แก้อาบัติซ้อนต้องทำยังไงบ้างครับ

ในห้อง 'ทุกข์และปัญหาชีวิต' ตั้งกระทู้โดย faahsai, 16 ตุลาคม 2017.

  1. faahsai

    faahsai สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +0
    ถ้าเราโดนกรรมซ้อน ตอนเข้าปริวาสโดนตอนเข้ามนัสที่ 5 ครับ เครียดมากเลยไม่รู้จะปรึกษาใคร แต่เคยจำที่อาจารย์ผมบอกได้ว่า ต้องไปเข้าอีกป่าที่แก้เฉพาะอาบัติซ้อน แต่หาในเน็ตแล้วไม่มีขึ้นเลย ไม่รู้จะไปทางไหนใครพอรู้บ้างครับวิธีแก้อาบัติซ้อน ผมกลัวมันจะติดตัวไป อ่านในเน็ตบ้างคนบอกว่าสึกออกไปแต่ยังไม่แก้สังฆาทิเสส มันจะทำกินไม่ขึ้น แต่ก้มีบ้างคนบอกว่าอาบัติไม่ติดตัวไป ผมไม่รู้จะเชื่อใครดี ขอคำชี้แนะด้วยครับซีเรียสจริงเรื่องนี้ อ่านในเน็ตมาเค้าบอกว่าต้องอยู่ให้ครบ 6 มานัต ถ้าผมไปอยู่ปริวาสอีก 1 ป่า ช่วยได้ไม๊ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 ตุลาคม 2017
  2. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    339
    ค่าพลัง:
    +529
    ติดกรรมในทีนี้คือ หากเราผิดปาราชิก แล้วเรายังอยู่ในเพศสมณะ ก็จะทำให้ปิดสวรรค์ ปิดนิพพาน
    แต่หากสึกมาแล้วนั้น จะไม่ปิดสวรรค์ ปิดพระนิพพาน แต่หากอยากจะบวชใหม่
    จะบวชได้แต่เพียง เป็นเณร หรือ ผ้าขาว เท่านั้น

    หากเราผิดสังฆาทิเสส ก็ต้องอยู่ปริวาสกรรมจนครบกำหนด แต่หากเรานั้นสึกมาก่อน
    ถือว่าเราพ้นโทษไม่ได้ติดอะไร แต่หากว่าเราอยากจะกลับไปบวชใหม่ โทษทางสังฆาทิเสส
    นั้นยังติดอยู่ต้องอยู่ปริวาสกรรมให้เสร็จก่อน จึงจะพ้นโทษ

    หากเราผิดอาบัติจุกจิกต่างๆ แล้วไม่มีพระร่วมแสดงอาบัติ อย่างเช่นเราอยากจะไปเข้าป่า
    แล้วรู้ชัดว่าเราผิดข้อเล็กๆน้อยๆต่างๆเหล่านั้น โดยที่เรานั้นก็ยังอยู่ในป่า
    แต่เรารู้สึกไม่สบายใจต่อความผิดเล็กๆน้อยๆเหล่านั้น เราสามารถแสดงอาบัติได้ด้วยการ
    ขอขมาพระรัตนตรัย โดยไม่ต้องมีผู้ร่วมแสดงอาบัติด้วยก็ได้ครับ

    ฉะนั้นเมื่อตอนนี้เรานั้นได้สึกมาเป็นเพศฆราวาสแล้ว ถือว่าเรานั้นไม่ได้ติดโทษมาด้วยครับ
    สามารถไปสวรรค์ได้ ไปพระนิพพานได้ครับ

    เรื่องทำมาหากินขึ้น หรือ ไม่ขึ้น นั้น อยู่ที่ทาน ศีล ภาวนา ที่เรานั้นได้ทำมาครับ
    หากจะมีอะไรมาตัดรอน เรานั้นไม่ควรไปโทษว่าเป็นเพราะเคยผิดสังฆาทิเสส
    หากเราอยู่ในเพศฆราวาส เพราะกรรมที่มาตัดรอนนั้นก็สามารถมีได้ด้วยกันทุกคนทั้งนั้นหละครับ

    หากแต่ว่าไปบวชใหม่อีกที แล้วไม่ยอมแก้สังฆาทิเสสที่ติดมาแต่การบวชครั้งก่อน
    อันนี้หละครับ จะถือว่าผิด

    แต่ไม่ถึงขนาดว่า ชาตินี้ติดสังฆาทิเสส ชาติหน้าบวชพระใหม่ก็ต้องไปแก้สังฆาทิเสสด้วย
    ก็ต้องเป็นคนละส่วน หากชาติหน้าบวชใหม่ไม่จำเป็นต้องมาแก้ในชาติก่อน

    ชาตินี้มีพ่อ แม่ชื่อนี้ ชาติหน้าเกิดมาใหม่จำได้ว่า คนนี้เคยเป็นพ่อ แม่ เรามา
    ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเรียก พ่อ แม่ เหมือนเดิม ต่างกันด้วยชาติก็ต่าง ฐานะ
    จะยึดอยู่แต่ใน ฐานะ เดิมไม่ได้ เพราะเราอยู่ในโลกธรรม 8

    ในทำนองเดียวกัน พระมี ฐานะ ด้วยศีล หากจะอายุ 30 แต่บวชมาแล้ว 10 พรรษา
    พระที่มาบวชใหม่แม้จะมีอายุ 50 แต่บวชมาได้ 2 พรรษา ก็ถือได้ว่าเป็นผู้มีอายุน้อยกว่า

    ฉะนั้นเราก็จะสังเกตได้ว่า เราไม่ได้นับอายุรวมกันที่ผ่านมาว่าเคยผ่านการมีอายุ
    ในทางโลกธรรมมาแล้วเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เมื่อไปสู่ชาติภพใหม่ หากได้บวชใหม่
    ก็ถือว่าบริสุทธิ์ มีอายุเริ่มนับกันที่ 1 พรรษา ใหม่

    จะไม่ได้นับแบบรวบยอดว่าเราเคยผ่านการบวชมาตั้งไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ พรรษาเรามากหลาย
    แบบนี้จะเป็น ผู้ถืออายุ หรือ ผู้ว่ายากสอนยาก จะสามารถเปิดใจรับฟังได้ยาก
    เพราะถือ อัตตา อยู่กับสิ่งที่ผ่านมาว่าเรานั้น อาบน้ำร้อนมาก่อน ผู้มีอายุน้อย

    ทั้งที่จริงๆน้ำร้อนนี้ใครๆก็เคยอาบกันมาทั้งนั้น อยู่ที่ว่าใครจะเอามาพอกพูนเป็น อัตตา
    เป็นน้ำล้นแก้วมากกว่ากันเท่านั้นเองครับ

    ขอให้มีความสุขละกันครับ พ้นจากเพศนั้นมาแล้วครับไม่ควรถือ ฐานะ เก่าว่าเป็น ฐานะ ปัจจุบัน
     

แชร์หน้านี้

Loading...