หัวใจการเจริญพระกรรมฐาน โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย เทพออระฤทธิ์, 13 มิถุนายน 2008.

  1. เทพออระฤทธิ์

    เทพออระฤทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    4,574
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +22,021
    [​IMG]


    หัวใจการเจริญพระกรรมฐาน


    วันนี้ก็จะขอย้อนพูดถึงหัวใจของการเจริญสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนาเมื่อฟังแล้วก็จำกันไว้ด้วย ตามธรรมดาพระพุทธเจ้าท่านพูดไม่ซ้ำตามแนวของพระพุทธเจ้ามีคำอยู่ว่า อักขาตาโร ตถาคตา ตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอกไม่ใช่ยกยอปอปั้นให้ใครได้ฌานสมาบัติ การปฏิบัติจะให้ได้ดีในเขตของพระพุทธศาสนาเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องปฏิบัติตามกระแสพระสัทธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสิ่งใดที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามหรือแนะนำว่าไม่สมควร สิ่งนั้นเราต้องเว้นเด็ดขาดถ้าสิ่งใดที่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าทรงสนับสนุน สิ่งนั้นต้องทำด้วยชีวิตจงพยายามทำด้วยจิตใจที่แท้จริง

    การเจริญหรือปฏิบัติความดีในพระพุทธศาสนาเพื่อมรรคผลที่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่มากว่าการปฏิบัติด้วยอาการเครียดเป็นของดีนี่เราก็ต้องหันไปดูพระธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จัดว่าเป็นปฐมเทศนาที่แสดงกับท่านปัญจวัคคีย์ฤาษีทั้งห้ามีท่านอัญญาโกณฑัญญะเป็นต้น ในสมัยเมื่อองค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณใหม่ๆ เวลานั้นองค์สมเด็จพระจอมไตรตั้งใจมาเทศน์โปรดพุทธบริษัททั้งห้า หัวใจแห่งการแสดงพระสัทธรรมเทศนาเวลานั้นมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน คือ

    1. อัตตกิลมถานุโยค
    2. กามสุขัลลิกานุโยค
    3. มัชฌิมาปฏิปทา

    สามอย่างนี้เพราะว่าเวลานั้นเป็นเวลาเชื่อมระหว่างพระพุทธศาสนากับศาสนาพราหมณ์เดิมที่พราหมณ์ชอบปฏิบัติตัวในด้านอัตตกิลมถานุโยค มีการทรมานตัวบ้างนั่งไม่กินข้าวบ้าง กินข้าวเวลาเดียวบ้าง กินข้าวเฉพาะบ้านที่เขาให้บ้านเดียวบ้างกินข้าวแต่เพียงเล็กน้อยบ้าง ไม่ยอมนอนบ้าง มีการทรมานกายมีการอดข้าวบ้างอย่างนี้เป็นต้น พราหมณ์เขาชอบทรมานตน วิธีนี้องค์สมเด็จพระจอมไตรก็ลองเหมือนกันเพราะว่าสมัยนั้นเขาถือว่าดี องค์สมเด็จพระชินสีห์ก็ทำทำมาสิ้นเวลาหกปีจนร่างกายซูบผอมมาก เดินซวนจะล้มเอามือลูบร่างกายรู้สึกว่าขนมันหลุดตามมือแสดงว่าเลือดไม่มีจะเลี้ยงมันก็ไม่สำเร็จผลต่อมาองค์สมเด็จพระทศพลอาศัยที่มีบารมีแก่กล้าเต็มบริบูรณ์จึงมีอารมณ์เกิดขึ้นทางใจว่า การบรรลุผลเห็นจะไม่ใช่มาในทางส่วนอัตตกิลมถานุโยค คือการทรมานตน องค์สมเด็จพระทศพลจึงได้ทรงฉันพระกระยาหารมีกำลังดีแล้วองค์สมเด็จพระประทีปแก้วจึงเอาหญ้าคาที่เขาถวาย 8 กำปูลงข้างต้นโพธิแล้วนั่งหันหลังพึงโคนโพธิ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทรงอธิษฐานพระทัยว่าถ้าเราไม่สำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณเพียงใด เลือดและเนื้อของเราจะเหือดแห้งไปก็ตามทีหรือว่าชีวิตนี้จะสิ้นไป เราจะไม่ยอมลุกจากที่นี่ เป็นอันว่าวันนั้นเององค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณในวันนั้น คือวันเพ็ญกลางเดือนแปดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์องค์สมเด็จพระชินสีห์จึงได้มีพระพุทธฏีกาว่า

    ดูก่อนท่านทั้งหลายส่วนสุดสองอย่าง เราปรารถนามรรคผลจงอย่าเข้าไปแตะต้อง คือ อัตตกิลมถานุโยคการปฏิบัติตนด้วยความลำบาก มีการเคร่งเครียด มีการทรมานกายนี่ก็เห็นว่าเวลานี่เราก็นิยมกันมากสำหรับนักปฏิบัติที่ชอบผิดสาย คือชอบนั่งกันนานๆทรมานเป็นชั่วโมงๆ ถือว่าเป็นการดี อันนี้ผิด เป็นอันว่าการทรมานกายนี้องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาถือว่าผิด ไม่ใช่ทางบรรลุมรรคผล มันเครียดเกินไป

    ส่วนสุดเบื้องต่ำอีกอย่างหนึ่งคือ กามสุขัลลิกานุโยคเวลาที่เรานั่งภาวนาไปก็นึกอยากจะถึงนั่น อยากจะถึงนี่ อยากจะเป็นอย่างนี้อยากจะเป็นอย่างนี้ ไอ้ตัวอยากนี่มันเป็นตัณหา คือเป็นกิเลสแล้วทำไมเราจึงไปอยากกัน

    นี่อาการสองอย่างนี้องค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาทรงให้ละเสียอย่าเข้าไปแตะต้องส่วนที่สมควรเป็นการบรรลุมรรคผลได้จริงๆ ก็คือ มัชฌิมาปฏิปทา การปฏิบัติตนพอดีพอควรนั่งมันเมื่อยก็นอน นอนไม่สบายก็ยืน ยืนไม่ถนัดก็เดิน ใช้ได้ในอิริยาบถทั้งสี่เอาแต่พอดีพอควร ไม่เกินพอดีเกินไป แล้วทำจิตใจให้ตรงเฉพาะต่ออารมณ์ที่เราต้องการนี่อย่างนี้เขาเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทาที่นักปฏิบัติจะต้องพยายามปฏิบัติให้ตรงสายจริง นี่เป็นกฏใหญ่

    ต่อไปเราก็หันเข้าไปดูในอุทุมพริกสูตร หรือพรที่ พระเทวทัต ขอต่อพระพุทธเจ้ามีส่วนที่เป็นอุปกิเลสหลายอย่างด้วยกัน ที่นักปฏิบัติในสมัยปัจจุบันมีความต้องการแล้วมันก็จะไปได้อะไร ยังมีความเห็นว่าการกินข้าวหนเดียวการไม่กินเนื้อสัตว์เลยเป็นการบรรลุมรรคผล เราก็ดูองค์สมเด็จพระทศพลสมัยนั้นพระเทวทัตขอพรต่อพระพุทธเจ้าว่า พระที่อยู่ป่าจงอยู่ป่าอย่าเข้าบ้านพระที่อยู่ในบ้านจงอย่าออกป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระทั้งหลายจงอย่าฉันเนื้อสัตว์เพราะเป็นการสนับสนุนชาวบ้านให้ทำบาป เมื่อชาวบ้านอยากจะทำบุญก็เอาเนื้อสัตว์มาถวายอันนี้องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาไม่ยอมปฏิบัติตามเพราะอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของอัตตกิลมถานุโยคเพราะว่าถ้าชาวบ้านเขากินเนื้อสัตว์พระไม่กินเนื้อสัตว์ ชาวบ้านก็เกิดความลำบากจะต้องทำอาหารเป็นสองประการ แล้วอีกประการหนึ่งพระองก็จะมีความลำบากลำบากด้วยอาหารเพราะชาวบ้านเขาไม่มีจะให้

    การบริโภคอาหารนี่องค์สมเด็จพระจอมไตรมีระเบียบอยู่แล้ว จะเป็นอาหารประเภทไหนก็ตามถ้าเว้นไว้จากที่พระวินัยบังคับและอาหารที่เป็นโทษกับร่างกายก่อนที่จะฉันอาหารองค์สมเด็จพระจอมไตรให้พิจารณาเป็นอาหาเรปฏิกูลสัญญาพิจารณาว่าอาหารนี่มันมีพื้นฐานมาจากความสกปรก พืชพันธุ์ธัญญาหารก็สกปรกเนื้อสัตว์ก็สกปรก ที่เรากินของสกปรกเข้าไป ร่างกายของเราก็สกปรกมันจะเอาอะไรมาสะอาด ร่างกายของเราก็ดี ร่างกายของสัตว์ก็ดี มีสภาพน่าเกลียดแต่ว่าเรากินไปเพื่อยังอัตภาพให้เป็นไปเท่านั้น เราจะไม่เมาชีวิตเราจะไม่เมาในร่างกาย เราจะไม่ติดในรสอาหารระเบียบนี้องค์สมเด็จพระพิชิตมารมีอยู่แล้ว

    สำหรับในอุทุมพริกสูตรองค์สมเด็จพระประทีปแก้วตรัสถึงอุปกิเลสหลายประการรวมแล้ว 40 ประการด้วยกันว่าที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวว่า เจ้าจงอย่าคิดว่าบุคคลอื่นเขาโลภในอาหารอย่าทะนงตนว่าเป็นบุคคลดี เป็นคนกินน้อยบริโภคน้อย บุคคลนั้นกินมากบริโภคมากบุคคลนั้นเป็นผู้ไม่เลือกอาหารอย่างนี้เป็นต้น นี่เป็นอันว่าการปฏิบัติภายนอกนี่องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาไม่ทรงสรรเสริญ เพราะไม่ใช่ทางบรรลุมรรคผลทางที่จะบรรลุมรรคผลมันมีอยู่เฉพาะที่ใจเท่านั้น ทำตัวให้สบายเราไปทางไหนเข้ากับสังคมนั้นเขาได้ถ้าหากว่าเราปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เหมือนกับสังคมนั้น ก็จะเกิดการทะนงตัวเป็นกิเลสไปว่า สมาคมนั้นสู้เราไม่ได้ สมาคมนี้สู้เราไม่ได้ สมาคมนั้นดีกว่าเราสมาคมนี้เลวกว่าเรา กลายเป็นมานะถือตัวถือตนไปนี่เป็นอารมณ์ของอุปกิเลสใช้ไม่ได้

    ดูองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระอรหันต์เป็นจำนวนมากที่บรรลุมรรคผลองค์สมเด็จพระทศพลไม่เคยสั่งให้ระงับนั่นระงับนี่ นอกจากอาการปกติการฉันภัตตาหารให้เป็นไปตามระเบียบที่ชาวบ้านเขานำมาถวายเท่าที่มันมีเขามีมาแค่นี้เราไม่เลือกอย่างโน้น ถือว่ายังอัตภาพให้เป็นไป เขาให้มากก็กินมากให้น้อยก็กินน้อย เขาให้มากกินมากเกินไปก็ไม่ได้ การบริโภคอาหารให้เป็นไปตามโภชเนมัตตัญญุตา การรู้จักประมาณกินอาหาร กินไม่มากไม่น้อยเกินไปเอาตามสมควรไม่นั่งเพ่งโทษบุคคลอื่น นี่เป็นอารมณ์อันหนึ่ง

    อีกอันหนึ่งต้องทำใจของเราให้หยุดอยู่ในจุดสงบ หมายความว่าเราเพ่งเล็งจิตของเราแต่ผู้เดียว ตามพระบาลีว่า อัตตนา โจทยัตตานังจงเตือนตนด้วยตนเองไว้เสมอว่าคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้ว่ายังไงให้เราปฏิบัติ ห้ามไว้แบบไหนไม่ให้เราทำ นี่อันนี้ต้องปฏิบัติให้เคร่งครัดไม่ใช่จะไปนึกเอาตามอารมณ์ที่ชาวบ้านเขาทำกัน เห็นชาวบ้านเขาทำชาวบ้านไม่ใช่พระพุทธเจ้าถ้าคนนั้นเขาดีจริงๆเขาก็ต้องเป็นพระพุทธเจ้าที่เขาสร้างแบบแผนขึ้นมาหักล้างคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านี่เราเป็นพุทธสาวกปฏิบัติตามไม่ได้ ถ้าขืนปฏิบัติตามเราก็ไม่มีมรรคผลใดๆตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน เพราะคัดค้านคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสียแล้ว

    สำหรับอารมณ์ทางใจ อารมณ์ทางใจก็มีอยู่ว่า อันดับแรกองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาให้พิจารณาแต่จิตของตัวเท่านั้นจริยาของบุคคลอื่นจะเป็นยังไงก็ช่าง ที่ว่า อักขาตาโร ตถาคตา ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกอัตตนา โจทยัตตานัง จงเตือนตนด้วยตนเองเตือนไว้ว่าพระพุทธเจ้าสอนเราไว้แบบไหนเราทำตามนั้น พระพุทธเจ้าห้ามแบบไหน เราเว้นตามนั้นนี่เป็นประการหนึ่งที่เราจะต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัด

    วิธีปฏิบัติที่ให้จิตเข้าถึงฌานหรือวิปัสสนาญาณขั้นดี จงจำไว้ว่า สมถะแปลว่า อุบายเป็นเครื่องสงบใจ สมถภาวนาไม่ใช่อุบายเป็นเครื่องเห็นผีเห็นเทวดาเห็นนรกเห็นสวรรค์ เห็นภาพต่างๆ ไม่ใช่อย่างงั้น จำคำแปลให้ดี สมถะแปลว่าอุบายเป็นเครื่องสงบใจ ทำใจให้สงบจากอารมณ์ภายนอกยืดถืออารมณ์ฝ่ายเดียวที่เราตั้งใจไว้

    อันดับแรกองค์สมเด็จพระจอมไตรให้ระงับความคิดที่จะไปนั่งเพ่งเล็งชาวบ้านเขาคนนั้นดีคนนี้เลวดูใจเราเฉพาะเท่านั้นว่าใจของเรามันดีหรือว่าใจของเรามันเลว ใช้สติสัมปชัญญะควบคุม

    ประการที่ 2 ให้มีศีลบริสุทธิ์
    ประการที่ 3 ระงับนิวรณ์ห้าประการได้ทุกขณะ นิวรณ์ห้า คือ
    ระงับจากความปรารถนาในกามารมณ์รูปสวย เสียงเพราะ รสอร่อย กลิ่นหอม สัมผัสที่เราต้องการอารมณ์เกลือกกลั้วไปด้วยกามารมณ์ อันนี้ต้องระงับได้ทันทีทันใดแล้วก็เสมอ

    ระงับจากความโกรธความพยาบาท
    ระงับจากความง่วงเหงาหาวนอน
    อย่างนี้วันนี้ได้ยินเสียงแว่วๆ เข้ามา เราต้องไม่สนใจในเสียง อุทธัจจะกุกกุจจะ จิตไม่ฟุ้งซ่านไปตามเสียง แล้วก็ไม่รำคาญตามเสียงจับองค์ภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัยให้ทรงอยู่

    ไม่สงสัยในคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    นอกจากนั้นองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ทรงพรหมวิหารสี่ คือ

    มีเมตตาปกติ คิดว่าเราไม่เป็นศัตรูกับใครเราจะเป็นมิตรกับคนและสัตว์ทั้งหมดทั่วโลก ทำใจให้สบาย

    กรุณาเรามีความสงสาร จะสงเคราะห์คนและสัตว์ให้มีความสุขตามกำลังที่เราจะทำได้

    มุทิตา มีจิตอ่อนโยน ไม่อิจฉาริษยาใคร พลอยยินดีเมื่อบุคคลอื่นได้ดี

    อุเบกขา วางเฉยไว้ อย่างเสียงเขาเปิดขยายเสียงกันวันนี้ นั่นเขาถูกคอกันเขาก็ต้องใช้เสียงประเล้าประโลมเป็นเรื่องของเขางานการทำสมาธิจิตเป็นเรื่องของเรา

    นี่ หลักใหญ่ในการเจริญพระกรรมฐานมีเท่านี้ ถ้าหากว่าเราทรงอารมณ์ได้ตามนี้แล้วไม่ฝ่าฝืนคำตักเตือนขององค์สมเด็จพระประทีปแก้วแล้วก็ปฏิบัติตามคำสอนประเดี๋ยวมันก็ได้ฌานสมาบัติ

    เอ้า วันนี้เราลองสอบใจกัน วันนี้แหละดีมากเพราะว่าเสียงขยายเสียงเข้ามารบกวนยิ่งดี ไม่ใช่ของไม่ดีอันดับแรกเราก็พยายามจับลมหายใจเข้าออกเพราะลมหายใจเข้าออกนี่ระงับอารมณ์ฟุ้งซ่านของจิต หายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้าหายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก หรือนับก็ได้ หายใจเข้าหายใจออกนับเป็น 1 ลองนับดูซิมันจะได้สักเท่าไร นับมันแค่ 10 คู่ พอถึง 10 คู่ แล้วเราก็ขึ้นต้นใหม่ดูซิชั่วเวลา 30 นาทีนี่เราจะแพ้เสียงหรือว่าเราจะชนะเสียง

    ถ้าหูเรายังได้ยินเสียงถนัด รู้เขาร้องเพลงทุกอย่าง แต่ว่าใจไม่รำคาญอันนี้ชื่อว่า จิตของเราเป็นปฐมฌาน ถ้าหากว่าเสียงเราได้ยินเบาลง อารมณ์แช่มชื่นขาดคำภาวนาขาดไป อันนี้ชื่อว่าเป็นฌานที่ 2 ถ้าลมหายใจเข้าออกรู้สึกว่าแผ่วเบาลงมากอาการตึงเป๋ง ร่างกายเหมือนเครียด หูได้ยินเสียงแว่วๆ น้อยๆ จิตทรงสมาธิได้ดีอันนี้เป็นฌานที่ 3 ขณะใดถ้าภาวนาไป พิจารณาไป บังเอิญหูไม่ได้ยินเสียงเลยคิดว่าเขาเลิกไปแล้ว ใจสบาย โปร่ง อันนี้เป็นฌานที่ 4

    นี่เป็นเครื่องวัดสำหรับวันนี้ว่าการเจริญเราเจริญพระกรรมฐานกันมาตั้งนานแล้ว นี่มีผลเป็นประการใด

    เอาละ ต่อแต่นี้ไปขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน พยายามตั้งกายให้ตรงดำรงจิตให้มั่นกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก ใช้คำภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัยจนกว่าจะได้ยินสัญญาณบอกหมดเวลา ลองซ้อมใจดูนะว่า สมาธิเราฝึกกันมามีผลหรือไม่มีผลวันนี้มันดีมากเป็นการซ้อมไปในตัวเสร็จ

    ที่มา http://praruttanatri.com/v1/special/books/kmt40/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 มิถุนายน 2008
  2. oomsin2515

    oomsin2515 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    2,934
    ค่าพลัง:
    +3,389
    กุศลผลบุญใด ๆ ก็ตามที่ข้าพเจ้าได้ทำมาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศให้<O:p</O:p


     
  3. junior phumivat

    junior phumivat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    1,347
    ค่าพลัง:
    +1,696
    ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพบแล้ว ขอธรรมนั้น จงสำเร็จแก่ท่านทั้งหลายโดยเร็วด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ
    อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
     
  4. aza555

    aza555 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +27
    อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ - ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก
    อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด สาธุ<!-- / message -->
     
  5. สังวรคุณ

    สังวรคุณ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    149
    ค่าพลัง:
    +766
    น้อมจิตกราบแทบเท้าองค์หลวงพ่อด้วยความเคารพเป็นที่ยิ่ง ขอบาระมีองค์หลวงพ่อคุ้มครองกาย วาจา ใจ และอทิสสมานกายของ ลูกหลานและคณะศิษย์ ที่มีความเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อทุกๆคน ให้หลุดพ้นจากบ่วงแห่งมาร ให้หลุดพ้นจากอำนาจของกิเลส ตัณหา อุปาทาน และ อกุศลกรรมทั้งหลาย นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะเข้าถึงซึ่งพระนิพพานด้วยเถิด ธรรมใดที่องค์หลวงพ่อเข้าถึงแล้ว ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเข้าถึงธรรมนั้นโดยฉับพลัน ในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเทอญ
     
  6. sund

    sund Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +50
    อนุโมทนาสาธุ เป็นประโยชน์มากเพราะย้ายที่มาอยู่ร้านค้าตกเย็นมีเสียงคาราโอเกะทุกวันจะลองปฏิบัติดู
     
  7. อรรัชช์ฐาน์

    อรรัชช์ฐาน์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    299
    ค่าพลัง:
    +435
    โมทนา สาธุ สาธุ สาธุ
    [​IMG]
     
  8. อมตบุญ

    อมตบุญ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +7
  9. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    17,573
    กระทู้เรื่องเด่น:
    33
    ค่าพลัง:
    +20,828
    สนใจก็ฟังได้ตามนี้ครับ เจริญในธรรมครับทุกคน

    หัวใจการเจริญพระกรรมฐาน - Buddhism Audio

    <center> หัวใจการเจริญพระกรรมฐาน

    </center>
    <hr style="color: rgb(255, 255, 255); background-color: rgb(255, 255, 255);" size="1">
    Artist: หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ( หลวงพ่อฤาษีลิงดํา )
    <fieldset class="fieldset"><legend>รูปขนาดเล็ก</legend> [​IMG]
    </fieldset> <fieldset class="fieldset"><legend>ไฟล์แนบข้อความ</legend> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="3"> <tbody> <tr> <td width="20"><input id="play_60011" checked="checked" value="attachment.php?attachmentid=60011" name="Music" type="radio">ฟัง</td> <td>[​IMG]</td> <td>หัวใจการเจริญพระกรรมฐาน - หลวงพ่อพ.mp3 (8.76 MB, 0 views)</td></tr></tbody></table></fieldset>
    หัวใจการเจริญพระกรรมฐาน

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ( หลวงพ่อฤาษีลิงดํา )

    ที่มา :

    http://buddhasattha.com/2010/03/21/%...B8%90%E0%B8%B2
     

แชร์หน้านี้

Loading...