เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 29 กุมภาพันธ์ 2024.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    16,663
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,257
    ค่าพลัง:
    +25,974
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    16,663
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,257
    ค่าพลัง:
    +25,974
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๗ กระผม/อาตมภาพเดินทางไปร่วมทำวัตรเช้าที่วัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) ร่วมกับบรรดาพระภิกษุสามเณร ผู้เข้ารับการอบรมบาลีก่อนสอบประจำปี ๒๕๖๗ โดยมีท่านเจ้าคุณอาจารย์พระศรีวิสุทธิวงศ์, ป.ธ.๙ ดร. (สุวิทย์ ปวิชฺชญฺญู) หรือที่ผู้คุ้นเคยเรียกกันติดปากว่า ท่านเจ้าคุณอาจารย์สุวิทย์ เป็นผู้นำในการทำวัตรทุกเช้า

    ยกเว้นว่ามีพระเถระอย่างพระเดชพระคุณพระธรรมวชิรานุวัตร, ดร. (แย้ม กิตฺตินฺธโร) เจ้าคณะภาค ๑๔ หรือว่าพระเดชพระคุณพระราชวชิรโมลี (สมชาย พุทฺธญาโณ ป.ธ.๗) รองเจ้าคณะภาค ๑๔ มาร่วมงาน ก็ถวายให้ท่านผู้เป็นพระเถระได้นำในการทำวัตรเช้าแทน

    หลังจากที่ร่วมฉันภัตตาหารเช้ากับทุกคนแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขอตัวเดินทางกลับไปยังวัดอุทยาน เพื่อเตรียมตัวในการเดินทางไปยังเมืองซาปา ประเทศเวียดนามต่อไป

    สำหรับวันนี้มีหลายเรื่องที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ หลังจากที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองแล้ว พบข่าวคุณหมอหญิงรายหนึ่งโดนฝรั่งเตะหลัง เพราะว่าไปนั่งพักที่บันไดบังกะโลริมทะเล เมื่อต่อว่า ก็ยังโดนอีกฝ่ายหนึ่งพร้อมกับภรรยาคนไทยด่าเอาอีกด้วย..!

    เรื่องนี้กระผม/อาตมภาพเองเอามากล่าวถึงเพราะอะไร ? ก็เพราะว่าเป็นห่วงเพื่อนพระภิกษุสามเณรที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา เนื่องเพราะว่าตัวของกระผม/อาตมภาพนั้นโดนมาด้วยตนเองแล้ว ก็คือเมื่อคณะของเราจอดรถอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง แล้วลงจากรถมา เพื่อรอความพร้อมก่อนที่จะเข้าชมสถานที่นั้น

    ปรากฏว่ามีชายชราผู้หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ถือไม้เท้ามาด่า ขับไล่พวกเราให้ไปให้พ้นจากที่นั้น เมื่อเห็นพวกเรายืนเฉย ๆ ก็เงื้อไม้เท้าทำท่าจะตี จนต้องบอกกล่าวกันว่า "ถอยออกมาหน่อย จะได้ไม่ต้องไปลำบากใจคนอื่นเขา"

    เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ามีกระแสในการเกลียดชังคนเอเชีย หรือว่าคนผิวสี กระผม/อาตมภาพพยายามที่จะสอบถามแล้วได้ความว่า คนผิวสีที่มาจากแอฟริกาก็ดี คนผิวสีที่มาจากเอเชียก็ดี เข้าไปทำมาหากินในยุโรปและอเมริกาเป็นจำนวนมาก แล้วมีความขยันขันแข็งมากกว่าเจ้าของพื้นที่ จึงทำให้ได้รับเงินเดือนและเงินรางวัลมากกว่าเจ้าของพื้นที่ ซึ่งทำงานแบบซังกะตาย คำว่า "ทำงานแบบซังกะตาย" นั้นก็คือ บางคนนั้นทำงานเพื่อให้ได้ชั่วโมง ไม่ได้ทำให้ได้งาน
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    16,663
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,257
    ค่าพลัง:
    +25,974
    อย่างตอนที่กระผม/อาตมภาพจะเข้าชมพระราชวังแวร์ซาย ที่ประเทศฝรั่งเศส ด้วยเหตุที่ว่าเราจองเข้าชมเป็นกรุ๊ปทัวร์ ทำให้ต้องรอเวลาตามที่เจ้าหน้าที่จัดสรรให้ แต่วันนั้นนอกจากมีฝนตกแล้ว ยังมีลมหนาวแรงมาก อากาศอยู่ที่ประมาณ ๑๓ - ๑๔ องศาเซลเซียส กระผม/อาตมภาพเห็นร้านกาแฟที่อยู่ข้างพระราชวังแวร์ซาย มีป้ายติดไว้ว่าเปิดบริการเวลา ๐๙.๓๐ น.

    เมื่อดูเวลาแล้วเห็นว่าอีกประมาณ ๑๐ นาทีเท่านั้น และทางร้านกาแฟก็เปิดร้านเรียบร้อยแล้ว จึงเดินเข้าไปเพื่อที่จะหลบลมหนาวและสั่งกาแฟมาฉัน ปรากฏว่าบริกรชายผลักอกกระผม/อาตมภาพถอยหลังไป ๓ ก้าวเลย..! พร้อมกับตะโกนใส่หน้าว่า "No..No..No..Nine Thirty Only" ก็คือไม่ให้เข้า นอกจาก ๙ โมงครึ่งเท่านั้น..!

    กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่ถอนใจว่า "บ้านกูหลับอยู่ยังปลุกได้เลย..!" แต่ในเมื่อธรรมเนียมเขาเป็นเช่นนั้น ก็ต้องถอยออกมาทนหนาวกันต่อไป และเมื่อถึงเวลา ๙ โมงครึ่งก็ไม่มีใครเดินเข้าร้านไปอีกด้วย ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะสมน้ำหน้าเจ้าของร้านหรือว่าจะสงสารเจ้าของร้าน ที่เจอลูกน้องแบบนี้

    ภายหลังเมื่ออยู่ยุโรปหลายวัน สอบถามแล้วจึงได้ใจความว่า บุคคลเหล่านี้ไม่ได้สนใจว่าในแต่ละวันนั้นจะมีลูกค้าหรือว่าไม่มีลูกค้า ต่อให้ไม่มีลูกค้าเลย เขาก็ได้ค่าแรงชั่วโมงละ ๘ ยูโร ต่อให้สามารถทำเงินให้เจ้าของร้านได้ชั่วโมงละเป็นหมื่นยูโร เขาก็รับค่าแรงแค่ชั่วโมงละ ๘ ยูโร เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องทำการทำงานอะไรให้มากไปกว่านี้

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่อมาเจอชาวเอเชียอย่างพวกเรา หรือว่าชาวผิวสีจากแอฟริกา ซึ่งขยันขันแข็ง เนื่องเพราะว่าจำเป็นที่จะต้องหาเงินส่งให้กับครอบครัวของตน ในเมื่อทำงานสู้ไม่ได้ บรรดาเจ้านายก็ต้องจ้างคนที่ขยันมากกว่า สามารถที่จะทำรายได้ให้แก่ตนได้มากกว่า จึงทำให้บุคคลเหล่านี้เกิดกระแสเกลียดชังคนผิวสี หรือว่าเกลียดชังคนเอเชียขึ้นมา โดยมีข้อกล่าวหาก็คือ "ไปแย่งเขาทำมาหากิน" โดยที่ไม่ได้ดูว่าบริการที่ต่างกันนั้น สามารถสร้างรายได้มากหรือน้อยให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ต่างกัน ย่อมทำให้เจ้าของกิจการต้องเลือกในสิ่งที่ดีกว่า

    เท่านั้นยังไม่พอ กระแสเหล่านี้ยังทำให้มีการทำร้ายร่างกาย ทั้งชาวผิวสีและชาวเอเชียด้วย แต่เนื่องจากว่าคนผิวสีจากแอฟริกานั้น มักจะมีร่างกายสูงใหญ่ ถ้าหากว่าไปทำร้ายอาจจะโดนตอบโต้ได้ง่าย จึงหันมาทำร้ายชาวเอเชียที่ตัวเล็กเหมือนเด็กแทน เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีการผลักหญิงชราชาวเอเชียล้มศีรษะฟาดพื้น เสียชีวิตมาแล้ว..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    16,663
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,257
    ค่าพลัง:
    +25,974
    ส่วนกระผม/อาตมภาพเอง ไปเจอที่ประเทศฝรั่งเศส ในตอนนั้นทางด้านมัคคุเทศก์นำเอาคณะของเราเข้าไปในร้านปลอดภาษี ก็คือร้านลาฟาแยต กระผม/อาตมภาพไม่ใช่บุคคลที่ชอบสถานที่มีผู้คนหนาแน่นมากมายประการหนึ่ง ซื้อของไม่เป็นอีกประการหนึ่ง จึงอาศัยโอกาสนั้นบอกกล่าวกับพรรคพวกว่า "ขอออกไปเดินดูบ้านดูเมืองเขาดีกว่า" ว่าแล้วก็ออกไปถ่ายรูปโรงละครสวย ๆ งาม ๆ และสถานที่รอบข้าง

    จนกระทั่งไปถึงโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง ที่กระผม/อาตมภาพเรียกว่า "โบสถ์หมาเมิน" ทั้ง ๆ ที่เป็นสถานที่ใหญ่โต สวยงามมาก แต่ว่าแทบจะหาคนเข้าไปใช้บริการไม่ได้เลย เมื่อสอบถามผู้ดูแล เขาบอกว่า คนทั้งหมดที่มา ส่วนมากก็ไปร้านลาฟาแยตกันหมด ในเมื่อตั้งอยู่ตรงบริเวณนี้ จึงไม่มีคนสนใจโดยปริยาย

    ในช่วงที่กระผม/อาตมภาพถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินย้อนกลับมานั่นเอง มีชาวยุโรปร่างกายใหญ่โตประมาณนักมวยปล้ำ ส่งเสียง "ย้ากกกก..!" ดังมาก พร้อมกับพุ่งชาร์จเข้ามาหา กระผม/อาตมภาพมีเวลาตัดสินใจไม่เกิน ๒ วินาที เนื่องเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วพวกฝรั่งมักจะเห็นพวกกระผม/อาตมภาพเป็นพระเส้าหลิน มีวิทยายุทธ์ บางคนก็ฉวยโอกาสเข้ามาด้านหลัง แล้วยกสันมือฟันเอาดื้อ ๆ ก็มี หรือไม่ก็มาแสดงทีท่ากังฟูต่าง ๆ ที่เขาคิดว่าเท่สุด ๆ ให้พวกกระผม/อาตมภาพดู เพื่อจะขอศึกษาวิชาก็มี..!

    ในเมื่อเป็นเช่นนี้ กระผม/อาตมภาพจึงไม่มั่นใจว่า บุคคลนี้มาในลักษณะของการล้อเล่น หรือว่าเอาจริงจะทำร้ายกันแน่ แต่ด้วยความที่เขาตัวใหญ่มาก ถ้ากระผม/อาตมภาพปล่อยให้เข้าถึงตัว โอกาสที่จะโดนทำร้ายถึงบาดเจ็บสาหัส หรือว่าตายมีแน่นอน แต่ถ้าหากว่าเขามาดี ตัวใหญ่ขนาดนั้น ก็คาดว่าเราลงไม้ลงมือไป เขาคงไม่เป็นอะไรมากนัก..!

    จากครั้งแรกที่ตั้งใจจะใช้ท่ามอญยันหลัก เพื่อหยุดเขาเอาไว้ ก็เลยเปลี่ยนเป็นท่ากวางเหลียวหลัง ก็คือหมุนตัวปักส้นเท้าใส่ลิ้นปี่ของเขาไปเลย พอเสียงดัง "พลั่ก..!" อีกฝ่ายหนึ่งร่วงไปกองกับพื้น กระผม/อาตมภาพซึ่งช่วงนั้นบาดเจ็บที่สะโพก ก็ใจหายวาบ เนื่องเพราะว่าแรงปะทะจากร่างที่น้ำหนักเกิน ๒๐๐ ปอนด์นั้น ทำให้สะโพกของกระผม/อาตมภาพเจ็บแปลบขึ้นมา จนแทบจะยั้งร่างกายไม่อยู่ โชคดีที่พอเขาร่วงลงไปกองกับพื้น ตะกายลุกขึ้นมาได้ก็วิ่งหนีเลย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตั้งใจมาร้ายแน่นอน..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    16,663
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,257
    ค่าพลัง:
    +25,974
    เนื่องเพราะว่าบุคคลที่มาดีนั้น อย่างน้อยก็ต้องเข้ามาต่อว่าต่อขาน หรือไม่ก็เอ่ยวาจาอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อบอกให้รู้ แต่ลุกขึ้นมาแล้ววิ่งหนีเลย แปลว่ามาร้าย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์..! กระผม/อาตมภาพเองยังคิดว่าโชคดีมากที่ตัดสินใจได้ถูก ถ้าหากว่าเปลี่ยนเป็นมอญยันหลักอย่างเดียว ด้วยน้ำหนักตัวแค่ประมาณ ๑๓๕ ปอนด์ของกระผม/อาตมภาพ คงไม่สามารถที่จะรับแรงปะทะจากร่างกายที่หนัก ๒๐๐ กว่าปอนด์ได้แน่นอน..!

    เมื่อกลับมาเล่าให้กับพรรคพวกเพื่อนฝูงที่ไม่มีปัญญาจะซื้อของ หรือว่ารำคาญในการเบียดกับคน ๓ - ๔ ท่าน ที่ออกมาหาที่นั่งบริเวณหน้าห้างลาฟาแยตแล้ว พระครูสุตกาญจนวัฒน์, ดร. เจ้าอาวาสวัดวังปะโท่ (อดีตพระมหาปรีชา จิรนาโค ป.ธ.๓ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน) ก็ปรารภว่า "โชคดีที่เป็นอาจารย์ ถ้าเป็นผม คงโดนมันทุบกองอยู่ตรงนั้นแน่นอน..!" กระผม/อาตมภาพก็คิดว่าเป็นโชคดีของตัวเองเหมือนกัน ที่ตัดสินใจได้ถูกต้อง

    แต่ก็อยากจะบอกกล่าวแก่พวกเราเอาไว้ เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่า ในยุโรปนั้น กระแสเกลียดชังคนผิวสีและคนเอเชียมีเยอะมาก แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะเปลี่ยนไปเกลียดชังพี่น้องอิสลาม เพราะว่าพวกนั้นไม่สามารถที่จะเข้ากับสังคมยุโรปเขาได้ เนื่องจากระบบความเชื่อทางศาสนา ทำให้เขาต้องปิดกั้นตัวเอง ระยะหลังพวกนี้ก็เลยหันไปรังแกคนอิสลาม ตบหัวบ้าง ถีบเอาบ้าง กระชากผ้าฮิญาบจากผู้หญิงบ้าง โดยที่ไม่ได้คิดว่าตนเองกำลังหมิ่นประมาทหลักการทางศาสนาของเขาอย่างสุด ๆ..!

    ถ้าหากว่าพี่น้องอิสลามอดรนทนไม่ได้ ทำร้ายตอบโต้คืน ก็จะไปกล่าวหาเขาอีกว่า คนทั้งหลายเหล่านี้ทำร้ายร่างกายพวกตนเองก่อน โดยที่ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้น เป็นการทำร้ายจิตใจของเขาเพียงไร

    เพียงแต่ว่าถ้าหากว่าเป็นพระสงฆ์ของเราก็ต้องระมัดระวังให้ดีว่า เขามาล้อเล่นในลักษณะเห็นเราเป็นพระเส้าหลิน หรือว่ามาแบบเอาจริง ต้องการที่จะทำร้าย แล้วเราก็มีเวลาตัดสินใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงต้องระมัดระวัง จับกลุ่มกันอยู่เสมอ อย่าได้เผลอแยกเดี่ยวไปด้วยความมั่นใจตัวเองแบบกระผม/อาตมภาพในวันนั้น

    วันนั้นถ้าเขาลุกขึ้นมาได้แล้วจู่โจมเข้ามาอีก กระผม/อาตมภาพก็คงไม่มีโอกาสป้องกันตัว เนื่องเพราะว่าช่วงนั้นสะโพกที่หลุดยังไม่เข้าที่ มีอาการอักเสบเจ็บแปลบอยู่ตลอดเวลา พอเจ็บขึ้นมาเมื่อไร ก็ทำให้หมดแรงที่จะยันพื้น ย่อมไม่สามารถที่จะปะทะกับคู่ต่อสู้ ที่น้ำหนักมากกว่าเป็นเท่าตัวแบบนั้นได้ เราท่านทั้งหลายไปต่างบ้านต่างเมือง จึงต้องระมัดระวังตนเองเอาไว้ด้วย

    สำหรับบุคคลที่ทำร้ายแพทย์หญิงท่านนั้นไป คาดว่าเมื่อโดนสื่อมวลชนเจาะเข้าไปถึงเบื้องลึกเบื้องหลังต่าง ๆ อาจจะเจออะไรที่น่าสนุกมากกว่านี้อีกหลายเท่า โดยเฉพาะภรรยาที่เป็นคนไทย ซึ่งไปส่งเสริมให้สามีทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง อาจจะถึงระดับไม่มีแผ่นดินจะอยู่ก็เป็นได้

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายแก่พระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๗
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...