได้ชื่นชม พบเห็นบรรดาสิ่งของ ต้นฉบับหนังสือที่ทรงนิพนธ์โดยพระองค์จุลฯ ถ้วยรางวัลต่างๆ จากการทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดแข่งรถของพระองค์พีระฯ รวมถึงห้องทรงงานที่พระองค์จุลฯ เคยทรงงานจริงๆ รวมทั้งห้องรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ฯลฯ


    “ประชาชนจะเข้าชมบ้านทางห้องโถงหลังบ้าน ที่นี่จะมีลำดับเหตุการณ์สำคัญๆ ในพระชนม์ชีพของพระองค์จุลฯ ผู้นำชมจะอธิบายให้ความรู้ พาเดินอ้อมไปด้านห้องครัว ซึ่งมองเห็นห้องรับประทานอาหาร เห็นภาพวาดโบราณ ตู้โชว์เครื่องเบญจรงค์ของสะสมของพระองค์จุลฯ แต่ละห้องจะมีบอร์ดเขียนอธิบายสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ได้เห็นวิธีการจัดบ้านสมัยต้นศตวรรษที่ 19 ว่ามีการจัดตกแต่งบ้านอย่างไร เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นได้จากวังปารุสก์ คือ ผู้ชมจะได้ลิ้มรสของบ้านจักรพงษ์แท้ๆ

    [​IMG] [​IMG]
    ภาพจาก www.naewna.com
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ธันวาคม 2008
  3. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    ภาพยนตร์ชีวิตพระองค์จุลฯ
    นอกจากหนังสือที่ระลึกแล้ว ยังมีการฉายภาพยนตร์เก่า “ภาพแห่งชีวิต จุลจักรพงษ์” ที่ตัดต่อและจัดทำใหม่จากฟิล์มต้นฉบับภาพยนตร์เก่าที่ถ่ายทำโดยพระองค์จุลฯ ยิ่งทำให้ได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทำตั้งแต่รัชกาลที่ 7 และภาพความอบอุ่นและความรักที่มีต่อพระธิดาเพียงพระองค์เดียว
    “สมัยทรงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ท่านพ่อก็เริ่มถ่ายภาพยนตร์เอง และโปรดมาก ท่านถ่ายทุกอย่างที่โปรด เช่น สุนัขทรงเลี้ยงวิ่งเล่น ภาพทรงถือท้ายเรือในการแข่งเรือที่เคมบริดจ์ ภาพเสด็จกลับมาเมืองไทยครั้งแรกหลังจากไม่ได้กลับมานาน 10 ปี ตอนกลับมาครั้งแรก รัชกาลที่ 7 ก็ให้ไปประทับด้วยที่วัง ก็จะได้เห็นภาพรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ทรงดนตรีไทย ล้วนเป็นภาพประวัติศาสตร์ไทยที่หาชมได้ยาก บางส่วนเป็นคำให้สัมภาษณ์ของท่านพ่อก่อนสิ้นพระชนม์ ซึ่งดิฉันไม่ได้ดูนานแล้ว เก็บนานกว่า 45 ปี พอได้ดูรู้สึกดีใจมาก”
    ภาพยนตร์บางตอนให้เสียงพากย์โดย จุลจักร จักรพงษ์ ตัดต่อและจัดทำใหม่โดย ภูวสวัสดิ์ จักรพงษ์ ลูกชายคนเล็ก จากฟิล์มต้นฉบับภาพยนตร์เก่า ถ่ายทำโดยพระองค์จุลฯ บางส่วนถ่ายใหม่ โดยมี ม.ร.ว.นริศรา นำชมวังปารุสก์ บันทึกลงในภาพยนตร์ด้วย


    [​IMG]
     
  4. สร้อยฟ้ามาลา

    สร้อยฟ้ามาลา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    16,325
    ค่าพลัง:
    +41,019
    ขอบคุณเจ้าค่ะ....
     
  5. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    ก่อนแวะไปดูนิทรรศการของจริง สามารถติดตามการเปิดบ้านจักรพงษ์ ได้ทางรายการ “วีไอพี” ในวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 20.30 น.ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี.
     
  6. บุษบากาญจ์

    บุษบากาญจ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    9,476
    ค่าพลัง:
    +20,268
     
  7. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    ขออภัยค่ะ..... อิอิ
     
  8. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    ม.ร.ว.นริศรา พระธิดาพระองค์จุลจักรพงษ์ เผยชีวิตการเป็นเจ้าลูกครึ่ง
    (www.thairath.com)

    ชื่อม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ อาจจะไม่คุ้นหูคนไทยนัก เพราะใช้ชีวิตค่อนข้างโลว์โพรไฟล์ ทั้งที่มีตัวตนและชาติตระกูลน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องราวของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระบิดาของคุณหญิง...

    ม.ร.ว.นริศราเกริ่นตอนต้นว่า เธอเป็นธิดาคนเดียวใน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ กับหม่อมชาวอังกฤษ นาม เอลิซาเบธ ฮันเตอร์ พระบิดาของเธอเป็นพระโอรสโทนของ จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ กับหม่อมชาวรัสเซีย นาม คัทริน จักรพงษ์ ณ อยุธยา เสด็จปู่ของเธอทรงเป็นต้นราชสกุล “จักรพงษ์” และ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 40 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ โดยทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชและพระเชษฐาธิราชร่วมพระบรมราชชนนีเดียว กับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ดังนั้น เมื่อรัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ จึงทรงเป็น 1 ในผู้สืบราชสันตติวงศ์ แต่เนื่องจากทรงมีพระมารดาเป็นชาวต่างชาติ เลยต้องพิจารณาข้ามตามกฎมณเฑียรบาล



    การเกิดมาในราชสกุลแต่มีเลือดต่างด้าว จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการใช้ชีวิตในอดีต ซึ่ง ม.ร.ว.นริศราเล่าว่า ท่านพ่อเสด็จไปศึกษาต่อประเทศอังกฤษตั้งแต่พระชันษา 12 ปี หม่อมแม่ของท่านพ่อก็ไปอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ไม่กำพร้าก็เหมือนกำพร้า ไม่ถูกเนรเทศก็เหมือนเนรเทศ ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เป็นหลานหลวงของพระเจ้าแผ่นดิน แต่พระมารดาเป็นชาวต่างชาติ กึ่ง “เจ้า” กึ่งไม่ใช่ เนื่องจากมีเลือดฝรั่งปน ในชีวิตวัยเด็กของท่านพ่อจึงไม่สนุกนัก และคิดว่ามีผลกระทบมาตลอดพระชนม์ชีพ ท่านพ่อทั้งมั่นใจและไม่มั่นใจในพระองค์ ด้วยส่วนลึกในพระทัยยังรู้สึกว่าคนไม่รัก นอกจากนี้ เมื่อท่านพ่อเจอหม่อมแม่ ก็หลงรักทันที แต่ท่านทรงพยายามที่จะไม่รัก เพราะล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 7 รับสั่งว่า “อย่าแต่งงานกับสตรีต่างชาติ”

    แต่สุดท้ายเชื้อชาติและวรรณะก็ไม่สามารถกีดกั้นความรักได้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงเสกสมรสกับหม่อมเอลิซาเบธ และเป็นเวลา 18 ปี หม่อมเอลิซาเบธจึงตั้งครรภ์ ซึ่ง ม.ร.ว.นริศราเล่าว่า ด้วยความรู้ซึ้งถึงการเป็นเจ้าที่มีเลือดฝรั่งปน ทำให้ท่านพ่อไม่คิดที่จะมีบุตร ทีแรกเมื่อรู้ก็รู้สึกน้อยใจ แต่เมื่อศึกษาพระประวัติของท่านก็พอจะเข้าใจได้ว่า ทำไมท่านไม่ต้องการมีบุตร รวมทั้งการที่เคยได้รู้รสชาติของความแตกต่างทางสีผิวและหน้าตากับเพื่อนๆ เมื่อครั้งกลับมาเมืองไทย เพราะเป็นคนขาวอยู่คนเดียว เลยโดนล้อว่าอีหมาขาว รู้สึกเหมือนฝันร้ายที่สุดและเด็กทุกคนจะรุมล้อคนที่ไม่เข้ากลุ่ม แต่เมื่อพออยู่สักพัก พอจะเริ่มมีเพื่อนก็ต้องกลับอังกฤษ เลยไม่มีเพื่อนสนิทจริงๆในวัยเด็ก
    อย่างไรก็ตาม ชีวิตในวัยเยาว์ของ ม.ร.ว.นริศรา ก็สุดแสนจะอบอุ่น โดยเกิดและโตที่ประเทศอังกฤษ ใช้ชีวิตอยู่บนเนินเขาใหญ่ในมณฑลคอร์นวอลล์ เขตชนบท ครอบครัวอยู่อย่างเป็นสุขจนเมื่อเกิดความสูญเสียตอนอายุ 7 ขวบ ที่ท่านพ่อของเธอสิ้น พระชนม์ด้วยโรคมะเร็ง และผ่านไปอีกไม่กี่ปีหม่อมแม่ก็ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งเช่นกัน เมื่อตอนที่ ม.ร.ว.นริศรา อายุ 15 ปี เธอต้องไปอยู่กับน้าที่ค่อน ข้างเอียงซ้ายและไม่ชอบความเป็น “เจ้า” ของท่านพ่อของเธอ จนพาลมาตราหน้าเธอว่า ชีวิตนี้คงไม่เอาไหน

    [​IMG]
     
  9. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    ม.ร.ว.นริศราได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการออกจากบ้านน้า เมื่อตอนอายุ 18 ปี โดยบอกว่า ขณะนั้นยังไม่ได้รับมรดก จึงต้องเลี้ยงตัวด้วยลำแข้งของตัวเอง ทำงานเสิร์ฟอาหาร ส่งตัวเองจนจบปริญญาบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 และเมื่อโทร.ไปบอกน้าถึงความสำเร็จ กลับได้รับเสียงกรี๊ดออกมาทางโทรศัพท์ ด้วยความไม่เชื่อ แม้จะ “ลัคกี้อินเกม” ประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษา แต่ด้านความรักกลับ “อันลัคกี้อินเลิฟ” เมื่อชีวิตสมรสครั้งแรกกับ แอลเลน เลวี่ หนุ่มที่มีวัยแตกต่างกันมากกว่า 20 ปี ต้องแยกทางกันในที่สุด โดยมีลูกชายด้วยกัน 1 คน คือ จุลจักร จักรพงษ์ หรือ ฮิวโก้ อดีตดาราและนักร้องหนุ่มรูปหล่อ


    [​IMG]


    จิกซอว์ชีวิตของ ม.ร.ว. นริศราถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ เมื่อแต่งงานกับกี้-กอสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ บุตรชาย ม.ร.ว.สายสวัสดี สวัสดิวัตน์ ซึ่งต่างเป็นลูกครึ่งที่มีรสนิยมและการใช้ชีวิตคล้ายกัน เข้าใจกันจนฉลองสมรสได้ 21 ปีแล้ว ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันคือ กู้-ภูวสวัสดิ์ จักรพงษ์ เธอ และครอบครัวใช้ชีวิตไป-มาระหว่างไทยและอังกฤษ ซึ่งการได้ใช้ชีวิตที่พบกับความเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ทำให้ ม.ร.ว.นริศรา ได้เรียนรู้ว่า “เด็กต้องการความมั่นคง อะไรในชีวิต


    [​IMG]
    คุณจุลจักรกับน้องชายต่างบิดา
    น้องกู้ - ภูวสวัสดิ์ จักรพงษ์ ทอมสัน
    (2 ภาพบนจาก topicstock.pantip.com)


    เป็นอย่างไรก็อยากให้เป็นอย่างนั้น เด็กไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง อยากมีพ่อ อยากมีแม่ อยากมีบ้านที่ทุกอย่างมั่นคง ง่ายๆ ความหรูหราที่ได้ไปวังโน้น วังนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเลย”



    [​IMG]




    วันนี้ของ ม.ร.ว.นริศรา จึงมีรอยยิ้มอันอบอุ่น พร้อมกับกำลังง่วนอยู่กับงานค้นคว้าพระประวัติของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เพื่อนำมาจัดนิทรรศการ “100 ปี วันประสูติพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์” ที่บ้านจักรพงษ์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ธันวาคม 2008
  10. ESMEAW

    ESMEAW Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    48
    ค่าพลัง:
    +58
    ขอบคุณมากค่ะสำหรับความรู้แล้วเปิดให้ชมนิทรรศการตั้งแต่วันที่เท่าไร่ค่ะ
     
  11. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    ตอนนี้กำลังเปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) จนถึงวันที่ 7 มกราคมค่ะ

    (The exhibition runs from tomorrow to January 7, at Chakrabongse House, 396 Maharaj
    road, Tha Tian. It is open daily (except Mondays from 10:30 am to
    4:30pm. Call 02-222-1290 for more information)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 ธันวาคม 2008
  12. จิตต์ปภัสสร

    จิตต์ปภัสสร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มกราคม 2007
    โพสต์:
    672
    ค่าพลัง:
    +4,542
    ขอบคุณจ้า ไปร่วมรฤก 100 ปี ถึงพระองค์ท่านด้วยกันนะจ๊ะ
     
  13. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    http://www.pantip.com

    [​IMG]

    [​IMG]
    หน้าบ้าน ด้านที่หันไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา

    [​IMG]
    บ้านทางฝั่งด้านถนนมหาราช
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 ธันวาคม 2008
  14. omio

    omio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    1,679
    ค่าพลัง:
    +5,213
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มกราคม 2009

แชร์หน้านี้

Loading...