วิถี แห่ง การปฏิบัติ วิถี แห่ง พระอาจารย์ "มั่น" วิถี แห่ง เจ้าคุณอุบาลีฯ

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 22 กรกฎาคม 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    348
    ค่าพลัง:
    +64,471

    คอลัมน์ วิถีแห่งพระอาจารย์ใหญ่

    โดย ดวงเดือน ประดับดาว



    [​IMG]

    ถึงแม้ว่าการกำหนดจิตไปหยั่งรู้ว่า ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ได้พิจารณาอะไรจะเกิดขึ้นในห้วงที่ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อยู่ ณ ถ้ำสาริกา นครนายก

    แต่ที่เรื่องนี้มีการสอบถาม ปรากฏขึ้น ณ เขาพระงาม ลพบุรี หลังจากนั้นไม่นานนัก

    นั่นก็คือ วันหนึ่ง ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ จาริกไปยังเขาพระงาม ลพบุรี ขณะเดียวกัน พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเพิ่งเดินทางมาจากนครนายกก็บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ ณ ที่นั้นเช่นเดียวกัน

    เมื่อทราบว่าท่านเจ้าคุณมา พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ก็ไปนมัสการและได้สนทนาปราศรัยกันตามปกติ

    เพราะทั้ง 2 ท่านรู้จักกันมานานพอสมควรแล้ว

    แล้ว พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ก็เอ่ยถามขึ้นว่า "เมื่อคืนวันขึ้น 10 ค่ำที่แล้ว คือเดือน 8 นั้น ท่านเจ้าคุณนั่งสมาธิอยู่ที่ศาลาเหลืองหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เวลาประมาณ 23.00 น. เศษ ได้พิจารณาปฏิจจสมุปบาททวนกลับไปกลับมาแล้วเกิดความสงสัยขึ้นมาตอนหนึ่ง ใช่ไหมครับ"

    ได้ยินดังนั้น ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ถึงกับตกตะลึง ไม่นึกเลยว่า พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จะมาล่วงรู้ถึงการพิจารณาของท่านอย่างลึกซึ้งเพียงนั้น

    ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ จึงเอ่ยปากถามว่า

    "ก็ท่านอาจารย์ว่าอย่างไรเล่าที่ผมสงสัย อธิบายให้ผมฟังบ้างได้ไหม"

    "ได้"

    เป็นคำตอบจาก พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จากนั้น พระอาจารย์ก็ได้อธิบายถวายท่านเจ้าคุณอย่างละเอียดลออ

    มีความดังนี้คือ

    ปฏิจจสมุปบาท ข้อที่ว่า วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร สังขารเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูปนั้นก็มีทั้งวิญญาณและสังขาร ซึ่งมันจะมีความแตกต่างกันดังนี้คือ สังขารวิญญาณที่ต่อจากอวิชชานั้นเรียกว่าสังขารกรรม วิญญาณกรรม แตกต่างกับสังขาร วิญญาณ ของนามรูป

    สังขาร วิญญาณของนามรูปนั้นเป็นสังขาร วิญญาณวิบาก เนื่องจากเป็นการปรุงแต่งที่สำเร็จรูปแล้ว

    สังขารกรรม วิญญาณกรรม เป็นการปรับปรุงแต่งที่กำลังทำอยู่ คือว่า สังขารกรรม วิญญาณกรรม เป็นภาวะที่ไม่เป็นอิสระอยู่ภายใต้อำนาจของกรรม มี (อวิชชา) เป็นหางเรือใหญ่ อาศัยสังขารกาลปรุงแต่ง อาศัยวิญญาณความรู้สึกในขณะที่กำลังปรับปรุงภพอันจะต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของสังขารกรรม วิญญาณกรรม ทั้ง 2 นั้น สืบเนื่องมาจากจิต ณ ที่นี้

    จึงแล้วแต่กรรมจะจำแนกไป คือ ให้สังขารและวิญญาณนี้เห็นดีไป

    เมื่อเห็นดีไปอย่างไรจิตก็จะไปตั้งก่อให้เกิดไปตามนั้น เพราะที่นี้ จึงเป็นสถานที่กำลังปรุงแต่งภพ

    ถ้าพิจารณาแล้วจะรู้สึกมันละเอียด และจะพึงรู้จริงได้ คือ เมื่อจิตได้ดำเนินตามอริยสัจและเป็นวิปัสสนาอันแก่กล้าแล้วนั้นทีเดียว

    ที่กระผมได้อธิบายมานี้เป็นสักแต่แนวทางเท่านั้น ตามความเป็นจริงต้องมีตาภายในคือกระแสจิต กระแสธรรม เท่านั้นที่จะเข้าไปรู้จริงได้

    พลันที่ ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ได้ฟังดังนั้น ก็ถึงกับอุทานขึ้นว่า

    "อ้อ เราเข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์รู้ใจผมได้ดีมากและถูกต้องทุกประการ และแก้สงสัยให้ผมได้ราวกับปลิดทิ้ง ผมพยายามพิจารณาเรื่องนี้มานานแต่ยังไม่แจ่มแจ้ง พึ่งจะแจ่มแจ้งในเวลานี้เอง"

    เมื่อกลับไปยังวัดบรมนิวาส ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ได้ประกาศคุณูปการของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ต่อพระภิกษุสามเณรทั้งหลายว่า

    "ท่านอาจารย์มั่นเป็นอาจารย์กัมมัฏฐานที่มีความสามารถมากที่สุดในยุคนี้ ถ้าใครต้องการจะศึกษาธรรมปฏิบัติแล้วจงไปศึกษากับท่านอาจารย์มั่นเถิด เธอทั้งหลายจะได้ความรู้จากธรรมปฏิบัติอันลึกซึ้งจากท่านอาจารย์มั่น"

    ไม่เพียงแต่ ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ จะประกาศคุณูปการเพียงครั้งเดียวหากกล่าวเช่นนี้อยู่เสมอๆ

    บันทึกประวัติ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต สำนวน พระญาณวิริยาจารย์ ยืนยันว่า

    "ในปีนั้นเป็น พ.ศ.2457 ท่านก็ได้รับการขอร้องจากท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ให้จำพรรษาที่กรุงเทพฯ"

    ท่านได้เลือกเอาวัดสระปทุมเป็นที่จำพรรษา เพราะเป็นวัดที่สงบดี

    เมื่อจำพรรษาที่วัดสระปทุมก็พยายามไปยังวัดบรมนิวาสทุกๆ วันธรรมสวนะเพื่อฟัง ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ เทศน์ หลังจากฟังเทศน์แล้วก็เป็นเวลาแห่งการสนทนาธรรม

    เป็นการสนทนาธรรม 2 ต่อ 2 ระหว่างพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 2 ท่าน



    ที่มา : [​IMG]
     

แชร์หน้านี้

Loading...