4.เหตเกิด.เหตุละ&ธรรมสำหรับละความฟุ้งซ่านรำคาญใจ

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย ผ่อนคลาย, 23 ตุลาคม 2005.

  1. ผ่อนคลาย

    ผ่อนคลาย Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    5,770
    ค่าพลัง:
    +12,919
    เหตุเกิดอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)

    อุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ) ย่อมเกิดด้วยอโยนิโสมนสิการ ในความไม่สงบแห่งใจ.
    อาการที่ไม่สงบ ชื่อว่าความไม่สงบ.
    คำนี้โดยอรรถก็คือ อุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)นั่นเอง.
    เมื่อภิกษุทำอโยนิโสมนสิการให้เป็นไปมากๆในความไม่สงบแห่งใจนั้นอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)ย่อมเกิด.

    เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ (ในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค) ว่า

    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความไม่สงบแห่งใจมีอยู่
    การทำให้มากซึ่งอโยนิโสมนสิการ ในความไม่สงบแห่งใจนั้น
    นี้เป็นอาหารเพื่อความเกิดแห่งอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)ที่ยังไม่เกิด
    หรือเพื่อทำอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)ที่เกิดแล้ว ให้กำเริบเสิบสานยิ่งขึ้นดังนี้.


    เหตุละอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)

    แต่อุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)นั้น จะละได้ก็ด้วยโยนิโสมนสิการในความสงบแห่งใจ กล่าวคือ สมาธิ.

    เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ (ในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค) ว่า

    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความสงบแห่งใจมีอยู่
    การทำให้มากซึ่งโยนิโสมนสิการ ในความสงบแห่งใจนั้น
    นี้เป็นอาหารเพื่อความไม่เกิดแห่งอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)ที่ยังไม่เกิด
    หรือเพื่อละอุทธัจจกุกกุจจะที่เกิดแล้วดังนี้.


    ธรรมสำหรับละอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)


    อีกอย่างหนึ่ง ธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อละอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)คือ

    ๑. ความสดับมาก
    ๒. ความสอบถาม
    ๓. ความชำนาญในวินัย
    ๔. ความคบผู้เจริญ
    ๕. ความมีกัลยาณมิตร
    ๖. การเจรจาแต่เรื่องที่เป็นที่สบาย.

    ๑--จริงอยู่ เมื่อภิกษุแม้ร่ำเรียน ทั้งบาลี ทั้งอรรถกถานิกายหนึ่ง สอง-สาม-สี่ นิกาย หรือ ๕ นิกาย ย่อมละอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)ได้.
    ๒--แม้ด้วยความเป็นพหูสูต (พาหุสัจจะ ความเป็นผู้สดับมาก).
    ภิกษุผู้มากด้วยการสอบถามสิ่งที่ควร และไม่ควรก็ดี
    ๓--ผู้ชำนาญ เพราะมีความชำนาญอันสั่งสมไว้ในวินัยบัญญัติก็ดี
    ๔--ผู้เข้าหาพระเถระผู้แก่ ผู้เฒ่าก็ดี
    ๕--คบกัลยาณมิตรผู้ทรงวินัย เช่น ท่านพระอุบาลีเถระก็ดี
    ย่อมละอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)ได้.

    ๖--แม้ด้วยการเจรจา แต่เรื่องที่เป็นที่สบาย อันอาศัยสิ่งที่ควร และไม่ควร ในอิริยาบถทั้งหลาย มี ยืน นั่งเป็นต้น ก็ละอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)ได้.

    เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
    ธรรม ๖ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อละอุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)
    ภิกษุย่อมรู้ชัดว่า เมี่ออุทธัจจกุกกุจจะ(ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ)ละได้แล้วด้วยธรรม ๖ ประการนี้
    อุทธัจจะ(ความฟุ้งซ่าน) จะไม่เกิดต่อไปด้วย อรหัตมรรค
    กุกกุจจะ(ความรำคาญใจ) ไม่เกิดต่อไปด้วย อนาคามิมรรค.

    ที่มา

    http://202.57.162.77/tripitaka/default.php?cat=1400110


    พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์

    http://www.dhammalife.com/dhamma/vocab/


    โยนิโสมนสิการ
    การทำในใจโดยแยบคาย, กระทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบคาย, การพิจารณาโดยแยบคาย คือพิจารณาเพื่อเข้าถึงความจริงโดยสืบค้นหาเหตุผลไปตามลำดับจนถึงต้นเหตุ แยกแยะองค์ประกอบจนมองเห็นตัวสภาวะและความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัยหรือตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีที่ชั่ว ยังกุศลธรรมให้เกิดขึ้นโดยอุบายที่ชอบ ซึ่งจะมิให้เกิดอวิชชาและตัณหา, ความรู้จักคิด, คิดถูกวิธี


    อโยนิโสมนสิการ
    การทำในใจโดยไม่แยบคาย, การไม่ใช้ปัญญาพิจารณา, ความไม่รู้จักคิด, การปล่อยให้อวิชชาตัณหาครอบงำ; เทียบ โยนิโสมนสิการ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ตุลาคม 2005

แชร์หน้านี้

Loading...