เรื่องเด่น เมล็ดพันธุ์ของความซื่อสัตย์

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย ธรรมวิวัฒน์, 28 มีนาคม 2018.

  1. ธรรมวิวัฒน์

    ธรรมวิวัฒน์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    25,936
    กระทู้เรื่องเด่น:
    82
    ค่าพลัง:
    +114,257
    33_20130515173640..jpg

    นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจากประเทศญี่ปุ่นสมัยโบราณ
    เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ชื่อ ‘เคนตะ' ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อและแม่เป็นชาวสวน

    เคนตะเฝ้ามองพ่อและแม่ทำสวนและปลูกพืชผักผลไม้มาตั้งแต่เล็ก แต่บางครั้ง ด้วยความซุกซน เคนตะก็จะหนีขึ้นไปบนเขา และนั่งมองพระราชวังที่อยู่ไกลโพ้น คุณลุงข้างบ้านบอกกับเคนตะว่า ที่เคนตะมีนิสัยเช่นนี้ ก็เพราะพ่อของเคนตะเองก็เคยเป็นขุนนาง คอยรับใช้จักรพรรดิในวังมาก่อน เคนตะแปลกใจเหลือแสน พ่อเคยมีตำแหน่งที่ใคร ๆ ก็แสวงหา เหตุใด จึงกลายมาเป็นชาวสวนในที่ดินผืนกระจ้อยร่อย เคนตะเก็บความสงสัยนั้นไว้ แต่ก็เปิดเผยความในใจกับแม่

    "ผมอยากไปทำงานให้จักรพรรดิจังเลยครับแม่" เคนตะหนุนตักแม่และร้องบอกในวัยเด็ก "อย่างนั้นรึ แต่ตอนนี้... ลูกยังเล็กนัก" แม่ไม่ห้ามปราม แต่ให้เหตุผลที่ดี เคนตะเฝ้ารอ "ผมอยากไปทำงานให้จักรพรรดิจังครับแม่" เคนตะนวดไหล่แม่และกระซิบบอกในวัยรุ่น "อืมม... ลูกน่าจะช่วยแม่ทำสวน ให้ต้นไม้โตกว่านี้ก่อน" แม่ไม่ห้ามปราม แต่ให้เหตุผลที่ดี เคนตะช่วยดูแลไร่สวนอย่างเพลิดเพลิน เวลาผ่านนานปี แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อนึกขึ้นได้ เคนตะก็เข้าไปคุกเข่าขอแม่ "ให้ผมไปทำงานให้จักรพรรดิเถอะนะครับ" ในวันนั้นพ่ออยู่ด้วย... พ่อและแม่ของเคนตะหันมองหน้ากันและกัน เคนตะแอบเห็นพ่อบีบมือแม่เบา ๆ แม่พยักหน้าและยิ้มอย่างอ่อนโยน "ได้สิ" เคนตะยิ้มกว้างอย่างยินดี คำนับและขอบคุณพ่อและแม่อีกหลายๆครั้ง "นี่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดในสวนของเรา พ่อและแม่ฝากความคารวะไปยังจักรพรรดิ และฝากกราบทูลอะไรสักอย่างได้ไหมลูก" "ครับ ผมจะจำไปกราบทูลองค์จักรพรรดิทุกประโยคเลยครับ" เคนตะร้องบอกอย่างยินดี

    ผู้เป็นแม่เข้าไปหยิบเมล็ดพันธุ์ใส่ถุงให้เคนตะ และถ่ายทอดเนื้อความ เคนตะจดจำเนื้อความนั้นไว้ ออกจะประหลาดใจเล็กน้อย ที่แม่ยอมมอบของมีค่าขนาดนี้ให้กับองค์จักรพรรดิ ‘...แต่นั่นก็คงเพื่อให้องค์จักรพรรดิยอมรับเราให้เข้าไปรับใช้สินะ' เคนตะคิดและเริ่มออกเดินทาง เมื่อไปถึงพระราชวังของจักรพรรดิ ต่อเมื่อได้เข้าเฝ้า เขารีบนำเมล็ดพันธุ์ที่พ่อแม่ฝากมาให้ถวายแก่ราชสำนัก

    "นี่อะไรรึ"

    จักรพรรดิทรงสรวลน้อย ๆ เมื่อเห็นของเล็กกะจ้อยร่อยในถุง เคนตะต้องรีบทูล "มันไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ธรรมดานะพะย่ะค่ะ หากแต่เป็นเมล็ดพันธุ์ของผลไม้ทองคำ ที่หากคนปลูกเป็นคนสัตย์ชื่อ ไม่เคยคิดคด ไม่เคยทำร้าย และไม่เคยหลอกลวงใคร ผลไม้ต้นนี้จะออกดอกออกผลเป็นทองคำได้เอง...พระองค์ลองปลูกดูสิพะย่ะค่ะ"

    จักรพรรดิได้ฟังดังนั้นก็ไม่กล้าปลูก ด้วยว่าพระองค์เอง ก็เคยโกงข้อสอบพระอาจารย์เมื่อทรงพระเยาว์ จักรพรรดิปฏิเสธและขอให้พระมเหสีนำไปปลูก พระมเหสีไม่ทรงรับ ด้วยว่าพระมเหสีเคยลักลอบนำเครื่องประดับของจักรพรรดิ ไปมอบให้พระญาติของพระมเหสีโดยองค์จักรพรรดิมิเคยทรงทราบมาก่อน พระมเหสีสารภาพความจริงนั้น และขอให้เคนตะมอบเมล็ดพันธุ์ให้นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็ไม่กล้ารับเมล็ดพันธุ์นั้นเอาไว้ เนื่องจากตนเองก็เคยโกงเงินภาษีของราษฎร นายกรัฐมนตรีจึงสารภาพความผิดกับเคนตะ และขอให้นำเมล็ดพันธุ์ไปให้ขุนนางคนอื่นๆ ไม่ว่าจะส่งต่อไปยังผู้ใด คนเหล่านั้นก็ล้วนเคยกระทำผิดและซุกซ่อนความผิดนั้นเอาไว้ แต่ละคนต่างก็ยอมสารภาพกับเคนตะว่า ไม่สามารถจะปลูกต้นไม้ให้กลายเป็นทองได้

    ‘เช่นนั้น ในวังนี้ก็ไม่มีใครที่เป็นคนซื่อสัตย์จริง ๆ เลยซักคนเดียว... มิน่าล่ะ พ่อกับแม่ ถึงได้ออกไปทำไร่ทำสวนตั้งแต่เรายังไม่เกิด'

    เคนตะนึกในใจและรีบทูลลาจักรพรรดิ ทุกคนในวังเอง ก็ต่างอยากให้เคนตะกลับไปเสียโดยเร็วเช่นกัน เพราะต่างหวาดระแวงว่า ตนจะถูกบังคับให้ปลูกเมล็ดพันธุ์ที่ว่านั้น

    เคนตะนึกถึงบ้านหลังเดิม กับผลไม้ในสวนที่เขาคุ้นตามาแต่เล็ก เด็กหนุ่มอมยิ้มและเดินทางกลับ แผ่นดินสีทองและพ่อกับแม่ยืนรอเขาอยู่

    ที่มา http://www.dhammajak.net/
     

แชร์หน้านี้

Loading...