คลังเรื่องเด่น
-
พ่อหมื่น แม่การะเกด ชวนวิ่งการกุศล ‘ก้าวเพื่อธรรม’ 1 เม.ย.61
กลุ่มคณะศิษย์วัดบวรนิเวศวิหาร ชวนร่วมกิจกรรม งานเดินวิ่งการกุศล “ก้าวเพื่อธรรม” 1เม.ย.นี้ รายได้มอบให้กับมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร เพื่อส่งเสริมการศึกษาภาษาบาลี
วันที่ 17 มี.ค. คณะศิษย์วัดบวรนิเวศวิหาร ได้แชร์ภาพการรับสมัครเข้าร่วมกิจกรม งานเดินวิ่งการกุศล “ก้าวเพื่อธรรม” 1 เมษายน 2561 “ครั้งนี้เห็นที จะไม่ไปคงไม่ได้แล้วนะขอรับ #บุพเพสันนิวาส #ก้าวเพื่อธรรม พ่อหมื่นสุนทรเทวา และแม่การะเกด ขอเชิญร่วมสืบทอดพระราชปณิธาน สืบสานการศึกษาภาษาบาลีในกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศล “ก้าวเพื่อธรรม” ในวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายนนี้ รายได้มอบให้กับมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร เพื่อส่งเสริมการศึกษาภาษาบาลี
สมัคร 300 บาท รับเสื้อ สมัคร VIP 700 บาท รับเหรียญพระไพรีพินาศ พร้อมเสื้อ สมัครได้ที่ alphame.co.th/ก้าวเพื่อธรรม หรือสมัครที่วัดบวรนิเวศวิหาร บางลำภู วันที่ 17-18 และ 24-25 มีนาคม เวลา 10.00-16.00 น. มาร่วมทำบุญกันนะขอรับ ได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้งบุญ #ก้าวเพื่อธรรม #ทุกก้าวที่เดินวิ่ง เพื่อให้ธรรมะได้ก้าวไกล
ขอขอบคุณที่มา
https://www.thairath.co.th/content/1231339 -
พระโพธิสัตว์แต่ละองค์เวลาท่านสร้างบารมี
"พระโพธิสัตว์แต่ละองค์เวลาท่านสร้างบารมี ท่านจะทำให้เต็มที่ที่สุด ทำจนสุดความสามารถ ไม่มีองค์ไหนทำน้อย ยุคที่หลวงตาเห็นก็อย่าง....
สมเด็จโต พาคนสวดชินบัญชร สร้างพระสมเด็จ สร้างพระยืนใหญ่ สร้างพระนอนใหญ่ สร้างพระนั่งที่ใหญ ไม่มีสร้างเล็ก
อีกองค์ก็หลวงพ่อปาน สร้างโบสถ์ไม่ต่ำกว่าร้อยหลัง ช่วงนั้นกำลังเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน สร้างโรงเรียนปริยัต รักษาคนไว้จนหมดชีวิต
องค์ที่สามก็ครูบาศรีวิชัย สร้างพระธาตุ สร้างทุกที่ แล้วก็สร้างใหม่ทุกที่จนตลอดชีวิต
องค์ที่สี่ที่เห็นก็ที่พระบาทห้วยต้มสร้างตรงนั้นคนแถวนั้นกินเจ กินมังสวิรัติกันทั้งหมู่บ้าน ท่านจะไม่ทำก็เมื่อบารมีท่านเต็มล้น หรือหยุดของท่านเอง หรือท่านต้องการให้องค์อื่นทำบ้าง
ที่หลวงปู่ดู่ท่านไม่เทศน์เพราะท่านเป็นโพธิสัตว์ใหญ่ บารมีท่านเต็มแล้ว แค่คิดก็สะเทือนแล้วนะ ถ้าท่านเทศน์จะสะเทือนไปถึงไหน ไปทั้งสามแดนโลกธาตุ
คิดดูเทวดาเทพพรหมทุกชั้น ทุกภพทุกภูมิบนโลกกล่าวสาธุพร้อมๆกัน จะสะเทือนไหมละ เพราสิ่งที่ท่านทำไว้อยู่ในโลกมีมากมายเลย ไหนจะชาติก่อนๆ
แค่ชาตินี้ชาติเดียวที่ท่านเกิดเป็นพระก็ไม่รู้เท่าไรแล้ว ลองคิดดูนะท่านสร้างบุญเอาไว้ทั่วโลก... -
“อธิการบดีมจร”แนะพระสงฆ์สร้างเครือข่ายแก้ปัญหาสังคมยุคดิจิตอล
“อธิการบดี มจร” แนะพระสงฆ์สร้างเครือข่ายแก้ปัญหาสังคมยุคดิจิตอล
“อธิการบดีมจร”แนะพระสงฆ์ต้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานผสมผสานวิชาการ ตื่นตัวข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์นำมาเป็นอุปกรณ์สอนธรรม สร้างเครือข่ายแก้ปัญหาสังคมในยุคดิจิตอล
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2561 ที่ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน อ.เมือง จ.เชียงราย พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. รรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาส เจ้าคณะภาค 2 อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ปาฐกถาเรื่อง “คณะสงฆ์ไทยกับความท้าทายยุคดิจิตอล” กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเป็นส่วนร่วมในการสัมมนาในครั้งนี้ ในยุคปัจจุบันเราตั้งคำถามว่า พระสงฆ์มีบทบาทอะไรในสังคมไทย บทบาทของพระสงฆ์มี 2 บทบาท คือ คันถะธุระและวิปัสสนาธุระ ในยุคปัจจุบันมีการผสมผสานเข้าด้วยกัน ใครจะเรียนมหาจุฬาฯต้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานถึงจะจบ เป็นการผสมผสาน
“ยุคดิจิตอลเราจะเห็นการทำงานของพระสงฆ์ เราเรียนกรรมฐานแล้วออกไปช่วยสังคม เช่น ปฏิบัติศาสนกิจ บวชเณรภาคฤดูร้อน เราเป็นกรรมฐานที่ผสมผสานในการช่วยเหลือสังคมแก้ทุกข์ในสังคมช่วยแก้ปัญหาสังคม เราเรียกพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม... -
บุพเพสันนิวาส
บุพเพสันนิวาส
ถาม : บุพเพสันนิวาส ที่ท่านบอกว่าประกอบด้วย ๒ ประการคือเคยเกื้อกูลกันในชาติปางก่อน และได้เกื้อกูลกันในชาตินี้ อยากจะถามว่าคนที่ต้องแต่งงานกันนั้นได้ถูกกำหนดแล้วด้วยกฎของกรรมหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : มีทั้งเก่าแล้วก็ใหม่ ของเราคำถามเมื่อกี้นี่มันผิดนะคำว่า บุพเพสันนิวาส ปุบพะปุพเพคือแต่ปางก่อน สันนิวาสคืออยู่ร่วมกัน ลักษณะนี้ตัวบุญบารมีที่สร้างรวมกันมา ถ้าหากมันหลายชาติต่อหลายชาติรวมกันเวลาเจอกันปุ๊บสัญญาเก่ามันจะกลับมา มันจะวิ่งเข้าหากันอย่างกับแม่เหล็กดูดเศษเหล็กเลย ที่เขาเรียกว่ารักแรกพบอะไรนั่นนะ
ถ้าเป็นพวกนี้นี่หลีกกันไม่พ้นถึงเวลาต้องแต่งกันแน่ แต่ว่าอีกประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่าเกื้อกูลกันในปัจจุบันนั้นก็คือว่าสงเคราะห์ช่วยเหลือกันในชาตินี้ มันเป็นการสร้างกรรมใหม่ บุพเพสันนิวาสนั่นกรรมเก่า ว่าทั้ง ๒ ประเภทถ้าหากว่าเกื้อกูลกันในปัจจุบันพอเห็นอกเห็นใจก็แต่งกันเป็นเนื้อคู่กันไป ทั้ง ๒ ประการมันมีทั้งเก่าแล้วก็ใหม่ถ้าบุพเพสันนิวาสนี่เป็นเก่า ถ้าเกื้อกูลกันในปัจจุบันนี้ใหม่เริ่มต้นนับหนึ่ง
ถาม : ก็คือเปลี่ยนแปลงได้ ?
ตอบ : เปลี่ยนแปลงได้ไม่มีปัญหาอะไร... -
กรรมทางวาจา
กรรมทางวาจา
คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่น กรรมจะมาเร็วมาก เป็นกรรมทางวาจามีผลร้ายแรงมาก
หลวงปู่ท่านมักกล่าวถึงมงคลที่สำคัญที่ท่านอยากให้ลูกศิษย์ได้นำไปปฏิบัติ คือ มงคล 38 ประการ มงคลที่ท่านพูดถึงบ่อย ๆ นั่นคือ สัมมาวาจาชอบ คือ พูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล ท่านว่าคนส่วนมากมักสร้างกรรมทางวาจา เพราะกรรมนี้สร้างได้ง่าย แต่เขาไม่รู้หรอกว่าผลของกรรม
เมื่อส่งผลจะร้ายแรงเพียงไรคำพูดนั้นสำคัญมาก บางคนพูดไม่ดีกับผู้อื่น จนเป็นเหตุถึงโกรธเกลียดกันชั่วชีวิตก็มีบางรายคำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ไม่พูดกันไปหลายปี คนส่วนมากที่ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือทะเลาะกันจนไปถึงฆ่ากันตายก็เพราะคำพูดที่ไม่ดีนี่แหละ มีเรื่องเดือดร้อน
หลวงปู่ท่านสอนอยู่เสมอว่า… “อย่าไปพูดไม่ดีกับใครเขา ถ้ามีคนมาว่าหรือด่าเราแต่เราไม่ว่าหรือด่าเขาตอบ มันก็จะไม่มีเรื่องกันแต่ถ้าแกไปด่าเขาเมื่อไรนั่นแหละเรื่องใหญ่” ท่านสอนศิษย์เสมอว่า อย่าไปพูดทำลายความหวังของใครเขา เพราะนั้นอาจจะเป็นความหวังเดียวที่เขามีอยู่ถ้าแกไปพูดเข้าเมื่อไหร่ กรรมใหญ่จะตกแก่ตนเอง ท่านบอกไว้อีกว่า คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่นรวมไปถึงการพูดไม่ดีต่าง ๆ กับคนอื่นนั้น... -
หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ได้ช้างคู่บุญ โดนช้างตกมันกระทืบ ลุกขึ้นมาหน้าตาเฉย ใช้มีดหมอกำราบ
หลวงพ่อเดิม แห่งวัดหนองโพ นี่คืออีกหนึ่งในสุดยอดพระอริยะแห่งเมืองสยาม ผู้เป็นที่เคารพรักและศรัทธายิ่งแก่ชาวเมืองนครสวรรค์ ผู้ได้รับสมญาว่า เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว ท่านเป็นยอดพระเกจิคณาจารย์ผู้ทรงคุณวิทยาคม เถราจารย์ผู้มีตบะบารมีแก่กล้า มากด้วยอิทธิคุณและบุญฤทธิ์บารมี เครื่องรางของขลังที่หลวงพ่อได้ปลุกเสกขึ้น ล้วนเป็นยอด แห่งเครื่องรางเมืองสยาม ที่ผู้ชอบในศาสตร์แขนงนี้ต่างใฝ่หา เพื่อให้ได้มาครอบครองและบูชา
เวทย์มนต์คาถาหรือวิทยาอาคมของหลวงพ่อ ที่ปลุกเสกให้มีเสน่ห์มหานิยมหรืออยู่ยงคงกระพันชาตรี หรือขับไล่ภูตผีปีศาจนั้น ก็มาจากการที่ท่าน ได้สืบเสาะแสวงหา เพื่อไปร่ำเรียนวิชากับพระอาจารย์สำนักต่างๆมากมาย ด้วยความที่ท่านเป็นผู้ใฝ่รู้และใฝ่เรียนเป็นนิสัย ในช่วงวัยรุ่นขณะที่หนุ่มๆต่างเกี้ยวพาราสีจีบสาวกัน หลวงพ่อนั้นกลับชื่นชอบที่จะไปนั่งสวดมนต์ และทำสมาธิมากกว่า ท่านไม่เคยต้องหญิงใดเลยครองเพศพรหมจรรย์ เรียกว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง มีบุญเก่ามาเกื้อหนุนให้ท่านได้ดำเนินตามรอยพระพุทธบาทจวบจนสิ้นอายุขัยของ ท่าน
แม้จะเป็นพระผู้ชื่นชอบในการร่ำเรียนวิชาคาถาอาคม... -
พระคาถาสะกดพระคาถาปิดทิศและมนต์พระพาย
◎พระคาถาสะกดพระคาถาปิดทิศและมนต์พระพาย◎
พระเวทย์สะกดพระคาถาปิดทิศและมนต์พระพาย
พระคาถาบทนี้เป็นพระคาถาที่อาจารย์ไพฑูรย์ท่านมอบไว้ให้ในเรื่องผีโพรงซึ่งตอนนั้นท่านได้หลบหนีการจับกุมไปซ่อนตัวอยู่กับญาติที่ชื่อว่าหนานโลกา และได้ไปซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมหลังสวนของหนานโลกาจนวันเกิดเหตุการณ์ในที่ที่สาม เพราะรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกช่วงเวลาประมาณตีสามกว่าเพราะมีผีโพรงได้เข้ามาตัดผ่านเข้าในเขตที่กำหนดจิตวนขวากระท่อมไว้ด้วยคาถาปิดทิศของหลวงพ่อเดิมที่ร่ายไว้ว่า
“นะห้าม โมปิด พุทมิดหัว ธาล้อมตัว ยะซ่อนหัวหายตัว ณ บัดนี้ นะจงงง โมจังงัง พุทกำบัง ธาละลาย ยะสูญหาย อนัตตาสูญเปล่า”
คาถาบทนี้นอกจากจะใช้กำบังตัวได้แล้วยังสวดแล้วหลับตากำหนดจิตวนรอบที่พักอาศัยเพื่อป้องกันอันตรายได้อีกด้วย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในวงที่กำหนดจิตเอาไว้จะทำให้ผู้สวดรู้ตัวตกใจตื่นรับเหตุการณ์ได้ทันท่วงที
นี้ก็เป็นพระคาถาอีกบทที่อาจารย์ไพฑูรย์ท่านได้มอบให้แก่ผู้มีจิตศรัทธา
พระเวทย์สะกด
“อักขระยันตัง สันตังวิกะรึงคะเร สัพเพเทวาปีศาเจวะ กรึงตรึงแน่นแผ่นปฐพี อปลายันติ วิกะรึงคะเร วิกะรึงคะเร วิกะรึงคะเร”... -
10 วิธีสวดมนต์ ที่ทำแล้วชีวิตจะดีและมีความสุข
10 วิธีสวดมนต์ ที่ทำแล้วชีวิตจะดีและมีความสุข
10 วิธีสวดมนต์ ที่ทำแล้วชีวิตดี มีสุข
1. ก่อนสวดให้เลือกเวลาและสถานที่ที่จะมีสิ่งรบกวนน้อยที่สุด เช่น ห้องนอนของตัวเองในเวลาก่อนนอน, ห้องนอนของตัวเองในเวลาตื่นนอน ไม่จำเป็น
ต้องไปถึงวัดก็ได้ “เพราะการทำดี ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเลือก ไม่ต้องรอ”
2. เคลียร์ความคิดและจิตใจให้ปลอดโปร่งที่สุด อะไรที่ทำให้คิดมาก จิตตก รู้สึกแย่ อาฆาตพยาบาท โกรธเคือง โยนทิ้งออกไปก่อนชั่วคราว “การสวดมนต์เพื่อหวังจะลบความรู้สึกแย่ในใจ ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น” เพราะมันจะเหมือนกับเศษตะกอนที่อยู่ในน้ำ ต่อให้เติมน้ำที่กลั่นมาใสสะอาดเท่าไหร่มันก็ยังขุ่นอยู่อย่างนั้น ถ้าไม่พร้อมจะสวดจริง ๆ อย่าเพิ่งสวด
3. ความยาวของคาถาไม่ได้การันตีว่าชีวิตจะดีขึ้นจริง ๆ เอาแค่เซตคาถาที่พอจูนสมาธิให้กับตัวเองได้สัก 3-5 นาทีเป็นอย่างต่ำ เช่น สวดอะระหังสัมมาฯ+คาถาชินบัญชร, สวดอะระหังสัมมาฯ+อิติปิโสฯ+พาหุงฯ+ชินบัญชร สุดแท้แต่ที่จะเลือกมาสวด คาถาไหนก็ได้ความหมายที่ดีทั้งนั้น
4. ต่อให้คาถานั้นมีความหมายถึงลาภยศสรรเสริญอยู่จริง “อย่าโฟกัสให้จิตจ้องลาภ”... -
อุปนิสัยของพระอรหันต์! แม้บรรลุธรรมแล้ว แต่นิสัยเดิมเป็นมาอย่างไร ก็เป็นไปอย่างนั้น
อุปนิสัยของพระอรหันต์! แม้บรรลุธรรมแล้ว แต่นิสัยเดิมเป็นมาอย่างไร ก็เป็นไปอย่างนั้น
อุปนิสัยของพระอรหันต์!! “หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ” แนะเคล็ดลับวิธีดู “พระอรหันต์” แม้บรรลุธรรมแล้ว แต่นิสัยเดิมเป็นมาอย่างไร ก็เป็นไปอย่างนั้น!!
“พระอรหันต์” คือพระอริยบุคคลผู้ประเสริฐ และเป็นยอดของเนื้อนาบุญที่ชาวบ้านอยากจะทำบุญด้วย แต่เนื่องจากคนทั่วไปดูกิริยาภายนอกของพระอรหันต์กับพระสงฆ์ทั่วไปแล้วแยกไม่ออก บางครั้งก็เข้าใจผิดว่า พระสงฆ์รูปนั้นดู
เคร่งขรึม นุ่งจีวรสีเข้ม น่าจะเป็นพระอรหันต์ แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ในทางเสื่อมเสียในการดูว่าใครเป็นพระอริยเจ้านั้น “หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ” บอกว่าเป็นเรื่องยากสำหรับปุถุชน แต่ถึงกระนั้น ท่านก็ได้แนะแนวทางพอให้คนทั่วไปสามารถมองเห็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมนสงสัย โดยอธิบายว่า
การดูพระอริยเจ้านั้น ส่วนมากจะสุ่มเดาตาม “กิริยาที่แสดงออกมาทางกายและวาจา” แต่การดูในลักษณะอย่างนี้ก็ยากที่จะถูกต้องได้ เพราะพระอริยเจ้ากับผู้ยังเป็นปุถุชนนั้นมีกิริยาการแสดงออกทางกายและวาจาเหมือนๆ กัน... -
พระอาจารย์สิริปันโน ลูกชายมหาเศรษฐีมาเลเซีย ไม่ยึดติดสมบัติ บวชตลอดชีวิต
พระอาจารย์สิริปันโน ลูกชายมหาเศรษฐีมาเลเซีย ไม่ยึดติดสมบัติ บวชตลอดชีวิต
หลายคนคงทราบเรื่องราวของ พระอาจารย์สิริปันโน พระชาวมาเลเซีย ที่ซาบซึ้งในรสพระธรรม จนถึงขนาดยอมทิ้งทรัพย์สมบัติมหาศาลถึง 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.85 แสนล้านบาท) เพื่อขอบวชศึกษาพระธรรมภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์
พระอาจารย์สิริปัญโญ (Ajahn Siripanyo) ชื่อเดิมคือ เว็น สิริปัญโญ (Ven Siripanyo) ลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐี ที. อนันดา กริชนัน (Tan Sri Ananda Krishnan) ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญสุนทานชาวศรีลังกา เชื้อสายทมิฬ มหาเศรษฐีผู้นี้ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ว่ารวยเป็นอันดับ 2 ของมาเลเซียและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ครอบครัวนี้มีลูกสาว 2 คน และมีลูกชายเพียง 1 คน ท่าน คือ อาจารย์สิริปันโน จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษและสามารถพูดได้ถึง 8 ภาษา โดยเมื่อประมาณเกือบ 18 ปีที่แล้ว ท่านได้เลือกที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยเป็นลูกศิษย์สายพระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) แห่งวัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
และท่านไม่เคยมองย้อนกลับไป อยากใช้ชีวิตฆราวาสอีก... -
“อาศรมมาตา” ที่พักเพื่อพัฒนาจิตใจ สถานปฏิบัติธรรมสำหรับผู้หญิง
“อาศรมมาตา” ที่พักเพื่อพัฒนาจิตใจ สถานปฏิบัติธรรมสำหรับผู้หญิง
“อาศรมมาตา” ที่พักเพื่อพัฒนาจิตใจ สถานปฏิบัติธรรมสำหรับผู้หญิง
บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา คือที่ตั้งของ สถานปฏิบัติธรรมสำหรับผู้หญิง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ
เดิมพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นไร่มันสำปะหลังที่แห้งแล้ง มีต้นไม้เพียง 13 ต้น ต่อมาอุบาสิกาทิพวรรณ ทิพยทัศน์ หรือ แม่เล็กผู้ก่อตั้งอาศรมมาตา เข้ามาปรับปรุงพื้นที่และเริ่มปลูกต้นไม้ ทั้งยางนา ประดู่ ตะเคียนทอง ฯลฯ เติมความร่มรื่นและสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผืนดิน พร้อมสร้างศาลาปฏิบัติธรรมและห้องพัก เพื่อเปิดเป็นสถานปฏิบัติธรรมสำหรับผู้หญิงเมื่อปี พ.ศ. 2539
“ครั้งหนึ่งแม่เข้าไปพักในวัดขนาดใหญ่และเห็นความลำบากของอุบาสิกาที่ต้องเข้าครัวตั้งแต่ตีสาม เพื่อทำอาหารถวายพระ เณรและให้ญาติโยมที่มาอาศัยอยู่วัด เพราะอาหารมีไม่เพียงพอ กว่าจะเสร็จงานก็บ่าย 3 โมงแม่จึงคิดว่าหากเป็นเช่นนี้ อุบาสิกาทั้งหลายจะเอาเวลาที่ไหนไปปฏิบัติธรรม”... -
พระพรหมบัณฑิตเยือนไร่เชิญตะวันร่วมสัมมนา”กม.ใกล้สงฆ์”
พระพรหมบัณฑิตเยือนไร่เชิญตะวันร่วมสัมมนา "กม.ใกล้สงฆ์"
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 17 มีนาคม 2561 ที่ศูนย์วิปัสสาสากลไร่เชิญตะวัน อ.เมือง จ.เชียงราย พระรัตนมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ปฏิบัติหน้าที่แทน พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค 6 เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเรื่อง “กฎหมายใกล้สงฆ์ และพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม” ซึ่งจัดโดยสมาคมบัณฑิตทางกฎหมายและพุทธศาสตร์ สมาคมศิษย์เก่า มจร และพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ประธานศูนย์วิปัสสาสากลไร่เชิญตะวัน
หลังจากนั้น พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาส เจ้าคณะภาค 2 อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ปาฐกถาหัวข้อ “คณะสงฆ์ไทยกับความท้าทายในยุคดิจิตอล” นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตรองประธานศาลฎีกา บรรยายเรื่อง “กฎหมายกับพระธรรมวินัย” พร้อมกับมีการเสวนา “พระพุทธศาสนา” โดยพระมหาวุฒิชัย และนายกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรี มีพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส ในจังหวัดเชียงราย และชาวพุทธกว่า 1,000 รูป/คน. เข้าร่วมรับฟังการสัมมนา
ขอขอบคุณที่มา... -
พายุฤดูร้อนอีกลูกมาแน่! เตือนฝนถล่ม-ฟ้าผ่า-ลูกเห็บ ซัดอีสาน-เหนือ กทม.ก็โดนเต็มๆ
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-23 มีนาคม 2561) ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2561 ระบุว่า
ในช่วงวันที่ 20-23 มีนาคม 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีผลกระทบในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไป (วันที่ 21 มีนาคม 2561)
จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน... -
ที่ว่าพระสกทาคามีทำกิเลสให้เบาบางนั้นแค่ไหน
นานาปัญหา
โดย คณะสหายธรรม
๓๖. ที่ว่าพระสกทาคามีทำกิเลสให้เบาบางนั้นแค่ไหน
ถาม สกทาคามิมรรคนั้นละสังโยชน์ได้ ๓ อย่าง กับทำราคะ โทสะ โมหะให้เบาบางลง ความหมายที่ว่า เบาบางนั้นมีแค่ไหน
ตอบ โดยปกตินั้น โสดาปัตติมรรคละสังโยชน์ได้ ๕ คือทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลพตปรามาส อิสสาและมัจฉริยะ ส่วนสกทาคามิมรรคนั้นละสังโยชน์ใดๆ ที่เหลือไม่ได้เลยคือสังโยชน์มี ๑๐ โสดาปัตติมรรคละไปแล้ว ๕ ยังเหลืออีก ๕
สกทาคามิมรรคละสังโยชน์ ๕ ที่เหลือโดยเด็ดขาดเป็นสมุจเฉทไม่ได้เลย ได้เพียงทำให้กามราคะและปฏิฆสังโยชน์ที่เป็นอย่างหยาบที่ไม่นำไปอบาย ให้เบาบางลง ส่วนกามราคะและปฏิฆะอย่างละเอียด ละได้ด้วยอนาคามิมรรค
พูดให้ชัดก็คือ เราสามารถจะแบ่งความหนาบางของกิเลสได้เป็น ๓ ขั้น คือ
๑. ชนิดที่นำไปอบาย
๒. ชนิดที่เป็นอย่างหยาบ
๓. ชนิดที่เป็นอย่างละเอียด
ชนิดที่นำไปอบายนั้นโสดาปัตติมรรคละได้เด็ดขาด ชนิดที่เป็นอย่างหยาบแต่ไม่นำไปอบาย สกทาคามิมรรคละได้เด็ดขาด คือสกทาคามิมรรคละเฉพาะกิเลสอย่างหยาบเท่านั้น... -
15 วิธีฝึกสมาธิ สำหรับคนไม่ชอบนั่งสมาธิ!!!
15 วิธีฝึกสมาธิ สำหรับคนไม่ชอบนั่งสมาธิ!!!
15 วิธีฝึกสมาธิ สำหรับคนไม่ชอบนั่งสมาธิ!!!
การฝึกสมาธิสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะวัยรุ่น คงจะน่าเบื่อ ไม่ปลื้มเอาซะเลย แต่ Secret ขอเสนอ วิธีฝึกสมาธิ ง่ายแสนง่าย เพียง 15 วิธี โดยได้รับคำแนะนำจาก คุณพศิน อินทรวงค์
1. ฝึกอ่านหนังสือ หรือบทความยาวๆ เป็นประจำ
2. ฝึกเขียนบันทึกประจำวัน หรือเขียนอะไรด้วยดินสอ และปากกา
3. ปิดโทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดแล้วอยู่กับตนเองเงียบๆ ทำทุกวันให้เป็นนิสัย
4. ฟังเพลงบรรเลงที่ไม่มีเนื้อร้อง(ทั้งในรถยนต์ และที่บ้าน)
5. วิ่งหรือออกกำลังกายแบบนับลมหายใจไปด้วย
6. ฟังคลิปธรรมะ ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เป็นประจำ
7. หาอุปกรณ์ที่สร้างจังหวะมาวางข้างๆ แล้วหลับตาฟัง เช่น ฟังเสียงเข็มนาฬิกา เป็นต้น
8. ทำทุกอย่างให้ช้าลง เดินให้ช้าลง เคลื่อนไหวให้ช้าลง แล้วรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของตนเอง
9. จินตนาการถึงการทำงานของโครงกระดูกของตนเอง ในขณะที่เคลื่อนไหว ว่าแต่ละครั้งที่เคลื่อนไหวนั้น
โครงกระดูกของเราอยู่ในลักษณะใด
10. รับประทานสิ่งใด กินให้รู้รสของสิ่งนั้น อยู่กับสิ่งที่เรากำลังกิน... -
“มจร4.0″เปิดสอนภาษาอังกฤษพระวิปัสสนาจารย์
“มจร4.0″เปิดสอนภาษาอังกฤษพระวิปัสสนาจารย์
วันที่ 15 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา พระราชสิทธิมุนี วิ., ดร. ผู้อำนวยการใหญ่ สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เป็นประธานเปิดหลักสูตร “ภาษาอังกฤษสำหรับพระวิปัสสนาจารย์ (English for Vipassana Meditation Master)” พร้อมทั้งให้โอวาทและกำลังใจแก่ผู้เรียน โดยมีตอนหนึ่งที่ท่านเน้นย้ำว่า มจร กำลังมุ่งสู่ความเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ในยุคของ มจร 4.0 ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
“ทางสถาบันวิปัสสนาธุระจึงมีแผนพัฒนาบุคลากร และพระวิปัสสนาจารย์ให้เตรียมความพร้อมในด้านภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะสามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังนานาประเทศ โดยเนื้อหาที่เรียนประกอบด้วย คำศัพท์ทางการปฏิบัติกรรมฐาน คำศัพท์ทางธรรมะและพระพุทธศาสนา รวมทั้งคำศัพท์เกี่ยวกับประเพณีนิยม มีการฝึกสอนปฏิบัติและการฝึกเทศน์เป็นภาษาอังกฤษ และการส่ง-การสอบอารมณ์เป็นภาษาอังกฤษ”
หลักสูตรดังกล่าวใช้เวลาเรียนประมาณ 3 เดือน ครั้งละ 3 ชั่วโมงจำนวน 10 ครั้ง มีผู้สอนคือ อาจารย์ ดร.พิณจ์ทอง แมนสุมิตร์ชัย (ฉัตรนะรัชต์) อาจารย์ของ มจร และ ป.วน.... -
“สตีเฟน ฮอว์คิง” ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ “อจินไตย” ที่คล้ายกับหลักธรรมพุทธศาสนา
ภาพจำของชายวัย 76 ปีที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 คืออัจฉริยะนั่งรถเข็นที่พูดไม่ได้ ทำเรื่องที่คนปกติคาดไม่ถึง และการตั้งคำถามที่เรียบง่ายของเขา จะทำให้เรา ล่วงรู้จิตใจของพระเจ้า
“เป้าหมายของผมเรียบง่ายมากคือการทำความเข้าใจจักวาลนี้อย่างลึกซึ้ง ทำไมจักวาลถึงเป็นจักวาล และทำไมมันถึงดำรงอยู่” หลากหลายวลีที่มาจาก “สตีเฟน ฮอว์คิง” แม้ไม่ใช่คำที่ถูกเปล่งเสียงออกมา แต่ก็เป็นประโยชน์ฉุกคิดของคนทั่วโลก หลักการทางวิทยาศาสตร์กับพระเจ้า ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน
แต่คำถามเรื่องจักวาลของฮอว์คิง อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า “อจินไตย” ในทางพระพุทธศาสนาที่ แปลว่าสิ่งที่ไม่ควรคิด “อจินไตย” มาจากคำว่า อะ + จินไตย (พึงคิดพิจารณา) หมายถึง สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ ด้วยตรรกะสามัญของปุถุชน มี 4 อย่างได้แก่ 1) พุทธวิสัย วิสัยแห่งความมหัศจรรย์ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
2) ฌานวิสัย วิสัยแห่งอิทธิฤทธิ์ของผู้มีฌาน ทั้งมนุษย์ และเทวดา 3) กรรมวิสัย วิสัยของกฎแห่งกรรม และวิบากกรรม คือการให้ผลของกรรมที่สามารถติดตามไปได้ทุกชาติ และ 4) คือคำถามของ “ฮอว์คิง” นั่นคือโลกวิสัย วิสัยแห่งโลก คือการมีอยู่ของสวรรค์... -
พายุฤดูร้อนมาอีกลูก! จ่อประเดิมถล่มอีสานก่อน-เหนือด้วย กทม.ก็ไม่รอด
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-23 มีนาคม 2561) ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2561 ระบุว่า
ในช่วงวันที่ 20-23 มีนาคม 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ในวันที่ 20 มีนาคม 2561
ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไป (วันที่ 21 มีนาคม 2561) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน โดยจะเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น... -
พระพิรุณมาบึงกาฬ ช่วยลดความร้อน พระสงฆ์ต้องบิณฑบาตกลางสายฝน
บึงกาฬฝนตกแต่เช้า ทำให้ช่วยลดอุณหภูมิของอากาศที่ร้อนได้ผ่อนคลายลง ขณะที่ พระบิณฑบาตต้องเดินรับบาตรท่ามกลางสายฝน…
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 16 มี.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดบึงกาฬ ว่า จากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงนี้ ผลมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะนี้ ซึ่งในจังหวัดบึงกาฬทั้ง 8 อำเภอในเช้าวันนี้ มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ฝนที่ตกลงมา ได้ส่งผลดีหลายๆ ด้าน ทำให้อุณหภูมิเย็นชุ่มฉ่ำขึ้น ช่วยบรรเทาสภาพอากาศที่กำลังร้อนอบอ้าว ทั้งยังสามารถทำให้หมอกควันไฟ 2 ฝั่งแม่น้ำโขง ไทย-ลาว และค่าฝุ่นละอองลดลง แต่ก็ส่งผลกระทบกับพระสงฆ์ ที่ออกมาบิณฑบาตในตอนเช้า ต้องเดินรับบิณฑบาตท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาโปรยปรายตลอดระยะ
นอกจากนี้ก็ช่วยให้เกษตรกรที่ปลูกพืชผักสวนครัวตามริมแม่น้ำโขงที่กำลังขาดน้ำจากภาวะภัยแล้ง ก็ได้รับอานิสงส์ เป็นความโชคดีของเกษตรกร นอกจากพืชผักจะได้ความชุ่มฉ่ำ ยังช่วยลดค่าใช้จ่าย เช่น... -
ฝึกสติในชีวิตประจำวัน
ฝึกสติในชีวิตประจำวัน
การปฏิบัติธรรมนี่ ถ้ามีใครถามท่านว่าเอาอะไรเป็นหลักเอากายกับใจเป็นหลัก ท่านทั้งหลายอาจจะไม่ได้เรียนคัมภีร์มา ไม่ได้ท่องแบบมา ไม่ได้จำบทต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติมา แล้วเราจะปฏิบัติได้ไหม...
เอากันอย่างนี้ดีกว่า ถ้าเราทำความเข้าใจอย่างนี้ว่า คัมภีร์ธรรมนี้คือกายกับใจของเรา ทีนี้วิธีปฏิบัติกับคัมภีร์ธรรมของเรานี่ ฝึกจิตให้มีสติ รู้อยู่ที่การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด รู้อยู่ที่การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ทุกขณะจิต ทุกลมหายใจ เอากันอย่างนี้ก่อน เรื่องอื่นยังไม่พูดถึง เอากันเพียงแค่ว่าให้ฝึกจิตให้มีสติรู้ทันการยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด อันเรื่องชีวิตประจำวันของเรานี่ให้เก่งขึ้นๆ ให้คล่องตัวขึ้น จนกระทั่งรู้สึกว่าเราไม่ได้ตั้งใจที่จะกำหนดรู้อะไร แต่จิตของเรานี้มีการตามรู้ไปเองเป็นอัตโนมัติ
ขอถามหน่อยเถอะว่า เมื่อท่านภาวนาไปเห็นเทวดา เทวดาทำอะไรให้ท่านบ้าง เมื่อท่านภาวนาแล้วไปเห็นนรก นรกเขาช่วยเหลืออะไรเราบ้าง เขาให้เงินให้ทองเรามาไหม แต่ถ้าเราภาวนาแล้วเราสามารถตามรู้ทันการยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ... -
คนเรากำลังใจมีแค่ไหนก็จะคิดแค่นั้น ทำแค่นั้น
คนเรากำลังใจมีแค่ไหนก็จะคิดแค่นั้น ทำแค่นั้น
จำไว้อย่างหนึ่งว่า คนที่น่ากลัวที่สุดก็คือคนที่เหลือแต่กิริยาไม่มีมารยาแล้ว คนประเภทนี้นี่ทำอะไรก็ทำไปโป้ง ๆ เลย ไม่ต้องไปดัดจริตแล้ว เพราะว่าดีชั่วเท่านั้นตัวเองรู้อยู่ ก็ไม่ต้องไปดัดจริตรอว่าใครจะมาชมว่าเป็นคนดี ทำอะไรทำจากน้ำใสใจจริง คนประเภทนี้น่ากลัว ทางของเขาสั้นกว่าคนอื่นแล้ว
เมื่อกำลังใจไปถึงระดับนั้น เขาจะมองทุกอย่างเหมือนกับรุงรัง เกะกะ มีแต่จะขวางให้ช้า ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็พร้อมที่จะโยนทิ้งได้ทันที บางครั้งดูเหมือนเป็นคนไม่มีน้ำใจ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เขาเอาเฉพาะเรื่องที่เป็นอรรถเป็นธรรมเท่านั้น เรื่องอื่นที่นอกทุ่งนอกท่าเข้ามา ถูกไล่เตลิดเปิดเปิงไปหมด ลักษณะเหมือนกับเป็นคนขี้รำคาญ ...เพราะอะไร ? เพราะตัวเขาเองเห็นทางตรงแล้ว คนอื่นจะดึงออกนอกทาง เขาก็ต้องรำคาญ..ใช่ไหม ?
เรื่องนี้อาตมาเคยถามหลวงพ่อวัดท่าซุงครั้งหนึ่ง ท่านบอกว่าลองสังเกตดูสิ ถ้าคนที่กำลังใจมุ่งตรงแล้ว ทำอะไรทำรวดเร็ว รักษาเวลามาก รู้แล้วว่าเวลาตัวเองมีน้อย จึงรักษาเวลาตัวเองมาก ทำอะไรทำเร็ว แต่ขณะเดียวกัน พวกที่เวลายังเยอะ ทำอะไรก็เชื่องช้าอืดอาด... -
สละเวลาอ่าน 1 นาทีกับ 5 สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน แล้วคุณจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นจริงๆ
สละเวลาอ่าน 1 นาทีกับ 5 สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน แล้วคุณจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นจริงๆ
5 สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน สละเวลาอ่าน 1 นาที แล้วคุณจะเข้าใจชีวิตมากขึ้น พระพุทธองค์ทรงสอนพวกเราว่า…
1.ไม่ว่าเราได้พบเจอใคร เขาเหล่านั้นคือคนที่เราจะต้องได้พบเจอ ไม่มีใครเข้ามาในชีวิตเราด้วยเหตุบังเอิญ
2.ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวใดๆ ขึ้นในชีวิตเรา มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้าย ไม่มีเรื่องใดที่บังเอิญ เพราะเราก็เคยทำอย่างนี้กับเขามาก่อนเมื่ออดีตชาติ
3.เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เกิดเมื่อไหร่ ที่ไหน เวลาใด นั่นคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ไม่ควรเกิด เพราะมันต้องเกิด
ต่อให้คุณเตรียมตัวหรือไม่ได้เตรียมตัว เมื่อปัจจัยถึงพร้อม สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นในทันที
4.เมื่อปัจจัยจบ ต้องยอมรับว่าจบ อย่าเหนี่ยวรั้ง อย่าเอาแต่อาลัยอาวรณ์ ขอให้รู้ว่าเมื่อสุดมือสอยก็ให้ปล่อยมันไป กล้าเผชิญในสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องดีๆกำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า
5.ทำความดีในปัจจุบันให้มากที่สุด แล้วไม่ต้องสนใจว่า เราเคยทำกรรมอะไรมาบ้าง เพราะคิดไปก็เปล่าประโยชน์ เราทำอะไรกรรมเก่าไม่ได้แล้ว... -
ท่องเที่ยวอยุธยาโตทะลุ 1.5หมื่นล้าน แรงหนุนละครดัง-ททท.เร่งอัดอีเวนต์ดึงทัวริสต์
ฮอตต่อเนื่อง – ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่นที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีกระแสละครดัง รวมถึงจังหวัด ททท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระหน่ำจัดอีเวนต์กิจกรรมตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้น
ท่องเที่ยวอยุธยาโตต่อเนื่อง กระแสละครหนุนคนไทยเที่ยวคึกคัก ด้านพ่อเมืองเดินหน้าโครงการเนรมิตอยุธยา เสริมแกร่งศักยภาพด้านท่องเที่ยวเต็มอัตรา ททท.ชี้ปี 2560 รายได้พุ่ง 1.5 หมื่นล้าน นักท่องเที่ยวแตะ 8 ล้านคน คาดปี 2561 เติบโต 8-10% ด้านผู้ประกอบการเรือยิ้มรับท่องเที่ยวทางน้ำกระเตื้อง
ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ภาพรวมการท่องเที่ยวของพระนครศรีอยุธยาดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากสื่อหลายช่องมาถ่ายทำละคร เช่น เรื่องศรีอโยธยา และที่มีกระแสมาแรงมากคือ เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่มีบทเกี่ยวกับอยุธยา ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวตามรอยละครจำนวนมาก โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะเห็นรถติดยาว ทำให้การท่องเที่ยวเด่นขึ้น... -
วัดไผ่ล้อม ต้นแบบ ทำวัตรสวดมนต์ เช้า-เย็น เคร่งครัดพระธรรมวินัย
วัดไผ่ล้อม ต้นแบบ ทำวัตรสวดมนต์ เช้า-เย็น เคร่งครัดพระธรรมวินัย ‘นโยบายเจ้าอาวาส‘ “พระทุกรูปต้องทำงาน อยู่ให้วัดอาศัย ไม่ใช่อาศัยวัดอยู่”
ห้วงนี้มีกระแสข่าวเลื่องลือแพร่สะพัดไปทั่วจังหวัดนครปฐม และเริ่มแผ่กระจายไปทั่วประเทศแล้วในขณะนี้ ในขณะนี้เป็นที่กล่าวขานในหมู่คณะสงฆ์และคณะพระสังฆาธิการ กรณีเรื่องกิจของสงฆ์ ที่ทุกวัดยึดถือปฏิบัติเคร่งครัดมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล เป็นกรณีศึกษาที่พระสงฆ์ที่บรรพชาอปสมบทบวชเรียนเข้ามาแล้ว ล้วนต้องทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น
เฉกเช่นในอดีตจวบจนถึงยุคปัจจุบัน ล้วนมีให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม และผู้ที่สัมผัสได้ในวัตรปฏิบัติเฉกเช่นนี้ ก็คือญาติโยมพุทธศาสนิกชนในชุมชนคนใกล้วัด อุบาสกอุบาสิกา และหมู่คณะสงฆ์ด้วยกันนั่นเอง!!!
ยกตัวอย่างวัดในจังหวัดนครปฐม ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าพระทุกรูปในวัดห้ามขาดกิจของสงฆ์คือการทำวัตรสวดมนต์ จนเป็นที่เลื่องลือว่าเคร่งครัดในกรณีนี้มากที่สุดก็คือ ที่วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ที่มีพระเดชพระคุณพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพ่อน้ำฝน ในฐานะเจ้าอาวาส อธิบดีสงฆ์ของวัดแห่งนี้ ที่ท่านมีนโยบายผนวกกับกุศโลบาย... -
ถวายรางวัลผู้นำพุทธโลกแก่รองสังฆนายกกัมพูชา
ถวายรางวัลผู้นำพุทธโลกแก่รองสังฆนายกกัมพูชา
เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2561ที่ผ่านมา พระสุเมธาธิบดีนนเง็ก สังฆนายก ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานในพิธีถวายรางวัลผู้นำพุทธโลกแก่สมเด็จพระวันรัตน์น้อยจรัส รองสังฆนายกลำดับที่ 3 แห่งประเทศกัมพูชา และมหาอุบาสิกาอีก 3 ท่าน ที่สนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนามาตลอด ได้แก่คุณหญิงเซียง จันเฮง , คุณหญิงเมาะมาลัย แกกำยาน และคุณหญิงไล้ กำไน
โดยมีคณะสงฆ์และผู้นำชาวพุทธนานาชาติ ร่วมงาน จาก 11 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา , ไทย ศรีลังกา, เมียนมาร์ , มาเลเซีย , บังคลาเทศ, อินเดีย , ไต้หวัน , ญี่ปุ่น , สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ และนอร์เวย์ งานนี้จัดโดย องค์กร BUDDHIST Cultural Center of Cambodia (BCCC) โดยมี มหาอุบาสิกาเนี๊ยก บุญทา เป็นผู้นำในการจัดงาน ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
……….
(หมายเหตุ : ข้อมูลจากเฟซบุ๊กPornchai Pinyapong)
ขอขอบคุณที่มา
http://www.banmuang.co.th/news/education/105554 -
เพียงอนุโมทนาบุญ ก็ได้บุญยิ่งใหญ่มหาศาล
เพียงอนุโมทนาบุญ ก็ได้บุญยิ่งใหญ่มหาศาล
เพียงอนุโมทนาบุญ
ก็ได้บุญยิ่งใหญ่มหาศาล
“ความยินดีกับคนอื่น คือทานที่ไม่ใช่ทรัพย์แต่ได้บุญมหาศาล”
ทุกๆ คนย่อมรู้สึกยินดีและมีความสุขมากอยู่แล้วเวลาที่เราได้ไปทำบุญบริจาคทานอิ่มใจออกมาจากวัดหรือทุกครั้งที่มีการทำบุญเกิดขึ้น แล้วพอมีเพื่อนบ้านเดินมาถามว่า “ไปไหนมาแต่เช้า” พอเราตอบว่า “ไปทำบุญที่วัดมา”
พอเพื่อนบ้านเราได้ยินเข้าอย่างนี้ก็ตรงเข้ามาแสดงความชื่นชมยินดี และกล่าวอนุโมทนาสาธุในการทำบุญของเรา
มีคนชื่นชมในการทำบุญของเราเราก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นและสบายใจมากขึ้นเหมือนได้ทรัพย์มีค่าอะไรสักอย่างเพิ่มขึ้นมาหรือความรู้สึกอิ่มเอมเย็นวาบขึ้นมาที่กลางกระหม่อม
การที่ผู้อื่นได้เข้าแสดงความยินดีที่เราได้ไปทำบุญนั้น เขาก็ได้ทำทานอย่างหนึ่งไปแล้ว
เรียกว่า “ปัตตานุโมทนามัย”
คือการที่บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนาบุญ
ในคุณความดีของผู้อื่น
นับเป็นทานที่ให้จากภายในที่ก่อบุญกุศลและความสุขได้ ก่อให้เกิดความชื่นชมโสมนัส ยินดีปรีดาในบุญ
ดังนั้นทั้งตัวเราผู้ที่ไปทำบุญทำทานมาก็ได้บุญเพิ่ม คนที่กล่าวอนุโมทนาก็ได้ทำบุญเฉกเช่นเดียวกับเราเช่นกัน... -
คนยากจนที่สุดหากรู้จักทำทานก็รวยได้
คนยากจนที่สุดหากรู้จักทำทานก็รวยได้
การทำทานทำให้คนรวยได้จริง การทำทานไม่ใช่เรื่องของแค่คนรวยๆ อย่างท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเท่านั้น หลายๆ คนอาจมองว่าเพราะเขามีมากเขาจึงทำได้ คนจนๆ จะเอาอะไรไปทำทานเพียงแค่หากินให้พอเลี้ยงปากท้องก็แย่พอแล้ว
ความจริงแล้วคนที่ยากจนนั้นยิ่งต้องทำทานให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้หายจนเพราะยิ่งตระหนี่มากเท่าไหร่ ความตระหนี่ก็จะผลักเอาความร่ำรวยออกไปทำให้ยิ่งจนลงมากกว่าเดิม ส่วนคนที่เกิดมายากจนแต่รู้จักทำทานให้ถูกคน ถูกกาล มีจิตยินดีเสมอในการทำทานเขาก็จะสามารถร่ำรวยมีความสุขขึ้นมาได้
ในยุคสมัยของพระพุทธเจ้ากัสสปะ มีชายคนหนึ่งที่ชื่อ “มหาทุคตะ” แปลว่า “ชายที่แสนยากจน” มีอาชีพเป็นขอทานความยากจนของแกนั้นเรียกได้ว่าจนระดับที่สุดของเมืองเลยก็ว่าได้
วันหนึ่งนายมหาทุคตะก็ได้รับการชักชวนจากบัณฑิตผู้หนึ่งให้ทำบุญกับพระภิกษุสาวกของพระพุทธเจ้าบ้างจะได้เป็นบุญวาสนาติดตัวไปไม่ทำให้ยากจนอีกในภายภาคหน้า มหาทุคตะได้ยินการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้าแล้วก็เกิดความรู้สึกยินดีมาก คิดจะทำทานกับพระสาวกของพระพุทธองค์สักรูปหนึ่งก็เลยไปทำการจองพระไว้รูปหนึ่งกับบัณฑิตที่มาชักชวน... -
"สังฆทาน" ทำเอง ที่พระสงฆ์ใช้งานได้จริง ต้องมีอะไรบ้าง?
"สังฆทาน" ทำเอง ที่พระสงฆ์ใช้งานได้จริง ต้องมีอะไรบ้าง?
สังฆทาน ต้องถวายอย่างไรให้ได้บุญ?
ขึ้นชื่อว่าเป็นชาวพุทธ ว่างเว้นจากงานและกิจวัตรประจำวันทั่วไป หลายคนเลือกที่จะเข้าวัดทำบุญถวาย สังฆทาน ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดธรรมดา หรือวันสำคัญต่างๆของพระพุทธศาสนา ถือเป็นเรื่องที่ดีงามในสังคม
แต่ทุกอย่างบนโลกนี้ย่อมมีหลายด้านเสมอ ธุรกิจร้านขายสังฆทานที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของวัดที่เราเห็นกันส่วนใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่เปิดเพื่อแสวงหากำไรจากความศรัทธาของมนุษย์ โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม ด้วยการนำสิ่งของที่ไร้ประโยชน์ ไม่สามารถใช้ได้จริง หรือบางทีหมดอายุแล้ว มาขายในราคาที่แพงมหาโหด
พระสงฆ์ตามหลักของพระพุทธศาสนานั้นถือว่าเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ศาสนา ไม่สามารถที่จะเลือกหรือสั่งญาติโยมให้ถวายสิ่งของตามที่ใจต้องการได้ เหมือนที่เราพูดกันอยู่บ่อยครั้งว่าตักบาตรอย่าถามพระ จึงเป็นช่องว่างให้เจ้าของธุรกิจ สังฆทาน กอบโกยกำไรได้อย่างสบายๆ
วันนี้จะมาบอกต่อสิ่งของที่เราสามารถจัด สังฆทาน ได้เองแบบที่พระสงฆ์ใช้งานได้จริง และมีประโยชน์ จึงอยากให้ทุกคนลองหันมาจัดชุดสังฆทานด้วยตัวเอง... -
“หลวงพ่อบาทเดียว” เกจิชื่อดังทักชะตาแม่นยำยิ่งกว่าจับวาง
“หลวงพ่อบาทเดียว” เกจิชื่อดังทักชะตาแม่นยำยิ่งกว่าจับวาง
ด้วยพลังศรัทธาที่โด่งดังข้ามโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
เสียงร่ำลือโจษขานด้วยพลังศรัทธากับพระภิกษุรูปหนึ่งในจังหวัดหนองคายและละแวกจังหวัดใกล้เคียง อีกทั้งยังโด่งดังข้ามโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศลาว และแถบอาเซียน “หลวงพ่อบาทเดียว” หรือ พระครูสังฆรักษ์ ถาวระธมฺโม เจ้าอาวาสวัดป่าอุดมคงคานิมิต คือที่มาแห่งความเลื่อมใส จากการเล่าขานว่ามีพระภิกษุรูปหนึ่งของ วัดป่าอุดมคงคานิมิต ตั้งอยู่หมู่บ้านปากสวย ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
ที่มีความสามารถพิเศษในการทำนาย ทายทักดวงชะตาของผู้คนได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าจับวาง เมื่อท่านทำนายทายทักไปแล้ว ผู้ที่เข้าไปขอพรบารมีมักจะประสบแต่ความโชคดีกันทั่วหน้า บางท่านก็กล่าวว่า ท่านสามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับผู้คนได้ด้วยเช่นกัน ด้วยเสียงคำร่ำลือนี่เองจึงทำให้มีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างก็หลั่งไหลเดินทางเพื่อไปขอพรบารมี
เพื่อชีวิตใหม่ในทางที่ดีขึ้นด้วยญาติโยมผู้เลื่อมใสศรัทธาที่หลังไหลเข้ามาไม่ขาดสาย อีกทั้งยังมีศิลปินนักร้องนักแสดงที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของเมืองไทยด้วยเช่นกัน อาทิ หญิงลี... -
พระสวดอะไร...หลังบิณฑบาต?? [มีคำแปล]
พระสวดอะไร...หลังบิณฑบาต?? [มีคำแปล]
หลังจากที่ทำบุญใส่บาตรแล้ว เรามักจะได้ยินพระ สวดให้พรว่า…
“อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมาวัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง”
แปลว่า พรทั้งสี่ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พะละ ย่อมเจริญแก่ผู้มีปกติกราบไหว้ และเคารพต่อผู้ใหญ่เป็นนิจ ซึ่งบทสวดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของบทให้พร ยะถา สะพี เป็นบทที่พระสงฆ์ สวดให้พร หลังจากที่เราทำบุญ เช่น ทำบุญถวายสังฆทาน ทำบุญบังสุกุล ฯลฯ
บทให้พร ยะถา สะพี
ยะถา วาริวหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง (ห้วงน้ำที่เต็มด้วยน้ำ ย่อมไหลไปสู่สมุทรสาครให้เต็มฉันใด) เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ (ทานที่ให้แล้วแต่ในโลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วฉันนั้น)
อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ (ขอสิ่งที่ท่านมุ่งมาดปรารถนาตั้งไว้ จงสำเร็จโดยพลันทันที)
สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปาจันโท ปัญณะระโส ยะถา มะณิ โชติระโส ยะถา (ความดำริทั้งปวงของท่าน จงเต็มบริบูรณ์เหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญ 15 ค่ำ และเหมือนแก้วมณีโชติ อันให้สำเร็จประโยชน์ทั้งปวงฉันนั้น)
สัพพีติโย วิวัชฌันตุ (ขอความเสนียดจัญไรทั้งหลาย...
หน้า 308 ของ 440