หยุด! ทำร้ายพระพุทธศาสนา.......

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย theboo123, 14 ตุลาคม 2010.

  1. tattooo

    tattooo สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +5
    ขออนุญาติ พญ.ทิพย์ภวรรณ ทั่งศิริ นำกะทู้มาเปิดเผยครับ

    [​IMG]

    ขออนุญาติ คุณณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม นำกะทู้มาเปิดเผยครับ

    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ตุลาคม 2010
  2. THODSAPOL SETTAKASIKIT

    THODSAPOL SETTAKASIKIT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +101
    บางคนอาจจะสงสัยว่าอะไรคือ ธรรมอันสมควรแก่ธรรม จึงต้องมาแก้ไขครับ
    เล่ม ๑๓ หน้า ๔๒๒
    http://www.samyaek.com/tripidok/book13/401_450.htm

    การเป็นพยาน คือ ยืนยันตามที่รู้ที่เห็นที่เกิดผลกับตน


    ถัดขึ้นไปที่ลิงค์เดียวกัน หน้า ๔๒๑
    เป็นเรื่อง พระพุทธเจ้าทรงยินดีการถวายดอกไม้ธูปเทียนทองเหลือง ทองแดง อิฐปั้น พลาสติกหล่อ ศาลา ข้าวอาหาร เครื่องนุ่งห่ม หรือไม่อย่างไร?

    คงไม่ไปกล่าวถึงเงินทองครับ

    อามิส แปลว่า การให้ การถวาย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ตุลาคม 2010
  3. THODSAPOL SETTAKASIKIT

    THODSAPOL SETTAKASIKIT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +101
    แจ้งแก้อันที่กล่าวผิดไปครับ ที่ถูกต้องคือ
    อามิส คือสิ่งของ
    บูชาคือ การให้การถวาย
    ไม่ทันได้ตรวจสอบผิดเลย ขออภัยด้วยนะครับ


    เราคงเคยได้ยินเรื่อง สายพิณสามสายตอนที่พระพุทธเจ้ายังไม่ตรัสรู้ แต่รู้หรือไม่?
    ว่าอะไรคือ ทางสายตึง สายหย่อน หรือสายกลางของพระพุทธเจ้า

    เล่ม ๒๐ เรื่องแรก
    http://www.samyaek.com/tripidok/book20/001_050.htm

    ค่อยๆอ่านแล้วคิดตามนะครับ อาจจะเข้าใจได้ว่าอะไรคือทางสายกลางของพระพุทธเจ้าครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ตุลาคม 2010
  4. pk2010

    pk2010 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +1
    ยินดีในบุญด้วยครับ

    ยินดีในบุญด้วยครับ ในการแสดงความจริงตามพระไตรปิฏก เพื่อให้หลาย ๆ คนที่ยังไม่ทราบแนวทางการปฏิบัติในเรื่องเงินทองกับพระ
     
  5. tattooo

    tattooo สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +5
  6. THODSAPOL SETTAKASIKIT

    THODSAPOL SETTAKASIKIT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +101
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ตุลาคม 2010
  7. พระครูวินัยธรสุพิน

    พระครูวินัยธรสุพิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    1,012
    ค่าพลัง:
    +12,304

    สาธุ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะโยม พระไม่มีเงินเดือนทุกรูป ที่มีเงินเดือนคือต้องเป็นวัดที่ถูกต้องเท่านั้น ส่วนสำนักสงฆ์ไม่มีนะ อาตมาภาพไม่มีเจตนาอันใดนอกจากนี้ ( พระคุณเจ้าท่านก็ไม่ได้รับทุกเดือนไม่รู้กี่เดือนถึงได้รับสักครั้งโยมลองไปถามพระคุณเจ้าแถว ๆ บ้านโยมดูนะ )
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 ตุลาคม 2010
  8. THODSAPOL SETTAKASIKIT

    THODSAPOL SETTAKASIKIT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +101
    แล้วพระคุณเจ้า ยังยินดีในเงินทองอยู่หรือเปล่าครับ
     
  9. pk2010

    pk2010 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +1
    พระธรรมวินัย

    ต้องศึกษาพระธรรมวินัย จากพระไตรปิฏกครับ ถึงจะเข้าใจ...

    เช่น

    ศีลที่พระภิกษุต้องรักษามีอย่างไรบ้าง?
    [ที่โยมควรรู้เบี้องต้น](สามัญญผลสูตร)
    เล่มที่ 11 หน้า 311 เล่มสีน้ำเงิน
    เล่มที่ 11 หน้า 264 เล่มสีแดง
    ...13. เธอเว้นขาดจากการรับทองและเงิน.
    14.เธอเว้นขาดจากการรับธัญญาหาร(ข้าว)ดิบ.
    15.เธอเว้นขาดจากการรับเนื้อดิบ.
    16.เธอเว้นขาดจากการรับรับสตรีและกุมารี.
    17.เธอเว้นขาดจากการรับทาสี(ทาสหญิง)และทาส.
    18.เธอเว้นขาดจากการรับแพะและแกะ.
    19.เธอเว้นขาดจากการรับไก่และสุกร.
    20.เธอเว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้าและลา.
    21.เธอเว้นขาดจากการรับไร่ นาและที่ดิน.
    22.เธอเว้นขาดจากการประกอบทูตกรรม (คือการนำข้อความไปบอก) และการรับใช้.
    23.เธอเว้นขาดจากการซื้อ การขาย.

    หรือศึกษา มหาศีล (สามัญญผลสูตร) เล่มที่ 11 หน้า 315 เล่มสีน้ำเงิน, เล่มที่ 11 หน้า 268 เล่มสีแดง
    และ(เรื่องนายบ้านชื่อมณีจูฟกะ )เล่มที่ 9 หน้า 536 เล่มสีน้ำเงิน, เล่มที่ 9 หน้า 524 เล่มสีแดง



    *ที่ระบุว่า
    {เล่มที่ 11 หน้า 311 เล่มสีน้ำเงิน , เล่มที่ 11 หน้า 264 เล่มสีแดง } หนายถึงเล่มพระไตรปิฏก และหน้าในเล่นนั้น ๆ

    **จากพระไตรปิฏกและอรรถกถาและไทยฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัยชุด 91 เล่ม

    ยินดีในบุญครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 ตุลาคม 2010
  10. THODSAPOL SETTAKASIKIT

    THODSAPOL SETTAKASIKIT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +101
    คำถามอาจจะยังไม่ชัดเจน
    ขอถามใหม่ก็แล้วกัน
    แล้วพระคุณเจ้าสุพิน ยังยินดีในเงินทองอยู่หรือเปล่าครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 ตุลาคม 2010
  11. Angel_Of_Dream

    Angel_Of_Dream เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    256
    ค่าพลัง:
    +134
    ขอรับ

    เป็นพระวัดสามแยก

    ไม่ต้องใช้เงินขอรับ

    พระพุทธรูปก็ไม่ต้องไหว้

    ประทานโทษนะขอรับ

    เจ้าสำนักแม่งก็เอาติ...

    เหยียบตักพระพุทธรูป

    โชว์ลูกสิดลูกหา

    ใครกันแน่ที่ทำร้าย

    พระพุทธศาสนา

    คุณ <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->THODSAPOL SETTAKASIKIT<!-- google_ad_section_end -->

    คุณย้อนถามท่านพระสุพิน

    แบบนั้นได้ยังไง

    เหมือนเป็นการปรามาสพระสงฆ์

    อ๋อลืมไปขนาดเจ้าสำนักสงฆ์

    มันยังเอาติ...เหยียบพระพุทธรูปโชว์

    ทำหน้าตาไม่แคร์สื่อ

    ทั้งๆที่พระพุทธรูปเปรียบเสมือน

    เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า

    พระสงฆ์ทุกรูปชาวพุทธทุกคน

    ต้องกราบไหว้

    อย่างนี้จะเชื่อได้ไง

    ตีความแบบผิดๆ

    จริงอยู่พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้ยึดติด

    นี่แม่งก็ไปตีความว่าจะต้องเยียบย่ำ

    พระพุทธรูปอย่างนั้นเหรอ

    เบื่อพวกมารศาสนาขี้อิจฉา

    สำนักนี้ยังมีข่าวฉาวอีกมาก

    ชาวพุทธโดยส่วนรวมเค้ารู้กัน

    คงไม่มีใครไปทำบุญสินะ

    ถึงขนาดต้องลุงขึ้นมาปลุกปั่น

    เพื่อทำให้เกิดความแตกแยก

    ในหมู่สงฆ์และสังคม หุหุหุหุหุ

    ผมเป็นชาวพุทธ

    ผมมีสิทธิ์คิดนะขอรับกระผม

    มีใครจะแก้ตัวก็จัดมา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 27 ตุลาคม 2010
  12. Angel_Of_Dream

    Angel_Of_Dream เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    256
    ค่าพลัง:
    +134
    จ่อฟันพระ เหยียบพุทธรูป | phrathai.net


    จ่อฟันพระ เหยียบพุทธรูป


    Submitted by อิทธิ on ศุกร์, 1 August 2008 Tags:
    ภายหลังที่มหาเถรสมาคมได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ให้แจ้งความดำเนินคดีกับ พระเกษม อาจิณณสีโล สมภารแห่งที่พักสงฆ์สามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ในข้อหาดูหมิ่นพระพุทธศาสนา เนื่องจากพระเกษมไม่ทำตามคำสั่งของคณะสงฆ์ที่ให้กลับไปต้นสังกัดเดิมที่ จ.อุดรธานี หลังสร้างพฤติกรรมห้ามชาวบ้านกราบไหว้พระพุทธรูปอ้างเป็นเพียงวัตถุนั้น
    ต่อมาวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวเข้าไปสังเกตการณ์ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง หมู่ 9 ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ บรรยากาศเงียบเหงา มีเพียงลูกศิษย์ของพระเกษมอยู่ 10 กว่าคน ขณะเดียวกัน พ.ต.อ. มาโนช อนันต์ฤทธิกุล ผกก.สภ.น้ำหนาว ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายปกครองอีก 4 คนเข้าไปสังเกตการณ์ด้วย
    ส่วนที่วัดสนธิกร อ.เมืองเพชรบูรณ์ พระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (ธรรมยุต) ได้เรียกประชุมคณะสงฆ์ หาข้อสรุปเกี่ยวกับพระเกษม โดยคณะสงฆ์มีมติดำเนินการกับพระเกษม 2 ข้อ คือ 1. ให้นิมนต์พระเกษมและพระลูกวัดออกจากวัดภายใน 7 วัน และให้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปดูแลสถานที่ในเบื้องต้น 2. ให้ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นตัวแทนไปร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีกับพระเกษม ข้อหาดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนวัตถุอันเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน
    ทางด้าน นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังได้รับหนังสือคำสั่งของคณะสงฆ์ได้เดินทางไป สภ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมนำภาพจาก นสพ.ไทยรัฐ ที่ลงรูปภาพข้อความที่เขียนไว้หน้าพระพุทธรูปว่า "ทองเหลืองหล่อนี้ ไม่ใช่ พุทธเจ้าแน่ ไม่ต้องกราบมัน" กับข้อความ "ห้ามนำดอกไม้และเครื่องบูชามาวางบริเวณนี้" และ แผ่นซีดีบันทึกภาพเคลื่อนไหวของพระเกษมที่แสดงท่าใช้เท้าเหยียบฐานพระพุทธ รูปเข้าหารือกับ พ.ต.ท.พิชิต พิชิตทรชน พนักงานสอบสวนถึงแนวทางการดำเนินคดีก่อนจะไปแจ้งความที่ สภ.น้ำหนาว
    จากนั้น นายอินทพรเปิดเผยว่า เรื่องการแจ้งความดำเนินคดีกับพระเกษมได้ประสานกับ พ.ต.อ.มาโนช อนันต์ฤทธิกุล ผกก.สภ.น้ำหนาว แล้วว่าจะไปแจ้งร้องทุกข์ ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ขณะที่ พ.ต.อ.มาโนชเปิดเผยว่า เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานมาพิจารณาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดหรือไม่ หากมีความเห็นว่าผิดตามที่แจ้งความ ต้องนำพยานหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดหล่มสักขอหมายจับต่อไป คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
    ส่วน นายมนูญ คำแพร นายก อบต.วังกวาง กล่าวว่า ตำบลวังกวางมีทั้งหมด 11 หมู่บ้าน มีเพียงเฉพาะคนในหมู่บ้านห้วยยางทองบางคนเท่านั้น ที่เข้าไปที่พักสงฆ์สามแยก เพราะพระเกษมจ้างให้ทำงานภายในที่พักสงฆ์ บางคนศรัทธาถึงขนาดทิ้งบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาปล่อยให้ญาติดูแลแทนแล้วมาอยู่กับพระเกษม ส่วนชาวบ้านที่เหลือก็มีความคิดที่แตกต่างกันทั้งเห็นด้วยกับไม่ชอบ ก่อนหน้านั้นหลายปี ตนเคยไปร่วมงานศพลูกศิษย์ของพระเกษมที่ถูกแทงตาย ปรากฏว่า พระเกษม ได้นำศพตั้งไว้ 1 คืน โดยไม่สวดบังสุกุลหรือบทสวดทั่วไปเหมือนงานศพทั่วไป พอรุ่งขึ้นอีก 1 วันก็หามไปเผาทันที ทั้งที่ญาติคนตายไม่เต็มใจให้นำศพมาทำพิธี แต่พระเกษมส่งรถมารอรับศพถึงบ้าน
    ด้าน พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์ที่ จ.นครราชสีมา ถึงพฤติกรรมของพระเกษมว่า เรื่องความคิดสุดโต่งมีขึ้นอยู่เรื่อย คนไม่รู้จักคำว่าสายกลาง ชาวบ้านมีตั้งหลายระดับ อีกอย่างพระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์เหมือนศาสนาอื่นๆ อย่างพระพุทธชินราช คนเป็นทุกข์ไปกราบไหว้เห็นพระ พักตร์แจ่มใสเยือกเย็น พุทธลักษณะเด่น โครงหน้าอิ่มสุข ไม่อมทุกข์ ตนคิดว่า พระพุทธรูปอาจจะเผยแพร่ได้ดีกว่าองค์ที่บ้าไม่ให้ไหว้พระพุทธรูป บอกว่าตัวเองหลุดพ้นแล้ว ไม่นับถือวัตถุ ไม่ยึดถือวัตถุ คำว่า วัตถุตะยัง แปลว่า วัตถุที่เห็นแล้วเป็นบุญหู บุญตา ใครเห็นพระพุทธรูปแล้วรกหู รกตาก็แสดงว่า ตา หู ไม่ไหวแล้ว ฉะนั้นตัวท่านก็ต้องคิดถึงคนอื่นเขาบ้าง เรื่องนี้เจ้าคณะจังหวัดท่านจัดการอยู่แล้ว แต่พระจะดื้อแค่ไหนและจะเล่นงานกับคนดื้อยังไงเท่านั้น
    พระพยอมกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ชาวพุทธต้องต่อต้านและคงไม่เอาไว้แน่นอนกับพระที่เป็นขนาดนี้ และอาจติดคุกได้ อย่างเช่น เอาน้ำกรดไปราดพระพุทธรูปก็เท่ากับทำลายวัตถุหรือทำลายศาสนสมบัติ อย่างน้อยก็ถูกดำเนินคดี เพราะทำลายทรัพย์สิน อย่างที่มีภาพปรากฏใช้เท้าเหยียบนั้นเป็นการทำลายจิตใจกันมาก ชาวพุทธคงไม่ปล่อยให้ ลอยนวลแน่ "ท่านเป็นพระแต่มาทำตัวแบบนี้ต้องโดนเสียบ้าง คนอย่างนี้ไม่ช้าก็จะเป็นเหมือนสวะในทะเลจะถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งหมด เพราะอ้างว่าหลุดลอยไป ลอยเป็นสวะไปเลย เดี๋ยวก็ถูกซัดขึ้นฝั่ง" พระพยอมกล่าว

    ที่มา:
    ไทยรัฐ



    • อ่าน 2080 ครั้ง
    ความคิดเห็น

    Submitted by ผู้เยี่ยมชม on ศุกร์, 26 March 2010.
    #1



    พี่เกษมเราไปเยอะเลยตอนปฏิบัติก็ทำท่าเทศน์ดีนะ แต่พอหลุดแล้วไม่น่า พระอรหันต์ หันซ้าย หันขวา ไปเยอะนะพี่ หรอกตัวเองก็มาก ดันอยากจะหรอกโยมอีก ใครเชื่อตามก้ สาธุ นิพพาน แหง๋ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


    Submitted by ผู้เยี่ยมชม on ศุกร์, 26 March 2010.
    #2



    การที่ได้เห็นพระปฏิบัติแล้วหลุดก็คือเหยียยพุทธรูปแรกๆๆก็เคารพแต่พอนานเข้าชานได้ชามก็เลยรั่วไงถือตัวว่าดีปฏิบัติถึง อย่างนี้เขาเรียกว่าหลงตัวเอง ไม่นึกว่าทำอะไรลงไป เลยต้องมาวุ่นวาย เพราะผิดทาง ก็ต้องดำเนินตามกฏหมายไปนะครับ อย่างน้ไม่ยอมรับผิดแก้ต่างไม่ได้ก็ต้องสึกไปเลยครับ ปัญญาอ่อนยังไม่ทำแบบนี้เลย เขาเก่งกว่าพระพุทธเจ้าแล้วครับ เห็นแต่อิสลามเหยียบพระพุทธรูป นี่มาเห็นพระเสียเอง เศร้าใจจัง คิดต่อหน่อยนะครับ เรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ก็มีด้วยหรือนี่ ....................ขอบ้าตายให้หนอนแดกแล้วมาเกิดใหม่ดีกว่าโว้ยเรา ทั้งที่เรามีพระพุทธ ธรรม สงฆ์ แต่พระสงฆ์ทำให้โยมงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ทำได้ไงเนีย หรือเป็น พระอรหันต์ไปแล้ว


    Submitted by ผู้เยี่ยมชม on อังคาร, 26 August 2008.
    #3



    พระพุทธรุปถือว่าเป็นการสร้างเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ถึงแม้ว่า พระพุทธเจ้าจะสอนในเรื่องของอเทวนิยม แต่ เพื่อต้องการที่จะมีสิ่งที่เป็นที่พึ่งทางใจ บุคคลในมัยก่อนจึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้น เพื่อให้เป็นที่พึงที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ พระพุทะรูปเป็นพุทธบูชา ทำไม่ต้องกลั่นแกล้งศาสนาพุทธด้วย ศาสนาพุทธอยู่คู่กับพระมหากษัตรยฺ กับชาวไทยมานาน


    แสดงความคิดเห็น
     
  13. Angel_Of_Dream

    Angel_Of_Dream เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    256
    ค่าพลัง:
    +134



    ขอรับมันเคยเกิดขึ้นจริงๆขอรับกระผม

    ยกฟ้อง! "ภิกษุ"เหยียบ"พุทธรูป"

    ไม่เข้าข่ายดูหมิ่นศาสนา เจตนาดี-ต้านวัตถุมงคล คดีถูกสำนักพุทธฯฟ้อง



    ศาลยกฟ้องคดี "พระเกษม" เหยียบพระพุทธชินราชจำลองทั้งประกาศให้คนไม่ต้องกราบไหว้ จนถูกสำนักพุทธฯ ฟ้องร้องดำเนินคดี คำพิพากษาชี้จำเลยใช้คำว่า "ทองเหลืองหล่อนี้ ไม่ใช่พุทธเจ้าแน่ ไม่ต้องกราบมัน" มิได้ใช้คำว่า "พระพุทธรูป" ส่วนกรณีใช้เท้าเหยียบ ก็เพื่อย้ำว่าไม่ใช่พระพุทธเจ้า ระบุเจตนาจำเลยไม่เห็นด้วยกับการทำวัตถุมงคลแสวงหาประโยชน์ จึงไม่เข้าข่ายดูหมิ่นศาสนา

    จากกรณีที่พระเกษม อาจิณณสีโล ผู้ดูแลที่พักสงฆ์สามแยก บ้านห้วยยางทอง หมู่ 9 ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ มีการเขียนป้ายติดไว้ด้านหน้าองค์พระพุทธชินราช (จำลอง) ว่า "ทองเหลืองหล่อนี้ไม่ใช่พุทธเจ้าแน่ ไม่ต้องกราบมัน" และ "ห้ามนำดอกไม้และเครื่องบูชามาวางไว้บริเวณนี้" รวมทั้งการใช้เท้าเหยียบพระพุทธรูป โดยพระเกษม อาจิณณสีโล ผู้ดูแลที่พักสงฆ์สามแยก ชี้แจงว่าเป็นกุศโลบายในการสั่งสอนไม่ให้ชาวพุทธยึดติดกับวัตถุที่เป็นพุทธพาณิชย์ แต่เน้นให้ยึดถือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าตามพระไตรปิฎก จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งต่อมามติที่ประชุมสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ไปแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 206 และศาลจังหวัดหล่มสักได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 ก.พ. 2553 เวลา 10.00 น.นั้น

    เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 19 ก.พ. พระเกษม อาจิณณสีโล พร้อมพระสงฆ์และคณะศิษยานุ ศิษย์ประมาณ 200 คน ได้มารอฟังคำพิพากษาที่หอประชุมอำเภอหล่มสัก ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับศาลจังหวัดหล่มสัก พร้อมตั้งโรงทาน โดยมีเจ้าหน้า ที่ตำรวจจากสภ.หล่มสักกว่า 20 นาย มาคอยดูแล กระทั่งถึงเวลา 10.00 น. พระเกษมพร้อมพระสงฆ์และลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง เดินไปศาลเพื่อฟังคำพิพากษาที่บัลลังก์ 3 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นทุกคนที่จะเข้าไปฟังคำพิพากษาอย่างละเอียด

    ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาว่า คดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องพระเกษมเป็นจำเลย ว่ากระทำด้วยประการใดๆ แก่วัตถุอันเป็นที่เคารพในทางศาสนา อันเป็นการเหยียดหยามศาสนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 206 ศาลพิพากษาว่า ข้อความที่จำเลยนำแผ่นป้ายข้อความว่า "ทองเหลืองหล่อนี้ ไม่ใช่พุทธเจ้า แน่ ไม่ต้องกราบมัน" นั้น เห็นว่าจำเลยใช้คำว่า "ทองเหลือง" หล่อนี้ไม่ใช่พุทธเจ้าแน่ มิได้ใช้คำว่า "พระพุทธรูป" หล่อนี้ไม่ใช่พุทธเจ้า คำว่ามันจึงใช้กล่าวแทนทองเหลือง ไม่ได้หมายถึงพระพุทธรูป และจำเลยได้เชิญเจ้าหน้าที่โทร ทัศน์ช่อง 7 และช่องอื่นๆ มาทำข่าว เพราะจำเลย ต้องการอธิบายถึงข้อความดังกล่าว จำเลยไม่ได้ตั้งใจที่จะเผยแพร่ข้อความที่ฐานพระให้ออกไป ยังบุคคลที่ยังไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ในพระไตรปิฎกไม่ได้สอนให้กราบไหว้พระพุทธรูป จำเลยไม่เห็นด้วยกับการทำวัตถุมงคล แสวงหาประโยชน์ การกระทำของจำเลยจึงไม่ได้ดูหมิ่น เหยียดหยามศาสนา

    ส่วนการกระทำของจำเลยที่ใช้เท้าเหยียบฐานพระพุทธรูป และใช้มือตบพระพักตร์ของพระ พุทธรูป เป็นการพยายามที่จะสอนธรรมะให้นักข่าวว่า พระพุทธรูปไม่ใช่พระพุทธเจ้า จำเลยตั้งใจต้องการให้ชาวพุทธเข้าใจว่า สิ่งที่จำเลยกระทำนั้นเป็นวัตถุคือทองเหลือง และจำเลยก็เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า นั้นคือทองเหลือง ไม่ใช่เป็นพระ พุทธเจ้า และก็ไม่ได้กระทำแก่สิ่งอันเป็นที่เคารพในศาสนาพุทธ จึงไม่เป็นการเหยียดหยามศาสนาพุทธ จำเลยไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง

    หลังจากที่ฟังคำพิพากษา พระเกษมได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ใครที่มันกัดศาสนา ก็ให้ง้างมันออก แล้วก็จบ" จากนั้นพระเกษมพร้อมคณะลูกศิษย์จึงเดินทางกลับ

    (กรอบบ่าย)
     
  14. tattooo

    tattooo สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +5
    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]


    นี้เป็นบางส่วนครับ




    ติดตามด้านล่างครับ
    v
    v
    v
    [​IMG]

    อ่านได้ที่นี่ (PDF) --> รู้เรื่องพระพุทธรูปตามความเป็นจริง
    คัดลอกจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด ๙๑ เล่ม (มหามกุฏราชวิทยาลัย)

    [​IMG]

    อ่านได้ที่นี่ (PDF) --> พระพุทธรูปไม่ใช่วัตถุในพุทธศาสนา
    คัดลอกจาก พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ชุด ๙๑ เล่ม (มหามกุฏราชวิทยาลัย)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2010
  15. tattooo

    tattooo สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +5
  16. pk2010

    pk2010 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +1
    เสียงจากนักธุระกิจพันล้านกับพระในประเทศไทย

    ตาม Link: [ame="http://www.youtube.com/watch?v=BBDgnuD4DM4"]YouTube - เสียงจากนักธุระกิจพันล้านกับพระในประเทศไทย[/ame]
     
  17. tattooo

    tattooo สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +5
    [​IMG]

    ถึงเวลาที่พวกเราต้องช่วยกันรักษาธรรมวินัย และประกาศธรรมของพระพุทธเจ้า

    ผมและหลายๆท่านต่างก็มีความรู้สึกไม่ต่างกันเลยครับ เวลาเห็นพระที่ประพฤติเสื่อมเสีย พระตุ๊ด เณรแต๋ว หรือไม่ก็แล้วแต่ เดินชอปปิ้ง นั่งรอกินน้ำชา สูบบุหรี่ อ่านหนังสือพิมพ์ รอญาติโยมมาใส่บาตร เรี่ยไรหรือที่เป็นข่าวมากมายไม่เว้นแต่ละวัน กินเหล้า เมาสุรา เสพยา มั่วสีกา พวกเราเคยตรอจสอบหรือไม่ครับว่าพระองค์นั้นอยู่ในศีล ธรรมวินัย บริสุทธิ์ บริบูรณ์ หรือไม่อย่างไร ถ้าเราไม่ทราบ พระองค์ก็ทรงบอกอยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร ( 2 ไฟล์ มีคำตอบ )

    พระภิกษุดี ญาติโยมคบแล้ว มีความเจริญ อยู่เย็นเป็นสุข ในครอบครัว
    ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ มีแต่คนจะอุปัฏฐากอยู่แล้วครับ เพราะคบแล้ว เจริญ สอนให้รู้จักแก้ไขปัญหาตัวเองได้ รู้เหตุผล รู้กฏแห่งกรรม รู้ธรรมชาติ รู้จักฝืนตัวเอง จากความชั่ว สร้างตัวให้ดี จะได้มีปัญญา แก้ไขปัญหาตัวเองให้ได้

    เราทำบุญเราต้องมีปัญญานะครับ อย่ามัวเมาหลงบุญ
    เพราะเราทำบุญกันแบบเมามัน ผิด ถูก ปลอดภัยหรือไม่อย่างไร ไม่ทราบเลย ผู้ที่เห็นช่องว่างนี้ก็หาประโยชน์จากที่เราทำกันอยู่นี่ละครับ จึงมีอลัชชีมากมายเหลือเกิน ในศาสนาพุทธเรา เราต้องศึกษาพระไตรปิฏก ให้มากๆนะครับ

    พระพุทธเจ้าก็สอนอยู่แล้วครับทำบุญทำอย่างไร ถึงจะปลอดภัย
    2 ไฟล์ PDF นั้นมีคำตอบให้ท่านอ่านนะครับ

    ศึกษาเถิด ฟังเถิด >>>http://www.samyaek.com/
    ศึกษาก่อน ฟังก่อน คิดก่อน ก่อนที่จะจาบจ้วง ปรามาส เมื่อรู้แล้วก็แก้ ก่อนที่จะสายเกิน

    โยนิโสมนสิการ เถิด

    San Loywaranon
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 ตุลาคม 2010
  18. tattooo

    tattooo สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +5
    ขณะนี้มีการถ่ายทอดสด หลวงปู่แสดงธรรม
    ตั้งคำถามถึงหลวงปู่ได้เลยนะครับ แต่ต้องบอกชื่อ นามสกุลจริงนะครับ
    เปิดเผย ทั้งผู้สอนและผู้ถาม ลองดูสิครับ ท่านจะได้รู้ในสิ่งที่ท่านคาดไม่ถึง
    ของจริง ถ้าเกี่ยวข้องกันแล้ว เปิดเผยตัวไม่ปิดบัง ตัวจริง ของจริง ไม่ปิดบัง
    กล้าแสดงออกในธรรม เรามาถก เถึยงกันในข้อธรรมเถิด ความเจริญจะบังเกิดแก่ท่าน

    http://www.samyaek.com/
     
  19. THODSAPOL SETTAKASIKIT

    THODSAPOL SETTAKASIKIT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +101
    ขอแจ้งกับท่านที่ร่วมเปิดธรรมวินัยครับ เราควรเปิดตัวเรา ไม่ควรปกปิดกัน ควรกล่าวธรรมว่าเป็นธรรม ไม่ควรตอบแก่คนที่ไม่เปิดเผยตัวเพราะไม่ถูกต้องตามธรรม แม้ตอบถูกเขาเข้าใจไม่ได้ก็มี ด้วยโทษของการปกปิด จึงถูกปกปิดความเข้าใจ และอีกหลายโทษเพราะเขามาด้วยความเป็นโทษ ส่วนการเลี้ยวเข้าในพระไตรปิฎกนั้นอนุโมทนาสาธุครับ

    จึงขอโยงลิ้งเตือนกันครับ กันจะเสียงานและเสียประโยชน์ผู้มาทำงานครับ
    http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=2570.0

    บอกว่ามาทำงานก็บอกตามตรงนะครับ ว่ามาทำงานไม่มัวไร้สาระหลบเลี่ยงไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 พฤศจิกายน 2010
  20. THODSAPOL SETTAKASIKIT

    THODSAPOL SETTAKASIKIT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +101
    หลังจากถามพระคุณเจ้าไปก็ไม่ได้เข้ามาอีกเพราะมีงานด่วนที่ต้องทำจึงไม่ได้มาดูอีก

    อันที่ถามพระคุณเจ้านั้นยังรออยู่นะครับ
    ทำไมจึงรอ เพราะพระคุณเจ้าเปิดเผยตัวมา ก็เห็นว่าควรจะชี้ถึงสิ่งที่จะเป็นคุณเป็นโทษกับพระคุณเจ้าจึงถามพระคุณเจ้า เพราะเห็นมีข้อความประกาศว่า ไม่ได้ทำเพื่อใครแต่!เราทำเพื่อพระศาสนา ก็เลยถามพระคุณเจ้า เพราะโยมก็เห็น หลายๆคน หลายๆรูป ทั้งพระทั้งโยมประกาศอยู่ ว่าจะรักษาพระพุทธศาสนาให้คงถ้วน ๕,๐๐๐ ปีบ้าง จะยอมตายเพื่อพระศาสนาบ้าง จะปกป้องศาสนาไม่ให้ถูกทำลายบ้าง และอีกหลายๆอย่าง แต่พอไปดูผู้ที่ปฏิญาณนั้นทำ มันเกะกะธรรมวินัยเกะกะคำพูดที่ตนพูดมากเลยครับ ถ้าเป็นผู้ปราถนาพุทธภูมิ ก็พวกพุทธภูมิเกะกะ เกะกะมากๆ ตนจะไปเป็นผู้เคารพธรรม เป็นผู้หนักในธรรม แต่ยังมาขวางธรรมอยู่อีก แล้วจะให้เรียกอย่างไร ถ้าไม่ใช่พวกเกะกะ เกะกะใคร!เกะกะทางของตนเองนั้นแหละ ถ้าเป็นผู้ทำเพื่อศาสนาจริง หรือยินดีในการทำเพื่อศาสนาจริง จะต้องรู้จักว่าอย่างไรจึงเรียกว่ารักษาพระพุทธศาสนาตามคำสอนของพระศาสดา

    อะไรคือวิธีทำลายและวิธีรักษาพระพุทธศาสนา
    เล่ม ๒๖ หน้า ๖๓๑
     

แชร์หน้านี้

Loading...