คลังเรื่องเด่น
-
กรรมฐานของหลวงปู่ดู่ เป็นกรรมฐานที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานโดยตรง
กรรมฐานของหลวงปู่ดู่ เป็นกรรมฐานที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานโดยตรง โดยพลังงานที่เรารับจะมีความสัมพันธ์กับความละเอียดของจิต ยิ่งจิตมีความละเอียดผ่องใส ก็ยิ่งรับกระแสพลังงานได้มาก รู้สึกถึงพลังงานได้ดี มีปฏิกิริยาระหว่างพระเครื่องที่อยู่ในมือกับเราได้มากเป็นพิเศษ พลังงานกับจิตสัมพันธ์กันด้วยคลื่นความถี่ที่ตรงกัน ตามปกติเราถือพระในมือก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่พอเริ่มภาวนาซึ่งก็เท่ากับเริ่มปรับคลื่นความถี่ก็เริ่มรู้สึกถึงกระแสพลังงานในองค์พระได้ตามลำดับ ดังนั้นการภาวนาพุทธังฯ แต่ละคำแต่ละครั้งจึงเป็นแนวทางในการปรับคลื่นความถี่ให้ละเอียดลงนั่นเอง เมื่อภาวนามากเข้าจะย่อมละเอียดมากขึ้นไปเรื่อยๆ และรับกระแสพลังงานได้ดีขึ้นตามไปด้วย เมื่อภาวนาจนชิน จิตจะสามารถรับพลังงานพุทธานุภาพจากกลางอากาศที่เวียนวนอยู่รอบตัวได้โดยตรง ถึงขั้นนี้มีพระ ไม่มีพระในมือ ก็ไม่สำคัญแล้ว
การเรียนรู้กรรมฐานแบบหลวงปู่ดู่ จึงเป็นการเรียนรู้เรื่องพลังงานไปในตัว ที่มีความสัมพันธ์กับคลื่นความถี่ พลังงาน อำนาจพระพุทธานุภาพนั้นมีอยู่เต็มทั่วฟ้ามหาสมุทร แต่เราไม่รู้ เพราะอยู่กันคนละคลื่นความถี่ เมื่อปรับจิตให้ละเอียดลงไป... -
สมถะ และ วิปัสสนา (หลวงพ่ออุตตมะ)
สมถะนั้น จะใช้สติเป็นตัวระลึกเป็นหลัก
มีสัมปชัญญะ ความเพียรเป็นตัวสนับสนุน
วิปัสสนา ใช้ปัญญาพิจารณาเป็นหลัก
ใชัสติกับความเพียรเป็นตัวหนุน
สมถะจึงมุ่งไปที่ความสงบ
วิปัสสนามุ่งไปที่การพินิจพิจารณาเพื่อให้ทันความจริงของสิ่งทั้งหลายว่า ความจริงที่แท้นั้นเป็นอย่างไร
ผลจากการประพฤติปฏิบัติ "สมถะ" จะสงบกิเลสเอาไว้แต่ก็กำเริบได้
"วิปัสสนา" เป็นการตัดรากเหง้าของกิเลส จึงเป็นปัจจัยที่อิงอาศัยกันและกัน
พระธรรมเทศนาโดย พระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ)
จากหนังสือ 84 ปี อุตตมะ หน้า 453
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจากหนังสือ 84 ปี อุตตมะ หน้า 453 -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
"หนทางอันเกษม" (หลวงปูดูลย์ อตุโล)
.
"หนทางอันเกษม"
" .. "การเจริญภาวนา" ให้จิตล่วงกองทุกข์ตามขั้นตอนนั้นเป็น "หนทางอันเกษม" ซึ่งชาวพุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรใส่ใจ "อย่ามัวลังเลอยู่เลยรีบฉวยโอกาสนำเพ็ญกุศลให้แก่ตนโดยเร็วเถิด"
"การภาวนานั้น" คือ "การเจริญจิตให้มีสติสมบูรณ์สามารถรู้เท่าทันเหตุแห่งทุกข์" จะได้ละเหตุนั้นก่อน จึงจะไม่ต้องรับทุกข์นั้น "หากจิตใจที่ไม่เคยฝึกอบรมภาวนาแล้วย่อมไม่มีคุณ เครื่องป้องกันทุกข์ที่จะเกิดขึ้นได้เลย" .. "
"หลวงปู่ฝากไว้"
พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปูดูลย์ อตุโล) -
เราสวดมนต์ กลับทำให้คนใกล้ตัวโกรธ จะทำยังไง ?
เราสวดมนต์ กลับทำให้คนใกล้ตัวโกรธ จะทำยังไง ?
************************
รวมคำสอนหลวงตาม้า -
มัวแต่ไปเที่ยวสอนคนอื่น ... ส่วนตัวเองไม่สอนสักที ( หลวงพ่อเดิม)
“มัวแต่ไปเที่ยวสอนคนอื่น และเอาสตางค์เขาเสียอีกด้วย ส่วนตัวเองไม่สอนสักที ต่อไปนี้ต้องสอนตัวเองเสียที”
เล่ากันมาว่า หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ท่านเคยเทศน์เก่ง ทั้งเทศน์คู่และเทศน์เดี่ยว ฉลาดในการวิสัชนาปัญหาธรรม และเข้าใจแยกแยะให้อรรถาธิบายข้อธรรมให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่าย จนปรากฏว่าในครั้งนั้นมีคนชอบนิมนต์หลวงพ่อไปเทศน์กันเนืองๆ พูดกันจนถึงว่า พอเทศน์ในงานนี้จบ ก็มีคนเข้าไปประเคนพานหมากนิมนต์ไปเทศน์ในงานโน้นอีก ติดต่อกันไป
หลวงพ่อเป็นนักเทศน์อยู่หลายปี แต่แล้วหลวงพ่อก็เลิกเทศน์ เหตุที่เลิกเทศน์นั้น เพราะหลวงพ่อปรารภว่า
“มัวแต่ไปเที่ยวสอนคนอื่น และเอาสตางค์เขาเสียอีกด้วย ส่วนตัวเองไม่สอนสักที ต่อไปนี้ต้องสอนตัวเองเสียที”
ต่อแต่นั้นมาก็เลิกเทศน์เป็นเด็ดขาด แม้จะมีใครมานิมนต์เทศน์อีก หลวงพ่อก็ไม่รับนิมนต์ ถ้าเจ้าของงานต้องการจะได้พระเทศน์จริง ๆ หลวงพ่อก็ระบุให้ไปนิมนต์พระภิกษุรูปอื่นไปเทศน์แทน แต่ถ้าเป็นธรรมสากัจฉา หลวงพ่อก็ชอบฟัง และถ้าปัญหาธรรมที่หยิบยกขึ้นมาวิสัชนากันนั้น แก้ไขกันไม่แจ่มแจ้ง หลวงพ่อก็ช่วยวิสัชนาแยกแยะอรรถาธิบายให้แจ่มแจ้งจนคลายข้อกังขา
เมื่อเลิกเป็นนักเทศน์แล้ว ในพรรษาที่... -
เราเดินทางกันมาไกลพอแล้ว หนทางที่จะทำให้จบกิจได้ คือ มรรค ๘
สิ่งที่อยากจะบอกกล่าวแก่ญาติโยมทั้งหลายในวันนี้ก็คือว่า พวกเราเดินทางมาไกลพอแล้ว คำว่า เดินทางไกลพอแล้ว คือ เราเวียนว่ายตายเกิดมามากพอแล้ว การแหวกว่ายในวัฏสงสารที่หาต้นหาปลายไม่ได้ของเรานั้น ความจริงแล้วเกิดจากการที่เราว่ายวน ถ้าเรารวบรัดตัดตรงก็ขึ้นฝั่งไปได้นานแล้ว เพียงแต่เราไม่รู้ว่าจะตัดทางตรงไปได้อย่างไร
สิ่งที่ท่านทั้งหลายสร้างสมมา ไม่ว่าจะเป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนา จะว่าไปแล้วก็เป็นเสบียงบุญ ช่วยให้การเดินทางในวัฏสงสารของเรานี้ไม่ลำบากจนเกินไป แต่ทำอย่างไรที่จะทำให้เราสามารถก้าวล่วงพ้นจากห้วงวัฏฏะนี้ได้
คำว่า วัฏฏะ คือ วนเวียน หมุนวน ก็เพราะว่าเราวนเวียนหมุนวนอยู่ บางทีพื้นที่เล็ก ๆ เพียงนิดเดียว แต่พอเราไปวนเป็นวงกลมอยู่ ก็กลายเป็นการเดินทางที่ไม่รู้จบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เราทั้งหลายเหมือนอย่างกับบุคคลที่อยู่บนบ้านซึ่งกำลังไฟไหม้ แต่แทนที่จะรีบหลีกหนีไปให้ห่าง เพื่อให้พ้นจากอันตราย เรากลับไปนอนสบายใจอยู่ โดยไม่รู้ว่าไฟกำลังไหม้บ้าน การดำเนินชีวิตของเราทุกวัน ทุกย่างก้าว เราเดินอยู่บนกองไฟ ก็คือไฟแห่งความทุกข์ที่เกิดจาก ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ... -
ข่าวชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน (พระอาจารย์เล็ก) เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕
ชุมชนคุณธรรมออนไลน์ Palungjit.org
เครือข่ายชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
ขอรวบรวมข่าวกิจกรรมการดำเนินงานของ
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. (พระอาจารย์เล็ก)
เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
เพื่อให้ทุกท่านได้โมทนาบุญในการทำงานของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
และเพื่อให้ทุกท่านได้ศึกษารูปแบบการดำเนินงานของพระอาจารย์
ซึ่งท่านเป็นต้นแบบการทำงานของ ชุมชนคุณธรรมออนไลน์ Palungjit.org
ข่าวการดำเนินงาน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ -
"บ่อแห่งความสุข" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
.
"บ่อแห่งความสุข"
" .. คำว่า "พุทโธ" ก็ดี "อานาปานสติ" ก็ดี ก็เปรียบเหมือนกับเหยื่อล่อปลานั่นเอง "ถ้ามีแต่เบ็ดปลาก็ไม่กิน" ต้องเอาเหยื่อมาล่อเพื่อให้ปลากินเบ็ด "ถ้ามีแต่จิตเฉย ๆ ก็หาที่ยึดไม่ได้" ต้องอาศัยอานาปานสติคือลมหายใจเข้าออกเป็นอารมณ์ของใจ หรือ "ต้องอาศัยคำบริกรรม มีพุทโธเป็นต้น ให้เป็นที่ยึดของใจ"
พอจิตรวมตัวเข้าไปเป็นอันเดียว มีความทรงตัวหรือมีความเป็นตัวของตัวโดยเอกเทศแล้ว "คำบริกรรมอันนั้นก็หมดปัญหาไปเอง" เช่นลมหายใจก็หมดปัญหาไป คำว่า "พุทโธ ธัมโม หรือสังโฆ อะไรก็ตามซึ่งเป็นคำบริกรรม มากน้อยก็หมดปัญหาไป" เหลือแต่ความรู้ล้วน ๆ
เราจะว่า "พุทโธ" คำว่า "พุทโธกับจิตก็เป็นอันเดียวกันเสีย" คำว่า ธัมโม "ธรรมกับจิตก็เป็นอันเดียวกันเสีย" สังโฆ "สังฆะกับจิตก็เป็นอันเดียวกันเสีย" รู้เด่นดวงก็ปล่อย เวลานั้นปล่อยหมด เหลือแต่ความรู้ล้วน ๆ เด่น "นั่นละคือบ่อแห่งความสุข" .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
https://luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3055&CatID=2 -
ข้อคิดเรียกสติ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านได้กล่าวถึงวิธีการเรียกสติไว้อย่างเข้าใจง่ายๆ ว่า จิต กับ สติ
จิตเป็นแต่เพียงความรู้สึก รู้นึก รู้คิด รู้ร้อน รู้เย็น เท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก อาตมาขอถามดูซิว่า คนวิกลจริตเราเรียกว่าคนไม่มีสติใช่ไหม แล้วเขามีจิตหรือเปล่า เขายังมีจิต พอจิตเขาไม่มีสติ เขาก็กลายเป็นคนวิกลจริต สติถ้าจะว่าโดยส่วนรวมแล้ว ถ้าจิตไม่มี อะไรก็ไม่มี ธรรมก็ไม่มี สติก็ไม่มี ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาก็ไม่มี ถ้าไม่มีจิต
โดยธรรมชาติของคนเราจะต้องมีส่วนประกอบ 2 อย่าง คือ กาย จิต ทีนี้เมื่อมีจิตเพียงหนึ่ง ไม่มีกายเป็นส่วนประกอบ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จแต่เมื่อมาก่อร่างเป็นตัว เป็นตน เป็นรูป เป็นร่างขึ้น มีตา หู จมูก ลิ้นกาย ใจ แล้วจิตอันนี้ก็อาศัยประสาท คือ ประสาทตา หู จมูก ลิ้นกาย และหัวใจ ซึ่งเรียกว่ามันสมอง เป็นสื่อสัมพันธ์ ความรู้สึกนึกคิด ซึ่งแสดงอาการออกมาด้วยการคิดดีและคิดชั่ว... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๕ -
จะกระทำสิ่งใดให้มีพระพุทธเจ้านำหน้าไว้เสมอจึงจะดี
เมื่อวานนี้กระผม/อาตมภาพได้รับนิมนต์จากนาวาอากาศเอกพรประเสริฐ ผ่านภพ ผู้บังคับการกองบิน ๕ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ไปร่วมพิธีมังคลาภิเษกวัตถุมงคลพญาครุฑ รุ่น ๑๐๐ ปีแห่งการสถาปนากองบิน ๕ ที่ห้องดุสิตา อาคารอากาศคำรณ กองบิน ๕ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการประสานงานของนาวาอากาศโททวีศักดิ์ ดวงดี หรือที่เรียกกันแบบคุ้นเคยว่า "กัปตันโน้ต" นักบินประจำกองบิน ๕
เมื่อไปถึง ปรากฏว่าบุคคลที่อยู่ในบริเวณนั้น ส่วนใหญ่ก็รู้จักมักคุ้นกันทั้งสิ้น อย่างเช่นท่านพระครูสมุห์คำนวณ ปริสุทฺโธ วัดแก้วเจริญ หรือที่บรรดาลูกศิษย์เรียกกันว่า หลวงพ่อนวณ
ท่านพระครูโสภณภัทรเวทย์ (อิทธิพล ปธานิโก) วัดสายไหม หรือที่คนคุ้นเคยเรียกกันว่า พระอาจารย์อ๊อด
หลวงพ่อสมนึก ท่านพระครูพิทักษ์อินทมุนี วัดหรงบน ซึ่งรายนี้ต้องบอกว่ารู้จักคบหากันมาเกิน ๓๐ ปีแล้ว
อีกท่านหนึ่งก็คือพ่อท่านประสูติ วัดในเตา หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า วัดพุทธโกสีย์ สมณศักดิ์ของท่านก็คือ พระครูรัตนสิกขการ
เนื่องจากว่าเป็นบุคคลที่ร่วมยุคสมัยเดียวกัน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าอายุกาลพรรษาใกล้เคียงกันหมด เมื่อเวลาออกงานแต่ละครั้ง... -
"บุญและบาปใจถึงก่อน" (หลวงปู่ฝั้้น อาจาโร)
.
"บุญและบาปใจถึงก่อน"
" .. กรรมมันไม่ได้เกิดที่อื่น เวลานี้กายเราไม่ได้ทำอะไร วาจาเราก็ไม่ได้ทำ เหลือแต่ "มโนกรรม" ความน้อมนึก "มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโนมยา" บุญและบาปไม่ว่าใด ๆ ใจถึงก่อน ให้พากันพินิจพิจารณาให้เห็นแจ่มแจ้งลงไป แน่นอนลงไป "บุญและบาปใจมันถึงก่อน"
"มโน" คือความน้อมนึก ธรรมะคือความคิด "ปุพพะ" คือในเบื้องต้น "นี่แหละต้นบุญ ต้นกุศลทั้งหลาย คือใจเรานี้เอง" บุญและบาปเกิดจากนี้ไม่ได้เกิดจากอื่นไกล พิจารณาให้แน่นทนลงไปเดี๋ยวนี้แหละ .. "
"การฟังและการปฏิบัติ" (หลวงปู่ฝั้้น อาจาโร)
ม.ร.ว. ส่งศรี เกตุสิงห์ ถอดจากแถบบันทึกเสียง -
พระที่ข้าให้คือบารมีรวมของพระและโพธิสัตว์ทุกองค์ ( หลวงปู่ดู่)
พระที่ข้าให้คือบารมีรวมของพระและโพธิสัตว์ทุกองค์
รวมคำสอนหลวงตาม้า -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๕ -
"ภาวนาพุทโธนั้นสำคัญมาก" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"ภาวนาพุทโธนั้นสำคัญมาก"
" .. ความรู้จัก "ภาวนาพุทโธนั้นสำคัญมาก มีคุณมีประโยชน์มาก" สามารถนำมาช่วยใจได้เมื่อเศร้าหมอง ด้วยความทุกข์ของตนเองก็ตาม ด้วยความทุกข์ของผู้อื่นก็ตาม ก่อนที่จะสามารถใช้ปัญญาหาเหตุผลมา "ทำใจให้สงบแช่มชื้นพ้นจากความทุกข์ความเศร้าหมองได้"
ให้หยุดความรู้สึกอันไม่เป็นที่ปรารถนานั้นด้วยคำพุทโธ "ภาวนาคำพุทโธนี้แหละให้มาก" ให้ติดต่อกันจนไม่มีช่องว่างสำหรับความคิดอื่น "ความทุกข์ความเศร้าหมองจะสงบลงได้" ไม่อาจเอาชนะพุทโธได้ นี้เป็นจริง .. "
"แสงส่องใจ ๓ ตุลาคม ๒๕๓๓"
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร -
พระธาตุเกิดจากอะไร? มีที่เกิดได้ช้าและเกิดได้เร็ว (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"... ปุถุชนคนธรรมดาตายแล้วกระดูกเป็นกระดูกตลอดไปเลย จากนั้นกลายเป็นดินไปเลย... จิตปุถุชนเราจิตเศร้าหมอง ร่างกายก็เป็นธรรมดาไปเสียเศร้าหมองตามเดิม...
ส่วนอัฐิของพระอรหันต์นี้ พอท่านตายแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุเพราะอะไร? เพราะจิตของท่านครอบอยู่ในร่างกาย พอจิตบริสุทธิ์แล้วเท่านั้น จิตดวงที่บริสุทธิ์นี้จะฟอกธาตุขันธ์ไปโดยหลักธรรมชาติ ไม่มีใครบังคับบัญชา ความบริสุทธิ์ของจิตนี้เป็นความสะอาดสุดยอดแล้วมันจะซักฟอกร่างกายซึ่งเป็นของหยาบๆ ให้กลายเป็นร่างกายหรือว่าธาตุขันธ์อันละเอียดลงไปๆ จนกลายเป็นพระธาตุได้ คือจิตที่บริสุทธิ์นั่นละซักฟอกธาตุขันธ์...
จะกลายเป็นพระธาตุเร็ว ต่างกันอย่างนี้ คือ เป็นแต่ช้าหรือเร็ว เนื่องจากจิตดวงที่บริสุทธิ์แล้วครองขันธ์อยู่ นานหรือไม่นาน? ถ้านานก็เป็นพระธาตุได้เร็ว ถ้าไม่นานพอบริสุทธิ์ได้ไม่นานนิพพานไปเสียนี้ อัฐินี้จะกลายเป็นพระธาตุช้าไปหน่อย พากันเข้าใจ นี้คือหลักความจริง..."
โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๐
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจากการคัดลอกเนื้อหาบางส่วนจากพระธรรมเทศนา... -
"สัมมาสติ คือรู้ผิดรู้ถูก" (หลวงปู่ชา สุภทฺโท)
.
"สัมมาสติ คือรู้ผิดรู้ถูก"
" .. กลุ่มที่ทำกรรมฐานนี้บางกลุ่มก็เห็นว่า "ศีลไม่ต้องปฏิบัติก็ได้ สมาธิไม่ต้องปฏิบัติก็ได้" ยืนเดินนั่งนอนอยู่เฉย ๆ ทำให้มีสติอยู่แล้วก็พอเท่านั้น นั่นก็ดีเหมือนกัน "แต่ไม่ดีแบบของพระพุทธเจ้า" เช่น "แมวมันก็มีสติเหมือนกัน แพะแกะมันก็มีสติเหมือนกัน" แต่ว่า "เป็นมิจฉาสติไม่เป็นสัมมาสติ"
เราจะไปถือเอาเช่นนั้นไม่ได้ ได้อยู่แต่ว่ามันไม่ถูกทางพระพุทธศาสนา พุทธศาสนานี้ถือว่า "ให้มีสติอยู่รู้อยู่ ก็คือให้รู้ความผิดและความถูกนั่นเอง" เมื่อรู้จักความถูกและความผิดแล้วก็ให้ลงมือปฏิบัติ "คือละความชั่วทั้งหลายนั้น ประพฤติความดีทั้งหลายให้เกิดขึ้น" เท่านั้น .. "
"สุภัททานุสรณ์์"
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) -
ผู้ที่บรรลุธรรมจริงๆ...
ผู้บรรลุธรรม เขาไม่ได้มาบอกแบบทางโลก ผมได้สำเร็จขั้นนั้นแล้ว สำเร็จขั้นนี้แล้ว ผมเป็นโสเดา โสดาแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นของปลอมทั้งนั้น คนที่เขาหลุดพ้นจริงๆ บรรลุธรรมจริงๆ เขาไม่มีความอยากให้ใครรู้หรอก เขาไม่บอกใครหรอก เขาจะเก็บตัวเงียบ
อย่างหลวงปู่ลี (หลวงปู่ลี กุสลธโร) ท่านไม่เคยบอกว่าท่านบรรลุธรรม ก็เพราะมีครูบาอาจารย์ท่านมาบอกใว้ ไม่มีใครรู้เพราะท่านไม่พูดกับใคร ท่านไม่บอกใคร ถ้ามีความอิ่มทางความสุขความพอแล้ว ไม่เห็นต้องอยากไปบอกใคร คนที่อยาก แสดงว่ายังไม่พอ ยังอยากให้คนรู้ ยังอยากให้คนยกย่องสรรเสริญ ก็เลยไปบอก คนที่รู้จริงๆคนที่บรรลุธรรมจริงๆ เขาจะไม่บอก
พระพุทธเจ้า ตอนต้นท่านก็ไม่อยากจะบอกใคร ท่านไม่อยากจะสอน สอนไปคนนึงก็ปฏิบัติตามไม่ได้ แต่หลังจากที่ได้แยกแยะ จิต ของคน ก็มีสี่ประเภท เหมือนบัวสี่เหล่า พวกที่ฉลาดพร้อมรับคำสอนได้ก็มี ท่านก็เลยมุ่งไปหาผู้ที่ฉลาดก่อน คือ ปัญจวัคคีย์ ระหว่างทางก็ไปเจอพราหมณ์คนหนึ่ง พราหมณ์ถามไปไหน ท่านเป็นใคร พระพุทธเจ้าบอกเราเป็นพระพุทธเจ้า พราหมณ์ เอ้อดี เขาก็ไม่เชื่อ ไปบอกเขา เขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี เขาก็ไม่รู้พระพุทธเจ้าเป็นอะไร... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๕ -
อานาปานสติสูตร | การเจริญอานาปานสติที่มีผลมาก
อานาปานสติสูตร | การเจริญอานาปานสติที่มีผลมาก
อ้างอิง พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๔ ข้อที่ [๒๘๒] - [๒๙๑] https://84000.org/tipitaka/attha/v.ph...
11. อานาปานสติสูตร | ธรรมปฏิบัติ ชุดที่ ๓ | ตอนที่ 11/20 ดาวน์โหลดได้ที่ www.uttayarndham.org หรือ www.soundcloud.com/uttayarndham
มูลนิธิอุทยานธรรม Uttayarndham Foundation -
วีดีโอ ฝึกเข้าฌานเวลาตื่นนอนตอนเช้า : หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
ฝึกเข้าฌานเวลาตื่นนอนตอนเช้า : หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ -
"ความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง" (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท)
.
"ความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง"
จากสมุดบันทึกประวัติพระอาจารย์เจี๊ยะ ..
" .. ท่านจึงเดินทางกลับมาที่วัดอโศการาม เพราะพวกพระที่อาสาติดตามไปอยู่ที่วัดเขาแก้วในตอนแรกก็กลับมาที่วัดอโศการามกันก่อนแล้ว ท่านจึงไม่ห่วงกังวลอะไรที่วัดเขาแก้ว "ท่านจึงอยู่เจริญภาวนาวิหารธรรม อบรมสั่ง สอนภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกาผู้ใส่ใจในธรรมที่วัดอโศการามนี้" ให้เขาประจักษ์ ใจในพระธรรมว่า
"เราทุกคนที่เกิดมา ถูกความเกิดแก่ เจ็บ ตาย ความโศก ความเศร้า ความ ทุกข์กาย ทุกข์ใจครอบงำ" ให้ทราบว่า เราทุกคนตกอยู่ในกองทุกข์ มีทุกข์ปรากฏอยู่ในเบื้องหน้าเป็นสด ๆ เหมือนกำลังเดินฝ่าดงหนาม ให้พากันพิจารณาขึ้นมาใน่ใจว่า "ทำอย่างไร เราจึงจะกำจัดดงหนาม คือทุกข์เหล่านี้ให้สูญสิ้นไปได้"
เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว จงพากันบริกรรมภาวนา "พุทโธ ๆๆๆๆ ให้เร็ว ๆๆ จนจิตนี้ มีหลักคือความสงบเป็นพื้นฐาน" แล้วมาพิจารณาขันธ์ห้าด้วยปัญญาอันยิ่งเอง "เพราะถ้าผู้ภาวนามัวเข้าแต่สมาธิอย่างเดียว จิตจะติดอยู่ในสมาธิ" จะเห็นแต่ความหัศจรรย์ทางด้านสมาธิอย่างเดียว
ส่วนความมหัศจรรย์ทางด้านปัญญาจะไม่เห็น "ความมหัศจรรย์ทางด้านปัญญา... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๕ -
คนเรียนเก่งความจำดี เรียกว่ามี "สัญญา" ดี ไม่เรียกว่ามี "ปัญญา" ดี
คนเรียนเก่งความจำดี เรียกว่ามี "สัญญา" ดี
ไม่เรียกว่ามี "ปัญญา" ดี
โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
จากหนังสือ "สู่แสงธรรม" โดย พล.อ.ต.มนูญ ชมภูทีป
ในวันหนึ่งข้าพเจ้าจึงได้หาโอกาสถามหลวงพ่อว่า "หลวงพ่อครับ การที่ผมดูหนังสือเรียนเที่ยวเดียว แล้วจำได้โดยไม่ต้องท่องแล้วท่องเล่าเหมือนคนอื่นเขา จะเรียกว่าผมมีปัญญาดีไหมครับ?"
"ไม่ใช่ปัญญาดีหรอก เขาเรียกว่าความจำดีต่างหากเล่า" หลวงพ่อตอบเรื่อย ๆ
"แล้วคนเรียนเก่ง ๆ ที่เขาไปทำปริญญาโท ปริญญาเอก ได้เล่าครับ จะยกย่องว่าเขามีปัญญาดีไหมครับ?" ข้าพเจ้าถามต่ออย่างไม่ลดละ
"ไม่ใช่ปัญญาดีอีกนั่นแหละ แต่เขามีความจำดีอย่างคุณนี่แหละ" หลวงพ่อตอบยิ้ม ๆ
"อ้าว! หลวงพ่อ ความจำดีก็ต้องมีปัญญาดี ไม่ใช่เหรอครับ" ข้าพเจ้ารีบถาม
"ความจำดีก็เพราะสมองดี สมองดีก็คือเครื่องบันทึกความจำดี เหมือนเช่นเครื่องบรรทึกเสียง หรือเครื่องบันทึกความจำของคอมพิวเตอร์ดีนั่นแหละ บันทึกไว้ หากต้องการใช้เมื่อไร ก็นึกย้อนเอา รีไวนด์เอาหรือกดเอาข้อมูลต่าง ๆ ที่บันทึกไว้ ก็จะออกมานั่นเอง เขาไม่เรียกว่าปัญญาดีนะ เขาเรียกว่าสัญญาดีต่างหากเล่าคุณ" หลวงพ่ออธิบาย
"เอ!... -
สงสัยในพระสงฆ์ที่ท่านปฏิบัติไม่ค่อยดี อย่างนี้จะเป็นวิจิกิจฉาหรือเปล่าคะ?
สงสัยในพระสงฆ์ที่ท่านปฏิบัติไม่ค่อยดี
อย่างนี้จะเป็นวิจิกิจฉาหรือเปล่าคะ?
หลวงพ่อพระราชพรหมยานตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม : "คำว่า วิจิกิจฉา คือ ความสงสัย ที่หลวงพ่อบอกว่า
ไม่มีความสงสัยในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่ถ้าเรา
สงสัยในพระสงฆ์ที่ท่านปฏิบัติไม่ค่อยดี อย่างนี้จะเป็น
วิจิกิจฉาหรือเปล่าคะ...?"
หลวงพ่อ : "ท่านเลว เราก็ไม่สงสัย เพราะเรารู้ว่าท่านเลว
ท่านดี เราก็ไม่สงสัย เพราะเรารู้ว่าท่านดี แต่ถ้าพระสงฆ์
ก็ต้องเป็นสุปฏิปันโน คือเป็นพระที่มีความเคารพใน
พระธรรมวินัย มีศีล มีสมาธิ มีปัญญาพร้อม จึงเรียกว่า
สมบูรณ์แบบของพระสงฆ์นะ
ถ้ายังขาดศีล สมาธิ ปัญญา หรือศีลบกพร่อง สมาธิไม่เอาถ่าน
ปัญญาไม่เอาไหน อย่างนี้เขาไม่เรียกพระสงฆ์หรอก เขาเรียกว่าเถน เถน แปลว่า ขโมย คือ ขโมยเพศพระมาครอง
ที่ว่าสงสัยว่าไม่ใช่พระ นี่ถูก เพราะแกขโมย คือ พระจริงๆ
ที่เข้ามาบวช ต้องปฏิบัติในเหตุ ๓ ประการให้ได้ จะได้
แค่ไหนไม่เป็นไร จะไม่บรรลุอะไรเลยก็ใช้ได้ แต่ขอให้ทำ"
ผู้ถาม : "พระส่วนมากสมัยนี้ทั่วประเทศไทย ก็ไม่ค่อยมีอย่างนี้"
หลวงพ่อ : "อันนี้จะบอกว่าไม่มีก็ไม่ได้ เวลานี้มีเยอะ
แต่ว่าโยมอาจจะดูผิดไปก็ได้... -
หลวงปู่ไดโนเสาร์ ร้อนในโลกยังพอทน แต่ร้อน ในนรกมันร้อยเท่าพันทวี อย่าพากันไปตกนรกเด้อ
หลวงปู่ไดโนเสาร์
ร้อนในโลกยังพอทน แต่ร้อน
ในนรกมันร้อยเท่าพันทวี
อย่าพากันไปตกนรกเด้อ
หลวงปู่มีปกติไม่ใส่รองเท้าไปไหนมาไหน
ท่านก็จะเดินเท้าเปล่า ท่านว่า รองเท้าที่
ธรรมชาติให้มาและดีที่สุดคือ "หนังตีน"
พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ใส่รองเท้า เดินเทศน์
เดินโปรดโลก ๔๕ ปี ท่านก็ไม่ใส่รองเท้า
เราจะเห็นน้อยครั้งที่หลวงปู่ท่านเมตตาโยม
ที่เอารองเท้าที่โยมมาถวายมาใส่ แต่ไม่นาน
ท่านก็ถอด ท่านว่า "ใส่ให้เขาได้บุญ"
เมื่อ เมษายน ปีพ.ศ.๒๕๕๕ หลวงปู่ได้รับ
อาราธนาให้ไปพักที่กรมยุทธการทหารเรือ
สัตหีบ ท่านจึงแวะไปเยี่ยมลูกศิษย์ที่ตำบล
หนองปลาไหล พัทธยาก่อน โยมจึงนิมนต์
ให้ท่านเดินแผ่เมตตาทั่วบริเวณรีสอร์ทของเขา
ท่านจึงเมตตาเดินเท้าเปล่าทั่วรีสอร์ท
ด้วยแผ่นปูนปูพื้นที่ร้อน ครูบาอุปฐากกลัวเท้า
ท่านจะพองจึงหารองเท้ามาถวาย
ครูบาอุปฐาก: ขอโอกาสองค์พ่อแม่ นิมนต์
สวมรองเท้าครับผม ปูนมันร้อน
หลวงปู่: ไม่ร้อนดอก ทนได้อยู่
ครูบาอุปฐาก: มันร้อนนะครับผม เท้าจะพอง
พวกผมขนาดสวมรองเท้ายังร้อนเลย
หลวงปู่: ครูบาเอ้ย ผมไม่ร้อนดอก ในนรก
มันร้อนกว่านี้ ร้อนในโลกยังพอทนได้
ร้อนในนรกมันร้อยเท่าพันทวี อย่าพากัน
ไปตกนรกเด้อ... -
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก พยากรณ์อนาคตของหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
พยากรณ์อนาคตของหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
ท่านสาธุชนพุทธบริษัท วันนี้ก็เป็น วันที่ 24 ธันวาคม 2533
ก็เป็นอันว่า หลังจากนั้นมา หลวงพ่อจงก็พยากรณ์ ท่านก็
บอกว่า กสิณทั้ง 10 ประการนี่เธอใช้ได้หมด โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง ตัวเธอเอง (หมายถึงอาตมา) คล่องในกรรมฐาน
40 แล้ว ก็มหาสติปัฏฐานสูตร แต่การคล่องประเภทนี้
มันใช้ไม่ได้ ก็กราบเรียนถามท่านว่า ทำไมขอรับ ท่านก็เลย
บอกว่าเธอคล่องเฉพาะการจำ และก็มีความคิดเหมือนกัน
แต่ว่าคิดน้อยเกินไป คำว่า คิดน้อย ก็หมายความว่า
คิดมาก แต่มันถูกน้อย ต้องคิดให้น้อย ๆ แต่ถูกมาก
ก็เลยกราบเรียนถามท่านว่า จะคิดอย่างไร จึงจะคิดน้อย
แล้วก็ถูกมาก
ท่านบอกว่า อันดับแรกที่จะทำอะไรทั้งหมดให้คิดถึง
อริยสัจเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุกขสัจ สำหรับ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราเชื่อกันแล้ว เป็นของ
สำคัญอย่างยิ่งก็จริงแล แต่ทว่าเราคิดกันทุกวันแล้ว
อย่าลืมว่า พระพุทธเจ้าทรงสอน ไม่ว่าสอนใครทั้งหมด
เมื่อขั้นสุดท้ายท่านก็ลงอริยสัจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ถ้าสอนชาดก หรือพระสูตรก็ใช้อริยสัจทุกอย่าง
ใช้อริยสัจหมด แต่ว่าลีลาการสอนขององค์สมเด็จ... -
ต้นทุนพอแล้ว สำคัญที่ว่าทำจริงหรือเปล่า
ต้นทุนพอแล้ว สำคัญที่ว่าทำจริงหรือเปล่า
ถาม : ขออธิษฐานว่า ชาติใดได้เกิดมาเจอพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์รูปใดรูปหนึ่ง ก็ขอให้ข้าพเจ้าได้ฝึกกรรมฐานอย่างจริงจังด้วยค่ะ ?
ตอบ : ทำไมต้องรอนานขนาดนั้นด้วย ?
ถาม : เพราะกลัวว่าจิตเราตอนนี้ยังไม่พร้อม ?
ตอบ : จำไว้ว่าคนทุกคนที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ได้ฟังธรรมแล้วเลื่อมใสอยากที่จะปฏิบัติตาม มีต้นทุนพอแล้วทั้งนั้น สำคัญตรงที่ว่า ทำจริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง
แปลว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะไปพระนิพพาน เพียงแต่คุณจะใช้สิทธิ์นั้นไหม ? ถ้าไม่ใช้ก็ดีใจด้วย คงจะได้ท่องเที่ยวไปอีกนาน..!
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๔ ณ บ้านวิริยบารมี
หน้า 109 ของ 440