เรื่องเด่น อานิสงส์ การทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศล

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 12 ตุลาคม 2015.

  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    a.jpg



    บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
    19 มีนาคม ·
    อานิสงส์ของการทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศล

    โดยหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

    ท่าน สาธุชนพุธบริษัททั้งหลาย ที่เป็นศิษย์หรือไม่ใช่ลูกศิษย์ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้ป่วยมาก มีอาการเพลียเป็นพิเศษ นั่งที่ไหนก็อยากจะหลับ พอดีเป็นวันพระแรม ๘ ค่ำเดือน ๘ จะลงศาลาก็คงไม่ไหว เทศน์ก็เทศน์ไม่ไหว จะเดินก็เดินไม่ไหว ความตายมันคลานเข้ามาเต็มที ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง ที่พระพุทธเจ้าเทศน์กับเปสการีท่องไว้ทุกวัน จำไว้ทุกวัน มีความรู้สึกกว่า ไม่ช้าชีวิตนี้มันก็ต้องตายถ้าความตายมันเข้ามาถึง บรรดาท่านทั้งหลาย สิ่งที่ต้องการนั้นคือพระนิพพาน ใครเข้าหาว่า บ้าๆ บวมๆ ก็ตามใจ บางท่านบอกว่า พระนิพพานสูญ ตามตำราต่างๆ ก็บอกว่ามีสภาพสูญ แต่ทว่าเมื่อปี ๒๕๐๐ ปีนั้นป่วยมาก ต้องเข้าโรงพยาบาลวันแรก มีการอืดเสียดหนัก ตอนหัวค่ำ วันที่สอง ก็มีอาการอืดเสียดหนักตอนหัวค่ำ พอวันที่สาม จึงสั่งจ่าพยาบาล ให้ไขเตียงให้นั่งได้ เตรียมตัวว่าวันนี้ ถ้าจะขอตาย ก็ตายด้วยสมาธิ และวิปัสสนาญาณเวลา๑ทุ่ม

    ก็เริ่ม ทำสมาธิ คิดว่าประมาณ ๒ ทุ่ม ทุกวัน ๒วันมาแล้ว แต่ว่าวัน นี้แปลก คำว่า วันนี้หมายถึง วันนั้นนะ วันนั้นแปลก แทนที่จะมีอาการอืดเสียดกลับมีใจปลอดโปร่งสบายมาก มีอารมณ์เป็นสุข มีอารมณ์แช่ม ชื่นปลอดโปร่งปลดปล่อยทุกอย่าง การป่วยคราวนั้น บรรดาท่านพุทธบริษัท เป็นการป่วยที่แปลกที่สุดพอร่างกายเข้าถึงโรงพยาบาลอารมณ์ก็วางทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ไม่มีอะไรต้องการทรัพย์สินต่างๆ ทั้งหมดไม่นึกถึง ญาติพี่น้อง ผู้ที่สมาคมไม่นึกถึง ไม่นึกถึงอะไรทั้งหมด จิตมีอารมณ์เฉยสบาย คิดอยู่อย่างเดียวว่า แม้ร่างกายสักครู่เดี่ยวมันอาจจะตาย ถ้ามันตายเวลานี้ก็เป็นเรื่องมัน ไม่เสียดายร่างกาย อารมณ์เป็นสุขใครไปใครมา ก็คุยปรกติ บางคนคิดว่าไม่ได้ป่วย แต่ความจริงเดินไม่ค่อยไหว แต่ว่าเวลานั้น ปรากฏว่า เวลา ๒ทุ่ม ตรง เป็นเวลาที่อาการอืดเสืยดมันจะมา กลับกลายเป็นท้าวสหัมบดีพรหมท่านมา

    ท่าน มาให้ลักษณะร่างกายของท่านเต็มอัตราแต่งต้วสวยมากทรวดทรงสวย แสงสว่างมาก ทั่วจักรวาล ท่านมาถึง ท่านก็ยืนบอกว่าคุณพระพุทธ ทรงว่าพุทธเจ้าสั่งให้ไปเข้าเฝ้า ก็ถามว่า พระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน ท่านก็บอกว่าพระพุทธเจ้า อยู่ที่นิพพาน ท่านให้คุณไปพบท่าน ก็บอกท่านว่า นิพพานอยู่ไหน อาตมาก็ไม่ทราบถ้างั้นท่านพาไปก็แล้วกัน อาตมาจะตามไป ท่านก็ออกหน้าไป แทนที่ท่านจะพาสวรรค์ ไปพรหมโลกก่อน ท่านพาไปดูนรก ตั้งแต่โลกันต์ ตั้งแต่โลกันต์มหานรก แล้วก็อเวจี แล้วก็เรื่อยมาถึง ขุมที่ ๑ เรื่อยขึ้นมาตามลำดับถึงแดนเปรต อสุรกาย แดนเดียวสัตว์เดรัสฉานคนจนกระทั่งมาถึงแดนมนุษย์ ถึงแดนเทวดา ถึงแดนพรหม พอถึง พรหมชั้นที่ ๑๖ ก็ปรากฏว่า ถึงวิมานของท่าน ท่านก็บอกว่าหน้าที่ของผมที่จะพามา มีแค่นี้ เป็นแดนนิพพานก็เป็นหน้าที่ของท่านแต่เพียงแต่ผู้เดียว

    ตอน นั้น บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เป็นเรื่องแปลกขณะที่ท่านพาไปตั้งแต่ โลกันต์นรกขึ้นไปกำลังมันดีมาก เรียวแรงเดิมรู้เหนื่อยเดินชมด้วยความเพลิดเพลิน พอมองเห็นนรก ก็นึกในใจว่า แต่ละขุมเราไม่มา พอมาถึงแดนมนุษย์ ก็คิดว่าแดนมนุษย์นี่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากมากมาย มีความวุ่นวายมาก เราไม่มาไปถึงแดนสวรรค์ ไปถึงแดนพรหม ก็นึกว่าท่านทั้งหลาย มีความสุขของท่านแต่ไม่ช้าก็จุติ เราไม่มา แต่ไอ้คิดว่าไม่มา แต่ไอ้คิดว่าไม่มานี่ ก็ไม่รู้ ว่าจะไปทางไหน

    ต่อ ไปท่านก็บอกว่า นี่ทางไปนิพพาน ท่านชี้ให้ดูเป็นทางที่ราบเรียบเหมือนแก้วผสมทอง แพรวพราวเป็นระยับ ก็ถามว่าทำไมท่านไม่พาไป ท่านบอกไม่ใช่หน้าที่ของผม เป็นหน้าของท่านที่ต้องไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเอง ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าอยู่ไหน นิพพาน เขายอกว่าเป็นสูญ แต่ท่านสหัมบดีพรหมกลับบอกว่า เป็นแดนนิพาน ก็แปลกใจ ก็ตั้งใจเดินไปพอพ้นเขตพรหมชั้นที่ ๑๖ บรรดาพุทธบริษัท ร่างกายมันอ่อนเพลีย มาก เหมือนคนรื้อไข้ เดินโผผวนซวนเซใกล้จะล้ม แต่ก็พยายามไปเพราะถือว่าเป็นคำสั่ง เรื่องนี้ถือมาตั้งแต่เด็ก

    เมื่อ เดินไปสักครู่หนึ่ง ก็พบบริเวณวัดวัดหนึ่ง มีกำแพงเหมือนแก้วผสมทอง สวยงามมีวิมานอยู่หน้าประตูใหญ่สี่วิมาน ที่สี่วิมาน มีพระอรหันต์ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่านิพพานมีอยู่คิดว่าเป็นพรหมไหว้ ก็รับไหว้ท่าน ถามท่านว่า ที่นี่ วัดอะไรท่านก็เลยบอกว่าเป็นเรื่องของท่านจะพึงรู้เอง ก็เดินหลีกท่านไปเข้าไปภายใน ไปเดินรอบๆ บริเวณร่างกายมันจะล้ม เห็นสวยสดงดงาม ดูพื้นก็พื้นเป็นผสมทองแก้ว กำแพงก็เหมือนทองผสมแก้วมีกุฏิ สามหลัง หลังหนึ่งใหญ่ยาวมาก คล้ายกับวิหาร ๑๐๐ เมตร อีก ๒ หลัง ด้านหน้า เหมือนมณฑปหลวงพ่อปาน กับพระปัจเจกพระพุทธเจ้าแต่ก็ตั้งชิดกันไม่ห่างกันแบบนั้นแบบนั้นเป็นบริเวณ กว้างอีกด้านหนึ่งก็มีหอระฆัง หอระฆังก็แก้วผสมทอง เหมือนกันหมด ระยิบระยับ สวยสดงดงาม บอกไม่ถูก มันเพลิดเพลินเจริญใจมาก เดินไปปรากฏว่า ในบริเวณนั้นไม่มีใครอยู่เลย คนสักคนหนึ่งก็ไม่มี พอเดินไปถึงหอระฆัง คิดว่าไปไม่ไหวล่มกายลงนอนลงนอนบนพื้นของระฆัง คิดว่าไปไม่ไหวแล้ว นอนตรงเนี้ยแหละ

    ร่างกายที่ข้าง ล่างมันจะเป็นจะตายก็เรื่องมันเป็น อันว่าพอนอนหันหน้า ไปทางด้านทิศตะวันออก ก็พอดีเห็นพระองค์หนึ่งเดินมา ท่านแต่งกายเหมือนพระธรรมดา แต่ว่ามีฉัพพรรณรังสีรัศมี ๖ ประการ สว่างมาก สวยงดงามมาก เหมือนกับพระจันทร์ทรงกลด ภาพนี้เคยเห็นเป็นปกติ ก็ทราบว่า นั้นคือพระพุทธเจ้า ก็ทราบว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมา ก็เห็นท่านมาทางกำแพง ไม่เข้าทางประตู ก็คิดว่าท่านจะต้องกระโดดกำแพง แต่ความจริงเมื่อถึงแล้วท่านไม่กระโดดกำแพงมันขาดออก แล้วหดเข้าเป็นช่องให้ท่านเดินเข้ามา พอท่านผ่านกำแพงติดตามเดิม พอมาถึงท่านก็นั่งใกล้ๆ พอท่านลุกจากที่ทีนอน มานั่งข้างล่างกราบท่าน ท่านถามว่าอยากจะมานิพพานไหม ก็ตอบว่า นิพพานมีสภาพสูญ ท่านถามว่าที่นี่เขาเรียกว่าอะไร ? ตอบว่าไม่ทราบ ท่านถามถึงเทวดาทุกชั้น พรหมทุกชั้น รู้จักไหม ก็ตอบว่า ผ่านมาหมดแล้ว เมื่อเลยพรหมชั้นที่ ๑๖ เขาเรียกว่าอะไร ก็ตอบว่า ตำราไม่มี ท่านก็เลยบอกว่า ที่นี้เรียกว่า นิพพาน

    เรื่อง นี้ บรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้าต้องการละเอียด รู้รายละเอียด ก็ขอให้ดู หนังสือประวัติหลวงพ่อปานก็แล้วกันนะ ที่นี่มีเวลาน้อย นี่หมดเวลา ไปตั้ง ๑๐ นาทีกว่าแล้ว

    ก็ขอย้อนหลัง ว่านิพพานพบมาตั้งแต่สมัยนั้น และตั้งแต่วันนั้น มาจนถึงวันนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัท จิตใจไม่เคยพลาดพระนิพพาน ไปนิพพานทุกวัน ถ้าถามว่าไปวันละกี่ชั่วโมงก็บอกว่าไปทุกวัน วันละหลายครั้ง ตามวาระพึงมี ทีนี้ก็มานั่งคุยกันก่อน ที่มาพูดก็เพราะว่าพูดถึงเรื่องนิพพาน

    เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๕ วันนั้นก็นอนนึกถึง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ว่าท่านมีอายุ ๖๐ ปี ใครๆ เขาก็ทำบุญกัน ก็ เลยอยากจะบอกบุญ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ว่านับตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ให้ทุกคนตั้งใจบำเพ็ญกุศล ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระบรมราชินีนาถทั้งนี้เพราะท่านทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ แก่คนทั่วไป ทั้งคนและสัตว์ แก่คนทั่วไป ทั้งคนและสัตว์ ให้มีความสุขปล่อยปลาให้เป็นอิสระ สร้างสถานที่ รวมทุกอย่างที่ท่านทราบอยู่แล้ว ว่าทั้งสองพระองค์นี่ ทำบุญกว้างขวางมาก ยากที่คนอื่นจะพึงทำได้ อย่างพวกเรา อย่างเก่งก็ซื้อปลามาปล่อยในบ่อบ้าง ในสระบ้างถ้าจะปล่อยในแม่น้ำก็กลัวคนจะมากิน นี่ท่านทำทุกอย่าง ก็คิดว่าอยากจะให้ทุกคนทำตามท่านบ้าง แต่มาสะดุดใจอยู่นิดหนึ่งว่า อยากจะให้ทุกคนทำตามท่าน แต่มันก็มาสะดุดใจอยู่นิดหนึ่งว่าการปล่อยปลาให้ลงแม่น้ำ ถ้าบังเอิญ คนเข้าจับปลาเรามากิน เราจะบาปไหม เพราะว่าเราปล่อยลงไปเขาก็จับกิน

    ต่อ มาก็ตั้งใจคิดว่า เราตอบเองไม่ได้ ต้องอาศัยพระ พระตอบ เป็นของแน่นอนมาก จึงรวบรวมกำลังใจ ไปที่เทวสภา พอไปถึงก็ขอบคุณบรรดาเทวดาและพรหมทั้งหลายที่ท่านช่วยเหลืองานทุกอย่าง งานทุกประเภทท่านช่วยเหลืองานทุกอย่าง งานทุกประเภทท่านช่วย ก็ไปไหว้ท่านที่มีพระคุณต่างๆ มีบิดามารดาในอดีตเป็นต้น หลังจากนั้นแล้ว เทวดานางฟ้า กับพรหม ก็กราบ แต่ความจริง ไม่ได้กราบอาตมา ขึ้นไป อาตมาก็หันไปดูข้างหลัง เห็นพระพุทธเจ้าองค์ปฐมมาประทับอยู่บนแท่นสำหรับเทศน์ไม่ทราบว่าท่านมาเมื่อ ไร จึงหันไปกราบท่าน หลังจากนั้นท่านก็เทศน์ว่า บรรดาท่านทั้งหลายที่เป็นเทวดาก็ดีที่เป็นนางฟ้าก็ดี เป็นพรหมก็ดี ที่อยู่ในที่นี้ทั้งหมด จงอย่าประมาณในชีวิต คิดว่าตนเองจะไม่จุติจงอย่าคิดว่าความเป็นเทวดา

    เป็น ทิพย์นี่จะเป็น สมบัติของเราตลอดกาลตลอดสมัย ทั้งนี้ก็เพราะว่าทุกคนส่วนใหญ่มีความสุข แต่ว่าหลานท่านสร้างบุญกุศลต่อ แต่เทวดานางฟ้าใหม่ ๆ ยังเพลิดเพลินในความเป็นทิพย์ ลืมความเป็น ลืมความตาย เพราะเป็นมนุษย์มันเป็นทุกข์ พอเป็นเทวดา เป็นนางฟ้าอยู่ในสวรรค์ เป็นพรหมมีความสุข ก็เลยเพลิดเพลินความเป็นทิพย์ ทุกองค์จงอย่าลืมว่าทุกคนมีบาปกันคน ละเยอะๆ ทำบาปมากกว่าทำบุญ บาปมันยังติดกายท่านอยู่ พอท่านพูดนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัท ก็เห็นบาปดำขึ้นมาถึงหน้าอก ถึงยอดอกทุกองค์ ถ้าท่านทั้งหลายจะต้องจุติจากที่นี่ จะต้องลงไปชำระหนี้บาป นั้นคือจะต้องลงนรกที่เป็นแดนที่มีทุกข์หนัก

    ท่าน ก็ชี้มือไปที่นรก เห็นนรกสว่างไสวมาก มีไฟแดงฉานมีการถูกลงโทษต่างๆ แต่ละขุม ๆ ท่านก็อธิบายว่า แต่ละขุมลงโทษอะไรบ้าง ทำบาปอะไรลงขุมไหน แต่ละขุมไม่มีความสุขไฟลุกโชติช่วง พื้นก็เป็นพื้นเหล็กเหล็กก็แดงฉาน และค้อนทุบบ้าง ถูกหอกแทงบ้าง ถูกดาบฟันบ้าง อย่างนี้เป็นปกติ เมื่อสิ้นบาปจากขุมต่อไปเพราะบาปแต่ละคนมีมาก

    บรรดา เทวดานาฟ้าและ พรหมทั้งหมดเห็นก็หน้าซีด รู้สึกถึงบาปที่ตัวทำไว้สมัยที่เป็นมนุษย์ และทำไว้หลายๆ ชาติ สะสมตัวเอง บาปหนัก ท่านถามว่า เทวดา นางฟ้า และพรหม กลัวไหม ทุกข์องค์ก็บอกว่ากลัวก็เอาอย่านี้ก็แล้วกันนะ ต่อนี้ไป ถ้าปฏิบัติได้ ทุกองค์จะไม่มีโทษของบาป บาปจะไม่สามารถลงโทษได้คือ

    จง คิดไว้เสมอว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง ก่อนตาย เราจะไม่ยอมลงอบายภูมิ เวลานี้เรามาครึ่งทางของพระนิพพานแล้ว จากมนุษย์นับเป็นจุกแรก มาถึงสวรรค์ ถือว่าเป็นกลางทาง โน่นพระนิพพาน ท่านชี้มือขึ้นไปให้ดู เห็นพระนิพพานแจ่มใสมาก เป็นของใกล้ ๆ เป็นของไม่ไกล อย่างนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย อาจะขัดกับความเห็นของบุคคลบางคนเอาตำรา อาตมาถือว่า ถ้าพระพุทธเจ้าเทศน์ ต้องจริงเพราะฟังเทศน์มาหลายสิบปีแล้ว ไม่มีอะไรไม่จริง ท่านบอกทุกอย่าง จริงหมด ถ้าเราไม่เชื่ออุปาทานทุกองค์ก็บอกว่า อยากจะไปนิพ-พาน มันพ้นทุกข์ จะไม่มีเคลื่อน ไปนิพพานแล้ว ไม่ไปไหนครับ อยู่ที่นั้น ท่านก็เลยบอกตั้งใจตามนี้นะ

    คิด ว่าชีวิตนี้มันตาย ถ้าเราจะตายเราจะไม่ยอมไปอบายภูมิ เราจะเคารพพระพุทธเจ้า พระพุทธ พระอริยสงฆ์ ด้วยความจริงใจ และมีศีล ๕ บริสุทธิ์ และตัดความ โง่ออกจากใจ คืออวิชาคือไม่อยาก เป็นมนุษย์ต่อไป ไม่อยากเป็นเทวดานางฟ้าเป็นพรหมต่อไปต้องการนิพพาน จุดเดียว เอาจิตเข้าไปจับไว้เฉพาะนิพพาน ตั้งใจไว้อย่างยิ่ง ว่าถ้าร่างกายนี้มันพังเมื่อไร ความเป็นทิพย์สบายตัวเมื่อไร เราจะไปนิพพานเมื่อนั้น เพียงเท่านี้ เทวดากับพรหมทั้งหลาย ก็มีสภาพแจ่มใส มีธรรมปิติแสงสว่างมากกว่าเดิมกว่ากับพรหมมาก

    แล้วหันมาถาม ว่าฤาษี มีความสงสัยอะไรบ้าง เมื่อสองสามวันที่แล้วมาคิดอะไร ถามฉันก็ได้นะ ถ้าสงสัย ก็ตอบว่า มี ความรู้สึกว่าอาจจะบอกบุญ ให้บรรดาญาติพุทธบริษัททั้งหลาย ที่ตั้งใจบำเพ็ญบารมี เข้มข้นใกล้นิพพานขึ้นมาให้มานิพพานเร็วๆ เพราะทุกคนตั้งใจดีบุญอย่างอื่นก็ทำกันหมด ขาดอยู่อย่างหนึ่งคือ โดยเสด็จพระราชกุศล แต่การโดยพระราชกุศลพระบรมราชินาถ ก็ไปปล่อยปลา ถ้าปล่อยปลา ถ้าปลา

    ที่ ตั้งใจให้คนกินมันจะบาปไหม ท่านบอกว่าอย่าเพิ่งตัดสินใจตามนั้นซี มันอยู่เจตนาของคนปล่อย ถ้าผู้ปล่อยคิดว่า ปลาทั้งหมดนี่ เราต้องการให้คนจับไปกินเมื่อเราก็บาปตามเขา แต่ถ้าปล่อยไว้เพื่ออนุรักษ์ ของที่มีอยู่เคยมีอยู่แล้มันหมดไป อย่าปลานี่ เป็นเครื่องประดับน้ำ มันไม่มีความชุ่มชื่นใจ เราเห็นแต่น้ำใสมีความสดชื่นใจจริง ถ้ามีปลาว่ายมา เราจะรู้สึกว่ามันเป็นสุขมาก จิตใจเราจะสบายมากเพราะว่า ปลาเป็นเครื่องประดับน้ำ ถ้าผู้ปล่อยมีความรู้สึกว่า ๑ เรา เลี้ยงปลาให้ชีวิต นี่เราเป็นบุญ ประการที่ ๒ เวลาปล่อย ปล่อยต้องการให้ปลาเป็นอิสระภาพอยู่ในที่คับแคบย่อมไม่มีความสุข ถ้าอยู่ในที่กว้างจะมีความสุขมาก ถ้าเป็นอิสรภาพ หากินสบาย จะไปไหนมาไหนก็ไปได้ตามอัธยาศัย นี่เป็นบุญ การปล่อยปลาเขาถือว่าเป็นบุญมาก แต่ถ้าไปนึกว่าปลานี้จงเป็นเหยื่อของคนอย่างนี้บาป มันอยู่เจตนา เข้าใจว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ดี พระบรมราชินาถ ไม่คิดว่าเป็นอาหารของคนต้องการเพียงว่า อนุรักษ์ให้ปลามันมีอยู่ในแม่น้ำ แม่น้ำสายนี้เคยมีปลา แต่เวลานี้ไม่มีปลา ก็ปล่อยปลาลงไป ให้ปลาเป็นอิสรภาพ ในเมื่อเราทำบุญกับท่าน ปลาทั้งหลายเป็นอิสรภาพจากนรกฉันนั้น คือไม่ลงนรก ประการที่ ๓ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระบรมราชินาถสงเคราะห์คนทั่วประเทศ จะทรงมีความลำบากอย่างไรก็ตามทีเสด็จตามเสมอ ไปด้วยกันเสมอ ช่วยทุกอย่างให้คนทีอาชีพ คือช่วยอย่างถาวร

    ให้ คนมีอาชีพดีขึ้น ไม่ใช่ให้กินให้หมด อย่างนี้ คนทุกคนที่ได้รับการช่วยเหลือมีความสุขขึ้น ก็มีภาพหลายภาพที่เขาแสดงทางโทรทัศน์ ว่าเมื่อก่อนนี้มีความยากเข็ญใจ ไม่มีอะไรจะกิน แต่เวลานี้ ได้อาศัยพระมหาการุณาธิคุณของท่าน กระทั้งมีกินมีใช้ มีรายได้ปีละเป็นหมื่นๆ บาท เงินหมื่นบาท แม้จะไม่มากแต่ก็มากสำหรับคนจน คนที่ไม่เคยมี

    รวม ความว่า ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ดี สมเด็จพระบรมราชินีนาถก็ดี ทำร่วมกับท่าน จะมีเงินมากหรือเงินน้อยก็ตามไม่สำคัญ หลายๆ คนรวมกัน ก็มากขึ้นเองจะเป็นเหตุให้มีบารมีใกล้พระนิพพานยิ่งขึ้น จะมีบารมีเต็มเร็วและสามารถจะไปนิพพานได้โดยง่ายตรงนี้สิบรรดาท่านพุทธ บริษัท จับใจเหลือเกิน เพราะที่คนพูดนั้น ก็มองนิพพาน อยู่ใสแจ๋ว

    เพราะพระนิพพาน เป็นแดนสุข เทวดานางฟ้าและพรหมทั้งหมด ก็สนับสนุน ท่านสหัมบดีพรหมท่านเข้ามาใกล้ ท่านบอกว่า คุณลงไปบอกบุญเขาได้เลยนะ

    การบอกบุญมี ๒ อย่าง คือ

    ๑. ให้เขาทำคนละเล็กละน้อยคิดเป็นเวลาสิ้นปีถึงวันที่ ๑๒ สิงหาคม ของทุกปี จะให้ตัวแทนไปถวายพระบาทสมเด็จพระบรมราชินาถ องค์ละเท่าๆกัน จะเป็นเงินมากเงินน้อยก็เหมือนกัน เราเป็นคนจน เราไม่สามารถจะเงิน ๑๐ ล้าน หลายร้อยล้านมาได้ แต่ถ้าทุกคนร่วมกันก็สามารถจะเป็นเงินขึ้นมาได้ ถ้าใครเขาตั้งใจจะถวายด้วยตนเองด้วยกำลังศรัธาก็ค่อยไปคอยท่านที่บริเวณ โบสถ์วัด พระแก้วเข้าไปที่นั้น พอท่านเสด็จเข้าไป ก็ชูมือ ไม่ต้องยกสูง ยกสตัง ยกแบ็งค์ ให้ท่านเห็น ท่านก็รับ ท่านไม่ถือพระองค์ ทั้ง ๒ องค์นี้กษัตริย์ผู้ทรงธรรม จริงๆ ก็เป็นอันว่า พระพุทธเจ้าก็ยอมรับ

    ท่านว่า เออ ฤาษี ที่ท่านสหัมบดีพรหมแนะนำน่ะ ถูกต้องแล้ว ก็เป็นอันตัดสินใจว่า วันเฉลิมพระชนม์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าหากมีโอกาส จะพึง มี ท่านจะโปรดจะให้ตัวแทนจัดเงินส่วนหนึ่งของบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย บริจาคมาทั้งหมด ไปถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระบรมราชินาถ ที่ใกล้ๆ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ

    หลัง จากนั้นก็ทุกปี จะค่อยๆ รวมเงินกันเป็นเดือน ๆ เดือนหนึ่ง เข้าซอยสายลม จะส่งไปทางไปรษณีย์ มารวมกันได้เท่าไรประกาศ ให้ทราบทีหลัง แล้วตั้งตัวแทนไปถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราจะได้ใกล้นิพพานกันยิ่งขึ้น

    บรรดา ญาติโยมพุทธบริษัท คำแนะนำนี้ เป็นคำแนะนำขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย เป็นคำแนะนำของท่านสหัมบดีพรหมด้วย ช่วยแนะนำให้พวกเรา มีบุญบารมีใกล้พระนิพพานยิ่งขึ้น มีบารมีเต็มหวังว่า คงไม่เป็นที่ขัดใจของบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย

    เวลาหมดแล้ว ขอความสุขสวัสดิ์ พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผลจงมีแด่บรรดาท่านพุทธ-ศาสนิกชน ผู้อ่าน และผู้ฟังทุกท่าน สวัสดี...




    เครดิต
    https://www.facebook.com/บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน-236949933026682/timeline/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. นะมัตถุ โพธิยา

    นะมัตถุ โพธิยา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +2,261
    สาธุ สาธุ สาธุ

    กระทู้นี้ดีจริงๆ ครับ

    ผมหามานานแล้วเรื่องอานิสงส์ การทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศล

    เพื่อจะไปบอกบุญให้เพื่อนๆได้เข้าใจ

    ------------------------------------------------------------------------------------------

    ผมชอบแวะไปทำบุญที่ "มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์"
    บ่อยๆ ทำก็แค่ครั้งละ 100 - 200 บาท ตามกำลังของเรา

    เจ้าหน้าที่เขาน่ารักมาก ต้อนรับดี สุภาพเรียบร้อยมาก
    ทำบุญกี่บาทๆ เขาก็ออกใบอนุโมทนาบัตรให้ทั้งนั้น


    ผมพยายามแนะนำเพื่อนๆด้วย ให้ไปทำบุญที่นี่กัน

    เพราะเป็นช่องทางหนึ่ง ที่ดีที่สุด ง่ายที่สุด โดยตรงที่สุด
    ที่คนธรรมดาสามัญ ก็สามารถร่วมพระราชกุศลกับในหลวง พระราชินี ได้


    มูลนิธินี้ อยู่ที่ ถ.หลานหลวง ใกล้โบ๊เบ๊ทาวน์เวอร์ กรุงเทพฯ

    เว็บมูลนิธิ คลิก:
    ประวัติความเป็นมา

    เฟสบุคมูลนิธิ คลิก:
    https://th-th.facebook.com/RPK.BKK


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 ตุลาคม 2015
  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045

    ขอบคุณที่เสริมแหล่งทำบุญโดยพระราชกุศลครับ


    ผมต้องบอกเพิ่มว่า " คำสอน บันทึกธรรมของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุงนี้ดีจริงๆ เป็นประโยชน์ต่อลูกหลานมาก "
     
  4. เจี๊ยบ รักพ่อหลวงภูมิพล

    เจี๊ยบ รักพ่อหลวงภูมิพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    1,646
    ค่าพลัง:
    +4,270
    มีบัญชีทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศลเพิ่มเติมค่ะ ร่วมบุญตามกำลังทรัพย์ได้เลยนะคะ

    - บริจาคสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา
    ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาย่อยสวนจิตรลดาชื่อบัญชี มูลนิธิชัยพัฒนา
    บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 067-2-00011-9

    - บริจาคสมทบวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
    ธนาคารทหารไทย สาขาตรีเพชรชื่อบัญชีมูลนิธิชัยพัฒนา (สร้างวัดพระราม 9)
    บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 092-2-01722-3

    -มูลนิธิโครงการหลวง
    บัญชีออมทรัพย์มูลนิธิโครงการหลวง ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาซอยอารีย์สัมพันธ์ เลขที่บัญชี 056-2-12360-3

    -มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
    ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า)
    ชื่อบัญชี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เลขที่บัญชี 401-636319-9

    -มูลนิธิสายใจไทย
    ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 067 -2 -02100-0
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาพหลโยธิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 009 -2 -63222-4

    -การบริจาคร่วมสมทบเข้าโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ
    "ธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ" ที่ ธนาคารกรุงไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 030-6-01239-1
    "โครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือพันธุ์ดีเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ" ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีเดินสะพัด เลขที่ 001-3-48169-3

    -เงินบริจาคบำรุงโรงพยาบาลสงฆ์ ออมทรัพย์ เลขที่ 0131850261 ธนาคารกรุงไทย
    อนุโมทนาบุญกับทุกท่านค่ะ สาธุ
     
  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    ขอบคุณที่แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมครับ
     
  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    เรื่อง"ขอนํ้าฝนในถังสักแก้ว"

    [​IMG]





    เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๐๑ ขณะที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชดำเนิน
    ทอดพระเนตรโบราณสถานในเมืองศรีสัชนาลัยอยู่นั้น
    ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสกับคุณย่าทวด "เล็ก เปล่งเสียง"อายุ 90 ปี
    เป็นชาวบ้าน ต.สารจิต อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
    ซึ่งคุณย่าทวดเล็กได้นำน้ำฝนลอยดอกมะลิ มาตั้งไว้หลายถังเผื่อหาก
    ข้าราชบริพารที่ติดตามขบวนเสด็จมาจะกระหายนํ้าจะได้ดืมนํ้ากัน
    แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า พระองค์ทรงตรัสกับคุณย่าทวดเล็กว่า
    "ย่าจ๋า..ฉันขอดืมน้ำในถังสักแก้วได้ไหม"
    คุณย่าทวดเล็กก็ทูลตอบว่า
    "ฉันไม่กล้าให้ในหลวงกินหรอกเพราะมันเป็นน้ำฝนธรรมดาๆ"
    ในหลวงก็ทรงแย้มพระสรวล และก็ทรงตรัสกับคุณย่าทวดเล็กว่า
    "ปกติฉันก็กินน้ำธรรมดาอย่างนี้นี่แหละย่า"
    จากนั้นพระองค์ทรงตักนํ้าฝนในถังเสวย และพระองค์ยังตรัสว่า
    "นํ้าฝนเย็นชื่นใจจัง และยังหอมกลิ่นดอกมะลิอีกด้วย"
    (นี่คือภาพจริงในเหตุการณ์จริง เมื่อปี ๒๕๐๑)





    ขอบคุณเจ้าของข้อมูลและภาพประกอบ
    "ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล"
    เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา
    เป็นข้าราชบริพารที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. Tanakorn

    Tanakorn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    619
    ค่าพลัง:
    +1,534
    สาธุ ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ

    สาธุๆๆๆๆๆๆ
     
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. นะมัตถุ โพธิยา

    นะมัตถุ โพธิยา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +2,261
    ผมดูข่าวพระราชสำนัก ตอน ๒ ทุ่ม เกือบทุกวัน

    เห็นข่าว มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ของในหลวง ลงพื้นที่ ช่วยชาวบ้าน เกือบทุกวัน

    ดูแล้วก็ชื่นใจมากๆ อนุโมทนาบุญตาม เพราะเราได้ร่วมบุญบริจาคมาเรื่อยๆ ครับ
     
  10. นะมัตถุ โพธิยา

    นะมัตถุ โพธิยา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    620
    ค่าพลัง:
    +2,261
    เมื่อวานนี้....
    แวะไปทำบุญที่ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ของในหลวง
    จำนวน ๒๐๐ บาท

    จึงขอนำบุญนี้ มาฝากให้เพื่อนๆทุกคนในที่นี้ ครับ
     
  11. สักการะ

    สักการะ ชิวิตดั่งอาทิตย์อัศดง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    3,708
    ค่าพลัง:
    +4,602
    ขอบคุณมากครับ
    ผมไม่เคยทราบเลยว่ามีมูลนิธิ ของ ในหลวง ที่เราสามารถบริจาคสมทบได้ด้วย
    อนุโมทนาครับ
     
  12. ภัทรตา ภัทร

    ภัทรตา ภัทร สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2011
    โพสต์:
    36
    ค่าพลัง:
    +28
    ขออนุโมทนาบุญค่ะ

    มีภาพในหลวงพระราชินีรูปนี้เป็นภาพสี นำมาฝากค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    a.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับป่า
    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา
    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส
    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร
    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี เน้นเรื่องป่าเปียก, ป่าชายเลน
    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี เน้นเรื่องสภาพแวดล้อม การฟื้นฟูป่าชายเลนและโครงการอนุรักษ์หญ้าทะเล
    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ เน้นเรื่องทฤษฏีการปลูกป่า 3 อย่าง
    โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาว จ.ลำพูน เน้นเรื่องการพัฒนาและฟื้นฟู
    โครงการห้วยองคต จ.กาญจนบุรี เน้นเรื่องการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม (rehabilitation)
    โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี เน้นการรักษาสภาพป่าชายเลนโดยวิธีทางธรรมชาติ
    โครงการพัฒนาปากน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
    โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่ปิง จ.เชียงใหม่และลำพูน เน้นการปลูกป่า การทำแนวกันไฟ
    โครงการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่กวง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร
    โครงการศูนย์ศึกษาวิจัยธรรมชาติและป่าพรุสิรินทร จ.นราธิวาส



    โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับดิน

    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ฉะเชิงเทรา
    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส
    โครงการศูนย์ ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี
    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่
    โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่อาว จ.ลำพูน
    โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี
    โครงการทดลองแก้ปัญหาดินเปรี้ยว จ.นครนายก
    แนวพระราชดำริ "แกล้งดิน"
    แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการนำ "หญ้าแฝก" มาใช้ป้องกันการพังทลายของดิน
    แนวพระราชดำริ "ห่มดิน" เพื่อการฟื้นฟูดินที่เสื่อมสภาพ




    โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับน้ำ
    โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ปราจีนบุรี
    โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก จ.ลพบุรี,จ.สระบุรี
    โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาว จ.ลำพูน
    โครงการห้วยองคต จ.กาญจนบุรี
    โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
    โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่ปิง จ.เชียงใหม่,จ.ลำพูน
    โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี
    โครงการน้ำดีไล่น้ำเสียตามคลองต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร
    โครงการบำบัดน้ำเสียโดยใช้พืช บึงมักกะสัน จ.กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสิน
    แนวพระราชดำริ "แก้มลิง"
    โครงการพระราชดำริฝนหลวง"
    โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี เน้นการบำบัดน้ำเสียชุมชน โดยวิธีทางธรรมชาติ
    โครงการผันน้ำเข้าที่ส่วนพระองค์ บริเวณพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา
    โครงการป้องกันน้ำท่วมด้วยการเบี่ยงน้ำ คลองลัดโพธิ์ กรุงเทพมหานคร
    โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยทอน จังหวัดหนองคาย
    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี



    โครงการทางด้านวิศวกรรม

    โครงการทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี
    โครงการสะพานพระราม 8
    โครงการด้านการจราจร เกี่ยวกับการขยายถนนคอขวดจุดต่างๆ
    ไบโอดีเซลและแก๊สโซฮอล์จากพืชของไทย
    กังหันชัยพัฒนา
    ฝายแม้ว หรือการจัดทำฝายชะลอน้ำ เพื่อฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม




    แนวพระราชดำริอื่นๆ
    แนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่
    แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
    โรงเรียนกาสรกสิวิทย์
     
  15. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,755
    กระทู้เรื่องเด่น:
    579
    ค่าพลัง:
    +67,045
    [​IMG] 14915416_1201705819867528_4235307377565874940_n-jpg.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    23,572
    กระทู้เรื่องเด่น:
    166
    ค่าพลัง:
    +28,009
    Sadhuwhiteflower.gif
     
  17. mrmos

    mrmos Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    1,059
    ค่าพลัง:
    +862
    FB_IMG_1497781966483.jpg
     
  18. lotusbudth

    lotusbudth สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    51
    ค่าพลัง:
    +48
    อนุโมทนาทุกท่านค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...