สูตรยาฟอกเลือด แก้โลหิตเป็นพิษ

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย Apinya Smabut, 6 มีนาคม 2020.

  1. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    1,170
    กระทู้เรื่องเด่น:
    29
    ค่าพลัง:
    +1,940
    คัดมาจากหนังสือ กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๕ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑

    ถาม : ท่าน (หลวงปู่ชีวกฯ) ให้บอกตัวยา

    ตอบ : ว่ามา อะไรบ้าง ? ทีละอย่าง

    ถาม : รักษาโรคเลือดเจ้าค่ะ

    ตอบ : โรคเลือด โรคเลือดนี่รักษาเอดส์ได้ด้วย มีอะไรบ้าง ?

    ถาม : หญ้าหนวดแมว ๓ บาท ทองพันชั่ง ๓ บาท ตะไคร้ ๑๐ บาท ขิง ๑ บาท เอาต้มรวมกัน ใส่น้ำไป ๑ ลิตร ต้มเคี่ยวจนเหลือ ๑ แก้ว กินให้ติดต่อกัน ๗ วัน วันละ ๑ แก้ว ก่อนนอน

    ตอบ : ตัวยาต้องเปลี่ยนไหม ? หรือว่าทั้ง ๗ วัน ใช้ตัวยาชุดเดียว?

    ถาม : ใส่ตัวยาใหม่ตลอด อย่าซ้ำของเดิม กินไปอาการจะทุเลาลง

    ตอบ : แก้โรคเลือดนี่ แก้เอดส์ได้ด้วยนะ เพราะว่าเอดส์นี่เลือดเป็นพิษ ... อาการจะดีขึ้น... คำว่าดีขึ้น ไม่ได้แปลว่า ไม่ตายนะจ๊ะ.... แล้วทำบุญอะไรก็ตั้งใจนึกถึงท่านปู่บ้างนะ ท่านถึงจะไปพระนิพพานแล้ว ก็ยังเป็นห่วงพวกเราอยู่ สมัยนี้เป็นเอดส์กันเยอะ....

    เวลาต้มนี่ให้ใช้หม้อดินจะดีกว่า เพราะว่าโลหะบางทีทำให้ธาตุยาเสียไป กินก่อนนอนทุกวัน ๗ วันติดต่อกัน พอรุ่งขึ้นก็เปลี่ยนยาใหม่เลย ยานี่ใช้ได้ทีเดียว ๗ วัน อาการต่าง ๆ จะดีขึ้น อย่าไปคิดว่าไม่ตายนะ... ดีขึ้น คนดี ๆ ยังตาย คนป่วยจะรอดไปได้อย่างไร

    แต่ว่าอย่างน้อย ๆ ก็บรรเทาอาการเวทนาได้ ปู่หมอชีวกโกมารภัจ บอก...เป็นวิทยาทาน ปู่ท่านถนัดภาษาสันสกฤตมากกว่า น้ำนี่ถ้าได้น้ำฝนยิ่งดี ตัวยานี้ถ้าหาทั่วไปไม่ได้ ให้ไปที่ร้านเจ้ากรมเป๋อ อยู่ที่จักรวรรดิ ของง่าย ๆ อย่างนี้หาได้อยู่แล้ว

    ถาม : อันนี้เป็นของสดหรือของแห้ง ?

    ตอบ : ของสด

    ถาม : เจ้ากรมเป๋อไม่มีของสด

    ตอบ : เจ้ากรมเป๋อไม่มีสดใช่ไหม ? ถ้าอย่างนั้นหาเองเลย ก็ไม่ยากนี่ ที่จะยากนิดก็ทองพันชั่ง แต่ทองพันชั่งนี่ ถ้าเจอ จะเจอเป็นดงเลย เพราะว่าขึ้นง่าย ถ้าหาไม่ได้โน่น ไปที่ศูนย์จัดการต้นน้ำทองผาภูมิ มีเป็นคันรถ

    ถาม : หลวงปู่ยังบอกไม่หมดเจ้าค่ะ (หลวงปู่ชีวกฯ)

    ตอบ : มีอะไรอีกจ๊ะ ?

    ถาม : คนที่เป็นความดันสูงห้ามกินเจ้าค่ะ

    ตอบ : ความดันสูงห้ามกิน เพราะว่าอาจจะไปเพิ่มความดัน เพื่อให้เลือดวิ่งเร็วขึ้น การฟอกเลือดจะได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้น..ถ้าหากเป็นความดันสูงห้ามกินนะ ระวังไว้ด้วย

    บทสนทนาต่อจากนี้ว่าโดยสรุป ท่านแนะนำว่าให้ใช้ของสดดีกว่าของแห้ง และโรคนี้ยาบรรเทาได้แค่ไม่เกินกฎของกรรมเท่านั้น

    --------------------------------------------------------------------------------------

    พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้กำทีเด็ดของยาจินดามณีเอาไว้ ๒ อย่าง อย่างแรกคือนอแรด อย่างที่สองมีอำพันทอง ของหายาก แต่อาตมาดันมีทั้งคู่ ป่าไม้ไม่ต้องมาจับนะ เพราะว่านอแรดป่นเรียบร้อยมาแล้ว

    ส่วนอำพันทอง บางคนเรียก หรดาลทอง มีหลายกระแสด้วยกัน บางท่านก็บอกว่าเป็นสเปิร์มของปลาวาฬ บางท่านก็บอกว่าเป็นอ้วกของปลาวาฬ แต่จะเป็นอะไรก็เถอะ แพงพอ ๆ กัน

    ต้องบอกว่า "ทึ่ง" ในสัญชาตญาณแสวงหาความรู้ของหมอรุ่นเก่า ๆ เพราะยาที่ตัวเองไม่รู้จัก ต้องทั้งดม ทั้งชิม ทดสอบทุกอย่างเพื่อที่จะให้รู้ว่าเอาไว้ใช้ทำอะไร หมอรุ่นเก่า ๆ ส่วนใหญ่แล้วเราจะเคยได้ยินว่า "ยาผีบอก" ยาผีบอกนี่รวมทั้งพระทั้งเทวดาไปด้วย พอถึงเวลาท่านมีบุญมีกรรมเนื่องกันมา ท่านก็มาบอกว่าสิ่งนี้ใช้ทำอะไร ก็จัดเป็นสูตรยาขึ้นมา

    ตัวอย่างยาฟอกเลือดของท่านปู่หมอชีวกฯ ที่อาตมาให้ลงไว้ในเว็บวัดท่าขนุน ใครรู้สึกว่าตัวเองร่างกายไม่ดี มีโรคภัยไข้เจ็บง่าย ก็ลองไปทำกินดู ถ้าดวงไม่กุดมากเกินไปนัก โรคร้ายหลายอย่างก็รักษาได้ "


    เก็บตกบ้านเติมบุญ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
    ที่มา วัดท่าขนุน

    --------------------------------------------------------------------------------------

    ส่วนของ โกรท ฮอร์โมน
    อยู่ในบทสนทนาที่ได้จากการถอดเทปตอนหนึ่ง ดังนี้


    ถาม : ผมลองทำดูแล้ว ปรากฏว่าก็ไม่เห็น... คืออาจจะเป็นเพราะ...(ไม่ชัด)...ผมเข้าใจว่าได้น้ำเยอะ แล้วแบ่ง ๓ ถ้วย

    ตอบ : ขมิ้นชันเท่าหัวแม่มือ หญ้าแพรกหนึ่งกำมือ โขลกให้ละเอียด ละลายด้วยน้ำปูนใส คั้นให้ได้หนึ่งถ้วยชา กินก่อนอาหารเช้า อย่างน้อย ๓๐ นาที

    ถ้ารักษาโรคมะเร็ง ต้องไม่เกินระยะที่สอง ให้กิน ๓ วัน เช้าละถ้วย ถ้าหากรักษาโรคเบาหวานให้กิน ๓ วัน เว้น ๗ วัน แล้วกินอีก ๓ วัน เว้น ๗ วัน กินอีก ๓ วัน เว้น ๗ วัน รวมแล้วกิน ๓ ครั้ง ระหว่างเวลาที่กินอยู่ก็เท่ากับเดือนหนึ่ง ๓ เว้น ๗ ก็ ๑๐ ใช่ไหม ?

    ระหว่างที่กินเดือนหนึ่ง เขาห้ามกินของหวานกับกะปิ เพราะฉะนั้น..จะรักษาโรคเบาหวานนี่ลำบากหน่อย ถ้าเป็นโรคอักเสบภายใน ประเภทตับอักเสบ กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบ อะไรพวกนี้ รักษาได้ทั้งนั้น กินลักษณะเดียวกับมะเร็งก็คือว่ากิน ๓ วันเท่านั้น

    ถาม : แล้วจะมีอาการบอกไหมว่า กินถ้วยแรกแล้วจะมีอาการอะไรขึ้นมาแล้วมีสิทธิ์จะหาย

    ตอบ : ไม่มี อาตมาเคยกินเข้าไปหวานเจี๊ยบเลย ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ตัวเองเป็นโรคอะไร หวานเหมือนอย่างกับใส่น้ำตาลเลย ลองทำกินดู เพราะว่ายาไม่มีอันตรายอะไร กินเปล่า ๆ ก็ได้

    --------------------------------------------------------------------------------------

    ประสบการณ์การใช้ยา

    ว่าจะตั้งเป็นกระทู้ใหม่ เห็นว่าเริ่มเรื่องในกระทู้นี้ไว้แล้ว เลยมาต่อเติมให้สมบูรณ์ เพราะอยู่ในเหตุการณ์พร้อม ดร.ตั้ม ขณะที่พระอาจารย์บอกยานี้ และคุณตั้มก็เขียนเป็นวิทยาทานไว้ด้วย จึงลอกมาแปะ ง่ายดี ฮิ ๆ

    ตำรับยารักษาโรคโลหิตเป็นพิษของท่านปู่ชีวกโกมารภัจ

    เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ ก.ค. ๒๕๕๐ ผมได้ไปถวายสังฆทานที่บ้านอนุสาวรีย์ ช่วงเวลาที่หลวงพี่เล็กว่างจากการรับสังฆทาน ท่านได้เล่าให้ฟังว่า หลายวันก่อนท่านปู่ชีวกโกมารภัจ ท่านคงว่าง ท่านเลยลงมานั่งคุยด้วย เป็นการมาในลักษณะเหมือนการเข้าทรง โดยผ่านร่างของหญิงสาวท่านหนึ่งที่มาบ้านอนุสาวรีย์ แล้วท่านก็ได้บอกตำรับยาสำหรับรักษาโรคโลหิตเป็นพิษให้ไว้

    พอผม (ดร.ตั้ม) ได้ยินหลวงพี่เล็กท่านเล่าถึงตำรับยาดังกล่าว ก็ได้ขอตำรับยานั้นไปโดยคุณเล็กเป็นผู้จดให้ และรู้สึกดีใจมากที่ได้ยาวิเศษของท่านปู่ชีวกโกมารภัจ ผู้เป็นแพทย์ที่ถวายการรักษาแก่พระพุทธเจ้า เหตุที่ดีใจมากก็เนื่องจากขณะนั้น มีรุ่นน้องที่ป่วยด้วยโรคโลหิตเป็นพิษ กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง มาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๔๙ แล้ว แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ซ้ำร้ายกลับมีอาการหนักขึ้น เพราะพิษที่อยู่ในกระแสเลือดได้เริ่มเข้าสู่หัวใจแล้ว คณะแพทย์ผู้ทำการรักษาก็พยายามหาสาเหตุที่ทำให้โลหิตเป็นพิษ เพื่อที่จะทำการรักษากันอย่างสุดความสามารถ

    จนกระทั่งเมื่อผม (ดร.ตั้ม) ได้นำตำรับยาที่ได้รับมาไปบอกให้ทราบ น้องเขาก็ให้ทางบ้านไปร้านขายยาแผนโบราณ จัดยามาให้ตามที่ได้จดมา ในคืนแรกที่น้องเขากินยา พอรุ่งเช้าก็มีการถ่ายท้องประมาณ ๑ - ๒ ครั้ง แล้วอาการถ่ายท้องก็หายไป ในวันนั้นเอง ผลการตรวจเลือดของวันก่อนที่จะกินยาออกมา ปรากฏว่าพิษได้เข้าสู่หัวใจไปแล้ว และแพทย์เริ่มหาสาเหตุของการที่โลหิตเป็นพิษพบ จึงพยายามให้ยาอย่างเต็มที่ โดยกำหนดให้ยาโดยการฉีดเข้าสู่เส้นเลือดตามจำนวนวันที่กำหนดไว้

    คืนที่ ๒ น้องเขากินยาของท่านปู่ชีวกโกมารภัจไปอีก พอรุ่งเช้าสอบถามดูก็ปรากฏว่ามีการถ่ายท้องนิดหน่อย แต่ไม่เหมือนวันแรก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ผลการตรวจเลือดของเมื่อวาน (หลังจากที่กินยาของท่านปู่ชีวกโกมารภัจไปแล้ว ๑ แก้ว) ปรากฏว่า พิษที่อยู่ในกระแสเลือดหายไป คงเหลือเพียงส่วนที่เข้าสู่หัวใจอีกเพียงเล็กน้อย แพทย์ที่ทำการรักษาดีอกดีใจเป็นการใหญ่ แต่ก็งุนงงกับผลการรักษาที่เกิดขึ้น

    หลังจากที่กินยาไป ๕ วัน ผลการตรวจเลือดออกมาว่า พิษที่เข้าสู่หัวใจหายไปแล้ว แพทย์ต่างก็มาแสดงความยินดีกับน้องเขาเป็นการใหญ่ และได้สั่งระงับการฉีดยาก่อนครบกำหนดที่ตั้งไว้เดิม และอีกเช่นเคย ด้วยความงุนงงและประหลาดใจเป็นอย่างมาก ว่าทำไมถึงได้หายได้เร็วเกินคาด (เรื่องกินยานี้น้องเขาแอบกินโดยไม่ได้บอกให้แพทย์ทราบ เพราะเกรงว่าจะโดนตำหนิและสั่งห้าม)

    หลังจากกินยาครบ ๗ วัน และผลการตรวจเลือดที่ออกมาในวันนี้ (๑๖ ก.ค.๒๕๕๐) ปรากฏว่า อาการของโรคโลหิตเป็นพิษหายไปจนหมดสิ้น และคาดว่าอีกไม่กี่วันน้องเขาก็จะออกมาจากโรงพยาบาลได้เสียที หลังจากนอนพักรักษาตัวมาเป็นเวลาเกือบปี นับว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีแก่ตัวของน้องและครอบครัวของน้องเขาเป็นอย่างยิ่ง

    ผม (ดร.ตั้ม) ได้กราบเรียนเรื่องการรักษาโรคโลหิตเป็นพิษ โดยใช้ยาของท่านปู่ชีวกโกมารภัจ ให้หลวงพี่เล็กทราบ และท่านได้อนุญาตให้นำตำรับยานี้ มาประกาศให้สมาชิกเว็บพลังจิตทราบ เพื่อเป็นวิทยาทาน และเพื่อนำไปใช้รักษาผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยเพราะโรคนี้

    ตำรับยารักษาโรคเลือดหรือโรคโลหิตเป็นพิษ มีดังนี้
    หญ้าหนวดแมว ๓ บาท
    ทองพันชั่ง ๓ บาท
    ตะไคร้ ๑๐ บาท
    ขิง ๑ บาท
    นำตัวยามาต้มกับน้ำ จำนวน ๑ ลิตร เคี่ยวให้เหลือ ๑ แก้ว ดื่มก่อนนอน ๗ วัน ติดกัน ตัวยาต้องเปลี่ยนทุกวัน

    หมายเหตุ : ๑. คนเป็นโรคความดันสูง ห้ามรับประทาน ๒. ตัวยาสดดีกว่าแห้ง


    ก่อนที่จะดื่มยา ผม (ดร.ตั้ม) ได้แนะนำให้น้องเขาทำดังนี้

    ตั้งนะโม ๓ จบ สวดไตรสรณาคมน์ แล้วอธิษฐานขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ มีสมเด็จองค์ปฐมเป็นองค์ต้น สมเด็จองค์ปัจจุบันเป็นที่สุด พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบ ๆ กันมา มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง หลวงพี่เล็ก วัดท่าขนุน และพระพรหม เทพเทวา เทวธิดา และท่านปู่ชีวกโกมารภัจ ได้โปรดสงเคราะห์ให้ยานี้ ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคโลหิตเป็นพิษ ให้หายโดยฉับพลันทันทีด้วยเถิด
    ----------------------------------------------------------------------------

    ในวาระเดียวกัน ท่านเมตตาให้ตำรายาแก้เบาหวานมาด้วย

    เม็ดลูกตาลแก่ ๕ เม็ด ผ่าครึ่ง ต้มกับน้ำ ๑ หม้อ ดื่มแทนน้ำ
    อย่างอาการหนักที่สุด ไม่เกิน ๓ หม้อ ก็จะหาย


    พระอาจารย์กำชับว่า ให้คอยตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดไว้ด้วย
    เพราะอาจลดต่ำเกินไปด้วยฤทธิ์ยาได้

    ที่มา วัดท่าขนุน
     

แชร์หน้านี้

Loading...