เทคนิค การฝึก "ตายก่อนตาย"

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย บัวใต้น้ำ, 19 กันยายน 2004.

  1. บัวใต้น้ำ

    บัวใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กันยายน 2004
    โพสต์:
    896
    ค่าพลัง:
    +1,933
    ธรรม โดย : พระไพศาล วิสาโล
    ----------------------------------------------------------------------

    ขอให้น้อมใจสงบด้วยการตามลมหายใจเข้าและออก

    ให้เรานึกภาพดอกไม้ที่งดงามเบ่งบาน นึกต่อไปอีกว่าดอกไม้ดอกนั้นค่อย ๆ โรย
    กลีบร่วงลงทีละกลีบ ส่วนที่ยังอยู่ก็เหี่ยวแห้ง สีที่เคยสวยก็ค่อย ๆ หมองคล้ำ
    นึกภาพจนกระทั่งเห็นดอกไม้เฉาลงในที่สุด

    นึกถึงทิวทัศน์อันงดงามยามอรุณรุ่ง ดวงอาทิตย์เพิ่งพ้นขอบฟ้า
    นึกถึงสถานที่เดียวกันนั้นในยามบ่าย แดดร้อนแรง อาทิตย์อยู่กลางฟ้า
    วันเวลาเคลื่อนคล้อยไปเรื่อย ๆ จนตกเย็น อาทิตย์คล้อยต่ำลงเป็นลำดับ
    จนลับขอบฟ้า เหลือแต่ความมืดมิด

    น้อมภาพเหล่านี้เข้ามาใส่ตัวเรา
    ว่าชีวิตของเราก็เหมือนกับดอกไม้ที่สักวันหนึ่งก็ต้องร่วงโรยเหี่ยวเฉา
    เช่นเดียวกับอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า ไม่นานเราก็ต้องลาจากโลกนี้ไป

    สักวันหนึ่งเราต้องจากโลกนี้ไป ไม่มีใครรู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่
    อาจจะเป็นปีหน้า เดือนหน้า หรือพรุ่งนี้ก็ได้

    ขอให้ทุกคนนึกในใจว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ในโลกนี้
    ไม่มีพรุ่งนี้สำหรับเราอีกต่อไป
    ให้นึกไว้ในใจว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ทุกชีวิตและทุกผู้คนที่เราคุ้นเคย ที่เราเคยพบปะ
    ที่เราเคยหยอกเย้าแย้มยิ้ม คนเหล่านี้เราจะไม่มีโอกาสได้พบอีกต่อไป
    ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว
    นึกถึงใบหน้าของพ่อแม่ ลูกหลาน _าติพี่น้องที่เคยพบเห็นทุกวี่ทุกวัน
    เรากำลังจะจากเขาไปในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
    นึกถึงใบหน้าของคู่ครองคนรัก วันเวลาที่จะต้องจากเขา ใกล้มาทุกขณะแล้ว
    นึกถึงมิตรสหายที่เราคุ้นเคย อีกไม่นานเราจะไม่มีวันได้พบเขาอีกแล้ว

    นึกถึงภาพเหตุการณ์เมึ่อเช้า
    เราได้พบเจอใครบ้าง ได้ทำอะไรบ้าง
    นึกถึงช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารเมื่อเช้านี้
    นึกถึงชวงเวลาที่ส่งลูกไปโรงเรียน
    นึกถึงเพื่อนฝูงที่พบเจอในห้องประชุม

    "พ่อคะ แม่ขา หนูรักพ่อกับแม่นะคะ
    ต่อไปนี้ หนูคงไม่มีโอกาสได้ดูแลพ่อกับอีกแล้ว
    ลูกจ๋า คนดีของพ่อ ดวงใจของแม่
    เป็นเด็กดีนะลูก
    พ่อแม่คงไปรับลูกที่โรงเรียนไม่ได้อีกแล้ว"

    นึกถึงทรัพย์สมบัติ สิ่งของที่เราหามาด้วยความเหนื่อยยาก
    บ้าน รถยนต์ เครื่องประดับ เงินทอง ของหวงของรักทั้งหลาย
    เรากำลังจะสู_สิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไป
    นึกถึงงานการทั้งหลายที่เรารักและทุ่มเทมาตลอด ไม่ว่าจะมีค่าปานใด
    เราจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกต่อไป งานทั้งหลายที่คั่งค้างไม่แล้วจบ
    เราจะไม่มีวันได้สะสางอีกแล้ว

    อีกไม่นาน โลกที่เราคุ้นเคยมาตลอดชีวิต จะหายวับไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เหลือแม้แต่น้อย
    ที่สำคั_ก็คือ ชีวิตของเราทั้งชีวิต กำลังจะสู_สิ้นไปในอีกไม่กี่ชั่วโมง
    ทีนี้ลองกลับมาสำรวจดูความรู้สึกของเราในขณะนี้
    ความรู้สึกในขณะนี้เป็นอย่างไร?
    เรารู้สึกกลัวหรือไม่?
    ลองพิจารณาความกลัวดู ค่อย ๆ สัมผัสรับรู้ความกลัวนั้น
    ความกลัวอยู่ที่ตรงไหน?
    เรากลัวอะไร?
    ลองสัมผัสรับรู้ความกลัวเหล่านี้ด้วยใจสงบ

    มีความกังวลหนักใจเกิดขึ้นหรือไม่?
    อะไรที่เรารู้สึกตัดใจลำบากที่สุด
    พ่อแม่? คนรัก? ลูกหลาน? มิตรสหาย? ทรัพย์สมบัติ? งานการ ?



    ขอให้เราตั้งสติและพิจารณาในใจว่า
    ทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่เรามีนั้น มันเป็นของเราจริงหรือ?
    เราเอามันไปด้วยได้หรือไม่
    สิ่งเหล่านี้เพียงแต่มาอยู่ในความดูแลรักษาของเราชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
    บัดนี้ถึงเวลาที่เราจะมอบให้คนอื่นดูแลและใช้ประโยชน์ต่อไป

    ส่วนงานการทั้งปวง เราก็ได้ทำมามากแล้ว
    บัดนี้ได้เวลาเลิกงานแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องวางมือ
    และให้คนอื่นรับไปทำต่อไป
    เราได้ฝากงานไว้กับโลกมามากพอแล้ว
    งานทั้งหลายได้กลายเป็นของโลกไปแล้ว ไม่ใช่ของเรา
    ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องห่วงกังวลอีกต่อไป

    พ่อแม่ ลูกหลาน _าติพี่น้อง และคนรักทั้งหลาย
    เรามีบุ_วาสนามาอยู่กับเขาได้นานพอสมควรแล้ว
    หน้าที่ที่สมควรทำ เราก็ได้ทำมามากพอแล้ว
    บัดนี้ได้เวลาที่เราจะต้องลาจากไป
    ขอให้มั่นใจว่าเขาจะอยู่ต่อไปได้โดยไม่มีเรา
    เราเคยลาจากเขาเหล่านี้มาก่อนแล้ว
    ครั้งนี้เราเพียงแต่ลาจากไปนานกว่าครั้งก่อน ๆ เท่านั้น

    อีกไม่นานเราก็จะละร่างนี้ไป
    ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา เราเพียงแต่หยิบยืมมาจากธรรมชาติ
    ร่างนี้เราได้มาเปล่า ๆ จากท้องแม่ บัดนี้ถึงเวลาที่จะคืนให้แก่ธรรมชาติไป
    ได้เวลาแล้วที่ร่างนี้จะคืนสู่ดิน น้ำ ลม ไฟ ในธรรมชาติ

    บัดนี้ถึงเวลาที่เราจะปลดเปลื้องสิ่งหมักหมมจิต
    ความรู้สึกผิดติดค้างใจ
    ความเศร้าเสียใจที่ได้กระทำผิดต่อผู้อื่น
    อย่าปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านี้กดถ่วงหน่วงทับใจอีกเลย
    ไม่สายเกินไปที่จะขออภัย ณ บัดนี้
    ขออภัยต่อทุกคนที่เราได้เคยล่วงเกิน หมางเมิน และเบียดเบียน
    ขอเราทั้งหลายอย่าได้มีเวรต่อกันอีกเลย

    หากเรามีความคับแค้นใจ รู้สึกไม่ดีต่อใครบางคน
    อย่าปล่อยให้อกุศลจิตนี้กัดกินใจเราอีกเลย
    ขอจงให้อภัยเขาเหล่านั้น
    อโหสิทุกคนที่เคยทำความทุกข์แก่เรา
    ปลดเปลื้องใจเราให้เป็นอิสระจากความเคียดแค้นชิงชัง
    ขอให้เราทั้งหลายจงเป็นสุข ๆ เถิด

    ท้ายที่สุดนี้ ให้ละวางทุกอย่างที่เคยถือเป็นของเรา
    ละวางแม้กระทั่งตัวตน หรือความรู้สึกว่าตัวฉัน
    แท้จริงแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลยแม้แต่น้อย
    แม้กระทั่งตัวตนที่นึกว่าเป็นของเรา ก็มิใช่ของเราจริง ๆ
    ให้ละวางความยึดถือในตัวตน อย่าไปนึกหรือคาดหวังว่าตัวตนจะไปเกิดเป็นอะไร
    ให้ระลึกในใจว่า ไม่ว่าจะไปเกิดเป็นอะไร ก็เป็นทุกข์ทั้งนั้น
    ไม่มีอะไรที่น่าเอา น่าเป็น
    ไม่มีอะไรที่ควรยึดมั่นถือมั่น
    ปล่อยวางทุกสิ่ง ไม่ว่าอดีตหรืออนาคต
    น้อมจิตสู่ความสงบ สู่ความว่าง สู่ความดับเย็นอย่างสิ้นเชิง
     
  2. nondanun

    nondanun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    5,980
    กระทู้เรื่องเด่น:
    8
    ค่าพลัง:
    +32,570
    <CENTER>[SIZE=+2]ความเครียดผ่อนคลาย ด้วยเทคนิค "ตายก่อนตาย"[/SIZE]</CENTER>

    วิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบกับความเครียดเป็นประจำ เพราะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาชีวิตประจำวันมากมาย อีกทั้งระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่เสี้ยมสอนให้คนไทยแก่งแย่งแข่งขันกัน ทำให้ผู้คนในสังคมต่างคนก็มุ่งแต่จะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ผลก็คือ สังคมไทยกลายเป็นสังคมไร้น้ำใจ ผู้คนต่างรู้สึกแปลกแยกจากกันและกัน แต่ละคนมีความรู้สึกว้าเหว่โดดเดี่ยว ทั้งนี้เพราะว่าไม่มีใครสนใจที่เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกันอีกต่อไปนั่นเอง
    การที่คนเราทั้งเครียด (จากปัญหาที่รุมเร้า ) และ ทั้งโดดเดี่ยว อ้างว้าง (เพราะไม่มีใครมาสนใจใยดี) บางทีมันก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน ดังนั้นจึงบางคนที่อาจจะมีความคิดแวบ ๆ เข้ามาในสมองว่า มันน่าจะฆ่าตัวตายหนีปัญหาให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย คือ ให้มันจบ ๆ กันไปเสียที
    เอาเลยครับ.. ! วันนี้ budpage ขอเสนอวิธี "ฆ่าตัวตาย" แบบใหม่ ที่ไม่เจ็บปวด ไม่น่ากลัว และ ไม่ต้องให้ใครมานั่งร้องห่ม ร้องให้เสียอกเสียใจในการกระทำของเราในภายหลัง ประการที่สำคัญ มันเป็นวิธีที่ทำให้คุณได้เกิดเข้าใจในความหมายของชีวิตอีกมากขึ้นเลยทีเดียว
    เทคนิค "ตายก่อนตาย " คือ กระบวนปลดปล่อยจิตวิญญาณของคุณให้เป็นอิสระจากปัญหาทั้งปวง ทำให้คุณมีความรู้สึก เป็นอิสระ โล่งโปร่งเบา เกิดกำลังใจที่จะลุกขึ้นเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ที่มารุมเร้า ต่อไปอย่างกล้าหาญ

    วิธีปฏิบัติ

    1. ๑. นอนหงายลงบนพื้น เท้าแยกออกจากกันพอประมาณ ปลายเท้าเบนออก [​IMG] จากลำตัว แขนแยกจากลำตัวเล็กน้อย หงายมือขึ้น ขยับลำตัวให้สมดุลไม่ เอียงซ้ายหรือขวา ขยับคางเข้าใกล้ลำคอเล็กน้อย
    1. ๒. หายใจเข้าออกลึกๆ ๓-๕ รอบ แล้วปิดตาลงเบาๆ
    1. ๓. เริ่มผ่อนคลายจากปลายเท้าโดยทำความรู้สึกว่าเท้ามีน้ำหนักวางทอดบน พื้นอย่างเป็นอิสระ เลื่อนความรู้สึกนี้ครอบคลุมเรื่อยขึ้นมาจากน่อง ต้นขา ลำตัว แขน มือ ลำคอ ศีรษะ หย่อนกรามลงโดยไม่เปิดปาก คลายใบ หน้า ทำความรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างกายวางพักลงกับพื้นอย่างสงบ
    1. ๔. รู้สึกกับลมหายใจ ปล่อยให้การหายใจเป็นไปอย่างอิสระ เมื่อหายใจเข้า ทำความความรู้สึกว่าอากาศบริสุทธิ์และความสดชื่นแจ่มใสเข้ามาพร้อม กับลมหายใจเมื่อหายใจออกทำความรู้สึกว่าความเหนื่อยล้า ความตึง เครียดต่างๆ ผ่านออกไปพร้อมกับลมหายใจ ดำรงความรู้สึกเช่นนี้ไว้อย่าง ต่อเนื่อง
    1. ๕. นึกจินตนาการว่าร่างกายของคุณกำลังเน่าเปื่อย ผุพัง ไปทีละนิด ๆ ทำให้คุณเห็นความจริงของชีวิตว่า แท้ที่จริงแล้วร่างกายของคุณมันเป็นแค่เพียงยานพาหนะชั่วคราวให้คุณอาศัยดำเนินชีวิตไปเท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อหมดวาระของมัน เราก็ต้องทิ้งมันไป เพราะไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป
    1. ๖. ในเมื่อเรากำลังจะจากโลกนี้ไป ให้นึกปล่อยละวางสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคย เกี่ยวข้องอยู่ในโลกนี้ โดยให้นึกว่ามันเป็นเพียงภาพของความคิดที่เรา ยึดถึอมั่นเท่านั้นเอง นึกถึงภาพ "ตัวของฉัน" คนนี้ ที่เผชิญชีวิตหนักหนามาเป็นเวลาหลายสิบปี ว่าที่แท้ก็คือ "ภาพมายา" อีกภาพหนึ่งเช่นเดียวกัน นึกให้ความรู้สึกว่า "ตัวฉัน" นี้ ค่อย ๆ สลายหายไป คล้ายฟองสบู่ที่แตกกระจายจนหมดไป เหลือแต่จิตใจที่มีแต่ความว่างเปล่า ปราศจากความรู้สึกว่า "ตัวฉัน ของฉัน " อีกต่อไป มีแต่ความ สงบ สันติสุข เท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่
    <CENTER>(ให้นึกมโนภาพเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อย่างน้อย ๑๐ นาที) </CENTER>
    1. ๗. คืนความรับรู้ต่อสิ่งแวดล้อม ขยับเท้า ขา มือและแขนเบาๆ ยกแขนทั้ง สองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ประสานนิ้วมือเข้าด้วยกันแล้วพลิกฝ่ามือหงายขึ้น เหยียดทุกส่วนของร่างกายรวมทั้งขมวดใบหน้าแล้วคลาย พลิก ลำตัวไปอยู่ในท่านอนตะแคงด้านในด้านหนึ่ง ลืมตาแล้วลุกขึ้น
    เมื่อคุณตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง อุปมาเหมือนกับคุณได้เกิดใหม่มาอีกชาติหนึ่ง คุณจะพบว่าปัญหาต่าง ๆ ที่คุณเผชิญอยู่มันไม่ได้หายไปไหนเลย มันยังคงรออยู่ให้คุณแก้ไขเช่นเดิม ดังนั้นจึงป่วยการที่คนเราจะคิดสั้น ทำร้ายชีวิตของตนเองเพื่อหนีปัญหา เพราะเราไม่มีทางหนีมันพ้นไปได้เลย มีหนทางเดียวเท่านั้นคือให้คุณมีความมั่นใจในตนเองที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ อย่างกล้าหาญ เพื่อแก้ไขให้มันลุล่วงไปด้วยดี ด้วยสติปัญญาของคุณเอง
    ประการที่สำคัญ คุณจะเข้าใจด้วยตัวเองว่า ความรู้สึกที่ปราศจาก "ตัวฉัน" (อนัตตา) นั้น มีความสงบสุขแค่ไหน ทุก ๆ วันก่อนนอน หรือ ตอนเช้า หากคุณได้ผ่อนคลายสลายความเครียดด้วยเทคนิค "ตายก่อนตาย" เป็นประจำ คุณจะมีพลังใจที่จะสู้ชีวิตต่อไป เพื่อให้ถึงฝั่งแห่งนิพพานในปัจจุบันชาติ เครือข่ายชาวพุทธ ฯ ขอให้กำลังใจ มา ณ โอกาสนี้ครับ


    ที่มา http://www.budpage.com/dead.shtml
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,811
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,057
    กําลังหาอยู่พอดี สาธุค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...