๏ ข้อคิดดี ๆ เพื่อครอบครัว ๏

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย phuang, 15 มีนาคม 2005.

  1. phuang

    phuang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2005
    โพสต์:
    4,033
    ค่าพลัง:
    +10,025
    > >>>ข้อสำคัญของการเลือกคู่ คือ เราไม่ได้เลือกใคร เพราะเขาสมบูรณ์แบบ​
    แต่เพราะเขามีจุดดีหลัก ๆที่เราประทับใจ ส่วนจุดอ่อนด้อยนั้น
    > >>>เป็นส่วนปลีกย่อย ที่เราสามารถยอมรับได้อย่างไม่ยากเย็น
    > >>>
    > >>>ในความเป็นจริง ไม่มีใครดีเลิศสมบูรณ์แบบ
    > >>>ถ้าเรามองไม่เห็นจุดอ่อนด้อยของเขาเลย
    > >>>นั่นแสดงว่า เรายังไม่รู้จักเขาอย่างแท้จริง หรือไม่
    > >>>เราก็กำลังตกอยู่ในความหลงใหล ..จนไม่ลืมหูลืมตา
    > >>>
    > >>>การแต่งงาน คือ การผูกพันกันด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพียงร่างกาย
    > >>>และยิ่งไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เชิงธุรกิจ
    > >>>
    > >>>คนที่แต่งงานเพราะความเหงา จะยิ่งเหงาหนักเป็น 2 เท่า
    > >>>แต่งงานแบบคลุมถุงชน ก็มีแนวโน้มว่า ชีวิตจะมืดมนไปอีกนาน
    > >>>ความสุข ความทุกข์ ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ชีวิตหลังแต่งงาน
    > >>>คิดให้ดีก่อนที่จะเลือกใคร มาเป็นคู่ชีวิต...
    > >>>
    > >>>บ้านจะเล็กหรือใหญ่ ไม่สำคัญ แต่ " ความรัก" ต้องใหญ่ที่สุดในบ้าน
    > >>>
    > >>>คำว่า "รัก" พูดมากไป ย่อมดีกว่า พูดน้อยไป...
    > >>>เมื่อเรา ทำผิด....จง "ขอโทษ" เมื่อเขา ทำผิด .... จง "ให้อภัย"
    ชีวิตแต่งงาน คือ ชีวิตแห่งการปรับตัว ถ้าไม่คิดจะปรับตัว เข้าหาใคร
    อยู่เป็นโสดไป ก็ดีกว่า... ยอมเป็นผู้แพ้ ดีกว่า เป็นผู้ชนะ
    > >>>ที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากชีวิตสมรสที่หักพัง...
    > >>>
    > >>>"แก้ตัว" .... ช่วยอะไรไม่ได้ "แก้ไข" .......ช่วยได้ทุกอย่าง...
    เมื่อมีปัญหาในครอบครัว อย่าลืมให้ความรัก และหลักเหตุผล
    > >>>เป็นกรรมการตัดสิน ไม่ใช้ อารมณ์ หรืออาวุธ..
    > >>>งอนแต่พองาม...ก็งามดี แต่งอนเกินพอดี ก็เกินงาม...
    > >>>
    > >>>ต่างคนต่างแข็ง
    > >>>ไม่มีใครยอมอ่อนข้อต่อกัน...บ้าน..ก็คงไม่ต่างอะไรกับสนามรบ
    > >>>
    > >>>เมื่อสามีอ่อนแอ ไม่รับบทบาทผู้นำ ความสับสนวุ่นวาย ก็ตามมา
    > >>>หรือ เมื่อภรรยา พยายามแย่งบทบาทการนำจากสามี ชีวิตครอบครัวก็รอดยาก
    > >>>
    > >>>ความไม่ซื่อสัตย์ ต่อกันเพียงครั้งเดียว ก็อาจสั่นคลอน
    > >>>ความไว้วางใจที่มีให้กันได้ ท้ายที่สุด ชีวิตคู่
    > >>>ก็จบลงด้วยความแตกร้าว ยากเยียวยา
    > >>>
    > >>>ความเห็นแก่ตัว สนใจแต่ปัญหาอารมณ์ ความรู้สึก
    > >>>และความสนใจของตัวเองชีวิตคู่ ก็อยู่ด้วยกันยาก
    > >>>
    > >>>...ก่อหนี้สินจนล้นพ้นตัว ครอบครัวก็มีแต่ความตึงเครียดทุกเช้าเย็น
    > >>>
    > >>>เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่าย
    > >>>เรียกร้องและคาดหวังจากกันและกันมากเกินพอดีปัญหาก็จะมีเรื่อยไป
    ไม่สิ้นสุด
    > >>>
    > >>>ควรตระหนักว่า...ภรรยา ไม่ใช่ผู้ปรนนิบัติรับใช้สามี แท้จริงแล้ว
    สามีภรรยา ควรเอาใจใส่ดูแลกันและกันอย่างดีที่สุด...ย่อมดีกว่า
    > >>>
    > >>>..ไม่มีอะไร ทำให้ภรรยาปวดร้าวใจ มากเท่าการค้นพบว่า สามี
    > >>>มีหญิงอื่นในหัวใจ
    > >>>รักเดียว ...ใจเดียว ไม่ใช่เรื่องเชย แต่เป็นเรื่องดี
    > >>>ที่สามีทุกคนในโลกควรกระทำ
    > >>>
    > >>>การขอโทษภรรยาเมื่อทำผิด ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรี
    > >>>แต่เป็นศักดิ์ศรีของสามี...ที่แท้จริง
    > >>>
    > >>>ไม่ควรมองว่า งานดูแลบ้าน เป็นความรับผิดชอบของภรรยา
    > >>>สามีควรมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระอย่างสุดความสามารถเสมอ
    > >>>
    > >>>สรีระรูปร่างหน้าตา ที่เปลี่ยนไปของภรรยา
    > >>>ไม่ควรเป็นเหตุให้ความรักในหัวใจของสามีจืดจางลงแม้แต่น้อย
    > >>>
    > >>>ควรระลึกอยู่เสมอว่า ...การนำครอบครัวนั้น คือ
    > >>>การนำโดยเห็นผลประโยชน์ของครอบครัวเป็นหลักไม่ใช่ เพื่อความสุข
    ความพึงพอใจของตนเอง
    > >>>
    > >>>ภรรยาที่ดี ควรสนับสนุนสามีให้ก้าวไกลในชีวิต
    > >>>ไม่ใช่ดึงรั้งให้หยุดอยู่กับที่ หรือถอยหลัง
    > >>>
    > >>>ภรรยาที่ดี ไม่ควรใช้วิธีการบับบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อม
    > >>>เพื่อให้สามีตัดสินใจตามความคิดของตน
    > >>>
    > >>>ในสถานการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวาน สามีต้องการภรรยาที่สงบนิ่ง
    > >>>ช่วยกันคิดหาทางออก ไม่ใช่ภรรยาที่เอาแต่โวยวาย ตีโพย ตีพาย
    > >>>หรือร้องไห้ฟูมฟาย โดยปล่อยให้เขาต้องแบกภาระหนักอึ้งเพียงลำพัง
    > >>>
    > >>>การไม่ตีลูก เพราะกลัวลูกเจ็บ เมื่อยังเป็นเด็ก
    > >>>กลับจะทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อเขาโตขึ้นเป็นผู้
    > >>>ใหญ่ที่สร้างปัญหา และถูกลงโทษ... จากสังคม
    > >>>
    > >>>ช่องว่างระหว่างวัย...ระหว่างรุ่น...ย่อมไม่มี
    > >>>ถ้าพ่อแม่ตระหนักถึงความสำคัญ และใช้ความพยายามที่มากพอ
    > >>>วิธีที่ดีที่สุด คือ พ่อแม่ควรวางแผน
    > >>>เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับลูก ไม่ใช่ตามแก้ปัญหา
    > >>>เมื่อเกิดขึ้นแล้ว
    > >>>
    > >>>พึงตระหนักว่า ลูกไม่ใช่ดินน้ำมัน ที่พ่อแม่ อยากจะปั้นให้เขาเป็นอะไร
    ก็ได้ตามใจชอบ เขาย่อมมีจิตใจที่มีเอกลักษณ์แห่งความชอบ ความสนใจ
    ที่แตกต่างไปจากพ่อแม่ได้เสมอ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มีนาคม 2005

แชร์หน้านี้

Loading...