เมืองลับแล

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย vacharaphol, 23 กันยายน 2009.

  1. vacharaphol

    vacharaphol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    8,849
    ค่าพลัง:
    +27,126
    "มัธยันต์" เล่าเรื่องขนหัวลุกจากเมืองลับแลที่หลายคนเชื่อว่ามีอยู่จริง

    เรื่องราวของเมืองลับแล ถือว่าลี้ลับมหัศจรรย์ ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ให้ชัดแจ้งได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ แบบเดียวกับเรื่องผีๆ สางๆ ที่ยืนยันไม่ได้ แต่ก็เชื่อถือกันมานมนานกาเลแล้วว่ามีอยู่จริงๆ มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมามากมาย ว่าเมืองลับแลอยู่ในป่าดงเร้นลับนักหนา น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้เข้าไป แล้วหายสาบสูญเหมือนตายจากตลอดกาล

    เมืองลับแลในจังหวัดอุตรดิตถ์ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องนี้มากกว่าเพื่อน นอกนั้นก็มีจังหวัดอื่นๆ ทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน ที่มีตำนานเล่าขานว่ามีเมืองลับแลอยู่เช่นกัน

    วันนี้จะได้เจาะเวลาหาเมืองลับแลให้แจ่มแจ้งแดงแจ๋กันซะเลย!

    ตะวันดวงโตกำลังคล้อยต่ำลงสู่สันเขาเหยียดทะมึนทางเบื้องหลัง...เจ้าขุนมองไปยังทิวไม้เหลืองอร่าม อาบไล้ด้วยแดดผีตากผ้าอ้อม ก่อนจะกระชับปืนมุ่งหน้ากลับบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อยท้อแท้เป็นกำลัง...วันทั้งวันยังล่าสัตว์ติดมือไม่ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว

    ไม่มีด่านช้าง ไม่มีรอยตีนไอ้ลาย แต่พวกเก้งกวางก็กลับหายไปหมด แม้แต่กระต่ายกระจงก็ไม่รู้หลบลี้หนีหน้าไปไหน ราวกับป่าทั้งป่ากลายเป็นป่าร้างไปโดยสิ้นเชิง!

    หมู่บ้านดงหลวงมีหลายสิบหลังคาเรือน บ้างก็ทอผ้าหรือจักสานอยู่กับบ้าน พวกกลางคนจนถึงวัยชราก็ออกหาของป่าเล็กๆ น้อยๆ ใกล้บ้าน มีแต่พวกหนุ่มๆ 4-5 คนที่ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ ทั้งได้เหยื่อกลับบ้าน ทั้งตื่นเต้นยามที่ต้องประจันหน้ากับสัตว์ร้าย

    ใครดีใครอยู่! เลือดลมฉีดแรงซ่านซ่าดีนัก ตามวิสัยชายฉกรรจ์โดยทั่วไป

    แต่วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นมา?

    หรือว่าจะเป็นดวงชะตาของส่ำสัตว์น้อยใหญ่ที่ยังไม่ต้องถึงฆาตเพราะปืนพราน?

    "ช่างเถอะวะ! อย่างน้อยเราก็ยังไม่มีลูกมีเมีย" เจ้าหนุ่มปลอบใจตัวเอง...เดินจากสักใหญ่ต้นนั้นไปก็จะถึงมะค่าคู่...เลี้ยวซ้าย เลาะลัดลำธารสายนั้นไปอีกครู่ใหญ่ก็จะเห็นสวนกล้วยดกสะพรั่ง หลังคาสังกะสีปรากฏอยู่ลิบๆ

    แต่ถึงมะค่าคู่นั้นแล้วก็ไม่เห็นมีลำธารที่เที่ยวท่องมาแต่น้อยคุ้มใหญ่ นอกจากตะแบกออกดอกสะพรั่ง...เอ๊ะ! หรือว่าเราหลงทาง?

    เงยหน้าขึ้นพิจารณามะค่าคู่นั้นก็ใช่แน่...เสียงน้ำไหลกระทบแท่งหินดังแว่วมาเข้าหู ขณะที่แสงแดดลำสุดท้ายค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว...เลี้ยวซ้ายไปตามเสียงน้ำไหล กลับปรากฏกอไผ่ตายซากโดดเด่นอยู่ตรงหน้า...เดินอ้อมไปหาลำธารก็กลับกลายเป็นว่ามายืนอยู่ที่เดิม เห็นสักใหญ่ต้นนั้นยืนทะมึนอยู่ตามเคย!

    ...เสียงลมพัดซ่ามาตามยอดไม้ ชวนให้เยือกเย็นใจจนขนลุกไปทั้งตัว จนชักจะเอะใจอะไรขึ้นมา "อะไรกันวะ...หลงทางกลางวันแสกๆ ก็มี"

    "เราหลงทางแล้วโว้ย!" แทบสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูตะโกนอยู่ใกล้ๆ หันขวับไปก็เห็นเจ้าฉายกับเจ้าศรี-สองคู่หูจากหมู่บ้านดงหลวง นักล่าสัตว์เช่นเดียวกัน

    "ไอ้ขุน!" เจ้าฉายเตี้ยล่ำเป็นมะขามข้อเดียวร้องลั่น วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา มีเจ้าศรีผอมสูงวิ่งตามมาติดๆ "วันนี้ซวยชิบ...ไม่เจอสัตว์ซักตัว หน็อย! เสือกหลงทางซะอีก"

    เจ้าขุนยืนตัวแข็ง ขนลุกเกรียวไปทั้งตัวอีกครั้ง...จู่ๆ คนถิ่นนี้กลับมาหลงทางพร้อมกันถึงสามคน ทั้งๆ ที่คุ้นเคยขนาดหลับตาเดินได้ด้วยซ้ำ

    "เอ็งก็หลงทางเหมือนกันเรอะ?" เจ้าศรีพอจะเดาได้

    "ข้าชักสังหรณ์ใจว่าพวกเราจะโดนผีบังตาซะแล้วโว้ย..." แทบไม่ทันขาดคำ เสียงฮูม...แปร๋น! ก็ดังสนั่นขึ้นในบัดดล!

    หนุ่มทั้งสามอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาป ก่อนจะขยับปืนก็ได้ยินเสียงไม้ไร่หักโผงผางใกล้เข้ามา...ป่าแตกด้วยโขลงช้างนับสิบๆ ตัวที่ดาหน้าเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งในพริบตานั้นเอง

    "เผ่นโว้ย! ขืนช้าตาย..." เสียงใครตะโกนลั่น โดยไม่ต้องซักถามหรือปรึกษาหารือ เสียงไม้ไร่หักโผงผางสะท้านใจนัก แผ่นดินราวสะเทือนเลื่อนลั่น...เจ้าหนุ่มทั้งสามกระโจนพรวดไม่คิดชีวิต วิ่งล้มลุกคลุกคลานไปด้วยกัน...หวาดกลัวปานหัวใจจะหยุดเต้น

    จู่ๆ พื้นดินก็หายวับไป มีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น ขณะที่ร่างทั้งสามหล่นวูบวาบราวกับตกจากหน้าผาสูงชัน ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนด้วยความตกใจสุดชีวิต...สรรพสิ่งคล้ายจะวูบวับดับหายไปโดยสิ้นเชิง!

    ชายทั้งสามได้สติลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่ากำลังนอนอยู่บนพรมหญ้านุ่มหนา แสงแดดเหลืองอร่ามส่องจับยอดไม้ นกกำลังบินกลับรัง สายลมพัดโชยมาเย็นฉ่ำ...หอมกรุ่นด้วยกลิ่นดอกไม้ป่าน่าชื่นใจนัก

    ตะลึงลานแทบไม่เชื่อตาตัวเอง เมื่อเห็นสาวสวยสามอนงค์นั่งอยู่ใกล้ชิดราวจะคอยดูแลด้วยความห่วงใย...


    ˹ѧ
     
  2. anucha_de

    anucha_de เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    106
    ค่าพลัง:
    +205
    กำลังสนุก..รออ่านอยู่นะครับ
     
  3. minnyjo

    minnyjo Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    114
    ค่าพลัง:
    +46
    กำลังสนุกคะ จบแล้วหรือ
     
  4. minnyjo

    minnyjo Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    114
    ค่าพลัง:
    +46
    กำลังสนุกคะ จบแล้วหรือ
     
  5. ลุงชาลี

    ลุงชาลี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มีนาคม 2008
    โพสต์:
    2,961
    ค่าพลัง:
    +4,758
  6. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,779
    ค่าพลัง:
    +36,901
    เมืองลับแลนี่เป็นภูมิที่อยู่ใลก้คนมากที่สุด ไม่ต่างจากภูมิอื่นๆ นะคะ อย่างแถวบ้านยายผีป่าเนี่ย บางทีมิติเขาก็เปิด แต่เมืองลับแลนี่จะต้อนรับเฉพาะคนที่เคยเป็นคนของเขา หรือคนมีศีลบริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจา ใจ

    อาณาเขตกว้างสิบหกโยชน์ ทางเข้าเมืองลับแลนั้น เป็นอุโมงค์เชื่อมต่อๆ

    หากคนนอกเข้าไปในฐานะแขกเยือน ไม่ว่าจะทางกายทิพย์ หรือขอเข้าไป หรือเผลอเข้าไปนะคะ ถ้าบุญไม่มากพอ จะเจอแต่พายุฝนที่หนาวเย็น แต่ถ้ามีบุญ หรือเป็นคนของเขา ก็จะไม่เจอฝนนะคะ

    มีอีกมายมายที่สาธยายไม่หมด คุณตาของยายผีป่าและหลวงตาที่ท่านจะไปเป็นเจ้าพิธีในงานครอบครูที่บ้านยายผีป่าท่านไปบ่อย เลยมีเรื่องเล่าให้ฟังเสมอๆ
     
  7. คนข้างทาง

    คนข้างทาง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    216
    ค่าพลัง:
    +392
    กำลังสนุกเลยครับ ขอปูเสื่อก่อนเลยนะครับ
     
  8. พระลอ

    พระลอ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    85
    ค่าพลัง:
    +56
    เป็นเรื่องเล่าของจังหวัดบ้านใกล้เรือนเคียง (แพร่-อุตรดิตถ์)
    ได้ยินตำนานมาตั้งแต่เด็ก ๆแล้ว
     
  9. สร้อยฟ้ามาลา

    สร้อยฟ้ามาลา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    16,325
    ค่าพลัง:
    +41,019
    แล้วในกรณีของเบอร์มิวดาร์ จะคล้ายกับเมืองลับแลหรือเปล่า...
     
  10. ยิ้มให้กับทุกวัน

    ยิ้มให้กับทุกวัน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    176
    ค่าพลัง:
    +183
    โดยส่วนตัวแล้วดิฉันคิดว่าเมืองลับแลนั้นมีอยู่จริงค่ะ

    อยู่ที่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อค่ะ

    ใครพอจะรู้เรื่องเมืองลับแลอย่างละเอียดบ้างคะ

    หรือเคยไปในที่นั้นๆมา

    ช่วยเล่าสู่กันฟังหน่อยค่ะ

    _________________________
    เกิดมาทั้งชีวิต คุณทำอะไรดีๆเพื่อใครบ้างหรือยัง
     
  11. jachrist

    jachrist สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 เมษายน 2007
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +10
    บนภูกระดึงไง เมืองลับแล ลองไปอ่านตำนานของหลวงพ่อฤาษีฯดูซิ ไล่ตั้งแต่ผานกแอ่นไปทางแง่งทิดหา

    คณะธุดงค์เคยไปนอนที่ลานวัดพระแก้วตรงที่ช้างเคยเหยียบพระเกจิตาย 2 รูป คืนแรกก็เจอสำแดงฤทธิ์เลย พายุใหญ่มาจากทุกทิศ เตือนพี่ที่ไปว่าแถวนั้นช้างเยอะ เขาบอกว่าไม่เห็นมีขี้ช้าง พอวันรุ่งขึ้นช้างมาขี้อยู่ใกล้ๆ กองเบ้อเร่อเลย โชคดีที่นอนตรงหน้าผามีหินแยกกั้นช้างข้ามมาลำบาก และหลวงพ่อที่ไปด้วยสวดกำแพงแก้วกันไว้
     
  12. หนูแว่น

    หนูแว่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    1,189
    ค่าพลัง:
    +3,205
    ก็ยังมีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกเยอะเลยเนอะ ก็น่าสนุก น่าตื่นเต้นดี

    มีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...