คลังเรื่องเด่น
-
"โชคดีที่ได้มาเกิดพบพุทธศาสนา" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"โชคดีที่ได้มาเกิดพบพุทธศาสนา"
" .. คนไทยที่เกิดในเมืองไทยเป็นชาวพุทธ "บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย ครูบาอาจารย์สั่งสอนให้ละชั่วทำดีตามหลักศาสนา" เกิดความรู้สึกละอายบาปทำแต่สิ่งที่เป็นบุญกุศล "จึงรู้สึกว่าเป็นโชคดีที่ได้มาเกิดพบพุทธศาสนา" ได้ลืมหูลืมตาเห็นแสงสว่างตั้งแต่เกิดมาทีเดียว
ขอทุกคน "จงอย่าพากันลืมพุทธศาสนา" ให้ตั้งมั่นอยู่ในใจเสมอว่าวิชาและอาชีพ "ตลอดถึงความประพฤติทางกาย วาจา ใจ ของเรานั้น ล้วนแล้วแต่อยู่ในขอบเขตของพุทธศาสนา"
ฉะนั้น เราทำสิ่งใดลงไป "จงให้ระมัดระวังสังวร คิดได้เสมอว่าเวลานี้พระพุทธเจ้ารู้เห็นตัวเราอยู่เสมอ" แล้วจึงทำลงไปก็จะมีผิดน้อยหรือจะไม่ผิดก็ได้ .. "
"สนทนาธรรม" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ -
ตราบเท้าเข้าสู่พระนิพพาน
หลวงพ่อจิตโตได้พูดถึงคำว่าตราบเท้า กับตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานได้น่าสนใจมาก ท่านอธิบายอย่างละเอียด สำคัญมาก( พูดผิดชีวิตเปลี่ยน) ถ้าพูดว่าตราบเท่าไม่ถึงพระนิพพานนะ อีกนานเลย ท่านกล่าวว่า
*ไปกับพระ นั่งอยู่ในรถ พระถามอยู่เรื่อง ถามว่า หลวงพี่ ! ตราบเท้ากับตราบเท่านี่เหมือนกันมั้ย เราก็ถามว่า
แล้วท่านเคยได้ยินหลวงพ่อท่านพูดตราบเท่ามั้ยล่ะ? (หลวงพ่อวัดท่าซุง)มีบ้างมั้ยล่ะ? ตราบเท่าเข้าสู่นิพพานน่ะ เคยได้ยินหลวงพ่อพูดมั้ยล่ะ ก็ว่างั้น
*ตราบเท่ามันไปไม่ถึงนิพพานหรอกนะ ไม่เหมือนตราบเท้า ใครปรารถนาตราบเท่า ก็ยังไปไม่ถึงนิพพานหรอกนะ
*เพราะแกก็ต้องอยู่ตราบเท่าตลอดไป เอ้อ จนกว่าจะเฒ่าอ่ะ ไปอีกนาน เอออย่างงั้น
**มันไม่ใช่ของเล็กน้อยนะ อย่าไปพูดส่งเดชนะ มันมีผลต่อสิ่งที่เธออธิษฐานเหมือนกันนะ
*หลวงพ่อท่านพูดยังไง ก็พูดตามท่านเถอะ
*เพราะนั่นน่ะ ท่านคิดแล้วพิจารณาแล้ว ท่านเห็นว่าสิ่งที่ นำให้เราอธิษฐานเนี่ยมันตรงที่สุดแล้วล่ะ
*อย่าไปแปลงไปเปลี่ยนท่านนะ ใครเขาจะแปลงจะเปลี่ยนก็อย่าไปตราบเท่ากับเขาล่ะ
*ตราบเท่าเนี่ยมันแปลว่าอะไร เธอทราบไหมล่ะ ??
*อย่างเธอจะรักกันตราบเท่าชั่วฟ้าดินสลายเนี่ย... -
พิจารณาให้เห็นตามความจริง (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็น ค่อยๆ คิด ค่อยๆนึก เห็นตามความจริง เราเรียนหาความจริงกันในหลักพระพุทธศาสนา ไม่ใช่จะมานั่งโกหกมดเท็จตนเอง ถ้าเห็นตัวเราแล้วก็เห็นบุคคลอื่น ดูหาความเป็นจริงให้พบ จนกระทั่งจิตสลดคิดว่า
ร่างกายของคนและสัตว์เต็มไปด้วยความสกปรกจริงๆ
ร่างกายของคนและสัตว์มีทุกข์จริงๆ
ร่างกายของคนและสัตว์หาความเที่ยงไม่ได้จริงๆ
มันมีการสลายตัวไปในที่สุด
ไม่มีใครจะบังคับบัญชาร่างกายให้มีสภาพทรงตัว
ไม่มีใครกล้าจะแสดงว่าเราเป็นเจ้าของร่างกายจริงจังโดยการบังคับให้ทรงตัวได้ ในเมื่อร่างกายมันไม่ดีอย่างนี้ เราจะไปเมามันเพื่อประโยชน์ในโลกีย์วิสัยทำไม
พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
(พระมหาวีระ ถาวโร)
วัดจันทาราม (ท่าซุง) จ. อุทัยธานี
ที่มาจากหนังสือ : รวมคำสอนธรรมปฏิบัติ เล่ม ๗ (๒๕๓๙) หน้า ๑๙
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook =AZWj6JRkqG9WYgo84jAxZdQdW7xAIJuNTlvJpDua4Y0OfDHV-9jE4QcX0tZ41b0J2im5D1OAuRbsVXvcfTa2iR61aMhspv0ilWIXWLhKR5rrY0mse7dYYYq0dmdNyC-9-EKiEe35qpT5a7B12j--vRdE16PQ9eTzfBmT6l2mT8paa3ixfu_N_Ztqqpqzd3juuag&__tn__=%2CO%2CP-R']แสงเทียนส่องธรรม -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
"ปฏิบัติเพื่อละ" (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
.
"ปฏิบัติเพื่อละ"
" .. "การปฏิบัติ" ให้มุ่งปฏิบัติเพื่อสำรวม "เพื่อความละเพื่อคลายความกำหนัดยินดี เพื่อความดับทุกข์" ไม่ใช่เพื่อเห็นสวรรค์วิมานหรือ แม้พระนิพพานก็ไม่ต้องตั้งเป้าหมายเพื่อจะเห็นทั้งนั้น ให้ปฏิบัติไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องอยากเห็นอะไร "เพราะนิพพานมันเป็นของว่าง ไม่มีตัวมีตน หาที่ตั้งไม่มี" หาที่เปรียบไม่ได้ปฏิบัติไปจึงจะรู้เอง .. "
"หลวงปู่ฝากไว้"
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล -
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธมหาสมณโคดมบรมสุข
วันพฤหัสบดี ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธมหาสมณโคดมบรมสุข พระผงเนื้อว่านยา และมังคลาภิเษกพระรูป พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และหนังสือตำรายา ซึ่งมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จัดสร้างขึ้น
การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ ทรงจุดเทียนชัย และทรงเป็นประธานการเจริญจิตภาวนาในพิธีพุทธาภิเษกและมังคลาภิเษก
Credit: ขอขอบคุณที่มาจาก Facebook =AZXPGiIb1woCMvIUhUOHtFZbYiKngGJdkHEz-1I7koAvS8M1ea5GB1VuhtIATz_sVpTpaytLBlYEO9EUNkwVsyB19m3BbBnPWKuq-dODTfYtaGXeu23cNlyV5xEeUoE3W853RXdv5cQBT_P_W6QZXpLb2mzFjFZG52x3GNjVAZgqa_OBz0OB7d9DSk7JLLiJ52Q&__tn__=%2CO%2CP-R']ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
อาราธนาศีลเราต้องสวดอะไรไหมคะ หรือแค่ตั้งใจก็พอ ?
ถาม : อาราธนาศีลเราต้องสวดอะไรไหมคะ หรือแค่ตั้งใจก็พอ ?
ตอบ : แค่เราตั้งใจว่าจะรักษาศีลก็พอ การอาราธนาก็คือการขอร้องให้พระท่านบอกว่าศีลมีอะไรบ้าง พอพระท่านบอก เราก็สมาทาน คือศึกษาตามนั้นว่าศีลแต่ละข้อเราต้องปฏิบัติอย่างไร ในเมื่อเรารู้อยู่แล้วเราก็ทำไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาอาราธนา ไม่ต้องเสียเวลาสมาทาน
ถาม : มีคนบอกว่า ถ้าไม่อาราธนาแล้วไม่นับ ถ้าอย่างนั้นที่ทำมาก็เป็นศูนย์ ?
ตอบ : บางคนเขาก็เข้าใจอย่างนั้นแหละ ศีลอยู่ที่การตั้งใจงดเว้น ไม่ได้อยู่ที่การอาราธนาหรือสมาทาน
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com -
"ธรรมเกิดจากปฏิบัติจิตภาวนา" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
.
"ธรรมเกิดจากปฏิบัติจิตภาวนา"
" .. พระพุทธเจ้าแลพระอรหันต์ทั้งหลายเป็นจำนวนล้าน ๆ "ล้วนพิสูจน์จากธรรมปฏิบัติจิตภาวนาทั้งสิ้น" ท่านจึงรู้ได้เห็นได้โดยไม่ต้องถามกันและถามใคร "แล้วนำธรรมเหล่านั้นมาสอนโลก"
โดยผลัดเปลี่ยนกันมา "จนถึงพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันคือพระสมณโคดมของพวกเราชาวพุทธ" ให้ได้กราบไหว้บูชาและปฏิบัติตามอยู่เวลานี้ จะสงสัยไปไหน "กิเลสเคยหลอกโลกให้สงสัยและล่มจมมามากต่อมากและนานแสนนานแล้ว" ทำไมจึงไม่พากันเบื่อหน่ายอิ่มพอในโทษของมันบ้าง พอได้ลืมตาอ้าปากเข้าสู่ธรรมดวงประเสริฐเลิศในไตรภพ .. "
"อนาลโย ผู้ไม่มีความอาลัย"
(หลวงปู่ขาว อนาลโย) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
หากตั้งใจปฏิบัติเพื่อความเป็นพระโสดาบัน ท่านท้าวมหาราชจะตามคุ้มครองตลอดชีวิต
ในเรื่องของท่านท้าวมหาราชทั้ง ๔ พระองค์ ท่านเคยให้พรไว้ว่า บุคคลใดก็ตามถ้าตั้งใจปฏิบัติเพื่อความเป็นพระโสดาบันจริง ๆ ท่านจะตามคุ้มครองตลอดชีวิต เพราะฉะนั้น..ให้ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำเพื่อความเป็นพระโสดาบันไว้
สุดยอดองครักษ์อย่างท่านท้าวจตุมหาราช ถ้าไม่ใช่คนสำคัญสุด ๆ ท่านไม่เสียเวลาไปมองหรอก ลูกน้องของท่านมีเป็นล้าน ๆ องค์
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๔ ณ บ้านวิริยบารมี -
"ผู้ทำชั่วย่อมเศร้าหมอง" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
.
"ผู้ทำชั่วย่อมเศร้าหมอง"
" .. ที่ท่านกล่าวว่าทำชั่วได้ชั่วนั้น คือว่าไม่ได้หมายเอาภายนอกนะ "หมายเอาภายในนี้" เพราะบางคนทำชั่วแล้ว มันไม่ได้ให้ผลภายนอกก็มี "แต่ว่าภายในใจแน่นอนแหละ ผู้ทำชั่วย่อมเศร้าหมอง" ขุ่นมัว เร่าร้อน ไม่เบิกบาน
อันนี้ "เป็นลักษณะแห่งกรรมอันชั่วที่เกิดขึ้นในใจ" เช่นอย่าง บุคคลผู้มีความโลภจัดอยู่ในใจอย่างนี้ ไปเห็นสมบัติผู้ อื่นมาก ๆ เข้า "อยากได้ คิดวิตกวิจารณ์ ทำอย่างไรจะได้ คิดเท่าใด จิตใจเร่าร้อนไปเท่านั้น"
เพราะว่าบุญตัวน้อย คิดอย่างไรก็ไม่ได้มากอย่างเขา "ถ้าจะคิดไปเบียดเบียนเขา ก็ยิ่งเป็นทุกข์หลาย กลัวว่าเจ้าหน้าที่เขาจะจับได้" ฟ้องร้อง แล้วติดคุกติดตะราง ก็ยิ่งเดือดร้อนใจ เป็นอย่างนี้ละ .. "
"ธรรมโอวาท หลวงปู่เหรียญ ๒"
(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
สร้างบุญให้เกิดวาสนาก่อน (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธฺมโม)
สร้างบุญให้เกิดวาสนาก่อน ถ้าโยมมีบุญมีวาสนาแล้วไม่จำเป็นต้องขายที่ดินหรอก แค่กระโถนก็ขายได้ อะไรก็ขายได้
บางท่านมาเจริญวิปัสสนากรรมฐาน บอกว่า หลวงพ่อ ดิฉันจะขายที่ดิน ได้ข่าวว่าเขามานั่งกรรมฐาน ๕ วัน ขายที่ดินได้ อย่าหวังผลอย่างนั้น
สร้างบุญให้เกิดวาสนาก่อนถ้าโยมมีบุญมีวาสนาแล้วไม่จำเป็นต้องขายที่ดินหรอก แค่กระโถนก็ขายได้ อะไรก็ขายได้
ถ้าไร้บุญขาดวาสนา ทองคำอยู่ในบ้านก็ขายไม่ออก เพชรนิลจินดา ราคาแพงที่ซื้อเข้าไว้ก็ขายไม่ออกไม่มีคนอยากซื้อ
สร้างบุญไว้กับตัวเองก่อน สร้างกุศลไว้ในใจ เกิดมีบุญวาสนา จะขายอะไรก็ออกหมด จะทำอะไรก็ไม่ขัดข้อง มันอยู่ตรงนี้
บุญ...ช่วยเราได้อย่างไร? - ลายมือหลวงพ่อจรัญ ฐิตธฺมโม
โอวาทธรรม หลวงพ่อจรัญ ฐิตธฺมโม
หนังสือกฎแห่งกรรม-ธรรมะปฎิบัติ เล่มที่ ๖
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook =AZVm3uL-QcXh9QfUgkgLtsWQSTApsN51qWkfRFZZqs6Xf9fkaDy1isTN_e1tuRGSCxzZ6mW_LQSCDpnI8hzJ7uU2PCSqIn-oLaa892x3eXIJuyXp51Bu2zH359Y88S9GdkQJa59npjatmfV20vtKisCGC874Rx3DQrXCKvgX8zf21s0wUGGkZQIfdYByi8ZdqOY&__tn__=%2CO%2CP-R']Nippaan.org -
ถ้าจิตถอนออกมาจากการยึดมั่นถือมั่น ถ้าอย่างนั้นโอกาสหลุดพ้นก็จะมี
(มีโยมพาลูกอ่อนมาทำบุญ) "เห็นอนิจจังไหม ? ตอนนี้ยังเดินไม่ได้ ยังพลิกไม่ได้ ต่อมาก็มาพลิกตัวได้ ขยับไปข้างหน้าได้ หัดคลาน หัดยืน หัดเดิน หัดวิ่ง มีอนิจจังอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เราได้เห็นหรือเปล่า ? จากเด็กเล็กก็กลายเป็นเด็กโต เป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นวัยกลางคน เป็นคนแก่ อนิจจังอยู่เรื่อย
ฉะนั้น...ในเรื่องของการปฏิบัติธรรม ต้องเห็นทุกอย่างเป็นธรรมะ ไม่ใช่เห็นเฉพาะเวลา ถ้าเห็นเฉพาะเวลานั่งกรรมฐานนี่เสร็จหมด กลายเป็นเหยื่อของวัฏสงสารหมด ต้องเห็นอยู่ตลอดเวลา แล้วเกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด จิตถอนออกมาจากการยึดมั่นถือมั่น ถ้าอย่างนั้นโอกาสหลุดพ้นก็จะมี"
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com -
"ทุกข์ทั้งหลายอยู่ที่จิต อยู่ที่ใจ" (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)
,
"ทุกข์ทั้งหลายอยู่ที่จิต อยู่ที่ใจ"
" .. คนเราที่เกิดมาในโลกนี้ ถ้าเราดูรูปร่างกายก็เป็นคน "แต่ว่าบางคนนั้นร่างกายเป็นคน ใจยังเป็นสัตว์เดรัจฉานอยู่ก็มี" ถ้าโลกเราสมัยนี้ไม่ว่าที่ไหน "อย่างว่าแผ่นดินเมืองเชียงใหม่สมัยโบราณ คนปล้น คนจี้ คนฆ่ากันทำลายกันไม่ค่อยมี" แต่สมัยนี้ไม่ได้ มันมีทุกอย่าง "ฉะนั้นเราต้องตั้งใจของเราให้ดี ภาวนาให้ใจของเราให้มันเต็มที่"
โลกนี้มันเป็นอย่างนี้แหละ "เกิดขึ้นมาก็ตั้งอยู่ในกองทุกข์ เกิดในกองทุกข์ แก่ในกองทุกข์ เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ในกองทุกข์ ตายอยู่ในกองทุกข์อันนี้" เป็นอย่างนี้มาทั้งโลก เมื่อมาถึงปัจจุบันชาตินี้ เวลานี้ ปัจจุบันนี้ "เราจะต้องเร่งภาวนาพุทโธ" ทำใจของเราให้สงบ พิจารณากายของเราให้เห็นความแก่ ความชรา ให้เห็นร่างกายนี้ไม่คงทน จิตใจก็จะได้เย็นสบาย ความทุกข์ต่าง ๆ มันจะได้ออกไป
คนเราเมื่อจิตไม่มีทุกข์ ทุกข์อะไรก็ไม่มี "แต่ว่าถ้าจิตมีทุกข์แล้ว อะไรทุกอย่างมันเต็มไปด้วยทุกข์" เมื่อย่นย่อเข้ามา "ทุกข์ทั้งหลายมันอยู่ที่จิต อยู่ที่ใจ" แล้วก็คือใจมีอุปาทานยึดถือ "เมื่อจิตนี้ยึดถือมากก็ทุกข์มาก ยึดถือน้อยก็ทุกข์น้อย" ไม่ยึดเสียเลยก็พ้นทุกข์... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
ไม่มีทางลงข้างล่างหรอก
ไม่มีทางลงข้างล่างหรอก
=AZVvzZ6pwvSv5nmM-ClUigO1S-o-q_KO9c5qD3P_ULD3L6W6cKXXWvaOfVtbUrA5KILMQ0kCGKZIgl--a-lfIFt788mk6mSY3DZvHS5DyrLGtrTKikbUaZPOMRoSZz1BQ0jvXpjz07ZsE1-qN2tcZPNB0Ct7Amnf7CWVX1ldNWMdMI3X4Tvg-pWUdEpRhs_OEcE&__tn__=*NK-R']#ไม่ลงนรก
หลวงตาท่านว่า : หลวงปู่ดู่ท่านว่า ....ถ้าเอ็งอยู่ในศาสตร์ของข้า( หลวงปู่ดู่ )เนี่ย ไม่มีทางลงข้างล่างหรอก เอ็งก็จะเวียนบน เอ็งก็จะกำหนดทิศการเกิดๆตายๆได้ฮะ เอ็งจะเกิดหรือไม่เกิดในชาตินี้ก็ยังได้เลย มันอยู่ที่ “กำลังใจ” ที่เอ็งทำอยู่ทุกวันเนี้ย เพราะฉะนั้นในยุคปัจจุบันเนี้ยค่อนข้างยาก ว่าโลกเนี่ยมันแน่นอนอะไร…ท่านว่า ขนาดเราเห็นๆเนี่ยนะ ความเปลี่ยนแปลงของโลก มันเปลี่ยนได้ตลอดเวลานะฮะ
เพราะฉะนั้นเราเน้นเรื่อง “การสวดมนต์” เป็นหลัก อย่างอื่นเราไม่เน้น จะไปไหนก็สนใจเรื่องอย่างนี้ ก็คือ การพิจารณา การสวดมนต์ การแผ่เมตตา การโมทนาบุญ บันทึกบุญ ถ้าท่านทำได้ก็จะเป็นประโยชน์กับตนเอง กรรมหนักก็เบา กรรมเบาก็หาย…
ถ้าเข้าโรงบาลก็จะหายเร็วกว่าคนธรรมดา
เพราะกระแสจิต กับ กระแสพุทธมนต์ มันเป็นกระแสเดียวกัน เปอร์เซ็นต์ก็จะมากขึ้น(กระแสดี มากกว่า... -
บรรยายถวายความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมเจ้าอาวาสใหม่ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
บรรยายถวายความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมเจ้าอาวาสใหม่
ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๖.๓๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ (๒) เป็นวิทยากรบรรยายถวายความรู้แก่เจ้าอาวาสใหม่ ในโครงการอบรมพระสังฆาธิการผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสใหม่ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ รุ่นที่ ๑ ประจำปี ๒๕๖๕ ณ ศาลาเอนกประสงค์ วัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) หมู่ที่ ๒ ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม -
"ต้นก็คือปลาย" (หลวงปู่ชา สุภัทโท)
.
"ต้นก็คือปลาย"
" .. เมื่อเราเกิดมาแล้วโยม ก็คือเราตายแล้วนั่นเอง "ความแก่กับความตายมันก็คืออันเดียวกันนั่นแหละ" เหมือนกับต้นไม้ อันหนึ่งต้น อันหนึ่งปลาย "เมื่อมีโคนมันก็มีปลาย" เมื่อมีปลายมันก็มีโคน ไม่มีโคน ปลายก็ไม่มี มีปลายก็ต้องมีโคน มีแต่ปลาย โคนไม่มีก็ไม่ได้ มันเป็นอย่างนั่น
เพราะฉะนั้น ก็นึกขำเหมือนกันนะ "มนุษย์เราทั้งหลายเมื่อจะตายแล้วก็โศกเศร้า" วุ่นวาย นั่งร้องไห้ เสียใจ สารพัดอย่าง หลงไปสิ โยมมันหลงนะ พอคนตายก็ร้องไห้ พิไรรำพัน
แต่ไหนแต่ไรมาไม่ค่อยได้พิจารณาให้ชัดแจ้งนะ ความเป็นจริงแล้ว อาตมาขอโทษด้วยนะ อาตมาเห็นว่า "ถ้าจะร้องไห้กับคนตายน่ะ ร้องไห้กับคนที่เกิดมาดีกว่า" แต่มันกลับกันเสีย ถ้าคนเกิดมาแล้วโยมทั้งหลายก็หัวเราะดีอกดีใจกันชื่นบาน "ความเป็นจริงเกิดนั่นล่ะคือตาย" ตายนั่นล่ะก็คือเกิด "ต้นก็คือปลาย" ปลายก็คือต้น .. "
"เหมือนกับใจ คล้ายกับจิต"
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
"พุทโธ เป็นที่พึ่งทีระลึก" (หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
.
"พุทโธ เป็นที่พึ่งทีระลึก"
" .."พุทโธนั้นอยู่ที่ไหนเล่า" ธัมโมอยู่ที่ไหนเล่า สังโฆอยู่ที่ไหนเล่า "นี่แหละเป็นที่พึ่งที่ระลึกของเรา" ที่กราบที่ไหว้ที่สักการบูชาของเรา "ถ้าเราไม่มีพุทโธ ธัมโม สังโฆ แล้วก็ไม่มีที่พึ่งอาศัย" เรามีพุทโธ ธัมโม สังโฆ "นี้แหละเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่กราบที่ไหว้"
ให้น้อมดู "พุทโธอยู่ที่ไหนเล่า อยู่ที่ดวงใจของเราไม่ใช่หรือ" ให้พากันพิจารณาพุทโธ เวลานี้รู้อยู่อย่างไรเล่า "รู้สุขหรือรู้ทุกข์ รู้ดีหรือรู้ชั่ว หรือรู้อยู่เฉย ๆ ดูที่พุทโธ" ใจของเราอยู่สถานใดอยู่ในลมฟ้าอากาศหรือไปอยู่ที่ไหน อยู่ตามลูกตามหลาน ตามบ้านตามช่อง หรือไปอยู่ตามข้าวตามของตามเงินตามทอง "ให้น้อมเข้ามาหาตัวของเราชิ" ผู้รู้ศาสนาต้องน้อมเข้ามาต้องรู้ต้นศาสนา .. "
"การฟังและการปฏิบัติ" (หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
๓ กันยายน ๒๕๑๑ วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร
ม.ร.ว. ส่งศรี เกตุสิงห์ ถอดจากแถบบันทึกเสียง -
คนที่โกรธง่ายแก่เร็ว (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
บรรดาท่านพุทธบริษัท บางทีเราจะเห็นพระอริยเจ้าอายุตั้ง 60 ปีเศษ เราก็ไปนั่งนึกว่าท่านอายุประมาณสักสี่ห้าสิบปี แต่ก็ยังดีบางองค์อายุเกือบจะ 80 ปี เราคิดว่าท่านอายุ 30 ปีเท่านั้น นั่นเราก็จะพิจารณาได้ว่า พระคุณท่านเป็นพระอริยเจ้าเบื้องสูงตั้งแต่เมื่อไร ร่างกายของพระคุณท่านไซร้ไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงนัก เพราะใจมันสบาย คือร่างกายของเราจะแก่มากแก่น้อย ทรุดโทรมมากทรุดโทรมน้อย มันขึ้นอยู่ที่ใจเหมือนกัน
ถ้าอารมณ์ใจของเราสบายแล้ว ร่างกายคือความเผาผลาญทางใจมันน้อย ร่างกายมันก็ทรุดโทรมน้อย ถ้าเราคาดร่างกายของบุคคลผิด ก็เพราะว่าเราคาดจิตใจของเขาผิด เราไปมองดูร่างกายของคนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ไปอยู่ที่ไหนทำลายที่นั่น เผาผลาญที่นั่น ความโกรธ พระพุทธเจ้ากล่าวว่าเป็น โทสัคคิ ไฟคือ โทสะ
ความโกรธถ้ามันเกิดขึ้นเราจะระงับด้วยวิธีไหน อันนี้องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาทรงแนะนำว่า ให้ใช้พรหมวิหาร 4 ประจำใจเป็นปกติ หรือว่าถ้าพรหมวิหาร 4 ยังไม่เป็นที่พอใจ ไม่ถูกกับอารมณ์ พระพุทธเจ้าก็ทรงแนะนำให้ใช้กรรมฐาน 4 อย่าง คือ วรรณกสิณ ได้แก่ กสิณที่มีสี คือ กสิณสีแดง สีเหลือง สีเขียว สีขาว... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
"เรื่องจิตเป็นสำคัญ" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
.
"เรื่องจิตเป็นสำคัญ"
" .. ใจดวงเดียวนี่นะ "เวลามันเป็นปทปรมะมันไม่เอาไหนเลย" บาปบุญไม่สนใจขอให้ทำตามอำนาจของกิเลสตัวหนา ๆ นี่เป็นที่พอใจ "นี่เวลามันมืดเป็นปทปรมะในบุคคลขั้นนี้" ทีนี้ถูกฟิตถูกตีเข้าไปดัดเข้าไปหลายหนเข้าไปก็ค่อยเป็นเนยยะ
"ปทปรมะกับเนยยะก็ขัดก็แย้งกัน" ขึ้นได้บ้าง ลงมากกว่าขึ้น ครั้นต่อไปขึ้นมากกว่าลง "ต่อไปก็พุ่งถึงวิปจิตัญญู" เร่งขึ้นแล้ว ขั้นนี้ขั้นวิปจิตัญญูขั้นจะไม่ถอยแล้ว "จากนั้นก็อุคฆติตัญญู" พุ่งเลย "เป็นขั้น ๆ ในบุคคลคนเดียว" .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
https://luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=549&CatID=2 -
พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเตือนสติคนไทยในเรื่องการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล
“ผู้มีหน้าที่สื่อข่าวก็ดี หรือมีหน้าที่ประสานความเข้าใจระหว่างคนหลายชาติหลายชั้นก็ดี ควรสำนึกอยู่เสมอว่างานของเขาเป็นงานสำคัญและมีเกียรติสูง เพราะหมายถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในการร่วมกันสร้างสันติสุขให้แก่โลก การแพร่ข่าวโดยขาดความระมัดระวังหรือแม้แต่คำพูดง่ายๆเพียงนิดเดียว ก็สามารถทำลายงานที่ผู้มีความปรารถนาดีทั้งหลายพยายามสร้างไว้ด้วยความยากลำบากเป็นเวลาแรมปี หากจะแก้ตัวว่าการพูดพล่อยๆเพียงสองสามคำนี้ เป็นเรื่องเล็กไม่น่าจะเก็บมาถือเป็นเรื่องใหญ่เลยก็ไม่ถูก เหมือนฟองอากาศนิดเดียวถ้าเข้าไปอยู่ในเส้นเลือด ก็จะสามารถปลิดชีวิตคนได้ทั้งคน และน้ำตาลหวานๆก้อนเล็กนิดเดียว ถ้าใส่ลงไปในถังน้ำมันรถ ก็จะทำให้เครื่องจักรดีๆของรถเสียได้โดยสิ้นเชิง”
พระราชดำรัสในการถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำที่พิพิธภัณฑ์เมโทรโปลิแตน
ระหว่างเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๐
Credit: ขอขอบคุณที่มาจาก HiclassSociety.com http://www.hiclasssociety.com/?p=62610 -
อัลไซเมอร์ กับ การปฏิบัติธรรม ( วิสัชนาโดย พระมหาวรพรต )
อัลไซเมอร์ กับ การปฏิบัติธรรม
------------------------
เดินจิต -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
"แยบคายต่างจากอุบาย" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"แยบคายต่างจากอุบาย"
" .. "แยบคายนั้นแตกต่างจากอุบาย" อุบายแนะนำสอนกันได้ เช่นบอกว่า "จงรักษาคุณงามความดีด้วยการรักษาศีล" ดังนี้เป็นต้น ส่วนแยบคายนั้น ไม่ทราบว่าจะบอกอย่างไงกัน "มันต้องเกิดความรู้ ความเห็นขึ้นมาด้วยตนเอง" และความรู้ความเห็นอันนั้น "ก็เป็นของแจ้งชัดเสียด้วย" จนอุทานขึ้นมาในใจว่า "อ๋อ อย่างนี้ดอกหรือ" แต่ความรู้อันนั้น จะเอาไปเผยแพร่แก่คนอื่นก็ไม่เหมือนกับที่ความรู้ด้วยใจของตนเอง "จะบอกคนอื่นได้ก็เพียงแต่อุปมาอุปมัยเท่านั้น"
รวมความแล้ว "แยบคายเป็นความรู้พิเศษ ที่เกิดขื้นปัจจัตตังเฉพาะตน" ผู้เกิดแยบคายขึ้นเฉพาะตน เช่นนั้นแล้ว "เอาแยบคายอันนั้นไปสอนผู้อื่น ด้วยอุบายการอุปมาอุปมัยต่าง ๆ" ผู้ฟ้งได้รับฟังคำอุปมาอุปมัยนั้นแล้ว เมื่อยังไม่เกิดแยบคายขึ้นมา ก็เอาอุบายนั้นไปสอนคนอื่นต่อ ๆ ไป
"แยบคายนี้เมื่อเกิดขึ้นเฉพาะบุคคลใดแล้ว ย่อมทำบุคคลนั้น ให้สิ้นสงสัยในวิชาที่ตนได้เรียนมาก็ดี หรือตนได้ปฏิบัติมาก็ดี" เป็นอันว่าจบเพียงแค่นี้ แต่มิได้หมาย ความว่าจบวิชาทุก ๆ ประเภท "เป็นแต่จบหรือสิ้นภูมิความรู้และความสามารถของตนในภูมินั้น ๆ เท่านั้น" เหมือนกับบุคคลที่นำภาระไป... -
โทรศัพท์มือถือ เครื่องสังหารพระ
โทรศัพท์มือถือ เครื่องสังหารพระ
"..ประการสำคัญที่สุดก็คือว่า สิ่งที่เป็นข้าศึกต่อศาสนาต่อจิตใจของพระ ต่อธรรมของพระ มีมากขึ้นๆ ข้าศึกของศาสนาคือกิเลส เป็นข้าศึกของศาสนา คือมันเห็นประจักษ์ทุกวันนี้ก็คืออะไร? เทวทัตโทรทัศน์ วีดีโอ วิทยุ แล้วก็โทรศัพท์มือถือนี้ เป็นเครื่องสังหารพระ อย่างขาดสะบั้นไปเลย ดีไม่ดีเรียกว่าวัดร้างเหลือแต่หัวโล้นโกนคิ้วเท่านั้น คุณธรรมกิเลสเหล่านี้กลืนกินหมดไม่มีไรเหลือนี่แหละเรียกว่าศาสนาเสื่อม ศาสนาฉิบหายเพราะข้าศึกศัตรู แล้วกรรมฐานจะด้อยลงๆ ก็เพราะอันนี้กลืน ต่อไปกรรมฐานจะโดนจริงๆ เวลานี้ไม่มี(พ.ศ.๒๕๔๑) ต่อไปมันจะมี หนาแน่นขึ้นไปทุกวัน ๆ สุดท้ายกรรมฐานก็พังได้..." โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
หน้า 105 ของ 440