หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง พระสูตรก่อนนิทรา (6Hr.)

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 24 พฤษภาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,764
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,056
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2017
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,764
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,056
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,764
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,056
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,764
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,056
    ว่าด้วยรัตนสูตรและนํ้ามนต ์นาฑีที่๕๓จากวิดีโอ(ว่าด้วยนํ้ามนต์)
    รัตนสูตร

    รัตนสูตร เป็นพระสูตรที่พระอานนท์เถระเรียนจากพระพุทธองค์โดยตรง เพื่อใช้สวดขจัดปัดเป่าภัยพิบัติร้ายแรงทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับชาวกรุงเวสาลี มีทั้งโรคระบาด อันตรายจากภูตผีปีศาจ ความอดอยากล้มตาย พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้พระอานนท์เถระรำลึกถึงคุณพระรัตนะ คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ ทำสัจกิริยาประพรหมน้ำพระพุทธมนต์ให้เกิดความสุขสวัสดีแก่ชาวกรุงเวสาลี ด้วยอานุภาพแห่งพระรัตนสูตรนี้ ภัยพิบัติร้ายแรงได้ระงับลงอย่างฉับพลัน ปัจจุบันนิยมสวดรัตนสูตรทุกครั้งที่มีการทำน้ำพระพุทธมนต์ ทั้งยังมีอานุภาพป้องกันจากโจรผู้ร้าย นายผู้ปกครอง อาวุธ เคราะห์กรรม สัตว์ร้ายและภัยธรรมชาติอีกด้วย

    (หันทะ มะยัง รัตนะสุตตะปาฐัง ภะณามะ เสฯ)

    ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข

    เหล่าภูตทั้งหลาย ทั้งที่อยู่ ณ ภาคพื้นก็ดี ทั้งที่อยู่ในอากาศก็ดี ที่มาชุมนุมกันอยู่ ณ สถานที่นี้ก็ดี.

    สัพเพ วะ ภูตา สุมะนา ภะวันตุ

    ขอหมู่ภูตทั้งปวงนั้น จงเป็นผู้มีใจดีเถิด

    อะโถปิ สักกัจจะ สุณันตุ ภาสิตัง

    และเชิญฟังคำสดุดีพระรัตนตรัย อันข้าพเจ้ากล่าว โดยเคารพเถิด

    ตัสฺมา หิ ภูตา นิสาเมถะ สัพเพ

    ดูก่อนภูตทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล ท่านทั้งหลายทั้งปวงจงฟังข้าพเจ้า

    เมตตัง กะโรถะ มานุสิยา ปะชายะ

    ขอท่านทั้งหลาย จงกระทำเมตตาจิต ในประชาชาวมนุษย์เถิด

    ทิวา จะ รัตโต จะ หะรันติ เย พะลิง

    ซึ่งเขาทั้งหลาย ทำเทวตาพลีอยู่ ทั้งกลางวันกลางคืน

    ตัสฺมา หิ เน รักขะถะ อัปปะมัตตา

    เพราะเหตุนั้นแล ท่านทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่ประมาท ช่วยคุ้มครองรักษาเขาเหล่านั้นด้วยเถิด

    ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา

    ทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้ หรือในโลกอื่น

    สัคเคสุ วา ยัง ระตะนัง ปะณีตัง

    หรือรัตนะอันใดอันสูงค่า ในสรวงสวรรค์

    นะ โน สะมัง อัตถิ ตะถาคะเตนะ

    ทรัพย์หรือรัตนะนั้นๆ ที่จะเสมอด้วยพระตถาคตเจ้า ไม่มีเลย

    อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง

    ข้อนี้ จัดเป็นรัตนะคุณอันสูงส่ง ในพระพุทธเจ้า

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงบังเกิดมีเถิด

    ขะยัง วิราคัง อะมะตัง ปะณีตัง, ยะทัชฌะคา สักฺยะมุนี สะมาหิโต

    พระศากยมุนีเจ้า ทรงมีพระหฤทัยดำรงมั่น ได้บรรลุธรรมอันใด เป็นที่สิ้นกิเลส เป็นที่สิ้นราคะ เป็นอมตะอย่างแท้จริง

    นะ เตนะ ธัมเมนะ สะมัตถิ กิญจิ

    สิ่งใดๆที่เสมอด้วยพระธรรมนั้น ย่อมไม่มี

    อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง

    ข้อนี้ จัดเป็นรัตนะคุณอันสูงส่ง ในพระธรรม

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงบังเกิดมีเถิด

    ยัมพุทธะเสฏโฐ ปะริวัณณะยี สุจิง

    พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดทรงสรรเสริญสมาธิใดว่าเป็นธรรมอันสะอาด

    สะมาธิมานันตะริกัญญะมาหุ

    บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวถึงสมาธิใด ว่าให้ผลไม่มีสิ่งใดคั่นได้

    สะมาธินา เตนะ สะโม นะ วิชชะติ

    สมาธิอื่น ที่เสมอด้วยสมาธินั้น ย่อมไม่มี

    อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง

    ข้อนี้ ก็จัดเป็นรัตนคุณอันสูงส่ง ในพระธรรม

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีเถิด

    เย ปุคคะลา อัฏฐะ สะตัง ปะสัตถา

    บุคคลเหล่าใด นับเรียงองค์ได้เป็น ๘

    จัตตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนติ

    นับเป็นคู่ได้ ๔ คู่ อันสัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว

    เต ทักขิเณยยา สุคะตัสสะ สาวะกา

    บุคคลเหล่านั้น เป็นสาวกของพระสุคตเจ้า เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน

    เอเตสุ ทันนานิ มะหัปผะลานิ

    ทานทั้งหลาย ที่บุคคลถวายในท่านเหล่านั้น ย่อมมีผลเป็นอันมาก

    อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

    ข้อนี้ จัดเป็นรัตนะคุณอันสูงส่งในพระสงฆ์

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีเถิด

    เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ, นิกกามิโน โคตะมะสาสะนัมหิ

    บุคคลทั้งหลายเหล่าใด ประกอบความเพียรอย่างดี ดำเนินไปในศาสนาของพระโคดมเจ้า ด้วยใจอันมั่นคง

    เต ปัตติปัตตา อะมะตัง วิคัยหะ

    บุคคลทั้งหลายเหล่านั้น หน่วงเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ได้บรรลุคุณอันควรบรรลุ คือ พระอรหัตตผลแล้ว

    ลัทธา มุธา นิพพุติง ภุญชะมานา

    จึงได้เสวยอมตะรส คือ ความสงบเย็น จากความเร่าร้อนทั้งปวง

    อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

    แม้ข้อนี้ ก็เป็นรัตนะคุณอันสูงส่งในพระสงฆ์

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีเถิด

    ยะถินทะขีโล ปะฐะวิง สิโต สิยา, จะตุพภิ วาเตภิ อะสัมปะกัมปิโย

    เสาเขื่อนที่ฝังลงดิน อย่างมั่นคงแล้ว ลมทั้ง ๔ ทิศ ไม่พึงทำให้หวั่นไหวได้ ฉันใด

    ตะถูปะมัง สัปปุริสัง วะทามิ, โยอะริยะสัจจานิ อะเวจจะ ปัสสะติ

    เราตถาคตกล่าว สัตบุรุษผู้หยั่งเห็นอริยสัจธรรมก็มีอุปมาฉันนั้น นั่นแล(หมายถึง พระอริยะบุคคลคือถึงท่านจะถูกกระทบกระทั่งอย่างไร ก็ไม่คืนกลับมาเป็นปุถุชนอีก)

    อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
    แม้ข้อนี้ ก็เป็นรัตนะอันสูงส่ง ในพระสงฆ์

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงบังเกิดมีเถิด

    เย อะริยะสัจจานิ วิภาวะยันติ, คัมภีระปัญเญนะ สุเทสิตานิ

    บุคคลเหล่าใด กระทำอริยสัจจธรรมทั้งหลาย ที่พระบรมศาสดา ผู้มีปัญญาอันลึกซึ้ง ทรงแสดงดีแล้ว ให้แจ่มแจ้งแก่ตนได้

    กิญจาปิ เต โหนติ ภุสัปปะมัตตา

    บุคคลเหล่านั้น ถึงจะยังเป็นผู้ประมาทอยู่มาก(หมายถึงพระโสดาบัน)

    นะ เต ภะวัง อัฏฐะมะมาทิยันติ

    แต่ท่านก็ย่อมไม่ถือเอา ซึ่งภพที่ ๘ (คือเกิดอีกอย่างมากแค่๗ชาติ)

    อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

    แม้ข้อนี้ ก็เป็นรัตนะอันสูงส่ง ในพระสงฆ์

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงบังเกิดมีเถิด

    สะหาวัสสะ ทัสสะนะสัมปะทายะ, ตะยัสสุ ธัมมา ชะหิตา ภะวันติ,สักกายะทิฏฐิ วิจิกิจฉิตัญจะ, สีลัพพะตัง วาปิ ยะทัตถิ กิญจิ

    สังโยชน์ ๓ ประการคือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ซึ่งเป็นกิเลสเครื่องผูกสัตว์ไว้ในภพ อันพระโสดาบันละได้แล้วเพราะความถึงพร้อมแห่งญาณทัสนะ

    จะตูหะปาเยหิ จะ วิปปะมุตโต

    อนึ่ง พระโสดาบันเป็นผู้พ้นได้แล้ว จากอบายภูมิทั้ง ๔

    ฉะ จากิฐานานิ อะภัพโพ กาตุง

    ทั้งไม่อาจที่จะทำอภิฐาน คือฐานะอันหนัก ๖ ประการ(คืออนันตริยกรรม ๕ และการเข้ารีต)

    อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

    แม้ข้อนี้ ก็เป็นรัตนะคุณอันสูงส่ง ในพระสงฆ์

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีเถิด

    กิญจาปิ โส กัมมัง กะโรติ ปาปะกัง, กาเยนะ วาจายุทะ เจตะสา วา

    พระโสดาบันนั้น ยังทำความผิดเล็กน้อยทางกาย ทางวาจา หรือทางใจอยู่บ้างก็จริง

    อะภัพโพ โส ตัสสะ ปะฏิจฉะทายะ

    แต่เมื่อทำแล้ว ท่านเปิดเผย ไม่ปกปิดความผิดนั้นไว้

    อะภัพพะตา ทิฏฐะปะทัสสะ วุตตา

    ความที่บุคคลเข้าถึงกระแสพระนิพพานแล้ว เป็นผู้ไม่ปกปิดความผิดไว้นี้ อันเราตถาคตกล่าวแล้ว

    อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

    แม้ข้อนี้ ก็เป็นรัตนะคุณอันสูงส่ง ในพระสงฆ์

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีเถิด

    วะนัปปะคุมเพ ยะถา ผุสสิตัคเค, คิมหานะ มาเส ปะฐะมัสฺมิง คิมเห

    พุ่มไม้ในป่า แตกยอดในเดือนต้นคิมหันต์ แห่งคิมหันตฤดู ฉันใด

    ตะถูปะมัง ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ

    พระตถาคตเจ้า ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ

    นิพพานะคามิง ปะระมังหิตายะ

    ซึ่งเป็นหนทางให้ถึงพระนิพพาน เพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่สัตว์ทั้งหลาย ก็มีอุปมาฉันนั้น

    อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง

    แม้ข้อนี้ ก็เป็นรัตนะคุณอันสูงส่ง ในพระพุทธเจ้า

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีเถิด

    วะโร วะรัญญู วะระโท วะราหะโร

    พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงทราบธรรมอันประเสริฐ ประทานธรรมอันประเสริฐ นำมาซึ่งธรรมอันประเสริฐ

    อะนุตตะโร ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ

    ทรงเป็นผู้ไม่มีใครยิ่งกว่า ได้ทรงแสดงแล้วซึ่งพระธรรมอันประเสริฐ

    อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง

    แม้ข้อนี้ ก็เป็นรัตนะคุณอันสูงส่ง ในพระพุทธเจ้า

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีเถิด

    ขีณัง ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง

    กรรมเก่า ของพระอริยบุคคลเหล่าใดสิ้นแล้ว, กรรมสมภพใหม่ย่อมไม่มี

    วิรัตตะจิตตายะติเก ภะวัสฺมิง

    พระอริยะบุคคลเหล่าใด มีจิตอันหน่ายแล้วในภพต่อไป

    เต ขีณะพีชา อะวิรุฬหิฉันทา

    พระอรหันต์เหล่านั้นมีพืชคือวิญญาณสิ้นไปแล้ว, ไม่มีความพอใจที่จะเกิดอีกต่อไป

    นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป

    เป็นผู้มีปัญญา ย่อมนิพพาน เหมือนดังดวงประทีปที่ดับไปฉะนั้น

    อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง

    แม้ข้อนี้ ก็เป็นรัตนะคุณอันสูงส่ง ในพระสงฆ์

    เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ

    ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีเถิดฯ

    ข้าพเจ้าพยายามเลือกรูปแบบตัวอักษรให้อ่านออกง่ายเพราะมีทั้งพินทุ สระอุ หรือ ฏ ซึ่งอาจคล้าย ฎ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้นำไปท่องเกิดความสงสัยไม่แน่ใจ หากท่านผู้อ่านมีคำแนะนำใดๆก็พร้อมจะทำตามเพื่อให้ถูกต้องเหมาะสมกับทุกท่านครับ

    ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า


    ข้าพเจ้าเห็นว่าบทสวดพุทธมนต์นี้ดีนัก เมื่อได้อ่านคำแปลแล้วเสมือนหนึ่งพระพุทธองค์ทรงประทานคำสอนไว้ให้ประพฤติปฏิบัติไปด้วย ข้าพเจ้าจึงปรารถนาให้ผู้ใฝ่ในธรรมได้อ่าน ได้ท่องบ่นพุทธมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลของท่านทั้งหลาย และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกประการหนึ่ง อนึ่ง ข้าพเจ้าคัดลอกมาด้วยความระมัดระวังทั้งอักขระไม่ให้ผิดเพี้ยน หากแต่จะเกิดผิดพลาดประการใดขึ้น ขอท่านผู้รู้ได้กรุณาแจ้งให้ทราบเพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุง ให้ผู้คัดลอกต่อๆไปนำไปสวดโดยถูกต้อง รวมถึงตัวข้าพเจ้าที่สวดอยู่นี้ก็จะได้แก้ไขปรับปรุงตาม

    ผลบุญใดที่เกิดจากการเผยแพร่และสวดบริกรรมพุทธมนต์นี้ ขอจงเป็นปัจจัยให้เหล่าพุทธบริษัททั้งหลายเป็นผู้เจริญในธรรม ให้ถึงบทอันเกษม กล่าวคือถึงซึ่งพระนิพพาน ความปรารถนาที่ดีงามของท่านทั้งหลายจงประสบผลสำเร็จโดยพลัน

    ขอบพระคุณที่มา: https://www.gotoknow.org/posts/403685
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2017

แชร์หน้านี้

Loading...