สามสิ่งที่ต้องมีสำหรับโสดาบัน

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย นันทะชัยดี, 18 กุมภาพันธ์ 2015.

  1. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    ปิติ มีดีเป็นเครื่องอยู่ แลสงบนิวรณ์ เป็นวิหารธรรมเครื่องอยู่ในปัจจุบัน สอง ความสละ เพราะเห็นโทษภัยในสิ่งนั้นๆ จึงสละได้ตามกำลังแลภูมิของตนได้ และสามความรู้เท่า ในขันธ์ อาตนะ ธาตุ เป็นต้น
     
  2. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    ปฏิจจสมุปบาทธรรม เป็นธรรมที่เกี่ยวเนื่องกันเหมือนลูกโซ่วงกลม เมื่อผู้มีปัญญามาพิจารณารู้เท่า เห็นโทษในธรรมส่วนใดส่วนหนึ่ง มาตัดส่วนต่อของธรรมนั้นๆ ย่อมมีการกระเพื่อมส่วนเบื้องต้น เบื้องปลายบ้างแล้ว ก็เป็นอันตัดไปได้หมดทั้งสาย
     
  3. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    อาศัยตัณหาแล้วละตัณหา ตัณหาต้องเกี่ยวมาจากผัสสะเวทนาเบื้องต้น เนื่องไปถึงอุปาทานภพเบื้องปลาย แต่เมื่อละตัณหาตัวเดียวแล้วก็เป็นอันละทั้งหมด อุปาทานในที่อื่นๆ เช่น กามุปาทานเป็นต้น ก็ต้องมีสายเช่นเดียวดันกับตัณหา อุปาทาน ในที่นี้เหมือนกัน
     
  4. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    การละกิเลสกามถ้าใช้ฌานในการละก็เหมือนก้อนหินที่ทับหญ้า เมื่อใดก็ตามกำลังของฌานหรือกำลังอ่อน ต้นหญ้าก็จะงอกงามเป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปแค่นั้น แต่ผู้มีปัญญาย่อมใช้ธรรมวิริยจนะพิจารณาแล้วกำหนดละออกโดยการเจริญปรินญาหานวิธี เพื่อตัดสายกิเลสตัณหาเป็นอันสิ้นสุดของตัณหาตัวนี้
     
  5. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    ให้เราคิดดูดีๆว่า คนรูป เสียง กลิ่นรส โผฏผัสสะ ธรรมารมณ์ เป็นกิเลส ลองวิตกโดยแยบคายดูว่า ถ้าเราฆ่าคนทั้งโลกนี้ให้ตายหมด เหลือเราเพียงคนเดียว กิเลสเรามันจะหมดสิ้นไปหรือไม่ คงได้คำตอบว่า มันยังไม่หมด ทำไมมันถึงยังไม่หมด พิจารณาต่ออีกว่า ตัวกิเลสจริงๆมันคืออะไร มันอยู่ที่ไหน
     
  6. สาวอุทัย

    สาวอุทัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    2,293
    ค่าพลัง:
    +6,620
    สาธุค่ะ...
    ขอบคุณ..คุณนันทะชัยดี ที่นำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
     
  7. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,983
    ค่าพลัง:
    +3,265
    บวชเณร หรือ บวชพระ อยู่หรือเปล่า ฮับ

    กระทู้ในหลุมดำ มันไม่เคลียร์ว่า ตกลง เจ้าของกระทู้ บวชอย่างหนึ่งอย่างใดอยู่หรือเปล่า

    ถ้า บวช ก็ อย่าอ่าน นะ ควักตัณหาในการอยากอ่าน คำต่อไปนี้ออก แล้ว
    ถือเสียว่า ไม่ได้อ่าน

    ถ้าไม่ได้บวช ก็ ค่อยพินาไป


    จาก โพสที่อ้างอิง มีการ ยกตัวอย่าง " ฆ่าคนทั้งหมดเพื่อสำรวจกิเลส "

    แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะ แสดงถึง รากเง้าของปัญญา ที่ไม่มี ภูมิธรรมใดๆ เลย
    ไม่ต้องไปเอ่ยเรื่อง มรรค4ผล4

    เพราะอะไร

    เพราะ " มรรคญาณ " ขั้นต้นไม่มีเจือออกมาใน สิ่งที่พยายาม ฝอย อยู่เลย

    มรรคญาณ นั้นจะต้องมี รสพ้นความเป็น ภพ ความเป็น สัตว์ บุคคล เรา เขา

    แต่นี่ อาศับบัญญัติ " ฆ่าคนทั้งโลก " มันชัดว่า จม ภพ แห่งความเป็นสัตว์
    แบบ มืดแปดด้าน

    อะไรคือ การพ้นภพ ความเป็น สัตว์ บุคคล เรา เขา ก็ แบ๊ะๆ ใบ้กิน ดีไม่ดี
    ต้อง ทำตัวใหญ่ๆ ถามลั่นปรี้ยงมาว่า แล้วมัน " คืออะไรว๊ะ " อีกด้วย คือ
    มันมืดแปดด้าน ไม่รู้อะไรคือ " มรรคญาณ "

    ดังนั้น ไม่ต้องไปกล่าวถึง มรรค4ผล4 นิพพาน1
     
  8. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    กิเลสกาม วัตถุกาม มันอยู่ที่ไหน มันอยู่ในกายนี้ อยู่ในจิตนี้ ดวงจิตเป็นตัวกิเลสตัณหา ราคะ แล้วเวลามันใช้ ก็มาใช้รูปขันธ์ รูปขันธ์ร่างกาย มันก็เป็นเพียง ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟและธาตุลมเท่านั้น แล้วมันมาจากไหน ก็มาจากจิต จิตราคะตัณหา เราก็เอาดวงจิตให้ภาวนามีกำลังแก่กล้าในการภาวนาละกิเลสกาม ไม่ปล่อยให้ความลังเลสงสัยมาอยู่ในจิตในใจ ไม่ให้ใจหลงไปในจิตที่หลงใหลไปในจิตไปตามจิตกิเลส เราต้องตั้งใจลงไปแล้วให้มั่นคง อย่าไปถอย
     
  9. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,983
    ค่าพลัง:
    +3,265
    โอ เช ฮับ

    ถ้า แก้ธรรมด้วยการกล่าวแบบนี้ ก็พอรับฟังได้

    อะไรที่ คิดว่ามีคนมาริบทรัพย์ ก็ หาเอาเอง ว่า มันถูกกล้ำกลาย
    หรือเปล่าตั้งแต่แรก

    ถ้า ไม่มีการเข้าไปแตะต้องได้ จะมา กล่าวหาว่า มีคนประทุษร้ายสิ่งนั้น ไม่ได้ นะฮับ





    บัดนั้น ชิ่งไปอยู่ส่วนข้างหนึ่ง แล้ว แลอยู่



    ปล. ห้อง อภิญญา อยากให้ คุยธรรมแบบ ฟาดกันไปเลย พวกที่คุยแบบ ธรรมเบื้องต้น อะไรเงี้ยะ
    ให้ไป โพสห้อง ธรรมเบื้องต้น มันถึงจะ เข้าที่เข้าทาง เคารพ สภาณที่ รู้จักกาละเทศะ อะฮับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 กุมภาพันธ์ 2015
  10. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    ภาวนาว่า อนิจจา วะตะสังขารา สังขารทั้งหลายเป็นอย่างนี้ มันไม่เที่ยงไปหมด เราไม่ควรหลง ให้พิจารณาว่า ให้มันรู้มันเห็น เราจะไม่เกี่ยวข้องกับมันล่ะ เราก็เพ่งดูให้มันรู้ให้มันเห็น เมื่อเจริญปรินญาหานวิธีกำหนดละออกได้ เป็นอันว่าละกิเลสตาย ทำลายกิเลสดับ หมายความว่า ผู้มาพิจารณา เห็นโทษของกิเลสทั้งปวง พร้อมทั้งความเกิดขึ้นของกิเลสแลวิธีป้องกันกิเลส มิให้เกิดขึ้นภายในใจของตนแล้ว อยู่ด้วยความมีสติมั่นคง ไม่เข้าไปยึดเอาเรื่องทั้งหมดมาเป็นอารมณ์ จึงเรียกว่า ไม่สะดุ้งหวาดกลัว
     
  11. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,983
    ค่าพลัง:
    +3,265
    เรื่องมันเคยมี มาแล้ว ฮับ

    มีคนมาอาศัย ห้องอภิญญา คนที่ ฝึกสมาธิได้พอสมควรแก่ธรรม เขาก็เข้ามาในนี้

    แต่ พักหลัง มีคนโพส แนวธรรมเบื้องต้น ล้นห้อง

    เด็กใหม่มา ท่องนะโม นะโม ไม่รู้ประสีประสา เห็นเป็น ห้องธรรมะเบื้องต้น ก็โพสบ้าง

    พอเขาแย๊บกัน ด้วย ภูมิธรรมการภาวนา ก็ร้องไห้ขี้มูกโป่ง เห็นไปว่า ธรรมะเป็นอันตราย
    ต่อสัตว์โลกผู้ตั้งไข่

    เวรกรรม......โทษใครดี .....โทษห้องกระทู้ ที่เขามีภูมิธรรมมาแวะเวียน
    หรือ โทษ พวกมีภูมิธรรมแต่ทะลึ่ง โพสแนวธรรมเบื้องต้น
     
  12. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    ถ้าจิตยังไม่เข้าถึงสมาธิ ฌาน แลละนิวรณ์ไม่ได้แล้ว ถึงแม้จะพิจารณาธรรมใดๆ ในภูมินั้นๆ ก็จะทำให้ผู้นั้นรู้แจ้งเห็นจริงในธรรมนั้นๆไม่ได้ การพิจารณาธรรมในภูมินั้นๆอยู่เรียกว่า เป็นผู้เห็นธรรม แต่ยังละกิเลสนั้นๆไม่ได้ก็มี ละได้แล้วแต่ยังไม่รู้วิธีที่ตนละไปแล้วนั้นก็มี ได้ชื่อว่า ยังไม่มีหลักเพียงพอ อาจเสื่อมได้ภายหลัง การพิจารณาค้นคว้าในธรรมนั้นๆ ให้ชำนาญจึงมีประโยชน์แก่การปฏิบัติ
     
  13. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    653
    ค่าพลัง:
    +384
    ได้ยินบ่อยๆ กับคำว่า "ละกิเลส" ละแล้วจะเป็นอย่างไร มีสภาวะหรืออารมณ์อย่างไรให้ได้รู้ว่าจิตละกิเลสได้แล้ว
     
  14. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    ความรู้ซึ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจสติ สมาธิ เฉพาะ ณ ที่แห่งเดียว โดยปราศจากสังขาร สัญญาใดๆทั้งหมด เป็นความรู้ที่ชำแหละกิเลสได้อย่างแท้จริง แต่เมื่อความรู้เช่นนั้นยังไม่บังเกิดขึ้น ก็ให้ดำรงอยู่ในสติ สมาธิให้เป็นเอกัคคตาจนมั่นคงแล้วอย่าได้ไปคำนึงความรู้เช่นนั้นว่า จะบังเกิดขึ้นหรือไม่ ดัวคำกล่าวที่ว่า ต้นไม้ที่แก่แล้ว ย่อมผลิ ดอกออกผลเอง โดยกาลอันควร
     
  15. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    653
    ค่าพลัง:
    +384
    นั่นซิ ในเมื่อต้นไม้ที่แก่แล้ว ย่อมผลิ ดอกออกผลเอง โดยกาลอันควร

    ประโยคนี้น่าจะหมายความถึงเหตุปัจจัยต่างๆ ที่มีความถึงพร้อมแล้ว จิตก็จะเข้าถึงสภาวะบรรลุธรรมตามภูมิต่างๆ ได้เอง ถูกหรือไม่?
     
  16. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,983
    ค่าพลัง:
    +3,265
    สัมมาอาขีวะ คืออะไร

    ธรรมะ ไม่ใช่เรื่องราว ที่จะเอามา โพสลอยๆ โดยหา หรือ ชี้ตัว ผู้ได้ประโยชน์อย่างชี้ขัด
    จำเพราะเจาะจงไม่ได้

    ธรรมะ ลอยๆ กล่าวลอยๆ หา ตัวผู้ได้รับประโยชน์เป็น รายคนไม่ได้
    เราจะเรียกว่า เพ้อเจ้อ ซึ่งเป็นอาการของคนไม่มีศีล หรือ มุสาวาจาอย่างหนึ่ง

    โสดาบัน จะไม่ ผิดศีล5 จะไม่ถูกภัยด้วยศีล5 รายล้อม


    ถ้า ยังมีอาการ มุสาวาทา ไม่ประกอบ อาชีพชอบ แสดงธรรมะให้สมควรแก่เหตุ
    ก็อย่าไป กล่าวถึง มรรค4ผล4 นิพพาน1
     
  17. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    เมื่อยกอุบายหรือบทธรรมกรรมฐานใดขึ้นมาพิจารณาอยู่ จิตนั้นค่อยอ่อนละเอียดจนเข้าเป็นสมาธิ แล้วละภูมิเดิมที่เป็นโลกๆเสียแล้ว จนเข้าสนิทติดอยู่กับอุบายหรือบทธรรมกรรมฐานนั้นๆ แล้วเกิดปิติ ปัสสัทธิสุข ต่อไปแม้จะพิจารณาอะไรๆ ก็ชัดและเกิดธรรมสังเวชใจในสิ่งนั้นๆ เรียกว่า เดินมรรคมีสมาธิเป็นหลัก
     
  18. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    653
    ค่าพลัง:
    +384
    ไม่ทราบว่าคุณเอกวีร์เป็นเจ้าที่ที่นี่หรือเปล่าคะ ถ้าใช่ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ
    ก้อยแก้วเพิ่งสมัครเป็นสมาชิกใหม่ ภูมิรู้ ภูมิธรรมก็ยังน้อยอยู่ เรียกว่ายังโง่เขลาดีกว่าค่ะ
    แต่เท่าที่อ่านความเห็นของคุณเอกวีร์ ขอบอกตรงๆ นะคะว่าไม่ค่อยเข้าใจว่าคุณต้องการสื่ออะไร

    เป็นนักเรียนชั้นอนุบาลแต่อยากเข้ามาเรียนชั้นปริญญาค่ะ
     
  19. สาวอุทัย

    สาวอุทัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    2,293
    ค่าพลัง:
    +6,620
    เราเห็นด้วยกับคุณนันทะชัยดี ที่บอกว่า ต้นไม้ที่แก่แล้ว ย่อมผลิ ดอกออกผลเอง โดยกาลอันควร

    เราก็แค่ปฏิบัติเล็กๆ น้อยๆ งูๆ ปลาๆ แต่คงมีความโชคดีอยู่บ้างค่ะ
    ที่มีโอกาสได้เห็นของโชว์ตามคำสอนของพระพุทธองค์ ตามวาระ ตามกาล

    ส่วนเรื่องคุยภาษาธรรมะ เราก็ไม่ถนัดค่ะ คงคล้ายคุณนันทะชัยดี
    และต้องขอขอบคุณ คุณนันทะชัยดีที่มาเล่าสู่กันฟัง
    ทำให้เราได้ตรวจสอบตัวเองด้วย...ขอบคุณค่ะ :cool:
     
  20. นันทะชัยดี

    นันทะชัยดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    251
    ค่าพลัง:
    +378
    สรรพวิชาในโลกนี้ทั้งหมด จะศึกษาเล่าเรียนไปเท่าไรๆ ก็ไม่มีที่สิ้นสุดลงได้ เพราะเรียนเพื่อ ก่อ ส่วนวิชาในพุทธศาสนานั้น ศึกษาเล่าเรียนและฝึกฝนจบได้ เมื่อศึกษาเล่าเรียนและฝึกฝนเพื่อความดับ เข้าถึงใจ ถึงแม้จะศึกษาเล่าเรียนหรือฝึกฝนในศาสนานี้ก็ตาม แต่ศึกษาเพื่อความก่อแล้ว ก็ไม่ถูกต้องตามประสงค์ของพุทธศาสนา
     

แชร์หน้านี้

Loading...