๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธกาล

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย ยศวดี, 11 สิงหาคม 2018.

  1. ยศวดี

    ยศวดี ติดต่อได้ที่เฟคบุค ปล่อย วาง นะคะ ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,375
    กระทู้เรื่องเด่น:
    11
    ค่าพลัง:
    +5,540
    “๕ ผู้ต้องธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล

    86_669.jpg

    ๑. พระเทวทัต

    พระเทวทัต เป็นพระประยูรญาติและเป็นพระเชษฐาของพระนางยโสธรา (พิมพา) พระมเหสีของเจ้าชายสิทธัตถะ ท่านอาฆาตจองเวรกับพระพุทธองค์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และเมื่อเข้ามาบวชก็แสดงความมักใหญ่ใฝ่สูง อยากเป็นศาสดาของศาสนา โดยวีรกรรมอันน่าโจษจันมีตั้งแต่แสดงการเหาะเหินเดินอากาศให้เจ้าชายอชาตศัตรูดูเพื่อให้เกิดความเลื่อมใสและขอเป็นศิษย์ หลังจากนั้นก็ยุแหย่ให้เจ้าชายอชาตศัตรูทำการลอบปลงพระชนม์พระราชบิดา

    แล้วยังพยายามลอบปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าอีกหลายครั้ง เช่น ปล่อยช้างตกมันให้วิ่งเข้าชนบ้าง จ้างนายธนู ๑๐ คนมาลอบยิงบ้าง และสุดท้ายพยายามกลิ้งหินให้ตกจากเขาคิชกูฏ โดยหมายให้หินหล่นทับพระพุทธเจ้า แต่หินกลับกระเด็นหนีอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทว่าสะเก็ดหินกับไปถูกข้อพระบาทจนห้อเลือด แถมยังเสนอให้พระพุทธเจ้าลาออก หรือสร้างกฎที่เคร่งครัดเพื่อเรียกศรัทธา อย่างไม่กินเนื้อสัตว์ และอยู่ป่าตลอดชีวิต จนคณะสงฆ์แตกแยก

    แต่คนชั่วย่อมไม่พ้นบาปกรรม ในที่สุดเมื่อคนรู้ความจริงก็ไม่ศรัทธาแถมยังประณาม สุดท้ายท่านก็เกิดความสำนึกและหวังจะขอขมาพระพุทธองค์ แต่ไม่ทันกาลเพราะถูกธรณีสูบลงไปก่อน

    17__197.jpg

    ๒. นันทมานพ

    นันทมานพ บุคคลผู้นี้ทำบาปมหันต์ด้วยการข่มขืน “พระอุบลวรรณาเถรี” โดยเรื่องนี้เกิดจากสมัยที่ยังไม่อุปสมบท ท่านเป็นสตรีที่เลอโฉมมาก เป็นที่ต้องตาต้องใจบรรดาหนุ่มๆ หลายคน แต่เนื่องจากเกิดความเบื่อหน่ายในโลกโลกีย์ จึงออกบวชและสำเร็จอรหันตผล

    แต่นั่นก็ไม่ทำนันทมานพที่เลิกหวัง ยังฝังใจและปรารถนาจะมีเพศสัมพันธ์กับท่านให้จงได้ จึงแอบไปซุ่มอยู่ในป่าข้างกระท่อมที่ท่านจำพรรษาอยู่ เมื่อเห็นว่าออกจากกระท่อมไปบิณฑบาตแล้ว ก็เข้าไปซ่อนอยู่ใต้เตียง พอกลับมาก็ใช้กำลังปลุกปล้ำ พระอุบลวรรณาเถรีพยายามขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน จึงหันไปเตือนสตินันทมานพว่า ให้หยุดการกระทำ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความหายนะแก่ตัว แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ และพอข่มขืนเสร็จ นันทมานพก็วิ่งจากออกจากกระท่อม พอเท้าลงพื้นเท่านั้น ธรณีก็เปิดอ้าสูบลงไปในขุมนรกอีกราย

    __511.jpg

    ๓. นันทยักษ์

    นันทยักษ์ ยักษ์ตนนี้มีกระบองวิเศษอันเป็นอาวุธประจำตัว เป็นยักษ์ที่มีอิทธิฤทธิ์มาก และชอบเหาะเหินไปมาตามฟากฟ้าพร้อมกับสหายที่ชื่อ “เหมตายักษ์” เมื่อถึงจุดที่ “พระสารีบุตร” กำลังทำสมาธิอยู่ บริเวณนั้นว่างเปล่าจากอากาศธาตุ ทำให้นันทยักษ์เหาะผ่านไม่ได้ จึงเกิดบันดาลโทสะ จึงคิดจะฆ่าพระสารีบุตรเสีย โดยเหาะขึ้นบนอากาศ ใช้กระบองฟาดลงบนศีรษะของพระสารีบุตรอย่างแรงจนภูเขาพังไป ๑๐๐ ลูก แต่พระสารีบุตรไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย แล้วจู่ๆ ก็เกิดไฟขึ้นเผาตัวยักษ์ ก่อนจะตกลงมาจากอากาศ ขณะที่แผ่นดินก็เปิดช่องเอาไว้ ทำให้นันทยักษ์กลายเป็นผู้ที่ถูกธรณีสูบไปโดยปริยาย

    46_215.jpg

    ๔. นางจิญจมาณวิกา

    นางจิญจมาณวิกา นางเป็นผู้รับอาสาจากพวกปริพาชกที่อิจฉาพระพุทธองค์ โดยเริ่มแรกก็หลบเข้าไปในวัดเชตวันฯ และทำทีว่าเดินออกมาจากวัด เมื่อคนถามก็บอกว่า ไปอยู่กุฏิของพระสมณโคดม จนผู้คนระแวงสงสัย ทำอย่างนี้อยู่ ๙ เดือน ขณะที่ท้องของนางก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะนางเอาไม้กลึงนูนไปผูกรัดเอาไว้

    จนเมื่อสบโอกาส ขณะที่พระพุทธองค์เทศนา นางก็ร้องตะโกนว่า พระองค์ทำนางท้อง ซึ่งก็ไม่ทรงแก้ตัวอะไร เพียงแต่ตรัสว่า เรื่องนี้มีแค่ ๒ คน คือ พระองค์กับนางจิญจมาณวิกาเท่านั้นที่รู้ ก็ยิ่งสร้างความสงสัยใหญ่หนักเข้าไปใหญ่ เมื่อท้าวสักกเทวราชเห็นดังนั้น จึงสั่งให้เทพบุตรประจำตัวแปลงร่างเป็นหนูไปกัดเชือกที่หน้าท้องปลอมหลุดออกมา แล้วนางตกใจวิ่งหนีไปแต่ไปได้ไม่ไกลธรณีก็สูบเอาลงนรกอเวจีไป

    นางจิญจมาณวิกา ในชาติก่อนหน้านั้นเกิดเป็น นางอมิตตดา ภริยาของชูชกหรือพระเทวทัต ในชาติเดียวกันกับที่พระโพธิสัตว์ได้เกิดเป็นพระเวสสันดรนั่นเอง

    33_965.jpg

    ๕. พระเจ้าสุปปพุทธะ

    พระเจ้าสุปปพุทธะ เป็นกษัตริย์โกลิยะวงศ์ เป็นพระราชบิดาของพระเทวทัตและพระนางยโสธรา (พิมพา) โดยหลังจากที่พระเทวทัตได้ถูกธรณีสูบลงไปแล้ว ก็มีความอาฆาตพระพุทธองค์ เพราะคิดว่าเป็นต้นเหตุของเรื่อง อีกทั้งยังทอดทิ้งพระนางยโสธรา (พิมพา) ไปบวช จนกลายเป็นหม้าย จึงพยายามหาทางกลั่นแกล้งด้วยเกณฑ์อำมาตย์และข้าราชบริพารไปดื่มกินสุราเพื่อขวางทางที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาต ซึ่งเป็นทางเดียวที่เดินได้ ทำให้ทรงอดพระกระยาหาร ๑ วัน

    ครั้นพระอานนท์ถามโทษของพระเจ้าสุปปพุทธะว่าจะเป็นเช่นใด ก็ทรงตอบทันทีว่า นับจากนี้อีก ๗ วันจะต้องตามพระราชโอรสไปนรกอเวจี พอบรรดาอำมาตย์ได้ยินอย่างนั้น จึงรีบกลับไปรายงานโดยด่วน พระเจ้าสุปปพุทธะจึงหนีขึ้นประทับ ณ ปราสาท ๗ ชั้น โดยแต่ละชั้นมีทหารป้องกันไว้ แถมยังทรงตรัสอีกว่า ระหว่าง ๗ วันนี้ หากพระองค์ลงมาให้ขัดขวางไว้ จะไม่เอาโทษ

    แต่การณ์กลับเป็นว่า พอถึงวันที่ ๗ ม้าแก้วซึ่งเป็นม้าที่พระองค์โปรดปรานเกิดอาละวาดร้องเสียงดัง พระองค์ทรงเป็นห่วงม้ากระทั่งขาดสติรีบวิ่งลงไป แต่ปรากฏว่านายทหารก็ไม่ได้ขัดขวางเพราะคิดว่าครบกำหนดแล้ว และพอย่างพระบาทลงเหยียบแผ่นดินเท่านั้น ก็ถูกธรณีสูบลงสู่นรกอเวจีทันที


    *********

    b8.gif b8.gif b8.gif
    ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
    http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=28618

    “ภาพพุทธประวัติ” พร้อมคำบรรยายโดยสังเขป ๘๑ ภาพ
    http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=45513

    “ภาพพุทธประวัติ” อันงดงามมาก พร้อมคำบรรยาย ๓๕ ภาพ
    http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=38107

    *********
     
  2. ยศวดี

    ยศวดี ติดต่อได้ที่เฟคบุค ปล่อย วาง นะคะ ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,375
    กระทู้เรื่องเด่น:
    11
    ค่าพลัง:
    +5,540

แชร์หน้านี้

Loading...