เรื่องเด่น สิ้นแล้ว หลวงปู่สอ ขันติโก พระเกจิดังนครพนม 6 แผ่นดิน อายุ 114 ปี

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย โพธิสัตว์ ชาวพุทธ, 7 กรกฎาคม 2019.

  1. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ

    โพธิสัตว์ ชาวพุทธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    3,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +5,525
    สิ้นแล้ว หลวงปู่สอ ขันติโก พระเกจิดังนครพนม 6 แผ่นดิน อายุ 114 ปี พรรษา 94 ปี ด้วยโรคชรา

    b989e0b8a7-e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b887e0b89be0b8b9e0b988e0b8aae0b8ad-e0b882e0b8b1e0b899e0b895e0b8b4.jpg
    ภาพจาก สำนักข่าว INN​

    เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 สำนักข่าว INN รายงานว่า หลวงปู่สอ ขันติโก พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง 6 แผ่น วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า หมู่ 10 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโณ พระเกจิชื่อดังวิทยาคมเข้มขลัง แห่งวัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิวัดดังกล่าว ในวัย 114 ปี พรรษา 94 ปี สร้างความเศร้าสลดแก่คณะลูกศิษย์และญาติ รวมทั้งสาธุชนที่ทราบข่าว

    นายชินพงษ์ กุลยะ ลูกศิษย์ที่ดูแลและใกล้ชิดหลวงปู่ กล่าวว่า ก่อนที่หลวงปู่สอจะมรณภาพ ได้มีโรคชราภาพ ใช้ที่ครอบปากช่วยหายใจ บางครั้งก็ต่อสายออกซิเจนช่วยหายใจ ก่อนที่จะสิ้นลมมีอาการปอดติดเชื้อและความดันตก เวลา 18.12 น.เบื้องต้นคณะสงฆ์และลูกศิษย์ รวมทั้งญาติได้หารือกันว่า จะประกอบพิธีสรงน้ำศพในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ในเวลาช่วงบ่ายเป็นต้นไป

    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หลวงปู่ท่านจะมรณภาพลงอย่างสงบ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีอายุยืนรูปหนึ่งในภาคอีสาน ดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย สายตายังมองเห็นชัด หูได้ยินเป็นปกติ ที่ทำให้อายุยืน เหงือกและฟันยังอยู่ครบเต็มปาก ฉันภัตตาหารเนื้อปลา ยอดผักสด กล้วยน้ำหว้าวันละ 1 ลูก รวมถึงใช้วิชาปั่นธาตุ ซึ่งหมายถึงการนั่งจิตภาวนา สลับธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ในร่างกาย เชื่อว่าจะสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

    สำนักข่าว INN


    ขอขอบคุณที่มา
    https://hilight.kapook.com/view/190436
     
  2. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ

    โพธิสัตว์ ชาวพุทธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    3,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +5,525
    0b8abe0b8a5e0b8a7e0b887e0b89be0b8b9e0b988e0b8aae0b8ad-e0b882e0b8b1e0b899e0b895e0b8b4e0b982e0b881.jpg
    เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากศิษยานุศิษย์หลวงปู่สอ ขันติโก พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง 6 แผ่น วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า หมู่ 10 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโณ พระเกจิชื่อดังวิทยาคมเข้มขลัง แห่งวัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิวัดดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ในวัย 114 ปี พรรษา 94 สร้างความเศร้าสลดแก่คณะลูกศิษย์และญาติ รวมทั้งสาธุชนที่ทราบข่าว

    นายชินพงษ์ กุลยะ ลูกศิษย์ที่ดูแลและใกล้ชิดหลวงปู่กล่าวว่า ก่อนที่หลวงปู่สอจะมรณภาพได้ป่วยเป็นโรคชรา ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ บางครั้งก็ต่อสายออกซิเจนช่วยหายใจ ก่อนที่จะสิ้นลมมีอาการปอดติดเชื้อและความดันตก กระทั่งละสังขารเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เบื้องต้นคณะสงฆ์และลูกศิษย์ รวมทั้งญาติได้หารือกันว่า จะประกอบพิธีสรงน้ำศพในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ในเวลาช่วงบ่ายเป็นต้นไป แต่กำหนดเวลายังไม่ชัดเจน ซึ่งก็มีลูกศิษย์ที่ทราบข่าวแห่มาที่วัดกว่า 100 คนแล้ว

    อัตโนประวัติ หลวงปู่สอ มีนามเดิมว่า สอ แก้วดี เกิดในตระกูลชาวนา เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พ.ค.2448 ปีมะเส็ง ตรงกับปลายรัชกาลที่ 5 เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร 6 คน

    เมื่อแรกเกิด มารดาหลวงปู่บอกว่า บุตรชายมีสายรกพันคอ จะได้บวช ขณะที่ชีวิตในวัยเด็ก มีนิสียเป็นคนเรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน นิสัยชอบเข้าวัดฟังธรรม ผิดแผกกับเด็กอื่นในวัยเดียวกัน บุพการีจึงได้พาเข้ากราบหลวงปู่สีทัตถ์ จึงเกิดความเลื่อมในศรัทธาขอติดตามไปยังภูเขาควายฝั่งลาว และได้บวชเป็นสามเณรรับใช้อุปัฏฐากเล่าเรียนสรรพวิชา และวิทยาคมต่างๆจนช่ำชอง

    กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงเข้าสู่ร่มกาวสาวพัสตร์อุปสมบท มีหลวงปู่สีทัตถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่รับใช้อุปัฏฐากผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ระยะหนึ่ง จึงได้ออกธุดงค์ไปตามป่าเขา ถ้ำและภูผา จนกระทั่งได้รับทราบข่าวอาการป่วยของมารดา ในขณะที่หลวงปู่มีอายุ 32 ปี พรรษา 12 จึงลาสิกขามาดูแลบุพการีจนวาระสุดท้าย

    8abe0b8a5e0b8a7e0b887e0b89be0b8b9e0b988e0b8aae0b8ad-e0b882e0b8b1e0b899e0b895e0b8b4e0b982e0b881-1.jpg

    ในเวลาต่อมาจึงเข้าอุปสมบทอีกครั้ง และได้ออกเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะตามป่าเขาในพื้นที่ภาคอีสาน ก่อนจะข้ามไปฝั่งลาวที่บ้านบุ่ง อยู่จำพรรษาพัฒนาวัดบ้านบุ่งนานหลายปี ก่อนออกเดินธุดงค์ไปพบหลวงปู่สีทัตถ์ จนท่านมรณภาพ

    หลังผู้เป็นอาจารย์ละสังขาร จึงเดินทางกลับมาที่ฝั่งไทย จำพรรษาที่วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ในช่วงนั้นยังมีครูบาอาจารย์ที่เป็นสหธรรมิก และศิษย์ผู้พี่หลายท่าน อาทิ หลวงปู่สนธิ์ วัดท่าดอกแก้วเหนือ ซึ่งเป็นศิษย์ผู้ใหญ่ในหลวงปู่สีทัตถ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นศิษย์ผู้พี่ของหลวงปู่ , หลวงปู่คาน คันธิโย และยังไปศึกษาข้อวัตรกับหลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม อยู่บ่อยครั้ง จนเคร่งครัดในพระธรรมวินัย

    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หลวงปู่ท่านจะมรณภาพลงอย่างสงบ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีอายุยืนรูปหนึ่งในภาคอีสาน ดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย สายตายังมองเห็นชัด หูได้ยินเป็นปกติ เหงือกและฟันยังอยู่ครบเต็มปาก ฉันภัตตาหารเนื้อปลา ยอดผักสด กล้วยน้ำหว้าวันละ 1 ลูก

    ส่วนเคล็ดลับที่ท่านอายุยืน หลวงปู่สอเคยเล่าให้ฟังว่า ใช้วิชาปั่นธาตุ ซึ่งหมายถึงการนั่งจิตภาวนา สลับธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ในร่างกาย เชื่อว่าจะสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

    8abe0b8a5e0b8a7e0b887e0b89be0b8b9e0b988e0b8aae0b8ad-e0b882e0b8b1e0b899e0b895e0b8b4e0b982e0b881-2.jpg

    หลวงปู่มีชีวิตสมถะ และอยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่ง เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา คณะลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วประเทศและญาติโยม ได้จัดมุทิตาจิตฉลองครบรอบอายุวัฒนมงคล ผ่านได้ร่วม 2 เดือน ส่วนสมณศักดิ์หลวงปู่สอ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูปลัดสอ

    ช่วงที่ลูกศิษย์จัดงานฉลองอายุวัฒนมงคล หลวงปู่อาพาธด้วยโรคชรา แต่ก็ยังออกมาพบกับญาติโยมที่มาร่วมงานดังกล่าว กระทั่งล่าสุด เมื่อเวลา 18.12 น. หลวงปู่สอ ได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 114 ปี พรรษา 94

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อชีพจรหลวงปู่อ่อนลง พยาบาลที่อยู่ในกุฏิแจ้งว่า สัญญาณชีพของหลวงปู่ไม่มีแล้ว หลวงปู่ละสังขารจากไปแล้ว ก็ได้แจ้งให้คนขึ้นไปตีระฆัง ปรากฏว่ามีสุนัขในหมู่บ้าน พากันส่งเสียงเห่าหอนรับกันหลายตัว อีกทั้งมีเสียงไก่ขันสอดประสานเสียงกัน ทุกคนต่างกล่าวพร้อมกันว่า หมา ไก่ ต่างรับรู้ว่าหลวงปู่จากไปแล้ว

    ด้านวัตถุมงคลของหลวงปู่สอแต่ละรุ่น ที่ท่านเมตตาให้จัดสร้าง ได้รับความนิยมอย่างสูง จนหนังสือพิมพ์และนิตยสารชั้นนำต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย ได้นำประวัติและวัตถุมงคลหลวงปู่ไปตีพิมพ์ จนวัตถุมงคลรุ่น 1 ถึงรุ่น 3 เป็นที่หายากไปแล้ว

    ขอขอบคุณที่มา
    https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/1608925
     
  3. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ

    โพธิสัตว์ ชาวพุทธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    3,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +5,525
    b8b9e0b988e0b8aae0b8ad-e0b882e0b8b1e0b899e0b895e0b8b4e0b982e0b881-e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b980e0b881.jpg

    หลวงปู่สอ ขันติโก พระเกจิดังเมืองนครพนม 6 แผ่นดิน อายุ 114 ปี พรรษา 94 ละสังขารอย่างสงบกุฏิวัดโพธิ์ศรี

    หลวงปู่สอ ขันติโก พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง 6 แผ่น วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า หมู่ 10 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโณ พระเกจิชื่อดังวิทยาคมเข้มขลัง แห่งวัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิวัดดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ในวัย 114 ปี พรรษา 94 สร้างความเศร้าสลดแก่คณะลูกศิษย์และญาติ รวมทั้งสาธุชนที่ทราบข่าว

    นายชินพงษ์ กุลยะ ลูกศิษย์ที่ดูแลและใกล้ชิดหลวงปู่ กล่าวว่า ก่อนที่หลวงปู่สอจะมรณภาพ ได้มีโรคชราภาพ ใช้ที่ครอบปากช่วยหายใจ บางครั้งก็ต่อสายออกซิเจนช่วยหายใจ ก่อนที่จะสิ้นลมมีอาการปอดติดเชื้อและความดันตก กระทั่งสิ้นลมเมื่อเวลา 18.12 น. เบื้องต้น คณะสงฆ์และลูกศิษย์ รวมทั้งญาติได้หารือกันว่าจะประกอบพิธีสรงน้ำศพในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ในเวลาช่วงบ่ายเป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หลวงปู่ท่านจะมรณภาพลงอย่างสงบ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีอายุยืนรูปหนึ่งในภาคอีสาน ดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย สายตายังมองเห็นชัด หูได้ยินเป็นปกติ ที่ทำให้อายุยืน เหงือกและฟันยังอยู่ครบเต็มปาก ฉันภัตตาหารเนื้อปลา ยอดผักสด กล้วยน้ำหว้าวันละ 1 ลูก

    ส่วนเคล็ดลับที่ท่านอายุยืน หลวงปู่สอเคยเล่าให้ฟังว่าใช้วิชาปั่นธาตุ ซึ่งหมายถึงการนั่งจิตภาวนา สลับธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ในร่างกาย เชื่อว่าจะสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

    หลวงปู่มีชีวิตสมถะและอยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่ง เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา คณะลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วประเทศและญาติโยม ได้จัดมุทิตาจิตฉลองครบรอบอายุวัฒนมงคล ผ่านได้ร่วม 2 เดือน

    ส่วนสมณศักดิ์หลวงปู่สอ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูปลัดสอ ช่วงที่ลูกศิษย์จัดงานฉลองอายุวัฒนมงคล หลวงปู่อาพาธด้วยโรคชรา แต่ก็ยังออกมาพบกับญาติโยมที่มาร่วมงานดังกล่าว กระทั่งล่าสุด เมื่อเวลา 18.12 น. หลวงปู่สอ ได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 114 ปี พรรษา 94

    ขอขอบคุณที่มา
    https://www.sanook.com/news/7826914/
     

แชร์หน้านี้

Loading...