เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 18 พฤษภาคม 2024.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,428
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,335
    ค่าพลัง:
    +26,089
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,428
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,335
    ค่าพลัง:
    +26,089
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ ตั้งแต่เช้า กระผม/อาตมภาพก็ออกบิณฑบาต โดยมีโครงการ "วันเสาร์ใส่บาตรตลาดริมแคว ยลวิถีเมืองท่าขนุน" เป็นไฮไลท์ของการใส่บาตรในวันเสาร์ ของชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ส่วนพรุ่งนี้วันอาทิตย์ จะมีโครงการ "หิ้วตะกร้า นุ่งผ้าไทย นั่งแคร่ไม้ ใส่บาตรพระทุกวันอาทิตย์"

    จากนั้นกระผม/อาตมภาพก็เดินทางไปเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชพระที่วัดวังปะโท่ หมู่ที่ ๘ ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งต้องไปรอเป็นเวลานานมาก ๆ เนื่องเพราะว่าทางผู้บวชนั้นแห่กันไม่รู้จักแล้วไม่รู้จักเลิก ต่อให้เห็นพระอุปัชฌาย์มานั่งรอ ก็ยังแห่ต่อไปอีกเกือบชั่วโมง..!

    การแห่นาคนั้น โบราณเขาแห่กันเพื่อประกาศบอกให้ผู้อื่นได้รู้ว่าบ้านนี้บวชลูกชาย จะได้อนุโมทนาด้วย แต่ว่าปัจจุบันนี้การแห่นาคกลายเป็นเรื่องสนุกสนาน บางที่บางแห่งนาคก็เมา คอพับคออ่อน แทบจะเดินเข้าโบสถ์ไม่ตรงทาง..!

    ดังนั้น..ในเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของเรา ส่วนหนึ่งแล้วก็เสียหายไปหมด เพราะความเพี้ยนที่ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร แล้วก็กลายเป็นว่า ไปเสริมในส่วนที่ตนเองคิดว่าใช่เข้าไปอีก จึงทำให้เรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องที่ไม่ดีไม่งามไป ทั้ง ๆ ที่เจตนาแต่แรกเริ่มนั้น มาดีเป็นอย่างยิ่ง

    ส่วนในช่วงเที่ยงนั้น กระผม/อาตมภาพได้ทำหน้าที่ประธานในการประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ที่วัดปรังกาสี หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยที่พระเดชพระคุณท่านพระครูวรกาญจนโชติ เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ ท่านติดภารกิจ

    เมื่อทำการบอกกล่าวในส่วนสำคัญแล้ว ท่านก็ถวายหน้าที่มาให้กระผม/อาตมภาพรับแทน แล้วไปปฏิบัติศาสนกิจของท่าน เนื่องเพราะว่าพระเดชพระคุณพระครูกาญจนปัญญาวุฒิ รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ วัดเขื่อนวชิราลงกรณนั้น ท่านก็อายุกาลผ่านวัยถึง ๗๘ ปีแล้ว มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องไปนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล ไม่ได้มาร่วมประชุมในครั้งนี้
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,428
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,335
    ค่าพลัง:
    +26,089
    กระผม/อาตมภาพทำหน้าที่ประธานในการประชุมต่อ เรื่องสำคัญก็คือพิจารณาเรื่องการตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์ของพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ซึ่งมีสิทธิ์เลื่อนได้ ๒ รูป ตั้งได้ ๒ รูป

    แต่ส่วนที่ปวดหัวที่สุดก็คือ ที่อื่นเขาแย่งกัน เพื่อที่จะให้ได้สิทธิ์ในการตั้งหรือว่าเลื่อน แต่คณะสงฆ์ทองผาภูมินี้เกี่ยงกัน หาบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนไม่ได้เลย ทั้ง ๆ ที่บอกกล่าวไปแล้วตั้งแต่หลายปีก่อนว่า ท่านนี้อยู่ตามลำดับเท่านี้ ท่านนั้นอยู่ในลำดับเท่านี้ ให้ทำผลงานคณะสงฆ์ทั้ง ๖ ด้าน ก็คือด้านการปกครอง ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้านการศาสนศึกษา ด้านการสาธารณูปการ ด้านการศึกษา และด้านการสาธารณสงเคราะห์

    ถ้ามีผลงานครบถ้วนและต่อเนื่องภายใน ๕ ปีสำหรับเจ้าอาวาส หรือว่าภายใน ๓ ปีสำหรับเจ้าคณะตำบล ก็สามารถที่จะขอพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ หรือว่าขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ได้ แต่ว่าไม่มีใครที่มีผลงานต่อเนื่องเลย เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

    คำว่า "น่าเสียใจ" ก็คือ ส่วนหนึ่งกำลังใจของท่านไม่ได้จดจ่ออยู่กับงานในหน้าที่รับผิดชอบ จึงทำให้มีผลงานไม่ครบถ้วน ที่ว่า "น่าเสียดาย" ก็คือ ที่อื่นเขาแย่งกันจะเป็นจะตายเพื่อที่จะให้ได้มา แต่ของคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมินั้น กลายเป็นว่าต่างคนต่างเกี่ยงกัน เหมือนกับกลัวว่าจะได้รับสมณศักดิ์อย่างไรก็อย่างนั้น..! ไป ๆ มา ๆ ดูท่าปีนี้ จะมีแค่กระผม/อาตมภาพเท่านั้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในการขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ ซึ่งถ้าหากว่าเลื่อนขึ้นไปเทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ก็คงจะตัน..ไปต่อไม่ได้แล้ว..!

    เมื่อปิดการประชุมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ต้องเดินทางอีกหลายชั่วโมง เพื่อไปที่วัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นประธานในงานภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบในวันพรุ่งนี้ ซึ่งถ้าหากว่าเดือนใดที่วัดท่าขนุนมีการปฏิบัติธรรม ก็จะจัดงานภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบที่วัดท่าขนุน ถ้าหากว่าเดือนใดไม่มีงานปฏิบัติธรรมที่วัดท่าขนุน กระผม/อาตมภาพก็ถวายสิทธิ์ให้พระครูวิโรจน์กาญจนเขต, ผศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดอุทยาน ให้ท่านมาจัดทางด้านนี้ โดยที่
    กระผม/อาตมภาพรับเป็นประธานให้

    ในเรื่องของคณะสงฆ์นั้น ผู้ใหญ่ต้องเอื้อเฟื้อต่อผู้น้อย งานคณะสงฆ์จึงจะไปได้ดี อย่าว่าแต่กระผม/อาตมภาพบวชท่านจากเณรขึ้นมาเป็นพระ และส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้าขึ้นมาจนบัดนี้ จึงเป็นเรี่องที่ต้องสนับสนุนกันต่อไป
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,428
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,335
    ค่าพลัง:
    +26,089
    ในระหว่างเดินทางนั้น เมื่อติดตามข่าวสารบ้านเมือง ปรากฏว่ามีสำนักข่าวใหญ่แห่งหนึ่ง ต้องบอกว่ามีผู้ติดตามข่าวสารเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ได้นำเสนอข่าวในลักษณะที่ว่า "ปัจจุบันนี้มีแต่อลัชชีเต็มบ้านเต็มเมือง" คำว่า "อลัชชี" นี้ ถ้าแปลเป็นไทย แปลว่า "ผู้ไร้ยางอาย" พูดง่าย ๆ ก็คือ บุคคลนั้นก็คือนักบวช ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุหรือว่าสามเณรก็ตาม แต่ประพฤติปฏิบัตินอกศีล นอกพระธรรมวินัย กลายเป็นจุดตำหนิติเตียน หรือว่ากลายเป็นส่วนที่สร้างความเสียหายให้กับพระพุทธศาสนา แล้วผู้บรรยายก็ว่าไปเป็นฉาก ๆ ว่ามีใครบ้าง ? ทำอะไรเรื่องเลวทรามอะไรบ้าง ?

    กระผม/อาตมภาพฟังแล้วไม่ได้เกิดอารมณ์ร่วมด้วยเลย เนื่องเพราะว่าเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าท่านรู้จักแยกแยะ ก็จะเห็นว่
    าเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคล แต่โดนจับโยงเข้าไปเป็นเรื่องของพระพุทธศาสนา เนื่องเพราะว่าท่านทั้งหลายที่น่าสงสารเหล่านั้น คำว่าท่านที่น่าสงสารเหล่านั้น ก็คือบรรดานักข่าวเหล่านั้น ทำไมท่านถึงได้เจอแต่บุคคลที่หาความดีความงามไม่ได้เลย ?

    กระผม/อาตมภาพก็ยังแปลกใจ เนื่องเพราะว่าตนเองนั้น นอกจากครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติดีประพฤติชอบ จนกลายเป็นที่เคารพศรัทธาของบุคคลทั้งบ้านทั้งเมืองมีอยู่มากมายแล้ว ยังมีพระเถระผู้ใหญ่ เจ้าคณะปกครองที่เต็มไปด้วยความเมตตา ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ เพื่อบริหารงานคณะสงฆ์ให้เป็นไปด้วยดีมากมาย แต่ท่านกลับไม่เคยที่จะเสนอข่าวที่เต็มไปด้วยคุณงามความดีต่อพระศาสนาเหล่านี้เลย เรื่องนี้ก็มีอยู่สองอย่างด้วยกัน

    ประการแรกก็คือ ท่านเป็นบุคคลที่ห่างไกลความดีเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้พบได้เห็นในส่วนที่เป็นคุณงามความดี แล้วมีโอกาสนำมาเสนอเลย

    ประการที่สองก็คือ ในส่วนที่มีบุคคลกล่าวว่า "ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียเงิน" ก็แปลว่ากำลังใจของทั้งผู้ที่เสนอข่าว และทั้งผู้ที่เสพข่าวนั้น น่าสงสารมาก เพราะว่าเต็มไปด้วยความมืดบอด เสพเสวยแต่สิ่งที่เลวทรามอยู่ตลอดเวลา แล้วก็มาเรียกร้องจากสังคมว่าทำไมหาความดีงามไม่ได้เลย ? ทั้ง ๆ ที่ความดีความงามเหล่านั้นมีอยู่มากมายไปหมด..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,428
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,335
    ค่าพลัง:
    +26,089
    แม้กระทั่งล่าสุด ๒ - ๓ วันที่ผ่านมา สามเณรกานต์กวินต์ ธานีวรรณ อายุ ๘ ขวบ จากวัดนิคมผัง ๑๖ จังหวัดนครราชสีมา สามารถสอบผ่านการสวดพระปาฏิโมกข์ได้ภายใน ๕๕ นาที เรื่องดี ๆ แบบนี้ ทำไมท่านถึงไม่ได้นำไปเสนอบ้าง ?

    หรือว่าเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสมณศักดิ์แก่พระผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่ว่าจะเป็นท่านเจ้าคุณฌอน - พระพรหมพัชรญาณมุนี (ฌอน ชยสาโร) ก็ดี ท่านเจ้าคุณอนิลมาน - พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์, ดร. (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ก็ดี

    หรือแม้กระทั่งหลวงพ่อเจ้าคุณสุทัศน์ - พระพรหมวชิโรดม, ดร. (สุทัศน์ วรทสฺสี ป.ธ.๙) ที่สร้างสำนักเรียนบาลีวัดโมลีโลกยาราม จนลือลั่นสนั่นเมือง มีพระภิกษุสามเณรที่สอบบาลีปีนี้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเปรียญธรรม ๙ ประโยค และโดยเฉพาะในส่วนของสามเณรภานุวัฒน์ กองทุ่งมน อายุ ๑๗ ปี ที่สอบผ่านประโยค ๙ ได้ ทำลายทุกสถิติในประเทศไทยและในโลก แต่ท่านก็ไม่เสนอข่าว..??!!

    หรือไม่ก็ล่าสุด เมื่อสองวันที่ผ่านมา ท่านเจ้าคุณอาจารย์บุญชิต - พระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ., รศ.ดร. (บุญชิต ญาณสํวโร ป.ธ.๙) ผู้อำนวยการสถาบันวิปัสสนาธุระก็ดี ท่านเจ้าคุณอาจารย์สมจินต์ - พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ, ป.ธ. ๙) องค์อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็ตาม ซึ่งทรงคุณงามความดีทั้งการปฏิบัติ และทรงคุณงามความดีในด้านปริยัติ ในการบริหารคณะสงฆ์ ในการส่งเสริมการศึกษาคณะสงฆ์
    เมื่อทราบถึงพระเนตรพระกรรณองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ได้พระราชทานเลื่อนทั้งสององค์ขึ้นเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะ หรือที่เรียกกันว่าชั้นพรหม

    แต่เรื่องดี ๆ เหล่านี้ ไม่ได้อยู่ในความคิดของท่านที่จะนำเสนอเลย..!!!
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,428
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,335
    ค่าพลัง:
    +26,089
    ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเอ่ยถึงในที่นี้ก็คือ มีพระวัดท่าขนุนนี่เอง ไปบอกไปกล่าว ไปอวดไปคุยเกี่ยวกับกระผม/อาตมภาพไว้กับผู้อื่นว่า วัดท่าขนุนมีความเข้มงวดอย่างนั้น มีความเคร่งครัดอย่างนี้ การบวชพระแต่ละครั้งนั้น ผู้ที่จะเข้ามาบวชต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมก่อน ต้องมีการเช็คประวัติย้อนหลัง ว่าเคยโดนอาบัติหนักมาหรือไม่ ?

    ถ้าหากว่าโดนอาบัติปาราชิกมา ก็ไม่สามารถที่จะบวชให้ได้ หรือถ้าโดนอาบัติสังฆาทิเสสมา หากว่าเป็นการบวชหมู่ ท่านก็ต้องไปบวชเป็นชุดสุดท้าย เนื่องเพราะว่าบวชมาแล้ว ท่านก็เป็นพระไม่เต็มองค์ ต้องโดนลงโทษ ก็คืออยู่ปริวาสกรรมตามจำนวนที่ปกปิดไว้ในการบวชครั้งก่อน แล้วรับการสวดอัพภานจากคณะสงฆ์ ถึงจะได้กลับเป็นพระอีกครั้งหนึ่ง

    เมื่อไปคุยอวด ทำให้บุคคลอื่นสงสัยในการบรรพชาอุปสมบทของตนเอง แล้วไม่สามารถที่จะตอบปัญหาได้ ก็แจกหมายเลขโทรศัพท์ของครูบาอาจารย์ให้อีกฝ่ายหนึ่ง โทรมารบกวนไม่เว้นแต่ละวัน เรียกง่าย ๆ ว่า
    เห็นครูบาอาจารย์ว่างมาก จึงหางานเพิ่มให้

    หรือไม่ก็บางคนอยากจะได้ "ดอกบัวครรภ์รักษา" โดยที่ไม่ได้คำนึงว่ากระผม/อาตมภาพอายุ ๖๕ ย่าง ๖๖ ปีแล้ว ต้องมานั่งเขียนดอกบัว ต้องมานั่งเสกดอกบัว โดยใช้เวลาอยู่ ๓ ชั่วโมง เพื่อที่จะให้เกิดมงคล เกิดความดีความงามกับลูกกับเมียของคุณ
    ไม่ว่าจะคนแนะนำก็ดี ไม่ว่าจะคนที่ทำตามคำแนะนำนี้ก็ดี สงสัยเหมือนกันว่าจะไม่มีหัวแม่เท้าเอาไว้คิดบ้างหรือย่างไร..?!

    สมัยก่อนเรื่องของดอกบัวครรภ์รักษา ทำขึ้นเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูกในการคลอด แต่สมัยนี้เทคโนโลยีและการแพทย์ก้าวหน้าไปถึงไหน ๆ แล้ว อันตรายจากการคลอดแทบจะไม่มีเลย แม้กระทั่งการผ่าตัดคลอดก็เป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ท่านก็ยังอยากจะรบกวนครูบาอาจารย์แก่ ๆ ให้ช่วยทำให้สัก ๓ ชั่วโมง กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่ถอนใจ รับมาทำไปก็นั่งเซ็งไป..!
     
  7. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,428
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,335
    ค่าพลัง:
    +26,089
    ในส่วนตัวของกระผม/อาตมภาพก็คือ ไม่เคยคิดที่จะรบกวนครูบาอาจารย์เลย แม้ว่าการไปกราบครูบาอาจารย์ในสมัยก่อน พอเห็นท่านพักผ่อน กระผม/อาตมภาพก็กราบทำบุญอยู่ตรงนั้น แล้วก็ถอยออกมา บางท่านอย่างเช่นหลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง คนเข้าแถวเพื่อเข้าไปกราบท่านข้างในยาวเป็นกิโลเมตร..! พอท่านเจ้าประเวทย์ ณ ลำปางเห็นกระผม/อาตมภาพ ก็พนมมือนิมนต์ว่า "หลวงพี่..นิมนต์ทางนี้เลยครับ จะได้เข้าก่อน" กระผม/อาตมภาพกราบลงกลางสนามนั่นแหละ แล้วก็ฝากปัจจัยเอาไว้ทำบุญกับหลวงปู่ นั่งรถกลับทันที..!

    หรือการที่ไปกราบหลวงปู่ทองดำ ฐิตวัณโณ วัดท่าทอง จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งท่านนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงพยาบาล พระที่ดูแลก็บอกว่า จะปลุกหลวงปู่เพื่อให้มาต้อนรับ กระผม/อาตมภาพบอกว่าไม่ต้อง ฝากดอกไม้ ธูป เทียน และซองปัจจัยในพาน บอกท่านว่า "ถ้าหลวงปู่ตื่นขึ้นมาแล้ว รบกวนถวายท่าน และช่วยเรียนว่ากระผม/อาตมภาพมากราบ และตอนนี้ลากลับไปแล้วก็พอ"

    ขนาดทำตัวว่าเป็นบุคคลที่ไม่ยอมรบกวนครูบาอาจารย์ เพราะกลัวว่ากรรมจะสนอง แต่ดูท่าว่าคนอื่นจะไม่ได้กลัวตรงนี้เลย กระผม/อาตมภาพจึงได้แต่นั่งเซ็งในอารมณ์ คิดอยู่อย่างเดียวว่า
    "ชาติก่อนกูคงทำเอาไว้เยอะ แต่ชาตินี้ไม่ได้ทำอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น...ชดใช้เวรกรรมชาติก่อน ๆ ให้หมด ๆ ไปก็แล้วกัน เผื่อบรรดาลูกศิษย์มันจะได้รู้สำนึกเสียบ้างว่าตัวเองควรที่จะทำอย่างไรกับครูบาอาจารย์..!"

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...