เรื่องเด่น "เวทนา"กุญแจสู่ภพชาติ

ในห้อง 'ภพภูมิ-สวรรค์ นรก' ตั้งกระทู้โดย paang, 15 มกราคม 2007.

  1. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,498
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,314
    paragraph__45_235.jpg

    ชีวิตคนเราเมื่อมีโอกาสได้เกิดมา และมีลมหายใจอยู่บนโลกนั้นยังนับว่าโชคดี แม้ต่างอาจต้องผจญอยู่บนกองทุกข์ ซึ่งมีกันทุกคนไม่ว่าเศรษฐีหรือยาจก บ้างก็ทุกข์มาก บ้างก็ทุกข์น้อย ความทุกข์มักทำให้ใครหลายคนเข้าใจชีวิตได้ดีขึ้น และยังลึกซึ้งในหลักสัจธรรมภายใต้กฎแห่ง ไตรลักษณ์ คือความไม่เที่ยง ทุกสิ่งย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

    ความจริงแห่งชีวิตมนุษย์ที่ ทุกข์ นั้น มีหลากหลายเหตุผล หากเป็นนักปฏิบัติย่อมรู้เหตุแห่งทุกข์ ว่าทุกสิ่งที่เกิดกับตนนั้นเป็นผลของ วิบากกรรม จากภพชาติเก่าในอดีตที่เราเคยเวียนว่ายตายเกิดผ่านมาหลายภพ หลายชาติ

    การปฏิบัติธรรมด้วยสมาธิสายใดก็ตาม เป็นทางออกที่สำคัญที่จะทำให้เราสามารถรู้กรรมในอดีตด้วยตัวของเราเอง ดังนั้น การเห็น ภพชาติ ขณะปฏิบัติสำหรับบางคนจึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่จะทำให้เขาสามารถรู้เหตุแห่งทุกข์ ว่าเกิดจากบาปกรรมใด เพื่อเร่งแก้ไขให้โทษหนักกลับกลายเป็นเบา และ ขออโหสิกรรม ให้หมดสิ้นเวรกรรมกันไป

    เวทนา กุญแจสู่ภพชาติ จากหนังสือกฎแห่งกรรม : ธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมโม เป็นการเขียนเล่าเรื่องที่เกิดขณะปฏิบัติกรรมฐานภายในวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ของ คุณนิฐิวงศ์ วงศ์ช่างหล่อ Software Engineer บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนอ่านพบและสนใจเป็นพิเศษกับเนื้อหาที่บอกเล่าถึงความพยายามปฏิบัติกรรมฐาน และความมหัศจรรย์ในนิมิตที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การรู้เห็นกรรมที่ทำไว้ในอดีตชาติอันส่งผลมาถึงชาตินี้

    คุณนิฐิวงศ์นั้นมีความพิการมาแต่กำเนิด คือเป็นอัมพาตชนิดเกร็ง ไม่สามารถเหยียดเข่าให้ตรงได้ ลักษณะการเดินจึงผิดปกติ และต้องใช้ไม้เท้าช่วยในการทรงตัว คุณนิฐิวงศ์ใฝ่ใจในธรรมะมาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเมื่อเข้ามาเป็นนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาได้เลือกลงเรียนวิชาพุทธปรัชญา ซึ่งต้องมีการปฏิบัติจริง และได้เริ่มปฏิบัติกรรมฐานเป็นครั้งแรกในชีวิตที่วัดอัมพวัน ครั้งนั้น ยุวพุทธิกสมาคมเป็นเจ้าภาพ มี คุณแม่สิริ กรินชัน และคณะเป็นวิทยากร

    ในครั้งแรกของการปฏิบัติ เพราะความที่ร่างกายไม่ปกติเช่นคนอื่น จึงทำให้คุณนิฐิวงศ์เกิดความลำบาก และรู้สึกท้อแท้ คิดไปสารพัดว่า แม้แต่จะสร้างบุญกุศลบ้างก็ลำบากลำบนกว่าคนทั้งหลาย แต่เป็นเพราะความเพียรหรืออาจเพราะ บารมีในธรรม ที่สั่งสมมาแต่อดีต จึงทำให้การปฏิบัติผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และดียิ่งๆขึ้น

    ผู้เขียนได้ไปพบคุณนิฐิวงศ์ เพื่อขอข้อมูลมาเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านที่รู้สึกท้อแท้หรือเกิดมาในสภาพร่างกายที่ไม่บริบูรณ์ เพราะอย่างน้อยไม่ว่าเราจะเกิดมาในสภาพใดก็ตาม เราก็สามารถปฏิบัติธรรมเพื่อให้ก้าวข้ามพ้นทุกข์ มีความสุขตามอัตภาพได้เท่ากันทุกคน

    คุณนิฐิวงศ์ได้เล่าประสบการณ์เมื่อครั้งไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่วัดอัมพวันให้ฟังว่า

    เริ่มไปปฏิบัติครั้งแรกจริงๆที่วัดอัมพวัน ซึ่งเป็นคอร์สของ คุณแม่สิริ กรินชัย ท่านไปสอนเอง คือตอนนั้นเป็นนักศึกษาปี 2 อยู่ลาดกระบัง ก็มีวิชาพุทธศาสนา ผมก็สนใจพุทธศาสนา และฝึกสมาธิมาตั้งแต่เด็กแล้ว มีพระที่อยู่แถวบ้านสอนกำหนดลมหายใจเข้าออก พุทโธๆ แต่ก็ไม่ได้จริงจัง ครั้งนั้นพอเห็นว่ามีวิชาพุทธศาสนาให้เลือกก็เลยเลือกอาจารย์ที่เป็นเจ้าของคอร์สท่านบอกว่าคนที่ลงคอร์สนี้ต้องไปปฏิบัติธรรม 7 วัน ไปเดินจงกรมและนั่งสมาธิ ซึ่งที่ลาดกระบังเขาจะจัดรถบัสมารับนักศึกษาที่ลงคอร์สนี้ไปวัด และสมัยนั้นที่วัดอัมพวันก็เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดที่ยุวพุทธสมาคมจัด พอไปฝึกเดินจงกรมกับคุณแม่สิริ ซัก 3 วัน ก็รู้สึกว่าโอ...ใช่เลย สิ่งที่มันขาดหายไป ธรรมดาเราจะนั่งสมาธิเฉยๆ พอเราเดินจงกรมด้วย นั่งสมาธิด้วย ก็รู้สึกว่ามันจะนิ่ง แต่ไม่ใช่นิ่งอย่างเดียวมันสามารถรับรู้สภาพภายนอกได้ด้วยว่าเราเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร มันบอกไม่ถูก มันเป็นอารมณ์วิปัสสนาญาณที่เวลามันเกิด มันจะรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไปที่วัดอัมพวันตอนนั้น นอกจากเราจะรู้สึกว่าจิตเราดีแล้ว เรายังได้เติมเต็มในสิ่งที่เราขาดๆไป

    คุณนิฐิวงศ์ได้เล่าประสบการณ์ขณะปฏิบัติให้ฟังต่อว่าสิ่งที่ผู้ปฏิบัติทุกคนต้องเผชิญระหว่างทำกรรมฐานก็คืออาการเจ็บปวดในร่างกาย ซึ่งเรียกว่า เวทนา เป็นการแสดงอาการของ กรรมเก่า เราเคยทำร้ายหรือเคยสร้างเวรกรรมกับใครไว้ตรงไหนอาการจะแสดงออกตรงบริเวณนั้นบนร่างกายเราอย่างรุนแรง ซึ่งหลวงพ่อจรัญท่านมักเทศน์ให้ผู้ปฏิบัติฟังเสมอว่า ให้พยายามแยกแยะเวทนาให้ได้ จะได้เกิดปัญญาขึ้นอย่าได้หลีกหนี และสิ่งที่จะเป็นเครื่องช่วยให้สู้เวทนาได้ก็คือ การตั้งสัจจะอธิษฐาน พยายามอดทนให้ได้โดยใช้ ขันติบารมี เป็นเครื่องมือสำคัญ สำหรับตัวคุณนิฐิวงศ์เองเมื่อปฏิบัติไปเรื่อยๆ นอกจากจะมีเวทนาเกิดอาการเจ็บปวดเข่าข้างซ้ายอย่างรุนแรง แล้วสิ่งหนึ่งที่เกิดตามมาก็คือ การเห็นภาพแปลกๆ ขณะจิตนิ่งอยู่ในสมาธิ ซึ่งเป็นาภาพนิมิตที่เห็นซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง

    ประสบการณ์ที่เห็นนิมิตอันนั้นเกิดหลังจากการไปปฏิบัติหลายครั้งแล้วเป็นครั้งที่ 3-4 หลักของการปฏิบัติเนี่ย พอเกิดนิมิตส่วนใหญ่แล้วคุณแม่สิริจะให้กำหนดนิมิตให้เห็นเสร็จแล้วก็ทิ้ง คือไม่ให้ยึดนิมิต ผมก็ทิ้งแต่มันจะมีอยู่วันนึง ซักวันที่ 5 ที่ 6 ของการปฏิบัติ วันนั้นจะเดินจงกรมเยอะมาก คือเดินเกือบทั้งวันเลย มันจะเป็นนิมิตเห็นคล้ายกับหุ่นแต่งตัวเหมือนทหารโบราณเป็นคล้ายๆค่ายมีซากปรักหักพังมันเป็นเหตุการณ์ที่แปลกเหมือนกับว่าพอเราไปถึงตรงนั้นเหตุการณ์มันจบลงไปแล้ว มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นแล้วก็จบลงแล้ว ฝุ่นยังตลบอยู่เลย แต่โดยหลักของการปฏิบัติถ้ามีนิมิตก็ให้กำหนดเห็นแล้วก็ปล่อยไปก็มีอย่างนั้นอยู่ 2-3 วัน ผมก็ไม่สนใจจนกระทั่งไปถามคุณแม่ใหญ่ เอ๊...ทำไมนิมิตที่ผมเห็นนี่มันแปลกๆ และก็เห็นซ้ำๆหลายวัน คุณแม่ใหญ่ก็บอกให้ตามนิมิตไป

    แล้วที่วัดอัมพวันตอนนั้นพอถึงวันพระหลวงพ่อก็จะลงมาเทศน์แล้วก็เป็นเรื่องแปลกที่หลวงพ่อจะเทศน์อะไรบางอย่างที่มันตรงกับที่เราสงสัยอยู่พอดี ท่านก็บอกว่าเวลาเวทนาแรงๆเนี่ยให้ตามเวทนา คืออย่าไปเปลี่ยนท่า พยายามกำหนดจิตเข้าไปดู พอกำหนดไปถึงจุดนึงมันก็จะเกิดเห็นนิมิตเป็นเรื่องราวขึ้นมา ภาพเลื่อนเข้ามาหาเรา ภาพมันไหลมาเยอะมาก แต่มันแปลก มันไม่เห็นเป็นคนจะเห็นเป็นตุ๊กตาตัวเล็กๆ แต่งตัวสีแดงๆเหมือนทหารไทย เรารู้สึกว่ามันเป็นสงครามของไทยกับใครซักคน เราก็เห็นหนอ อยากรู้หนอ ในความรู้สึกนั้นเหมือนกับว่าเราเป็นคนที่วางแผนให้มีการต่อสู้รบกันที่เห็นเป็นตุ๊กตาก็เหมือนกับว่าเราใช้พวกนี้เป็นตุ๊กตา มีการรบเกิดขึ้น การรบครั้งนั้นมีคนตายเยอะมากเป็นนิมิตที่จำติดตา และตุ๊กตาสีแดงเนี่ยหันมามองหน้าเราเหมือนกับว่าเคียดแค้นในความรู้สึกตอนนั้นรู้ว่านี่คือ เจ้ากรรมนายเวร ที่เขามาทวง ตอนนั้นเราก็แผ่เมตตา เพราะหลักเขาสอนอยู่แล้วว่าถ้าเรานิมิตเห็นเจ้ากรรมนายเวรที่เขามาทวงเราให้ แผ่เมตตา แล้วตอนที่แผ่เมตตานี่ความรู้สึกปวด หรืออาการเวทนาก็ผ่อนลงไป และภาพที่เห็นก็ไหลขึ้นข้างบน เราก็อ๋อ...แสดงว่าเขาอโหสิกรรมให้เราแล้ว ซึ่งถ้าเขามาปรากฏให้เราเห็นแสดงว่าเขาพร้อมที่จะรับอยู่แล้วจึงต้องรีบแผ่เมตตาให้เขา และผมเป็นคนขาพิการ เส้นเอ็นยึดทำให้ขาเหยียดไม่ตรงเนี่ยพอหลังจากแผ่เมตตาแล้ว รู้สึกเส้นเอ็นมันยืดมาประมาณ 2 นิ้วมั้ง เพราะก่อนหน้านี้สมัยเด็กๆก็เคยผ่าตัดยืดเส้นเอ็น แต่พอยืดได้ 3-4 เดือน มันก็ตึงกลับมาเหมือนเดิมแล้วพอมาปฏิบัติธรรมก็รู้สึกเส้นเอ็นที่เท้ามันยืดออก ก็รู้สึกถึงความมหัศจรรย์ว่านี่คือสิ่งที่ปรากฏกับคนที่เจ็บป่วยที่เป็นผลมาจากกรรมจริงๆ มันอยู่เหนือกฎของวิทยาศาสตร์

    เมื่อ นิมิต ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้เห็นได้เฉพาะตัวได้เกิดขึ้นกับคุณนิฐิวงศ์ ในครั้งนั้นก็ทำให้เขาเข้าใจในเรื่อง ชาติภพ กฎแห่งกรรม และการเวียนว่ายตายเกิดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

    หลังจากเกิดนิมิตขึ้นมาผมก็เชื่อในชาติภพ 100% เพราะว่าถึงแม้เราไม่ได้เห็นหลายๆชาติ แต่ชาตินี้ผมไม่เคยทำร้ายใคร เพราะฉะนั้นผลที่เกิดมันต้องเป็นกรรมจากชาติที่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าชาติที่แล้วมีชาติต่อไปมันก็ต้องมีสิ่งที่คอนเฟิร์มคือว่าหลังจากที่เราเห็นนิมิตแล้ว มันมีผลเปลี่ยนแปลงทางร่างกายดีขึ้นจนทุกวันนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไปเอง


    *****************

    เวทนา กุญแจสู่ภพชาติ จากหนังสือกฎแห่งกรรม : ธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมโม


     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 13 ธันวาคม 2017
  2. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    1,171
    กระทู้เรื่องเด่น:
    29
    ค่าพลัง:
    +1,940
    สาธุ สาธุ สาธุ ครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...