คลังเรื่องเด่น
-
"ความคิดกับความจริง" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"ความคิดกับความจริง"
" .. ความคิดเอาเองกับความเห็นจริงเพราะมีสติพิจารณาด้วยปัญญาไม่เหมือนกัน "ความคิดเอาเองแม้บางทีอาจจะถูกต้องได้" แต่ก็เป็นการบังเอิญ "แต่ความเห็นจริงเพราะมีสติพิจารณาด้วยปัญญาจะถูกต้องเสมอ" ไม่เป็นการบังเอิญ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน "ให้ใช้สติ ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นความจริงทุกอย่าง ไม่ได้ทางสอนให้คิดเอาเอง" พุทธศาสนิกผู้เคารพในพระพุทธองค์ จึงควรต้องเคารพปฏิบัติตามที่ทรงสอนนี้ด้วย .. "
"สิ่งที่มีค่ากว่าเงินทอง"
พระนิพนธ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร -
ดุจพระแม่ธรณี...
“คนเรานั้นหากทำใจให้หนักแน่นได้ประดุจพระแม่ธรณีแล้ว ดีวิเศษกว่าผู้อื่นแน่
การที่มีผู้หนึ่งผู้ใดมากล่าวใส่ร้ายป้ายสี มาด่าก็ดี เราทำจิตนี้ได้แล้ว คือไม่ยินดียินร้ายกับคำด่า
คำว่าของคน ไม่ปรุงจิตใจในคำด่าของผู้อื่น ว่าเจ็บ ว่าแสบ ว่าปวดมากเหลือเกินแทบทนไม่ไหวแล้ว ก็ชื่อว่าเราชนะใจเราเอง แล้วก็ชนะใจผู้อื่นด้วย เพราะเราถือว่า เรามิได้เป็นไปตามที่เขากล่าว
เมื่อผ่านหูซ้ายก็ให้ทะลุหูขวาไปโดยไม่ต้องโต้ตอบเถียงตอบ นิ่งได้ดุจแม่ธรณี ในไม่ช้าเขาผู้นั้นย่อมแพ้ภัยไปเอง”
หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
สุสานทุ่งมน จ.สุรินทร์
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook Nippaan.org -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๕ -
พุทธวิธีเจริญอนิจจสัญญา | สัญญาสูตร
#อนิจจสัญญา #ขันธ์ห้า #เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป
พุทธวิธีปฏิบัติธรรม พุทธวิธีเจริญอนิจจสัญญา สัญญาสูตร
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ ข้อ ๒๖๓-๒๗๓
ข้อแนะนำในการปฏิบัติ ก่อนจะฟัง
พึงเข้าสมาธิสักครู่หนึ่ง เมื่อได้สมาธิดีแล้ว ฟังพุทโธวาท และน้อมธรรมมาสู่ใจ
น้อมใจปฏิบัติตามพุทโธวาทตรง ๆ ให้เข้าใจแจ้ง และได้สภาวะจิตดีจริง
เมื่อได้สภาวะดีใด ให้รักษาสภาวะนั้นออกมาสู่ชีวิตจริง
-----------------------------------
ณ พระนครสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนิจจสัญญาอันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำกามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำรูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสรทสมัย ชาวนาเมื่อไถนาด้วยไถคันใหญ่ ย่อมไถทำลายความสืบต่อแห่งราก (หญ้า) ทุกชนิด แม้ฉันใด อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำ กามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำ รูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล... -
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เข้ารับรางวัลพชรจักร จากหม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์
วันอาทิตย์ที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๑.๓๐ น.
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ เข้ารับรางวัลพชรจักรจากหม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์ ณ โรงละครคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ถนนอู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
"รางวัลพชรจักร" เชิดชูเกียรติบุคคลผู้อุทิศตนเพื่อสังคมและบุคคลผู้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ภายใต้โครงการ “อนุรักษ์ สืบสานศิลปะวัฒนธรรม ในศตวรรษที่ ๒๑” เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๕
#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน #watthakhanun #ig: wat.thakhanun
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็ก -
พระพุทธศาสนานั้นเป็นศาสนาของเหตุและผล
หลักธรรมในพระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ผู้ใดกระทำก็เป็นคุณแก่ตัว ผู้ใดทำตามก็ย่อมได้รับประโยชน์เฉพาะตน เป็นสิ่งที่ต้องขวนขวายกระทำด้วยตัวเอง จะให้ผู้อื่นกระทำแทนไม่ได้ โดยเฉพาะครูบาอาจาย์ไม่ใช่ผู้วิเศษ ที่จะมาเสกหรือว่าดลบันดาลให้เราเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ให้เราได้อย่างนั้น ได้อย่างนี้
พระพุทธศาสนานั้นเป็นศาสนาของเหตุและผล ถ้าหากว่าเราสร้างเหตุได้เพียงพอ ผลนั้นก็เกิด ถ้ายังสร้างเหตุไม่เพียงพอ ก็ต้องเพียรพยายามสร้างต่อไป จนกว่าเหตุนั้นเพียงพอ ผลดีก็จะเกิดแก่เราเอง เป็นต้น
สาวกขององค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเป็นบุคคลที่ไม่ควรประกอบไปด้วยอคติทั้ง ๔ ต้องเป็นบุคคลที่หูหนัก อย่าเชื่อใครง่าย ๆ โดยเฉพาะในปัจจุบัน "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" ต่าง ๆ พยายามที่จะหลอกลวงพวกเราอยู่ตลอดเวลา ถ้าหูเบา เชื่อง่าย ก็จะโดนหลอกลวงได้ง่าย
ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเป็นบุคคลที่ขยัน พากเพียรพยายามกระทำในสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง เพราะว่าเป็นเรื่องที่คนอื่นทำแทนไม่ได้ ต่อให้เป็นแฟนก็ทำแทนไม่ได้ ต้องกระทำด้วยตนเอง ก็คือปฏิบัติในไตรสิกขา รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา... -
"รักษาศีล คือรักษาน้ำใจกัน" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
.
"รักษาศีล คือรักษาน้ำใจกัน"
" .. "ศีลนี้เป็นเครื่องปกครองตนและปกครองจิตใจซึ่งกันและกัน" ไม่ให้เกิดความร้าวรานขึ้นมา "ไม่ให้เกิดความบอบช้ำ ไม่ให้เกิดความช้ำใจ ไม่ให้เกิดความอาฆาตบาดหมางซึ่งกันและกัน"
เพราะเหตุแห่งศีลข้อนี้ เป็นตัวทำให้กำเริบแห่งจิตใจสัตว์และบุคคลทั้งหลาย "อทินนาฯ" การฉก "การลักไม่ใช่ของดี เป็นลัทธิของสัตว์ ไม่ใช่ลัทธิของมนุษย์ผู้รู้บุญูรู้บาป" เราพยายามรักษาสมบัติของเราฉันใด เรารักสมบัติของเราฉันใด พยายามรักษาฉันใด เขาก็รักของเขา รักษาของเขาฉันนั้น สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าเท่ากัน
"นี่ก็คือการรักษาน้ำใจกัน" เมื่อต่างคนต่างรักษาของตน ต่างเห็นว่าของท่านของเรามีคุณภาพ มีคุณสมบัติเสมอกัน ต่างรักต่างสงวนด้วยกันแล้ว ไม่แตะต้องทำลายของกันและกัน โลกก็เป็นสุข โลกก็เย็น .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
https://luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2841&CatID=2 -
โยมจงเชื่อในบุญ...
โยมจงเชื่อในบุญ
เพราะถ้าโยมไม่มีบุญ
โยมจะไม่มีลมหายใจ ..
ถ้าบุญโยมไม่ดีจริง
กายสังขารโยม
จะไม่ครบองค์ ๓๒ ..
ถ้าบุญโยมไม่ดีจริง
หากโยมเกิดเภทภัยอะไร
บุญก็รักษาไม่ได้ ..
คนที่แคล้วคลาด ปลอดภัย
เขาเรียกว่ามี "บุญฤทธิ์"
คำว่า "บุญฤทธิ์" หมายถึง
บุคคลนั้นทำบุญไม่ธรรมดา
เรียกว่ามนุษย์ผู้นั้น
เคยเจริญฌาน ภาวนา
รักษาศีลมาแล้ว เพราะมัน
เกิด "ฤทธิ์ทางใจ"..
มนุษย์ผู้ใดเจริญ
"อิทธิบาท ๔" อยู่เป็นนิตย์
นั่นแหละจ้ะ
ไม่ว่าจะเกิดเวรภัยอะไร
"บุญฤทธิ์" มันจะช่วยได้ ..
และถ้ามนุษย์ผู้ใดเจริญ
ทาน ศีล ภาวนา
เจริญอิทธิบาท ๔
ถ้าปรารถนาในทางการใด
ไปในทางที่ชอบแล้วไซร้
ย่อมไม่เกินวิสัยของมนุษย์
ผู้นั้น..
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook =AZVUpv6uBSr3dKtzMUqHfCfavmuLifUSb1IBm9WweP1FzzKK6Op_J6Cl1lFmPc9qIt85WRpvaSjNAigjWyTbUKRfLMSLJSu6ZxhKAXkJ-GXihVYWagWBhE3u_r8Jhd6s26EMX0Ai-juQhJGtQt4QhL5u5J_rLZUpJcT4rrAJCUnlwFF3y5RUzITaoQDOX127XgM&__tn__=%2CO%2CP-R']ธ. ธรรมรักษ์ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๕ -
วิญญาณได้อะไรจากการมาร่วมสวดมนต์ กรรมฐานที่รวมกันหลายอย่าง
วิญญาณได้อะไรจากการมาร่วมสวดมนต์ กรรมฐานที่รวมกันหลายอย่าง -
เลิกประมาท จึงอาจได้เป็นพุทธะ
#ประมาท #ไม่เป็นไร #ช่างมัน
พุทธภาวะ โดย ไชย ณ พล
ภาค ๒ - ชัยชนะในสนามรบ
- เลิกประมาท จึงอาจได้เป็นพุทธะ
-----------
อ่านโดย นันทนา พงษ์ปฐม
ขอขอบคุณ ดนตรีประกอบ "Calm” Peder B. Helland YouTube : @Soothing Relaxation @MusicLoverOriginals
website : https://soothingrelaxation.com
----------
มูลนิธิอุทยานธรรม www.uttayarndham.org
สรรพสัจจะ https://line.me/R/ti/p/@340srzek -
"โลกนี้มันก็มันก็แค่นั้นแหละ" (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
.
"โลกนี้มันก็มันก็แค่นั้นแหละ"
.. บางครั้งที่หลวงปู่สังเกตเห็นว่า "ผู้มาปฏิบัติยังลังเลใจ เสียดายในความสนุกเพลิดเพลินแบบโลกล้วน" จนไม่อยากละมาปฏิบัติธรรม ฯ
ท่านแนะนำชวนคิดให้เห็นชัดว่า ..
" .. ขอให้ท่านทั้งหลายจงสำรวจดูความสุขว่า "ตรงไหนที่ตนเห็นว่ามันสุขที่สุดในชีวิต" ครั้นสำรวจดูแล้ว "มันก็แค่นั้นแหละ" แค่ที่เราเคยรู้เคยพบมาแล้วนั่นเอง "ทำไมจึงไม่มากกว่านั้น มากกว่านั้นไม่มี" โลกนี้มีอยู่แค่นั้นเอง
"แล้วก็ซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่แค่นั้น" เกิดแก่เจ็บตายอยู่รํ่าไป "มันจึงน่าจะมีความสุขชนิดพิเศษกว่า ประเสริฐกว่านั้น" ปลอดภัยกว่านั้น พระอริยเจ้าทั้งหลาย "ท่านจึงสละสุขส่วนน้อยนั้นเสีย" เพื่อแสวงหาสุข "อันเกิดจากความสงบกาย สงบจิต สงบกิเลส เป็นความสุขที่ปลอดภัย" หาสิ่งใดเปรียบมิได้เลย .. "
"หลวงปู่ฝากไว้"
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล -
“หาวิธีรอด”
การทำความดีร่วมกัน สวดมนต์ทำสมาธิร่วมกัน ทำกิจกรรมงานบุญต่างๆร่วมกัน วิ่งหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมกำลังใจของเราให้เป็นสุข ถือเป็นวิธีการเอาตัวรอดที่ดีของนักปฏิบัติ ถ้าเราคิดว่าลำพังตัวคนเดียวอาจจะแย่ ก็ต้องแก้ด้วยการทำความดีเป็นกลุ่มก้อน จิตจะซึมซับพลังงานบวกมหาศาล ช่วยส่งเสริมกำลังใจในเบื้องต้น ให้รู้สึกดีขึ้นมาได้อย่างคาดไม่ถึง
คำสอนของพระอาจารย์มหานันทวัฒน์ เขมธัมโม (พระอาจารย์เอ บ้านสุมโน)
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook บ้านสุมโน -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๕ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ -
ข่าวชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน (พระอาจารย์เล็ก) เดือนเมษายน ๒๕๖๕
ชุมชนคุณธรรมออนไลน์ Palungjit.org
เครือข่ายชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
ขอรวบรวมข่าวกิจกรรมการดำเนินงานของ
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. (พระอาจารย์เล็ก)
เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
เพื่อให้ทุกท่านได้โมทนาบุญในการทำงานของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
และเพื่อให้ทุกท่านได้ศึกษารูปแบบการดำเนินงานของพระอาจารย์
ซึ่งท่านเป็นต้นแบบการทำงานของ ชุมชนคุณธรรมออนไลน์ Palungjit.org
ข่าวการดำเนินงาน เดือนเมษายน ๒๕๖๕ -
เริ่มต้นการปฏิบัติธรรม
เริ่มต้นการปฏิบัติธรรม
ถาม: อยากทราบหลักในการปฏิบัติ เพื่อเริ่มต้นในการฝึก... ?
ตอบ: เริ่มฝึก...อันดับแรกศีล ๕ ข้อ ต้องรักษาให้ได้ เมื่อศีลทรงตัวแล้วก็อย่ายุให้ผู้อื่นเขาล่วงศีล เมื่อเห็นคนอื่นทำศีลขาดก็ไม่ยินดีด้วย
หลังจากนั้นก็เริ่มหัดภาวนาจับลมหายใจเข้าออก ถ้าหากว่าศีลทรงตัว การจับลมหายใจภาวนาจะง่าย ถ้าจับลมหายใจภาวนาได้ อันดับแรกก็จะเกิดอาการต่าง ๆ ขึ้นกับร่างกาย เขาเรียกว่า “ปีติ” มีอยู่ ๕ อย่าง
บางครั้งก็ขนลุกเป็นพัก ๆ
บางครั้งก็น้ำตาไหล
บางครั้งก็ตัวโยกไปโยกมา
บางครั้งรู้สึกว่าลอยขึ้นทั้งตัว
บางครั้งก็รู้สึกตัวพองตัวใหญ่
บางครั้งรู้สึกว่าตัวแตกระเบิดกลายเป็นชิ้น ๆ หายวับไปเลยก็มี
แบบนั้นเป็นแค่อาการทางร่างกายกับจิตประสาทกำลังปรับสภาพใหม่ ๆ เขาเรียกว่าเป็นอาการของปีติ คือการที่ใกล้จะเข้าถึงองค์ฌานระดับหนึ่ง อย่าไปใส่ใจและอย่ากลัว ให้ตั้งใจจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้า-ออกเท่านั้น ลมหายใจเข้า-ออกถ้าแรงให้รู้ว่าแรง ถ้าเบาให้รู้ว่าเบา ถ้ายาวให้รู้ว่ายาว ถ้าสั้นให้รู้ว่าสั้น ขณะเดียวกันถ้าไม่มีเลยก็ให้รู้ว่าไม่มี ไม่ต้องไปดิ้นรนขวนขวายหายใจ เพราะตอนที่เราไม่มีลมหายใจนั้น... -
"โรคกรรมเก่า" (หลวงปู่ลี กุสลธโร)
.
"โรคกรรมเก่า"
" .. "หลวงปู่ลี กุสลธโร" กล่าวจบลง แล้วองค์ท่านก็เอามือลูบที่แขน กล่าวขึ้นว่า "โรคกรรมไม่หายหรอก" ผู้เขียนใช้ผ้าขาวผืนน้อยลูบไล้ที่ขาขององค์ท่านซึ่งมีไขมันออกตามรูขุมขนที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเนื้อ
จึงกราบเรียนถามท่านว่า "โรคไขมัน โรคคันตามผิวหนังของหลวงปู่นี้ เกี่ยวกับกรรมอะไร"
ท่านตอบว่า "มันเกี่ยวกับกรรมนั่นแหละ" มันถึงเป็นอย่างนี้ "ฉันหยังกะคือเก่า บ่เห็นลืนอีหยัง .. ฉันยาอะไรก็เหมือนเดิม ไม่เห็นอาการดีขึ้นกว่าเดิมซักที".. "เลยบ่อยากฉันยาเด้" ฉันแล้วกะบีบเฮาซือๆ .. เราจึงไม่อยากฉันยา ฉันยาแล้วก็บีบร่างกายของเราให้หนักไปเท่านั้น สมัยอยู่ถ้ำพระนาฮี "เราเคยถูกแมงมุมกัดที่ศีรษะ พิษจึงเรื้อรังมาถึงทุกวันนี้"
เหตุที่องค์ท่านมีอาการคันตามร่างกาย พระที่ใกล้ชิดองค์ท่านเล่าให้ฟังว่า ..
องค์ท่านเคยปรารภถึงอดีตชาติว่า "ด้วยความคึกคะนองเพียงแค่นึกสนุก โดยรู้เท่าไม่ถึงการ องค์ท่านเคยนำตำแย (หมามุ่ย) ไปใส่ในครกตำข้าวของชาวบ้าน" ทำให้ชาวบ้านที่นำข้าวไปกินเกิดอาการคันคะเยอทรมานไปทั่วร่าง "ผลแห่งเศษกรรมอันนั้น จึงย้อนมาให้ท่านชดใช้ในปัจฉิมชาตินี้" กรรมนี้เมื่อทำแล้ว... -
ผลของการสวดต่อนาม
ในระหว่างที่กำลังรอเพื่อที่จะรับไฟพระราชทานหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า "กล่องเพลิงพระราชทาน" นั้น ก็ได้เห็นโยมท่านหนึ่งที่มาร่วมงาน มีความรู้สึกแวบขึ้นมาว่า เหมือนกับท่านอาจารย์ ดร.อัมพร ทองเหลือง อดีตอาจารย์ของวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรีศรีไพบูลย์ ซึ่งได้เสียชีวิตและเผาไปแล้ว
ทันทีที่คิดว่าเหมือนกับท่านอาจารย์ ดร.อัมพร ทองเหลือง ท่านอาจารย์ก็ปรากฏตัวขึ้นทันทีทันใด เยื้อง ๆ ไปทางด้านขวามือ มาในชุดขาวสว่างไสวมาก ก็เลยถามว่า "ท่านอาจารย์มาได้เร็วทันใจขนาดนี้ ตอนนี้อยู่ที่ภพภูมิไหน ?" ท่านอาจารย์ดร.อัมพร ทองเหลืองบอกว่า "อยู่ที่สวรรค์ชั้นยามา"
เมื่อถามต่อไปว่าท่านอาจาย์ไปด้วยบุญอะไร ? ท่านบอกว่า ก่อนที่จะเสียชีวิต บรรดาพระภิกษุทั้งที่เป็นเพื่อนอาจารย์ และที่เป็นลูกศิษย์ได้พากันไปเจริญพระพุทธมนต์ให้ กำลังใจเกาะตรงจุดนั้น เมื่อเสียชีวิตแล้วจึงมาเป็นนางฟ้าอยู่ที่ชั้นยามา เสวยสุขอยู่ตามอัตภาพของตน
ตรงจุดนี้ก็เป็นที่น่าคิดว่า โบราณของเรานิยมมีการ "สวดต่อนาม" ให้แก่คนป่วยหนัก บางท่านเมื่อตั้งใจฟังสวด ก็กลายเป็นว่าหายป่วยหายไข้ แข็งแรงขึ้นมาได้ บางท่านที่ไม่ได้ตั้งใจฟังสวดลักษณะนั้น... -
"พุทโธ เป็นยอดกรรมฐาน" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
.
"พุทโธ เป็นยอดกรรมฐาน"
" .. "พุทโธ พุทโธ เป็นยอดกรรมฐาน การภาวนาพุทโธ ๆ ในใจบ่อย ทำให้ใจเย็นสบาย" เพ่งจนพุทโธไม่ถอย เพ่งลงไปจนหายใจเกิดเป็นความสงบ รวมกันเป็นหนึ่งลงไป "พุทโธก็คือ เป็นผู้ที่ตื่นแล้ว เป็นผู้เบิกบานแล้ว" ภาวนาพุทโธไปแล้วจิตใจก็เบิกบานผ่องใส
ตื่นที่อาตมาว่านี้ ก็คือ "การตื่นจากความหลง ไม่หลงใหลไม่เชื่ออะไรที่งมงาย" พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้เชื่ออะไรงมงาย และเราเกิดมาในชาตินี้เป็นบุญลาภอันประเสริฐ ที่ได้มาพบพระพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐในโลก
"สมควรที่จะลงมือปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์โดยความไม่ประมาท" กิเลสบาปกรรมจะได้น้อยเบาบางจากดวงจิตของตน การที่คนเราจะพ้นทุกข์ไปไม่ได้ก็เพราะไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง .. "
"จิตนั่นแหละเป็นแก่นของชีวิต" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
วัดอรัญญบรรพต ศรีเชียงใหม่ หนองคาย -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕ -
วิชาหนังเหนียว (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท)
วันหนึ่งมีผู้หญิงวัยแก่คนหนึ่ง แกอยากอยู่ยงคงกะพันอยากหนังเหนียว
นิมนต์ให้หลวงปู่เป่าหัวให้ สุดยอดไปเลย
... หลวงปู่ก็สอนว่า ของพวกนี้ไม่จีรังยั่งยืนศักดิ์สิทธิ์วิเศษเท่ากับภาวนาพุทโธหรอก
แกก็ไม่เอาพุทโธ อยากหนังเหนียวอยู่อย่างเดียว ท่านรำคาญจึงเป่าหัวปู๊ดๆให้ แกก็กลับไปด้วยความสบายใจที่ได้ถูกเป่าเสกกระหม่อมด้วยวิชาหนังเหนียว
... หลังจากนั้นเวลาผ่านไปประมาณครึ่งเดือน เสียงรถพยาบาลวิ่งเข้ามา ที่วัดป่าภูริทัตตฯ อย่างรีบด่วน จอดที่หน้ากุฏิหลวงปู่ ผู้หญิงคนเดิมร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด แพทย์พยาบาลนำเธอ เข้ามากราบเรียนท่านว่า..!!?
"... หลวงปู่เจ้าคะช่วยเป่ากระหม่อมถอดถอนวิชาหนังเหนียวให้ด้วยเถอะ ตอนนี้จะตายอยู่แล้ว ปวดท้องเหลือเกิน ไส้ติ่งจะแตกอยู่แล้ว หมอพยายามผ่าตัด เข็มฉีดยาก็ไม่เข้า เชือดเท่าไหร่ เฉือนเท่าไหร่ก็ไม่เข้า มันเหนียวจริงๆ หนังดิฉันนี่... "
เธอพูดทั้งๆ ที่มือกุมท้องอย่างน่าเวทนาสงสาร หลวงปู่จึงเป่าหัวให้ เธอก็กลับไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลโดยรีบด่วนได้อย่างปกติ
หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท
วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
จาก หนังสือ ประวัติ... -
ถ้ากำลังใจตกควรรีบไปหาพระ หาครูบาอาจารย์ เพื่อให้ท่านช่วยประคับประคอง
ถาม : เมื่อก่อนปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อ ผมพอทำได้กับเขาอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าแย่ลงกว่าเดิมมากครับ ไม่รู้ว่าอยู่ ๆ กำลังใจในการปฏิบัติหายไปไหน มารู้ตัวอีกทีตอนศีลข้อ ๕ ขาดแล้วกู่ไม่กลับ ตอนนี้กำลังพยายามคลานเข้าขอบเขตความดีกับเขาอยู่ครับ แต่ยังอายตัวเอง อายที่แค่ศีลข้อเดียวก็รักษาไม่ได้ อายที่ดีแต่ปาก อายที่ได้สมาธินิด ๆ หน่อย ๆ ก็หลงตัวเอง อายจนแม้แต่อาจารย์ของตัวเองยังไม่กล้าไปเยี่ยมท่าน เหมือนตัวเองเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล ทรมานมากครับ ผมอยากขอหนทางแก้ไข และแนวปฏิบัติครับ ?
ตอบ : ขายส้มตำหรือเปล่า ? ถ้าไม่ได้ขายส้มตำก็ไม่ใช่คนมือถือสากหรอก..! เรื่องของการผิดศีลเป็นเรื่องปกติ ปุถุชนที่สติยังไม่สมบูรณ์ โอกาสที่จะผิดพลาดต้องเรียกว่ามี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่คราวนี้อย่าเศร้าหมองอยู่กับความผิดพลาดนั้นนาน ถ้ารู้ตัวเมื่อไรให้ตั้งใจว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เราจะรักษาศีลทุกสิกขาบทให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาประคับประคองรักษาของเราต่อไป
อาตมาเคยบอกว่า ถ้ากำลังใจเสียควรจะรีบไปหาพระ หาครูบาอาจารย์ เพื่อที่ท่านจะได้ช่วยประคับประคองให้ ไม่ใช่ว่าอับอายขายหน้า... -
"ใจนี่หละถึงก่อน" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
.
"ใจนี่หละถึงก่อน"
" .. ธรรมทั้งหลาย "จะทำดีทำกุศลก็ใจนี่แหละเป็นผู้ถึงก่อน" เป็นผู้ถึงพร้อม "จะทำบาปอกุศลก็ใจนี่แหละ" จะผ่องแผ้วแจ่มใสเบิกบานก็ใจนี่แหละ "จะเศร้าหมองขุ่นมัว ก็ใจนี่แหละ" ใจเศร้าหมองขุ่นมัวแล้วก็ไม่มีความสุขอยู่ในโลก จะอยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุข
ครั้นใจผ่องแผ้วละก็ พระพุทธเจ้าท่านว่า "มนะสาเจปนะสันเนนะ" บุคคลผู้มีใจผ่องแผ้วดีแล้ว แม้จะพูดอยู่ก็มีความสุข แม้จะทำอยู่ก็มีความสุข "ตโตนะ สุขะมัธเนวติ" อยู่ที่ไหน ๆ ก็มีความสุข มีความสุขเหมือนเงาเทียมตนไป .. "
"อนาลโยวาทะ" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
วัดถ้ากลองเพล จ. หนองบัวลำภู -
วิธีหนีนรกสำหรับผู้มีเวลาน้อย (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
ท่านสาธุชนที่มีเวลาน้อย เพราะต้องประกอบอาชีพ หาเวลาไปนั่งกรรมฐานก็ทำได้ยาก เพราะเวลาว่างมีน้อย ก็ให้ทำตามนี้จะมีผลสมบูรณ์แน่นอน และไม่เสียเวลาประกอบการงานตายแล้วรับรองไม่ลงนรกแน่
๑. เจริญพุทธานุสติแบบง่ายๆ
ให้จัดของบูชาพระพุทธรูปทุกวัน ที่ท่านเรียกว่า ถวายข้าวพระพุทธรูป ของที่ถวายก็เอาอาหารเท่าที่มีอยู่ หรือผลไม้ที่หาได้ง่าย เวลาเช้าหรือตอนสายก็ได้ นำของที่หาได้ถวายพระพุทธรูปที่บ้าน ทำเป็นประจำวัน เวลาถวายคิดในใจหรือว่าออกเสียงก็ได้ ดังนี้
ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายข้าวแกงและน้ำแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อเป็นการบูชาพระคุณ ขอผลบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพระพุทธเจ้าได้เข้าสู่พระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เถิด
เวลาถวายให้ตั้งใจดูภาพพระพุทธรูปด้วยความเคารพ และจดจำรูปของท่านไว้ ตั้งใจทำอย่างนี้ทุกวัน อารมณ์ใจจะมีความคิดถึงและห่วงใยในพระพุทธรูป จะคิดเสมอว่า วันนี้เรามีของอย่างนี้ถวายท่าน วันพรุ่งนี้เราจะหาอะไรถวายท่าน การทำและคิดอย่างนี้เป็นปกติ ไม่จำเป็นต้องคิดทุกวัน
เมื่อจิตมีอารมณ์ว่างจากงานอื่น จิตจะคิดขึ้นมาเอง และเราก็ห่วงการถวายของแก่ท่านทุกวัน ทำอย่างนี้จนมีอารมณ์ชิน... -
คาถาอาราธนา พระยอดขุนพลกาญจนบุรี
สำหรับการพุทธาภิเษกครั้งนี้ก็ได้รับความเมตตาบอกกล่าวจากพระท่านว่า คาถาในการอาราธนาพระยอดขุนพลกาญจนบุรีนั้น ให้ใช้คาถาว่า
"สัตถาธะนุง อากัฑฒิตุง อะเทสะยิ นะโมพุทธายะ" ซึ่งคาถานี้ถ้าหากว่าผู้ฟัง หรือว่าผู้ถอดเสียงฟังแล้วไม่ถนัด เมื่อถอดเสียงแล้วกระผม/อาตมภาพจะให้เขานำมาดูว่า พระคาถาบทนี้ถอดได้ถูกต้องหรือไม่ ส่วนที่ท่านทั้งหลายจะบูชาแล้วนำไปติดตัว ติดรถยนต์ หรือว่าติดบ้าน ก็แล้วแต่ท่านทั้งหลายจะพินิจพิจารณากันเอาเอง
เพียงแต่ขอให้ทราบว่าในเรื่องของรูปสตูดิโอนั้น ตอนแรกช่างถ่ายมาไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้แบบพิมพ์ใหญ่ สีดำ แก่เนื้อผงดินกากยายักษ์นั้น ต้องอาศัยรูปอื่นแทนอยู่ ๒ วาระ ๓ วาระ ท่านทั้งหลายอาจจะเข้าใจว่ามีการจารหลังให้ ซึ่งนั่นเป็นพิมพ์นำฤกษ์พิเศษ ไม่มีการให้บูชาทั่วไป หรือว่าอาจจะเห็นว่ามีการปิดทอง ซึ่งพิมพ์นำฤกษ์เหล่านั้นก็มีแค่ ๒ - ๓ องค์เท่านั้น ไม่สามารถที่จะให้บูชาได้ เนื่องเพราะว่าไม่เพียงพอแก่บุคคลที่ต้องการ
ดังนั้น...ขอให้ท่านทั้งหลายเข้าใจว่า ไม่ว่าจะเป็นพระยอดขุนพลกาญจนบุรีพิมพ์ใหญ่ สีดำ แก่ผงดินกากยายักษ์ หรือว่าพิมพ์ใหญ่ สีขาว แก่ผงพุทธคุณก็ตาม... -
ฝึกยิ้มเข้าไว้
ฝึกยิ้มเข้าไว้
จำไว้นะบรรดาลูกหลานที่รัก อย่างไรๆ ยิ้มมันตลอดวัน หลับยิ้มเสียได้ก็ยิ่งดี ฝึกยิ้มมันเรื่อยๆไป
ถ้าปากเรายิ้ม ไม่ช้าใจเราก็ยิ้มตาม
ไอ้โมโหโทโสมันก็จะค่อยๆ หายไป
นี่คือวิธีดับโมโห
ถ้าใครเขาสรรเสริญก็อย่าเมาตามเขา
#เขาเห็นว่าเราเป็นเทวดา
เราก็ดูตัว เทวดานี่ไม่มีขี้ ไม่มีเยี่ยว ไม่ต้องกินข้าว
เรามีขี้ เรามีเยี่ยว เรากินข้าว เราเป็นเทวดาไม่ได้
#ใครเขาหาว่าเราเป็นพรหม
พรหมท่านมีเนื้อเป็นแก้ว ดูเนื้อของเราเป็นแก้วหรือเปล่า ไม่เป็นแก้ว
เราก็อย่าเชื่อเขาไม่ได้ อย่ายินดีกับคำสรรเสริญ ที่เขากล่าวสรรเสริญมา
ให้ถือกฎธรรมดาตามที่พระพุทธเจ้าตรัส
พระพุทธเจ้าให้ดูตามธรรมชาติของคน คนเรา
จะดีหรือชั่วอยู่ที่การประพฤติปฏิบัติ
ถ้าเราประพฤติปฏิบัติดี ทำตัวดี ปฏิบัติดี
ใครเขาว่าเราเลวขนาดไหนก็ตาม เราก็ไม่เลวไปตามเขา
คนที่ว่าเราเลวน่ะเลวหนักยิ่งขึ้น เพราะอะไรรู้ไหม
เมื่อมีชีวิตอยู่ก็ไม่เป็นสุข ตายแล้วลงนรก
ลงแน่ทุกคนที่ได้มโนมยิทธิแล้วคงจะทราบ”
จาก รวมคำสอนธรรมปฏิบัติ เล่ม ๑๒ หน้า ๒๒
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง) -
ประวัติหลวงพ่อปาน ตอนท้ายชีวิตของหลวงพ่อปาน
ประวัติหลวงพ่อปาน
ตอนท้ายชีวิตของหลวงพ่อปาน
ลูกหลานทั้งหลาย วันนี้เป็นวันสรุปเรื่องราวของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคจะพยายามสรุปให้จบกันไป จะไม่พยายามเล่าเรื่องให้มันยาวนัก ต่อมาเมื่อหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อายุล่วงเข้า ๖๑ ปี ตอนนี้ท่านป่วยครั้งแรก ความจริงเรื่องการป่วยก็ป่วยกันอยู่เป็นปกติแต่ทว่าอาการป่วยที่จะตายคราวนี้ท่านป่วยมาก เมื่อป่วยมาก คณะศิษยานุศิษย์ในกรุงเทพก็เอาไปรักษาที่บ้านหลวงประธานถ่องวิจัย ที่บ้านหม้อรักษาอยู่ประมาณ ๑ เดือนท่านก็กลับเป็นอันว่า หาย
หลังจากป่วยคราวนี้แล้ว ท่านแจ้งให้แก่บรรดาคณะศิษยานุศิษย์ แล้วก็ท่านพระครูรัตนภิรมย์ เจ้าวาสวัดบ้านแพน อีกองค์หนึ่งทราบว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปอีก ๓ ปีท่านจะตาย ท่านบอกไว้ว่าอย่างนั้นนะ ท่านบอกว่าอีก ๓ ปีจะตาย ท่านจะตายวันแรม ๑๔ ค่ำเดือน ๘ เวลาประมาณ ๖ โมงเย็น นี่ท่านประกาศไว้ก่อนนะว่า ท่านจะตาย ตอนนั้นฉันกำลังเป็นลิงหน้าพลับพลา ท่านสั่งให้ฉันเขียนจดหมายถึงหัวหน้าลูกศิษย์ของท่านแต่ละจังหวัด แต่ละสถานที่ส่งไปเฉพาะหัวหน้าลูกศิษย์นะ ว่าท่านให้ไปบอกว่า ท่านจะตาย อีก ๓... -
วิธีใช้ญาณต่างๆ
⚜️วิธีใช้ญาณต่างๆ⚜️
เมื่อเจริญฌานในกสิณจนถึงอุปจารฌานแล้ว ก็เริ่มสร้างทิพยจักษุญาณได้เพราะทิพยจักษุญาณนั้น เริ่มมีผลตั้งแต่จิตเข้าสู่อุปจารฌาน มีผลในการรู้บ้างพอสมควร เช่นรู้สวรรค์นรก และเหตุการณ์ต่างๆ ได้บ้าง ไม่ถึงกับรู้ตายรู้เกิด คือตายแล้วไปเกิดที่ใด ผู้ที่มาเกิดนั้นมาจากไหน รู้เหตุการณ์เพียงผิวเผินกว่านั้น เช่นรู้โรคว่าเป็นโรคอะไร หายได้ด้วยวิธีใด คนนี้จะมีเคราะห์ดีเคราะห์ร้ายประการใด รู้เหตุในอดีตและอนาคตได้บ้างพอสมควร รู้สวรรค์ นรกได้บ้าง แต่ไม่แจ่มใสนัก พูดจากับเทวดาและพรหมได้บ้างคำสองคำ ภาพเทวดาและพรหมก็หายไป ภาพที่เห็นก็ไม่เห็นนาน ประเดี๋ยวก็หายไป จะเอาเรื่องราวที่เป็นการเป็นงานที่ต้องใช้เวลานานๆ ก็ต้องกำหนดจิตกันบ่อยครั้ง ทั้งนี้เพราะสมาธิเพียงอุปจารสมาธิยังเป็นสมาธิที่ทรงกำลังให้สงบอยู่ได้ไม่นาน ถ้าจะเปรียบก็คงเหมือนเด็กเพิ่งสอนเดิน ยืนไม่ได้นาน ยืนเดินได้ชั่วขณะก็ล้ม ต้องลุกๆ เดินๆ อยู่อย่างนั้น กว่าจะเดินถึงที่หมาย ก็ต้องล้มลุกบ่อยๆ ทิพยจักษุญาณระดับอุปจารฌานก็เหมือนอย่างนั้น การเห็นก็ไม่ชัดเจนแจ่มใส ยังเห็นไม่เต็มตัว เห็นบนไม่เห็นล่าง เห็นหน้าไม่เห็นขา...
หน้า 113 ของ 440