คลังเรื่องเด่น
-
“รู้ในปัจจุบัน ละในปัจจุบัน” : หลวงปู่แหวน
“ปรุงแต่งขึ้น เป็นความพอใจ ไม่พอใจ
มันเกิด มันดับ อยู่นี่ ไม่รู้เท่าทันมัน
ถ้ารู้เท่าทัน มันก็ดับไป
ถ้าจี้มันอยู่อย่างนี้มันก็ค่อยลดกำลังไป
ตัดอดีต อนาคต ลงให้หมด
จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน
รู้ในปัจจุบัน ละในปัจจุบัน
ทำในปัจจุบัน แจ้งอยู่ในปัจจุบัน”
หลวงปู่แหวน สุจิณโน -
"ปฏิรูปเทศวาโส ถิ่นอันสมควร" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
.
"ปฏิรูปเทศวาโส ถิ่นอันสมควร"
" .. "ประเทศมนุษย์ ประเทศอันสมบูรณ์" พระอินทร์ก็อยากลงมารักษาอุโบสถในมนุษย์ พระยานาคก็ขึ้นมารักษาอุโบสถที่นี่ คือพระภูริทัต พญาครุฑก็มารักษาที่นี่ "เพราะมนุษย์เป็นชาติอันสมบูรณ์ด้วยพระรัตนตรัย" มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
"พระพุทธเจ้าสร้างบารมีก็สร้างเอาที่นี่" สำเร็จเป็นพระสยัมภูสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็มาสร้างที่นี่ สาวก สาวกบารมีก็สร้างที่นี่ พระปัจเจกโพธิ์ก็มาสร้างที่นี่ "ผู้ที่จะสร้างเอานรกเหมือนพระเทวทัตก็มาสร้างเอาที่นี้" มี ๒ ทางเท่านั้น ทางไปนรก ๑ ทางไปสวรรค์และพระนิพพาน มี ๒ ทาง พระพุทธเจ้าจึงว่า กุศลาธรรม อกุศลาธรรม มี ๒ ทาง
"บุญกุศลที่บุคคลสร้างแล้วอันนี้เป็นกุศลกรรม นำสัตว์ให้พ้นจากทุกข์" ไปเสวยความสุข อกุศลเรียกว่าอกุศลธรรม อันนั้นเป็นอปุญญาภิสังขาร ตกแต่งให้สัตว์นั่นได้ตกนรก เป็นเปรต เป็นผี เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดียรัจฉาน มี ๒ ทาง
"พระพุทธเจ้าว่าให้ไปทางดีนี่แหละ ทางพระพุทธเจ้าทำมาแล้ว แต่งมาแล้ว ให้ไปทางนี้" ทางนรกนั่นอย่าไป ทางทุจริต กายไม่บริสุทธิ์ วาจาไม่บริสุทธิ์ ใจไม่บริสุทธิ์ นั่นเป็นทางนรกอย่าไป .. "
"กุศล-อกุศล อนาลโยวาท"... -
“ขอรับผลอันเลิศ”
เราเคยไปวัดที่พระประธานเพียงองค์เดียว สามารถสร้างวัด และเลี้ยงดูพระเณร รวมถึงศิษย์วัดทั้งหมดบ้างไหม..? ขอแนะนำเมื่อเราไปกราบไหว้ขอพร ให้อธิษฐานว่า ลาภผลหรือมงคลอันเลิศที่ท่านทิ้งไว้ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา ข้าพเจ้าขอเป็นผู้มีส่วนแห่งผลอันเลิศนั้นด้วย... อย่างน้อยสำหรับผู้ที่อธิษฐานไม่เก่ง ก็สามารถนำไปใช้ได้เลย
คำสอนของพระอาจารย์มหานันทวัฒน์ เขมธัมโม (พระอาจารย์เอ บ้านสุมโน)
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook =AZWA6mPmygLi43Lx_n7oj26Z4Pi2fqxU52qHIQ8WeGeCl8HfnkqkI6eOXZ76pGxoLLuXNQTu3a61MOv5pJwGibFsszFX5t9JzZ4n6FFMlKDLf_RbK7m-qbQafEDrgbQC9YcY0eeyIUyTz-i8MMmnUIXvPv-dGRERzhIvPH3gipbw5GWAwwSb6dv_zWR0MZMv8AI&__tn__=%2CO%2CP-R']บ้านสุมโน -
วาระที่บุญหรือกรรมมาสนอง
วาระที่บุญหรือกรรมมาสนอง
เรื่องของวันเกิด ก็คือการเวียนมาครบรอบของวาระกรรม เราลองขีดวงกลมสักวงหนึ่ง เมื่อเราขีดไปจนครบวง ก็จะมีรอยต่ออยู่นิดหนึ่ง ตรงจุดช่องว่างนั่นแหละ จะเป็นจุดที่ช่วงวาระบุญหรือกรรมจะมา เพราะฉะนั้น..เวลาใกล้วันเกิด ช่วงประมาณก่อนวันเกิดเดือนหนึ่งหรือหลังวันเกิดเดือนหนึ่ง จะเป็นช่วงที่สิ่งที่ดีหรือไม่ดีมักจะเกิดขึ้น ถ้าจะกันไว้ก่อน ก็ชิงทำบุญใหญ่ล่วงหน้าไว้ อย่ารอให้ถึงวันเกิด ถ้ารอให้ถึงช่วงนั้นบางทีก็ช่วยไม่ทัน ก่อนวันเกิดเดือนหนึ่ง หลังวันเกิดเดือนหนึ่ง ต้องระวังไว้ให้ดี ให้ทำบุญถวายสังฆทาน หรือสะเดาะเคราะห์ไว้ก่อน จะได้ป้องกันได้
ถาม : ทำบุญอะไรคะ ?
ตอบ : สังฆทานก็ได้ ปล่อยชีวิตสัตว์ก็ได้
ถาม : ต้องปล่อยเยอะไหม ?
ตอบ : ไม่จำเป็นต้องเยอะ ตัวสองตัวก็ได้ แต่ให้เป็นสัตว์ที่เขากำลังจะฆ่า
.....................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com -
"การภาวนามีอานิสงส์มาก" (หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร)
.
"การภาวนามีอานิสงส์มาก"
" .. เรื่องจิตภาวนานั้น ท่านเน้นมากว่า "ถ้าไม่หัดไว้ก็แสนจะลำบาก" ท่านมักจะกล่าวบ่อยๆ ว่า "การภาวนานั้นมีอานิสงส์มาก อย่างแค่ช้างฟัดหู งูแลบลิ้น ก็ยังมีอานิสงค์มหาศาล" ถ้าได้มากกว่านั้นก็จะยิ่งดีขึ้น ท่านเคยพูดว่า ..
" .. "จิตติดที่ไหน ย่อมไปเกิด ณ ที่นั้น" จิตติดเรือนก็อาจจะมาเกิดเป็นจิ้งจกตุ๊กแกได้ แม้แต่พระภิกษุติดจีวรยังไปเกิดเป็นเล็น น่าหวาดกลัวนัก แล้วกิเลสมีร้อยแปดประตู "พุทโธมีประตูเดียว" เพราะฉะนั้น ให้ฝึกปฏิบัติให้คุ้นเคย "วาระที่เราจะเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติจะเข้าจิตได้ทันหรือเปล่า" .. "
หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร
วัดถ้ำผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
.
http://www.dharma-gateway.com/monk/monk-main-page.htm -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๕ -
อารมณ์อุเบกขา หรือ สังขารุเปกขาญาณ
ถาม : อารมณ์ที่นิ่ง ๆ เป็นอุเบกขาหรือเปล่า ?
ตอบ : มีสองอย่าง อย่างแรกเป็นอุเบกขาในสมาธิระดับใดระดับหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งเป็นอารมณ์อทุกขมสุขเวทนา กำลังใจที่ไม่รับทั้งสุขและทุกข์
ถาม : เป็นสังขารุเปกขาญาณหรือยัง ?
ตอบ : อาจจะเป็นสังขารุเปกขาญาณก็ได้ แต่ขณะเดียวกัน ถ้าปัญญายังไม่ถึง บางทีก็เหมือนกับคนที่หมดสติไปเฉย ๆ ไม่รับรู้อะไร แล้วจะไปสุขไปทุกข์อะไรได้
ถาม : อารมณ์จะนิ่ง ลงมากองที่แกนกลางของร่างกาย ดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ?
ตอบ : ถ้าอย่างนั้นเป็นเรื่องของสมาธิ เป็นอุเบกขาในสมาธิ
ถาม : อยู่ ๆ ก็เป็นนะคะ มาเอง ?
ตอบ : ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ แล้วเป็น แต่มีสาเหตุ บางทีเราลืมคิดย้อนไปว่า ก่อนที่จะเป็นอย่างนั้นเราคิดอย่างไร ? เราพูดอย่างไร ? เราทำอย่างไร ? ถ้าเราคิดย้อนกลับไปแล้ว สามารถย้อนได้ชัดเจนว่า เป็นเพราะเราคิด เราพูด เราทำอย่างไร ? ถ้าเราทำใหม่ ผลนั้นก็จะเกิดกับเราใหม่อีก
พอเราซ้อมบ่อย ๆ ผลนั้นเกิดกับเราจนทรงตัว ก็ไม่ต้องไปชนกับ รัก โลภ โกรธ หลง เท่ากับว่าเราใส่เกราะไว้ ปลอดภัยหน่อย
ถาม : เราก็มองทุกอย่าง เห็นทุกอย่าง รับรู้ทุกอย่างได้ตามปกติ ?
ตอบ : ปกติ..ต่เราก็ไม่ไปแตะต้องด้วย... -
โซเชียลขนลุก ภาพข้างหลัง ส.ส.มงคลกิตติ์ ขณะลุยหาวงจรปิด ทวงยุติธรรมแตงโม
วิญญาณโผล่ท่าเรือ!? โซเชียลขนลุก ภาพข้างหลัง ที่ท่าเรือ เต้ มงคลกิตติ์ ขณะลุยหาคลิปวงจรปิด ทวงยุติธรรมแตงโม
เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล หลังมีคนแชร์คลิป ขณะ เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กำลังให้สัมภาษณ์ที่ท่าน้ำวัดสร้อยทอง หลังจากเจ้าตัวออกมาเดินหน้าลุยดะตามหากล้องวงจรปิดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อหาหลักฐานทวงความยุติธรรมให้ดาราสาว แตงโม ภัทรธิดา (นิดา) เสียชีวิตปริศนา
โดยหลังจากชาวเน็ตเห็นคลิป ส.ส.เต้ มีคนเห็นภาพด้านหลังแล้วบอกว่าเหมือนเป็นวิญญาณผู้หญิงหรือไม่ ภาพถ่ายติดวิญญาณเหมือนผู้หญิงผมยาว บ้างก็ถึงขนาดว่าเป็นแตงโมหรือไม่มาให้กำลังใจส.ส.เต้ที่ลุกมาทวงยุติธรรม บ้างก็บอกไม่ใช่แตงโมหรือเปล่า เป็นท่านอื่นหรือเปล่า ขณะที่คนที่มองแบบวิทยาศาสตร์ก็บอกว่าเป็นกระดาษไวนิลรูป คนหรือเปล่าอยู่หลังเหล็กดัด อย่างมงาย เป็นต้น
กดคลิป https://palungjit.org/attachments/download-mp4.5904560/
ขอบคุณที่มา https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_6938192 -
เวลาใกล้ตาย ควรคิดอะไร หลวงปู่หล้าแนะนำไว้
เวลาใกล้ตาย ควรคิดอะไร หลวงปู่หล้าแนะนำไว้
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) จ.มุกดาหาร ได้เทศน์ให้ญาติโยมฟังไว้ว่า ตายคาภาวนายังดีกว่าตายคานึกถึงสิ่งของ เวลาเราจะตาย เรานึกถึงสิ่งของอันใด ใจขาดด้วย ก็ไปเป็นเขียดกะปาดบ้าง อยู่ตามรั้วอยู่ตามไร่ตามนา ถ้าเรานึกถึงหลานคนนั้นคนนี้ แล้วก็ใจขาดคาที่นั่น เราไปเกิดเป็นเป็ดเป็นไก่เขาหรือเป็นหลานเขา เวลาจะตายสำคัญ อสัญกรรม กรรมเมื่อจวนเจียน
เวลาใกล้จะตายเห็นแสงไฟ ปรากฏเห็นแสงไฟมา ยังไม่คิดไปทางอื่นแล้วก็เลยตายในขณะนั้นก็ไปเกิดในนรก
ถ้าเวลาใกล้จะตายปรากฏเห็นท่าน้ำหรือป่าไม้ แล้วก็สิ้นลมปราณในเวลานั้นยังไม่คิดไปทางอื่น ก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
เวลาใกล้จะตายปรากฏว่ามืดมนอนธกาล มองไม่เห็นอะไรเลยคล้ายๆว่ากลางคืน สิ้นลมปราณในขณะนั้นก็ไปเกิดเป็นเปรต
เวลาใกล้จะตาย ได้ปรากฏเห็นวิมานและปรากฏเห็นเทวบุตรเทวดา แล้วก็สิ้นลมปราณในขณะนั้น ก็ไปเป็นเทวบุตรเทวดาเป็นอินทร์เป็นพรหมอยู่ในสรวงสวรรค์หรือพรหมโลก
เวลาใกล้จะตาย ปรากฏเห็นครรภ์มารดา ก็ไปถือปฏิสนธิเกิดอีกในครรภ์
ส่วนพระอรหันต์ไม่ได้เป็นอย่างนั้น... -
"ภาวนาคือความสงบ" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"ภาวนาคือความสงบ"
" .. การสำรวมใจให้สงบคือการอบรมภาวนาดี ๆ นั่นเอง "อย่าไปคิดมาก" คือคิดให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรืออยากให้เห็นโน่นเห็นนี่นั่น ยังไม่ถูกหลักภาวนา "ภาวนาคือหมายถึงความสงบนั่นเอง" เบื้องต้นต้องเอาตรงนั้นเสียก่อน "ถ้าหากใจยังไม่ทันสงบก็ยังไม่เป็นภาวนา" จะภาวนาอะไรก็ตาม
ฉะนั้นเมื่อเราต้องการให้เกิดความสงบ "เราจงเอาใจของเราไปเพ่งอยู่ในสิ่งเดียว" ให้อยู่ในจุดเดียวเสียก่อน เช่น "เราจะเพ่งลมหายใจเข้าออกก็ตาม หรือเราจะเพ่งพุทโธหรือนึกพุทโธอยู่ในที่เดียว" แล้วเอาสติควบคุมอยู่ในเรื่องนั้น .. "
"สนทนาธรรม" สิงคโปร์
(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๒๐ -
ใจเป็นทุกข์เหรอ? ถ้าทุกข์ดับไป ใจทำไมไม่ดับ? : หลวงตาพระมหาบัว
ใจเป็นทุกข์เหรอ?
ถ้าทุกข์ดับไป ใจทำไมไม่ดับ?
ที่มาสัพเพธรรมา อนัตตา
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน -
สรุป “ในการปฏิบัติจิตใจนั้นก็มีเท่านี้เอง” ท่านพ่อลี ธัมมธโร
จิตสังขาร ความคิดนึกดับ “รู้” ไม่ดับ
กายสังขารไหว ก็ “รู้”
วจีสังขารไหว ก็ “รู้”
จิตสังขารไหว ก็ “รู้”
“รู้” ไม่ติดสิ่งใดๆที่ตนรู้
คือสังขารทั้งหลายไม่ปรุงจิตได้ มีแต่ “ตัวรู้”
นึกขึ้นก็เกิดจิต เกิดสังขาร ต้องการใช้ก็มีขึ้น
ไม่ต้องการใช้ก็ดับไปเอง โดยธรรมชาติของเขา
“รู้” ย่อมอยู่เหนือสิ่งใดๆทั้งหมด
นั่นแหละ คือ “วิมุติ”
ผู้ปฏิบัติต้องให้กำหนดรู้อย่างนี้จึงจะได้ผลดี
“ในการปฏิบัติจิตใจนั้นก็มีเท่านี้เอง”
โอวาทธรรมท่านพ่อลี ธัมธโร
———————-
เพลย์ลิสต์ฟังธรรมท่านพ่อลี https://youtube.com/playlist?list=PL_4BkEyJ4ugvgRGx_O-YHlXIEH4PbpU_6 -
ต้องสำเร็จ...
หลวงพ่อเคยสอนว่า... "ความสำเร็จนั้นมิใช่อยู่ที่การสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้ามาประทานให้ หากแต่ต้องลงมือทำด้วยตนเอง ถ้าตั้งใจทำตามแบบแล้วทุกอย่างต้องสำเร็จ ไม่ใช่จะสำเร็จ พระพุทธเจ้าท่านวางแบบเอาไว้แล้ว ครูบาอาจารย์ทุกองค์มีพระพุทธเจ้าเป็นที่สุด ก็ได้ทำตามแบบ เป็นตัวอย่างให้เราดู อัฐิท่านก็กลายเป็นพระธาตุกันหมด เมื่อได้ไตร่ตรองพิจารณาให้รอบคอบแล้ว ขอให้ลงมือทำทันที ข้าขอรับรองว่า ต้องสำเร็จ ส่วนช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่ความเพียรของผู้ปฏิบัติ"
ขอให้ตั้งปัญหาถามตัวเองว่า "สิ่งนั้น บัดนี้เราได้ลงมือทำแล้วหรือยัง?"
การอุทิศส่วนกุศลภายนอกภายใน
มีบางท่านเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายของหลวงพ่อ ซึ่งท่านเมตตาทำเป็นปกติ จึงมีความหวังว่าเมื่อตนตาย หลวงพ่อท่านจะเมตตาให้บุญส่งวิญญาณ ส่งจิตไปสวรรค์ ไปนิพพานได้ ด้วยตนเป็นผู้เข้าวัดทำทานและปรนนิบัติหลวงพ่อมานาน หลวงพ่อท่านก็เมตตาเตือนว่า
"ถ้าข้าตายไปก่อน แล้วใครจะส่ง (บุญ) ให้แกล่ะ"
ด้วยความไม่เข้าใจ ท่านผู้นั้นจึงมีคำตอบว่า "ขอให้หลวงพ่ออยู่ต่อไปนานๆ ให้พวกผมตายก่อน"
นี่เป็นจุดชวนคิดในคำเตือนของท่านที่บอกเป็นนัยว่า... -
"เพราะกามนี่แหละ" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"เพราะกามนี่แหละ"
" .. "ผิดศีลกันได้ต่าง ๆ ก็เพราะกามนี่แหละ" ต้องสร้างบาปสร้างอกุศลกรรมกันต่าง ๆ ฆ่าฟันอะไรกันเป็นต้น เบียดเบียนกันต่าง ๆ "เพราะกามนี่แหละ"
วุ่นวายกันไปก็เพราะกามนี่แหละ "ก็เพราะใจนี่แหละ ที่เป็นตัวกรรมภพ" สร้างตัวเราขึ้นมา "และตัวเรานี่เอง ก็ท่องเที่ยวไปในกาม" แล้วก็ใจนี่เองไม่อิ่มไม่พอในกาม .. "
"๑๐๑ ญาณทรรศน์"
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร -
ธรรมบรรยายหัวข้อ "อานาปานสติเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายใน"
ธรรมบรรยายหัวข้อ "อานาปานสติเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายใน"
วันศุกร์ที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ น.
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ บรรยายธรรมหัวข้อ "อานาปานสติเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายใน" ตามโครงการบริการทางวิชาการเพื่อสร้างเสริมวิถีชุมชนแห่งการเรียนรู้ ของวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรีศรีไพบูลย์ ผ่านระบบซูมมีตติ้งออนไลน์ ณ บ้านเลขที่ ๗๗/๒ ซอยโบฟอร์ต ๑ หมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์ (โครงการ ๙) หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ -
ถ้าข้าพเจ้าได้เป็นพระเอกหนัง จะช่วยงานพระศาสนาให้ดีที่สุด...
ถ้าข้าพเจ้าได้เป็นพระเอกหนัง จะช่วยงานพระศาสนาให้ดีที่สุด.....
ในช่วง พ.ศ. ๒๕๒๐ เศษๆ ยังเป็นเวลาที่คุณสรพงษ์ ชาตรี เป็นพระเอกหนังไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก แม้แต่เด็กเล็กเด็กน้อย ก็รู้จักคุณสรพงษ์ ชาตรี ทั้งนั้น ไม่มีใครเลยที่ไม่รู้จัก ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าหากคุณสรพงษ์ ชาตรี จะสมัคร ส.ส.จังหวัดไหน ต้องได้ทุกเขต
ในวันหนึ่ง คณะลูกศิษย์ของท่านพระอาจารย์ (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย วัดเขาสุกิม) ได้พาคุณสรพงษ์ ชาตรี เข้ามากราบเพื่อเข้ามาเป็นศิษย์ท่านพระอาจารย์
หลังจากที่คุณสรพงษ์ ชาตรี กราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ถามท่านพระอาจารย์ว่า ท่านพระอาจารย์รู้จักผมไหมครับ
ท่านพระอาจารย์ ถึงกับอุทานว่า หือ !! พร้อมกับหัวเราะน้อยๆ แล้วท่านก็กล่าวขึ้นอย่าว่าแต่เดี๋ยวนี้เลย ที่มีชื่อเสียงของคุณเวลานี้ แม้แต่เด็กๆ ที่พอรู้จักความที่มันวิ่งเล่นตามถนน ก็รู้จักคุณทั้งนั้น ว่าแต่ว่าเมื่อก่อนนี้ ตอนที่คุณอายุเก้าขวบ วันหนึ่ง คุณนั่งอยู่บนหลังควาย เลี้ยงควายอยู่กลางทุ่งนาที่บ้านคุณ พร้อมกับทำท่าทางให้คุณสรพงษ์ ชาตรี ดู คือท่านทำท่าแหงนหน้ามองท้องฟ้าและกางแขนออกทั้งสองข้าง แล้วพูดว่า... -
อานิสงส์ของทานในแต่ละรูปแบบ
ถาม : ทานที่มาจากวัตถุ กับทานที่เราทำอย่างธรรมทาน อภัยทาน อานิสงส์นั้นเทียบกันได้ไหมครับ ?
ตอบ : ทานทั้งหมดอยู่แค่กามาวจร ก็คือไม่สามารถจะเกินเทวดานางฟ้าไปได้ ยกเว้นว่าเราสามารถทำจนเป็นฌาน ก็สามารถเป็นรูปาวจร คือเกิดเป็นพรหมได้ แต่ถ้าหากว่าทำโดยที่สามารถปล่อยวางได้ มีอุเบกขา ก็เป็นส่วนที่ทำให้เราหลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ ดังนั้น...ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำของเรา แต่อย่าลืมว่าทั้งหมดเป็นแค่ทานเท่านั้น ยังมีศีล ยังมีภาวนา ที่สูงกว่านั้นอีก
.....................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com -
"ทำอย่างไรจิตถึงจะสงบ" (หลวงปู่ลี กุสลธโร)
.
"ทำอย่างไรจิตถึงจะสงบ"
" .. เราต้องฝึกดวงจิตให้เกิดความสงบ "แล้วจะทำอย่างไรถึงจะสงบ" เราต้องเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า ทำให้เกิดกับใจตัวเอง แล้วธรรมมันจะเกิดขึ้นเอง "ถ้าภาวนาก็ให้ท่องพุทโธ ๆ"
"พุทโธนั้นก็คล้ายกันกับบันไดที่จะให้ขึ้นไปหากุฏินั้นแหละ" ก็ต้องมีราวจับ ถ้าไม่มีราวจับเวลาขึ้นอาจเซคะมำได้ "ถ้าจิตมันสงบแล้ว มันจะปล่อยวางเอง เหมือนกันกับเราขึ้นกุฏิ ถ้าเราขึ้นกุฏิไปแล้ว เราจะไปจับราวบันไดอยู่ทำไม" เราก็ต้องปล่อยมือจากราวบันได
"การบริกรรมก็เปรียบเหมือนบันไดที่มีราวจับ" เราต้องใช้เพื่ออาศัยขึ้นกุฏิเท่านั้น เพื่อเป็นทางผ่านขึ้นไปเท่านั้นเอง ที่ให้บริกรรมพุทโธก็เพื่อไม่ให้จิตวิ่งไปตามอารมณ์ต่าง ๆ "ถึงให้บริกรรมพุทโธไว้" .. "
"พระอริยเจ้าผู้เป็นดั่งเศรษฐีธรรม"
หลวงปู่ลี กุสลธโร -
‘วัดพระแก้ว’ พร้อมสถานประกอบการ 10 ประเภท คว้ารางวัลสุดยอดมาตรฐาน SHA 2021
10 มี.ค.2565 – นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล The Best of SHA Awards 2021 แก่สถานประกอบการมาตรฐาน SHA จำนวน 160 รางวัล ที่ได้รับการคัดเลือกผ่านแบบประเมินความพึงพอใจในการเข้ารับบริการจากนักท่องเที่ยว รวม 132,256 คนทั่วประเทศไทย พร้อมกันนี้ นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ให้เกียรติร่วมพิธีฯ ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินโครงการ SHA มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของการให้บริการด้านการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาตรฐาน SHA จึงเปรียบเสมือนตราสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้ดำเนินการปรับปรุง พัฒนา ทั้งด้านสินค้าและบริการ... -
สรพงษ์ ชาตรี พระเอกนักบุญ สร้างองค์สมเด็จโตใหญ่สุดในโลก
ย้อนเนื่องราวแรงศรัทธา “สรพงษ์ ชาตรี” ในการสร้างองสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อ 18 ปีที่แล้ว
วันที่ 10 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรีพงษ์ เทียมเศวต หรือ “สรพงษ์ ชาตรี” นักแสดงระดับตำนาน เสียชีวิตแล้วในวัย 71 ปี ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จากโรคมะเร็งปอด ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการบันเทิง
หลังเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งสูญเสียนักแสดงสาวมากฝีมือ แตงโม-นางสาวนิดา พัชระวีรพงษ์ และนักแสดง นักร้องระดับตำนานอย่างอาต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา เมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. 2565 ที่ผ่านมา
สำหรับบทบาทของ “สรพงษ์ ชาตรี” นอกจากการเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทและครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยจับไมค์ร้องเพลงออกอัลบั้มถึง 5 ชุด แต่อีก 1 บทบาทที่หลายคนจดจำคือ การเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดสร้าง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญเมื่อเดินทางมาเที่ยวเมืองโคราช
รูปหล่อองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หน้าตักกว้าง 8 เมตร 1 นิ้ว สูง 13 เมตร หนัก 61 ตัน ปิดทองอร่ามทั้งองค์ ภาพจากเว็บไซต์ i-san.tourismthailand.org... -
อย่าไปคิดอะไรมาก...!!
"อย่าไปคิดอะไรมากเลย
โลกกำลังจะเปลี่ยนแปลง
หลวงปู่ดู่ท่านบอก...
เอ็งดูลางสังหรณ์ให้ดี
มนุษย์ไม่ถูกกันเมื่อไหร่
ฆ่ากันเมื่อไหร่
มันจะเกิดภัยธรรมชาติ
มันจะเกิดโรคระบาด
มันจะเกิดอะไรเยอะแยะไปหมด
เพราะฉะนั้นเตรียมตัวเปลี่ยนร่าง
อย่าไปคิดอะไรมาก...!!
ท่านบอกสวดมนต์ไปเถอะ
ให้ห่างจากอารมณ์ทางโลกบ่อยๆ
อายุเราแค่นี้
จะอยู่ได้กี่วันล่ะ
ตายแน่ๆ เลย"
คำสอนของหลวงตาม้า (พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร) วัดพุทธพรหมปัญโญ (วัดถ้ำเมืองนะ)
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook =AZU9o9mjyutthwGgmNTYEM7F3yVAqZlYacI86_suCFMAadWO8EMHvmbNsXwUogGnmTa5mPVpCaAuFX5NS-jtrEsI2gLUCQxSO_elenMcT7QYDPAs_Ifjvwq88xPyfF3vPs0Ay-cm2CV6SEcGbC-0jlVxVw0IKNgg9QS1uWkMlYvg31iHUW75hzJQSCKAkDKFAH4&_rdc=1&_rdr']อมตะธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ -
ขโมยชิ้นส่วนสรีระสังขารหลวงปู่หงษ์ลงโชว์ในโซเชียล
เป็นอีกเรื่องที่สะเทือนวงการ เมื่อมีข่าวการขโมยชิ้นส่วนสรีระสังขารของเกจิดัง หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ แห่งสุสานทุ่งมน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ หลวงปู่หงษ์ท่านได้ละสังขารไปตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557 ด้วยวัย 97 ปี ในพรรษาที่ 77 หลวงปู่หงษ์เป็นพระเกจิผู้มากไปด้วยเมตตาและวิทยาคมเข้มขลัง พระปฏิบัติ ฉันภัตราหารเพียงวันละมื้อ ออกจาริกถือธุดงควัตรตามแบบฉบับแห่งพระบรมครู พักอาศัยอยู่ตามโคนไม้ หาที่สงบสัปปายะ เจริญภาวนาที่ป่าช้าตั้งอต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ ท่านร่ำเรียนวิชาไสยเวทย์หลายแขนงได้สร้างเครื่องรางของขลังโปรดญาติโยมที่ตกทุกข์ได้ยาก จนมีชื่อเสียง ทั้งด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตามหานิยม จนมีลูกศิษย์ทั้งไทยและต่างประเทศมากมาย
ล่าสุดเพจ สุรินทร์ดีดี ได้ข้อความไว้ว่า ขโมยสรีระหลวงปู่หงษ์ โพสต์โชว์ในโซเชียล ตกตะลึงกันทั้งวัด มาขโมยไปตอนไหน
วันที่ 9 มีนาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พระอธิการเอกลักษณ์ สุจิณโณ เจ้าอาวาสวัดเพชรบุรี หรือวัดหลวงปู่หงษ์ และ คณะกรรมการ ผู้ดูแลสุสาน ทุ่งมน วัดเพชรบุรี ร่วมกันเข้าตรวจสอบสรีระหลวงปู่หงษ์... -
พระอริยเจ้า เป็นอย่างไรครับ?
พระอริยเจ้า เป็นอย่างไรครับ?
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุงตอบปัญหาธรรม
จากหนังสือ "สู่แสงธรรม" โดย พล.อ.ต.มนูญ ชมภูทีป
"พระอริยเจ้า เป็นอย่างไรครับ หลวงพ่อ"
ข้าพเจ้ารีบถาม
"อ้าว! พระอริยเจ้าก็คือพระที่มุ่งทางโลกุตระ
มิใช่ทางโลกียะ ไงล่ะ" หลวงพ่อตอบเรื่อยๆ
แต่ทำให้ข้าพเจ้ายิ่งงงหนักเข้าไปอีก จึงถามว่า
"แล้ว โลกียะ กับ โลกุตระ เป็นยังไงครับหลวงพ่อ"
"การที่ผู้ใดทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วยังหวังลาภ
ยศ สรรเสริญ สุข เป็นการตอบแทนแล้ว เขายัง
เรียกว่าเป็น "โลกียชน" อยู่
ดังนั้น บรรพชิตท่านใด แม้มีสมณศักดิ์สูงส่งแค่ไหน
หากยังชื่นชมในลาภสักการะก็ดี ยังหลงในสมณศักดิ์
ชั้นยศที่ได้รับก็ดี หรือหลงในคำสรรเสริญเยินยอ
ของสานุศิษย์ก็ดี หรือหลงในสุขจากสถานที่พำนัก
ที่อบอวลไปด้วยไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ
หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ดี ก็จะยังจัด
อยู่ในประเภทของโลกียชนนะ หากนุ่งผ้าเหลือง
ห่มเหลืองก็ยังคงเป็น "สมมติสงฆ์" อยู่นะ
แต่ถ้าการทำอะไรแล้ว ไม่หวังในลาภ ยศ สรรเสริญ
สุข เป็นสิ่งตอบแทนแล้ว นั้นแหละเขาเรียกว่าเป็น
"โลกุตระ" ล่ะ และการมุ่งสู่โลกุตระนี้แหละ จะเป็น
หนทางที่หลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา อุปาทาน และ... -
ร่างกายมีสภาพไม่ทนทาน เดี๋ยวมันก็พัง
ร่างกายมีสภาพไม่ทนทาน เดี๋ยวมันก็พัง
ธรรมโอวาทหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
นี่เป็นอันว่าจำให้ดีนะ วันนี้เป็นวันสำคัญที่ท่านมาบอก กรรรมฐานจุดสุดท้าย การที่จะบอก กรรมฐานจุดสุดท้าย ถ้าไม่เห็นกำลังใจของพวกเรา นี่ท่านไม่บอกหรอก ท่านไม่บอกง่าย ๆ กรรมฐานตัวนี้จุดง่ายนิดเดียวว่า "ร่างกายมีสภาพไม่ทนทาน เราไม่ต้องการมันอีก" เท่านี้
แล้วหลังจากนั้นก็ใช้ปัญญาใคร่ครวญเองว่าจริงหรือไม่ ถ้ามันจริงเราก็เชื่อ เชื่อแล้วเราก็ไม่ต้องการมัน แต่งานในหน้าที่ต้องทำกัน
ความเป็นทุกข์ คือทุกข์เพราะความบกพร่องในการงาน นี่ต้องระวัง ไม่ใช่ว่าร่างกายไม่ทนทาน ไม่ทำอะไรหมด ขี้เกียจ ไม่ใช่ขี้เกียจ มือเท้าอ่อนหมดเรี่ยวหมดแรง นอนตายดีกว่าว่ะ อย่างนี้ไม่เป็นเรื่อง แบบนี้เจ๊ง ไปไม่รอด
มันต้องมีกำลังใจเป็นปกติ หน้าที่เป็นหน้าที่ทำด้วยความเข้มแข็ง ต่อสู้กับอารมณ์ที่มันจะเป็นเครื่องขัดเคือง เราไม่ขัดเคืองในอารมณ์ที่จะต้องขัดเคือง เราไม่เศร้าโศกในอารมณ์ที่ควรจะเศร้าโศก อย่างใครเขาตาย แทนที่เราจะเสียใจ ถือว่านี่เป็นเรื่องธรรมดา ...
ขอบคุณที่มา : ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง... -
จิตเป็นผู้ไม่ตาย อย่ามัวผลัดวันประกันพรุ่ง ธรรมโอวาท หลวงปู่จันทา ถาวโร
จิตเป็นผู้ไม่ตาย อย่ามัวผลัดวันประกันพรุ่ง
ธรรมโอวาท หลวงปู่จันทา ถาวโร
พระพุทธเจ้า มีมาเป็นตั้งล้านๆ พระองค์แล้ว
เรามัวไปเป็นไส้เดือน กิ้งกือ อยู่ที่ไหนล่ะ !?
จิตนี้ เป็นผู้ไม่ตาย ท่องเที่ยวเกิดดับ
ภพน้อยภพใหญ่ โอ๋ ... สัตว์นานาชนิดมีหมด
ทั้งบกและน้ำ ยักษ์โขโมฬีเปรตผี นี่แหละ ...
ชาติปางก่อน หลวงพ่อเสวยมาแล้ว
โลก คือ หมู่สัตว์ ... เมื่อมี กิเลส-กับ-กรรม
ครองหัวใจอยู่ ต้องได้เสวยเป็นอย่างนี้ ...
อย่าได้ประมาท ในการเจริญธรรม
เพื่อได้เอาตนข้ามโอฆสงสาร
ไปพระนิพพานเป็นที่แล้ว
อย่ามุ่งมั่นปั้นใจว่า ชาติหน้า-ภพหน้าจะดี
อย่าได้ผลัดวันประกันพรุ่งนะ ชีวิตสังขารได้มาแล้ว
ทำคุณงามความดี ให้เกิดมีขึ้นแก่ตนนะ
ขอบคุณที่มา : ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง www.BuddhaSattha.com -
"ใช้ปัญญาสอนจิต" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
.
"ใช้ปัญญาสอนจิต"
" .. "ผู้ใดชอบความสงบ ประพฤติปฏิบัติไปเพื่อความสงบ ทางจิตใจ" ผู้นั้นได้ชื่อว่า "เป็นผู้ปฏิบัติออกจากโลกนี้" มองเห็นโลกนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง "มีการอิจฉา พยาบาท เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ไม่รู้จักให้อภัยต่อกันและกัน"
เข้าทำนองว่า "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" อันนี้มันมีอยู่ในโลกนี้ หาได้ถมไป "นักปราชญ์ผู้มีปัญญา ท่านพิจารณาเห็นอย่างนี้แล้ว จึงเหนื่อยหน่าย" ไม่ปรารถนาจะมาเกิดในโลกนี้อีก
จึงภาวนาเข้าไป "ใช้ปัญญาสอนจิต ให้ปล่อยให้วาง ขันธ์ทั้ง ๕ อันนี้" ไปเรื่อย ๆ "เมื่อใจปล่อยวางขันธ์ ๕ นี้ได้ ก็เป็นอันว่าจบลง ไม่ต้องมาเกิด" มาอาศัยขันธ์ ๕ นี้อีกต่อไป .. "
"ธรรมโอวาทหลวงปู่เหรียญ ๔"
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ -
การพิจารณาในอารมณ์นิพพิทาญาณ
ถาม : ผมเบื่อ ๆ เมื่อไรจะไปสักที พิจารณามาตั้งแต่ตอนบวช ตอนนี้ไม่เห็นเข้าใจเหมือนเดิมเลย ?
ตอบ : แสดงว่ารักษาเอาไว้ไม่ได้ ความเบื่อเป็นของดี แต่ต้องรักษาให้เป็น ก้าวพ้นไปได้ก็สบาย ถอยหลังลงมาก็เป็นหมาเหมือนเดิม นิพพิทาญาณไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่าย เกิดขึ้นแล้วส่วนใหญ่คนจะเบื่อสุด ๆ แล้วก็ผลักไสไปเรื่อย ความจริงแล้วต้องรักษาเอาไว้
รักษาอารมณ์ให้คงตัวเอาไว้ ถ้ามีโอกาสสัก ๓ วัน ๗ วัน พิจารณาไปเรื่อยว่า “ถึงเบื่ออย่างไรเราก็ยังมีชีวิตอยู่ ในเมื่อชีวิตนี้ถ้าตายลงไปแล้วเราไปพระนิพพาน ก็เป็นการตัดชาติตัดภพทั้งหมด ถ้านับการเวียนว่ายตายเกิดที่นับกัปไม่ถ้วน กับการดำรงชีวิตอยู่ไม่ถึงร้อยปีแล้วตาย ก็แค่ชั่วแวบเดียวเท่านั้น ทำไมเราจะอยู่ไม่ได้” สภาพจิตจะก้าวข้ามไป กลายเป็นสังขารุเปกขาญาณ จะเห็นว่าธรรมดา ช่างมัน ธรรมดาเป็นอย่างนั้น เห็นเด็กซนก็ธรรมดาเพราะเด็กต้องซน เห็นผู้ใหญ่ทะเลาะเบาะแว้งกันก็ธรรมดา คนไม่มีปัญญา ไม่รู้โทษก็เป็นอย่างนั้นแหละ พอปล่อยได้ เห็นอะไรเป็นธรรมดาหมดก็อยู่ได้อย่างสบาย กลายเป็นมีความสุข แต่ตอนแรกเบื่อจนอยากจะมุดดินหนี
นิพพิทาของอาตมาดันไปขึ้นกลางห้างพอดี... -
"สร้างหลักใจด้วยพุทโธ" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
.
"สร้างหลักใจด้วยพุทโธ"
" .. เดินไปไหนมาไหน "ขอให้ระลึกพุทโธ ๆ หรือธัมโม หรือสังโฆ" ด้วยความมีสติอยู่ที่ใจ นั้นเรียกว่าเราสร้างหลักใจไว้เป็นประจำ ๆ ก็เป็นความดีอันหนึ่ง "จิตได้รับธรรมเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง จิตก็มีหลักยึด" จากนั้นการทำบุญให้ทานประเภทต่าง ๆ ก็เป็นส่วนกุศลบุญอันเดียวกันอย่างเดียวกัน "ไหลเข้าสู่ใจอย่างเดียวกัน จึงขอให้ใจมีหลักยึด"
เราไม่ได้ทำอะไร "ก็ให้ทำกับพุทโธ ไปไหนมาไหนระลึกพุทโธอยู่ในใจเสมอ การทำบุญก็เป็นการทำบุญ ให้ทานเป็นการให้ทาน" ระลึกพุทโธเป็นพุทโธซึ่งเป็นความดีด้วยกันและเป็นที่ยึดของใจด้วยกัน .. "
(หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
https://luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=1421&CatID=2 -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๕ -
“เคล็ดไม่ลับ”
มีคาถาบทหนึ่ง ที่อาตมาใช้อยู่บ่อยครั้ง เวลาไปพักค้างแรมในที่ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย นั่นคือ คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า...
เมื่อเวลานอนลงให้นึกถึงภาพพระจนชัดเจน จากนั้น กำหนดนึกว่าเรากำลังล้อมสายสิญจน์ตั้งแต่ศีรษะของเรา วนอ้อมไปจนถึงปลายเท้า แล้ววนกลับมาเริ่มใหม่ พร้อมกับว่าคาถานี้ไปด้วย ทำอย่างนี้ ๓ รอบ เราจะเห็นทั้งภาพพระที่อยู่กับเรา พร้อมกับสายสิญจน์ที่ล้อมป้องกันเราไว้เสร็จ เท่านี้ก็ถือว่าสบายใจได้ เราจะปลอดภัยตลอดเวลาที่เรากำลังนอนอยู่
คำสอนของพระอาจารย์มหานันทวัฒน์ เขมธัมโม (พระอาจารย์เอ บ้านสุมโน)
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook บ้านสุมโน
หน้า 116 ของ 440