เทคนิคและประสพการณ์การเอาตัวรอดในต่างแดนยุคเก่า..ของคนรุ่นก่อน..

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย modpong, 29 เมษายน 2015.

  1. Mali Loi

    Mali Loi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    428
    ค่าพลัง:
    +1,217
    ที่ได้ postลง ก็เพราะ จะแสดงว่า แฟนคลับคนนี้ยังตามอ่านอยู่ค่ะ ยังคิดเสียดายว่า
    ชี่อตัวเอง น่าจะเป็น มะลิ ลอยฟ้า ไม่ใช่ แค่ ลอย เฉยๆ (ไม่ใช่ นามสกุล) มาคิดเอาทีหลัง ก็ช้าไปแล้ว
     
  2. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ....................
    ...รับทราบครับผม...คุณมะลิ ลอยด์....
    ...................
    ....................
    .....................ตอนนั้น..ผมเพิ่งมาใหม่ไม่ถึงเดือนดี..แต่ถ้าอายุนั้น..ถึอว่า..เป็นรุ่นกลางๆ..
    ..ก็มีคนอวุโสมากกว่าหลายคนเช่นกัน..ความจริงเห็นแล้ว..ก็ความจริงผมก้ไม่อยากเข้าไป
    เท่าไหร่..เพราะผมนิสัยมีความเป็นส่วนตัวสูง..แต่ก็ขัดไม่ได้ตามธรรมเนียมไทย...
    ....พี่แกก็แนะนำกลุ่มแม่บ้านไปทีละคนแล้วก็บอกว่า..เขามาทำไม..ปรากฏว่ามีแม่บ้านคนหนึ่ง
    เธอดันเอาลูกชายมาด้วย..(มีลูกคนเดียว)..สงสัยเหมือนกันว่า..พ่อบ้านมันไปไหน..ไม่เลี้ยงลูก
    ...แต่ที่โน่น..เป็นเรื่องแปลกจากที่บ้านเราอย่างนึง..คือ..ไอ้พวกผู้ชาย..ชนชั้นกลางธรรมดา
    ..ไม่รวย..อะไรหรอก..ชอบทำกัน..ในช่วงหยุดเสาร์-อาทิตย์..คือ..ไม่ตกปลา..ก็..ตีกอลฟ์..
    ....ตีกอล์ฟ..นี่..ก็ไม่ได้ไปสนง..สนามอะไรกับเขา..ไปไม่ได้หรอกครับ..แพงฉิบหาย...
    ...ไป..ไดรฟ(ซ้อมตี)กอล์ฟ..กันตาม..ริมตลิ่ง..แม่น้ำ..ซึ่งทางการจัดทำให้..เก็บค่าตีถูก..
    (ตลิ่งแม่น้ำด้านล่าง..( LOW WATER CHANNEL)...บ้านเขา..นี่จะเป็นแหล่งพักผ่อนของ..
    ชุมชน..ทั่วไป..มีตั้งแต่..สนามเปตอง..สนามโครเก้(..เอาฆ้อนไม้ตีลูกกลม..ลอดผ่านช่อง..)
    ..ซึ่ง..ส่วนใหญ่จะเป็นกีฬาผู้สูงอายุ...สนามซ้อมเบสบอล..สนามบอลขนาดเล็ก...ปีนึง..คนก็
    สามารถใช้บริการได้..ซัก..ครึ่งปีครับ..ตั้งแต่..ฤดูใบไม่ผลิ..จนถึง..ฤดูร้อน..แต่พอช่วงฝน..
    ช่วงใต้ฝุ่นเข้า..เขาจะใช้ไม่ได้..เพราะมันจะกลายเป็นส่วนของลำน้ำ..เวลาช่วงน้ำหลาก..ซึ่ง
    มันจะทำให้แม่น้ำ..สามารถรับน้ำได้เพิ่มกว่าปกติ..ถึง..๔ เท่าตัว..ตลิ่งบน..จะเป็นถนนครับ..
    อยู่สูงเลย..ทำยกขึ้นไป...พอหมดหน้าน้ำ..หมดหน้าหนาวหิมะหยุดตก..เทศบาล..ก็จะกลับมา
    บูรณะซ่อมสร้างทุกอย่างให้เป็นอย่างเดิม...)..พวกนักกอล์ฟตีเล่นพวกนี้..ก็สะพายถุงกอล์ฟ
    ขึ้นรถไฟ..รถบัส..กันเป็นเรื่องปกติ....แต่ลองเป็นบ้านเรา..ถ้าเจอแบบนี้คง..กลายเป็นเรื่อง
    แปลก....
    ...........ก็คงเป็นแบบนั้นมั้ง..อีแม่บ้านก็อยากมาสังสรรค์..จะทิ้งลูกไว้ที่บ้านคนเดียวก็ไม่ได้
    เพราะอายุอยู่..แค่รุ่นอนุบาลเอง..ซักอนุบาล ๒ หรือ ๓ นี่แหละ...ก็เลยเอามาด้วย...
    ...คราวนี้ก็ลำบากซิครับ..เพราะแม่บ้านคนอื่นเขาไม่เอามา..มันก็เลยกลายเป็นเด็ก..คนเดียว
    ..แล้วคิดดู..ว่าเด็กขนาดนี้..มันจะมาฟังผู้ใหญ่เขาคุยกันได้ยังไง..เด็กมันก็อยากเล่น..มันก็
    เริ่มงอแง..จะให้แม่ไปเตะบอลกับมัน..ผมก็ซวยสุดๆ..ดันไปเดินผ่านตอนนั้นพอดี...
    ..........พี่เขาก็เลย..ขอร้องผม..บอก..เฮ้ย..เอ็งชวน..ไอ้ชิ(..ผมก็จำชื่อมันไม่ได้แล้ว..เพราะ
    เวลาผ่านมานานเหลือเกิน..ไม่รู้ว่าอะไรก่อนหน้าคำว่า..”ชิ”...งั้นผมเรียกมันว่า..ไอ้ชิ..เฉยๆ
    ก็แล้วกันง่ายดี..)..ไปเตะบอล..เล่นข้างนอกหน่อยเถอวะ..แม่มันก็ปวดกบาล..พี่ก็ไม่รู้มันจะ
    หามาทำอ่า..อะไร...ช่วยหน่อยแล้วกัน...”..แล้วจะให้ผมตอบอะไรได้..เล่นพูดดักมาแบบนี้..
    ....ก็ได้แต่ครับ..ลูกเดียว...ไอ้โปรแกรมเดิม..ก็คงต้องล้มไปเลย..เพราะจักรยานที่นี่..น้อยกว่า
    จำนวนคน..เยอะ..ถ้าสายหน่อยๆ..ก็..หมดแล้ว...
    ......ผมก็พาไปสวน..สาธารณะ..ใกล้ๆติดกับ..TBIC นั่นแหละ..แต่ที่งงมากคือ..ตอนที่แม่มัน
    ที่ได้รับข่าวดีจากพี่เขา..ว่ามีไอ้โง่ไทยคนหนึ่งอาสาจะไปเป็นเพื่อน..ไอ้ชิ...ก็มาพูดอะไร..กับ
    มันก็ไม่รู้..ไอ้ชิที่หน้าเหม็นขี้..งอแง..ง็องแง็ง..อยู่..กลับยอมตามแม่มันเฉยเลย...นี่ถ้าเด็กเล็ก
    บ้านเราขนาดนี้..มีใครไม่รู้จัก..มาพาไป..มันคงไม่ยอมแน่...
    ...........ไอ้ชิ..นี่หน้าตาก็งั้นๆละครับ..ไม่ต่างจากเด็กญี่ปุ่นทั่วไป..แต่เห็นลักษณะคิ้ว..แววตา
    ..และปาก..ของมันนี่..บอกได้เลยว่า..ดื้อน่าดู....มันมานี่..มันอุ้ม..ลูกบอลพลาสติกเล็กๆมาด้วย
    .....แล้วแม่มันก็จูง..ไอ้ชิ..มาหาผม..ผมก็นั่งยองๆแล้ว..ก็แนะนำตัวกับมัน..ขอจับมือเช็คแฮนด์
    ..หน้ามันก็ยัง..ตุ่ยอยู่..แต่ดีกว่าตอนแรกเยอะ...มันก็ยื่นมือ..มาจับมือผม..อีแม่ชอบใจใหญ่..
    ..ตบมืออยู่ใกล้..ผมก็งงหันไปมองหน้าเธอ..คิดในใจว่า..จะตบมือทำไมวะ...
    .............นั่นเพราะผมไม่รู้..ที่มา...คือไอ้แสบนี่...ปกติ..มันจะไม่ยอมทำความรู้จักทักทายผู้ใหญ่
    ที่ไหน..และค่อนข้างติดแม่..อยู่บ้านก็เล่นคนเดียวได้..แต่แม่ต้องอยู่แถวนั้น..หายหัวไม่ได้...
    ..เป็นเรื่อง..ถ้ามันหันไป..หรือ..ตะโกนเรียก..แล้วแม่มันไม่ตอบ...มันแหกปากร้อง..และ..
    อาวะวาด..เขยี้วงโน่นนี่.....มารู้ทีหลังนี่ครั้งแรกของมันเลย.....
    ......ผมลุกขึ้นยืน..แล้วก็ขอมือมัน..ฮั่นแน่ ...ยื่นมาให้ผมจับเฉยเลย...พี่เขาก็บอก..พามัน
    ไปไอ้สวนฯ..ข้างๆหอเรานี่แหละง่ายดี..มีเครื่องเล่นเด็กด้วย..ซักชั่วโมง....เอ็งก็กลับ
    มาได้..แล้ว..แพร็บเดียว..” ..ผมรีบขึ้นเสียงสวนไปเลย..”..แพร็บบ้าอะไรพี่...ผมว่าแค่ ๑๕
    นาที..ผมก็นึกไม่ออกแล้ว..ว่าจะทำอะไรกับมันดี...ผมอยู่เมืองไทย..เคยเล่นกับเด็กที่ไหน..
    ...”...พี่ก็เข้ามาตบไหล่..”เออน่า..ก็ให้มันเล่นอะไรของมันเองคนเดียว..ก็ได้..แค่เอ็งเฝ้าอยู่
    ใกล้ๆก็พอแล้ว..ช่วยหน่อยแล้วกัน..”
    .............................
     
  3. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    .............................
    .............ผมก็พาไอ้ชิเดินไปที่..สวนสาธารณะอยู่ติดๆกับ..TBIC..ขณะที่เดินจูงมือมันไป..
    ผมยังคิดเลย..ว่า..ไม่น่ารับปากเลย..ถ้าผมสื่อสารกับมัน..แล้วมันไม่เชื่อ..ร้องไห้ไม่หยุด..
    ..ผมจะทำยังไง..หรือ..มันดันวิ่งไปไหนก็ไม่รู้..หรือ..เสือกไปเล่นซ่อนแอบ..แล้วผมหามัน
    ไม่เจอ..ผมจะทำยังไง..ถ้า..ไอ้ชิหายไป..แล้วหาไม่เจอ....
    .............ผมคิดว่า....เวรแท้ๆ..งานนี้.....
    ....ผม..ก็พอพูดได้เป็น..คำๆง่าย..บางคำไม่รู้ว่าจะพูดยังไง..ก็เล่นภาษามือ..ท่าทางไป..
    ....ก็ชวนมัน..เตะบอล..เตะส่งไปส่งมา...แล้วก็ไปเล่นเครื่องเล่น..แบบเด็กทำตัวแบบเด็ก.
    ....เออก็แปลก..มันก็เชื่อผมดี..ทำอะไรก็ทำตาม....
    ............ธรรมชาติของผมจริงๆ..ไม่ชอบเด็กครับ..รำคาญเสียงร้อง..ยิ่งไอ้เด็กที่ห้ามไม่ฟัง..
    ผมจะหงุดหงิดมากอยากเตะซักป้าบ..เด็กผู้หญิง..นั่นผมก็ไม่ได้เอ็นดู..แบบผู้ใหญ่ทั่วไป...
    ...และ..เมื่ออยู่ที่..เมืองไทย..เหมือนเด็กมันก็รู้เอง..มันเห็นหน้าผมมันก็เมินกันหมด..ทำให้
    ผมนั้นไม่มีความคุ้นเคยกับเด็กเล็ก..ไม่ว่าสนิท..ขนาดหลาน..หรือ..ลูกใครก็เหอะ....
    ....................เล่นกับ..เด็กไม่เป็น..............และ..ไม่เอ็นดู..เด็ก...........................
    ........กรณีไอ้ชิ..นี่ผมงงมาก..เปิดฉาก..มันก็ไปกับผมเลย..ไม่งอแง..อะไร..คุยกันรู้เรื่อง..
    ประมาณ ๑๐-๒๐ เปอร์เซนต์มั้ง...ผมบอกหรือชี้..ให้ไป..ตรงโน้นตรงนี้..ก็ไปหมด...ผมขี้เกียจ
    เตะบอลแล้ว..ให้มันไปเล่นชิงช้ามันก็ไป...มันก็นั่งม้าหมุน..บันไดเลื่อนของมันไป..ส่วนใหญ่
    ผมก็นั่งดู...แต่ที่ดูมากกว่าคือ..เวลา..พอครบชั่วโมง..ผมก็เรียกมันแล้วก็..จูงมือกลับ...
    .......พอไปถึง..ก็พอดี..กลุ่มแม่บ้านเขาก็ยืนคุยกัน..เตรียมจะกลับ..มันก็วิ่งไปหาแม่มัน...
    ..แม่มันก็ถามอะไรไอ้ชิไม่รู้...แล้วก็หันมาโค้งขอบคุณผมใหญ่..มีไหว้ด้วย(..เรียนมาแล้ว)..
    ....แกก็เรียกพี่เขา..มาเป็นล่ามบอกว่า..แม่ไอ้ชิบอกว่า..ไอ้ชิบอกว่า..สนุกดี..ชอบผม..วัน
    หน้าจะมา..ให้พาไปเล่นใหม่...แล้วแม่มันก็บอกว่า..ทีแรกก็กลัว..เพราะปกติ..ไอ้ชิจะงอแง..
    ..เวลาเจอคนอื่น..ยิ่งคนไม่คุ้นพาไปไหน..มันจะไม่มีทางไป..แต่ตั้งแต่เริ่ม..มันก็ไม่งอแงแล้ว
    ...แสดงว่า..มันต้องชอบผมมาก............แล้ว..แกก็โค้ง..ให้อีก ๔-๕รอบ..ให้ไอ้ชิโค้งด้วย..
    มันก็โค้ง...พอจะเดินไป..มันก็หันมาโบกมือ..บ๊าย..บายให้ผมอีก....
    ...................ผมละมึนเลย....ยังคิดเลยว่า..ชิบหายแล้ว..ถ้างวดหน้า..ไอ้ชิมาอีกกูไปไหน..
    ไม่ได้แน่...ผมนี่ก็ใจดำน่าดูมาคิดอีกที...เพราะตอนหลัง..พอรู้ว่าพวกนี้จะมา..ก็จะพยายาม..
    ตื่นมันแต่เช้ามืด..แล้วไปเอาจักรยาน..เผ่นไปเลย..ปรากฎว่า..พี่เขามาเล่าให่ฟังแถมบ่น..
    ..คือ..แม่บ้านเขามาก็พาไอ้ชิ..มาด้วยอีก..และตั้งใจจะมาเล่นกับผมเต็มที่..พอแกบอกว่า..
    ผมคงมีธุระไปไหน..วันนี้ไม่มา...ปรากฏว่า..พอไอ้ชิรู้มันร้องไห้..งอแง..จนแม่มัน..อยู่กับ
    พรรคพวกไม่ได้..ต้องพาไอ้ชิกลับบ้าน...พี่แกก็ขอร้องว่า..ครั้งหน้าเอ็งก็อยู่หน่อยแล้วกัน..
    สงสารเขาวะ...ผมก็ไม่นึกว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้..(..นี่ถ้าเป็นสาวมะลิ..แทน..ไอ้ชิ....
    ละก็...ผู้ก็คงอยู่ทุกครั้งแน่นอน..ต่อให้มีธุระอยากไปไหนก็เหอะ..)...ผมก็มานึกเสียใจว่า..
    ..เออ..ทั้งไอ้ตัวแม่..และ..ไอ้ชิ..มันก็ไม่ผิด..แต่พลอยต้องมาเสียใจ..และ..ผิดหวัง..เพราะผม
    ..ซึ่งเห็นแก่ตัวไปหน่อย..(..มันพูดลำบาก..ผมมีเวลาอยู่ญี่ปุ่น..ไม่ได้เป็นปี..อย่างพี่เขา..
    ..เวลาเรามีไม่มากยังไม่ได้เห็นโน่น..เห็นนี่อีกเยอะ..)......
    ......ก็เป็นอันว่า...ผมรับปาก...พอครั้งหน้า..เธอก็พาไอ้ชิมา..ก็เจอผม..ดีใจใหญ่น้ำตาไหล
    เลย..ไอ้ชิก็ยิ้มหัวเราะดีใจ...แล้วผมก็พาไปแบบเดิมนั่นแหละ..ผมทำอย่างอื่นไม่เป็น....
    .......ผมพาไอ้ชิไปเล่น..ไม่น่าเกิน ๓ ครั้งเอง.....แต่เมื่อตอนที่ผมใกล้จะกลับเมืองไทย..
    ..แม่บ้านเขามาหาผม..มาลา..แกเอาของขวัญ..มาให้ผมทั้งๆที่ผมกับแก..นั้นไม่ค่อยสนิทกัน..
    ....ของขวัญแกนี่..ผมถามคนญี่ปุ่นบอกว่า..ของขวัญแบบนี้..เป็นการแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
    ..และเป็นการขอบคุณอย่างสูง......นั่นก็คือ...แจกันเคลือบขุ่นหยดสีแบบญี่ปุ่น..และ..ถ้วยกาแฟ
    ...ซึ่งทั้งสองอย่างนี่..เป็นเซรามิกสไตล์ญี่ปุ่น..ที่แม่บ้านแกทำเองกับมือ..เพื่อให้ผมโดยเฉพาะ
    (..ผมถามพี่เขา..ภายหลังว่า..แล้วไอ้ถ้วยกาแฟนี่มายังไงพี่..พี่แกบอกว่า..แกพอรู้ว่าผมจะกลับ
    แกก็ถามพี่..เขาว่า..ผมชอบอะไร..พี่เขาก็ตอบไปว่า...ชอบกินกาแฟ..แกเลย..ปั้นมาให้ด้วย)..
    .......................[​IMG]

    ...คล้ายๆทำนองนี้ละครับ..แต่เคลือบพื้นเป็นขาวขุ่น..และ..สีเคลือบบนที่เอามาหยด..เป็นทางๆเป็นสีน้ำตาล.....
     
  4. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ........................
    ..............ผมก็แปลกใจ..ก็ถาม(ผ่านพี่เขา)ว่า..คุณพี่ทำอาชีพปั้นเซรามิคส์ขายเหรอ...
    ...เธอก็บอกว่าเปล่า..เพียงแต่ไปเรียนทำมา..แล้วช่วงจังหวะพอดี..ก็เลยทำไว้ให้เป็นที่ระลึก
    ซะเลย..เธอชี้ให้ผมดูที่ก้นแจกัน..ก็เป็นตัวประทับที่กดลงในในเนื้อ(..ตัวหนังสือ..จะนูน)..ผม
    ก็อ่านได้ว่า..มิกะ..(เป็นตัวฮิรากานะ..ครับ..ไม่ใช่ตัวจีน..เพราะตัวจีน..เส้นมันชิดกัน..เวลากด
    ลงไปในเนื้อมันอาจเคลื่อนแล้ว..อ่านไม่ออกได้..ก็เล่นใช้ตัวฮิรากานะแทน..)..ก็คือ..ชื่อของ
    เธอละครับ..ผมก็รู้สึกตื้นตันมากที่เธอให้เกียรติผม..เธอบอกว่า..ความจริงแล้ว..ทุกเสาร์-อาทิตย์
    ..เจ้าชิ..มันก็รบเร้าให้มาหาผม..เพื่อจะมาเล่นกับผมนั่นแหละ..แต่เธอ..ก็เกรงใจ..ก็บอกไปว่า..
    ผมนั้นมีธุระ..ไปต่างจังหวัดบ้าง..อะไรทำนองนี้..เธอบอกว่า..เจ้าชิมันชอบผมมาก..แบบพี่ชาย
    เลย..เพราะมันไม่มีพี่ชาย..และผมนิสัยดี....เธอบอกว่า..เดี๋ยวผมก็จะกลับเมืองไทยแล้ว...มัน
    ก็อุตส่าห์เอา..ตุ๊กตาแบบที่เด็กเขาเล่นกันอะไรก็ไม่ทราบ..ฝากแม่ให้เอามาให้ด้วย..เธอรับมา
    แทน..บอกเจ้าชิว่า..ไม่ต้องมา..มันก็ร้องไห้ใหญ่..เธอบอกสาเหตุว่ากลัวจะมาร้องไห้..และงอแง
    เอาไม่อยู่..สู้ให้ร้องที่บ้านดีกว่า....
    ...........ผมงี้..น้ำตาคลอเบ้าเลย..สำหรับ..มิตรจิต..มิตรใจ..ที่ครอบครัวนี้ให้ผม..ผมกลับมาเมือง
    ไทย..แม่ไอ้ชิก็เคยเขียนจดหมายมา..คงให้คนไทยคนไหนไม่ทราบเขียนตามที่บอก..เล่าเรื่อง
    ของครอบครัว..และ..บอกว่า..ไอ้ชิ..ก็ยังคิดถึงผมอยู่..และ..ฝากสวัสดีมาด้วย...ผมก็ทีแรกก็ตั้ง
    ใจว่าจะตอบละครับ(..ก็คงต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ..แล้วให้เธอไปหาคนแลเอา)..แต่ไปๆมาๆ
    ก็ลืม...พอนึกขึ้นได้อีกทีก็หลายเดือนแล้ว...ก็เลยไม่ได้เขียนไป..แล้วผมก็ไม่ทราบ..ข่าวคราว
    ครอบครัว..นี้อีก...แต่ความประทับใจก็ยังไม่ลืมเลือนไปแม้..เหตุการณ์จะผ่านไปมากกว่า๓๐ปี..
    ..ก็ตาม...
    ..........................
    ............ผมยังไม่ได้เล่ากิจวัตรประจำวันทั่วไป..ของผมที่นี่เลย..ก็ขอเล่าซะหน่อยเพราะ..
    มันเกี่ยวพันกับเรื่องอื่นด้วย...
    .........ทุกวันถ้าผมไม่ได้ไปดูงานที่ต่างจังหวัดหรือ..ศึกษานอกสถานที่..ผมก็จะต้องไปเรียย
    หนังสือประจำ..ที่..PUBLIC WORK REASEARCH INSTITUTE(PWRI)..ที่บริเวณส่วนราชการกลาง
    ในละแวกเมืองซูคุบะ..นี่แหละครับ..นั่งรถบัสไป..เช้า-เย็น..กลับ..ละแวกเขตส่วนราชการนี่..
    เหงามาก..เพราะ..มันไม่มีอย่างอื่นเลย..นอกจากตึกของ..สถานที่ทำการราชการของ..กระทรวง
    ต่างๆ..ของญี่ปุ่น..ถนนตรงยาวเฟื้อย..ไม่ต้องไปหา..ร้านอะไร..ไม่ว่าร้านอาหาร..ร้านขายของ..
    ไม่มีคร้บ..นานๆจะมีรถเมล์วิ่งผ่านซะที..มีแต่พวกตู้พวกน้ำดื่ม..กาแฟ..เครื่องดื่มบำรุงกำลัง..
    ..และ..ตู้ขายบุหรี่.....
    .....พวกร้านขายของ..จิปาถะ..จะอยู่ด้านล่างภายในอาคารของหน่วยราชการ..อยากจะซื้อของ
    จิปาถะ..ก็มีที่นี่เท่านั้น..คล้ายกับ..เทสโก้ตัสมินิมาร์เก็ต..ที่อยู่ตามปั๊ม..บ้านเราปัจจุบัน..
    .....คือ..เป็น..ซุปเปอร์มาร์เกต..ย่อยๆ..ผัก..ผลไม้..อาหารสำเร็จรูป..ทำนองนี้ครับ...
    .........สำหรับ..คนไทย..ที่มาที่นี่ทั่วไป..เขาเบื่อมาก..ก็คือมื้อกลางวันนี่แหละครับ...เพราะ..ไม่
    มีทางเลือกอื่น..ทุกคนต้องกินเหมือนกันหมด..ตั้งแต่ระดับอธิบดี..ยันพาลโรง...
    ..............อาหารถาด...เข้าแถวรับไป..ทีละคน....แล้วแต่ครัว..วันนี้จะทำอะไรให้กิน....
    ..แต่ผมเอง..สบายมาก..เพราะเป็นคนกินอะไร..ซ้ำซาก..และไม่ทานเผ็ดอยู่แล้ว..และไม่ค่อย
    สนใจเรื่องรสชาติอาหาร..(..ไม่มีสุนทรียในการลิ้มรส)...เว้นอย่างเดียว..คือ..ปลา...
    ....ถ้ามีปลา..อยู่ในเมนู..ผมก็..ยกให้พรรคพวกผม..ซึ่งก็เป็นลาภปากพวกมันไป..ไม่ว่า..ไอ้โด้
    ไอ้โก้..ไอ้ซิงก์....
    ......ตอนเย็นก่อนขึ้นรถ..เราจะเวลาจับจ่ายซื้อของ..ไม่ว่าจะเป็นของกินเล่น..อาหารหนัก..
    (บะหมี่สำเร็จรูป...กระป๋องโฟม...ใครไปอยู่โรงแรมที่ญี่ปุ่น..ก็จะรู้ว่าที่นี่ไม่เหมือนใครอย่างคือ..
    คือ..มีน้ำร้อนไว้บริการ..ไม่ว่าคุณอยากกิน..กาแฟ..ชา..หรือ..บะหมี่สำเร็จรูป..คุณก็อาศัยนี่ได้..
    ..ทุกระดับ..ของที่พักครับ..อยู่ในห้องของคุณเลย..ที่หอผมที่..ซูคุบะก็เหมือนกัน..ไม่เว้น..)
    ....ผลไม้...ของผมที่..ซื้อทุกวัน..ก็คือ..ผลไม้ที่ไม่มีขายในเมืองไทย..ในยุคนั้น....
    ................เม็ชเมลล่อน..( MESH MELLON )..หรือ..แตงตาข่ายหวาน..ของญี่ปุ่น....
    ..ตอนนั้น..แตงตาข่ายหวานของญี่ปุ่น..มีขายที่เดียวคือ..ที่ไทยไดมารู...และ..แตงหวาน
    จากที่อื่น..ไม่ว่าจะเป็นจากไต้หวันก็ไม่มีขาย..เรื่องปลูกนั้นก็ยังไม่มีครับ..บ้านเรามีแต่
    ..แตงไทย..จืดสนิท......(แต่ตอนนั้น..ผมว่าอีกทีๆน่ามีขาย..ก็คือ..ฟู้ดแลนด์(..ตอนนั้น
    มีอยู่..สาขาเดียวที่สุขุมวิท..เพราะมีของแปลกจากเมืองนอก..ขาย)...
    .................

    .....[​IMG]..........

    ....นี่ครับ..ตึกใหญ่กลางของ PWRI..ที่ผมเคยไปเรียน..ที่เห็นนี่แค่..ส่วนเดียวครับ..
    ...พื้นที่..ของ PWRI..ใหญ่กว่านี้มาก..หลายร้อยไร่..มีตึกทดลอง(LAB)..
    ..และพื้นที่สำหรับการทดลอง.กระจายอยู่เป็นสิบแห่ง..แต่ต้นไม้คงบังไว้มาก...
    ....ที่เห็นหมู่ตึกไกลๆใกล้เขา..นั่นก็..เป็นส่วนราชการอื่น...

     
  5. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ..............สาเหตุ..ที่ผมกินไอ้นี่ทุกวันเพราะ
    ...๑. เมืองไทยไม่มีกิน(..ตอนนั้น..ถึงกลับมา..จนมีขายก็ไม่หวานอร่อยเท่าที่ผมเคยกิน)
    ...๒. เป็นผลไม้ที่ถูก..ผมคิดเรื่องประหยัด่กอนเรื่องอื่น..ราคาเท่าที่จำได้..อยู่ที่ ๓๐๐ เยน
    ต่อ ๑ ลูก..เทียบเป็นราคาคือ..๓๐ บาท..ก็ต้องถือว่า..ถูกกว่าอื่น..แถมปริมาณมาก..
    ...เรียกว่า..๑ ลูก ต่อ..คืน..ผมแทบไม่ต้องกินอะไรอย่างอื่นต่อ..ก็ได้....
    ....๓. หวานมากๆอร่อย..และชุ่มคอ..ชื่นใจ..รสชาติถูกปาก..และคุณภาพ..แน่นอน..เท่าที่
    ผมซื้อมา..ไม่เคยมีลูกไหน..ที่หวานน้อยเลย...หวานใกล้เคียงกันทุกลูก...
    .....๔. ไม่ต้องไปแสวงหา..เพราะมีขาย..ทุกวัน...
    ...........พอผมกลับถึงหอ..เอาหนังสือเรียนไปไว้ที่ห้องแล้ว..ก็ลงไปยืมจักรยานเลย..
    (ถ้า..ผมมองตอนลงรถเห็น..รถจักรยานเหลือน้อย..ผมก็ยืมไว้ก่อน..เอาหนังสือไปเก็บ...)
    ...แล้วก็ขี่ไปในเส้นทางเดิมแทบทุกครั้ง(..เส้นทางนี้..ผมเรียนรู้จากคนไทยที่นำทางไปก่อน
    ก็เป็นเส้นทางเดียวกับที่..จะไปสถานีรถไฟที่ซูชิอูร่า..ซึ่งผมว่ามันสวยดี..เพราะ..เลาะตัดผ่าน
    ท้องนา..วิวดี..อากาศบริสุทธิ์มาก..ก่อนจะไปถึงถนนใหญ่..ระยทางที่ขี่ก็ไปกลับประมาณ..๘-
    ๑๐ กิโลเมตร..แต่ก่อนจะกลับ..ผมต้องแวะข้างทางอยู่ที่หนึ่งทุกครั้ง..เป็นกิจวัตร..ประจำของ
    ผม..คือ..ร้านกาแฟ..ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่..ผมพบโดยบังเอิญ..เพราะเห็นร้านมันเล็กและออกแบบ
    หน้าร้านเท่ห์ดี..ดูเป็นแนวยุโรปมีคลาส..แต่จริงๆคือ..อยากกินกาแฟคั่ว(..เอสเปรซโซ่..)มาก
    กว่า....แต่บังเอิญ..มันมีอีกอย่างที่ดึงดูดผมมากกว่า..คือ..เค็ก..ชนิดหนึ่งที่..ตอนอยู่เมืองไทย
    ผมไม่รู้จัก..(เพราะสมัยนั้น..เรื่องร้านเค็กแบบหลากหลาย..หรือ..ร้านค๊อฟฟี่ช็อบ..เมืองไทย..
    มันมีน้อยมากและ..หลบอยู่ในซอกของกรุงเทพ..ไม่ใช่หาที่ไหน..ถนนไหนก็เจอเต็มบ้าน
    เต้มเมืองไปหมด..แบบยุคนี้..).....ครั้งแรกของผม..ก็แค่อยากหาเค็กมากินกับกาแฟ..เค็ก
    อะไรที่..ดูดี(..ปกติ..ผมจะชอบพวกเค็กที่เนื้อเป็นช็อคโกแลต..หรือ..ราดหน้าช็อคโกแล็ต)
    ...แต่สายตาดันเหลือบ..ไปเห็นเค็กขาวแต่หน้าข้างบนมันมีอะไรเยิ้มๆเป็นสีม่วง..และก็มีลูก
    ผลไม้สีม่วงอยู่ในนั้นเพียบเลย....มันน่ากิน..และ..สวย...ผมถามเจ้าของร้าน..(ร้านเล็ก..
    ครับ..เจ้าของ..ขายเอง..คนเดียว..และลูกค้าต้องเสริฟเอง..)...เจ้าของร้านโต้ตอบกับผม
    ด้วยภาษาอังกฤษชั้นเยี่ยม..และ..ไม่มีสำเนียงหรือ..รูปแบบ..ของอังกฤษแบบญี่ปุ่นปนอยู่เลย
    ...แกบอกว่า..มันคือ..”บลูเบอร์รี่ชิสเค็ก”....(..ผมกินที่นี่แทบทุกวัน..จนสนิทกับเจ้าของร้าน
    ..และรู้เรื่องราวของเขาดี..เขาก็เกิดที่ญี่ปุ่นนั่นแหละครับ..แต่ตั้งแต่เริ่มหนุ่ม..ก็หลงไหล..ใน
    การทำอาหารหวาน..เช่นพวกเค็ก..เขาก็ไปเรียนเกี่ยวกับมันที่โรงเรียนที่สอนเฉพาะ..จนเรียกว่า
    ..ออกมาเปิดร้านได้..แต่เขาคิดว่า..มันยังไม่พอ..เขาก็ตระเวณไป..อยู่ยุโรป..ไม่ว่า..อังกฤษ..
    ฝรั่งเศษ..เบลเยี่ยม..เยอรมัน..สวิส..อิตาลี่..ฯลฯ..เป็น..สิบกว่าปี..ตั้งแต่หนุ่ม..ไปเป็น..ลูกมือ
    และ..เรียนรู้..จากต้นตำรับแต่แห่ง..จนแกคิดว่า..แกเชี่ยวชาญพอ..ถึงได้กลับมา..แต่แกก็กลับ
    มาเปิด..ร้านกาแฟและเค็ก..ที่นี่..แทน..แกบอกว่า..สบายใจดี..ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร..แล้วก็
    คิดเค็กสูตรใหม่ๆ..จากประสพการณ์จากยุโรปของแกเอง....)..ความจริง..มันมีเยอะหลาก..
    หลายมาก..จากที่ผมเห็นลูกค้าก็ค่อนข้างเต็มร้าน..ทุกครั้งที่ไปกิน..แถมส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง..
    ทั้งหญิงชาย..ประเภท..นักศึกษา..และ..อาจารย์มหาลัย..ก็คงแสดงได้ว่า..มาตรฐานแกขนาด
    ไหน..และ..ผมยืนยันได้..จนถึงทุกวันนี้..จาก..การตระเวณกิน..บลูเบอรรี่ชีสเค็ก..มาหลายๆ
    แห่ง..และ..หลายปี..จวบจนปัจจุบัน..ไม่มีที่ไหน..อร่อยกว่าที่นี่....
    .....................THREE P HOUSE...........ชื่อร้านครับ..ตราร้านก็เท่ห์..เป็น ตัว P ใหญ่ๆ..
    ..และ..มีดาบฝรั่ง ๓ เล่ม..สอดในตัว P ...ร้านนี้..ไม่มีอะไรบอกว่าเป็นร้านญี่ปุ่นเลย...ไม่เจอ
    ตัวอักษร..ญี่ปุ่น..แม้แต่ตัวเดียว..ให้เห็น..ยกเว้นใน..แบ๊งก์ที่เราต้องจ่ายตังก์...เขาจะมี..
    รายการ...”เค็กประจำวัน”..เปลี่ยนไปเรื่อยๆ..และก็มีชื่อเขียนไว้....อย่างผมมันกะเหรี่ยงครับ
    ...ไอ้เค้กที่ผมกิน..มันเป็นเค็กอินเตอร์..ไม่มีชื่อเขียนกำกับไว้...ซึ่งมีเค็กอีกเป็นร่วมสิบอย่าง
    ..ที่ไม่มีชื่อกำกับ..จะมีเฉพาะ..เค็กไฮโซ..หรือ..เค็กแปลกๆ..ถึงจะมีชื่อติดไว้ให้รู้...ผมก็ลอง
    คิดดู..ว่าชีวิตที่โน่น..ผมมีความสุขจริงๆ..กินเอสเปรซโซ่..ทุกวัน..กินเค็กโคตรอร่อยทุเย็น..
    ผมไม่สามารถทำ..ได้ที่นี่...และที่สำคัญ..เค็กที่นี่..ที่ผมกินทุกวันได้..ก็เพราะ..ไม่แพงครับ..
    คือ..เจ้าของร้านนี้..ขายของไม่แพง..ทั้งๆที่แกมีของที่อร่อย..และ..หรู..เท่ากับโรงแรมชั้นหนึ่ง
    ...และ..หลังจากนั้น..ผมถึงได้ทราบว่า..ไอ้บลูเบอรี่ชีสเค็ก..นี่มันมี..มากกว่า..สิบ..ชนิดย่อยลง
    ไป..แล้วก็ยังมีหลากหลายสูตร..และ..รสชาติอีกต่างหาก....
    .....ก็เลย..กลายเป็นที่นั่งเอ็นจอยชีวิต..ก่อนขี่กลับหอในยามค่ำคืนทุกวัน....
    .......................

    ..................[​IMG].

    ..........อันนี้..ค่อนข้างคล้ายครับ..คือ..จะไม่มีเกล็ดขนมปังแข็งๆ(สีน้ำตาล)...
    ...อยู่ด้านใต้.............
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 มิถุนายน 2015
  6. thongchat

    thongchat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    474
    ค่าพลัง:
    +2,146
    เห็นเค้กแล้วน่าทานจัง
     
  7. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    .....................................
    ....พี่ก็ว่าอย่างงั้นแหละ..ยิ่งดูยิ่งคิดถึงวันเก่าๆ....
    ...พูดแล้ว..ยิ่งเหมือนแก่เพิ่มไปอีก..เป็นสิบปีเลย...
    ........แต่มันก็มีความสุข.....ช่างมันเถอะ..
     
  8. makigochan

    makigochan ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    5,675
    ค่าพลัง:
    +54,833
    อุตส่าห์ ลุ้น เรื่อง ชายพัด กะสาวมะลิ

    แหม๋ ตอนจบเนี่ย เฮ้อๆ เคล้าน้ำตา

    คุณmodpong มีชิคุง มาเป็นคู่จิ้น

    ชิคุง คงมองเห็น ความเมตตาปราณี ของคุณmodpong แน่ๆเลยค่ะ ใช่ไหมล่ะ

    ไม่ชอบเด็ก แต่เด็กมาชอบ

    ปิดท้ายด้วยขนมๆๆ โอ๊ยๆ บลูเบอรี่ชีสเค้ก เนี่ย ของโปรดมากิเลยล่ะ

    ซื้อมากินบ่อยมากค่ะ ของS&P ด้วยล่ะ กินกับกาแฟร้อนๆ มีความสุ๊ข


    ;aa15
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 มิถุนายน 2015
  9. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ...........................................
    .....คุณมากิ..นี่รสนิยมเดียวกับผมเลย......
    ..ผมว่า..เพราะรสที่อมเปรี้ยวที่แทรกอยู่ในรสหวานผสมกับ..ควมมัน..และ..นุ่มของเค็ก..นี่มันลงตัวกับ..กาแฟขมๆ..พอดี..มันเสริมกันดีมาก..จริงๆครับ..
    ..ในความคิดผม....
     
  10. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ........................
    ........น้องๆ..หรือ..เด็กๆรุ่นหลัง..ขนาด..ซัก ๕๐ ปีลงไป..อาจจะคิดว่า..ไม่เห็นแปลกอะไร..
    จะมาเล่าทำไม...ก็อย่าลืมนะครับ..นั่นคือ..เรื่องเมื่อกว่าสามสิบปีมาแล้ว...มันเป็นความรู้สึก
    ของผมตอนนั้น..ที่เอามาเล่าให้ฟัง..เมื่อพบกับ..สิ่งที่เราไม่เคยพบ..หรือ..เคยกินมาก่อน..
    ...สิ่งที่ไม่ได้..หาได้ทั่วไปในยุคนั้นที่เมืองไทย.....
    ................................
    ..........พอกลับไปถึงหอ..แล้วก็ค่อยไปแคนทีน..เพื่อกินข้าวเย็นร่วมกับ..คนไทย..ที่โต๊ะของ
    พวกเรา..ต่างคนก็เอาเรื่องเล่าที่ได้รับกันมาแต่ละวันออกมาเล่าให้ฮาเฮกัน..ตามประสาคนไทย
    ...หลังจากแยกย้ายกันแล้ว...บางกลุ่มก็ไปนั่งโซ้ยเบียร์กันต่อ..ที่ห้อง..หรือ..ที่ล้อบบี้ก็ว่ากันไป
    ...แต่ผมนั้น..ไม่นิยมแอลกอฮอล์เท่าไหร่..ก็ไม่ได้ร่วมวงกับเขา..ก็กลับไปอาบน้ำ..แล้วเปลี่ยน
    มานุ่งกางเกงเล..ตามสบายผม(..ชุดนอน..)..แล้วก็ออกมาดูทีวี....
    ............ที่นี่..เขาไม่มีทีวี..ที่ห้องพักนะครับ..มีอยู่เครื่องเดียว..เป็นทีวีจอยักษ์..ในยุคนั้น..จอ
    ขนาด ๔ ฟุต..คูณ ๕ ฟุต..ก็เรียกว่าทันสมัยมากยุคนั้น..เป็น..จอโปรเจคเตอร์..คือ..จอนั้น..ไม่
    มีเครื่องอะไรเป็นที่รับภาพอย่างเดียว...ตัวเครื่องมันจะตั้งอยู่กับพื้นห่างจากจอมาแระมาณซัก
    ๘ ฟุตได้..แล้วก็มี..หลอดไฟขนาดใหญ่..๓ดวง..สีแดง..สีเขียว..สีน้ำเงิน...ยิงเสงไปตัดกัน..
    แล้ว..ภาพก็จะไปปรากฏบนจอ...ก็เรียกว่า..ชัดเลยทีเดียว..แล้วที่นี่..เขาก็ทำเก้าอี้เบาะ...
    คล้ายๆโรงหนัง..เรียงซ้อนกัน..ก็คล้ายกับโรงหนังเล็กๆนะครับ....
    .............ผมเองนั้น..เป็นคนชอบดูทีวีอยู่แล้ว..และ..การดูทีวี..ก็เป็นการทำให้เราสัมผัส
    วัฒนธรรมต่างๆของ..ประเทศนั้นๆ..ได้รวดเร็วด้วย..แม้ส่วนใหญ่จะฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็เพลินดี
    ...แล้วไอ้ทีวี..ตัวนี้นี่เอง..กลายเป็น..สาเหตุเรื่องราว..การเอาคืน..และ..ตามล้างตามเช็ด..
    ของผม..กับ..ไอ้มืดตัวหนึ่ง...
    ..........ใช้เวลาเป็นเดือน..ถึงจะประสพผลสำเร็จ..จนทำให้ผมพอใจ..กับผลที่ได้รับ....
    ...มันคล้ายกับเป็น..มหากาพย์ของผมเลย..เพราะผมตั้งใจมาก..และ..วางแผนการไว้อย่างดี
    ......บางท่านที่ได้อ่านมหากาพย์นี้จบแล้ว..ก็อาจจะแปลกใจว่า..ทำไมต้องทำขนาดนี้.....
    ....ผมในช่วงนั้น..คิดติตรองหลายรอบด้วยตัวเอง..ไม่ได้ปรึกษาวางแผนกับใคร..เพราะคิด
    ว่า..เป็นเรื่องส่วนตัว...ผมต้องทำเอง...
    ........ผมนั้นเป็นคนที่..รัก..ศักดิ์ศรีตัวเองมาก..และ..จะไม่ให้ใครละเมิด..อย่างไอ้เบื้อก..๓
    ตัว..ที่สนิทกับผม..ผมบอกกับมันตั้งแต่..อาทิตย์แรกๆเลยว่า..”.กูมีข้อห้ามอย่างนึง..ต้องบอก
    ก่อน..เพราะถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว..กูจะไม่อภัยให้ใครทั้งสิ้น..คือ..เรื่อง..”หัว”..ของกู..ห้ามมา
    แตะ..หรือ..สัมผัส..โดยที่กูไม่อนุญาตก่อน...ไม่ได้..เพราะ..คนไทย..โดยเฉพาะ..กู...
    ถือว่า..เป็นการลบหลู่เกียรติ..อย่างแรง...ถ้ามึงอยากคบกู..เป็นเพื่อน..ก็อย่าทำ....”
    .....ผมบอกต่อหน้ามันทั้ง..สามคนพร้อมกัน..มันก็ทำหน้าตกใจ...ผมก็บอกว่า..กูซีเรียสนะ..
    ..ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น..มึงจำไว้แล้วกัน..เพราะนอกจาก..กูจะเลิกคบมึงแล้ว..กูก็จะทำร้ายมึงด้วย
    ....................
    .................แต่เรื่องอื่น..กับ..คนอื่น..ในห้อง..ที่มาลบหลู่ผม..ก็เกือบเป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน..
    ....แล้วผม..จะเล่าในตอนต่อๆไป............
    ..................ผมนั้นยอมรับว่า..ผมไม่ใช่คนดี..แต่ผมก็ไม่เคยเบียดเบียนใครก่อน..เพราะผม
    เคารพในสิทธิ์ของทุกคน..ผมเองก็เลยเกลียดคนแบบนี้..มาตลอดตั้งแต่เด็ก....ผมเองเป็นคน
    เลือดร้อน..อารมณ์แรง..แต่ไม่ถึงกับขาดสติ..นัก..ถ้าไม่หนักจริงๆ...ผมไม่คิดเลยว่า...
    ....อุตส่าห์..มาเมืองนอก..แล้วจะต้องมาเจอ..เรื่องแบบนี้..คนอื่นอาจคิดว่า..โอ๊ยแค่นี้..มันธรรม
    ดา..คิดมากไปได้..แต่สำหรับผมมัน..”ไม่ได้”...เพราะมันจะคาใจผมไปตลอด....
    .........เรื่องมันเกิดขึ้น..เมื่อผมไปอยู่ที่นั่นได้ไม่ถึงเดือนดี...ก็อย่างที่ผมเล่าไป..คือ..เมื่อ
    หลังผมอาบน้ำแล้ว..ผมก็จะมาดู..ทีวี..ที่ลานดูทีวี..(..คือ..มันไม่ใช่ห้อง..ครับ..มันเป็นส่วน
    นึง..เป็นมุมนึง...คนเดินผ่านไปมาได้...)....วันนั้น..ก็มีคนดูอยู่ไม่เท่าไหร่..ซักสิบคนได้...
    ..ก็นั่ง..กระจายกันไป...บางพวกก้ไม่ได้มาดูทีวี..มานั่งคุยกันก็มี..และมีไม่น้อยที่ถือโอกาศ
    ..มาหลับ..เพราะเก้าอี้มันนุ่ม..และออกแบบมาดี...
    ..........................
     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,621
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,041
    **ตายแล้วๆๆ cheesecake ชอบมากและทานประจําเลยค่ะ (ตอนนี้นานๆทีกลัวอ้วน) ส่วน ไดมารูก็เคยไปบ่อยค่ะ
    **ตอนนี้ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรได้ยินแต่เพลงสุกียากี้ทุกวันเลย(เพิ่งจะรู้คําแปล)
    **ส่วนสาวกระทิเอ๊ยมะลิสด ก็คือ คนสวยๆไม่ใช่๑๐๐%ที่จะสมหวังค่ะก็เห็นใจเธอนะ แต่ก็ต้องชมเชยนํ้าใจชายพัดด้วย
    **นานๆเม้นทีเลยมีหลายประโยค
    **ยังรออ่านต่ะ
    **อ้อ ทีวีสามสีก็เคยมีบ้าไปกับเขาอยู่ครั้งนึง เหมือนอยู่ในโรงหนังเลย
     
  12. บุษบากาญจ์

    บุษบากาญจ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    9,476
    ค่าพลัง:
    +20,268
    ชอบฟังค่ะ ชอบอยู่กับผู้สูงอายุ ชอบคุยด้วยรู้สึกอบอุ่น และได้ความรู้เยอะเลยค่ะ เพราะต่างเวลา ต่างสถานที่ ต่างประสบการณ์ และอีกหลายๆ ต่าง มันมีเสน่ห์ในตัวของมันค่ะ ตอนเด็กจะชอบไปอยู่กับปู่ย่า ตายาย และเพื่อนๆ ของท่าน ชอบฟังท่านเล่าเรื่องต่างๆ ฟังทีก็ตาโตเลย เพราะไม่เคยเจอมาก่อน และบางทีก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ต้องซักถามกันอยู่นานกว่าจะรู้เรื่องกัน แต่ก็สนุก ฟังได้เรื่อยๆ ไม่รู้เบื่อ (มาสนับสนุนอีกเสียงนึงค่ะ เล่าต่อเรื่อยๆ นะคะ จะเข้ามาอ่านเรื่อยๆ เช่นกันค่ะ ขอบพระคุณนะคะ)
     
  13. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ...............................................
    ....ขอบคุณครับพี่..ที่เข้ามาเม้นต์...
    .....เออมันแปลกนะพี่..........
    ...ไอ้ชายพัด..หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่น..พอมาอยู่เมืองไทย....มันดูธรรมดามาก...อยู่โน่นมันคอนทรัสท์มั้ง...ถ้าปัจจุบัน..ไม่แน่มาเทียบหุ่นกับ..ผม..อาจสู้ผมไม่ได้..ก็เป็นไปได้...เพราะผมอายุ๖๑ แต่ยังมี..ซิกแพคส์อยู่..(ขอคุยหน่อย..ฮ่าๆๆ)
     
  14. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    .......................................
    ....ขอบคุณครับ..คุณหน้านวล..ที่สนับสนุนผม..และคอยติดตาม.....
    ....ผมเช่นกันครับ...ที่ชอบคุยกับผู้ชราที่น่านับถือ(..ต้องแยกแยะเหมือนกัน..เพราะไอ้แก่ๆแบบกะโหลก..กะลา..เพ้อเจ้อ..ก็มีเยอะ..)..เพื่อเก็บเกี่ยวตวามรู้..และ..ประสพการณ์...โดยเฉพาะผมเป็นคนที่ชอบเล่นพระเครื่อง..จึงช่วยเสริม..ได้ด้วย..พวกที่เป็นแฟนเก่าบทความเดิมๆผม..จะทราบดี...
     
  15. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ..........................
    ............ก่อนหน้านี้...ที่ผมเสนอก็ออกแนว..ตลก..เปิ่น..หรือ..โรมันติก..ซึ่ง..เหล่านี้..ก็เรียก
    ว่า..เป็นด้านขาว..หรือ..ด้านสว่าง..ของจิตใจ..แต่ตอนนี้..ผมจะเสนอด้านมืด..ของคน..ไม่ว่า
    ทั้งของผมเอง..และ..ไอ้มืดคู่กรณีผม...และบอกไว้ซะก่อนว่า..เรื่องนี้รับรองว่าไม่เกี่ยวกับสีผิว
    ..แต่อย่างใด...
    ................................
    ..........ผมมาถึงก็..ลงนั่งที่เก้าอี้..แถวใกล้ด้านหน้า..น่าจะประมาณแถวที่สอง....ทีวี..เปิดอยู่
    ที่ช่อง..ละครญี่ปุ่น...ซึ่งเป็นละครดราม่า..ซึ่งบอกตรงๆว่า..ถ้าคนดูมันไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น..
    ..แบบค่อนข้างลึกซึ้ง...ก็หาความบันเทิงไม่ได้หรอกครับ..เพราะไม่รู้เรื่อง..ผมก็ทนดูอยู่ซัก..
    ๑๐ นาทีเห็นจะได้..แล้วก็ไม่ยักมีใคร..มาเปลี่ยนช่องซะที...
    ........รูปแบบที่เป็นการยอมรับกัน..และผมได้เห็นคนที่อยากเปลี่ยนช่อง...ทำมาหลายคน..
    แบบนี้ทั้งนั้น..คือ..ออกไปยืนด้านหน้าข้างจอ..แล้วก็ตะโกน..บอกให้คนที่กำลังดูว่า..อยาก
    ..เปลี่ยนช่อง..ถ้ามีคนสนับสนุนมากกว่า..คนค้านก็เปลี่ยนช่องได้..ก็หลักประชาธิปไตย..
    ธรรมดานี่แหละครับ...แล้วถ้าโอเค..คนอยากให้เปลี่ยนช่องมากกว่า..ก็เปลี่ยนไป..แต่ถ้าถึงช่อง
    ที่ตัวเองอยากดู..แล้วหยุด..ถ้าหาเสียงส่วนใหญ่ว่า..โอเคมั้ย..ถ้าไม่โอเค..ก็ต้องเลื่อนต่อไป..
    ...เสียงส่วนใหญ่..เป็นเสียงสำคัญ..เพราะอาจจะทำให้เราไม่ได้ดูช่องที่อยากดู..ถ้าเกิดเลื่อนไป
    แล้วเจอ..ช่องน่าสนใจที่..เสียงส่วนใหญ่อยากดู..เขาก็จะขอให้หยุด..ที่นั่น..เราก็ต้องยอมรับ
    มติส่วนรวม..เหนื่อยฟรี..จึงทำให้..ส่วนใหญ่ขี้เกียจเปลี่ยนช่องกัน...
    ..................
    ..........ผมนั้นหันไปมอง..คนที่นั่งอยู่ก่อน..ปรากฎอย่างว่าคือ..มันดูไม่รู้เรื่อง..ไม่ได้..มีใคร
    สนใจดู..บางคนก็หลับ..หลายคนก็มานั่งกินขนม..อีกส่วนก็คุยกัน...ผมเห็นว่า..ไม่เห็นมีใคร
    ดู...ผมก็จึงเดินไปข้างหน้า..แล้วก็หันไปหาคนที่นั่งดู..แล้วก็แจ้งความจำนงค์ว่า..จะเปลี่ยน
    ช่อง...ก็มีสี่ห้าคน..ทั้งให้สัญญานและส่งเสียงว่า..โอเค..และไม่มีใครส่งเสียงค้าน..ผมจึง
    เปลี่ยนช่อง..พอไปถึง..ช่องกีฬา..ซึ่งผมคิดเออค่อยดูได้หน่อย..เพราะมันไม่ต้องพึ่งการพากย์
    ..ดูเอาเพลินๆ..ผมก็หยุดแล้วหันไป..ถามผู้ชมว่า..โอเคมั้ย..ก็มีคนกลุ่มเดิมที่ให้เปลี่ยน...
    ..ก็สนับสนุนว่า..เอาช่องนี้แหละ...ผมก็หยุด..แล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิม...ก้นผมเพิ่งแตะเบาะ
    ได้..ไม่ถึง ๑ นาที..ก็มีไอ้มืดตัวหนึ่ง..ที่มันนั่งอยู่เบาะแถวหน้าสุด..เดินมาที่เครื่องโดย..ไม่
    ถาม..ไม่ให้สัญญาน..หรือถามไถ่..ตามรูปแบบที่ปฏิบัติกัน..อย่างที่ชาวบ้านทำ...แม่มเปลี่ยน
    ช่องเฉยเลย..โดยไม่หันหลังไปมองใคร..กลับไปที่ช่องเดิม...........แถมเดินกลับไปนั่งที่เดิม
    แบบทองไม่รู้ร้อน......
    .........ผมอารมณ์ขึ้นทันที..โดยไม่ต้องคิดอะไร..ลุกขึ้นทันที...แต่สติที่เหลืออยู่น้อยนิด..ก็เตือน
    ตัวเองทัน..ว่า..นี่มันไม่ใช่บ้านเรานะโว้ย....
    .....(มึง..ในที่นี้คือ..ตัวผม)..........มึงจะหาเรื่องให้ใหญ่โต..รึไง....
    ..............ที่มึงจะทำนี่..มันจะเกินไป..รึเปล่า...
    .............มึงจะทำนี่..มึงเห็นใจคนอื่นที่..เขามาหาความสุขที่นี่รึเปล่า...
    .....................................
    ......ไอ้ความคิดพวกนี้ที่แว๊บเข้าสมองผมมา..มันตรึงผม..ที่ลุกขึ้นยืนและกำลังจะไปเตะมัน..ให้
    สาแก่ใจ..ความกวนซ้ลทีนของมัน....แล้วผมก็ค่อยๆนั่งลง...แล้วทบทวนเรื่องราว....
    .............ผมคิดก่อนว่า..๑. มันทำผิดต่อส่วนรวมแน่นอน..แต่นั่นเป็นเรื่องส่วนรวม...
    ...เพราะตอนที่..ผมถามว่า..ผมจะเปลี่ยนช่องก็ไม่มีใครค้าน..แม้แต่ตัวมันเอง...แต่ถึงมึง
    ค้าน..มึงก็ต้องยอมตามเสียงส่วนมาก...แต่มึงมาเปลี่ยนช่องกลับดยไม่ทำตามกฏ...
    ...มึงผิดแน่นอน..และ..เป็นความผิดโดยเจตนา..แสดงว่า..เฮี้ยของจริง...
    ................................๒. มันตั้งใจเจตนาจะหยามผม..รึเปล่า..ผมทบทวนแล้ว..แน่นอน..
    .........ทั้งๆที่..ผมก็ไม่เคยรู้จักมันมาก่อน..(ผมมีเพื่อนที่เป็นไอ้มืด..ไม่กี่คนในห้องผมเท่านั้น)..
    .......และ..โดยทั่วไปผมก็ไม่เคยไปยุ่งกับไอ้พวกนี้เลย..ไม่ได้สนใจมองด้วย...
    ..............๓. แสดงว่า..มันตั้งใจจะโชว์ความเก๋า..หรือ..โชว์ความเป็นเจ้าพ่อ...คิดว่า..คนอื่น..
    ไม่กล้ากับมัน..เพราะ..ถึงแม้ตัวมันจะเตี้ยกว่าผมไม่มาก..แต่ตัวมันตันเป็นถังเบียร์..คอไม่มี..
    ...หนักซะ..แปดสิบกว่ากิโลมั้ง..(ตอนนั้น..ผมหนักไม่ถึง หกสิบกิโล..ทั้งๆที่สูง ๑๗๘ ซม.
    ก็จัดว่า..ผอมนั่นแหละครับ....)....
    ..................................
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 มิถุนายน 2015
  16. thongchat

    thongchat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    474
    ค่าพลัง:
    +2,146
    โอ้!! กำลังจะมันครับ ฉากบู๊กำลังมา
    แปลกนะครับ คนไทยเราส่วนใหญ่อัธยาศัยดี แต่ถือเรื่องศักดิ์ศรี ผมก็คนหนึ่งล่ะ
     
  17. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ..................................
    ....ใจเย็นๆ...น้องพี่..เรื่องยังอีกยาวไกล..เรื่อง
    มันก็ต้องมีขั้น..มีตอน..และที่สำคัญสุดคือ..STRATEGY..หรือ..แผนการณ์นั่นเอง...
     
  18. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    ..................................
    ...............๔. แต่ไม่ว่ายังไง..คนที่ไปเปลี่ยนช่องก่อน..คือกู..แล้วมึงเปลี่ยนช่องกลับ..
    แบบผิดธรรมเนียม...แสดงว่า..สิ่งที่มึงทำคือ..มึงไม่เห็นกูอยู่ในสายตามึง............
    ...............๕. ข้อนี้สำคัญสุดคือ..ผมเองนั้น..ไม่มีใครรู้จักชื่อหรอกครับ..แต่ไม่ว่าชาติไหน
    ก็ต้องรู้ว่า..ผมเป็นคนไทย..(มันเอง..อาจไม่ได้สังเกตในตอนแรก)..คนอื่นที่นั่งดูทีวี..อยู่ตอน
    นั้นส่วนใหญ่ก็ต้องรู้ว่า..ผมเป็น..คนไทย..
    .........สาเหตุที่เป็นอย่างนั้น..เพราะ..พวกเรามีโต๊ะยาวที่ใครๆทั้ง TBIC ก็รู้ว่าโต๊ะนี้เป็น..โต๊ะ
    คนไทย..และผมก็เป็นคนที่กินอาหารเย็นที่แคนทีน..ตลอด..เดินไปเดินมา..แทบทุกวัน...
    ....ดังนั้น..เมื่อมันหยามผม..แต่คนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ในตอนนั้น..มันก็ต้องเอาไปพูดกันว่า..
    ...คนไทย..โดน..ไอ้มืด..หยาม...ไอ้นี่แหละที่..เลือดปุดๆ..เพราะกลายเป็นว่า..ผมทำให้คนไทย
    คนอื่น..ต้องมาเสียชื่อ..เพราะผม...พวกเราคนไทยนั้น..ไม่เคยก้มหัวให้ชาติไหน..หรือ..กลุ่ม
    ไหนมาก่อน..ชื่อจะต้องมาเสียเพราะผมเหรอ....ถ้าเป็นสมัยเรียนหนังสือ..เอาโทสะเป็นที่ตั้ง..
    ก็เรียบร้อย...ผมเองนั้น..เรียนมัธยมปลายที่..อำนวยศิลป์พระนคร..คนอายุ ๕๐ ปีขึ้นไปก็รู้ดี
    ว่า..โรงเรียนนี้..มีชื่อเสียงทางไหน..ผมนั้นอยู่ห้องเด็กหัวไม่ดี..และ..นิสัยไม่ดี..แถมผมเป็น
    พวกนั่งหลังห้อง..ก็คือ..ส่วนใหญ่จะไม่เรียนหนังสือ..เรื่องตีรันฟันแทง..มันธรรมดาของเด็ก
    อำนวยศิลป์...ผมไม่ได้มีความกลัวอยู่ในสมองเลย..แต่เพราะเราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา..มันก็ต้อง
    คิดเยอะหน่อย...สมัยเด็กตั้งแต่ประถมถึงมัธยม..ผมก็มีเรื่องชกต่อย..มามากครั้งจึงไม่ห่วง
    ในเรื่องนี้..ถ้าจะเกิดขึ้นอีกครั้งตอนโต...
    ..........ดังนั้น..ผมต้องรับผิดชอบ..ในเรื่องนี้..และเรื่องแบบนี้..ผมไม่ขอความช่วยเหลือใคร..
    ..ซึ่งเป็น..เอกลักษณ์..ของผมอยู่แล้ว..............
    .........ผมตัดสินโทษของมันแล้วตอนนั้นคือ..
    ๑. มึงตั้งใจหยามกู....
    ๒. มึงจึงหยาม..คนไทย..ไปด้วย
    ๓. มึงทำให้กูเสียฟอร์ม(..ทั้งๆที่ไม่มีฟอร์มอะไร..)..แล้วจะเป็นต้นเหตุให้คนไทย
    ที่นี่..อาจมาตำหนิกูได้.....ที่ทำให้เสียชื่อ..คนไทย..........
    ...ดังนั้น...โทษนี้..ไม่มีการให้อภัยโทษ...กูต้องเอาคืน..และกูต้องเอาคืน..แบบที่ให้คนชาติอื่น
    เห็นด้วย..เพื่อเรียกทุกอย่าง..รวมทั้งตัวตนกู..กลับมา....
    ...........ตั้งแต่..มันเปลี่ยนช่อง..ผมยืนขึ้น..และ..นั่งลง..สายตาผม..ไม่ได้ละไปจากมันเลย..
    ขณะที่สมองคิดไปเรื่อย..หูผมไม่ได้ยินอะไร...ผมจ้องไปทีหัวมัน(มันนั่งแถวหน้าผม ๒ แถว..
    เยื้องๆผม...)..ผมต้องการเห็นหน้ามัน..เต็มๆจะได้ไม่ผิดตัว..เพราะไอ้มืดมันถ้าไม่เห็นจะๆ..ก็
    แยกยาก...ผมมันก็หยิกขอดติดหนังหัว..ผิวก็ดำปื้ดปื๋อใกล้เคียงกัน..แล้วผมเห็นหน้ามัน..แค่
    ด้านข้าง..........ปรากฏว่า..ไม่นานผมว่าไม่ถึง ๕ นาที..มันก็หันมา...
    ....ผมไม่แน่ใจว่า..มันต้องการ..มามองผมโดยเจตนา..รึเปล่า..อาจจะเช็คว่า..ไอ้ผอมนั้นมัน
    กลับไปรึยัง...แต่ขอโทษ..คนแรกที่มันเหวี่ยงสายตาตามหน้าที่หันมา...มันคือ..ผม..
    .........สายตาของผม..ที่จ้องเขม็ง..ไปที่..แววตา..ของมัน.............
    .........ผมบอกแล้ว..ว่า..ผมจ้องมันอยู่ตลอด..มันสะดุดนิดนึง..แล้วก็ไก๋..หันหน้าเลื่อนไปแล้ว
    ก็ไปมองคนอื่น...แล้วรีบหันหัวกลับ..อย่างรวดเร็ว.....แล้วก็ทำเป็นนั่งดูทีวีอีกซัก ๒-๓ นาที..
    (..ผมก็จ้องอยู่อย่างนั้น..ถึงเห็นมันเต็มตาแล้ว..แต่..ก็เผื่อมันจะหันมาอีกรอบ..จะได้รู้ว่า..
    ...โจทย์..เขารออยู่...)..............
    ...แล้วมันก็ลุกขึ้น.....ผมก็ไม่รู้ว่า..เมื่อมันเห็นสายตาผมแล้ว..มันจะคิดยังไง..แต่ผมว่ามันต้อง
    สำเหนียกได้ว่า...เรื่องนี้...ไม่จบ...แน่นนอน...
    ...........ผมก็ลุกตามมันไป..เพื่อดูแสงช้ดๆอีกที..จะได้ไม่ผิดตัว..และ..จะแสดงให้รู้มันแน่ใจ
    ได้ว่า..ผมประกาศสงคราม..กับมันโดยตรงชัดๆ..ไม่ต้องเข้าใจผิด...
    ........ตอนนั้น..ความโกรธมันลดลงมากแล้ว..แต่สิ่งที่คิดคือ..แผน..และวิธีการ..ผมถือโอกาศ
    รุกก่อนเลย..คือ..สงครามประสาท...
    ....มันคิดผิดมากที่เลือกผมเป็นเป้า..เพราะผมเป็นคนประเภทแค้นฝังหุ่น..ไม่มีการลืม..
    ....การเอาคืนของผม..มันต้อง..ไม่แค่เท่าทุน..มันต้องกำไร...และ..ผมว่าการทำสงคราม
    ประสาท..ก่อน..นี่มันเลือดเย็น..และ..สะใจดี.....
    .........................
     
  19. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    .........................
    ............ตอนที่..มันหันหน้ากลับมา..แล้วเจอสายตาที่ผมจ้องมันอย่างเจตนา..แล้วมันสะดุดนิด
    หนึ่งนั้น..มันก็บอกผมอย่างนึงแล้วว่า...ไอ้นี่ใจไม่ถึงจริง..เพราะไม่งั้น..มันต้องถามผมแล้วว่า..
    .....”มองหน้าหาเรื่องรึวะ”...หรือ..”มึงมีปัญหากับกูรึเปล่า”...อะไรทำนองนี้...
    .......ซึ่งมัน..จะทำให้เกิดศึกยกแรก..ขึ้นก่อน..แต่ไม่ว่าผลออกมาเป็นยังไง..มันก็ไม่จบสำหรับ
    ผม..ผมต้องเล่นมันมากกว่านั้น....(แต่ตอนนั้น..ถ้าชกกันจริง..ผมอาจขายหน้าขายตา..เพราะ..
    ผมนุ่งกางเกงเลอยู่..และ..ไม่ได้ผูกเงื่อนตายไว้..กางเกงอาจหลุดได้..)...
    .................
    .....ผมเดินตามมันไป..และไม่ลืม..เลื่อนกางเกงเล..ให้เป้าขึ้นมาชิด EGGS ผม (เพื่อให้การ
    เคลื่อนไหว..คล่องตัว )..รวมถึงเปลี่ยนเป็นเงื่อนตาย..เพราะจะได้ไม่หลุด.ถ้าสู้กันจริงๆ..นั่น
    เป็นการเผื่อไว้ก่อน..ถ้ามันหันกลับมาเผชิญหน้าผม..ผมก็ต้องฉะกับมันตรงนั้นแน่...
    ......แต่จริงๆอย่างที่บอก..ผมต้องการเริ่มด้วย..สงครามประสาทก่อน....
    .....................ผมเดินตามหลังมัน..ห่างน่าจะประมาณ ๗-๘ ฟุต..เผื่อระยะ..ถ้ามันหันหลัง
    กลับแล้ว..กระโจนเข้าหาผม..ผมจะได้ถอยฉากทัน.................
    .............ผมเริ่มแผนโดย..ผมเดินไป..แต่เอามือไผล่หลังไว้..ผมกะว่ายังไง..ช่วงที่มันเดิน
    เข้าห้อง..เดินขึ้นหรือลงบันได..หรือ..ตอนเข้าลิฟท์..มันก็จะได้เห็นผมแน่..แล้วให้มันคิดไป
    เองว่า..ผมซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง.......ผมก็ถือว่าเดินตามหลังมันไม่ห่างเท่าไหร่..ผมว่ามันน่า
    จะรู้สึกว่ามี..คนตาม..ตอนนั้นก็ดึกพอควร..คนเข้านอนกันไปเยอะ..ไม่ค่อยมีคนเดิน....
    ....แล้วก็จริงๆ...มันเอี้ยวหน้ากลับมามอง..ขณะที่เดินไป..ก็เจอหน้า..และ..สายตาของผม..
    ที่จ้องเขม็งไปที่มัน..แล้วมันก็หันหน้ากลับเดินต่อ..แต่ด้วยระยะที่ห่างพอควร..ตามันไม่เห็น
    แค่ตาผมอย่างเดียวแน่..แต่มันต้องเห็นว่ามือของผมทั้งสองข้างไปอยู่ข้างหลัง...
    .............แล้วมันก็ไปหยุดที่..ลิฟท์..ผมก็อยู่ข้างหลังมัน..ห่างประมาณ ๔-๕ ฟุต..บังเอิญ..
    ตอนนั้น..ที่ลิฟท์ไม่มีใคร..มันก็ต้องกดปุ่มลิฟท์..หน้าและตัวมัน..ก็หันเข้าหาลิฟท์...และ..
    มันก็รู้แน่ว่า..ผมอยู่ข้างหลังมัน...(..เรียกว่ากลิ่นเหม็นเขียวมัน..โชยเข้าจมูกเต็มๆ)...
    ........ผมว่า..มันต้องเริ่มประสาทหน่อยๆ..เพราะระหว่าง..รอลิฟท์..มันไม่กล้าหันหน้ากลับ
    มา....แล้วประตูลิฟท์ก็เปิด..ไม่มีใครอยู่ในลิฟท์หรอกครับ..มันเดินเข้าลิฟท์..แล้วหันหน้า
    กลับมา..มันก็เห็นหน้าผม..เต็มๆส่วางๆ..เช่นเดียวกับผม..ที่เห็นหน้ามันเต็มๆสว่างเช่นกัน..
    ....ตอนนั้น..ผมเดินตามหลังมันไป..แล้วหยุดไม่ถึงฟุตที่หน้าประตูลิฟท์..ตอนที่มันหันตัวกลับ
    มาเจอ..หน้าผม..เรามองหน้ากันแว๊ปเดียว..แล้วประตูลิฟท์..จะเริ่มปิด..แต่ผมเอามือซ้าย
    ไปกั้นที่ประตู..ทำให้ประตูเลื่อนเปิดอีกครั้ง..ซึ่งคราวนี้มันสังเกตมือผมแน่..แต่มือขวาผมยัง
    ไพล่หลังอยู่..แล้ว..คราวนี้เราก็ได้มองหน้ากันเต็มๆอีกครั้ง...นี่คือ..การประกาศสงคราม...
    ของผม..ให้มันรู้อย่างชัดเจน..มือขวาผมก็ยังไพล่หลังเหมือนเดิม..จนกระทั่งประตูลิฟท์..
    เลื่อนปิดอีกครั้ง....
    ..................ตอนนี้..ผมไม่สนใจว่า..มันอยู่ห้องไหนหรอก....ผมก็หันหลังกลับ..แล้วก็กลับ
    ไปเข้าห้อง..ผมเองนั้นตอนนี้เริ่มสนุก...เพราะอยู่ที่นี่..กลางคืนไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ..
    ....คราวนี้มีเรื่องให้คิด...เริ่มต้นก็คือ..ยังไงก็ต้องหาข้อมูลซะหน่อย..ว่ามันเป็นใคร..ชื่ออะไร..
    ...พฤติกรรมปกติ..มันเป็นยังไง..หลังเลิกเรียน..ก่อนเข้านอน..ผมจะได้วางแผนให้เหมาะสม
    ...........อย่างแรกคือ..แผนการของผม..ควรจะค่อนข้างสมบูรณ์..และปิดทางพ่ายแพ้ด้วย..
    ...เริ่มตั้งแต่..พรุ่งนี้..ที่หาข้อมูล..อย่างแรกที่สำคัญมากคือ..คอร์สที่มันเรียนจะจบ..เมื่อไหร่..
    ...เพราะ..ผมจะได้วางระยะเวลาของแนได้ถูก...ถ้าประเภท..อีกอาทิตย์ก็จะกลับแล้ว..ผมก็
    ต้องใช้อีกแผน..ต้องเล่นงานมัน..ก่อนมันกลับบ้านให้ได้............
    .......ผมนั้นไม่ว่ายังไง..สิ่งที่เตรียมได้ก่อนคือ..ร่างกายครับ..ตอนนั้นยอมรับว่า..ไม่แข็งแรง
    เท่าที่ควร..แม้จะยิดพื้น..และ..ซิทอัพทุกวัน...ผมต้องเสริม..กำลังแขนและขา..ไว้รับมือ..
    .....เรื่องขา..นั้น..ก็สองทางคือ..๑. ขี่จักรยานทุกวัน..แต่ละวันต้องมากกว่า..สิบกิโลขึ้นไป
    (นั่นแหละ..เลยเป็นที่มาของการขี่จักรยานทุกเย็นของผม..อย่างที่เคยเล่าไปแล้ว..)
    ....๒. บังเอิญโชคดีมาก..ที่ห้องยิม..นั้น..มีเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นที่นั่น..ที่มันชอบซ้อม..คาราเต้..
    (..ไอ้นี่คือ..คนที่ผมเคยเล่าไปว่า..ทำสาวงามบราซิลท้อง..นั่นแหละครับ..ผมว่าสาเหตุอาจ
    จะเห็นมัน..ซ้อมคาราเต้..ตอนเย็น..แล้วเกิดอยากเรียน..แล้วให้มันช่วยสอนให้..มันก็เลย..
    ..แถมโปรโมชั่นให้..)...มันแขวน..กระสอบทรายไว้...ก็เข้าทางผมเลย..ได้ซ้อมออกอาวุธ
    มวยไทย..ได้เต็มที่..และออกกำลังด้วยในตัว...
    .......................
     
  20. modpong

    modpong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    2,702
    ค่าพลัง:
    +17,447
    .......................
    ............สำหรับผม..เรื่องกระสอบทราย..ไม่ใช่เรื่องแปลกมาตั้งแต่เด็ก..เพราะมันมีแขวนมา
    ที่บ้านตั้งแต่ผม..ซัก ป.๓ มั้ง..พ่อผมเอง..เอามาแขวน..แล้ว..ซื้อนวมมา ๓ คู่..สำหรับพี่ชาย
    ๒คนและ..ตัวผม..พ่อผมชอบมวย..และ..เคยชกมวยนักเรียน..โตขึ้นมาก็ชอบไปดูมวยที่สนาม
    มวย..และก็ยังพาลูกชายไปดูด้วย..เพื่อให้ซึมซับ..กระสอบทรายก็เลย..กลายเป็นเครื่องเล่น
    อย่างหนึ่ง..ของผมมาตั้งแต่เด็ก..พ่อก็สอนเทคนิคมวยเบื้องต้น..แถมยังมีลูกน้องพ่อที่เคยชก
    มวยมาช่วย..ดังนั้น...การต่อย..เข่า..ศอก..และ..เตะ(..คนไทยบางคนเตะยังไม่เป็น..เท้าข้าง
    ที่ยืน..นี่ต้องยกส้นเท้านะครับ..เวลาเหวี่ยงสะโพกเตะ..เพื่อให้เท้ามันหมุนเป็นจุดหมุน..พลัง
    การเตะ..จึงจะสมบูรณ์..นี่คือเทคนิคที่ทำให้..การเตะของไทย..ทรงอานุภาพที่สุดในทุกมวย)
    ...ผมมาร้างลาเอา..เมื่อตอนปลายมัธยมต้น...แต่พวกนี้มันไม่ลืมหรอกครับ.....
    ..............พอรุ่งขึ้น..ผมก็เริ่มหาข้อมูลสอดส่อง..แต่ช่วงเช้าโอกาศเจอจะยาก..กว่าจะทราบ
    ต้องตอนเย็น...ผมลงรถกลับมาก็รีบไปจองจักรยาน..เอาของไปเก็บ..แล้วก็นั่งอยู่ที่..ล็อบบี้
    ชั้นล่าง..เพราะ..คอร์สต่างๆมันจะต้องมาเอากุญแจที่เคานเตอร์..เพื่อเข้าห้อง..ปรากฏว่า..แป๊บ
    เดียว..ผมก็เจอพวกห้องมันเพิ่งลงรถเข้ามากัน..ปรากฏว่า..ผมเจอ..พี่โอ..(..ชื่อย่อแกครับ..
    จบ มช. นับรุ่นตามentrance..ก่อนผมรุ่นหรือสองรุ่น..แกเรียนคอร์สเกษตร(..อยู่กรมวิชาการ
    เกษตร..มั้ง)..แกเป็นพี่ที่ผมสนิทมากกว่าเพื่อน..แกอยู่ญี่ปุ่นก่อนผม ๒-๓ เดือน...แกใจนักเลง
    ..เป็นนักกีฬา..เล่นเทนนิสด้วย..นอกจากนั้น..แกก็เป็นนักมวยด้วยเคยชกมวยหาเงินเรียน
    สมัยเด็กขึ้นเวทีเลยครับ..แกไม่ใช่เด็กกรุงแบบผม...)...ผมก็เรียกแก..แล้วก็เดินเข้าไปหาแก
    ...แกก็ถามว่ามีอะไร..ผมก็เริ่มถามแกเลย...”..พี่..ไอ้มืดตัวตันๆ..ตัวนั้น..(ผมชี้ไปที่มัน..แต่มัน
    คงไม่ได้สังเกต)..มันชื่อ..อะไรครับพี่..”...
    .....แกหันไปมองตามนิ้วผม..แล้วก็บอก..” อ๋อ..ไอ้นั่นเหรอ..มันชื่อ..ไอ้มูนี่..เป็นคนไลบีเรีย..
    ...แล้วเราถามไปทำไมวะ..”....ผมก็บอกแกไปว่า..เดี๋ยวผมบอก..ขอถามก่อน..
    “..นิสัย..และ..พฤติกรรม..มันเป็นยังไงพี่..”.....
    ...แกก็หัวเราะแล้วก็บอก..”ไอ้เห้นี่เรอะ..แม่มนิสัยกวนตีน..ชอบกวนชาวบ้านไปทั่ว...ใครยิ่ง
    เฉยๆ..แม่มยิ่งชอบ..ลามกด้วยเวลาออกต่างจังหวัด..เจอเจ้าหน้าที่สาวๆญี่ปุ่นละไม่ได้แม่ม..
    เข้าไปหลีตลอด...ไอ้นี่เหรอ..มันไม่กล้ากับผมหรอก..ตอนเดือนแรกๆ..มันทำมาแอบๆหลัง
    ผม..แล้วย่องเข้ามาใกล้ๆผม..คงกะจะมาตบกบาลผมเล่นมั้ง..มันไม่รู้ว่าผมรู้ตัว...พอมันเข้า
    มาในระยะ..ผมเหวี่ยง”ศอกกลับ”..เบาๆ..แบบแค่พอสั่งสอน..เข้าไปหน้าผากแม่ม..”
    ...แกหยุดหัวเราะ..แล้วเล่าต่อ..”..แม่มร้องลั่น..เลย...ผลคือแป๊บเดียว..ไม่นาน..หน้าผาก
    แม่ม..นองอก..เลย..ปูดเป็นลูกมะนาว..ไอ้พวกเพื่อนๆในห้องหัวเราะ..สมน้ำหน้ามันกันทั้ง
    นั้น..ตั้งแต่นั้นมา..มันก็กลัวผม..และไม่กล้าเข้าใกล้...แต่กับคนอื่น..แม่มก็ยังกวนตีนชาว
    บ้านเขาอย่างเดิม....”..ผมขอรีบแทรกคำถาม..เพราะข้องใจมากคือ..”ผมขอถามอีกข้อ
    นะพี่..มันพูดฟังภาษาญี่ปุ่นคล่องรึเปล่าพี่..”..พี่โอแกก็หัวเราะอีก..แกบอก..”..โอ๊ย...
    แม่มโง่อย่างงั้น...ไม่รู้เรื่องหรอก..ขนาดผมว่าภาษาญี่ปุ่นผมห่วยแล้ว..ไอ้มูนี่..นี่มันยิ่งกว่า
    ผมอีก..ไม่รู้เรื่อง..”....ที่ผมถามเรื่องนี้..ก็เพราะเป็นการยืนยันความคิดผมแต่แรกว่า..
    ...มันไม่ได้..ดูไอ้ละครญี่ปุ่นหรอก..แต่มันต้องการกวนตีน..ชาวบ้านเท่านั้นเอง....
    .........................ผมก็เลยเล่า..เรื่องย่อๆให้ฟัง..และ..บอกแกด้วย..ว่ามาถามข้อมูล..
    เพื่อความกระจ่าง..ว่าผมตัดสินใจทำอะไรแล้วจะได้ไม่พลาด..หรือ..เข้าใจผิด....
    ...พี่โอหลังจากฟังเรื่อง..ก็เลยถึงบางอ้อ...แกก็บอกนั่นแหละสันดานมัน...แล้วแกก็บอก
    ว่า..จะให้พี่ช่วยอะไรรึเปล่า..ผมก็ขอบคุณแก..บอกแกว่าไม่หรอก..มันเป็นเรื่องส่วนตัว..
    ของผม..กับ..ไอ้มูนี่...และผมขอร้องแกว่า..ไม่ต้องไปคุยเรื่องนี้กับใคร..ไม่ว่าไอ้มูนี่..หรือ
    คนไทยคนอื่นด้วย..รวมถึงเรื่องที่ผมเตรียมจะเล่นมัน..ขอให้ปิดเป็นความลับ...แกก็รับปาก
    ..แล้วก็บอก..เล่นมันไปได้เลย..ไม่ต้องห่วงหรอก..ไม่มีใครเขาสงสารมันหรอก...
    .........ผมก็แยกกับพี่โอ..แล้วก็..รีบไปขี่จักรยาน..ออกกำลังขา..ระหว่างขี่..ก็มีเวลาวางแผน
    เพิ่มเติม..รายละเอียดไปด้วย..
    ..........................
     

แชร์หน้านี้

Loading...