อย่าคิดว่าเราดีกว่าหมา

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย Wannachai001, 8 กุมภาพันธ์ 2020.

  1. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    8,282
    กระทู้เรื่องเด่น:
    26
    ค่าพลัง:
    +221,093
    crop.jpg


    อย่าคิดว่าเราดีกว่าหมา

    ว่ายังไงโยม เห็นไหม คนเลวกว่าหมาไม่โกรธ ว่าเลวกว่าหมาไม่โกรธแล้ว แต่ก่อนแหมทำเบ่งนึกว่าดีกว่าหมา ใช่ไหม สู้หมาไม่ได้ หมาเดินแก้ผ้ากลางถนน เราเดินไม่ได้ หมาขี้กลางถนนได้ เราขี้กลางถนนไม่ได้ เราสู้หมาไม่ได้ (หัวเราะ) หมาทำอะไรไม่ต้องเสียภาษี นี่เราต้องเสียภาษีอากรใช่ไหม สู้ไม่ได้หลายอย่าง (หัวเราะ) กลับไปบ้านคุยฟุ้งเลยโยม บอก แหม ข้าเพิ่งรู้ว่าข้าก็สู้หมาไม่ได้ แหม นึกว่าเก่ง

    แต่ความจริงพวกสัตว์ประเภทนี้นะเวลาตายจริงๆ มันก็ได้เปรียบเราเหมือนกันโยม ถ้าเป็นสุนัขที่คนเลี้ยงแล้วคนสงเคราะห์นี่ บาปเก่ามันเริ่มหมด พวกนี้ตายปุ๊บลงไปก็มี 2 ทาง ถ้าไม่ไปเป็นเทวดาหรือพรหมก็เป็นมนุษย์ มันไม่ลงล่าง ได้เปรียบมากกว่าเรา เรามาถึงขั้นเป็นมนุษย์แล้ว ถ้าไม่ดีมันตีตั๋วลงนรกใหม่ ใช่ไหม พวกนี้มันชำระหนี้มาเพื่อหมด นี่เราเสียท่ามันอีกนะ ถ้าไม่ปฏิบัติดียิ่งเสียท่าหนัก หมาดันไปสวรรค์เป็นเทวดา เราปาไปเป็นสัตว์นรกอีก แหม (หัวเราะ)

    เอ้า นี่พูดตามความเป็นจริงนะ คือว่าคนเหยียดหยามสุนัข บางทีก็รู้สึกสลดใจนะโยม คนนี่มันไม่แน่ ตายแล้วอาจจะลงนรกได้ พวกหมานี่ไม่ลงแน่ ถ้าเขาใช้หนี้กรรมของเขายัง
    ไม่หมด เกิดเป็นหมาชาตินี้ ชาติหน้าเป็นหมาใหม่ก็ได้ ใช่ไหม แต่ว่าหมาตัวไหนถ้าชาวบ้านเลี้ยง เลี้ยงก็แบบเราเลี้ยงธรรมดานี่ละ มีการให้กินข้าว ใช่ไหมล่ะ ถ้าคนสงเคราะห์ แสดงว่ากรรมเก่าเริ่มหมด ถ้าไอ้ตัวไหนยังต้องเดินอดเดินอยากอยู่ อันนี้ก็ยังต้องเกิดต่อไปอีก เขาจะอยู่กับคนจนหรืออยู่กับคนรวยไม่สำคัญ คือว่าเจ้าของมีโอกาสให้ข้าวกิน นั่นแสดงว่าทานบารมีเดิมกับเมตตาบารมีเดิมของเขาเริ่มให้ผล ใช่ไหม

    ฉันสังเกตดูหลายตัว ถ้าหมาในวัดตายทีไร ไม่เป็นเทวดาก็พรหม เพราะมันชอบใจ
    ในพระ พระสงเคราะห์ พระให้อาหารหมา อาหารแค่ไหนไม่สำคัญ ให้มันผูกจิตใจกับ
    พระ อย่างโฆสกเทพบุตร ท่านไม่ได้ทำอะไรมาก ท่านรักพระปัจเจกพุทธเจ้า ตายแล้วก็
    เป็นเทวดา เป็นโฆสกเทพบุตร ตอนนั้นเป็นหมาใช่ไหม นี่หมาอยู่กับวัดได้เปรียบ

    แต่ว่าตัวไหนถ้าอยู่ที่บ้าน ชาวบ้านเขาสงเคราะห์ ก็สงเคราะห์อย่างเราให้กินน้ำข้าวบ้าง กินข้าวบ้าง อาหารเหลือบ้าง อันนี้นะเมตตาบารมีกับทานบารมีเดิมของเขาเริ่มสนองแล้ว ทีนี้
    ถ้าตายแล้วไปสวรรค์หมด ถ้าไม่ไปสวรรค์ก็ไปเป็นคน ถามว่าไปสวรรค์ชั้นไหน อันนี้ก็
    ต้องบอกแล้วแต่บุญเดิม บุญเดิมที่ทำไว้ของเขาทำอะไรไว้ ใช่ไหม

    นั่นก็หมายความว่าก่อนที่เขาตายจากความเป็นคน บาปทำให้เขาเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าถึงที่สุดแล้วชำระหนี้บาปหมดก็เหลือแต่บุญ ซึ่งตรงกันข้ามกับคน คนสร้างบาปอกุศลไว้ในตอนต้น แล้วมาตอนหลังสร้างบุญบารมีดี ตายจากความเป็นคนเป็นเทวดาหรือพรหม ถ้าหมดบุญวาสนาบารมี พุ่งหลาวเลย ลงนรกไปเลย มันก็ต้องสนองกันแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเราเกิดเป็นคนแล้วต้องเกิดเป็นคนต่อไป มันหวังยากเหลือเกิน

    โยมตายแล้วเป็นอะไร ? เอ ต่างจากฉัน ฉันตายจากคนแล้วเป็นผี (หัวเราะ)


    (จากธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 173 เดือนสิงหาคม 2538 หน้า 11-12)


    https://palungjit.org/threads/นานาเรื่องราวหลวงพ่อพระราชพรหมยาน.538477/page-590
     

แชร์หน้านี้

Loading...