เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๗

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 8 มิถุนายน 2024.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,446
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,338
    ค่าพลัง:
    +26,095
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๗


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,446
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,338
    ค่าพลัง:
    +26,095
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ กระผม/อาตมภาพออกจากที่พักวัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่เวลา ๖ โมงเช้า เดินทางมายังตำบลวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เพื่อร่วมงานฉลองพระศรีอาริยเมตไตรยและหล่อพระพุทธรูปทองคำของหลวงตาม้า (พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร) ที่สถานปฏิบัติธรรมพุทธพรหมปัญโญ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ใช้เวลาในการเดินทางตลอดจนกระทั่งจอดฉันเพล รวมกันแล้วประมาณ ๙ ชั่วโมง..!

    เมื่อเดินทางมาถึง ปรากฏว่าที่พักบริเวณใกล้เคียงเต็มหมด ยกเว้นบ้านชุติมันต์ ๒ ที่กระผม/อาตมภาพชี้ให้ทุกคนตรงเข้ามา มีห้องพักปรับอากาศเหลืออยู่ ๑ ห้อง ผู้ติดตามทั้งหมดต้องไปนอนอยู่ในห้องที่ทางเจ้าของบ้านพักสละให้ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นห้องในบ้านของเขาเอง..!

    เมื่อมีแขกมาเสียจนล้นขนาดนี้ เขาก็เลยสละห้องเพื่อให้แขกได้พัก ทำให้กระผม/อาตมภาพเข้าใจอารมณ์ของบรรดาพระภิกษุสงฆ์สามเณร ตลอดจนกระทั่งญาติโยม ซึ่งไปร่วมงานที่วัดท่าขนุน ก็จะเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน คือที่พักในบริเวณอำเภอทองผาภูมิ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ต บังกะโล โฮมสเตย์ เต็มหมด หลายท่านต้องไปพักในตัวเมืองกาญจนบุรี หรือว่าตัวอำเภอไทรโยค หลายท่านก็ต้องวิ่งเลยไปพักที่อำเภอสังขละบุรี แล้วเช้ามืดก็รีบตีรถกลับมา
    เพื่อเข้าร่วมงานที่วัดท่าขนุน..!

    ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพเกรงว่า ถ้าตรงไปยังวัดของเขาเลยจะหาความสงบไม่ได้ เนื่องเพราะว่าญาติโยมที่ไปส่วนใหญ่ก็รู้จักมักคุ้นกันดี ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็หาที่พักทางด้านนอกดีกว่า แต่ปรากฏว่าเต็มหมด จนกระทั่งเหลือแค่บ้านชุติมันต์ ๒ นี้เท่านั้น ซึ่งทำให้กระผม/อาตมภาพต้องเชื่อในความแม่นยำของมโนมยิทธิจริง ๆ

    เนื่องเพราะว่าในระหว่างที่หาชื่อที่พัก ตอนที่เดินทางมาถึงบริเวณอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
    กระผม/อาตมภาพได้เลือกบ้านชุติมันต์ ๒ แห่งนี้ ครั้นเมื่อเขาบอกว่าเหลือห้องพักห้องเดียว พวกเราก็ยังเพียรพยายามไปหาที่พักอีกสองแห่ง แล้วทุกแห่งก็ได้รับการจองเต็มหมด จนต้องย้อนกลับมายังสถานที่นี้
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,446
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,338
    ค่าพลัง:
    +26,095
    ในเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายมีประสบการณ์แบบกระผม/อาตมภาพแล้ว ก็จะต้องเชื่อในความแม่นยำของมโนมยิทธิ ซึ่งมาภายหลังมีบุคคลที่ใช้ผิด ๆ ตลอดจนกระทั่งขาดการซักซ้อม หรือว่าเกิดอาการเฝือขึ้นมา แล้วก็ทำให้กลายเป็นที่ครหานินทาของผู้อื่น จนใช้คำว่า "อย่ามามโนฯ" กันจนติดปาก ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อหลักวิชาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ได้เมตตาถ่ายทอดให้บรรดาศิษย์ทั้งหลาย

    โดยเฉพาะมโนมยิทธินั้น ท่านให้รู้เพื่อละ การที่เราสามารถถอดกายในออกไป จะทำให้เห็นชัดเจนว่าร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา แล้วยังต้องซักซ้อมตัดการยึดเกาะร่างกายนี้เอาไว้บ่อย ๆ ยิ่งสามารถตัดการยึดเกาะได้มากเท่าไร ก็ยิ่งออกไปได้คล่องตัวเท่านั้น ยิ่งยิ่งออกไปได้คล่องตัวเท่าไร ความชัดเจนก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

    จากปีพุทธศักราช ๒๕๒๑ ที่ได้รับการฝึกฝนวิชานี้เป็นต้นมา กระผม/อาตมภาพไม่เคยขาดการซักซ้อมเลย แม้กระทั่งตอนที่มาอยู่ที่สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษีก็ยังคงทดสอบอยู่ทุกวันว่า การบิณฑบาตวันนี้เราจะเจอใครเป็นคนแรก เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ใส่เสื้อผ้าอย่างไร เป็นต้น เมื่อพบเห็นว่าตรงตามที่เราดูเอาไว้ ก็ไม่ใช่ว่าไปดีใจเสียจนฟูเกินไป
    ถ้าหากว่าปีติมาก บางทีก็ทำให้ผิดพลาดได้ หรือถ้ากำลังใจตกก็ดูผิด หดเหี่ยว ท้อแท้ ขาดความมั่นใจ ก็จะยิ่งผิดพลาดหนักเข้าไปอีก

    มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อเดินขึ้นไปรับบิณฑบาต เป็นระยะทางห่างจากสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษีประมาณ ๕ กิโลเมตรเศษ ก็คือต้องเดินทางไปกลับประมาณ ๑๑ กิโลเมตร ถึงจะได้เจอกับบ้านพักคนงาน ที่ทางด้านศูนย์จัดการต้นน้ำที่ ๑๖ ซึ่งตอนนั้นเป็นแค่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลองเท่านั้น ได้ไปจัดตั้งแคมป์เอาไว้ให้คนงานพักอยู่ที่นั่น เพื่อที่ถึงเวลาจะได้ระดมคนงานเข้าไปปลูกป่า หรือว่าเข้าไปถากถาง เพื่อไม่ให้แปลงปลูกป่ารกจนเกินไป

    เมื่อเดินขึ้นไปถึงปรากฏว่าเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่ชุดตรงตามที่ดูเอาไว้ตั้งแต่ก่อนจะออกเดินทาง กระผม/อาตมภาพก็สำรวมตามปกติ คือก้มหน้าลงมองแต่ในบาตร แต่พอเปิดฝาบาตรปรากฏว่าเห็นของแปลก ก็คือเห็นอะไรวูบวาบวาววับอยู่ภายใต้เสื้อผ้าธรรมดาที่ผู้หญิงคนนั้นใส่..!

    กระผม/อาตมภาพจึงปิดฝาบาตรลง บอกว่า "เดี๋ยวก่อน..อย่าเพิ่งใส่บาตร เธอเป็นใครกันแน่ ?" ผู้หญิงคนนั้นจึงแสดงร่างที่แท้จริงให้เห็น เป็นสุภาพสตรีสาวสวยในชุดไทยสีฟ้า มีเครื่องประดับทองคำและเพชรแพรวพราวไปทั้งตัว บอกว่า "ดิฉันเป็นนางไม้ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ เห็นพระคุณเจ้าขึ้นมารับบาตรทุกวัน อยากได้บุญบ้าง จึงมาขอใส่บาตรด้วย"
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,446
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,338
    ค่าพลัง:
    +26,095
    กระผม/อาตมภาพดูแล้วว่าเนื้อของเธอค่อนข้างจะทึบ คล้าย ๆ กับเนื้อคนปกติ ถึงได้เชื่อว่าเป็นรุกขเทวดาหรือว่าเทวนารีที่บุญน้อยจริง ๆ จึงได้กล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น กุศลบารมีใดที่เราสมสร้างมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ จะเป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนาก็ตาม ขอเธอจงโมทนา เราจะได้รับประโยชน์และความสุขเท่าไร ขอให้เธอจงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด"

    รุกขเทวีผู้นั้นยกมือสาธุโมทนา ร่างกายตลอดจนเครื่องประดับกลายเป็นแก้วสวยแพรวพราวระยับตา แล้วก็หายวับไปเลย..! ทำเอากระผม/อาตมภาพอึ้งอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ จดจำเอาไว้เป็นบทเรียนเลยว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถ้าจะรับบาตรก็ขอให้เธอใส่ก่อน เพราะว่าเธอต้องการบุญจึงมาขอใส่บาตร ในเมื่อได้บุญไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่บาตรก็ได้ แม่เจ้าประคุณก็ไปแน่บเลยทีเดียว

    เรื่องพวกนี้เล่าให้คนอื่นฟังทีไรก็หัวเราะกันทุกครั้ง แต่ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายเจออย่างกระผม/อาตมภาพเข้าก็คงจะหัวเราะไม่ออก เนื่องเพราะว่ายังต้องเดินเข้าไปในหมู่บ้านอีกไกลกว่าที่จะได้รับบาตร เนื่องเพราะว่าคุณเธอมาดักรอบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน

    เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่า
    เทวดาทั้งหลายนั้นมักจะให้บทเรียนกับเราว่า ต้องมีความรอบคอบเสมอ อย่างเช่นว่ากระผม/อาตมภาพขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ในการบวงสรวงไหว้ครูและเป่ายันต์เกราะเพชรครั้งแรก ๆ ที่วัดท่าขนุน ทันทีที่ได้รับคำสั่งจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านให้เป่ายันต์เกราะเพชรได้ ก็เกิดความหนักใจขึ้นมา เนื่องเพราะว่าเป็นฤดูที่อากาศร้อนมาก จึงได้ขอบรรดาเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายว่า ขออย่าให้แดดร้อนและมีอากาศเย็น ถ้าเป็นไปได้ขอให้ฝนตกหนักในคืนก่อนงาน

    เมื่อกระผม/อาตมภาพอธิษฐานขอแล้วก็สบายใจ เนื่องเพราะว่าถ้าพรหมเทวดาท่านรับปากแล้วก็เป็นไปตามนั้น แต่ว่าตอนบวงสรวงไหว้ครูก็ไม่เห็นจะมีฝนตกภายในคืนนั้น แล้วขณะเดียวกันแดดก็ร้อนเปรี้ยงแทบจะหัวแตก แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ออกจากวัดท่าขนุนกลับไปยังเกาะพระฤๅษี พระที่ท่านพักอยู่บอกว่า "เมื่อคืนฝนตกหนักมากครับอาจารย์ อากาศเย็นมาจนวันนี้เลย ยังไม่เห็นแดดแม้แต่นิดเดียว..!"

    กระผม/อาตมภาพก็กลืนน้ำลายเอื๊อกว่า "กูพลาดอีกแล้ว" เนื่องเพราะขออย่างเดียว ไม่ได้ระบุว่าเป็นสถานที่ใด ท่านก็จัดให้เสียเต็มที่ตามที่ขอ ขณะเดียวกันก็ให้บทเรียนไว้ด้วยว่า "ต่อไปต้องรอบคอบมากกว่านี้..!"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,446
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,338
    ค่าพลัง:
    +26,095
    เรื่องพวกนี้เราทั้งหลายต้องค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ เมื่อถึงเวลามีประสบการณ์มากขึ้น ความรอบคอบก็จะมีมากขึ้นไปตามลำดับ ทำให้จิตใจของเรามีความละเอียดขึ้น มีสติรู้ระมัดระวังมากขึ้น

    แม้ว่าเรื่องของผีเรื่องของเทวดา เขาจะไม่มีการโกหก แต่ก็มีการทดสอบอารมณ์กันตามปกติ ถ้าหากว่าเราพลาดก็คือต้องยอมรับว่าเราพลาด จะไปโกรธ ไปเกลียด ไปโมโห ใครก็ไม่ได้ เพราะว่าตัวเราโง่เอง เมื่อถึงเวลาพลาดแล้ว คราวหน้าก็ต้องแก้ตัวใหม่ มีการซักซ้อมอย่างนี้บ่อย ๆ อยู่ทุกวันทุกเวลา ขนาดนั้นก็ยังต้องระมัดระวังอยู่เสมอว่าอาจจะมีการผิดพลาดได้ ไม่ใช่ว่าถึงเวลาเจริญกรรมฐานก็ไม่ค่อยจะมากัน

    กระผม/อาตมภาพสรุปได้ว่า ท่านทั้งหลายที่ทิ้งการสวดมนต์ ทำวัตร เจริญกรรมฐานนั้น ท่านยังไม่เข็ด เนื่องเพราะว่าถ้าเข็ดจากการที่โดน รัก โลภ โกรธ หลง กระหน่ำตีจนไม่เป็นผู้เป็นคนแล้ว ท่านทั้งหลายก็จะต้องเพียรพยายามบำเพ็ญภาวนา รักษาอารมณ์ใจของตน อย่างน้อยต้องให้ทรงปฐมฌานละเอียดได้ ถึงจะพ้นจาก รัก โลภ โกรธ หลง ได้ชั่วคราว ไม่เช่นนั้นแล้วก็ต้องทนลำบากอยู่ทุกวันแบบนี้

    แต่ในเมื่อท่านยังไม่เข็ด ท่านยังไม่กลัว ยังคงทำตัวตามสบาย กระผม/อาตมภาพก็ปล่อยให้ตามสบายของท่าน ประมาณว่า "เอ็งไม่ทำ ข้าทำเองก็ได้" ส่วนทำแล้วใครจะได้ผลอย่างไรนั้นก็เหมือนกับกินข้าว ก็คือเรากินเราอิ่ม ส่วนใครจะหิวก็ช่างหัวมัน..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุ สามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...