เห็นทุกข์ เมื่อใดก็เห็นธรรม

ในห้อง 'ทุกข์และปัญหาชีวิต' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 28 พฤษภาคม 2018.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,758
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,137
    seeDhamseeBuddha.jpg
    เห็นทุกข์ เมื่อใดก็เห็นธรรม

    พฤษภาคม 23, 2018 โดย ธ. ธรรมรักษ์
    เห็นทุกข์ เมื่อใดก็เห็นธรรม
    บุญนั้นคือที่พึ่งได้จริง

    33109018_2349802441700241_4821556910991867904_n.jpg
    เป็นเรื่องเรื่องธรรมดาของโลก
    หากไม่ทุกข์ ไม่เจอผลกรรมไม่ดีส่งผล
    อาจประมาท

    ทุกข์ทำให้เราเข้าใจชีวิต
    ทุกข์ทำให้เราเห็นทางออก
    ทุกข์ทำให้เรารู้จักตัวเองที่แท้จริง

    การปฏิบัติธรรมไม่ได้ทำให้วิเศษวิโสกว่าสรรพสัตว์อื่น
    แต่ทำให้เรามีใจวิเศษ
    เข้าใจทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต

    ทุกข์บ่อยๆ จนรู้ว่า
    อ้อ ทุกข์แท้ไม่มีจริง
    เดี๋ยวมา ก็ผ่านไป

    ถ้าเรามีใจวิเศษ
    เปรียบดัง เรามีกำลังมาก
    เจอหินโสโครก เราก็ยกออกไปได้

    แรกๆ อาจจะหนักหน่อยเพราะไม่เคยเจอ ไม่เคยยก
    พอเจอบ่อยๆ ก็ยกออกง่ายดาย
    เรื่องขี้หมาเท่านี้

    ใจเราใหญ่กว่าทุกข์เยอะ

    สุขแท้ล่ะมีจริงไหม
    ตอบเลยว่า…มี
    แต่อาจจะไกลโพ้น ในดินแดนพระนิพพาน

    แต่เอาแค่ภพนี้ สุขที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เช่นกัน
    สุขมาเราก็รับ ทุกข์มาเราก็พร้อม

    ข้อสำคัญอย่าประมาทในบุญ ในกรรมดี
    เพราะบุญนั้นนำมาความสุข
    เพราะบุญนั้นทำให้เราต้านทุกข์ได้
    เพราะบุญเป็นที่พึ่งได้จริง
    มีชีวิตอยู่ด้วยธรรมกำกับ
    เรียบง่าย อยู่ร่วมกับสุขและทุกข์
    เพราะรู้ทัน…

    ขอให้พิจารณาด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยภูมิธรรม
    ขอบุญรักษา
    ธ.ธรรมรักษ์
    ขอบคุณที่มา :- https://torthammarak.wordpress.com/2018/05/23/เห็นทุกข์-เมื่อใดก็เห็น/
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,758
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,137
    เหตุใดการร้องไห้จึงส่งผลดีต่อสุขภาพของคนเรา
    ในฐานะไลฟ์โค้ชหรือโค้ชชีวิตและพยาบาล บางครั้งฉันต้องให้คำปรึกษาผู้คนในเรื่องที่ค่อนข้างหนักซึ่งบ่อยครั้งอีกฝ่ายก็มักจะมีน้ำตาและตามมาด้วยคำพูดต่างๆที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น “ฉันขอโทษที่อ่อนไหวง่าย” หรือ “ขอโทษที่ร้องไห้” ข้อความเหล่านี้ทำให้หัวใจของฉันแตกสลายเนื่องจากพวกเขาพูดเป็นนัยว่าการร้องไห้เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม น่าอาย หรือไม่มีเหตุผล แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้วการร้องไห้นั้นดีสำหรับเราทุกคนมาก และนี่คือข้อดีของการร้องไห้

    สารเคมีที่อยู่เบื้องหลังการร้องไห้ของคุณ
    ปี 1970 ดร. วิลเลี่ยม เฟรย์ ศาสตราจารย์สาขาเภสัชกรรม ณ มหาวิทยาลัยมินนิโซตาได้วิเคราะห์สารเคมีในน้ำตาที่เกิดจากปฏิกิริยาตอบสนอง (การร้องไห้ขณะที่คุณหั่นหัวหอม) กับน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ (การร้องไห้ขณะที่คุณดูหนังเศร้า) โดยผลลัพธ์ที่ออกมาน่าสนใจมาก น้ำตาที่เกิดจากปฏิกิริยาตอบสนองจะทำหน้าที่ปกป้องดวงตาโดยการชะล้างและทำให้หล่อลื่น ส่วนหน้าที่หลักของน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์คือการขับฮอร์โมนส่วนเกินและโปรตีนอื่นๆ

    เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากเหตุการณ์ตึงเครียด เมื่อเรารู้สึกเครียดสารที่ชื่อว่าฮอร์โมนอะดรีโนคอร์ติโคโทรปิก (ACTH) จะถูกหลั่งเข้าไปในร่างกาย จากนั้นก็จะกระตุ้นการหลั่งสารคอร์ติซอลหรือ “ฮอร์โมนความเครียด” ออกมา แต่หลังจากที่ร้องไห้อย่างเต็มที่แล้วคนส่วนใหญ่จะรู้สึกสงบและผ่อนคลายมากขึ้นเนื่องจากน้ำตาได้ช่วยระบายฮอร์โมนความเครียดออกไปจากร่างกาย ยิ่งร้องไห้ ฮอร์โมนอะดรีโนคอร์ติโคโทรปิกก็ยิ่งน้อยลง ความเครียดก็จะยิ่งน้อยลง เจ๋งไหมล่ะ?!

    นอกจากนี้การร้องไห้ยังช่วยป้องกันจากอาการเจ็บป่วยได้ น้ำตาประกอบไปด้วยไลโซไซม์ซึ่งเป็นสารต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติและสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เข้ามาสัมผัสกับดวงตาของเราได้ถึงร้อยละ 95 ภายใน 10 นาที ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ดวงตาของคุณเอ่อไปด้วยน้ำตาก็แสดงว่าพวกมันกำลังทำความสะอาดอยู่ น้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ยังประกอบไปด้วยลูซีน เอนเคฟาลิน ซึ่งเป็นสารเอ็นโดรฟินที่ช่วยลดอาการปวดและทำให้อารมณ์ดีขึ้น ดังนั้นการร้องไห้จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นโดยการหลั่งยาแก้ปวดตามธรรมชาติออกมา!

    .jpg

    การตอบสนองทางกายภาพของร่างกาย
    การตอบสนองทางกายภาพของการร้องไห้จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น กลุ่มนักวิจัยกล่าวว่าการเคลื่อนไหวซ้ำๆเป็นจังหวะบวกกับเสียงที่เราทำตอนร้องไห้จะทำให้ตัวเองรู้สึกสงบลง เช่นเดียวกับการกล่อมเด็กโดยการโยก การตบเบาๆ การกระซิบกระซาบ หรือการเคลื่อนไหวซ้ำๆและเสียงปลอบเด็กทารกให้เงียบ กลุ่มนักวิจัยชาวดัทช์ยังพบอีกว่าผู้คนมีแนวโน้มที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพกับผู้ที่กำลังร้องไห้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ร้อง ไม่ว่าจะเป็นการกอดหรือแม้แต่การแตะมือเบาๆเพื่อทำให้อารมณ์ดีขึ้นและบรรเทาความตึงเครียด

    ประโยชน์ทางอารมณ์และจิตวิญญาณ
    คาร์ลา แมคลาเรน ซึ่งเป็นนักเขียนแนะนำว่าความเศร้าจะมาพร้อมกับการรู้จักปลดปล่อย การร้องไห้ การผ่อนคลาย และการฟื้นฟู การหลั่งน้ำตาแห่งความโศกเศร้าคือวิธีธรรมชาติสำหรับร่างกาย จิตใจ และวิญญาณเพื่อย่นระยะเวลาของการสูญเสียและการเปลี่ยนแปลง เมื่อน้ำตาไหล แมคลาเรนกล่าวว่าได้เวลาแล้วที่จะถามตัวเองว่า “คุณเตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยออกมาแล้วหรือยัง? การปล่อยให้ตัวเองร้องไห้จะทำให้คุณหลุดพ้นจาก “ความฟุ้งซ่าน” และ “ลืม” ทุกอย่างเร็วขึ้น ทั้งนี้การร้องไห้คือการยอมจำนนและการยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ไม่ว่าพวกมันจะเข้ามาในรูปแบบไหนก็จงอย่าไปสกัดกั้นมันไว้ คุณควรปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาและคุณจะพบว่าตัวเองมีจิตใจสงบขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ที่สำคัญคุณต้องรู้จักเชื่อมต่อกับตัวเองรวมถึงผู้คนที่อยู่รอบตัวคุณด้วย

    Blogger : Jude Temple

    Source : mindbodygreen.com
    :- http://issue247.com/health/in-defense-of-tears/

     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,758
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,137
    12 คำถามที่คุณควรตอบให้ได้ก่อนกลับไปคืนดีกับแฟนเก่า
    จากข้อมูลล่าสุดของ eHarmony เว็บหาคู่รายใหญ่พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจบอกเลิกและ “กลับไปคืนดี” กับแฟนเก่ามากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้พวกเธอก็ยังรู้สึกว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงอดีตคนรักได้ แต่ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าควรต้อนรับถ่านไฟเก่ากลับเข้ามาในชีวิตอีกหรือไม่ เราขอแนะนำให้คุณพิจารณาคำถาม 12 ข้อดังต่อไปนี้โดยแบ่งเป็นถามตัวเอง 6 ข้อและถามแฟนเก่าอีก 6 ข้อเพื่อช่วยในการตัดสินใจ

    6 คำถามที่ควรถามตัวเอง
    1. “สาเหตุที่เลิกกันในตอนแรกคืออะไร? แล้วฉันควรกลับไปเดินบนถนนสายเก่าอีกหรือ?” คุณควรคิดให้ดีๆก่อนที่จะให้โอกาสในการสร้างความสัมพันธ์อีกครั้ง แม้ว่าจะเจ็บปวดแต่คุณก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปไม่ได้ คุณควรถามตัวเองว่าคุณพร้อมที่จะกลับไปเผชิญสถานการณ์เดิมๆอีกหรือไม่? หากเคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้วมันก็สามารถเกิดขึ้นได้อีก ดังนั้นเราจึงอยากให้คุณเตรียมรับมือให้ดี
    2. “ฉันแค่เหงาหรือเปล่า?” อย่าปล่อยให้ความเหงาหรือความเศร้ามาเป็นเหตุผลแรกที่ทำให้คุณกับอดีตคนรักกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง อย่าลืมว่าความเหงาเกิดขึ้นแค่ชั่วคราวแต่ความสัมพันธ์แย่ๆจะคงอยู่ไปตลอดกาล
    3. “ฉันยังชอบอะไรในตัวคนรักเก่าอีกหรือ?” จากการเลิกกันในตอนแรกคุณหวังว่าจะได้เห็นสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่าเดิมของคนรักเก่า ลองจดรายการว่าคุณชอบ (หรือรัก!) อะไรในตัวผู้ชายคนนี้ จากนั้นก็คิดว่าพฤติกรรมในอดีตของเขาสอดคล้องกับคุณลักษณะเหล่านั้นหรือไม่ หากไม่ใช่คุณอาจต้องไตร่ตรองมากขึ้นอีกหน่อยก่อนที่คุณจะตัดสินใจกลับไปคบกันอีกครั้งอย่างเป็นทางการ
    4. “คราวนี้ฉันจะเปลี่ยนแปลงอะไรหากเราได้กลับไปคบกัน?” เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาระหว่างคุณกับคนรักเก่าไปด้วยกันไม่รอด ดังนั้นถ้าคุณตั้งใจจะกลับมาคบกันอีกก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพื่อให้ความรักในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ทางที่ดีคุณควรตั้งเงื่อนไขเพื่อมาตกลงกับอีกฝ่าย
    5. “ความสัมพันธ์แบบไหนที่ฉันต้องการ?” ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนรักเก่าคือบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการมองหาคนรักในอนาคตและความสัมพันธ์ในอุดมคติของคุณ ซึ่งคนรักเก่าของคุณสามารถตอบโจทย์นี้ให้คุณได้ไหม?
    6. “มีคนอื่นที่ฉันต้องพิจารณาก่อนการตัดสินใจครั้งนี้หรือไม่?” หากคุณมีเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเลิกราของคุณ คุณจำเป็นต้องพิจารณาว่าจะเป็นอย่างไรถ้าคุณถอยหลังกลับไป ยิ่งถ้ามีลูกๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยคุณก็ยิ่งต้องถามตัวเอง
    6 คำถามที่ควรถามอดีตคนรัก
    1. “ทำไมถึงอยากกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง?” อย่ากลับไปเพียงเพราะว่าคุณเหงาหรืออีกฝ่ายรู้สึกโดดเดี่ยว ถ่านไฟเก่าสามารถลุกโชนอีกครั้งได้แต่ต้องมีเหตุผลดีๆรองรับ
    2. “ทำไมก่อนหน้านี้ถึงคิดว่าความสัมพันธ์ล้มเหลว?” ก่อนที่จะเดินหน้าต่อไปคุณต้องทำความเข้าใจทัศนคติของอีกฝ่ายก่อน นี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้เรียนรู้ว่าควรทำอย่างไรจึงจะเป็นคู่ที่ดีกว่าเดิมในอนาคต (ต่อให้เปลี่ยนคนรักใหม่ก็ตาม) แต่จงระวังหากทัศนคติของแฟนเก่าไม่ตรงกับคุณ
    3. “คุณเต็มใจที่จะสร้างความสัมพันธ์นี้ให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกันหรือไม่?” การกลับมาคืนดีกันเฉยๆยังไม่พอหรอก ทั้งคู่ต้องพร้อมที่จะสร้างไปด้วยกันด้วย
    4. “คุณว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไปได้ถึงไหน?” หากการอยู่คนเดียวทำให้คุณรู้ว่าเขาเป็นคนเดียวที่คุณต้องการใช้ชีวิตร่วมด้วย คุณต้องแน่ใจด้วยนะว่าเขาก็รู้สึกเช่นเดียวกับคุณมิฉะนั้นคุณคงได้อกหักซ้ำสองแน่
    5. “เราจะเปิดอกคุยกันและจริงใจต่อกันหรือไม่?” การสื่อสารเป็นองค์ประกอบสำคัญโดยเฉพาะในความสัมพันธ์ที่ประสบกับปัญหาแล้ว หากคุณกับอดีตคนรักต้องการจุดถ่านไฟเก่าให้กลับมาติดอีกครั้งคุณต้องพร้อมที่จะจับเข่าคุยกันถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
    6. “เราจะปรับปรุงวิธีสื่อสารของเราได้อย่างไร?” หาคำตอบว่าคนรักเก่าของคุณจะทำอย่างไรเพื่อปรับปรุงวิธีสื่อสารและสร้างแผนการขึ้นมาปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
    Blogger : Alli Hoff Kosik

    Source : brit.co
    :- http://issue247.com/relationship/qu...-you-get-back-together-with-ex/?ref=recommend
     

แชร์หน้านี้

Loading...