คลังเรื่องเด่น
-
หลวงปู่บุญทัน ประลองฤทธิ์ หลวงปู่ตื้อ หลังโดนตะโกนตำหนิ "อรหันต์ผีบ้า" ผลปรากฏว่า ?
สวัสดีครับคุณผู้ชมทุกท่านนี่คือรายการ เปิดตำนาน วันนี้ผมมีเรื่องจะมาเล่าให้ฟังอีกแล้วครับ หลวงปู่บุญทันประลองฤทธิ์ หลวงปู่ตื้อ เป็นเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตของยอดพระเกจิอาจารย์ทั้ง 2 ท่านซึ่งความเป็นมาเป็นไปเป็นเช่นไร เดี๋ยวท่านจะได้รับฟังกันครับ แต่ก่อนอื่นนั้นก็ต้องเรียนท่านไว้สักก่อนหนึ่งนะครับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มันย่อมมีเหตุผลของมันอยู่ อย่าได้รีบด่วนตัดสิน หรือคิดอคติ แก่อาจารย์ผู้หนึ่งผู้ใด และที่สำคัญเรื่องราวนี้ มิได้กล่าวโทษอาจารย์ผู้ใด แม้แต่คนเดียว เพียงแต่เพื่อเล่าสู่กันฟัง และโปรดจำไว้ว่าอาจารย์ทั้ง 2 ท่านนั้นมิได้เป็นอริหรือศัตรูกัน ท่านก็คือศิษย์สำนักเดียวกัน เป็นมิตรสหายธรรม ผู้มีปณิธานที่แน่วแน่เพื่อมุ่งหวังหาทางหลุดพ้นและปรารถนาเส้นทางนิพพานด้วยกันทั้งคู่ ฉะนั้นสิ่งที่ท่านจะได้รับก็คืออุทาหรณ์ และข้อคิดดีๆ ในตอนท้ายแน่นอนครับ
จะกล่าวถึงหลวงปู่บุญทัน ฐิตปัญโญ แห่ง วัดป่าประดู่ จ.ปราจีนบุรี หลวงปู่บุญทันนั้น ท่านคือพระสายกรรมฐาน ผู้ได้ชื่อว่ามีฤทธิ์มีวิชาอีกรูปหนึ่ง หลวงปู่บุญทันท่านนั้น คือพระ ศิษย์ยุคแรกๆในสายของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต... -
พูดปดเพราะเกรงใจ
พูดปดเพราะเกรงใจ
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (ฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง.
ผู้ถาม : หลวงพ่อคะ เรื่องศีล ๕ มีอยู่ข้อหนึ่งที่รักษายากคือ ข้อมุสาวาท ห้ามพูดปด ความจริงไม่อยากพูดปดหรอกค่ะ แต่ด้วยความเกรงใจเขา ถ้าเราไม่พูดปดเขาก็ยิ่งเกลียดแล้วจะทำอย่างไรดีคะ ?
หลวงพ่อ : ก็ไม่พูดปดก็หมดเรื่อง แต่ความจริงคำว่า “มุสาวาท”ถ้าไม่เข้าใจก็รู้สึกรักษายาก การพูดไม่ตรงตามความเป็นจริง แต่เต็มไปด้วยความเมตตา อันนี้ไม่เรียก มุสาวาท
อย่างสมมติว่า คน ๒ คนทะเลาะกันอยู่ อีกคนหนึ่งมาหาเราแล้วก็ไปนั่งนินทาคนนั้น ที่นี้พอเขาไปแล้ว อีกคนหนึ่งถามว่า “เมื่อกี้เขามาว่าอย่างไรเขานินทาฉันหรือเปล่า ? ”
ถ้าเราพูดตามความเป็นจริง คน ๒ คนก็จะทะเลาะกันใหญ่ เราบอกว่า “เปล่าเขามาพูดธรรมดาๆ ไม่เห็นว่าไรเธอ”
ไอ่นี่ไม่ตรงตามความเป็นจริง แต่เป็นพรหมวิหาร ๔ สงเคราะห์ให้เขา ๒ คน ไม่แตกร้าวกัน อันนี้ไม่ขาด ศีลข้อ มุสาวาท จะขาดต้องทำลายประโยชน์เขา แต่นี่รักษาประโยชน์ พระพุทธเจ้าก็ใช้ พระสารีบุตร ก็เคยใช้มาก่อน ใช้แล้วก็มีผลให้บุคคลนั้นบรรลุมรรคผล แต่ผลให้มีความชื่นใจ อันนี้ก็ยังดี -
สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายเป็นสิ่งไม่เที่ยง
สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายเป็นสิ่งไม่เที่ยง
สิ่งไม่เที่ยง คำนี้ ชาวพุทธตั้งแต่รุ่นกระเตาะจนถึงรุ่นผู้เฒ่า คงไม่มีใครไม่เคยได้ยิน และมีการกล่าวถึงกันบ่อยมากที่สุด ในบรรดาคำสอนของศาสนาพุทธ
ที่มาของคำนี้ มาจากคำตรัสของพระพุทธองค์ ที่ว่า
"เมื่อใดเธอรู้ด้วยปัญญาว่า สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายไม่เที่ยง เธอย่อมเบื่อหน่ายจางคลายในสิ่งที่เธอเคยรักเคยหลง นั่นแหละเป็นทางแห่งนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด"
คำว่าไม่เที่ยงจึงไม่ธรรมดา เพราะผู้ใดรู้แล้วสามารถถึงภาวะนิพพาน(หมดทุกข์)ได้เลย
แล้วมีใครไม่รู้จักคำนี้บ้างตอบว่าไม่มี แล้วผู้รู้จักคำนี้มีภาวะนิพพาน(หมดทุกข์)ทุกคนไหม ไม่ทุกคนแน่ๆ
แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ชาวพุทธรู้จักคำนี้ แต่ไม่ได้ประโยชน์จากคำนี้ อย่าสมคุณค่าของคำนี้เล่า
สาเหตุหนึ่งที่เรารู้จักคำนี้แต่ไม่ได้ประโยชน์จากคำนี้ ก็เพราะ เราแค่รู้ รู้ศัพท์ รู้ความหมาย แต่การแค่รู้เพียงจำได้หมายรู้ ไม่มีกำลังแก่กล้าเพียงพอที่จะ ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายจางคลาย ในสิ่งที่ตนเคยรักเคยหลงได้ เพราะรู้แค่จิตส่วนนอก จิตส่วนในยังไม่รับรู้ยังไม่เอาด้วย
เราจึงควรมาให้ความสนใจวิธีทำให้จิตส่วนในรับรู้ว่า... -
สมมติพิบัติภัย
…..แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 9.1 แมกนิจูด เกิดบริเวณใต้ทะเลมหาสมุทรอินเดีย ใกล้ด้านตะวันตกเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียเมื่อเช้า 26 ธ.ค.พ.ศ.2547 หรือ 14 ปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ขนาดความสูงราว 30 เมตร โถมถล่มแนวชายฝั่งรอบมหาสมุทรอินเดีย 14 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย คร่าชีวิตผู้คนมากเกือบ 3 แสนราย ถือเป็นพิบัติภัยธรรมชาติร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก….
หลังโศกนาฏกรรมวันนั้น กระแสความตื่นตัวระแวดระวังเตรียมพร้อมรับภัยแผ่นดินไหวและสึนามิก็เกิดขึ้นเกือบทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มชาติที่มีชายฝั่งทะเลและพื้นที่กว้างติดมหาสมุทร
หน่วยงานด้านพิบัติภัยสหประชาชาติประเมินสถานการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิรุนแรงถ้าเกิดขึ้นอีกในลักษณะใกล้เคียงกันนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อให้แต่ละพื้นที่เสี่ยงภัยหรือไม่เสี่ยงภัยได้รับรู้และเตรียมตัวรับมือในรูปแบบที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด
ถ้าเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 9 แมกนิจูด และเกิดคลื่นสึนามิรุนแรงตามมา คาดว่าภายใน 24 ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตจากพิบัติภัยดังกล่าวมากราว 10,000 คน ผู้คนได้รับผลกระทบเดือดร้อนมากกว่า 47 ล้านคน
ตัวเลขผู้สูญหายจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ... -
พระสังฆราชทรงเป็นประธานไถ่ชีวิตโค-กระบือ 408 ตัว ที่ศูนย์ฯ วาสนะเวศม์
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล พร้อมทั้งไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อนำเข้าโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ เนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ ปีที่ 32 ที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พล.อ.ณัฐติพล กนกโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฝ้ารับเสด็จ
พล.อ.ณัฐติพลกล่าวว่า การจัดงานบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ จ.พระนครศรีอยุธยาได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีกิจกรรมบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช วาสนมหาเถระ องค์ที่ 18 ซึ่งมีนิวาสสถานเดิมอยู่ที่ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง ด้วยการทำบุญถวายภัตตาหารเพล การจัดเลี้ยงอาหารผู้สูงอายุ และการไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 408 ตัว โดยจะนำเข้าธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้... -
ศิษย์แห่อาลัย..น้อมส่งหลวงปู่!! เปิดภาพบรรยากาศ งานถวายเพลิงสรีระสังขาร "หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม"
ศิษย์แห่อาลัย..น้อมส่งหลวงปู่!! เปิดภาพบรรยากาศ งานถวายเพลิงสรีระสังขาร "หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม" พระผู้เมตตาแห่งวัดป่าแก้วชุมพล
วันนี้ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ วัดป่าแก้วชุมพล จ.สกลนคร ถวายเพลิงสรีระสังขารอันประกอบขึ้นด้วยเครื่องสัมภาระที่ใช้สอยดุจเกวียนเป็นต้นของพระคุณเจ้า หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม แห่งวัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
หลวงปู่อุ่นหล้า ท่านเป็นพระที่มีเมตตา มีรัศมีของความชุ่มเย็น ใครได้เข้าไปใกล้ก็จะเหมือนได้น้ำเย็นประพรมชะโลมใจอยู่เสมอๆ ทั้งแววตาและรอยยิ้มท่าน เป็นความเมตตาที่แผ่ขยายออกมาจากดวงจิตของท่านโดยแท้ หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม ท่านได้ละสังขารอย่างสงบ ณ กุฎิ วัดป่าแก้วบ้านชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๕.๒๐ น.
หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม "พระอริยสงฆ์ผู้มีเมตตาธรรม" หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ กอปรด้วยศีลและธรรม มีศีลาจาริยวัตรอันงดงาม เป็นผู้ที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ดำเนินตามหลักปฏิปทาที่ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร ผู้เป็นอาจารย์พาดำเนินมา... -
สังฆราชเตือนสงฆ์อย่าทุจริต
“สมเด็จพระสังฆราช” ย้ำพระสังฆาธิการทั่วประเทศ เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ทำผิดก็ต้องได้รับโทษ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) เสด็จเป็นประธานเปิดการประชุมพระสังฆาธิการทั่วประเทศ โดยมีพระสังฆาธิการตั้งแต่ระดับเจ้าคณะใหญ่หน เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม
สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาทว่า มหาเถรสมาคมรับสนอง พระราโชบายด้วยการประกาศให้พระสังฆาธิการ เจ้าอาวาส พระอุปัชฌาย์ และพระเถระทั้งหลาย เอาใจใส่ในการคัดกรองบุคคลผู้จะมาบรรพชาอุปสมบท การอบรมสั่งสอบพระภิกษุสามเณรในปกครอง กวดขันผู้อยู่ในปกครองหรือผู้เป็นศิษย์ให้ดำรงตนในกฎระเบียบ และพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ เจ้าคณะพระสังฆาธิการที่มาประชุมพร้อมเพรียงกันที่นี้ ทราบดีว่าท่านเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ซึ่งในกฎหมายของบ้านเมืองนั้น หากบุคคลใดมีตำแหน่งหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน ดังนั้น ถ้าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ... -
เจอดี หรือกลัวความผิด! ขโมยหอบคัมภีร์ล้านนาโบราณ อายุ200ปี ทิ้งข้างถนน
คนร้ายหอบคัมภีร์อักษรล้านนาโบราณ อายุกว่า 200 ปี ที่ขโมยจาก 3 วัดดังลำพูน ใส่ถุงทิ้งข้างทาง ชาวบ้านเชื่อเจอดี พบผู้ประกาศขายทางเฟซบุ๊ก มีทั้งร่างทรง ศิลปินพื้นบ้าน คาดต้องการไปใช้ทำมวลสาร และขายให้กับคนเล่นคุณไสย …
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 2561 พ.ต.ท.วีเดช พุทธหมื่น รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนนำถุงขยะสีดำ ข้างในมีคัมภีร์ใบลานโบราณ อายุกว่า 200 ปี ถูกบรรจุในถุงขยะสีดำ รวม 26 ถุง มาทิ้งบริเวณริมถนน หน้าวัดผาแท่น หมู่ 12 ต.ศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง ภายหลังจากได้รับแจ้งจึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพระสงฆ์วัดศรีเตี้ย และ พ.ต.อ.ดรณภพ ศิริชัย ผกก.สภ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
ที่เกิดเหตุพบถุงขยะสีดำ ถูกทิ้งกองรวมกันจำนวน 26 ถุง ข้างในมีคัมภีร์ธรรมะภาษาอักษรล้านนา ร่วม 400 อัน เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำมาเก็บไว้ที่ สภ.บ้านโฮ่ง ก่อนที่จะประสานให้กับวัดต่างๆ ในพื้นที่ที่เคยมีคนร้ายบุกเข้าไปโจรกรรมมาตรวจสอบ
เบื้องต้นพบว่า คัมภีร์โบราณ อักษรล้านนาที่เขียนลงใบลานนั้น ถูกโจรรรมมาจากวัดศรีเตี้ย หมู่ 3 ต.ศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง, วัดต้นผึ้ง หมู่ 8 และ วัดท่าช้าง หมู่ 1... -
วันนี้วันพระ ก่อนนอนอย่าลืมสวดมนต์!! รวมบทสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้อง พร้อมกับแผ่เมตตา
วันนี้วันพระ ก่อนนอนอย่าลืมสวดมนต์!! รวมบทสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้อง พร้อมกับแผ่เมตตา ยิ่งสวดทุกวัน ยิ่งดีทุกวัน ทันตาเห็น!
วันนี้สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบทสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้องอย่างไร มาทำตามเรากันได้เลย
บทสวดมนต์ก่อนนอน
เริ่มต้น เราต้องกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (กราบ 3 ครั้ง)
บทสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ฯ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ ฯ (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ ฯ (กราบ)
บทสวดมนต์ แผ่เมตตาแก่ตนเอง
กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (กราบ 3 ครั้ง)
อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
นิททุกโข โหมิ ปราศจากความทุกข์
อะเวโร โหมิ ปราศจากเวร
อัพยาปัชโฌ โหมิ ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
อะนีโฆ โหมิ ปราศจากความทุกข์การทุกข์ใจ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ มีความสุขกายสุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกภัยทั้งสิ้นเถิด
บทสวดมนต์ แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด... -
อัศจรรย์วันพระ? วันที่ “ท้าวจตุมหาราชและเทวดาบริวาร” ลงมาตรวจโลกมนุษย์ (ปรากฏในพระไตรปิฎก)
อัศจรรย์วันพระ? วันพิเศษที่ “ท้าวจตุมหาราชและเทวดาบริวาร” ลงมาตรวจโลกมนุษย์ (ปรากฏในพระไตรปิฎก) ใครทำความดี ถูกบันทึกชื่อในแผ่นทอง!
“วันพระ” เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันธรรมสวนะ หรือ วันอุโบสถ เป็นวันแห่งการถือศีล ฟังธรรม ประกอบคุณงามความดีในคติพุทธ โดยในเดือนหนึ่งจะมีวันพระอยู่ทั้งหมด ๔ วันได้แก่ วันขึ้น ๘ ค่ำ ขึ้น ๑๕ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ แรม ๑๕ ค่ำ หรือแรม ๑๔ ค่ำในเดือนขาด
วันพระจึงเป็นวันพิเศษในทางพระพุทธศาสนา ในสมัยก่อนหากถึงวันพระ พุทธศาสนิกชนก็มักจะเดินทางไปที่วัดเพื่อฟังพระธรรมเทศนา จวบจนในปัจจุบันพุทธศาสนิกชนก็ยังคงให้ความสำคัญกับวันพระ หลายคนถือเอาวันพระเป็นวันของการถือศีล เป็นวันทำบุญใส่บาตร และอื่นๆอีกมาก
โดยอีกหนึ่งความสำคัญของวันพระ ซึ่งปรากฏใน พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ราชสูตรที่ ๑ http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=20&A=3717&Z=3740 คือเป็นวันที่ท้าวจตุมหาราชและเทวดาบริวาร ลงมาตรวจโลกมนุษย์ เพื่อดูว่ามนุษย์ผู้ใดได้ทำความดี แล้วก็จะจดชื่อ สกุล ในแผ่นทองคำ นำไปถวายแด่คณะเทวดาในชั้นดาวดึงส์... -
ลงทะเบียนรับฟรี!พระไตรปิฏกฉบับสากลภาษาไทย
ลงทะเบียนรับฟรี!พระไตรปิฏกฉบับสากลภาษาไทย
วันที่ 6 พ.ค.2561 พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,รศ.ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา ในฐานะผู้ประสานงานและทีมกองบรรณาธิการ มจร เปิดเผยว่า มหกรรมเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2561 กำลังเดินเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเดือนแล้ว สิ่งหนึ่งที่ชาวพุทธกำลังตั้งใจรอคอย คือ “พระไตรปิฎกฉบับสากลภาษาไทย”
พระมหาหรรษา กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดพิมพ์ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยจำนวนอย่างละ 10,000 เล่ม โดยจะมอบฟรีเป็นธรรมบรรณาการอย่างละ จำนวน 5,000 เล่มเท่านั้น และอีกจำนวน 5,000 เล่ม ทั้งสองภาษาจะจัดจำหน่ายทั่วโลกที่ร้านหนังสือออนไลน์ Amazon และ Alibaba ฉะนั้นบุคคลใดสนใจที่จะรับหนังสือพระไตรปิฎกฉบับสากลภาษาไทยฟรีจำนวน 1,500 เล่มเท่านั้น ขอให้ลงทะเบียนได้ที่ ttps://www.vesak.org/contact-us ก่อนวันที่ 20 พฤษภาคม 2561... -
ทำพินัยกรรมแล้ว กิ๊ก จะบวชชีพม่า 7 เดือน
พูดจริงน่าจะทำจริง เพราะศึกษาปฏิบัติธรรมมาอย่างลึกซึ้งยาวนานมากกว่า 20 ปีแล้ว กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ดาวเด่นอีกคนของวงการบันเทิงไทย โลดแล่นทำงานมานานสุดๆ ถึง 22 ปีแล้ว เล่นละครไปแล้วมากถึง 60 เรื่อง เพิ่งถ่ายทำละครจบไป สองเรื่องล่าสุด รอออนแอร์อยู่คือเรื่อง ครูขา, ด้วยแรงอธิษฐาน เร็วๆ นี้กิ๊กพร้อมแล้วพร้อมมากๆ ที่จะบินไปบวชชีที่พม่า เพื่อศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
กิ๊ก มยุริญ ได้เปิดใจชัดๆ ในรายการเลิศเลอเพอร์เฟค ซึ่งมี โก้ ธีรศักดิ์ พันธจริยา เป็นพิธีกร “จริงๆ วางแผนเรื่องบวชชีไว้นาน 2 ปีแล้ว ปีนี้ก็พร้อมแล้ว น่าจะไปบวชชีช่วงก่อนเข้าพรรษาที่พม่า 7 เดือน จะกลับมาทำงานอีกทีก็ กุมภาพันธ์ ปี 62 ที่บินไปพม่าเพราะมีพระอาจารย์ที่สอนเรื่องวิปัสสนาเป็นพระพม่า จะให้ท่านบวชชีให้ค่ะ ตอนนี้ตัดชุดแม่ชีซึ่งเป็นสีชมพูไว้เสร็จแล้ว การไปบวชนี้ครั้งนี้ตั้งใจจะไม่ติดต่อกับโลกภายนอก โทรศัพท์มือถือไม่ใช้ เพราะจริงๆ มันไม่ใช่อวัยวะที่ 33 เราใช้มันจนเคยชิน สติสมาธิมันเสีย ถ้าไม่มีมันจะดีที่สุด กิ๊กไม่เล่นเฟซบุ๊ก ไม่ชอบโซเชียล แต่เล่นไอจีเพื่ออยากให้เป็นธรรมทาน... -
‘น้ำ’ดับไฟ’ชีวิต’ โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร
คนในยุคปัจจุบันต่างจากอดีตกาล มองย้อนเพียง 10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน
วัยรุ่น เยาวชน หรือแม้วัยทำงานรู้จักแต่ทำมาหากินเลี้ยงร่างกายอย่างเดียว ด้วยเหตุผลความเจริญของประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรือแม้แต่ในไทยเราก็แข่งขันปากกัดตีนถีบ แย่งที่ทำกิน แย่งตลาด แย่งลูกค้า ยังผลนำมาสู่การแข่งขันเอารัดเอาเปรียบ อิจฉาริษยากัน กลั่นแกล้ง กีดกัน แย่งลูกค้า รวมถึงการสร้างกลเม็ดการโกงที่แยบยล ยังผลให้นักธุรกิจบางรายล่มจม ล้มละลาย หมดเนื้อหมดตัว จากที่เคยร่ำรวยเป็นเศรษฐี หลงวัตถุนิยม หลงเงินตรา หลงอำนาจ ความดีลืมหมดในด้านจิตใจไม่รู้จักแสวงหา “ธรรมะ” หล่อเลี้ยงจิตใจให้สุขสงบร่มเย็น
เดี๋ยวนี้ยิ่งอาการมันหนักขึ้นถึงกับว่าเราไม่รู้จักความทุกข์ อาการนี้จัดว่าหนักมากกว่า เรานี่ไม่รู้จักความทุกข์ ไม่รู้จักว่าเรามีความทุกข์แล้วจะดับทุกข์กันอย่างไร
ขั้นแรกสุด ก็ให้รู้จักว่า เรากำลังมีความทุกข์สิ่งที่เป็นปัญหารบกวนจิตใจทุกชนิดนั่นแหละ คือ “ความทุกข์” แม้จะเป็นอย่างเรื่อยๆ น้อยๆ ที่เรียกว่า “นิวรณ์”
“นิวรณ์” ช่วยรู้จักกันเสียทีเถอะ ผู้เขียนเชื่อว่าพวกเราไม่ค่อยใส่ใจไม่ให้ความสำคัญ ผ่านมาก็ผ่านไป... -
เทวดาเขาให้รางวัลกู "หลวงปู่ภู จันทเกสโร"สวดมนต์ไม่เคยขาดจนเทวดาส่งพระพุทธรูปมาให้!!
ตกลงมากระทบพื้นดินดัง "โครม"!! เทวดาเขาให้รางวัลกู "หลวงปู่ภู จันทเกสโร"สวดมนต์ไม่เคยขาดจนเทวดาส่งพระพุทธรูปมาให้!!
"เทวดาให้รางวัลหลวงปู่"
หลวงปู่ภู จันทเกสโร วัดอินทรวิหาร กรุงเทพฯ
ขณะนั้นหลวงปู่ชราภาพมาก แต่ทุกคืนท่านจะสวดมนต์ทำวัตรไม่เคยขาด คืนวันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังทำวัตรสวดมนต์อยู่ภายในกุฏิ ทุกครั้งที่ท่านสวดมนต์จะต้องส่งเสียงสวดดังๆ เป็นประจำ ในขณะที่ท่านกำลังสวดมนต์อยู่ตอนนั้นประมาณเวลา๑ นาฬิกา ลูกศิษย์ที่นั่งอยู่ในกุฏิก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงคล้ายมีวัตถุหนักๆ ตกลงมากระทบพื้นดินดัง "โครม" ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองตามเสียง ก็ได้ยินเสียงหลวงปู่ตะโกนออกมาจากในห้องว่า
"อ้าย-มึงไปหยิบของนอกชานซิ กูสวดมนต์ดังๆ เทวดาเขาให้รางวัลกู"
หลวงปู่ภู
เมื่อลูกศิษย์ได้ยินดังนั้น ก็เดินออกไปนอกชาน ได้เห็นพระพุทธรูปบูชาหินสีเขียว มีสีน้ำตาลผ่านเป็นบางแห่ง เรียกว่า หินน้ำค้าง จึงได้หยิบเข้าไปมอบให้หลวงปู่ พระพุทธรูปองค์นี้ เป็นแบบเชียงแสนลังกาวงศ์ มีขนาดกว้าง ๗.๔ ซ.ม. สูง ๙.๑ ซ.ม. นับว่าอัศจรรย์มาก ที่พระพุทธลอยมาเอง แม้แต่เพียงหล่นลงมาก็ดังมาก แต่ไม่แตกหรือร้าวแต่อย่างใด
หลวงปู่ภู... -
ดูเอาเถิด.. ลักษณะคนถ่อยเป็นอย่างไร? พระพุทธเจ้าตรัสไว้ คนถ่อย ๒๐ ประเภท..
ดูเอาเถิด.. ลักษณะคนถ่อยเป็นอย่างไร? พระพุทธเจ้าตรัสไว้ คนถ่อย ๒๐ ประเภท.. เตือนสติ! ความถ่อยเกิดจากการกระทำ ไม่ใช่ชาติกำเนิด
การกระทำที่ไม่ดี ชั่วช้า เลวทราม อันเป็นที่รังเกียจของสังคม ที่เรียกกันคนประเภทนี้ว่าเป็น “คนถ่อย” นั้น ไม่ได้วัดกันที่ชาติกำเนิดว่าเกิดในตระกูลต่ำหรือสูง แต่ดูจากการกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นต้องเดือดเนื้อร้อนใจ
พระพุทธเจ้าได้แสดงไว้ใน พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ปรากฏใน วสลสูตรที่ ๗ http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=25&A=7292&Z=7379
ที่ว่าด้วยเรื่องคนถ่อย หรือธรรมเป็นเครื่องกระทำให้เป็นคนถ่อย
สาเหตุที่พระองค์แสดงธรรมในเรื่องนี้อันเนื่องมาจากครั้งหนึ่งที่พระองค์ได้เสด็จบิณฑบาตร ณ นครสาวัตถี
ขณะนั้นอัคคิกภารทวาชพราหมณ์ ได้เห็นพระองค์เสด็จมาแต่ไกล จึงได้พูดขึ้นมาว่า “หยุดอยู่ที่นั่นแหละคนโล้น หยุดอยู่ที่นั่นแหละสมณะ หยุดอยู่ที่นั่นแหละคนถ่อย ฯ”
พระพุทธเจ้าจึงตรัสถามกลับไปว่า “ดูกรพราหมณ์ ก็ท่านรู้จักคนถ่อย หรือธรรมเป็นเครื่องกระทำให้เป็นคนถ่อยหรือ ฯ”
อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ ปฏิเสธว่าไม่รู้จัก... -
ระทึก! ดินไหว 6.9 เขย่าซ้ำภูเขาไฟฮาวาย ลาวาทะลัก-แก๊ซพิษฟุ้ง (คลิป)
เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.9 ซ้ำเติมเกาะฮาวายที่กำลังรับมือกับภัยพิบัติภูเขาไฟปะทุ ซึ่งทำให้เกิดรอยแยกตามพื้นพ้นลาวาออกมาหลายจุด จนทำให้ทางการต้องสั้งอพยพผู้คนจำนวนมาก…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ 4 พ.ค. เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.9 ในมหาสมุทรแปซิฟิกซ้ำเติมชาวเกาะบิ๊ก ในหมู่เกาะฮาวาย ที่กำลังเผชิญกับภูเขาไฟคิลาเวอา ที่ปะทุครั้งใหญ่ทำให้เกิดรอยแยกบนพื้นและลาวาล้นทะลักออกมาใกล้ย่าน ‘เลลานี เอสเตตส์’ (Leilani Estates) ในเขตพูนา ตั้งแต่วันพฤหัสบดี จนทำให้ต้องอพยพผู้คนกว่า 1,700 ราย ปิดอุทยานแห่งชาติและวิทยาลัยต่างๆ
ลาวาพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกบนพื้น
แผ่นดินไหวดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับในช่วงเวลาสั้นๆ และทำให้ประชาชนวิ่งหนีออกจากอาคาร แต่ไม่มีการเตือนภัยสึนามิ ขณะมีลาวาปะทุออกมาจากพื้นดินกลายเป็นน้ำพุงสูงถึง 30 เมตร ทำลายบ้านเรือนหลายหลัง และทำให้ถนนอย่างน้อย 3 สายแตกร้าว นอกจากนี้ยังมีรอยแตกเกิดขึ้นใหม่ในเขตพูนารวมเป็น 6 รอยแต่ละแห่งยาวหลายร้อยหลา แต่ไม่มีจุดใดที่ลาวาไหลออกมาไกลเกิน 10 หลา
ควันพวยพุ่งออกมาจากรอยแตกถนน คาอูปิลี ในย่านเลลานี เอสเตตส์... -
ตำนานการประสูติของพระพุทธเจ้า
ปลายเดือนนี้ มีวันสำคัญของโลกคือ วันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของวันสำคัญทางศาสนาเช่นนี้ เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องที่มาที่ไปของตำนานการประสูติของพระพุทธเจ้าในคัมภีร์ของพุทธมหายาน ที่ว่ากันว่าพระองค์ประสูติออกมาจากพระปรัศว์ (สีข้าง) ของพระมารดา ซึ่งแตกต่างไปจากความเชื่อของชาวพุทธนิกายเถรวาท ที่ชาวไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน วันนี้คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน จึงขอพาแฟนานุแฟนไปดูตำนานเรื่องนี้กันครับ
เรื่องการประสูติของพุทธเจ้านั้นก็มีหลากหลายสำนวน จะขอยกมากล่าวกันสักหน่อย เป็นข้อมูลพื้นฐาน เริ่มจากคัมภีร์ที่ทางเถรวาทเชื่อถือว่าเก่าแก่ที่สุด และเชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัสเล่าเอง ซึ่งก็คือพระไตรปิฎกนั่นเอง ในคัมภีร์กล่าวถึงการประสูติไว้ว่า
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จําเอามาแต่ที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า “ดูก่อน อานนท์! หญิงอื่นๆย่อมนั่งคลอดบ้าง นอนคลอดบ้าง ส่วนมารดาแห่งโพธิสัตว์ หาเป็นอย่างนั้นไม่,... -
2 หนุ่มสเปน บินพารามอเตอร์ ผวา สตาร์ตไม่ติด โร่ขมาพระธาตุลำปางหลวง
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! สองหนุ่มสเปน ที่บินพารามอเตอร์ใกล้ องค์พระธาตุลำปางหลวง ลำปาง นำดอกไม้ธูปเทียนกลับมาขอขมา หลังผวา เจออาถรรพณ์ สตาร์ตเครื่องพารามอเตอร์เท่าไร ไม่ติด
จากกรณีที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ มีชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง ได้นำเครื่องพารามอเตอร์ไปบินวนเหนือองค์พระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นพระธาตุเก่าแก่ อายุกว่า 1,300 ปี ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุลำปางหลวง หมู่ที่ 1 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง โดยชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว ได้นำเครื่องพารามอเตอร์บินวนเข้าใกล้ยอดองค์พระธาตุลำปางหลวง จนทำให้นกที่อาศัยอยู่บริเวณวัดบินหนี เนื่องจากตกใจเสียงเครื่องยนต์พารามอเตอร์ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้ออกมาดูกันเป็นจำนวนมาก และเกรงว่า พารามอเตอร์อาจจะไปเฉี่ยวยอดองค์พระธาตุ จึงได้ตะโกนและโบกมือไล่ไม่ให้บินตรงบริเวณดังกล่าว ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะองค์พระธาตุลำปางหลวง ภายในได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เอาไว้
ต่อมา ชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว เห็นชาวบ้านโบกมือไล่ไม่ให้บินจึงรีบนำพารามอเตอร์ลงมาที่บริเวณลานจอดรถ... -
สวดมนต์หนีกรรม (ตอบโดยพระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน )
ถาม : ลูกพยายามใช้เวลาสวดมนต์ให้มากที่สุด ลูกจะหนีกรรมได้หรือไม่ ?
ตอบ : แล้วแม่ไม่คิดจะหนีหรือ ?
ถาม : อ๋อ..คือเขาแทนตัวเองว่าเป็นลูกครับ ?
ตอบ : ถ้าสวดมนต์เป็นจะหนีกรรมได้มาก เพราะว่าการสวดมนต์นั้น อันดับแรก..เกิดสมาธิ สังเกตว่าถ้าสมาธิเคลื่อนจะสวดผิด อันดับที่ ๒..ถ้าเราตั้งใจใช้คำสวดเป็นคำภาวนา ก็สามารถที่จะทรงฌานเวลาสวดได้ ผลที่จะได้รับก็มากขึ้นไปอีก อันดับที่ ๓..ถ้าสามารถยกจิตขึ้นพระนิพพานได้ ให้ขึ้นไปสวดถวายเป็นพุทธบูชาที่ข้างบนโน้น ถ้าตายตอนนั้นก็พ้นกรรมไปเลย อันดับสุดท้าย..ถ้าสามารถแปลออกว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอะไร แล้วปฏิบัติตามนั้นก็จะเกิดประโยชน์แก่ตนยิ่งขึ้นไปอีก
ดังนั้น..ถามว่าสวดมนต์สามารถหนีกรรมได้ไหม ? ต้องบอกว่าอยู่ที่ตนเองทำได้มากน้อยเท่าไรก็จะหนีกรรมได้มากน้อยเท่านั้น
ถาม : นี่ขนาดแค่สวดมนต์อย่างเดียวนะครับ ?
ตอบ : ที่ว่า “แค่นี้” คือแค่นี้ของเรา แต่ถ้าทำเป็นก็ได้ผลมาก
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมีต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๗
ภาพและที่มา : เว็บวัดท่าขนุน -
นาซ่าส่งยานสำรวจมุ่งศึกษาแผ่นดินไหวบนดาวอังคาร
นาซ่าส่งยานสำรวจมุ่งศึกษาแผ่นดินไหวบนดาวอังคาร
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ (นาซา) ส่งยานอินไซท์ (InSight) ไปลงจอดบนดาวอังคารแล้ว ด้วยยานอินไซท์ ทะยานไปพร้อมกับจรวดแอตลาส 5 จากฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนียเวลา 04.05 น.วันนี้ตามเวลาแปซิฟิก
ยานอินไซท์ ทะยานไปพร้อมกับจรวดแอตลาส 5 จากฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนียเวลา 04.05 น.วันนี้ตามเวลาแปซิฟิก ตรงกับเวลา 18.05 น.ตามเวลาในไทย นับเป็นครั้งแรกที่นาซาส่งยานสำรวจอวกาศจากฐานส่งชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ
ตามกำหนดที่วางไว้ ยานอินไซท์จะเดินทาง 485 ก.ม. และลงจอดบนดาวแดงในวันที่ 26 พฤศจิกายน
โครงการมูลค่า 993 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31,776 ล้านบาท) มุ่งเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับสภาพชั้นในของดาวอังคาร เพื่อเตรียมส่งนักสำรวจไปที่นั่นภายในคริสต์ทศวรรษที่ 2030 หรือหลังปี 2573 และเพื่อให้เข้าใจมากขึ้นว่าดาวเคราะห์หินรวมทั้งโลก ก่อกำเนิดเมื่อหลายพันล้านปีก่อนได้อย่างไร
จิม กรีน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของนาซา กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญทราบว่าดาวอังคารมีแผ่นดินไหว หิมะถล่มและอุกกาบาตพุ่งชน... -
โดนดี! หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง แปลงกายเป็นท้าวเวสสุวรรณ ถือกระบองไล่ฟาดคนขโมยวัว
หลวงพ่อแช่ม แห่งวัดตาก้อง นี่คือยอดพระเกจิอาจารย์อีกรูปหนึ่งของชาวเมืองนครปฐม หลวงพ่อแช่มผู้นี้ท่านคือพระผู้ทรงอภิญญา มีญาณทัศนะหยั่งรู้วาระจิต ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ทรงวิทยาคม เรืองฤทธิ์เรืองวิชาเป็นอย่างยิ่ง อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของท่านนั้นก็มีเรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อต่อๆกันมาหลายเรื่องเป็นยิ่งนัก หลวงพ่อแช่มท่านเป็นพระผู้ใฝ่รู้และใฝ่เรียนอยู่เสมอเสมอ ในสมัยหนุ่มท่านเคร่งในวิชาสมถะวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างมาก เมื่อถึงเวลาท่องเที่ยวท่านมักจะเลือกออกเดินทางธุดงค์ ไปตามป่าตามเขาลึกๆรวมถึงแนวตะเข็บชายแดน เพื่อศึกษาวิชากับพระอาจารย์ชาวเขมรบ้าง ชาวกะเหรี่ยงบ้าง เดินไปต่างบ้านต่างเมือง อย่าง ลาว เขมร พม่า จนทั่ว จึงทำให้ท่านนั้นได้รับรู้วิชาแปลกๆมามากมาย
หลวงพ่อแช่มท่านเป็นพระ ที่ไม่ยินดีในลาภยศสรรเสริญ ชอบความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายสมถะ วัตรปฏิบัติของท่านนั้นเป็นที่ร่ำลือกันว่าประหลาดนัก ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน จึงมักทำให้มีผู้อิจฉาท่านอยู่เนืองๆ นำเรื่องไปร้องเรียนกับเจ้าคณะแต่ท่านก็สามารถพิสูจน์ถึงความเป็นของจริงของท่านใด้ทุกครั้ง... -
การบำเพ็ญทาน ให้ถึงนิพพาน
การบำเพ็ญทาน ให้ถึงนิพพาน
รวมความโดยย่อว่า การให้ทานครั้งเดียว เป็นการบำเพ็ญบารมี ๑๐ อย่างครบถ้วน การให้ทานในระยะแรก ถ้าจิตใจเรายังอ่อน ที่เรียกว่าจาคานุสสติ นึกอยากจะให้ ตัวตั้งใจเสียสละ นึกว่าเราจะต้องเสียสละของอย่างนี้ ให้แก่คนอื่น คำว่าคิดว่ายังต้อง"เสียสละ"อยู่ ชื่อว่าเป็น “บารมีต้น”
และต่อไปคำว่าเสียสละ คำว่าเสียทิ้งไป คิดว่า"สละ"ของอย่างนี้ออกไปจากใจเรา เพื่อเป็นการสงเคราะห์ อย่างนี้เป็นบารมีกลาง ที่เรียกว่า “อุปบารมี”
ต่อไปคิดว่า เราจะ"ละ"หละ สิ่งที่เราเสียดายนี่ เราจะไม่เสียดายมัน ที่พอจะสงเคราะห์กันได้ เราจะให้เพื่อความสุขของเขา เพื่อความดีของเรา อย่างนี้เป็น “ปรมัตถบารมี”
ในด้านกำลังใจการให้ทาน เพื่อการไม่คิดหวัง เพื่อการตอบแทนใดๆเกิดขึ้นในใจ หวังด้วยการสงเคราะห์แบบนื้ถือว่าเป็นปรมัตถบารมี ถ้าทานบารมีเป็นปรมัตถบารมี บารมีอีก ๙ อย่าง ก็เป็นปรมัตถบารมีเหมือนกัน ในเมื่อบารมีทั้งหมด ๑๐ อย่าง เป็นปรมัตถบารมีทั้งหมด การถึงนิพพานเป็นของไม่ยาก “
โอวาทธรรม หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ณ.บ้านสายลม
จาก : วีดิโอ สนทนาที่สายลม ปี 2530... -
อยู่วัดแล้วแรงกระทบมีเยอะ
อยู่วัดแล้วแรงกระทบมีเยอะ
พระอาจารย์กล่าวว่า "#อยู่วัดแล้วแรงกระทบมีเยอะ #ไม่ว่าวัดไหนก็มี..#ขอยืนยันใครที่คิดว่าแน่ เข้าวัดไปหงายท้องมาเยอะแล้ว เพราะว่ากำลังใจของผู้ปฏิบัติธรรม#โดยเฉพาะในระดับแรก ๆ #ยังเก็บกดกิเลส #ยังไม่สามารถที่จะตัดได้อย่างแท้จริงพอเก็บไปนาน ๆ กระทบซ้ายกระทบขวาเข้า ไม่รู้ว่าจะไประเบิดใส่ใคร #ก็ระเบิดใส่กันเอง ยิ่งวัดไหนเป็นสำนักปฏิบัติมีคนมาก ๆ แล้วจะมีสารพัดเรื่องเลย
เราเองถ้าไม่เข้าใจสภาพธรรมชาติของคนที่เก็บกดกิเลสใหม่ ๆ ว่าเป็นอย่างไร #เราก็จะไปนั่งคร่ำครวญว่าทำไมอยู่วัดแล้วเป็นอย่างนี้ #ยุ่งไปหมด เพราะเราไปตั้งความหวังว่าเขาจะดี ที่เขาเข้าวัดก็เพื่อที่จะไปพัฒนาตัวเองให้ดี ที่เราโดนมานั้นเขาดีขึ้นมาตั้งเยอะแล้ว ถ้าหากว่าเมื่อก่อนที่เขายังไม่ทำตัวให้ดีขึ้นมา #เราอาจจะโดนหนักกว่านี้อีก..!
อาตมาจึงสรุปให้กับตัวเองได้ตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่วัดท่าซุงแล้วว่า “#วางก่อน #สบายก่อน” ถ้าใครอยากแบกก็ปล่อยให้แบกไป แต่ให้วางในลักษณะผู้มีปัญญาจริง ๆ นะ#อย่าไปวางใส่หัวคนอื่น..!
#อยู่ในวัดต้องไปเป็นหน้ากระดาน... -
ท้าวเวสสุวัณมอบให้หลวงพ่อฤาษีลิงดำ "คาถาสมเด็จพระกัสสปะ"ใช้เสกได้ทุกอย่าง ให้ผลดีเลิศมากมาย.
คาถานี้ดีจริง!! บอกกันต่อๆได้กุศลแรง..ท้าวเวสสุวัณมอบให้หลวงพ่อฤาษีลิงดำ "คาถาสมเด็จพระกัสสปะ"ใช้เสกได้ทุกอย่าง ให้ผลดีเลิศมากมาย.
คาถาสมเด็จพระกัสสปะของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
หลวงพ่อบอกคาถาบทนี้ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๒๐ คาถาบทนี้ ท้าวเวสสุวัณให้มา ท่านบอกว่าให้สวดมนต์ไว้ทุกคืน ก่อนอื่นให้ระลักถึงบารมีของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ อันมีสมเด็จพระพุทธกัสสปทรงเป็นประธาน เพราะท่านเป็นเจ้าของคาถานี้
พุทธัง มัดจิต ธัมมัง มัดใจ ศัตรูทั้งหลาย วินาศสันติ
พุทธัง มัดจิต ธัมมัง มัดใจ โรคภัยทั้งหลาย วินาศสันติ
ในบรรทัดที่ ๒ นี้รักษาโรค ท่านบอกว่าเสกน้ำให้กิน เสกอะไรให้กิน เสกข้าวให้กินก็ได้นะ แม้แต่ยาพิษมันก็สลายตัว อีกบทหนึ่งเป็นของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน
ฆะเตสิ ฆะเตสิ กิงกะระณัง ฆะเตสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ
ทั้งสามบทนี้ท่านให้สวดพร้อมกันเลย เวลาฉันข้าวก็เสก กลางคืนก็ให้ภาวนาไว้นะ ภาวนาไว้สักครู่ เช้าเย็นอะไรนี่นะ ท่านบอกว่าศัตรูจะพินาศไปเอง สำหรับบทหลังศัตรูทำอะไรไม่ได้ จะทำอะไรแล้วเราจะต้องรู้อยู่เสมอ บทกลางนะทำลายโรค ได้ทำลายโรคนี่ดีใช่ไหม เสกข้าวนะ ข้าวที่เราจะฉัน เสกซะหมด... -
“อธิการบดี มจร”หวังยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยพุทธ
“อธิการบดี มจร” หวังยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยพุทธ
“อธิการบดี มจร”หวังยกระดับมหาจุฬาฯเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยพระพุทธศาสนา เผยเปิดหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นฐานพัฒนานิสิตให้มีความสามารถวิจัยภาษาและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
วันที่ 4 พ.ค.2561 ที่ห้องสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เป็นประธานในการโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการทางวิชาการ เป็นการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ในการจัดการเรียนการสอนและการเขียนตำราทางวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์ มจร และบรรยายเรื่อง “การผลิตผลงานทางวิชาการเพื่อเข้าตำแหน่งทางวิชาการ”
ในการนี้พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีมีคุณค่าต่อการพัฒนาคณะมนุษยศาสตร์ซึ่งเรามีการพัฒนาเป็นประจำเป็นการเหลียวหลังแลหน้าในการทำงาน เพื่อการปรับปรุงพัฒนาตนเอง เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายนอกและภายในโดยเฉพาะการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการเพื่อเป็นหลักประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัย ปัจจุบันการเข้าตำแหน่งวิชาการมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีคุณภาพในงานวิชาการ... -
‘องค์หริภา’ ทรงเฝ้า ‘พระสังฆราช’ กราบทูลความคืบหน้าสร้าง ‘พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต’
เมื่อเวลา 16.36 น. วันที่ 3 พฤษภาคม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จไปทรงเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาศรีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เพื่อทรงสนทนาธรรมและกราบทูลถวายรายงานความคืบหน้าโครงการจัดสร้าง “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” พระประธานที่จะประดิษฐานภายในวิหารวัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และโครงการจัดสร้างวัตถุมงคล “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” ให้ทรงทราบในฐานะที่ทรงเป็นองค์ประธานโครงการฝ่ายบรรพชิต อีกทั้งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาน สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังทรงมีพระเมตตาประทานแผ่นเงิน ทอง นาค ที่ทรงเจิมแล้ว ให้ใช้ในสำหรับพิธีเททอง
โอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ถวายหนังสือขอประทานพระเมตตากราบทูลเชิญเสด็จไปทรงเป็นประธานในพิธีเททองหล่อ “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” และหล่อพระพุทธรูปบูชา “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” องค์จำลอง ในช่วงเดือนมิถุนายน 2561 สำหรับเปิดให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้เช่าบูชาไว้สำหรับเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
สำหรับประวัติ “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต”... -
โลกร้อนส่งผลต่อการ ไหลเวียนของมหาสมุทร
พื้นที่มหาสมุทรของโลกเรานั้นมีสิ่งที่เรียกว่าสายพานแห่งมหาสมุทร ซึ่งเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนให้น้ำในมหาสมุทรไหลเวียนไปทั่วโลกอย่างช้าๆ และเป็นระบบ โดยมีอุณหภูมิและความเค็มที่แตกต่างกันเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อน แต่ปัจจุบันสภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทร แน่นอนว่าย่อมสะเทือนต่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นเผ่าพันธุ์บนโลก
ทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศนานาชาติ นำโดยสถาบันวิจัยผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศพอทส์ดัม ในเยอรมนี รายงานลงในวารสารธรรมชาติ ถึงผลการศึกษาล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มจะชะลอการไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกในระดับที่อ่อนแอที่สุดของประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นการคาดการณ์จากแบบจำลองที่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างขึ้น ทำให้สังเกตได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้ทวีปซีกโลกเหนือโดยเฉพาะยุโรป มีสภาพอากาศรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หรือมีระดับน้ำทะเลสูงขึ้นตามชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา
นักวิทยาศาสตร์เผยว่า นับตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 ความเร็วในการเคลื่อนที่ของน้ำในมหาสมุทรทั่วโลกลดลงไปราว 15% และที่สำคัญ การชะลอตัวที่เกิดขึ้นขณะนี้... -
การเสียเปรียบคนนั้นแหละคือเมตตา (สันตุสสโกวาท หลวงพ่ออินทร์ถวาย)
การเสียเปรียบคนนั้นแหละคือเมตตา หลวงตามหาบัวท่านว่างั้น การยอมเสียเปรียบคนนั้นแหละคือเมตตา คนที่จะมีเมตตาต่อชนทั้งหลายคือต้องเป็นผู้ยอมเสียเปรียบ สรุปแล้วถ้าเอาเปรียบเขาตลอดไปแสดงว่าเป็นผู้ขาดเมตตา ถ้าหากพวกเราที่ยอมเสียเปรียบคนอื่นนั้นแหละคือเมตตา แต่ก็อย่าให้มันเกินไปเท่านั้นแหละ อย่ายอมเสียเปรียบเขาจนเกินไป
การเสียเปรียบก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยม ต้องมีชั้นเชิง ต้องมีเทคนิค ต้องแฝงด้วยเมตตา ถ้าสิ่งใดก็ตามถ้าเขาเอารัดเอาเปรียบเราแบบไม่เป็นกิจจะลักษณะ เอารัดเอาเปรียบเรา แบบที่ว่าเราก็รู้ว่าเขาเอารัดเอาเปรียบเราแบบไหน อันนั้นเราก็ต้องมีชั้นเชิงกับเขา แต่ถ้าหากว่าเขาเป็นคนธรรมดานี่ละ เราไปทำให้แก่เขา การสงเคราะห์เขา อันนี้แปลว่าการเสียเปรียบคนมันเป็น “ทานะ” พร้อมกันก็มี “ทานะ” คือ การให้ทานด้วย ในการเสียสละด้วย นั้นแหละคือเมตตานะ
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
คัดจาก “เสียเปรียบคือเมตตา”
หนังสือ “สันตุสสโกวาท”
เครคิตเฟสบุ๊ค หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก -
"ธรรมะ"จาก"หลวงปู่เทพโลกอุดร"บรมครูผู้ลึกลับของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และสุดยอดเกจิชื่อดัง
มงคลชีวิต!! "ธรรมะ" จาก "หลวงปู่เทพโลกอุดร" บรมครูผู้ลึกลับของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และสุดยอดเกจิชื่อดัง พร้อมวิธีคาถาบูชาอย่างถูกต้อง !!
ความลี้ลับมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนานั้นเป็นสิ่งที่ยังคงปรากฏอยู่ทุกยุคทุกสมัย ท้าทายความเชื่อตามหลักวิทยาศาสตร์ของคนยุคปัจจุบัน หากแต่ปาฏิหาริย์ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินั้นมักปรากฏเป็นเหตุการณ์เฉพาะตัว บุคคล ที่ทางพระเรียกว่า "ปัจจัตตัง" เท่านั้น และหนึ่งในเรื่องราวหลากร้อยหลายพันเรื่องปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นภายใต้ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนานั้น เรื่องของ “หลวงปู่เทพโลกอุดร” นับเป็นเรื่องหนึ่งที่อยู่ในกระแสแห่งความสนใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงนักปฏิบัติกรรมฐาน
เรื่องราวของหลวงปู่โลกอุดรเป็นเรื่องที่เล่าลือเป็นเวลานานกว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวประสบการณ์ของผู้ที่ได้พบเจอ อาทิเช่นได้ใส่บาตร ได้พบในนิมิต ได้ฟังหลวงปู่เทศนาสั่งสอน อย่างใดอย่างหนึ่งมาโดยตลอด โดยระบุว่า หลวงปู่โลกอุดร เป็นพระภิกษุลี้ลับไปมาไร้ร่องรอย ปรากฏกายได้ทุกรูปแบบ ทรงซึ่งอภิญญาสูงสุด มีอายุยืนนานหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว...
หน้า 297 ของ 440