1วันมหัศจรรย์ ใน"ลอนดอน"

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 6 สิงหาคม 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="100%"><TBODY><TR><TD>

    [​IMG]




    [​IMG]
    </TD><TD vAlign=top align=right>

    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    [​IMG]
    คอลัมน์ บันทึกเดินทาง

    โดย จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ

    ได้กลับมาเยือนกรุงลอนดอนอีกครั้ง หลังจากเคยมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ตึกรามบ้านช่อง ผู้คน และสิ่งต่างๆ ในกรุงลอนดอนแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ห้วงเวลาที่ไปเยือนในครั้งแรก และครั้งหลังแตกต่างกัน

    ครั้งแรกที่ไป ทั่วทั้งสหราชอาณาจักรต่างตกอยู่ในความเศร้าสลด เพราะเป็นช่วงที่เจ้าหญิงไดอานาเพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศฝรั่งเศส ทำให้บรรยากาศของกรุงลอนดอนในช่วงนั้นค่อนข้างเงียบเหงา แม้แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนอังกฤษในช่วงนั้น ต่างพากันไว้อาลัยให้กับเจ้าหญิงไดอานา ผู้ที่นั่งอยู่ในหัวใจของคนทั้งโลก
    [​IMG]

    [​IMG]

    แต่ครั้งนี้ บรรยากาศในกรุงลอนดอนคึกคักเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ตามถนนหนทาง หรือร้านรวงต่างๆ จะประดับประดาด้วยธงชาติของประเทศต่างๆ ส่วนหนึ่งเพื่อเชียร์ทีมโปรด แต่อีกสาเหตุหนึ่งเพราะชาวกรุงลอนดอนในปัจจุบันมีหลากหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม เนื่องจากชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก

    ฉะนั้น ตามถนนหนทางทั่วทั้งกรุงลอนดอน เราจึงมีโอกาสเห็นทั้งชาวลอนดอน และนักท่องเที่ยว ต่างพากันสวมเสื้อผ้าของทีมชาติที่ตัวเองเชียร์ เขียนสีบนใบหน้าเป็นรูปธงชาติของทีมโปรด และถือธงประจำชาติโบกไปมาตามท้องถนน

    ร้านขายของที่ระลึกตามร้านค้าต่างๆ แม้แต่ร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนฟุตบาธ ก็แข่งกันขายของที่ระลึกเกี่ยวกับฟุตบอลโลกเต็มไปหมด ราคาชนิดที่คูณเป็นเงินไทยแล้ว ต้องรีบวางไว้ที่เดิมทันที
    [​IMG]

    [​IMG]

    ที่น่าเสียดายเห็นจะเป็นช่วงที่อยู่ในลอนดอนหลายวันนั้น เป็นช่วงที่ทีมชาติอังกฤษไม่มีตารางแข่งขัน ทำให้บรรยากาศการเชียร์บอลของชาวเมืองผู้ดีไม่คึกคักเท่าที่ควร

    คราวนี้มีเวลาอยู่ในลอนดอน 3-4 วัน และถึงแม้จะมีเวลาเพียง 1 วันสำหรับปล่อยผี อุ๊บ! ปล่อยให้ลูกทัวร์ได้ช็อปได้เที่ยวกันตามใจชอบ ดังนั้น ภารกิจแรกสำหรับพวกเราคือ หา "ไก๊ด์" ที่ชำนิชำนาญถนนหนทางในลอนดอน เพราะถ้าให้กางแผนที่กันเอง เห็นทีจะไปกันได้ไม่ถึงไหน

    [​IMG]

    [​IMG]

    ในที่สุด ภารกิจสำคัญนี้ก็ตกเป็นของศิษย์เก่าเมืองผู้ดีอย่าง ศ.พิเศษ ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่เต็มอกเต็มใจรับหน้าที่เป็น "ไก๊ด์กิตติมศักดิ์" ให้ ในฐานะที่เคยร่ำเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยลอนดอนนานถึง 5 ปี ฉะนั้น ให้หลับตาเดินก็ยืนยันว่าไม่มีหลง

    ก่อนที่จะเริ่มผจญภัยในลอนดอนอย่างจริงจัง พวกเราถือโอกาสเดินเรียกน้ำย่อยในช่วงเย็นวันแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจการทำงาน งานนี้ไก๊ด์สมัครเล่นรับอาสาเริ่มงานทันที พาเดินผ่านเขตเวสต์ เอน (West End) ซึ่งเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิง และแหล่งช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ ซึ่งเป็นย่านที่แพงที่สุดสำหรับคนมีสตางค์ อย่างถนนบอนด์ สตรีท (Bond Street) อาทิ ร้านนาฬิกา ROLEX ร้านเพชรทิฟฟานี่ และสินค้าแบรนด์เนมของดีไซเนอร์ชื่อดัง Cartiea, Chanel, Hermes, Zilli, Bally ฯลฯ

    เมื่อเดินทะลุบอนด์ สตรีท จะพบกับถนนออกซฟอร์ด (Oxford Road) แหล่งช็อปปิ้งสำหรับคนพอมีสตางค์อย่างเราๆ และยังเป็นที่ตั้งของห้างดังๆ มากมาย เช่น ห้าง John Lewis, Selfridges, Mark and Spencer ฯลฯ ส่วนห้างแฮรอดส์ (Harrods) ห้างสุดหรูซึ่งตั้งอยู่ที่ ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นั้น หลายคนหมายมั่นปั้นมือว่าต้องไปให้ได้

    [​IMG]

    หลังเรียกน้ำย่อย พวกเราก็กลับที่พักโดยอาศัยรถเมล์ แต่ที่ทำให้พวกเราดูเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ก็เมื่อก้าวขึ้นรถเมล์ คนขับรถก็บอกให้ลงไปซื้อตั๋วที่เครื่องจำหน่ายตั๋วที่ตั้งอยู่บริเวณป้ายรถเมล์ก่อน

    หลังลงมาตั้งหลักที่เครื่องขายตั๋วแล้ว ก็ต้องงมโข่งกันอยู่นาน เพราะเมื่อหยอดเหรียญ 1 ปอนด์ 2 เหรียญ เพื่อซื้อตั๋วราคา 1.60 ปอนด์ แต่เครื่องไม่ทอนเงิน ทำเอาชาวเมืองผู้ดีที่ยืนรอรถเมล์อยู่แถวนั้น ต้องเดินเข้ามาบอก พร้อมกับใจดีให้แลกเหรียญอีกต่างหาก ทำเอาภาพที่ว่าชาวลอนดอนแล้งน้ำใจ หายวับไปเลย

    หลังกลับถึงโรงแรมที่พัก City Inn Hotel โชคดีที่โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเทมส์ (Thames) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านกรุงลอนดอน พวกเรา 3-4 คนที่ยังไม่ยอมหลับยอมนอน ถือโอกาสออกไปท่องราตรี แต่เป็นราตรีที่ยังไม่มืดมิด เพราะกว่าแสงอาทิตย์สุดท้ายจะกล่าวอำลาชาวเมืองผู้ดี ก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มแล้ว
    [​IMG]
    แม้ความมืดจะแผ่ปกคลุมไปทั่วลอนดอน แต่ดูเหมือนสีสัน และความมีชีวิตชีวาของเมืองเพิ่งจะเริ่มต้นสำหรับนักท่องราตรี หนุ่มสาวหลายคู่นั่งจู๋จี๋กันริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ บางคู่เดินชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน แสงจากสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่ส่องกระทบอาคารรัฐสภา (Houses of Parliament) ทำให้เกิดความงดงามอย่างน่ามหัศจรรย์

    อาคารรัฐสภาถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน ตั้งอยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำเทมส์ ติดกับอาคารวิกตอเรีย (Victoria) โดยมีหอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben) อยู่ด้านขวา เดิมอาคารรัฐสภาเป็นพระราชวัง เรียกว่า "พระราชวังเวสต์มินสเตอร์" สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค มีห้องมากกว่า 1,100 ห้อง ห้องโถงของอาคารรัฐสภานี้ เป็นแห่งเดียวที่ยังคงรูปแบบเดิมของพระราชวังเวสต์มินเตอร์ไว้

    สำหรับหอนาฬิกาบิ๊กเบน เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1858 ไม่ได้เป็นแค่หอนาฬิกา แต่ยังเป็นหอระฆังที่ใหญ่ที่สุด ที่ระฆังมีน้ำหนักถึง 14 ตัน และระฆังจะตีทุก 1 ชั่วโมง

    หลังเดินชื่นชมความงามของลอนดอนจนเลยเวลาเที่ยงคืนแล้ว พวกเราก็เดินกลับเข้าโรงแรมที่พัก เพื่อนอนเอาแรงสำหรับลุยงานหนักในวันรุ่งขึ้น เพราะจากโปรแกรมที่วางกันคร่าวๆ ทำเอาไก๊ด์กิตติมศักดิ์หนักใจพอควร เพราะลูกทัวร์เล่นจะไปให้ครบทุกที่ใน 1 วัน

    พอ 8 โมงเช้าตามเวลานัดหมาย พวกเราก็พร้อมที่ออกรบ เอ้ย! ออกเดินทาง จุดแรกที่ไก๊ด์กิตติมศักดิ์พาไปก็คือโบสถ์เวสต์มินเตอร์ (Westminster Abbey) แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปชื่นชมความงดงามภายใน เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ จึงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า ยกเว้นเฉพาะผู้ที่จะเข้าไปทำพิธีมิซซาเท่านั้น

    เพื่อไม่ให้เสียเวลา ชาวคณะเลยชักภาพกันด้านนอก จากนั้นก็โกยอ้าวไปชะโงกดูอาคารรัฐสภา หอนาฬิกาบิ๊กเบน และลอนดอน อายส์ (The London Eye) ยามเช้า ก่อนจ้ำอ้าวลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (London Underground) เพื่อจัดแจงซื้อตั๋ววัน ราคาใบละ 4.90 ปอนด์ เป็นเงินไทย 300 กว่าบาท แต่ขึ้นได้ทั้งรถไฟใต้ดิน และรถเมล์ เรียกว่าสุดคุ้ม เพราะถ้าต้องควักจ่ายค่ารถไฟใต้ดินแต่ละเที่ยวละก็ หมดตัวแน่ เพราะแม้แต่ค่ารถเมล์ก็ตกเที่ยวละ 1.60 ปอนด์ หรือ 100 กว่าบาทเข้าไปแล้ว

    นอกจากรถไฟใต้ดิน และรถเมล์ จะเป็นพาหนะที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ในการเดินทางไปทั่วลอนดอนแล้ว ถ้าใครไม่มีเวลามากพอ หรือไม่มีคนนำทางจริงๆ บวกกับอ่านแผนที่ไม่แตกฉานแล้ว ขอแนะนำให้ซื้อตั๋วรถเมล์ 2 ชั้นสำหรับนำเที่ยว ซึ่งด้านบนจะเปิดโล่งสำหรับให้นักท่องเที่ยวชื่นชมวิวทิวทัศน์ได้ชัดเจน โดยรถจะวิ่งไปจอดยังจุดต่างๆ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทั่วกรุงลอนดอน สนนราคาก็ 18 ปอนด์ หรือ 1,300 บาท เรียกว่าราคาไม่แพงเกินไปนักสำหรับคนที่ไม่มีเวลา

    หลังได้ตั๋ววันแล้ว ไก๊ด์กิตติมศักดิ์พร้อมลูกทัวร์รวม 10 ชีวิต ก็เริ่มต้นผจญภัย เริ่มจากเดินเท้าผ่านบ้านเลขที่ 1 Downing Street ซึ่งเป็นบ้านพักของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ บริเวณด้านหน้าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอารักขาอย่างหนาแน่น

    เมื่อเดินต่อไปอีกหน่อย จะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมารอคอยดูกองกำลังทหารม้ารักษาพระองค์ (Hourse Guards) เปลี่ยนเวร ซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันมาก โดยก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว (17 มิถุนายน) เป็นวันเกิดครบรอบ 80 ปีของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ จึงมีพิธีเฉลิมฉลอง และพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ งานนี้มีการสุ่มแจกการ์ดเชิญให้กับประชาชนทุกระดับเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองด้วย

    เมื่อเดินทะลุบริเวณดังกล่าว ก็จะพบกับสวนสาธารณะเซนต์ เจมส์ ปาร์ก (St.James Park) ซึ่งตั้งชื่อตามโรงพยาบาลรักษาโรคเรื้อน ที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นสวนที่เก่าแก่ที่สุดในสวนสาธารณะของราชวงศ์อังกฤษ เมื่อเดินตรงไปยังด้านตะวันตกของสวน จะเป็นที่ตั้งของพระราชวังบักกิ้งแฮม (Buckingham Palace) ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2

    นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้าพระราชวังบักกิ้งแฮมจะมีการผลัดเปลี่ยนเวร (Changing the Guard) ในเวลา 11.30 น. แต่อาจเปลี่ยนแปลงในวันที่มีเหตุการณ์สำคัญของเมือง หรืออาจงดในวันที่ฝนตก ซึ่งแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวมารอชมอย่างล้นหลาม

    เพื่อไม่ให้เสียเวลา จากพระราชวังบักกิ้งแฮม พวกเราก็ตรงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินสถานีวิกตอเรีย เพื่อตรงไปยังสถานี Tower Hill เพื่อชะโงกดูเดอะ ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน (The Tower of London) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมมงกุฎที่งดงามหาค่าไม่ได้ และเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับซึมซับประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ สมัยก่อน เดอะ ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน เป็นทั้งคุก คลังพระสมบัติ คลังแสงอาวุธ และสวนสัตว์

    จากเดอะ ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน พวกเราตรงดิ่งไปยังทาวเวอร์ บริดจ์ (Tower Bridge) สร้างขึ้นเหนือแม่น้ำเทมส์ สะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวที่มีความสูงถึง 140 ฟุต แต่ที่แตกต่างจากสะพานทั่วไปคือภายในของฐานสะพานถูกสร้างขึ้นให้เป็นหอสูง เป็นที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับอังกฤษ และจัดแสดงห้องอบไอน้ำสมัยวิกตอเรียน

    หลังชะโงกดูทาวเวอร์ บริดจ์ ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว ท้องหลายคนเริ่มร้องอุทธรณ์ งานนี้ไกด์มือใหม่เลยอาสาพาไปกิน "เป็ดโซโห" ซึ่งขึ้นชื่อว่าอร่อยเป็นอันดับ 2 รองจาก "เป็ดโฟซีซั่น" ถือเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อน

    ย่านโซโห หรือไชน่าทาวน์ อยู่ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของพิคคาดิลลี (Piccadilly) เป็นแหล่งร้านค้า และโรงละคร มีคนจีนจะอาศัยอยู่ในแถบนี้เยอะมาก

    หลังจากอิ่มหนำสำราญกับเป็ดโซโหแล้ว ซึ่งรสชาติอร่อยสมกับที่ไกด์การันตี พวกเราก็ลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินพิคคาดิลลี ไปโผล่ที่สถานีไนท์บริดจ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง และหรูหราที่สุดของอังกฤษ นั่นก็คือแฮรอดส์ ของอภิมหาเศรษฐีตระกูลอาฟาเย็ต ภายในห้างจะแบ่งเป็นโซนๆ ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า เพื่อสะดวกในการดึงเงินจากกระเป๋านักช็อปทั้งหลาย

    ที่นี่พวกเราได้พบกับเพื่อนๆ ร่วมก๊วนที่แยกย้ายกันไปทัวร์ลอนดอน หอบหิ้วสิ่งของพะรุงพะรังชนิดที่หลายๆ คนแกล้งลืมว่าเงิน 1 ปอนด์ ตกประมาณ 70 บาทก็ว่าได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครกล้าหยิบ หรือกล้าจับอะไรเท่าไหร่นัก เพราะของทุกอย่างแพงไปหมด

    ออกจากแฮรอดส์ หลายคนเตรียมตัวไปดูละครเวที เพราะว่ากันว่าถ้าใครมาลอนดอนแล้ว ไม่ได้ไปดูละครเวที ก็เหมือนมาไม่ถึงอังกฤษ แต่พวกเรา 4-5 คน ตัดสินใจสละสิทธิ เพราะเขาว่ากันว่า (อีกแล้ว) ถ้ามาถึงลอนดอน แล้วไม่ไปกิน "เป็ดโฟร์ซีซั่น" แสดงว่ามาไม่ถึงลอนดอนเช่นกัน

    คราวนี้ไม่ต้องคิดให้เมื่อยตุ้ม แม้ใครจะว่าเห็นแก่กินก็เถอะ แต่ก็คุ้มกับการเข้าคิวรอจริงๆ เพราะหนังเป็ดกรอบมากๆ อย่างที่บ้านเราทำไม่ได้ ยิ่งถ้าใครชอบรสหวานด้วยแล้ว ยิ่งถูกปากเข้าไปใหญ่ ที่ร้านนี้มีคนไทยมากินเป็ดกันเยอะ ขนาดในร้านแขวนรูปนางกวักไว้สำหรับเรียกลูกค้า และพนักงานเสิร์ฟก็พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว

    ถึงแม้จะมีเวลาทัวร์กรุงลอนดอนเพียงวันเดียว ทำให้ไม่มีโอกาสไปเยือนสถานที่สำคัญๆ อีกหลายๆ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ และแกลลอรี่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ เทท บริเทรน (Tate Britain), เทท โมเดิร์น (Tate Modern), พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซ่ (Madame Tussaud"s Waxwork Museum), พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและอัลเบิร์ต (Victoria & Albert) ฯลฯ

    แต่ก็ถือเป็นหนึ่งวันที่แสนมหัศจรรย์จริงๆ ไม่รู้ตะลุยกันไปได้ยังไง!!




    ที่มา : มติชน
    http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01tra01060849&day=2006/08/06
     

แชร์หน้านี้

Loading...