เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 17 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    การทำบุญมากๆ
    …..คำว่า “ทำมาก” หมายความว่า ทำบ่อยๆ แต่คำว่า “บ่อย” ไม่ต้องทุกวันก็ได้นะ คำว่า “มาก” หมายความว่า ทำเต็มกำลังที่พึงทำ ไม่ใช่ขนเงินมามากเวลาทำบุญ ต้องดูก่อนว่า ค่าใช้จ่าย เรามีความจำเป็นเพียงไร เงินที่มีความจำเป็น อย่านำมาทำบุญ มันจะเดือดร้อนภายหลัง และให้เหลือส่วนนั้นไว้บ้าง แล้วแบ่งทำบุญพอสมควรและประการที่ ๒ การทำบุญ ถ้าใช้วัตถุมาก แต่กำลังใจน้อย ก็มีอานิสงส์น้อยถ้าหากใช้วัตถุน้อย กำลังใจมีมาก ก็มีอานิสงส์มาก อย่างถวายสังฆทาน ที่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทนำมานี่ ลงทุนไม่มาก แต่อานิสงส์มหาศาล ความจริง ถ้าจะพูดถึงอานิสงส์กันจริงๆล่ะก็รู้สึกว่าจะมากกว่าจัดงานที่บ้าน หรือที่วัดตั้ง เยอะแยะทั้งนี้เพราะว่าอะไร เพราะว่าถวายสังฆทาน เราทำกันแบบเงียบๆ ไม่มีกังวล
    …..การบำเพ็ญกุศลแต่ละคราว ถ้ามีกังวลมาก อานิสงส์มันก็น้อย เพราะว่าจิตที่เราเข้าสู่กุศลมันห่วงงานอื่นมากกว่าไม่ตั้งจิตโดยเฉพาะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถวายสังฆทานในหมู่สงฆ์ ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ตามพระวินัย ท่านเรียกกันว่า คณะสงฆ์ ถ้าต่ำกว่านั้น เป็น คณะบุคคล ถ้าบุคคลเดียว เป็น ปาฏิปุคคลิกทาน โดยเฉพาะ
    โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

    68766475_2128391760605889_8876275281325719552_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    “พระคุณบิดามารดา”

    มีลูกหลายคนที่เห็นว่า บิดา มารดาเป็นคนไม่ดี
    หาว่าอคติ รักไม่เท่ากัน
    อย่างนี้เห็นมาซะมาก

    ชีวิตและเลือดเนื้อของเรานี่ เป็นของท่านให้เรามา
    ถ้าเราไม่ได้ท่าน
    เราจะมีชีวิตและเลือดเนื้อขึ้นมาได้อย่างไร

    ลูกอกตัญญูไม่รู้คุณคน
    บางพวก เขาบอกว่า บิดา มารดา ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด
    ก็ต้องขอพูดแบบภาษาชาวบ้านสักนิดว่า

    ถ้ารู้ว่า เขาไม่ตั้งใจให้เกิดแล้วล่ะ
    ก็เสือกเกิดมาให้เขาเลี้ยงทำไม

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บิดา มารดา
    นี่ท่านทั้งหลาย อยากจะพูดต่อสักนิดหนึ่งว่า
    นอกจากท่านเลี้ยงมาแล้ว
    เราจะเลี้ยงท่านตอบ

    ทำกิจการของท่าน ดำรงวงศ์ตระกูล
    ประพฤติตนให้เป็นคน
    ควรแก่การรับมรดก
    ไม่ใช่อันธพาล
    กินเหล้าเมายา

    เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว
    ทำบุญอุทิศให้ นี่เป็นความดี

    ขอเตือนท่านทั้งหลายว่า
    ความต้องการในทรัพย์สิน
    ที่บิดา มารดา ให้ในภายนอก อย่าสนใจ

    ท่านหาให้เราได้
    เพราะอาศัยความขยันหมั่นเพียร
    รู้จักเก็บหอมรอมริบตั้งตัวไว้ดี

    ทรัพย์ภายนอกเหล่านี้
    เราอาจจะหามาได้มากกว่า บิดา มารดา ให้เราก็ได้

    ท่านไม่ให้เราก็จงอย่าสนใจ

    จงเทิดทูนความดีของท่านไว้
    นั่นคือทรัพย์ที่ให้ไว้เป็นกรณีพิเศษ
    แล้วก็เป็นทรัพย์สำคัญกว่าทรัพย์ใดๆ ทั้งหมด คือ
    ชีวิตและเลือดเนื้อของเรา

    ชีวิตและเลือดเนื้อของเรานี่
    เป็นของท่านให้เรามา

    ถ้าเราไม่ได้ท่าน
    เราจะมีชีวิตและเลือดเนื้อขึ้นมาได้อย่างไร

    และมีคนบางพวก เขาบอกว่า

    “บิดา มารดา ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด”

    อันนี้ไม่จริง อาตมาเป็นพระมีประสบการณ์มามาก
    มีคนอยากจะได้ลูก แต่ก็ไม่มีลูก

    ท่านถามว่า “ทำไมถึงจะมีลูก”

    มาถามพระ มันจะได้เรื่องอะไร
    พระไม่มีความรู้ ในการสร้างลูก
    อยากได้ลูกดีๆ แหม…
    เราก็นั่งนึกในใจว่า

    “อยู่สบายๆ ไม่ชอบ
    มีลูกขึ้นมาคน มันจนไปหลายปี
    ดีไม่ดีเกิดทุกข์ระทม ไปจนวันตาย
    ถ้าลูกอกตัญญูไม่รู้คุณคน”

    ฉะนั้น ขอบรรดาท่านทุกคน
    ถ้าหากว่า ท่านจะไม่ให้ทรัพย์สินอันใด
    ก็จงนึกถึงความดีของท่าน
    มองดูร่างกายของเราทั้งหมด
    หรือแม้แต่ชีวิตจิตใจ ที่เราได้ขึ้นมานี่

    เพราะอาศัยท่านเป็นเหตุ
    ท่านเป็นแดนเกิด

    ถ้าบางคนจะคิดว่า เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิด
    ก็ต้องขอพูดแบบภาษาชาวบ้านสักนิดได้ไหม ว่า

    “แล้วเสือกเกิดมาให้เขาเลี้ยงทำไม”

    นี่เป็นความเลว ของคนที่คิดอย่างนั้น
    บางที ท่านอาจไม่ได้ตั้งใจให้เกิด
    เราเกิดมาแล้ว
    ท่านก็ยังไม่เว้นความดี

    หากว่า ท่านไม่เลี้ยงเรา
    ไม่ปราณีกับเรา
    ท่านทำให้แท้งเสียก่อนจะออกมา เราก็ตาย
    หรือออกมาแล้ว ท่านไม่เลี้ยงไม่ดู เราก็ตาย

    หรือว่าออกมาแล้ว ท่านเลี้ยง
    แต่ไม่ให้การศึกษา เราก็โง่

    เป็นอันว่า บิดา มารดา นี่เอง
    ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ถือว่าเป็นพรหมของบุตร

    คำว่า “พรหม” ก็คือผู้ประเสริฐ”

    หลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี
    คัดย่อจากหนังสือ ธรรมวิภาค (ภาคปฏิบัติ) ตอนที่ ๒๕ หน้าที่ ๒๕๕-๒๖๐

    68656431_2128447070600358_8222126512032186368_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    แชร์เก็บไว้! คาถา “ท้าวเวสสุวัณ” เชื่อว่า ศัตรูพินาศและรักษาโรคภัย โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    พระคาถาของสมเด็จพระพุทธกัสสป (เผยแพร่โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง) หลวงพ่อท่านบอกคาถาบทนี้ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๒๐ คาถาบทนี้ ท้าวเวสสุวัณมาให้ ท่านบอกว่าให้สวดมนต์ไว้ทุกคืน ก่อนอื่นให้ระลึกถึงบารมีของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ อันมีสมเด็จพระพุทธกัสสปทรงเป็นประธาน เพราะท่านเป็นเจ้าของคาถานี้

    พุทธัง มัดจิต ธัมมัง มัดใจ ศัตรูทั้งหลาย วินาศสันติ

    พุทธัง มัดจิต ธัมมัง มัดใจ โรคทั้งหลาย วินาศสันติ

    บทในบรรทัดที่ ๒ นี้รักษาโรค ท่านบอกว่าเสกน้ำให้กิน เสกอะไรให้กิน เสกข้าวให้

    กิน ก็ได้นะ แม้แต่ยาพิษมันก็สลายตัว

    อีกบทหนึ่งของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน
    “ฆะเตสิ ฆะเตสิ กิงกะระณัง ฆะเตสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ”
    ทั้ง ๓ บทนี้ ท่านให้สวดพร้อมกันเลย เวลาฉันข้าวก็เสก กลางคืนก็ให้ภาวนาไว้นะ

    ภาวนาไว้สักครู่ เช้าเย็นอะไรนี่นะ ท่านบอกว่าศัตรูพินาศไปเอง

    สำหรับบทหลังศัตรูทำอะไรไม่ได้ จะทำอะไรแล้วเราจะต้องรู้อยู่เสมอ บทกลางนะ ทำลายโรค ไอ้ทำลายโรคนี่ดีใช่ไหม เสกข้าวนะ ข้าวที่เราจะฉัน เสกซะหมด และคนอื่นกินก็เป็นยาไปหมด ให้เป็นยาสำหรับคนอื่นด้วยนะ ดีไหม ถ้าเห็นว่าดี
    ถ้าใครต้องการจะให้เรารักษา ต้องบังคับให้เขาเอาดอกบัวมา ๓ ดอกนะ ธูป ๕ เทียน ๑ เล่ม เสกน้ำมนต์ เสกอะไรให้กินก็ได้ นั่งทำก็ได้ นอนทำก็ได้ ภาวนาให้เป็นฌาน เป็นฌานในกรรมฐานภายในตัวเสร็จ อย่าลืมนะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เกาะก็ได้ ผลเท่ากันเป็นฌาน ซึ่งเชื่อกันว่า เสกข้าว เสกน้ำ ยาพิษสลาย ศัตรูพินาศ และ รักษาโรคภัย

    หลังจากสวดเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เช้าๆ ก่อนออกจากบ้าน ขอให้ท่านกรวดน้ำ แล้วท่องตามนี้

    บทกรวดน้ำแบบสั้น

    อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

    ขอบุญนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้าเถิด ขอญาติทั้งหลายของข้าพเจ้าจงมีความสุข สุขใจเถิดฯ

    บทกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร

    ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการเจริญภาวนานี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของ ข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วโปรดอโหสิกรรม และอนุโมทนาบุญแก่ข้าพเจ้าด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ

    เมื่อได้รู้จักบทกรวดน้ำกันแล้ว หลังทำบุญทุกครั้งก็อย่าลืมอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลของเรา ไปให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของเราด้วยนะคะ เพราะนอกจากเป็นการให้แล้ว ยังเพื่อความสบายใจของเราอีกด้วย

    พระคาถาของสมเด็จพระพุทธกัสสป (เผยแพร่โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง)

    69307428_2130125780432487_4617387420009103360_n.png

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    เมื่อกี้ ท่านท้าวเวสสุวรรณ ให้มาบอกว่า “ถ้าลูกหลานคนใดไปที่วัด
    ให้เอาขนมปังไปคนละปอนด์ แล้วไปวางไว้ที่หน้าโบสถ์ เป็นการแก้
    “วิชาและอาถรรพ์” ถามท่านว่า “ทำที่อื่นไม่ได้หรือ” ท่านก็บอกว่า
    “เขาทำที่วัด แก้ที่อื่นมันก็ไม่ได้ ไอ้วิชาและอาถรรพ์นี่เขาทำให้ซวย
    ให้ทุกคนหากินยาก มีความเป็นอยู่ยาก มีการป่วยไข้ไม่สบาย”
    ตัวต้นจริงๆ ก็คือฉัน เขาต้องการให้ตาย นี่บังเอิญไม่ตาย
    ถ้าตายจะมีความสุขมาก

    ก็รวมความว่า เขาทำมามาก เขาทำมาจริงๆ ตั้งแต่ปี ๑๗ แล้วก็ทำ
    เพิ่มเติมทุกปี ทุกครั้งที่มีงาน มีงานวัดพวกนักไสยศาสตร์เขาไปทุกเที่ยว
    ฉันรู้หมด ทำที่ไหนก็ทราบ แต่ว่าที่ไม่พูดเพราะอะไร
    เพราะเกรงว่าพวกเราบางคนจะเข้าตะรางไป เอาแน่ เพียงได้ยินข่าวยังเอาเลย
    ไม่งั้นก็ขยี้ตายไปเลย ก็เห็นว่าอันตรายมันมีไม่มาก

    และต่อมาเมื่อวานซืนนี้มีเทวดามาองค์หนึ่ง เป็นเทวดาของ
    ท้าวเวสสุวรรณ ฉันก็นอนภาวนารอเวลารับแขก
    ก่อนจะรับแขกไม่รู้จะทำอะไรก็นอนภาวนาไปเรื่อยๆ
    เสียงท่านพูดดังๆ ว่า “นี่ เอาขนมปังไปวางหน้าโบสถ์สักปอนด์ไม่ได้รึ”
    ก็นึกว่าเสียงใครวะ เราอยู่คนเดียวนี่ แล้วท่านก็พูดอีก
    “นี่ เอาขนมปังไปวางหน้าโบสถ์ ๑ ปอนด์ไม่ได้รึ”
    พอเหลียวไปดูก็เจอเทวดาลูกศิษย์ท้าวเวสสุวรรณ

    “ผมอยู่ป้องกันอันตรายที่วัดนี้ประมาณ ๑๐๐๐ องค์เศษ”
    ท่านก็บอกว่า “วิชาก็ดี อาถรรพ์ก็ดี เขาทำมามากแล้ว เขาต้องการ
    อย่างน้อยที่สุด ให้ท่านขยับตัวไม่ได้ คล้ายคนเป็นอัมพาต
    แล้วประการที่ ๒ เขาต้องการให้ตาย” แล้วท่านก็ให้ดูทุกจุดว่า
    วิชาก็ดี อาถรรพ์ก็ดี เขาทำอะไรบ้าง ก็เลยบอกว่า “ทั้งหมดนี้
    ทราบทุกครั้งเขาที่ทำ”

    ท่านก็เลยบอกว่า “ผมเองก็ทราบว่าท่านไม่เป็นไร มันเข้าไม่ได้
    และลูกศิษย์ของท่าน คนที่เคารพยันต์เกราะเพชรจริงๆ
    มันเข้าไม่ได้เช่นกัน”

    ท่านอธิบายต่อไปว่า “สมมติเป็นกองไฟกองใหญ่ ถ้าเขาเอาท่านไปเผาได้ท่านก็ไหม้
    แต่เผอิญพวกท่านไม่ได้เข้ากองไฟ พวกผมกันไว้ แล้วเปลวไฟที่แลบออกมา
    ก็ไม่ถึงตัวท่าน แต่อย่าลืมว่าสถานที่เดียวกัน ไอร้อนมันมี ละอองคือไอร้อนทีละน้อยๆ
    มันก็สะสมในตัว อย่างนี้ก็ทำให้การคล่องตัวไม่มี อาการที่ป่วยไข้ของท่าน ก็ด้วยเหตุนี้เช่นกัน
    นี่ละอองนะ ไม่ใช่เนื้อแท้ ทีนี้ลูกหลานทุกคน ที่มีความเป็นอยู่ไม่ปกติ
    ก็เป็นด้วยเหตุนี้เหมือนกัน เป็นละออง”

    เมื่อกี้ท่านท้าวเวสสุวรรณ บอกตอนบวงสรวง บอกว่า
    “ให้บอกลูกหลานทุกคน ถ้าไปวัด เอาขนมปัง ๑ ปอนด์วางที่หน้าโบสถ์”
    ตอนที่เทวดามาบอกท่านย้ำว่า “หน้าโบสถ์นะ ไม่ใช้ข้างโบสถ์”
    ก็เลยบอกว่า “ที่หน้าโบสถ์ วางบนพื้นสูงด้านหน้าได้ไหม”

    ท่านบอกว่า “นั่นมันบนโบสถ์” ดุด้วยนะ เขาว่าเทวดาไม่ดุ ไม่จริง
    แต่เสียงเทวดาชั้นจาตุมหาราช เสียงท่านห้าวหาญ ไม่ใช่ดุนะ
    เลยถามว่า “ตรงไหนล่ะ” ท่านตอบว่า “ตรงไหนก็ได้ ที่ใม่ใช่ข้างโบสถ์”
    ก็ถามว่า “เวลาวางต้องทำแท่นต้องทำที่ไหม” ท่านบอกว่า
    “ผมไม่ได้บอกนี่” ถามว่า “เวลาวางทำยังไง” ท่านบอก

    “เวลาวางทุกคนให้ว่าตามนี้นะ วิชาและอาถรรพ์จงพินาศไป” เท่านี้
    ถ้าเราจะเคารพในท่าน ก็จุดธุปบอกหน่อยนะ ท่านบอกว่า
    “หลังจากนั้นต่อไป เป็นหน้าที่ของผม”

    ต่อมาเวลา ๖ โมงเย็น ก็นอนทำกรรมฐานอยู่ ฉันหากินนอนมากว่านั่ง
    ก็เห็นลูกศิษย์ท่านท้าวเวสสุวรรณท่านมา ท่านบอกว่า “เวลาที่เขาทำ
    ใช้เวลามานาน ลูกน้องผมและลูกน้องท้าวมหาราชทั้งหมด พันคนเศษ
    คุมวัดอยู่ ท่านรอโอกาสนี้มานานแล้ว รอโอกาสที่อกุศลกรรมเปิดทางให้
    ฝ่ายที่เขาทำนะ ที่เขากลั่นแกล้ง”

    ถามท่านว่า “การกลั่นแกล้งนี้มาจากไหน เรื่องส่วนตัวรึ เรื่องส่วนตัวนี่
    ไม่มีกับใคร” ท่านบอกว่า “ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว มันเรื่องส่วนรวมและ
    ความโลภ เขาต้องการให้ท่านพับไป แม้ลูกหลานทั้งหมด
    แต่มันพับไม่ลง” แล้วท่านก็บอกว่า “ผมรอเวลานี้มานาน วันนี้เวลา
    ๑๔.๐๐ น. กรรมที่เป็นอกุศลกรรมเขาเปิด”

    ท่านเลยมาบอกเวลา ๑๓.๑๒ น. ไม่ใช่ให้หวยนะ และตอนสัคเคฯ
    พระพุทธเจ้าท่านเสด็จ บวงสรวงต้องนึกถึงพระพุทธเจ้าด้วยนะ
    อันดับแรกก็แค่ท้าวมหาราชทั้ง ๔ ถ้าเขายืนกับที่พระพุทธเจ้าท่าน
    เสด็จด้วย พอมาถึงท่านก็บอกว่า “บอกลูกหลานเขานะ ความเจริญ
    รุ่งเรืองจะมีขึ้นตามลำดับ ถอยหลังไม่มี…” ลงท้ายท่านก็บอกว่า
    “เธอยังตายไม่ได้ตามเดิม” ……

    69036752_2130123627099369_1969370267608154112_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    ขอให้ลูกจงยอมรับนับถือกฎของธรรมดา
    …..ถ้ารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมดาเสียแล้ว ความอาลัยในชีวิตมันก็ไม่มี
    …..เราศึกษาพระธรรมวินัยกัน ปฏิบัติสมถวิปัสสนาธุระกันก็เพื่อความดับไม่มีเชื้อ
    …..คือการตัดอาลัยในชีวิตเท่านั้น อารมณ์ที่จะตัดอาลัยในชีวิตได้ ก็มีอารมณ์รักธรรมดา
    …..คือ ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา อย่าไปสนใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้มากนัก
    …..ไอ้เรื่องที่จะทำให้ถูกใจเราทุกอย่างมันไม่มีถ้าใจเราเลว แต่ว่าถ้าใจเราดีเสียอย่างเดียว
    …..ทุกอย่างในโลกมันไม่มีอะไรผิดใจเรา เพราะว่าเราทราบว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา
    คำสอนพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    ที่มา: โอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่ม๑

    68931125_2133075220137543_3492536103661993984_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    โมทนาย้อนหลังไปนานๆ
    ผู้ถาม: กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ลูกได้อ่านหนังสือที่มีรายชื่อบุญต่างๆ เมื่อ 10 ปี 100 ปีบ้าง ปรากฏว่าชื่นอกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก เลยนั่งยกมือไหว้โมทนาไป อย่างนี้เรียกว่าปัตตานุโมทนามัยหรือไม่… เพราะลูกเห็นว่านานเกินไป จำต้องเรียนถามหลวงพ่อเพื่อความแน่ใจ
    หลวงพ่อ: เป็น… เป็นปัตตานุโมทนามัย เขาเรียกว่า โมทนาขั้นลายคราม หลายร้อยปีแล้วนี่นะ ได้นะ มีผล 100% โมทนา หมายความว่า ยินดีด้วย ใช่ไหม… มัยแปลว่า สำเร็จ โมทนามัย… สำเร็จด้วยความยินดี ในเมื่อเรายินดีในการกระทำด้วยความดีของใคร เชื่อว่าผลนั้นสนองผล แต่ว่าจะนานเท่าไรก็ช่าง บุญไม่สลายตัว
    จาก… หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 9 หน้า 57

    68780893_2135382333240165_8648364748728958976_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    อานิสงส์ของการรับศีล กับ การให้ทาน

    ผู้ถาม :: หลวงพ่อคะ หนูขอทราบอานิสงส์ของการรับศีล กับ การให้ทานค่ะ?”
    หลวงพ่อ :: จำที่พระบอกในตอนท้ายได้ไหมล่ะ”
    “สีเลนะ สุคติง ยันติ” การรักษาศีลเป็นปัจจัยให้มีความสุข สุขทั้งชาตินี้ สุขทั้งชาติหน้านะ
    … “สีเลนะ โภคสัมปทา” ถ้ามีศีลชาตินี้ทรัพย์สมบัติก็ไม่ฝึดเคือง ชาติหน้าก็มีทรัพย์สมบัติมาก
    “สีเลนะ นิพพุติง ยันติ” ศีลเป็นปัจจัยให้เข้าถึงนิพพานโดยง่าย
    นี่อานิสงส์ของศีลท่านว่าไว้อย่างนี้
    ส่วนการให้ทาน ท่านบอกว่า “ทานัง สัคคโส ปาณัง” ทานเป็นบันไดให้เกิดบน

    สวรรค์ การให้ทานมากก็ตามน้อยก็ตาม ผลของทานทำให้เกิดในสวรรค์ ถ้าหากพ้นจากสวรรค์มาแล้วมา เป็นคนก็ไม่ยากจนเข็ญใจ แต่ว่าจะรวยเท่าไรนั้นเป็นเขตของทานนะ ท่านเรียก “ปุญญักเขตตัง” เป็นเนื้อนาบุญ ถ้าเราให้ในเขตที่ความบริสุทธิ์มากเราก็รวยมาก ให้ในเขตที่มีความบริสุทธิ์น้อย เราก็มีทรัพย์สินน้อย แต่คำว่าอดตายไม่มีสำหรับคนให้ทาน”

    ผู้ถาม :: แล้ว ศีล กับ ทาน อย่างไหนจะอานิสงส์มากกว่าคะ”
    หลวงพ่อ :: อ้าว…มันคนละคนนี่หนู ต่างคนต่างแก่ต่างคนต่างกล้า ทานเขาก็ให้ผลไปอย่างหนี่ง ศีลก็ให้ผลมีกำลังอย่างหนึ่ง แต่ว่าทั้ง ๒ อย่างต้องร่วมกันนะ ถ้าแยกกันเมื่อไรก็พังเมื่อนั้นแหละ เรามีแต่ทานอย่างเดียว แต่บกพร่องในศีลทั้ง ๕ ข้อหรือข้อใดข้อหนึ่ง เราก็ตกนรก ต้องพ้นจากนรกมาก่อนแล้วจึงจะรวย ถ้าเรามีแต่ศีลอย่างเดียว ไม่มีทาน เกิดชาติหน้าอายุยืน หน้าตาสวย แต่อดตายเอาซิ เอาอย่างไหนล่ะ เอาไงดี…?”

    ผู้ถาม :: หมายความว่าต้องทำคู่กันใช่ไหมคะ…?”
    หลวงพ่อ :: ต้องคู่กันไปนะหนู หนูไม่มีข้าวกินมาที่นี่ได้ไหม…?”
    ร่างกายดี รูปร่างหน้าตาสวยเพราะ ศีลข้อที่ ๑
    รักษาศีลข้อที่ ๒ ได้ ทรัพย์สินไม่เสียหายเพราะไฟ เพราะน้ำ เพราะโจร
    รักษาศีลข้อที่ ๓ ได้ คนที่อยู่ในปกครองว่าง่ายสอนง่าย พวกที่มีลูกดื้อหลานดื้อเพราะพลาดศีลข้อที่ 3

    ถ้าทรงศีลข้อที่ ๔ ได้ เป็นผู้ที่มีวาจาไพเราะ พูดแล้วคนอื่นชอบฟัง
    รักษาศึลข้อที่ ๕ ได้ ไม่เป็นโรคเส้นประสาท ไม่เป็นโรคบ้า
    แต่ว่าอด ไม่มีข้าวกินไหวไหม…? ดี ๕ อย่าง แต่ไม่มีอาหารจะกิน ไม่มีผ้าจะนุ่ง มันต้องคู่กันนะหนู จะว่าอย่างไหนสำคัญกว่ากันมันก็ไม่ควร ทาน ศีล ภาวนา เป็นบุญกิริยาวัตถุ และพระพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งที่เข้าถึงบุญกุศลก็คือ
    ๑. การให้ทาน
    ๒. การรักษาศีล
    ๓. เจริญภาวนา ภาวนานี่หมายถึง สมถภาวนา หรือ วิปัสสนาภาวนา คือใช้ปัญญาคิดอยู่
    ทานนั้นเป็นปัจจัยตัดโลภะ ความโลภ เป็นก้าวหนึ่งที่จะถึงนิพพาน
    ศีลเป็นเหตุตัดโทสะ ความโกรธ เป็นก้าวที่สองที่จะทำให้ถึงพระนิพพาน
    ภาวนาเป็นตัวตัดกิเลสตัวสำคัญทั้งใหญ่และเล็ก เป็นปัจจัยให้กิเลสหมดจริง เข้าถึงนิพพานแน่นอน
    แล้วทั้งสามอย่างนี้จะถืออะไรสำคัญกว่ากันไม่ได้เลย ต้องถือว่าสำคัญเท่ากัน ถ้าเราขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะถึงพระนิพพานไม่ได้
    เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน อาหารการบริโภคมีความสำคัญในการครองชีพ ร่างกายเราจะทรงตัวได้เพราะศีล ถ้าเรามีแต่อาหาร แต่ไม่มีร่างกายก็ไม่เป็นประโยชน์ใช่ไหม… เรามีร่างกายดี มีอาหารดี แต่ไร้ปัญญาก็เป็นเหยื่อของคนฉลาด เพราะตัว

    วิปัสสนาญาณและตัวภาวนาเป็นตัวทำให้เกิดปััญญา
    รวมความว่า ๑.เรามีอาหาร ๒.มีร่างกาย ๓.มีปัญญา ทั้งสามอย่างนี้ต้องประกอบกัน หนูจะเลือกเอาอย่างไหนโดยเฉพาะล่ะ เอาแต่ปัญญาดี ไม่มีร่างกาย ไม่มีอาหารดีไหม…? แล้วก็มีร่างกาย ไม่มีอาหาร ไม่มีปัญญาดีไหม…? เอาสามอย่างเลย สบายๆ”

    จากหนังสือ “หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๑” หน้า ๓๗ – ๔๐

    69589601_2137096389735426_3102302290044780544_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    เราจะดี เราจะชั่ว มันอยู่ที่ตัวของเราทำเอง

    การที่เราดีหรือเราชั่วนี่ ไม่ใช่คนอื่นมาทำให้เราดี แล้วก็ไม่ใช่คนอื่นมาทำให้เราชั่ว เราจะดี เราจะชั่ว มันอยู่ที่ตัวของเราทำเอง
    นี่คำว่าตัวของเรานี่ก็ไม่ควรจะไปคิดว่า ตัวคือร่างกาย ได้แต่คิดว่าตัวคือ จิตจิตมันเป็นอารมณ์ตั้ง เป็นอารมณ์สั่งเป็นผู้บัญชาการ ว่า

    เจ้าจิตตัวนี้ ถ้ามันดีเสียอย่างเดียว คนในโลกทั้งหมด
    ไม่มีใครชั่ว เพราะอะไร เพราะจิตรู้ไม่ใช่จิตโง่ จิตฉลาด ถ้าจิตมีอารมณ์ฉลาดก็ต้องรู้สภาวะของคนและสัตว์ ว่าคนและสัตว์
    ที่เกิดมาในโลกนี้มีสภาวะไม่เสมอกัน มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน
    อกุศลกรรมไม่เสมอกัน บางคนมีดีมาก ชั่วน้อย บางคนดีน้อย ชั่วมาก

    ในเมื่อต่างคนยังมีทั้งความดีและความชั่ว อาการสักวันหนึ่ง
    ที่อกุศลคือความชั่วมันเข้าไปบังคับจิต เขาก็ต้องพูดชั่ว เขาก็ต้องทำชั่วเป็นของธรรมดา ถ้าเวลาที่กรรมที่เป็นกุศลคือ
    อารมณ์ดีมันเข้ามาดลจิต เขาก็ต้องพูดดี เขาก็ต้องทำดี

    โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม5 หน้า 10

    69599763_2139744176137314_290852294772129792_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    1f449.png ตอนนี้มีเจ้าภาพแล้ว13ซองยังต้องการเจ้าภาพอีก37ซองค่ะ
    1f607.png บอกบุญกฐินค่ะ วัดที่4ของปีนี้
    1f64f.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน สร้างศาลาการเปรียญ ณ.วัดป่าพุทธเจดีย์ศรีสุทโธ(นาคราช)ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่จ.หนองคาย(ถ้ายังจำกันได้วัดนี้ฝนช่วยบอกบุญมา2-3ปีแล้วค่ะตั้งแต่บอกบุญซื้อที่ดิน ปลอดหนี้ฯลฯ)
    2728.png งานกฐินตรงกับวันที่10พฤศจิกายน2562
    1f4f2.png ท่านใดร่วมบุญ100บาทจะได้รับพระพุทธเมตตา1องค์ค่ะ จากประเทศอินเดีย พุทธาภิเษกเรียบร้อย(ค่าจัดส่งลงทะเบียน30บาท)หรือร่วมบุญได้ตามกำลังนะคะ
    1f449.png งานนี้ฝนรับมา50ซองค่ะ
    โอนเงินแล้วส่งรายชื่อมานะคะฝนจะเขียนหน้าซองให้
    1f4f2.png โอนร่วมบุญได้ที่ธ.ไทยพาณิชย์406-337594-3
    น้ำฝน บุญสิงห์

    69164928_2139752306136501_751215687313129472_n.jpg
    69227054_2139752389469826_8336744255561138176_o.jpg
    69400413_2139752439469821_196398714028294144_n.jpg
    68678737_2139752499469815_4800825245587996672_n.jpg
    69354730_2139752586136473_6739563316814807040_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    คณะครู นักเรียน ศิษย์เก่าและผู้ปกครองโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา ถวายเงินท่านพระครูปลัดสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ เจ้าอาวาสวัดจันทาราม(ท่าซุง)
    เพื่อร่วมสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์โรงพยาบาลอุทัยธานี
    เป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

    69152638_2142866859158379_7298248200207466496_n.jpg
    69455854_2142866885825043_7344521159947321344_n.jpg
    69642554_2142866945825037_7239424998136348672_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    1f6a9.png 1f6a9.png วิธีวิปัสสนาที่ทำให้บรรลุมรรคผลใน ๑๐ วัน

    1f4cd.png 1f4cd.png ได้พบพระมหาเถระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นพระอรหันต์ไม่ได้บอกชื่อไว้เสียด้วย น่าจะกลัวพระงูเหลือม ท่านก็บอกว่าเป็นอรหันต์นิพพานเมื่ออายุ ๙๗ ปีกับ ๓ วัน นี่ท่านพบกันแล้วท่านก็บอกว่า ฉันเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ฉันเป็นพระอรหันต์ แล้วฉันนิพพานเมื่ออายุ ๙๗ ปี ๓ วัน พระคุณเจ้ารูปนี้ นั้นได้โปรดแนะนำให้ทำวิปัสสนา ว่า จะเห็นผลภายในสิบวัน นี่อาจารย์นี่ย่องมาสอนเป็นพิเศษ ปกติพระมหากัจจายนะและสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า อาจารย์องค์นี้ย่องมาสอนต้องลัดคิว ว่าจะเห็นผลภายในสิบวัน ว่า…

    1f4cd.png 1f4cd.png (๑) ให้ทำฌานแล้วให้ปลงในนิวรณ์ก่อน (จำได้ไหมนิวรณ์ห้าประการ ปลงตัดมันเสียให้หมด แล้วก็ทำสมาธิ)

    1f4cd.png 1f4cd.png (๒) แล้วพิจารณาขันธ์ห้าตามไตรลักษณญาณ (ไตรลักษณ์ก็รู้แล้ว อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)
    แต่ให้มันสูง ปลงให้เห็นว่าอนิจจังนี่มันเป็นของไม่เที่ยงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอะไรทั้งหมดในโลกนี้ ถ้าไม่เที่ยงเราไปยึดมันเข้าแล้วมันเป็นทุกข์ ต้องปล่อยตามมัน มันจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน แล้วในที่สุดมันก็เป็นอนัตตา พังสลายตัวหมด อย่าไปยึดไปถือมัน อย่าไปยึดว่าจะมีอะไรเป็นเราเป็นของเราต่อไป แม้แต่ร่างกายเรายังพัง ในเมื่อร่างกายเรายังพังแล้วจะมีอะไรทรงอยู่ อะไรมันทรงอยู่แล้วก็ตาม ถ้าหากว่าร่างกายเราพังแล้ว เราก็ไม่มีสิทธิ์จะมายึดว่ามันเป็นเราเป็นของเรา ท่านบอกว่าต้องทำอย่างนี้จริงๆ จังๆ ปล่อยไม่ได้

    1f4cd.png 1f4cd.png (๓) แล้วก็ต่อมาจงปล่อยความยึดมั่นจากรูปที่เห็นทางตา จงอย่ายึดว่ารูปนั้นเป็นเราเป็นของเรา
    ปล่อยเสียงที่ได้ยินทางหู
    ปล่อยกลิ่นที่รับทราบทางจมูก
    ปล่อยรสที่รับทราบทางลิ้น
    ปล่อยสัมผัสที่รับทราบทางกาย
    ปล่อยอารมณ์ใจที่เป็นอกุศล อย่าเอาเข้ามายุ่ง

    1f52e.png ฟังแล้วก็จำนะ นี่เราเรียนกันมาแล้ว นี่ท่านย่อมา ผมเห็นว่าไม่ยาก ผมก็ย่อไป

    1f4cd.png 1f4cd.png ท่านก็บอกว่า ปล่อยใจว่าเป็นเชื้อของเดิมมา เพราะอารมณ์ทั้งหมดเนื่องจากรูป ท่านบอกว่าที่ต้องมาเกิดอย่างนี้ต้องมาเป็นทุกข์อย่างนี้เชื้อเดิมมาเพราะอาศัยรูปเป็นสำคัญ คืออาศัยรูปทางตา อาศัยเสียงทางหู อาศัยกลิ่นทางจมูก อาศัยรสทางลิ้น อาศัยสัมผัสทางกาย อาศัยอารมณ์ใจที่เกลือกกลั้วในกามารมณ์

    1f4cd.png 1f4cd.png นี่ที่ต้องมาเกิดเป็นอย่างนี้อาศัยตัณหาเป็นเจ้าเรือน ตัณหาก็คือความอยาก อยากได้รูปสวยๆ อยากได้เสียงหวานๆ อยากได้กลิ่นหอมๆ อยากได้รสอร่อยๆ อยากได้รับการสัมผัสที่เราพอใจ อยากได้อารมณ์ที่พึงปรารถนา ท่านบอกว่า นี่พวกนี้เป็นเจ้าเรือน ต้องทำลายไปเสียให้หมด ต้องทำให้ได้ แล้วจะรู้ผลภายในสิบวัน

    1f52e.png จำไว้นะ ใครอยากจะได้บรรลุมรรคผลเร็วๆ ละก็ปล่อยตามที่ท่านบอก จะรู้ผลในสิบวัน..

    ———————————-
    1f58a.png 1f4d6.png ที่มา : หนังสือ ปฏิปทาท่านผู้เฒ่า (บันทึกแนวทางการปฏิบัติพระกรรมฐาน โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    1f58a.png คัดลอก นภา อิน 1f33a.png 1f33a.png 1f33a.png

    69424870_2145504232227975_4021664486707429376_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
    ขอเจ้าภาพอีก11ซองสุดท้ายค่ะ 2728.png บอกบุญค่ะ
    1f64f.png ขอเชิญทุกท่านร่วมบุญเททองหล่อพระพุทธโกศลนวการและรูปเหมือนหลวงปู่ปั่น กวิสสโร
    หน้าตัก 90 นิ้วที่ วัดหนองกระทุ่ม จ.นครปฐม
    1f449.png งานตรงกับวันที่24พฤศจิกายน2562
    1f607.png งานนี้ฝนรับมา30ซองค่ะร่วมบุญซองละ100บาทรับรูปหล่อองค์ลอยหลวงปู่ปั่น1องค์(ท่านใดรับมีค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน30บาท)
    1ซองจะมีแผ่นทองให้เขียนชื่อผู้ร่วมบุญ1แผ่นท่านใดโอนแล้วส่งรายชื่อมาได้ค่ะฝนจะเขียนให้นะคะหรือร่วมได้ตามกำลังค่ะ
    1f4f2.png โอนร่วมบุญได้ที่ธ.ไทยพาณิชย์406-337594-3
    น้ำฝน บุญสิงห์
    1f607.png อานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป
    1f64f.png คำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี เกี่ยวกับอานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป
    การสร้างพระพุทธรูปจัดว่าเป็น พุทธบูชา ถ้าในกรรมฐานจัดว่าเป็นพุทธานุสสติกรรมฐาน (การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) ถ้าตายจากคนไปเกิดเป็นเทวดา มีรัศมีกายสว่างไสวมาก การสร้างพระถวายด้วยอำนาจพุทธบูชาทำให้มีรัศมีกายมากเป็นคนสวย ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า
    “พุทธะปูชา มะหาเตชะวันโต” แปลว่า “การบูชาพระพุทธเจ้ามีเดชอำนาจมาก”
    การสร้างพระพุทธรูปนี่เป็นพุทธบูชาเป็นพุทธานุสสติในกรรมฐาน ๔๐ กอง ท่านบอกว่ากำลังของพุทธานุสสติเป็นเหตุให้เข้าถึงนิพพานได้ง่ายที่สุด ง่ายกว่ากองอื่นก็เห็นจะจริง เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านอยู่ที่นิพพานนี่ และท่านก็เป็นต้นตระกูลของพระนิพพาน ทีนี้เมื่อเราต้องการสร้างพระพุทธรูปให้สวยตามที่เราชอบเห็นแล้วก็ทำให้จิตใจสดชื่น จิตมันก็นึกถึงพระอยู่เสมอ ถ้าจิตนึกถึงพระพุทธรูปองค์นั้นอยู่เสมอก็จัดเป็นพุทธานุสสติกรรมฐาน ถ้าใจเราเกาะพระพุทธเจ้าเป็นปกติ ตายแล้วลงนรกไม่เป็น ฉะนั้นถ้าเราชอบพระแบบไหนปางไหน ก็ให้สร้างอย่างที่เราชอบจิตจะได้เกิดศรัทธา หลวงพ่อปานวัดบางนมโคแนะนำว่าควรหันหน้าพระบูชาไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ ไม่ควรหันหน้าพระบูชาไปทางทิศตะวันตก หรือทิศใต้ เพราะจะทำให้สตางค์ไม่เหลือใช้
    อานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป นำมาจากหนังสือ “หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๑” โดยพระราชพรหมยาน วัดจันทาราม (ท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี จัดทำโดย เจ้าหน้าที่ธัมมวิโมกข์

    69892976_2146966108748454_4292205400100438016_n.jpg
    69242301_2146966162081782_3038878185862201344_n.jpg
    69555251_2146966205415111_538041312062996480_n.jpg
    69267654_2146966262081772_7809603351452057600_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +107
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...