หลวงปู่จันทร์ดี เกสาโว เล่าเรื่องหลวงปู่มั่นสยบฤทธิ์เหล็กไหล

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย pump - อภิเตโช, 30 มิถุนายน 2011.

  1. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797

    ยังมีอีกเยอะเลย ไว้ค่อยลงให้อ่านกันนะครับ
     
  2. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797


    สบายดีครับ แม่ผมไม่ค่อยสบายนิดหน่อย เป็นเบาหวาน แต่ไม่ได้ร้ายแรงครับ

    ยังชิวๆอยู่
     
  3. overmage

    overmage เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2011
    โพสต์:
    174
    ค่าพลัง:
    +128
    สรุปเป็นตัวอะไรที่ฆ่าพระ ครับ ไม่น่าเลย โกรธกันยังไงแค่ทำให้เจ็บตัว

    แค่นั้นก็พอแล้ว ไม่น่าถึงกับฆ่าแกงกันเลย บาปกรรม แถมยังฆ่าพระอีก

    เพราะความโลภแท้ๆหนอ
     
  4. hackyz

    hackyz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 เมษายน 2010
    โพสต์:
    232
    ค่าพลัง:
    +242
    น่าอ่านครับ รออ่านอยูเช่นกัน
     
  5. zenu

    zenu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    66
    ค่าพลัง:
    +140
    ขออนุญาตแจมครับ ลองให้ท่านดื่มใบมะยมต้ม เอาใบที่ไม่แก่หรืออ่อนกินไป ต้มทั้งก้านเลยครับ (ล้างให้สะอาดก่อนนะครับ) ดื่มแทนน้ำได้ก็ดีครับ ถ้าเป็นไม่มาก ซัก 3-4 วันเบาหวานก็จะลดลงครับ แม่ผมลองแล้วจาก 200 เหลือปรกติ แต่เลิกกินนานเลยเป็นอีกครับ
     
  6. อำไพพันธุ์

    อำไพพันธุ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    293
    ค่าพลัง:
    +905
    ขอแนะนำ เคี้ยวผลมะแว้งสด วันละ 6-7 เมล็ด ผลน้ำตาลก็ลดครับ
     
  7. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797

    ผมว่ากิเลสน่าละครับ ฆ่าคน ฆ่าพระได้ ความโลภนี่น่ากลัวนัก
     
  8. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797
    ขอขอบพระคุณ คุณ ZENU และ คุณ อำไพพันธ์ สำหรับคำแนะนำครับ อนุโมทนา
     
  9. zenu

    zenu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    66
    ค่าพลัง:
    +140
    ไม่เป็นไรครับ ที่ผมทำเป็นเรื่องสมควรครับ เราเป็นลูกพระพุทธเจ้าเหมือนกัน อีกทั้งคุณจิรเดชยังนำเรื่องดีๆ มาแบ่งปันคนอื่น พลอยให้ผมได้ความรู้ไปด้วย แค่นี้ถือว่าเล็กน้อยครับ เมื่อเทียบกับที่คุณจิรเดชทำ โมทนาครับ
     
  10. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797
    มาอ่านกันต่อนะครับ​

    ถูกลอบดักยิงอีก

    หลวงปู่จันทร์ดี เล่าว่า ในปี 2492 ท่านไปพาญาติดโยมชาวบ้าน ไปทอดเทียนพรรษาที่บ้านนาข่า ได้มีพวกวัยรุ่นที่บ้านโนนตุ่นและบ้านโนนสำกนัก ยกพวกตีกันในงานบุญ อาตมาก็เข้าไปห้าม เขาก็ยิงเอา แถมยังเล่นมวยหมู่ เอาปืนยิงกัน อาตมาอยู่ตรงกลาง ยิงเท่าไหร่ก็ยิงไม่ออก​

    อาตมาก็ร้องบอกไปว่า เฮ้ย! เข้าไปจับปืนมันซี่
    ทางโยมก็ร้องว่า มันจะไม่ออกหรือ
    อาตมาก็บอกว่า ไม่ออกหรอก ไปจับเหอะ​

    พวกเขาก็เลยไปจับ แต่โจรก็วิ่งหนี ปืนก็ตกน้ำไป
    วิ่งจับไม่ทัน ​

    อีกครั้งหนึ่ง ได้มีพระลูกวัดแห่งหนึ่งไปติดผู้หญิง พ่อทางผู้หญิงเขาก็โกรธเอา อาตมาก็ไปห้ามทัพ เขาให้อาตมาฟ้อง จะฟ้องยังไงล่ะ เราไม่เห็น ฟ้องเขาไม่ได้หรอก เพราะอาตมาไม่ได้เห็น อาตมาเลยถามพวกโยมจะเป็ฯพยานไหมล่ะ เขาบอกไม่เป็น อาตมาก็เลยว่า ถ้าไม่เป็ฯก็ไม่ต้องพูด ถ้าเขาไม่เป็ฯดังที่พูดกันล่ะ อาตมามิเสียคนหรือ อาตมาก็บอกเขาพูดไปอย่างนี้ เขาโกรธ​

    อาตมาไปนั่งกรรมฐานอยู๋ เขาจ้างคนมาดักยิง เขาคิดว่าอาตมาไปพูดให้เขาขายหน้า เขาเป็ฯคนรวยมีเงินเป็นเศรษฐี จึงไปจ้างมือปืนมายิงอาตมา มือปืนที่มาดักยิงตอนกลางคืนมีปืนแก๊ป-ปืนยาวธรรมดา อาตมานั่งกรรมฐานเสร็จ ก็นอนอยู่ในป่าไผ่ที่ชายป่าบ้านโนนสำนักเขายืนถือปืนในท่ายืนจังก้า ประทับปืนเล็งมาที่อาตมา เขายืนค้างอยู่อย่างนั้น คึอ ยกปืนค้างอยู่เหมือนถูกมนต์สะกด​

    ไม่รู้สินะ อาตมาก็นั่งภาวนา แล้วนอนก็ยังภาวนาอยู่ พอนานเข้าใกล้สว่างแล้วเกือบจะตี ๕ ไก่ขัน อาตมาก็เห็นยังยืนอยู่ ก็เลยถามไปว่า ​

    [​IMG]
    มาทำไม​

    เขาจ้างผมมายิงอาจารย์ครับ ​

    เขารับสารภาพว่าถูกเขาจ้างมายิง อาตมาก็ถามชื่อคนจ้างและชื่อตัวเขา เขาก็บอกเขาชื่อ สน อยู่บ้านนาหว้านี่เอง อาตมาก็เลยบอกไปว่า ​

    "สนกลับไปเถอะ เรื่องครอบครัวเขาอย่าไปยุ่งกับเขา แต่สบายใจได้อาตมาไม่เอาเรื่องหรอก ทิ้งปืนไปซะแล้วกลับบ้านไป"​

    พูดจบเขาก็วางปืนลงกับพื้นแล้วยกมือไหว้ พร้อมกับกล่าวขอโทษและขอบอกขอบใจที่ไม่เอาเรื่องเขา คือรับปากกับเขาว่าจะไม่บอกใคร จะไม่แจ้งตำรวจว่าเขามาลอบยิงอาตมา คือไม่บอกใครทั้งนั้น เขาเลยวางปืน แลฃ้วรีบไปจากที่นั่นทันที เพราะใกล้สว่าง กลัวคนจะเห็น
    ตอนหลังก็กลับมาเอาปืนของเขาไป ​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 9 กรกฎาคม 2011
  11. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797
    โอปาติกะ​

    จากนั้น ผู้เขียนก็ได้ถามถามประสบการณ์ด้านวิญญานหรือโอปาติกะว่า ท่านเคยพบเห็นบ้างหรือปล่าว​

    หลวงปู่เคยพบเห็นผีกองกอยบ้างไหม ผู้เขียนกราบเรียนถาม​

    เคย ผีกองกอยมันร้อง วอนสักๆ พอมันมาก็เรียกพี่สาว ซึ่งเป็นพี่สาวคนโต มันร้องเรียกว่า "แตง แตง" ทางพี่สาวพอได้ยินเสียงผีกองกอยเรียกชื่อเท่านั้น ก็สลบไปเลย​


    [​IMG]


    ผีกองกอยมีลักษณะหัวแหลม อาตมาเป็นเด็กก็เห็นว่ามันหัวแหลม หน้าแหลม ตัวเรียว ขาไม่ชัดเจน แต่ขาเป๋ มาด้วยกัน 3-4ตน แต่มือกุมอก ตัวก็ไม่ใหญ่ ตัวเล็กๆคือ อาตมาเป็ฯเด็ก ตัวมันเท่าเด็ก เห็นมันกินหอยขม มันวางหอยขมไว้เหมือนเจดีย์ เราทำอย่างมันไม่ได้แน่​

    ผีกองกอยเอาหอยขมมาวางซ้อนกัน สูงประมาณหนึ่งศอกไม่ล้ม พวกนี้อาศัยอยู่ตามลำห้วย ไม่กัดคน แต่ชอบสิงคน พอจะสิงคนไหน ก็เรียกชื่อคนนั้น พอคนที่มันเรียกชื่อได้ยินก็ล้มลงเลย อาตมาไม่เคยเห็นมันกินคน แต่คงจะสิงเป็นคนๆไป ​

    พอมันสิงคนไหน หมอผีมาไล่มันออกไป อาตมาอายุประมาณ 6 ปี มันก็โตเท่าอาตมา คือโตเท่าเด็ก มันเข้าพี่สาวอาตมาแล้วก็หายตัวไปเลย พอหมอผีไล่ก็ออก เวลาวิญญานมันออก มันไต่ด้ายสายสิญจน์ไปเลย กระโดดเหยงๆไป อาตมาเห็น แต่คนอื่นไม่เห็น ก็แปลกดี

    สมัยนั้นบ้านอาตมาตั้งอยู่ในป่า เดี๋ยวนี้เป็นเมืองหมดแล้ว พวกนี้จะมาเกิดเป็นคน เป็นสัตว์หมด

    ส่วนปอบกับเปรตนั้นอันเดียวกัน ​

    [​IMG]

    พวกเปรตอสุรกายพวกนี้ สูบกินเลือด ชอบกินเลือดเนื้อ ภาษาไทยว่า เปตร ภาษาลาวว่าปอบ​

    แต่ปอบนี่ถ้าจะเข้าคน มันจะบอกว่าเป็นคนนั้นเป็นคนนี้ เป็นนาย ก เป็น นาย ข เป็น นาย ค
    หมอผีเขาก็ใช้คาถาไล่ไปจากร่างคนที่เข้าสิง อาตมาก็เคยไปไล่ผีปอบ ไปไล่ให้ญาติโยมเขาที่บ้านเหล่าใหญ่ บ้านหนองไฮ บ้านป่าหมอ บ้านอื่นๆอีก​

    ปัจจุบันยังไปไล่อยู่เยอะ ยังมีอยู่ ไล่คนไหนก็หายไป มันไม่เข้าคนอีก มันมีวิธีของมันเยอะแยะจะอธิบายที่นี่ไม่ได้หรอก พอมันออหปากว่า เป็นนาย ก ก็จะไปรักษาให้หาย คือไปชำระออกเสีย มีของอะไรก็เอาไปทิ้งเสีย ก็ไม่ขายหน้าชาวบ้านเขาอีกต่อไป​

    ถ้าคนไหนเป็ฯผีปอบ ถ้ารู้ว่าเป็นหรือเข้าคนไปแล้ว ถ้าไม่ไปรักษาตัวเองให้หาย ชาวบ้านเขาจะเนรเทศ ให้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่อื่น ​

    "ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถ้ามีคนเป็นปอบ เขาจะเอาไปไว้ที่บ้านโคกทะโร่ อยู่ในอำเภอหนึ่ง แห่งจังหวัดร้อยเอ็ด จนชาวบ้านเขาเรียกหมู่บ้านนั้นว่า บ้านโคกทะโร่ผีปอบ คนไหนเป็นผีปอบ ทางการเขาจะจับเอาไปไว้รวมกัน คนสผ่านไปทางนั้นก็ตาย ถ้าไม่มีวิฃาแก่กล้า "​

    ทางการเอาพวกที่เป็ฯผีปอบนี้ต้านศึกฮ่อ เพราะสมัยนั้นมีศึกฮ่อ มีอาจารย์ชมเป็นอาจารย์เก่ง ก็ยังต้องเอาพวกนี้มาเป็นเพื่อน ในระหว่าง
    การเดินขายควายไปทางปักษ์ใต้ เพราะพวกนี้คาถาอาคมเก่ง​
     
  12. rawats_99

    rawats_99 ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    998
    ค่าพลัง:
    +1,926
    ขอบคุณครับได้ความรู้และสนุกดีครับ
     
  13. kengiiiii

    kengiiiii สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +1
    สนุกมากเลยครับ ขอขอบคุณมากๆนะครับที่ช่วยนำมาเผยแผ่ รออ่านต่ออยู่นะครับ สาธุครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 กรกฎาคม 2011
  14. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797
    บวชเป็นพระภิกษุ

    หลวงปู่จันทร์ดี เกสาโว กล่าวว่า ในปี 2485 นั้น ท่านมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านสอบนักธรรมชั้นเอกได้ และในปีนั้นเอง ท่านก็ได้บวชเป็นพระในเดือนมกราคม โดยเดินทางมาบวชที่วัดศรีบุญเรือง บ้านโพนแข็ก อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น โดยมี พระครูสิริคุตธรรมคุณ เป็นพระอุปชฌาย์ มีพระอาจารย์ลี เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระอาจารย์บุญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    ครั้นบวชพระแล้ว ปีนั้นเองอาตมาก็เข้าสอบเป็นมหาอีก ปรากฏว่าปีนั้นสอบได้เปรียญสามประโยค รู้สึกดีใจและชื่นใจ เพราะปราถนามานาน ก็เป็นธรรมดาของคนที่มุ่งหวังอะไรไว้ เมื่อสมดังที่หวัง ก็ย่อมดีอกดีใจเป็นธรรมดาแหละนะ และครั้นถึงเวลาเข้าพรรษา อาตมาก็เดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดกลาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นสำนักเดิม

    ในปี 2486 อาตมาย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่บ้านศาลาพู อำเภอพยัคฆภูมิสัย ครั้นออกพรรษาแล้ว ก็เดินทางต่อไปอีกหลายแห่ง ท้ายสุดก็ไปเรียนคัมภีร์มูลกัจจายน์ ที่บ้านหนองกุงกระต่าย เป็นเวลาสองปี ตั้งแต่ปีพรรษาที่ 2-3

    หลวงปู่กล่าวว่า แม้จะเรียนหนังสือ ซึ่งทางพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นสายปริยัติ แต่ด้ายปฏิบัติอาตมาก็ไม่เคยทอดทิ้ง เพราะใจชอบ อาตมาชอบเรื่องการปฏิบัติกรรมฐานมาก ว่างๆก็จะไปแสวงหาที่สงบ สงัดนั่ง แล้วทำกรรมฐานไปด้วย

    ที่วัดบ้านหนองกุงกระต่ายนี้ มีดงใหญ่อยู่ดงหนึ่ง เขาว่าผีดุนัก ชาวบ้านเรียกกันว่า
    ดงตะกวด แทนที่จะกลัว อาตมากลับชอบเวลาปลอดคน ก็จะหลบไปนั่งกรรมฐานอยู่ในดงแห่งนั้นเป็นประจำ

    วันหนึ่งขณะที่นั่งสมาธิอยู่นั้น อาตมาก็ได้ยินเสียงต่างๆ เช่น เสียงม้าวิ่งดังกรุบกรับๆ และเสียงไม้โค่นดังโครมคราม แต่อาตมาก็ไม่สนใจ ยังคงนั่งสมาธิอยู่เหมือนเดิม และนึกปราถนาที่จะบรรลุนิพพานอย่างเดียว อาตมานั่งอยู่อย่างนั้นถึงเจ็ดวัน เมื่อออกจากสมาธิแล้วก็รู้สึกเบาสบาย ปลอกโปร่งไปหมด ความรู้สึกครั้งนั้น อาตมายังจำได้ถึงทุกวันนี้

     
  15. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797
    อดอยากเพราะสงคราม

    หลวงปู่จันทร์ดี เกสาโว ท่านเล่าเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่บ้านหนองกุงกระต่ายนั้น พระอาจารย์รอด ผู้เป็นเจ้าอาวาส ต้องใช้พระเณรไปทำไร่ฝ้ายกับไร่ถั่วลิสง ซึ่งสมัยนั้นฝ้ายกำลังขึ้นราคา เพราะสงครามหมาเอเชียบูรพายังไม่ยุติ ​

    [​IMG]

    ผู้คนต่างอดอยาก ขนาดข้าราชการครูยังยอมลาออกมา เพื่อประกอบอาชีพค้าขาย สินค้าในสมัยนั้นที่ทางการต้องการมากก็คือฝ้าย ไหม นุ่น เพื่อเอาทำเสื้อผ้า อย่าว่าแต่ขาดแครนเสื้อผ้าเลย น้ำมันก๊าด จุดตระเกียงยังไม่มี ต้องใช้ใต้จุดตระเกียงกัน ไต้นั้นก็ไม่ได้หาซื้อมาจากไหนหรอก ชาวบ้านเขาทำกันเอาเอง ​

    [​IMG]

    วิธีทำก็คือ เอาไม้ผุไปคลุกกับน้ำมันยาง พอคลุกกันได้ที่แล้ว ก็เอายางเส้นเป็นพวงๆใส่บ้าง เอายางไม้ใส่บ้างแล้วก็ใช้จุดกัน​

    สภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านแย่เต็มที เพราะพิษภัยของสงคราม นึกไปแล้วนับว่าโชคดีนะ ที่บ้านเราเดี๋ยวนี้ไม่มีสงครามเหมือนเมื่อก่อน ไม่เหมือนบ้านเมืองอื่นเขา ที่ยังต้องรบพุ่งกันอยู่ ผู้คนก็แตกฉานซ่านเซ็น อยู่อย่างหวาดผวา ประเทศไม่เป็นประเทศ อย่างนี้แล้วจะหาความสุขได้จากที่ไหน วันทั้งวันได้ยินแต่เสียวปืนเสียงระเบิด ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนไปหมด โชคดีเหลือเกินที่เราไม่เป็นอย่างนั้น ทั้งนี้เป็นเพราะเรามี พระพุทธศาสนา เป็น ศาสนาประจำชาติ เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิศราชธรรม สืบต่อมาหลายชั่วอายุคน

    [​IMG]

    บรรพบุรุษเราก็ดีเหลือเกิน ไม่เคยรุกรานใคร กุศลผลบุญอันนี้ จึงได้ให้ผลตกทอดมาถึงพวกเราซึ่งเป็นคนรุ่นหลัง ​

    หลวงปู่ท่านกล่าวอย่างปลื้มปิติ จากนั้นท่านก็เล่าให้ฟังถึงประวัติของท่านต่อไปว่า ​

    พรรษาที่ 3 อาตมาได้ย้ายออกจากบ้านกุงกระต่าย ไปอยู่บ้านหนองตะครอง ตำบลหนองมะเขือ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น มาอยู่ที่นี่แล้ว ได้มาเรียนวิชาเทศน์กับ พระครูจันทสารโสภณ
    พรรษาที่ 4 อาตมาย้ายไปอยู่บ้านโนนสำนัก ตำบลมูลตุ่น อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น
    พรรษาที่ 5 และพรรษาที่ 6 ย้ายไปอยู่ที่บ้านดงเซ็ง
    พรรษาที่ 7 และ พรรษาที่ 8 ย้ายไปอยู่บ้านหัวนาเหนือ
    พรรษาที่ 9 และ พรรษาที่ 10 กลับไปอยู่บ้านนาจาน
    พรรษาที่ 11 กลับไปอยู่บ้านโนนสำนักอีก
    พรรษาที่ 12 กลับไปอยู่บ้านโนนสี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอาตมาเอง
    พรรษาที่ 13-15 ไปอยู่วัดป่าหินเกิ้งวิปัสสนา
    พรรษาที่ 16-17 ไปอยู่โนรางสาวัตถี ขณะอยู่ที่นี่ได้ พระจันดา จันทูปโม เป็นเพื่อนปฏิบัติธรรมด้วยกัน​

    ตอนที่อยู่บ้านโนนสำนักนั้น ได้มีพระอาจารย์องค์หนึ่งชื่อ พระอาจารย์จอม ท่านผู้นี้ชอบปฏิบัติเช่นกัน เคยออกไปอยู่ป่าอยู่ถ้ำ เพื่อปฏิบัติธรรมกรรมฐานด้วยกันมาเช่นกัน​

    มีอยู่คราวหนึ่งได้ชวนกันไปปฏิบัติธรรมที่ผาเสด็จ ขณะที่อยู่ที่ผาเสด็จนั้น พระอาจารย์จอมเกิดคิดหาเหล็กไหล จึงหาทางลงไปในถ้ำ​

    ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์ประหลาด คือไม่ทราบว่าวัวป่ามาจากไหน

    มาไล่ขวิดพระอาจารย์จอม ส่งผลให้ท่านเจ็บป่วยมานับแต่บัดนั้น จึงได้ฃวนกันกลับวัดเดิม และบัดนี้อาตมาก็ไม่ทราบว่าท่านไปอยู่ไหน ​

    หลวงปู่กล่าวว่า เรื่องการที่พระแสวงหาเหล็กไหล แล้วเกิดเหตุเพทภัยต่างๆ อย่างที่ได้เล่ามานั้น เมื่อพิจารณาดูแล้ว เห็นจะเพราะว่าปราถณาผิดทาง เนื่องจากเชื่อกันว่าเหล็กไหลเป็นของวิเศษ ได้มาแล้วจะทำให้เกิดมงคล และได้สิ่งดีงามต่างๆ ไม่ว่าจะเเป็นแก้วแหวนเงินทอง

    ส่วนอาตมา มิได้ปราถนาอะไรให้มากไป หวังแสวงหาแต่ความสงบ หวังแตมรรคผลนิพพานเท่านั้น จึงทำให้มีชีวิตรอดมาได้ ฉะนั้นขอฝากท่านทั้งหลายได้คิดกันไว้ หลวงปู่กล่าวให้คิด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 16 กรกฎาคม 2011
  16. MAGNETICS

    MAGNETICS เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    502
    ค่าพลัง:
    +992
    มาลงชื่อ ให้กำลังใจ ....

    จะได้เขียนต่อให้อ่านอีก....

    ขอบคุณมากๆที่เอาเรื่องมาลงให้อ่าน ...
     
  17. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797
    เป็นที่สัปปายะ

    ผู้เขียน ได้กราบเรียนถามท่าน ถึงประวัติของักป่าหินเกิ้งต่อไปว่า ทำไมจึงเรียกชื่ออย่างนี้ และใครเป็นคนตั้งชื่อให้เป็นคนแรก หลวงปู่จันทร์ดี เกสาโว ก็เมตตาเล่าว่า ​

    แต่ก่อนเรียก ภูวัด เพราะมีบ้านเรือนของชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง เรียกว่า บ้านน้อย อยู่ทางทิศอีสานของวัดนี้ เขาไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นั้น เขาแตกหนีไปเพราะว่าเจ้าป่าเจ้าเขาแรง และเฮี้ยนมาก ชาวบ้านบางคนจู่ๆก็ตาย คือเป็นเช้า ตายเย็น เป็นเย็น ตายเช้า ​

    อาการที่ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิตก็คือ เขาปวดศรีษะเฉยๆก็ตายเลย ไม่ทราบเป็นโรคอะไร เพราะสมัยก่อนไม่มีแพท่ย์ ไม่มีหมอ บางวันหามศพถึงสองศพก็มี ตายในลักษณะเดียวกัน คือเขาปวดศรีษะ ปวดก็ไม่มากแล้วก็ตายเลย ชาวบ้านที่มีอยู่กว่า 30 หลังคาเรือนจึงต้องอพยพหนีไปอยู่บ้านหนองเรือ ​

    ที่นี่ก็เป็นเช้า ตายเย็น เหมือนกัน อยู่ท่างทิศพายัพ นั่งปวดหัวร้องโอ๊ยๆแล้วก็ตายเลย เขาว่าเจ้าป่าเจ้าเขาแรงมาก เพราะพวกเขาเข้าไปตัดไม้แถวนั้น วิณญานจึงเล่นงานเอา ​

    [​IMG]

    จึงย้ายบ้านเรือนมาทางทิศตะวันออกคือหมู่บ้านก่อนที่จะมาถึงวัดป่าหินเกิ้งของอาตมาในปัจจุบันนี่แหละ ​

    เมื่อชาวบ้านย้ายมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในที่แห่งใหม่นี้แล้ว เขาก็มานิมนต์อาตมาให้ไปอยู่วัด ภูวัด แห่งนั้น ไม่ใช่อาตมาไปเอง เขานิมนต์อาตมาให้ไปไล่ผี

    ช่วงนั้นอาตมาอยู่ที่วัดบ้านโนนสำนัก อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เขาไปนิมนต์ให้ไปไล่ผีอาตมาเลยมา เมื่อมาเห็นแล้วก็เอ๊ะ! น่าอยู่นี่ น่านั่งกรรมฐานดีนี่ เพราะเป็ฯที่สัปปายะ ดีทุกอย่าง อาตมาก็เลยเอาช็อล์กไปเขียนไว้ตามก้อนหินทั่วไปในบริเวณนั้นว่า

    "เจ้าของมาแล้ว พวกท่านทั้งหลายจงยินดีเถิด"

    อาตมาเขียนไปตามก้อนหินทุกก้อนเลย วัดจึงได้ชื่อว่า หินเกิ้ง แปลว่าหินพระจันทร์ เพราะมีก้อนหินมีลักษณะเหมือนพระจันทร์

    ถ้าโยมลงไปที่ถ้ำฤาษี โยมจะเห็นก้อนหินเป็นก้อนกลมๆ เหมือนรูปดวงจันทร์นั่นแหละ มีถ้ำอยู่ด้วย เป็นภูเขาเตี้ย ถ้าตัดไปทางรถไฟไปวัด จะสังเกตว่าพื้นดินนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงวัด พอไปทางเหนือจะเป็นเขาลาดลงไปเลย

    หลวงปู่จันทร์ดี เล่าว่าบริเวณวัดป่าหินเกิ้งของท่านนี้ ทิศตะวันออกมีชลประทานแห่งหนึ่ง ทางทิศเหนือก็มีชลประทานอีกแห่งหนึ่ง
    [​IMG]
    คล้ายๆกับภูเขาหิมาลัยนั่นแหละ ไปทางนี้ก็แม่น้ำโขง ไปทางนี้ก็แม่น้ำคงคา ไปทางโน้นก็แม่น้ำมุนา-อิรวดี-มหิงสา-สารภู คือเป็นที่สัปปายะ(สถานที่สบายเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม และ ประคับประคองรักษาสมาธิ)
    [​IMG]

    เลยเขียนเอาไว้ว่า เจ้าของมาแล้ว

    คือเขียนบอกพระภูมิเจ้าที่เขา เอาชอล์กไปเขียนไว้เลย ไปถึงหินก้อนไหนก็เขียนก้อนนั้น เขียนข้อความอันเดียวกัน

    อาตมาไปอยู่เมื่อ พ.ศ. 2500 อยู่ไม่นานก็หนีไปอีก มาอยู่วัดอาวุธที่กรุงเทพ แล้วไปอยู่วัดบางพลัด คือที่ไหนมีกรรมฐานก็ไปอยู่วัดนั้น เช่นวัดปากน้ำ วักเพลงวิปัสสนา วัดมหาธาตุ หลวงปู่ชอบกรรมฐาน ฝึกกรรมฐานเรื่อยๆ เรียกว่าชอบทางนี้ตั้งแต่เกิด

    "เกิดมาไม่เคยกินเนื้อเลย อย่างที่เล่ามา จนแม่เรียกว่า ควาย คือกินผักกินหญ้า กินผักกระถิน ผักกระเฉด กินต้นหอมเป็นกับฃ้าว กินแล้วก็แล้วไปเลย นิสัยไม่กินเนื้อเพราะเหม็น ไม่ค่อยถูกกันหรอก ไม่ค่อยกินสัตว์ที่มีชีวิต ก็เป็นบารมีอย่างหนึ่ง หลวงปู่กล่าวในความแปลกของท่าน" ​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 16 กรกฎาคม 2011
  18. Delio

    Delio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +210
    มาลงชื่อ อ่านต่อแล้วค่ะ
     
  19. pump - อภิเตโช

    pump - อภิเตโช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1,202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,797

    ลูกสาวเหรอครับ ในภาพ น่ารักมาก
     
  20. อำไพพันธุ์

    อำไพพันธุ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    293
    ค่าพลัง:
    +905

แชร์หน้านี้

Loading...