คลังเรื่องเด่น
-
"รักษาจิตให้อยู่กับปัจจุบัน" (หลวงปู่ชา สุภัทโท)
.
"รักษาจิตให้อยู่กับปัจจุบัน"
" .. "พยายามรักษาจิตของท่านให้อยู่กับปัจจุบัน" เมื่อเกิดรู้สึกอะไรขึ้นมาภาย ในจิตก็ตาม จงเฝ้าดูมันและปล่อยวาง "อย่าแม้แต่หวังที่จะไม่ให้มีความนึกคิดเกิดขึ้นเลย" แล้วจิตก็จะเข้า สภาวะปกติตามธรรมชาติของมัน "ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างความดีและความชั่ว" ร้อนและหนาว เร็วหรือช้า ไม่มีเราไม่มีเขา ไม่มีตัวตนเลย อะไร ๆ ก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น
"อย่ายึดมั่นอยู่กับการแยกตัวไปอยู่แต่ลำพัง" หรือกับการเก็บตัว ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด "จงรู้จักตัวเองด้วยการปฏิบัติตนเป็นปกติตามธรรมชาติ และเฝ้าดู" เมื่อเกิดสงสัยจงเฝ้าดูมันเกิดขึ้นและดับไป มันก็ง่าย ๆ "อย่ายึดมั่นถือมั่นกับสิ่งใดทั้งสิ้น" .. "
หลวงปู่ชา สุภัทโท -
วิธีระงับทุกข์
ถาม : เมื่อเราเกิดปัญหาขึ้นในการเรียนหรือการทำงาน และเป็นปัญหาที่หาทางออกที่ดีไม่ได้ จนทำให้เกิดทุกข์ทุกครั้งที่นึกถึง แม้จะทำสมาธิก็ช่วยบรรเทาทุกข์ได้แต่เพียงชั่วครู่ จึงสงสัยว่าจะมีวิธีใดบ้างที่ช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหานั้น ๆ ได้ หรือพบคนที่จะมาช่วยเหลือได้ ?
ตอบ : อย่ามัวแต่ไปหวังพึ่งคนอื่นอยู่ ให้คิดดี พูดดี ทำดีเอาไว้ ถ้าสามารถคิดดี พูดดี ทำดีได้ต่อเนื่อง ความดีทั้งหลายที่เกิดขึ้นจะทำให้ปัญหาหมดไปเอง ในเมื่อไม่สามารถที่จะทำได้ เรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ จำเป็นที่จะต้องยอมรับไปก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มต้นแก้ไขใหม่
ถาม : มีวิธีใดบ้างที่จะระงับทุกข์ในช่วงที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ?
ตอบ : หยุดคิด..ถ้าหยุดคิดไม่เป็นก็ต้องให้ความรู้สึกของเราอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก ส่วนใหญ่ที่เราทุกข์เพราะเราไปคิดปรุงแต่ง เรายิ่งปรุงแต่งมากเท่าไร ความทุกข์ก็ยิ่งมีมากเท่านั้น แต่ถ้าหยุดคิดไม่ได้ก็ต้องหยุดอยู่กับลมหายใจเข้าออก ถ้าลมหายใจเข้าออกทรงตัว ความคิดทั้งหมดจะอยู่เฉพาะหน้าที่ลมหายใจหรือคำภาวนาเท่านั้น เท่ากับเราหยุดคิดไปโดยปริยาย ความทุกข์ก็ไม่เกิด
...................................... -
"เกิดเป็นมนุษย์นี้ยาก" (พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร)
.
"เกิดเป็นมนุษย์นี้ยาก"
" .. การเกิดเป็นมนุษย์นี้ ท่านว่ายากเย็นเหลือเกิน "เหมือนกับ เต่าตนุตาบอดซึ่งจมอยู่ในท้องมหาสมุทร กว่าจะโผล่ขึ้นมาจากท้องมหาสมุทรนั้นมันแสนยากทั้งตาบอดเสียด้วย" ไม่ทราบว่ากิ่งไม้หรือต้นขอนต่าง ๆ มันอยู่ที่ไหน เมื่อโผล่ขึ้นมาได้ ทั้งได้เกาะได้อาศัยไม้นับเป็นโชคลาภ
"การเกิดเป็นมนุษย์นี้ยากแสนยากลำบากเหลือเกิน" เพราะกว่าจะเกิดได้ ภพชาติอื่น ๆ มันมีมาก สัตว์น้ำก็นับอย่างไม่ได้ สัตว์บกก็นับอย่างไม่ได้และเกิดง่ายสะดวกสบาย ไม่เหมือนมนุษย์เรา
"มนุษย์จึงเป็นสัตว์ที่ประเสริฐ" ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา เหตุใดจึงว่าประเสริฐ พระพุทธเจ้าหรือเหล่าพระอรหันต์ ปัจเจกพุทธเจ้าก็เกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งนั้น ไม่ใช่เกิดเป็นอันอื่น
ฉะนั้น จึงเรียกว่าเป็นสัตว์ที่ประเสริฐ "ควรชำระจิตใจของตัวให้ประเสริฐ ตามเยี่ยงอย่างที่พระพุทธเจ้าของเรา" เคยกระทำบำเพ็ญมา ไม่อย่างนั้นการเกิดของเรา ก็จะเป็นหมัน เป็นโมฆะ หาสาระอะไรไม่ได้ .. "
"เกิดเป็นมนุษย์นี้ยาก"
ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร -
"กรรมฐานถูกกับจริต มันก็สบาย" (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
.
"กรรมฐานถูกกับจริต มันก็สบาย"
" .. อารมณ์ของสมถกรรมฐานนี้ "ถ้าไม่ถูกจริตของเรา มันก็ไม่สลด ไม่สังเวช" อันใดที่ถูกกับจริต อันนั้นก็จะประสบบ่อย ๆ มีความรู้สึกนึกคิดในอาการนั้นบ่อย ๆ แต่เราไม่ค่อยจะได้สังเกต จึงควรสังเกตเพื่อให้ได้ประโยชน์
"เปรียบเหมือนกับอาหาร" ที่เขาจัดมาให้สำรับหนึ่ง มันก็มีหลายอย่าง "เราก็ชิมไปทุกถ้วยทุกอย่าง" นั่นแหละ แล้วก็จะรู้เองว่า อาหารอย่างไหนที่เราชอบ อย่างไหนที่เราไม่ชอบอย่างไหนชอบ ก็ว่ามีรสชาติอร่อยกว่าอย่างอื่น "นี่พูดถึงอาหารนี่ก็เทียบให้เห็นกับจริตของคนเรา" กรรมฐานที่ถูกกับจริต มันก็สบาย .. "
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี -
“อย่าเปิดรับ”
การที่เราเปิดบ้านต้อนรับผู้คนมากมาย เมื่อถึงเวลาปิดบ้าน เราต้องเหนื่อยเก็บกวาดทำความสะอาด ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอีกใช่หรือไม่..? ฉันใดก็ฉันนั้น
การที่เราเปิดรับความพอใจจากตา หู จมูก ลิ้น กาย และสะสมไว้ในใจ เมื่อถึงเวลาทำสมาธิ เราจึงต้องเผชิญกับกิเลสที่เราเปิดรับไว้เอง มันจึงเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ และไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติ เมื่อรู้สาเหตุแล้ว เราต้องฝืนตัวเองไว้ อย่าปล่อยอะไรเข้ามาง่ายๆ เพื่อให้บ้านคือใจของเราสะอาดที่สุด เวลาภาวนา จิตจะสงบเร็ว เราจะได้เหลือเวลาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นต่อไป
คำสอนของพระอาจารย์มหานันทวัฒน์ เขมธัมโม (พระอาจารย์เอ บ้านสุมโน)
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook บ้านสุมโน -
"วันคืนล่วงไป ๆ" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
.
"วันคืนล่วงไป ๆ"
" .. "เราเกิดมาได้อัตตภาพอันดี" สมบูรณ์บริบูรณ์ พวกเราได้สมบัติมาดีแล้ว ควรใช้มันซะ "ใช้ไปในทางดี ทางดี คือ การทำบุญให้ทาน รักษาศีลภาวนา" ใช้มันซะเมื่อมันยังสมบูรณ์บริบูรณ์อยู่
อย่าไปนอนใจเมื่อวันคืนล่วงไป ๆ "พระพุทธเจ้าว่า วันคืนล่วงไป ๆ มิใช่จะล่วงไปแต่วันคืนเดือนปี ชีวิตความ เป็นอยู่ของเราก็ล่วงไป ๆ" ทุกขณะลมหายใจเข้าออก .. "
"หลวงปู่ขาว อนาลโย"
วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู -
"ผู้มีศีลมีธรรม" (หลวงตามหาบัว ญาญสัมปันโน)
.
"ผู้มีศีลมีธรรม"
" .. "ผู้ทั้งให้ทานด้วย ทั้งรักษาศีลด้วย" ย่อมเป็นผู้สร้างคุณงามความดีความร่มเย็นไว้แก่ตนโดยสม่ำเสมอ "คนมีศีลมีธรรมไปที่ไหน ไม่มีใครรังเกียจ มีแต่ผู้รักผู้ชอบใจผู้เทิดทูนผู้เคารพนับถือ"
ไม่ว่าเด็กไม่ว่าผู้ใหญ่ ไม่ว่าคนจนคนรวยคนโง่คนฉลาดคนมั่งมีศรีสุขขนาดไหนประการใด "ขอให้มีศีลอยู่ภายในกายวาจาใจของตนเถิด ผู้นั้นเป็นผู้มีทรัพย์สมบัติภายในอันสำคัญติดตัว" ไปที่ไหนสวยงาม มีแต่คนอยากคบค้าสมาคมไม่มีใครรังเกียจ .. "
หลวงตามหาบัว ญาญสัมปันโน
https://luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2150&CatID=2 -
ยึดถือมากก็ยุ่งมาก โดย ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต
ยึดถือมากก็ยุ่งมาก
โดย ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต
ไม่มีอะไรต่างกันระหว่างสิ่งมีชีวิต
กับสิ่งไม่มีชีวิตเพราะตามหลักธรรมแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเหตุทั้งหลาย ล้วนอยู่
ในสภาพเดียวกัน คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
และไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตนทั้งสิ้น
ใครยึดถือมากก็ยุ่งมาก ใครยึดถือน้อยก็ยุ่งน้อย
ใครไม่ยึดถือเลยก็ไม่ยุ่งเลย สำคัญอยู่ที่ตั้ง
แนวความคิดและการพิจารณา ให้เห็น
ให้เข้าใจโดยถูกต้อง
ขอบคุณที่มา =AZVi_zrQfmmquEL3wT6IHAdUfktUZfklWUUUzl9Mtv9qnGu6hpizWjAMY1fRMgKrodz0RH-3Qib1FJgkXFMY6giPKFGUNFWjQEi3qTeyNJjLeimsh8nKrD0434y-PppOPOOPcFjjUUngTJDLvBZbziq6&__tn__=-UC*F']BuddhaSattha -
“กรมศิลปากร” มอบของขวัญปีใหม่ เข้าชมฟรี “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร”
กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมศิลปากร ขอมอบของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน ด้วยการเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ฟรี โดยไม่เสียค่าเข้าชม ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2564 – 3 มกราคม 2564 พร้อมเชิญเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ “ของขวัญปีใหม่ จากใจกระทรวงวัฒนธรรม”
นบพระนำพร
กิจกรรม สักการะพระพุทธรูปวังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน “นบพระนำพร บวรสถานพุทธปฏิมามงคล 2565” ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2564 – 9 มกราคม 2564
โดย “มี พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นพระประธาน และอัญเชิญพระพุทธรูปมงคลโบราณอีก 9 องค์ กอปรด้วยพุทธศิลป์อันงดงาม มีคติตำนานการสร้างและนามอันเป็นสิริมงคล
มาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนาได้สักการบูชา เพื่ออำนวยความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลในวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่”
Cr.National Museum Bangkok
ดนตรีสำหรับประชาชน
กิจกรรม ดนตรีสำหรับประชาชน ณ สนามสังคีตศาลา ยามเย็น เวลา 17:30-19:30 น. วันที่ 25-26 ธันวาคม 2564
วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม 2564
– รำอวยพร เปิดสังคีตศาลา ปีที่ 65
– การแสดงสี่ภาค
–... -
สหรัฐฯ อนุมัติยาต้านไวรัสโควิด-19 ตัวแรก
สหรัฐฯ อนุมัติยาต้านไวรัสโควิด-19 ตัวแรก ซึ่งประชาชนสามารถนำกลับไปรับประทานที่บ้านได้ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยรับมือการระบาดของโอมิครอน
วันนี้ (23 ธ.ค.2564) สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือเอฟดีเอ ประกาศเรื่องการอนุมัติใช้ยาแพกซ์โลวิดเป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ ที่ประชาชนสามารถนำกลับไปรับประทานที่บ้านได้ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้รับมือกับการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไวรัสกลายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเอฟดีเอให้สัญญาว่าจะทำให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่จะอาการหนัก เข้าถึงยาต้านไวรัสได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ ผลการทดสอบประสิทธิภาพของยาแพกซ์โลวิด พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 89 ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง หากได้รับยาภายใน 2-3 วันแรก หลังจากเริ่มแสดงอาการ และหากได้รับยาภายใน 5 วันแรก ประสิทธิภาพของยาก็ยังคงสูงถึงร้อยละ 88
ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอังกฤษทะลุ 1 แสนคนเป็นครั้งแรก
ส่วนที่อังกฤษตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 106,122 คน... -
"จิตคือ ธาตุรู้" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"จิตคือ ธาตุรู้"
" .. แต่ว่าจิตนั้นก็ยังมีธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง "คือเป็นธาตุรู้ อันเรียกว่าวิญญาณธาตุคือธาตุรู้" คือรู้อะไร ๆ ได้ "แต่ว่าเพราะจิตที่ยังมิได้อบรมนั้นแม้จะเป็นธรรมชาติรู้ ก็ยังเป็นรู้ผิด รู้หลงอยู่" เพราะยังมีอวิชชาคือความไม่รู้ในสัจจะที่เป็นตัวความจริง
เพราะฉะนั้น เมื่อรู้สิ่งใดก็เป็นความรู้ที่ไม่ทะลุปรุโปร่ง "แต่เป็นความรู้ที่ติดอยู่แค่มายาของสิ่งเหล่านั้น" ยังไม่ทะลุถึงสัจจะคือความจริง ฉะนั้น "จึงมีความยึดถือติดอยู่ในมายาของสิ่งนั้น ๆ ในโลก" เมื่อสิ่งที่ยึดนั้นเป็นเพียงมายา ไม่ใช่เป็นสัจจะคือความจริง "ความรู้ที่ยึดมายานั้นจึงเป็นความรู้ผิด" เป็นความรู้หลง .. "
"การปฏิบัติอบรมจิต"
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=3401 -
เวลาเราตาย เราควรจะนึกถึงการภาวนาที่เราทำมา หรือควรจะนึกถึงทานที่เราทำมา ?
ถาม : เวลาเราตาย เราควรจะนึกถึงการภาวนาที่เราทำมา หรือควรจะนึกถึงทานที่เราทำมา ?
ตอบ : ให้เกาะพระนิพพานเอาไว้
ถาม : ถ้าเราเกาะพระนิพพาน เราจะได้ไปพระนิพพานไหมครับ ?
ตอบ : ไปไม่ได้ เพราะถ้ายังเกาะอยู่ก็ไปไม่ได้ แต่คราวนี้การเกาะพระนิพพานทำให้สภาพจิตของเรามีหลักยึด เป็นการยึดในจุดที่สูงที่สุด เมื่อถึงเวลาถ้ารู้ว่าควรจะปล่อยวางอย่างไร ก็จะไปได้เลย
ถาม : ถ้าเราไม่เกาะพระนิพพาน แล้วเราจะไปอย่างไรครับ ?
ตอบ : ก็ไปตอนไม่เกาะ ถ้าเอ็งกอดเสาอยู่จะไปไหนได้ ก็ต้องปล่อยเสาก่อน ทำให้ถึง...เดี๋ยวรู้เอง..!
การจะไปพระนิพพานก็คือ การสั่งสมความดีใน ศีล สมาธิ ปัญญา จนถึงระดับสูงสุด การสั่งสมในระยะแรกเป็นการเกาะความดีไว้เพื่อความไม่ประมาท จะได้ไม่หลุดไปกระทำความชั่ว แต่เมื่อทำความดีจนถึงที่สุดแล้ว สภาพจิตจะปลดวางลงเอง รู้สึกว่าเต็มแล้ว พอแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น ดีก็ไม่ยึด ชั่วก็ไม่ยึด ก็ในเมื่อดีก็ไม่เอา ชั่วก็ไม่เอา สุคติก็ไม่เอา ทุคติก็ไม่เอา ก็จะผ่ากลางไปเอง
ถึงวาระนั้นก็เป็นคนธรรมดายิ่งกว่าธรรมดา รู้ว่าอะไรดีก็ทำ อะไรชั่วก็ละ ไม่เกาะแล้วทั้งดีทั้งชั่ว... -
"เห็นใจก็คือเห็นตัวเอง" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"เห็นใจก็คือเห็นตัวเอง"
" .. ผู้ทำความเพียรภาวนาทั้งหลาย "ถ้าไม่เห็นใจตัวเองแล้ว จะไม่มีการชำระกิเลสของตนได้" ความโลภ โกรธ หลงและนิวรณ์ทั้ง ๕ เกิดจากใจตัวเดียว "ใจคือผู้นิ่งเฉย ๆ รู้อยู่รู้ตัวเองอยู่ หากไม่คิดไม่นึกไม่ส่งส่าย นั่นคือตัวใจ"
การที่รวมเข้ามาเป็นใจนี้ เห็นชัดด้วยตนเอง ถ้าหากจิตไม่ทันรวมก็ช่างมัน เอาไว้แค่นั้นเสียก่อน "ตั้งสติคุมจิตอยู่รํ่าไป ทุกอิริยาบถ ยืนเดิน นั่ง นอน เห็นจิตอยู่อย่างนั้น เรียกว่าเห็นตัวเอง" การเห็นตัวเองยังมีหนทางที่จะแก้ไขอะไรทั้งปวงทุกอย่างทุกเรื่อง มีหนทางที่จะแก้ไขตนเองได้
ถ้าไม่เห็นใจเสียแล้ว ไม่มีหนทางหรอก ใครจะทำอย่างไร ๆ ก็ทำเถิด "ถ้าไม่เห็นใจตนเองแล้ว ไม่มีหนทางแก้ไขตนเอง" และไม่เห็นกิเลสของตนด้วย ไม่ทราบว่าหยาบละเอียด ไม่ทราบว่าคิดดีคิดชั่วปรุงแต่งด้วยประการต่าง ๆ ก็ไม่เห็น "ใจนั้นเป็นบ่อเกิดของกิเลสทั้งปวงหมด" .. "
"สติ จิต ใจ"
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี -
เล็งฉีด “ไฟเซอร์” เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 5 ล้านคน ปีหน้า
รัฐบาลเตรียมจัดหาวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เป้าหมาย 5 ล้านคน หลัง อย. อนุมัติให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี โดยเป็นไปตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครอง
วันนี้ (21 ธ.ค.2564) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุมัติขยายขอบเขตข้อบ่งใช้ของวัคซีนโคเมอร์เนตี (COMIRNATY VACCINE) ของบริษัทไฟเซอร์ จำกัด สำหรับกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 จากเดิมที่ให้มีการฉีดได้ในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้น
ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 5-11 ปี จะฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อและลดปริมาณวัคซีนลงเหลือ 10 ไมโครกรัม หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนที่ฉีดในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยเว้นระยะห่าง 21 วัน จากเข็มที่ 1 เพื่อฉีดเข็มที่ 2
ในส่วนจำนวนนักเรียน/นักศึกษา อายุ 12-17 ปี ที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-19 ธ.ค.64 เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 แล้วจำนวน 3,311,008 คน และวัคซีนเข็ม 2 จำนวน 3,059,855 คน ภาพรวมการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สะสมกว่า 100 ล้านโดสแล้ว ตามเป้าหมายการฉีดวัคซีนภายในปีนี้... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ -
สุดอันซีน! พาย SUP ชมพระจมน้ำ อ่างเก็บน้ำเขาระกำ
เมื่อเร็วๆ นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คัดสรรแหล่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่ในโครงการ “25 UNSEEN New Series” ที่เป็นการคัดแหล่งท่องเที่ยวแปลก ๆ ใหม่ ๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นมานำเสนอดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ออกเดินทางกันหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง
“พระจมน้ำ” แห่งอ่างเก็บน้ำเขาระกำ ต.วังกระแจะ อำเภอเมือง จ.ตราด เป็น 1 ใน 25 แหล่งท่องเที่ยวอันซีนดังกล่าว ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด และชุมชนเจ้าของพื้นที่กำลังร่วมกันส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้คนที่มาเยือนตราดได้มีกิจกรรมท่องเที่ยวอื่นๆ นอกเหนือจากการมาเที่ยวทะเลตราดที่เป็นจุดขายหลัก
สำหรับองค์พระพุทธรูปจมน้ำภายในอ่างเก็บน้ำเขาระกำนี้ มีนามว่า “พระพุทธสิริภูวดลมงคลชัย” เดิมเป็นพระพุทธรูปภายในสำนักสงฆ์เขาระกำ หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า “วัดมอญ” เพราะในแถบนี้มีชุมชนชาวมอญที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา และด้วยความศรัทธา ชาวไทยและชาวมอญในแถบนี้ได้ร่วมกันสร้างองค์พระพุทธสิริภูวดลมงคลชัย ขนาดความสูงประมาณ 5 เมตร แล้วเสร็จในปี 2548 เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านในแถบนี้... -
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พัฒนาแอปฯ “ป่อเต็กตึ๊ง 1418” ปลุกพลังคนไทย ช่วยแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย
สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยเฉลี่ยต่อวันมีกว่า 3,000 ครั้ง ส่งผลให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก เพื่อเป็นการช่วยลดความสูญเสียต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” องค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งมั่นบรรเทาทุกข์ และบำรุงสุขให้แก่เพื่อนมนุษย์ จึงได้ต่อยอดเปิดช่องทางการแจ้งเหตุเพิ่มเติม จากสายด่วน 1418 พัฒนามาเป็นแอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418 ภายใต้แนวคิด “ช่วยชีวิตทันใจ…ได้ทุกเหตุ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วในการเข้าถึงเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง หนึ่งในการดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัย ด้านปฏิบัติการ ที่พร้อมให้ทุกท่านได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุได้อย่างทันท่วงที
ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุ มักไม่เลือกสถานที่ ไม่เลือกเวลา “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ในฐานะองค์กรที่ทำงานช่วยเหลือสังคมมาตลอดระยะเวลากว่า 110 ปี โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุต่างๆ มีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความต้องการในการช่วยเหลือภายใต้นาทีฉุกเฉิน จึงได้มีการพัฒนาช่องทางในการให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอมา จากในอดีตมีเพียงเบอร์ติดต่อสื่อสารจากศูนย์วิทยุกรุงเทพฯ ผ่านหมายเลข... -
การปฏิบัติมุ่งสมาธิอย่างเดียว ทำไป 100 ปีก็ไม่ได้ผล หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
การปฏิบัติมุ่งสมาธิอย่างเดียว ทำไป 100 ปีก็ไม่ได้ผล
หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม หลวงพ่อขอรับ ผมทำสมาธิทุกวัน ๆ ละ
หนึ่ง ชั่วโมง มาเป็นเวลา ๒๐ ปีแล้วครับ
มันไม่ไปเหนือไปไม่ไปใต้เลย
ไม่ทราบว่าติดขัดอะไร หรือมีกรรมเวรประเภทไหน
มาปิดบัง ขอบารมีหลวงพ่อ ช่วยแก้ไขหน่อยเถิดขอรับ?
หลวงพ่อ สมาธินี่ถ้าทำเฉย ๆ ก็ไม่ไปไหนนะ
มันก็อยู่แค่ ฌาน ถึงฌานหรือเปล่าก็ไม่รู้
น่ากลัวจะไม่ถึงฌาน น่ากลัว ตะเกียกตะกายอยู่ข้างฌาน
มันขึ้นฌานไม่ไหว ไต่บันไดแกร๊ก ๆ แต่ความจริง
ถ้าเรื่องสมาธิจริง ๆ นะ ถ้าหากว่าได้จริง ๆ ก็อยู่แค่ฌาน ๔
ฌาน ๔ แล้วก็ไม่ไปไหนละ ก็ทรงตัวบ้าง
เดินหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง ไปข้างหน้า ๑ ก้าว
ถอยหลัง ๕ ก้าว ทีนี้ผลการปฏิบัติจริง ๆ
เขาไม่ได้มุ่งสมาธิ ต้องหวังตัด สังโยชน์
ถ้าจะบอกว่า วิปัสสนาญาณก็จะมากเกินไป
ความจริงถ้ามุ่งตัดสังโยชน์ ก็ต้องดูอารมณ์ใจตัวตัด
ไม่ใช่ดูสมาธิ
ขอบคุณที่มา =AZVi_zrQfmmquEL3wT6IHAdUfktUZfklWUUUzl9Mtv9qnGu6hpizWjAMY1fRMgKrodz0RH-3Qib1FJgkXFMY6giPKFGUNFWjQEi3qTeyNJjLeimsh8nKrD0434y-PppOPOOPcFjjUUngTJDLvBZbziq6&__tn__=-UC*F']BuddhaSattha -
"ปฏิบัติธุดงควัตร" (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป)
.
"ปฏิบัติธุดงควัตร"
" .. คนทุกคนที่เกิดมา "ก็ต้องการที่จะแสวงหาความสุขทางกายและใจ" ในขณะที่ครูบาอาจารย์ ได้เสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง "ออกปฏิบัติธุดงควัตร" มีจุดประสงค์ที่จะหลีกเลี่ยงจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ถ้าหากอยู่ในบ้านในเมือง เสียงต่าง ๆ ก็อึกทึกครึกโครม ทำให้จิตใจของผู้ปฏิบัตินั้นไม่สงบระงับ
เมื่อเข้าไปอยู่ในป่า "อาศัยธรรมชาติ" คือสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องทำให้จิตใจเรานั้น สงบระงับดับความวุ่นวายได้เร็ว .. "
"๑๐๓ ธรรมโอวาท"
หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป -
เจ้าอาวาสไม่ขายแล้วควายเผือก เผยยอดบริจาคพุ่งถึง 1.7 ล้าน เตรียมใช้หนี้
จากกรณี พระมหาโอฬาร โอภาโส เจ้าอาวาสวัดอีแงว ต.วันยาว อ.ขลุง จ.จันทบุรี ประกาศขายควายเผือก 1 คู่ ในราคา 2 ล้านบาท หาเงินใช้หนี้ค้าก่อสร้างพระอุโบสถกว่า 1.7 ล้านบาท รวมทั้งค่าไฟและค่าสาธารณูปโภคต่างๆ อีกกว่า 4 แสนบาท หลังจากนั้นไม่นานก้มีคนโอนเงินบริจาคมากหลายแสนบาท ทำให้เจ้าอาวาสและชาวบ้านได้สินใจไม่ขายควายเผือก แต่ถ้ายอดเงินไม่ถึง 2 ล้านภายในสิ้นปีนี้ก็คงต้องขาย เพราะต้องใช้เงิน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 20 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดดังกล่าว โดยได้พบกับ พระมหาโอฬาร พร้อมด้วย นายณัฏฐพงษ์ พัฒนรัฐ นายอำเภอขลุง ที่ได้รับมอบหมายจาก นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่ พระมหาโอฬาร ได้นำบัญชีเงินฝากที่เปิดรับบริจาคมาแสดงต่อสื่อมวลชน และนายอำเภอ เพื่อแสดงความโปร่งใส โดยพบมียอดเงินล่าสุด ณ วันที่ 20 ธ.ค.64 รวมแล้ว 1.7 ล้านบาท แยกเป็นบัญชีส่วนตัว 1.6 ล้านบาท และ บัญชีวัดอีกกว่า 100, 000 บาท
จากนั้น ทั้งหมดได้เดินทางไปยังสำนักงานการไฟฟ้าอำเภอขลุง เพื่อชำระค่าไฟที่ยังคงค้างอยู่จำนวน 49,368.04 บาท ในการนี้ พระมหาโอฬาร... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ -
"ความโกรธ คือยักษ์ใหญ่ใครก็กลัว" (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)
.
"ความโกรธ คือยักษ์ใหญ่ใครก็กลัว"
" .. ถ้าเรายังมีความโกรธ ความขัดเคืองให้แก่คน ให้แก่สัตว์ทั้งหลาย ให้แก่วัตถุทั้งหลายในโลก ก็แสดงว่า "กิเลสความโกรธ กิเลสความอิจฉา พยาบาทในจิตในใจของเรา ที่เรียกว่าความโกรธมานะทิฏฐิในนั้นมันมี" ถ้ามันไม่มี มันไม่ออกมาต่อต้าน เพราะว่าเจ้าโทสะนี้
ถ้าจะจัดอีกอย่างหนึ่งก็เรียกว่า "เป็นยักษ์ใหญ่ ใครมาแตะต้องไม่ได้ ว่าไม่ดีให้ไม่ได้" ธรรมดายักษ์นี้เรียกว่าโกรธมาก หรือว่าสัตว์ก็เสือโคร่งแหละ ใครไปใกล้มันได้ เดี่ยวมันจะกัดคอเอาแหละ "ไอ้เจ้าโทสะนี่แหละ เราต้องเลิกละตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" อย่ามายึดถือ
"ความโกรธอยู่ได้ก็เพราะว่า จิตเรายึดถือ ยึดถือเห็นดีว่า ความโกรธนี้มีอำนาจวาสนา" ใครมาเห็นเข้า ใครได้ฟังเข้าก็กลัว "ยักษ์ใหญ่ใครก็กลัว" เจ้าขี้โกรธนี้แหละ "ต้องภาวนาเจริญเมตตาให้แก่ตัวเองแลมนุษย์อื่น สัตว์ทั้งหลาย" ให้เขาทั้งหลายมีความสุขความสบาย ตามบุญบารมีของเขา "เราอย่าไปเบียดเบียนเขา" ให้เกิดความทุกข์เพิ่มเติมไปอีก .. "
"ถ้าตั้งใจจริงย่อมมีเวลาภาวนา"
พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)
๕ พฤษภาคม ๒๕๑๙ -
ตื่นตาตื่นใจเปิดกรุพระเก่าแก่อายุกว่า 600 ปี พบพระพุทธคุณ 107 องค์
ตื่นตาตื่นใจเปิดกรุพระเก่าแก่อายุกว่า 600 ปี พบพระพุทธคุณ 107 องค์
วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 09.09 น. ที่วัดเขาปกล้นได้มีการเปิดไหกรุพระเครื่องไหที่ 4 โดยมี พล.อ.ท.สุรเชษฐ์ ทองสลวย คณะกรรมการกองทุนมูลนิธิ ครูบาเจ้าบุญเลิศ ประธานในพิธีเปิดกรุพระวัดเขาปกล้น ไหที่ 4 ที่ขุดได้จากใต้ฐานเจดีย์เก่า บนยอดเขาปกล้น โดยมี ดร.จารึก บุญไชย นายกสมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตนานาชาติ อดีตประธานประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดกรุวัดเขาปกล้น เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2560 นักวิชาการ ตำรวจจาก สภ.บ้านหมี่ ข้าราชการ ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมในพิธี โดยพิธีพราหมณ์ ตามแบบโบราณ ก่อนเปิดพระกรุที่ 4 ซึ่งในไหนี้มีพระที่อัดอยู่ภายในจำนวนทั้งสิ้น 107 องค์
จากเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 60 ที่วัดศิริวิลัยบรรพต หรือ วัดเขาปกล้น ตั้งอยู่ที่หมู่ 11 ต.บ้านชี อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ได้มีการจัดให้การทอดกฐินขึ้น และในขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมการวัด และครูบาเจ้าบุญเลิศ อภิสิทธ์เมธากุล เจ้าอาวาสวัด ดร.จารึก บุญไชย อดีต คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชัฏเทพสตรี ลพบุรี พร้อมด้วยเหล่าข้าราชการ ประชาชน สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๔
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ -
พระครูบาบุญชุ่ม ส่งพรจากถ้ำให้พ้นโรคภัย ห่างไกลโรคระบาด ร่มเย็นด้วยธรรมะ
พระครูบาบุญชุ่ม มอบจดหมายจากถ้ำที่ไปปฏิบัติเจริญธรรมกรรมฐาน ปิดวาจาเป็นปีที่ 3 ส่งพรให้ญาติโยมมีความสุขกายสุขใจ พ้นจากโรคภัย ห่างไกลจากโรคระบาด สงบร่มเย็นอยู่ด้วยธรรมะ ได้พบทางดีมีมงคล
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระมหาทองสุข สุขธมฺโม ลูกศิษย์พระครูบาบุญชุ่ม เป็นผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้นำจดหมายของ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ ที่เข้าไปปฏิบัติเจริญธรรมกรรมฐาน ปิดวาจา บำเพ็ญเพียรในถ้ำเป็นปีที่ 3 ที่ประเทศเมียนมา เขียนส่งออกจากถ้ำเป็นภาษาไทใหญ่ มาแปลเป็นภาษาไทย ถึงพุทธศาสนิกชน และลูกศิษย์ โดยมีใจความว่า
ปีธรรม 2565 พรรษา (พ.ศ.2564) เดือนอ้าย ขึ้น 15 ค่ำ ที่ถ้ำหลวงเมืองแก๊ด
ข้อธรรมเมตตาพระครูบาพ่อบุญชุ่ม ญาณสํโร ขอเมตตาถึงพุทธศาสนิกชน ลูกศิษย์ลูกหา ทั้งหลายทุกบ้านทุกเมือง ให้รับทราบโดยทั่วกัน เราพระครูบาพ่อบุญชุ่ม มีความสุขกายสบายใจ ฉันได้ปกติดี ปฏิบัติธรรมภาวนาเมตตาก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ มีความสุขกายสุขใจสงบเยือกเย็น อยู่ด้วยธรรมะสภาวธรรม ถ้ำ ป่าไม้ สันดอย เป็นที่สัปปายะร่มรื่นใจ... -
วิธีตามรอยโค เข้าถึงผู้รู้คือจิต : หลวงตาพระมหาบัว
"..ผู้กำหนดอารมณ์ใดก็ตาม ให้มีความจริงจังต่ออารมณ์นั้น มีสติติดต่อสืบเนื่องกันอยู่กับงานของตนที่ทำ เช่น กำหนดบริกรรมคำว่า พุทโธ เป็นต้น
ให้มีความรู้อยู่กับคำว่าพุทโธๆ ประหนึ่งว่าโลกอันนี้ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย พอที่จะเป็นสองกับสิ่งนั้นเป็นสามกับสิ่งนี้ มีอยู่อันเดียวเท่านั้นคือคำว่าพุทโธกับความรู้กลมกลืนกันอยู่โดยลำดับลำดา คำว่าพุทโธที่เรานำบริกรรมนั้น เมื่อจิตสงบเข้าไปๆ ละเอียดเข้าไปๆ คำว่าพุทโธกับความรู้นั้นจะกลมกลืนเป็นอันเดียวกัน
ที่นี่คำว่าพุทโธๆ เลยหายเงียบไปกลายเป็นความรู้ที่เด่นชัดขึ้นมา นั่นถึงตัวจิตแล้ว ถ้าเป็นตามรอยโคก็ถึงตัวโคแล้ว ปล่อยรอยมันได้ นี่ก็ถึงตัวพุทธะซึ่งเปรียบเหมือนตัวโคแล้ว ปล่อยคำบริกรรมนั้นได้ในเวลานั้น
ผู้กำหนดอานาปานสติ ก็เช่นเดียวกัน ลมจะหยาบจะละเอียดก็ให้รู้อยู่ตามธรรมดา อย่าไปคาดไปหมาย อย่าไปบังคับบัญชาลมให้เป็นอย่างนั้นให้เป็นอย่างนี้ ให้มีความรู้อยู่กับลม เพราะการภาวนาโดยถือลมหายใจเป็นอารมณ์
นั้นเราไม่ได้เอาลม แต่ลมนั้นเป็นเครื่องยึดของใจ เพื่อให้ถึงตัวจริงเช่นเดียวกับตามรอยโค เราไม่ได้หมายจะเอารอยโค แต่จะให้ถึงตัวโคจึงตามรอยมันไป นี่เราตามลม... -
พุทธวิธีละกิเลสโดยลำดับเพื่อการบรรลุธรรม
พุทธวิธีละกิเลสโดยลำดับเพื่อการบรรลุธรรม | สังฆสูตร (อุปมาคนล้างฝุ่น ล้างทอง)
#ละกิเลส #วิปัสสนุปกิเลส #อภิญญา๖
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๕๔๑
ข้อแนะนำในการปฏิบัติ ก่อนจะฟัง พึงเข้าสมาธิสักครู่หนึ่ง เมื่อได้สมาธิดีแล้ว ฟังพุทโธวาท และน้อมธรรมมาสู่ใจ น้อมใจปฏิบัติตามพุทโธวาทตรง ๆ ให้เข้าใจแจ้ง และได้สภาวะจิตดีจริง เมื่อได้สภาวะดีใด ให้รักษาสภาวะนั้นออกมาสู่ชีวิตจริง
มูลนิธิอุทยานธรรม Uttayarndham Foundation
ขอบคุณภาพประกอบจาก พระไตรปิฎก =AT13spvD2F0Jj8s-amtZLIhhrOw0rt-TfgkmVb1d50UHkwx-5bV2vkq7RaNfppZrIYotXmN0m02aRl8nd5H7XKMPjD9j-tqz3t9mfb4I6rAV5DVRbMrGX7ux_5QAv8WiHRWq1m9nZz-gOjys52y0XHqKMeCZcAX9QuDK3O3dC6gE3fDsu_XUPM0rfdTS-pqBngHnEdFYuehd4RA']http://pratripitaka.com -
ธรรมเพื่อทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ | เจโตวิมุตติสูตรที่ ๑
เจโตวิมุตติสูตรที่ ๑
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง
เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๗๑
ข้อแนะนำในการปฏิบัติ ก่อนจะฟัง พึงเข้าสมาธิสักครู่หนึ่ง เมื่อได้สมาธิดีแล้ว ฟังพุทโธวาท และน้อมธรรมมาสู่ใจ น้อมใจปฏิบัติตามพุทโธวาทตรง ๆ ให้เข้าใจแจ้ง และได้สภาวะจิตดีจริง เมื่อได้สภาวะดีใด ให้รักษาสภาวะนั้นออกมาสู่ชีวิตจริง
มูลนิธิอุทยานธรรม Uttayarndham Foundation -
"ให้พยายามภาวนา" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
.
"ให้พยายามภาวนา"
" .. บุคคลจะพ้นทุกข์ได้นั้น ก็เพราะมา "พยายามภาวนา ทำจิตใจให้สงบ" ทวนกระแสจิตเข้ามาในปัจจุบัน เห็นตามว่า "ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ตัวตน" อะไรเมื่อมันมาเห็นแจ้ง มันก็ตื่นตัว "รู้ว่าตนนั้นมาหลงอาศัยอยู่ในของไม่เที่ยง" มาอาศัยในสิ่งที่บังคับไม่ได้ ไม่เป็นไปตามใจหวัง "เมื่อมันรู้ดังนี้ มันก็ปล่อยวาง"
นี่แหละ "ไม่ยึด ไม่ถือ ไม่สำคัญว่าเป็นตัวเป็นตน" ก็เป็นอันว่า "รู้จักต้นเหตุแห่งทุกข์ คืออุปาทานความยึดถือ" เมื่อละความยึดถือนี่ได้ "ทุกข์ทางใจมันก็ดับไปหมดเลย" เป็นอย่างนั้น .. "
"จิตนี้เป็นของฝึกยาก"
พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๔
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๔
หน้า 127 ของ 440