เวิร์ส,ภพภูมิ,พหุภพ,ตายแล้วไปไหน

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย MUSAFA, 7 กรกฎาคม 2020.

  1. MUSAFA

    MUSAFA Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    110
    ค่าพลัง:
    +89
    เป็นเรื่องราวรวมๆไม่เจาะจงเจาะลึก โดยข้อมูลหลักคือนำประสบการณ์ส่วนตัวมาวิเคราะห์นะครับ

    หวังว่าคงไม่ว่ากัน เชิญเม้นท์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะเห็นต่างหรือแย้งอย่างไรก็ไม่ว่ากัน ตามอัธยาศัยครับ แต่ขอแบบสุภาพๆนะครับ



    เริ่มนะครับ

    สมมติถ้าจะสลับช่วงเวลา อดีต-อนาคต คงมีทางเดียว คือหากเป็นไปได้ ต้องมิติที่6 ขึ้นไป หรือ ใช้เทคโนโลยี มิติที่ 4(ตายไม่รู้ตัว) มิติที่ 5 (มีความเสถียรกว่า แต่ก็คือตายไม่รู้ตัว)

    การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ ก็จะกลายเป็นไทม์ไลน์ใหม่ไปเลย สมมติว่าแต่ละคน คือ ไทม์ไลน์ของตนเอง

    โดยสมมติให้อิงรหัสเอกภพ(ไทม์ไลน์,ปัจจุบัน) กับรหัสประชาชน เช่น TH 1 9299 00 XXX XX X พอสร้างเพิ่มโดยแก้อดีต

    ครั้งที่1 (รูปแบบที่แก้ Type 1) TH 1 9299 00 XXX XX X A 1

    กลับไปแก้ครั้งที่1 หลังจากที่อยู่ใน TH 1 9299 00 XXX XX X A 1

    (กำลังใช้ชีวิตใน TH 1 9299 00 XXX XX X A 1 ) แก้อีกก็สมมติเป็น TH 1 9299 00 XXX XX X A 1-1
    หรือ ถ้า กลับไป แก้ ก่อนแก้ เป็น A1 โดย เนื้อเรื่องไม่ตาม A1ครั้งก่อน สมมติว่า กลับไปแก้ ก่อนแก้ที่ทำให้เกิด A1 จะได้ NEW A1 แต่ก็เรียกว่า A1 แต่จริงๆ เป็น A2 (Type 2) เพราะมีความทรงจำ(Journey) ใน A1แล้ว

    แต่สำหรับมิติที่ไม่เกิน มิติที่ 5 การทำก็จะเป็นแนว วนลูป และ HalfLife (ต้องเสียชีวิตโดยรู้ตัวก่อน)

    ซึ่งการลูปจะวนเป็น สปริง คือดึ๋งๆๆไปข้างหน้า มันเหมือนจะวนกลับแต่เป็นการเขียนทับ และ Jouney ต่างๆจะถูกบันทึกไว้(โดยเฉพาะ ใช้หลังจากเสียชีวิต แบบที่คนไทยเรียก "บัญชีหนังหมา" และเส้นสปริงค์(เส้นหลัก)ก็มีมิติซ้อนกันโดยมี(เอาเส้นสปริงค์เส้นยาวมาขดเป็นสปริงอีกที คือเอาเส้นสปริงค์มาขดทำสปริงค์ซ้อนกัน มิติคือเนื้อปริมาตรสปริงค์)สปริงค์เส้นเล็กซ้อนต่อไปเรื่อยๆ แต่มันเป็นอนาคตที่ผ่านไปแล้ว (ประมาณดนตรีทำนองเดิม แตกต่างที่เนื้อร้อง) อารมณ์จะประมาณเล่นเกมแบบเริ่มเล่นใหม่หรือต่อจากเซฟใหม่/ดูหนังเรื่องเดิม โดยที่ความทรงจำจะมีเฉพาะจุดตัด(Event)ที่สำคัญๆ คือจำได้ว่าเคยดู/เห็นตอนนี้แล้ว และอาจเป็นอาการการแจ้งเตือนแบบ เดจาวู (+ลางสังหรณ์) ร่วมด้วย ในขณะที่เจ้าตัวอาจจะจำเรื่องราวบางตอนอื่นๆไม่ได้เลย หรืออาจจำได้ว่าจุดนี้ ต่อไปจะเป็นอย่างไร(เหมือนพบเหตุการณ์ที่เหมือนฝันล่วงหน้า และเหตุการณ์ที่เจอเหมือนในฝัน)



    #HALFLIFE หากถึงคราวที่เป็น HalfLife เช่นเสียชีวิตตอน อายุ 80 ก็สามารถตัดไปตอน 40 ได้(หากมีความต้องการ/ขัดแย้งบางอย่างในใจ) ตื่นขึ้นมาโดยเรื่องก่อนหน้านั้น(อนาคตที่ผ่านไปแล้ว) จะกลายเป็นฝันไป ซึ่งสำหรับคนที่มีพลังงานบวก(บุญ/ตะกอนบุญ)มาก สามารถที่จะข้ามไปตื่นในวันที่ตายได้เลยเช่นกัน เช่น ตายโดยอุบัติเหตุในวันนี้ ก็จะตื่นขึ้นในวันนี้เวลาเดิม และเรื่องที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นฝันไปเช่นกัน(เกิดเดจาวู ณ ช่วงเวลาตายรอบก่อนได้) ซึ่งสามารถเป็นแบบนี้(REPLAYs)ไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะหมดบุญหรือปล่อยวาง(พอใจแล้ว) และสามารถผสานรูปแบบอื่นๆต่างๆได้เช่นกัน(หากอยู่ต่อโดยมีพลังงานบวก(บุญ)มากพอ อาจเล่นเนื้อเรื่องที่อาจพบการทำกายหยาบให้เป็นอมตะได้เลยทีเดียว #แต่จริงๆเป็นการปรับสภาพให้เป็นเป็นกึ่งหยาบกึ่งละเอียด) และ หากไม่กลัวตาย/ผลพวงที่จะตามมาหากตัวเองเสียชีวิต เช่น เป็นห่วงลูกหลาน ห่วงสมบัติ ซึ่งคือทุกข์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เหนี่ยวตัวเองไว้ทำให้วนลูปซ้ำๆได้เป็นอย่างดี เพราะสิ่งที่ได้สร้างไปแล้วมันจะดำเนินต่อใน เอกภพนั้นๆต่อไป แม้จะไม่มีเราอยู่ก็ตาม (ParadoxVerse : MultiVerse) *ซึ่งจุดนี้สำหรับใครหลายคนคงยากที่จะปล่อยวาง



    #ซิกแซก(อิสลาม เรียกกรณีนี้ว่า "อาบาดัน หรือ อาบาแด" โดยเฉพาะสำหรับตายไม่รู้ตัว) การตายแล้วดำเนินต่อไปใน AFTERLIFE จะเป็นลักษณะต่างๆได้หลายรูปแบบ ซึ่งหลักๆก็ขึ้นกับความเชื่อ(กฏแรงดึงดูดทำให้เกิดขึ้น #มิติหนึ่งในพหุภพที่มีเป็นอนันต์) บางรูปแบบ ก็เป็นไปในลักษณะโลกคู่ขนาน แต่ก็ยังขึ้นกับความทรงจำและชีวิตที่ใช้มา(กรรม) การไปโผล่โลกคู่ขนานมีหลายแบบ เช่น มิติที่5,6 ขึ้นไป เวลาจะหยุด และสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าไปเล่นต่อในความทรงจำช่วงไหนก็ได้อย่างอิสระ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบโลกก่อน เพราะจะกลายเป็นโลกคู่ขนานอื่นๆ(พหุภพ แต่สามารถเชื่อมต่อให้เกิดเหตุการณ์กันได้) และบางรูปแบบ(หากยึดติดในอดีต) ขณะที่ดำเนินไปในโลกAFTERLIFE ขณะเดียวกันโลกก่อนเวลาจะถอยหลัง(สสารกับปฏิสสาร) เช่น โลกก่อนเสียชีวิตตอน อายุ50 แล้วอยู่ใน AFTERLIFE ต่อไป 10 ปี เวลาโลกก่อนจะย้อนไป 10 ปี หากเสียชีวิตในAFTERLIFE หลังจากที่อยู่ ณ ที่นั่น 10 ปี ก็จะเกิดใหม่ในโลกเดิม ซ้อนกับ ณ ตอนที่ตัวเองในโลกเดิมตอนอายุ 40 ปี (จุดนี้ทำให้ได้สรุปเองเอาว่า(ไม่ได้รับการยืนยัน*คห.ส่วนตัว) ทุกคน ทุกสิ่ง ทุกอย่าง คือ 1 เดียวกัน เพียงแต่ต่างภพ ต่างชาติ ต่างวาระเวลา ต่างวาระกรรม *ต่างพฤติกรรมที่ติดเป็นนิสัยจากการปรับตัวในแวดล้อมปัจจุบันนั้นๆ : ส่วนตัวเรียกกรณีนี้ว่า "รูปแบบสรรพสิ่ง" ) และอยู่ร่วมกับตัวเองในโลกเก่า ส่วนความทรงจำ ก็แล้วแต่กรณี(มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง) บางกรณี ที่ละได้ทุกอย่าง เมื่อเข้าสู่AFTERLIFE ก็สามารถไปเล่นด่านอื่นได้ อาจจะสร้างตัวละครใหม่(เกิดใหม่) หรือไปในรูปลักษณ์เดิม(อาบาดัน) เพิ่มเติมคือความสามารถ และความสามารถจากโลกเดิมจะเหมือนบรรจุในWIAZIP แปลงเป็น .exe เพื่อเป็นพรสวรรค์อัตโนมัติ



    AFTERLIFE อยู่ที่ไหน? ตัวตนอื่นๆ? ภพภูมิที่สูงกว่า? ภพภูมิที่แย่กว่า?

    (คห.ส่วนตัว) ร่างกายเราคือโลกธาตุหนึ่ง(เอกภพ,มิติ) เมื่อเราตายจิตที่ใหญ่กว่าก็จะลูปเข้าไปในร่าง(ในเอกภพ,มิติ ที่ถูกสร้างโดยรวบรวมกัยกรรมที่ได้ทำมาตอนมีชีวิต) และดำเนินไปตามกรรมที่ขยายใหญ่ขึ้น โดยซ้อนกันกับช่วงเวลาตั้งแต่ตอนเกิดรอบเก่า แต่ก็สามารถสร้างใหม่ได้หากเคลียร์ที่ติดค้างได้หมด (โดยเข้าใจกฏ เข้าใจธรรม) หรือละและปลงได้ระดับหนึ่ง นานาจิตตัง คือความหลากหลาย และเราเลือกที่จะสร้างกรรมได้เอง

    และจากที่กล่าวมาข้างต้น หากเราสามารถเชื่อต่อกับตัวตนที่สูงกว่า(ร่างที่เป็นเอกภพ,โลกธาตุ,จักรวาล,มิติ ที่เราอยู่) จะเป็นอย่างไรล่ะ??? ตรงนี้คือสิ่งที่น่าคิด และตัวแทนขิงตัวตนนั้นในโลกปัจจุบัน ก็คือพ่อแม่(ตัวแทนที่ดีที่สุด) เพราะตัวเรามาจากการรวม DNA ของพ่อแม่ ดังนั้นหากต้องการขอ ต้องการสร้างสัมพันธ์ ต้องการสร้างกรรมร่วมกับตัวตนที่สูงกว่า(ตัวเองในมิติที่สูงกว่า) ต้องสัมพันธ์กับพ่อแม่ของตน(หากไม่มีแล้ว ก็จะมี นาอิบ (นอมีนี,ตัวแทน) เช่น พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ญาติพี่น้อง ซึ่งพวกเขาเป็นไมโครโฟน ที่จะเชื่อมต่อเรากับตัวตนที่สูงกว่าได้



    #ตัวตนอื่นๆของเราในต่างมิติความถี่ แล้วจิตวิญญาณล่ะ??? ข้อสงสัยคือ ดวงจิตที่อยู่ข้างในนั้นคือใคร หรือจะเป็น เซลล์อสุจิ ของเราที่ปั๊มและกระจายตัวอยู่รอบๆ และที่ตัดไปไม่ได้ คือ บรรพบุรุษเดิม ไปไหน??? หาใช้รูปแบบ พระบิดา พระบุตร และพระจิต ก็เป็นไปได้ว่า บรรพบุรุษอาจอยู่ในร่างใดร่างที่เหมือนเรา และเป็นโลกคู่ขนาน เพราะหากเป็นบรรพบุรุษ แน่นอนว่าย่อมมีกรรมสิทธิในตัวเรา แล้วมีกี่คน??? คนอื่นๆอาจไปในร่างลูกหลานคนอื่นๆของตนก็ได้ ในเมื่อเขามีกรรมสิทธิในตัวร่าง และบรรพบุรุษอาจแฝงอยู่ตามคนรอบๆตัวเพื่อคอยปกปักดูแลรักษาลูกหลาน เขาอาจอยู่ใกล้ อาจแฝงเป็นเพื่อนในห้องเรียน เพื่อนในที่ทำงาน แม้แต่คนข้างบ้านที่ดีต่อเราเกินความจำเป็น ซึ่งหากใช้เกณฑ์การหักเหของแสง ที่เราเห็นหลอดในแก้วที่ใส่น้ำไว้มันเอียงผิดไปจากความเป็นจริง ตัวตนต่างมิติ/เอกภพของเรา เราอาจเห็นโดยกำลังหักเหให้เราเห็นเป็นคนอื่นๆต่างๆรอบตัวก็เป็นได้ *จินตนาการ X ความน่าจะเป็น X กฏฟิสิกส์ *ถ้าเป็นตามนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเราทุกคนและหรือทุกสิ่งทุกอย่างคือหนึ่งเดียวกัน(เป็นคนก็คนคนเดียวกัน อาจจะต่างภพต่างชาติต่างเวลา) ภายใต้ดวงจิตดวงเดียวกัน/ที่มาคือที่เดียวกัน และอาจเป็นบทสรุปของ "ทฤษฏีสรรพสิ่ง" ซึ่งทั้งหมดนี้ต่อไปในอนาคต เราเราอาจจะเข้าใจได้ขึ้น โดยพึ่งเทคโนโลยีควอนตัม(ต้องเต็มขั้น) และเข้าใจกฏสรรพสิ่ง

    และการตาย อาจเป็นเพียงการสละร่าง(ยานพาหนะ/ที่อยู่) ไม่ต่างกับการลอกคราบ(แบบแมลง)

    อาจเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ในเนื้อเรื่องใหม่/เล่นต่อในด่านต่อไป

    เพียงแต่จิตสำนึกเราจะไปผุดไปโผล่ เอกภพความถี่ไหน(อาจเป็นภพภูมิอื่น)ต่อไปก็เท่านั้น และจะทำอะไรต่อไปก็อีกเรื่องหนึ่ง

    (อิสลามมีเรื่อง "อบาดัน" เกี่ยวกับจิตที่เดินหน้าต่อ ประมาณว่าตายไม่รู้ตัว และดำเนินสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไป)

    แต่การจะย้อนกลับไป ก็จะเจอเพียงเงาเหตุการณ์ แต่ละจิตก็มีปัจจุบันของตัวเอง

    (รอบๆตัวล่ะ?? #ศึกษาเพิ่มเติม เรื่อง ญิน กอรีน/นาอิบ ในโซนคำสอนของ อิสลาม)

    # สิ่งที่อาจจะได้พบในชีวิตหลังความตาย(Afterlife) อาจขึ้นกับความเชื่อ(ส่วนตัว) + อารมณ์สุดท้าย และกรรม เป็นตัวแปรพาไป แต่หากเป็นธรรมดา ก็คงต้องไปตามแคลนตามสายเลือด(มิติที่3 เช่นสัตว์ที่วิวัฒนาการไม่มาก แม้แต่มนุษย์ก็สามารถเลือกรูปแบบนี้ไว้ใช้ได้) หรือหากอีกรูปแบบหนึ่ง ในลักษณะ ที่มีสสารแล้วต้องมีปฏิสสาร ก็อาจเป็นไปได้ว่า โลก เวลาเดินหน้า โลกหน้า(โลกคู่ขนาน)เวลาถอยหลัง เมื่อเราไปโลกหน้าแล้วอยู่ไปสัก 20 ปีแล้วตายในโลกหน้า (ขณะที่เสียชีวิตจากโลกก่อนตอนอายุ40) เราอาจกลับไปเกิดในโลกเก่า ซ้อนกับ(โดยอยู่โลกเดียวกับร่างเก่า) คือไปเกิดใหม่โดยที่อยู่ร่วมโลกกับตัวเองในชาติก่อน ซึ่งไปเกิดใหม่ตอนที่ตัวเองในชาติก่อนอายุ 20 ปี ซึ่งก็เป็นไปได้

    *อาจพบเจอกันตามความเชื่อส่วนตน ดั่งที่ว่า หมกหมุ่น/เชื่อ/ใฝ่ อะไรก็ได้อย่างนั้น ทั้งนี้อาจจะเพราะเพื่อให้เกิดความหลากหลายขึ้นในธรรมชาติโดยธรรมชาติ

    ส่วนตัวเชื่อว่าทุกความคิดทุกจินตนาการมีครบหมดในเอกภพ อาจจะแปลกจนที่อาจจะมีเพียง 1 เดียว ในดาว 1เดียว ในภพนั้นๆ 1 เดียว ในระบบสุริยะ

    หรือแม้แต่ 1 เดียว ในแกแล็กซี่ จนถึง 1 เดียวในเอกภพนั้นๆ หรือแม้แต่ 1 เดียวในพหุภพที่มีเป็นอนันต์



    # ส่วน นรก สวรรค์ นั้น จะว่าตามความรู้สึก ณ ปัจจุบันเป็นหลักก็ได้(สวรรค์ในอก นรกในใจ)

    แต่ที่ว่ากันเป็นดินแดน เป็นชาวนรก(นิรยชน) ชาวสวรรค์ สัตว์นรก อสูร ต่างๆ ก็สามารถเป็นเพียงมนุษย์ต่างดาว/ต่างมิติ(กาลเวลา/เทคโนโลยี)ได้ด้วย และมักจะอ้างกับพวกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพียงเพื่อล่อลวงให้ตนได้ผลประโยชน์ได้เช่นกัน เช่น ลักพาสาวๆไปเพื่อสนองความต้องการก็มีด้วย
    แต่นรก(ของจริง เช่น เรือนจำ)ก็เป็นการปกครองท้องถิ่นที่บริหารกันแบบเรือนจำ โดยมีวัตถุประสงค์ให้คนบาปสำนึกผิด(และประวิงเวลาไม่ให้ผู้ก่อเหตุกับโจทก์ทำกันไปทำกันมา แบบการแยกคู่ที่ทะเลาะกัน) ให้ได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดี เพื่อสามารถอยู่ร่วมกันในสวรรค์(รวมถึงโลกมนุษย์)ได้
    การพบเจอเหตุการณ์ นั่นเกิดจากการสะท้อนกลับของพลังงานที่ตนเองได้ปล่อยออกไปเอง ในกฏธรรมชาติ(ฟิสิกส์) f< = f> (กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง) https://pantip.com/topic/39920300



    "จักรวาล" ในความหมายของพุทธศาสนานั้น หมายถึง "แกแล็กซี่" และพุทธเองก็มีสอนในเรื่องโลกธาตุ

    ส่วน cosmos ที่กล่าวถึง นั้นคือ เอกภพ,กาลอวกาศ (Space-Time : พื้นที่-เวลา)

    โดยที่คนส่วนใหญ่มักเรียกกันมาตามๆกันและเข้าใจกัน แล้วมักเรียก "เอกภพ" ว่า "จักรวาล"

    เอกภพ (Space-Time) หากนึกไม่ออกก็ขอให้นึกถึง ของวิเศษของโดเรม่อน "ห้องส่วนตัว/พื้นที่ส่วนตัว" ที่เป็นพื้นที่ว่างเป็นอนันต์ โดยมีทางเข้าเป็นเหมือนประตูทุกหนทุกแห่ง(ประตูไปที่ไหนก็ได้,อาจจะเกี่ยวกับหลุมดำ)

    เอกภพก็เป็นเหมือน Drive-Folder โดยส่วนที่เป็นจักรวาล(ภาษาพุทธเรียกจักรวาลหมายถึงแกแล็กซี่),ระบบสุริยะ เป็นเหมือน CD/DVD/HardDisk เทียบ โดยสมมติ ให้ระบบสุริยะเป็นแผ่นดิสก์ แล้วมีโลกเป็นหัวอ่าน



    # เพิ่มเติม 1.ร่างกายของคนเราต่างเป็นเอกภพและจักรวาล (โลกธาตุ : สมมติเช่น เดิมเป็นดาวขนาดใหญ่ แตกออก/กระทบแตก/ถูกทำให้แตก แกนดาวกลายเป็นดาวฤกษ์(สามารถกระจายตัวได้และเย็นตัวได้ โดยอาจเย็นทั้งก้อนหรือเก็บแกนไว้ด้วยได้) สมมติ ให้เป็นระบบสุริยะ แล้วแต่ละส่วนแตกได้อีก เรื่อยๆ ๆๆ เป็นระบบขนาดย่อยไปย่อยไป จนเป็นแกแล็กซี่

    แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเอกภพอื่นๆอีกมากมาย(ในMultiVerse) โดยอาจแฝงกันต่างคลื่นความถี่(รวมถึงที่เราต่างมองไม่เห็น เช่น ช่วงคลื่นอินฟาเรด : Infrared (IR)) มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า รังสีใต้แดง หรือรังสีความร้อน และ อีกตัว รังสีใต้สีฟ้า(แยกสเปกตรัม) ซึ่งทั้ง 2ตัวนี้ เราจะมองไม่เห็น (2 ตัวนี้อาจรวมกันเป็น UV ก็เป็นได้ เหมือนรอยต่อ/ซ้อนทับของเส้นที่นำหัวท้ายมาต่อกัน)



    # เพิ่มเติม 2.ปัจจุบันเราต่างอาจจะอยู่ในโลกธาตุในมดลูกของคุณแม่ก็ได้ สมมติหากเทียบให้ดาวเคราะห์(โลก) เป็นไข่ใบนึง และทั้งหมดบนดาวคืออสุจิของคุณพ่อ (อิงกับสูตรเทพนอร์ส/ปกรณัมกรีก : อูรานอส-ไกอา , และคริสต์ : ตรีเอกานุภาพ พระบิดา พระบุตร พระจิต ซึ่งอาจไขว้เป็น พระมารดา พระธิดา พระจิต ด้วยก็ได้ #บางทีเคยเป็นเพศนึงแล้วอยากเปลี่ยนเป็นอีกเพศนึงก็อาจแปลงสลับได้...)



    # เพิ่มเติม 3.ครานี้หากเทียบดูๆแล้วแกนดาวอาจเป็นเทียบ (สมมติ) กับไข่แดง และพื้นดิน+น้ำ คือไข่ขาว แล้วบรรยากาศ คือ เปลือก

    ดังนั้นแล้วเราๆอาจกำลังเติบโตอยู่ในไข่ (หรือในท้อง #สิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนม) เป็นจิตวิญญาณที่รอฟักตัว สมมติหากตายแล้ว ไข่แดงคือนรก(สำหรับชำระบาป)

    ดั่งที่มักกล่าว(ลือ)กันว่า เมื่อเสียชีวิต วิญญาณผู้ตายจะลงไปใต้โลก นั่นอาจเป็นการที่อสุจิวิ่งเข้าไปปฏินสนธิก็ได้ เมื่อตายแล้ว *อิงกับการเกิดใหม่ หรือหากเติบโตขึ้นแล้วจุติใหม่ กระเทาะเปลือกออกมา(ผู้ที่ได้เกิด) อาจเป็นเหตุที่เรียกว่า "โลกแตก" ส่วนผู้ที่เกิด=เกิดในอีกความถี่หนึ่ง(1เดียวที่ได้เกิด) ซึ่งโลกที่เกี่ยวข้องกัน(เซลล์อื่น ณ โลกเดียวกัน) อาจเห็น/รับรู้/รับทราบ แตกต่างกันไป (เกี่ยวกับเรื่องเวรเรื่องกรรม ดั่ง f<=f> (f=force:แรง) แรงซ้าย=แรงขวา คู่กับ กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง , กรรมใครกรรมมัน



    กระทู้นี้ กล่าวคือ ต้องการสื่อถึงย่านคลื่นที่พวกเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อปกติด้วยครับ (ความเชื่อส่วนตัว)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2020
  2. kokoro❤️

    kokoro❤️ ด ำ ร ง ด ว ง ใ จ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    1,001
    ค่าพลัง:
    +532
    ความรู้แบบใบไม้กำมือสินะ...ดูถูกไม่ได้เลยนะ อาจดูเพ้อๆ..แต่ที่จริง อาจเป็นเรือง อจินไตยล้วนๆ ที่พยามอธิบายให้เป็นรูปธรรม สิ่งที่คนเรายังไม่รู้ สัมผัสไม่ได้ยังมีอีกแยะ...คนเรา มักเชือแต่สิ่งที่เราพยเจอแล้ว ด้วยตนเองเท่านั้น นอกจากนั้นก็ปฎิเสธที่จะเชื่อทั้งหมดหากเกินจากความรู้และจินตนาการที่เราจะวามารถคิด ตามได้
    แต่ก็อย่างว่าแหละ ใบไม้นอกกำมือ.....
     
  3. MUSAFA

    MUSAFA Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    110
    ค่าพลัง:
    +89

    ใช่ครับอย่างที่คุณว่า "อจินไตยล้วนๆ ที่พยามอธิบายให้เป็นรูปธรรม" เพื่อสร้างความเข้าใจ โดยพยายามเรียบเรียงและใช้ศัพท์ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ โดยที่มาของข้อมูล เป็นปัจจัตตังของผมเอง(เป็นเรื่องที่อธิบายยากพอสมควรอยู่ แต่พยายามลำดับเรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด) ที่ได้สังเกตุ และตั้งสมมติฐาน ในขณะที่ทดลองตายชั่วขณะ จากเหตุการณ์ช่วงปี 52-56 ที่ผ่านมานี้ครับ บอกตามตรง เรื่องพวกนี้ผมไม่กล้าคุยกับใคร เพราะจะโดนหาว่าบ้า แต่คนที่ร่วมมีประสบการณ์กับผมโดยตรงมีหลายคน ที่พอจะให้เป็นพยานได้(ในเรื่องแปลกๆที่เจอกัน) ทั้งเพื่อนสนิท แฟนเก่า พ่อ และแฟนคนปัจจุบัน
     
  4. kokoro❤️

    kokoro❤️ ด ำ ร ง ด ว ง ใ จ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    1,001
    ค่าพลัง:
    +532
    ยืนยันมอยากมากก็คงได้แค่คำบอกเล่ามั๊งครับ ทำใจเถอะครับ ถ้ามันเป็นปัจจัตตัง ก็บอกต่อใครไม่ได้หรอก รู้ๆกันๆกันอยู่นะครับ
    อยากให้ี้ชี้ถึงประโยช์ของการรู้เรื่องพวกนี้มากว่าว่า ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างในฐานนะผู้รู้ เผื่อจะอยากรู้มั้ง ต้องทำยังไงครับ ลองตายเลยหรอ
     
  5. MUSAFA

    MUSAFA Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    110
    ค่าพลัง:
    +89
    ข้อสรุปนะครับ ชีวิตเราทั้งชีวิตเกิดมาต้องทำให้คุ้ม และเรื่องพวกนี้ช่วยให้คนที่ปลงยากอย่างผม ปลงได้ง่ายขึ้นครับ และทำให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติมากกว่าเดิม
    ส่วนที่ว่าถ้าอยากรู้ต้องลองตายมั้ย หลังจากศึกษามาพบว่าใช้การเข้าสมาธิเข้าฌานดีกว่า(ปลอดภัยกว่า)เยอะครับ เพราะถ้าทำแบบผมทำ มีโอกาสเสี่ยง เผลอๆจิตหลุด(จิตไปอยู่โลกอื่น) ไม่รู้ว่าใครมาสิงร่าง ดีไม่ดีได้จิตที่เป็นบ้ามาอยู่แทนนี่ เสียหายไปได้เลยครับ คงโดนล้อไปตลอดแน่ๆ
     
  6. hbrsjdat

    hbrsjdat สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 เมษายน 2020
    โพสต์:
    95
    ค่าพลัง:
    +43
    ว่ากันด้วยเรื่องโลกอื่นหรือมิติอื่น มันก็มีอยู่จริง เอาง่ายๆอย่างดวงจันทร์ ดาวอังคาร พวกนี้ก็เป็นอีกโลกหนึ่งใช่ไหมล่ะ?

    อย่างตัวอย่างข้างล่างเรียกว่า tesseract เป็นวัตถุอีกมิติหนึ่ง คุณเคยเห็นไหม?
    Tesseract.gif


    https://en.wikipedia.org/wiki/Tesseract
     
  7. MUSAFA

    MUSAFA Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    110
    ค่าพลัง:
    +89
    ครับ แบบเดียวกับโมเดลผม ของผมผมเรียกบับเบิ้ล เป็นรูปทรงที่เคลื่อนแบบของคุณกลับนอกกลับในได้ แต่ของคุณเป็นเชิงเส้น สี่เหลี่ยม https://palungjit.org/threads/ตกลงโลกเรากลมหรือแบน.710469/
     
  8. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,189
    ค่าพลัง:
    +34,175
    แค่เล่าแล้วสามารถเรียบเรียงออกมาเป็นภาษาสมมุติ
    แล้วนำมาถ่ายทอดได้ ก็ถือว่าดีแล้วครับ..
    เรื่องแบบนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนไม่เข้าใจครับ
    มีอยู่แต่อาจจะมีน้อยเท่านั้นเองครับ...
     

แชร์หน้านี้

Loading...